Raphael de l'air : เจ้าชายแห่งสายลม (ภาคพิเศษฉลองครบ10ปี)

ตอนที่ 77 : [Part 2] บทที่ 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    8 พ.ย. 53

 31

 

                คนบางคนมีชีวิตที่สุขสบาย   คนบางคนมีชีวิตที่ยากลำบาก

 

                หลายครั้งราฟาเอลอดสงสัยไม่ได้ว่าใครเป็นผู้กำหนด ใครเป็นผู้ตัดสิน    คนจนมักบอกว่าพวกเศรษฐีโชคดีที่มีกินมีใช้ อยู่สุขสบาย ไม่ต้องกังวลถึงความอยู่รอด    เศรษฐีบอกว่าพระราชาสิโชคดี   เกิดมาบนกองสมบัติ  มีแต่คนนับถือ  มีอำนาจชี้นำชีวิตคน   ไม่ต้องกังวลว่าวันพรุ่งนี้กิจการจะเสียหาย จะขายไม่ออก จะหมดตัว    พระราชาก็บอกว่าว่าเป็นประชาชนสิโชคดี...แบกปัญหาของคนเพียงคนเดียว อย่างมากก็ครอบครัวเดียว    แต่พระราชาต้องดูแล ต้องแบกภาระของคนตั้งหลายล้านคน หลายล้านครัวเรือน

 

“ทั้งสองจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป”

 

สิ้นเสียงของนักบวชราฟาเอลก็จูงร่างเล็กที่อยู่ในสภาพไร้วิญญาณ    ไปยืนข้างโลงศพไม้สองโลง   เพราะใบหน้าของราฟาเอลนั้นอยู่ภายใต้หน้ากากจึงไม่มีใครเห็นว่านอกจากดวงตาด้านชาสีทองนั้น    ใบหน้าของชายหนุ่มเป็นอย่างไร   องครักษ์จำเป็นคุกเข่าแล้วดึงดอกไม้สีขาวในมือเล็กไปวางบนโลงแล้วพยายามแบมือของรีองน้อย  หยิบดินก้อนหนึ่งวางบนมือของเด็กน้อยซึ่งมือมือใหญ่ของราฟาเอลวางรองอยู่    จากนั้นราฟาเอลก็ยื่นมือเล็กไปโปรยเศษดินบนโลง

 

“ไปกันครับเจ้าชาย” ราฟาเอลที่ผันตัวมาเป็นทั้งองครักษ์  ทั้งพระพี่เลี้ยงดึงผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาเช็ดมือของเด็กชาย    แล้วยืนขึ้นจูงมือรีองน้อยไปสมทบกับอิลเลเชียและเซบาสเตียน    ยืนมองสัปเหร่อค่อยๆฝังโลงทั้งสองอย่างเงียบงัน   ไร้เสียงร่ำไห้ของลูกชายแท้ๆ

 

“พ่อเสียใจด้วยนะ” นักบวชกล่าวกับเขา  แล้วก้มลงมองเจ้าชายน้อย   ราวต้องการฝากข้อความนี้ผ่านราฟาเอลให้ส่งไปถึงเด็กน้อยที่ยังไม่มีสติโต้ตอบกับใครได้     นักบวชละสายตาจากเจ้าชายน้อยที่มีผ้าปิดตาแน่นหนามาสบตาของราฟาเอลที่ดูจะเป็นผู้ใหญ่คนเดียวที่จะดูแลเด็กชายได้ “พ่อฝากเจ้าชายน้อยด้วยนะ”

 

ราฟาเอลกดศีรษะรับพร้อมกระชับมือของเจ้าชายน้อยแน่นแทนการรับคำ    ทั้งที่พระสนมและเจ้าหญิงเป็นถึงคนในราชวงศ์  ทว่าคนที่มาร่วมไว้อาลัยกลับมาเพียงเขาทั้งสี่เท่านั้น    เรื่องพิธีศพราฟาเอลโชคดีที่ได้ความช่วยเหลือจะทางหมู่บ้านผู้วิเศษ   ส่วนที่ฝังราฟาเอลไปเสาะหาบ้านเกิดของพระสนมมาอย่างยากลำบาก  เพราะคนที่น่าจะตอบได้ก็พูดอะไรไม่ได้   ส่วนพวกนางในวังก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เจอคนนอกอย่างเขาอีก

