เส้นทางวิศวะ(อุตสาหการ)

ตอนที่ 5 : กว่าจะได้เป็นนักศึกษาวิศวะ : เปิดเทอมม.6 กับ ความมั่นใจที่หายไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60

          และแล้วก็ถึงวันเปิดเทอม ม.6 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายกับชีวิตมัธยม บอกเลยว่าผมรู้สึกว่าม.6นั้นเป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปเร็วมากๆ ผ่านไปไม่นานก็จะเรียนจบกันแล้ว(เศร้าจริงจังมาก)

 

            ในช่วงม.6เทอมแรกนั้นเพื่อนๆเกือบจะทุกคนในห้องจะต้องเอาหนังสือมาอ่าน มาทำโจทย์กันในทุกๆวัน และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนบางคนถึงกับไม่มาโรงเรียนเพราะไปเรียนพิเศษหรือหยุดอ่านหนังสือที่บ้านเลยก็มี เรียกได้ว่าตอนม.6นั้นเป็นปีที่ไม่ค่อยจะได้เรียนซักเท่าไหร่ แต่ละคนจะเน้นอ่านหนังสือตามคณะที่ตัวเองต้องการมากกว่า

 

            แน่นอนว่าในแต่ละห้องมันก็จะมีเพื่อนที่เก่งแต่ละวิชาแตกต่างกันไป คนนั้นเก่งเลข คนนั้นเก่งฟิสิกส์ คนนี้เก่งวิชาจำ อะไรแบบนี้ ดังนั้นเมื่อเพื่อนคนไหนที่สงสัยวิชาอะไรก็มักจะไปถามเพื่อนคนนั้นๆ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่(เหมือนจะ)เก่ง เพราะว่าผมจะเอาโจทย์ฟิสิกส์และคณิตไปทำที่โรงเรียนบ่อยๆและเนื่องจากผมสอบได้ลำดับที่ค่อนข้างดีในห้อง(จริงๆคือโรงเรียนปล่อยเกรดครับ) เพื่อนหลายๆคนจึงคิดว่าผมเก่งประกอบกับที่ได้ไปเรียนพิเศษมาทำให้ผมมีความมั่นใจพอสมควรว่าจะทำโจทย์ต่างๆได้

 

            แต่เมื่อเพื่อนมาถามปรากฏว่าส่วนใหญ่ผมมักจะตอบไม่ได้ คือมันอารมณ์ประมาณว่าเรารู้ระดับนึงอ่ะ แต่ทำไมข้อสอบมันเหมือนจะยากกว่านั้นนิดนึงตลอด แล้วผมก็ทำไม่ได้จริงๆที่สำคัญก็คือ พอเปิดไปดูเฉลยผมก็ไม่เข้าใจอีก ทำให้ผมเริ่มรู้ตัวว่าที่เรียนมาไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นขนาดนั้น (หลายๆคนคงเข้าใจนะครับว่าการที่ดูเฉลยแล้วไม่เข้าใจมันหมายความว่าเราไม่เข้าใจในทฤษฎีเลยนั่นเอง)


           ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเพื่อนสนิทของผมต้องการจะเข้าวิศวะและมีเป้าหมายที่แน่นอนคืออยากเข้าจุฬาฯ มันเป็นเพื่อนที่ผมสนิทมากที่สุดในตอนนั้น และมันเก่งกว่าผม โจทย์ข้อไหนที่ผมทำไม่ได้ผมก็มักจะถามเพื่อนคนนี้และแน่นอนว่าส่วนมากมันก็ทำให้ได้ แต่ผมไม่ได้รู้สึกอิจฉาหรืออะไรเพราะมันเรียนพิเศษมาก่อน และมันเป็นคนเรียนเก่งอยู่แล้ว แต่ผมนี่สิกลับรู้สึกเฟลในตัวเองที่เรียนพิเศษมาแต่ยังทำโจทย์ไม่ค่อยได้เลย ตอนนั้นทำให้รู้เลยว่าการเรียนเยอะๆอัดๆกันไม่ได้ดีเลย ดังนั้นควรเรียนพิเศษแค่พอประมาณ พอดีสมองเราจะรับได้ก็พอครับ

 

            ไม่ใช่แค่วิชาคำนวณ...เพื่อนสนิทผมอีกคนหนึ่งต้องการจะเข้าทางด้านนิเทศศาสตร์ก็จะนั่งทำGATอยู่ทุกๆวัน นั่นยิ่งทำให้ความมั่นใจของผมตกลงไปใหญ่ เพราะผมไม่ได้เรียนGATมา แต่เพื่อนก็บอกว่าไม่ต้องเรียนก็ได้มันไม่ยากมาก ผมก็เลยขอหนังสือ GAT ไทย ของเพื่อนมาอ่าน ก็โอเคค่อนข้างเข้าใจเลยทีเดียว(ถ้าจำไม่ผิดเป็นหนังสือจากคอร์ส GAT ของ Enconcept ครับ) แต่ปัญหาคือ GAT ENG เพราะมันเป็นอะไรที่ไม่รู้เรื่องและผมก็ไม่ได้อ่านอังกฤษในการเตรียมสอบเลยนี่สิ


            จากหลายๆเหตุการณ์ที่ผมเจอตอนเปิดเทอมมันทำให้ผมรู้ว่าผมยังเตรียมตัวน้อยมากๆเหมือนแทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย คือเพื่อนๆเหมือนมีความรู้อยู่แล้วเพียงแค่มาอ่านทวนและทำโจทย์ตอนเปิดเทอม แต่ผมเพิ่งจะมามีความรู้ตอนปิดเทอมที่ผ่านมาและยังไม่ทันจะได้ทวน ก็มาทำโจทย์ทันทีมันทำให้เข้าใจว่าเรายังเตรียมตัวไม่พอ ตรงจุดนี้มันจึงทำให้ผมคิดจะกลับไปอ่านทวนก่อนแล้วค่อยมาเริ่มทำโจทย์อีกรอบ

            
          ปล. จริงๆภาษาอังกฤษผมก็ไม่ได้แย่มากเนื่องจากโรงเรียนค่อนข้างเน้นอังกฤษ แต่ตอนนั้นแกรมม่าคือ 0 ครับ ได้แค่พวก conversation กับ listening เท่านั้น
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

4 ความคิดเห็น