 

“กลับไปหมู่บ้านผู้วิเศษกันนะครับ” ราฟาเอลพูดกับรีองน้อย   ยิ่งนานวันเขายิ่งเหมือนคนในครอบครัวของรีองไปโดยปริยาย   เซบาสเตียนน้อยก้มหน้างุดเดินมาจับมืออีกข้างของราฟาเอลอย่างอายๆ    เด็กชายคงไม่อยากให้เห็นว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่กำลังร้องไห้  ทั้งที่มาเป็นตัวแทนของคนหมู่บ้านผู้วิเศษแท้ๆ

 

ราฟาเอลหันไปมองอิลเลเชียที่ยังยืนมองโลงที่กำลังถูกดินกลบไปเรื่อยๆโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหนราวกับรูปปั้น

 

นี่ก็เป็นอีกคนที่ดูแปลกไป   ราฟาเอลคิดถึงคนสองคนที่บัดนี้เป็นคนใกล้ตัวเขายิ่งกว่าใคร   ใจหนึ่งราฟาเอลก็โล่งใจที่อย่างน้อยก็ยื้อเวลาของพี่รีองมาได้    แต่ถึงยื้อมาได้  ก็เป็นเพียงตุ๊กตาไร้ชีวิตที่เขาต้องคอยควบคุม  จับขยับทำโน่นทำนี่เท่านั้น    จนราฟาเอลได้แต่กังวลว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆอนาคตพี่รีองจะเป็นอย่างไร   ก่อนที่ราฟเอลได้คิดหาคำตอบร่างเล็กก็ปล่อยมือจากเขา    เดินตรงดิ่งไปหยุดข้างๆอิลเลเชีย    เด็กน้อยจับชายกระโปรงของหญิงสาว

 

“เสด็จแม่...”


 

เสียงเล็กๆเอ่ยเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์    ท่ามกลางความเงียบเวียงว้างในสุสานมีเพียงเสียงสะปีกของฝูงนกกา  และเสียงกลั้นสะอื้นของเซบาสเตียนที่เกาะขาของราฟาเอล   เจ้าชายหนุ่มพยายามลูบหลังปลอบประโลม   มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความดีใจที่ในที่พี่รีองก็ดูเหมือนจะหลุดจากความมืดมิดที่อิลเลเชียบอกได้แล้ว

 

คำสาปจองจำวิญญาณศาสตร์แห่งเวทมืดที่จะทำให้ผู้ถูกสาปต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดจนต้องตรอมใจตาย  กลายเป็นวิญญาณที่ถูกจองจำติดตามตัวผู้ใช้คาถา   เพื่อไปกลืนกินชีวิตของผู้ถูกคำสาปคนต่อไป   แต่คำสาปชนิดนี้จะสัมฤทธิ์ผลต่อเมื่อเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะทำให้ผู้ถูกสาปคุ้มคลั่งได้นั้นต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือใกล้จะเกิดในเวลาไม่เกินสัปดาห์ 

 

ยิ่งวิญญาณที่ถูกจองจำมีพลังเวทสูง   เวทก็ยิ่งกล้าแข็งน่ากลัว  จนสามารถสร้างภาพหลอน  ลวงผู้สาปเองได้โดยไม่ต้องอาศัยเหตุการณ์จริง    ขอเพียงน่ากลัวพอจะทำให้เหยื่อตรอมใจตายก็พอ

 

“เสด็จแม่...ใช่ไหมครับ?” รีองน้อยถามย้ำ    เด็กน้อยประคองมือของหญิงสาวขึ้นมาแนบแก้ม “ดีใจจังที่เสด็จแม่ยังไม่สิ้นพระชนม์  เสด็จแม่ครับ  ความฝันของลูกน่ากลัวเหลือเกิน  ทำไมมือของเสด็จแม่เย็นจังล่ะครับ  เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอก”

 

ราฟาเอลเหมือนกำลังดูละครฉากเล็กโดยไม่รู้ว่าจะเข้าไปแทรกอย่างไร    เด็กชายถูมือของตัวเองไปมาเร็วๆแล้วรวบมือของผู้ที่ตนคิดว่าเป็นพระมารดาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วมาส่งทอดความอบอุ่น “แล้วน้องหญิงอยู่ที่ไหนล่ะครับเสด็จแม่? แล้วที่นี่ที่ไหน? เกิดอะไรขึ้น? ทำไม...รถม้าถึงไหม้แบบนี้...เสด็จแม่...ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?? ไม่บาดเจ็บ...น้องหญิงล่ะ?! น้องหญิงอยู่ในนั้นหรือครับ...”

 

“เจ้าชาย...” เซบาสเตียนน้อยดูเหมือนจะทนไม่ไหวกับท่าทางไม่ต่างกับคนที่ตกอยู่ในฝันร้ายอันไม่มีวันสิ้นสุด    เด็กชายปาดน้ำตาลวกๆ  ตั้งท่าจะไปหยุดรีอง   ทว่ามีมือของราฟาเอลรั้งตัวร่างเล็กไว้    รัชทายาทแห่งซายน์รวบตัวของเด็กชายให้อยู่นิ่งๆ   โดยไม่สนใจสายตาประท้วงและแรงกระทุ้งพลางดิ้นขลุกขลักของเด็กชาย    ผู้กำลังส่งสายตาเขียวขุ่นแทนเสียงโวยวายเหมือนทุกครั้งที่ได้เจอกัน

 

ราฟาเอลก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเขากำลังคาดหวังจะเห็นอะไร   ตั้งแต่วันที่ได้เจออิลเลเชียอีกครั้ง   แม้จะดีใจเพียงไร   ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยคำถามที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่กล้าหาคำตอบ

 

วันนั้นที่เกิดเรื่อง   ราฟาเอลก็โดนคำสาปจองจำวิญญาณเช่นกัน   ในช่วงเวลานั้นเขาได้ยินเสียงของอิลเลเชียเต็มสองหู   แม้จะตกอยู่ในคำสาปเขากลับรู้สึกปลอดภัยราวตกอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนที่ต้องการจะปกป้องเขาจากอันตราย   จากนั้นเขาก็เดินไปพบกับอิลเลเชียที่ร่ำไห้ท่ามกลางซากปรักหักพังของขบวนเสด็จ

 

หากคำสาปจองจำวิญญาณนั้นมีจุดมุ่งหมายจะทำให้ผู้ถูกคำสาปต้องทนทุกข์ทรมานกับการเห็นภาพโหดร้ายอย่างการสังหารคนสำคัญแล้วนั้น     ทำไมคำสาปจองจำวิญญาณถึงดึงเขาไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น   ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้รู้จักกับใครในนั้นเลย    และทำไมอิลเลเชียถึงอยู่ที่นั่น

 

แม้แต่ในวันนั้นที่เขากำลังถูกดูดเข้าไปในประตูสู่สวรรค์    คนสุดท้ายที่เขาเห็นก็คืออิลเลเชีย

 

บางทีหญิงสาวอาจติดร่างแหมากับเขาด้วย    ถ้าอย่างนั้น...เมเลซาร์ล่ะ?

 

เนตรสีทองสบกับดวงตาสองสีโดยบังเอิญ    นี่เป็นอีกเรื่องที่ราฟาเอลสงสัย   ทำไมดวงตาข้างหนึ่งของอิลเลเชียถึงเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับพระสนมและเจ้าหญิง    มือของรัชทายาทแห่งซายน์เริ่มสั่นน้อยๆ    ความรู้สึกบางอย่างมันอัดอั้นอยู่ภายในใจ   เขาถอนสายตาหลบหน้าหญิงสาวออกมาก่อน    ยิ่งเขามองหน้าของเพื่อนสาว   มันก็ยิ่งทำให้เขานึกถึงภาพเหมือนของพระสนมที่สิ้นพระชนม์ไป

 

มันเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้นใช่ไหม?

 

“...เสด็จแม่...”

 

ก่อนที่เขาจะรู้ตัวเอง   เขาก็มาหยุดอยู่ด้านหลังเจ้าชายน้อย   ทั้งที่เมื่อครู่เป็นคนรั้งเซบาสเตียนไว้แท้ๆ    ราฟาเอลย่อกายลง   พรากเจ้าชายน้อยออกจากกายของเพื่อนสาวที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงมากอด   ก่อนจะลูบศีรษะทุยแทนการปลอบประโลม

 

“ฝ่าบาท...ตื่นจากบรรทมเสียทีเถอะ”

 

แวบหนึ่งที่เขาเหลือบมองหญิงสาว   ราฟาเอลถึงได้รู้ว่าความจริงแล้วอิลเลเชียมิได้ยืนนิ่ง   ทว่าร่างบางของหญิงสาวผู้เย็นชาคนนั้นกลับสั่นไหวด้วยเหตุผลที่ราฟาเอลไม่อยากจะคิด     เจ้าชายหนุ่มไม่แม้แต่จะอยากได้ยินเสียงของพี่รีองน้อยเรียกหญิงสาวตรงหน้าว่าแม่อีกเป็นครั้งที่สอง

 

“ได้ยินเสียงของไลท์คนนี้ไหมกระหม่อม? พระองค์ตรัสเองไม่ใช่หรือว่ากระหม่อมเป็นแสงสว่าง    ฝ่าบาท...รับรู้ถึงแสงสว่างที่อยู่ตรงนี้ไหมกระหม่อม?”

 

เจ้าชายน้อยไม่ขยับและมีปฏิกิริยาใด   เด็กน้อยที่พูดไม่หยุดเมื่อครู่กลับกลายเป็นเพียงตุ๊กตาดังเดิม    ราฟาเอลฟังความเงียบนั้นด้วยความรู้สึกใจหาย   เขาค่อยๆปล่อยร่างเล็กออกเป็นอิสระ   แล้วลุกขึ้นยืน   เขาวางมือบนศีรษะทุย   พร้อมฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก “กลับกันเถอะกระหม่อม”

 

เด็กชายไม่ขยับ   หากมือเล็กคว้าชายแขนเสื้อของรัชทายาทแห่งซายน์เอาไว้    ราฟาเอลชะงัก   ก้มลงมองรีองน้อยด้วยความรู้สึกตื่นเต้นในใจ    แม้เด็กน้อยจะยังเงียบ    แต่ใจของเจ้าชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยความลิงโลดไปกว่าครึ่ง     เป็นเวลานานกว่าเจ้าชายน้อยจะเปล่งเสียงออกมาอีกครั้ง

 

“ไลท์”

 

มุมปากสองข้างของราฟาเอลยกขึ้นจากเดิมเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึก “อยู่นี่แล้วกระหม่อม”

 

“ไลท์”

 

ราฟาเอลคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น “กระหม่อมอยู่ที่นี่”

 

มือของเด็กชายค่อยๆแกะผ้าปิดตาออก     แม้ดวงตาจะกลับคืนสู่สีเดิม   แต่สิ่งที่เห็นก็ทำให้ราฟาเอลถึงกับตัวชา    ครั้งล่าสุดที่เขาได้เห็นดวงตาคู่นี้มันยังเต็มไปด้วยความใสบริสุทธิ์  เป็นเนตรสีแดงเข้มที่แสนสุกสกาวราวกับจะเปล่งประกายอ่อนๆให้รอบข้างสดใสไปด้วย     หากสิ่งที่ราฟาเอลเห็นตอนนี้คือดวงตาของพี่รีอง  ดวงตาสีแดงเลือดที่ด้านชาต่อโลกใบนี้   

 

“เข้มแข็งขึ้น  ฝ่าฟันความตายให้ได้  แล้วไปแก้แค้นแทนเสด็จแม่และน้องหญิง...” แม้จะเป็นเสียงของเด็ก   ราฟาเอลก็ยังอดขนลุกไม่ได้   เมื่อทุกพยางค์อัดแน่นไปด้วยอารมณ์และความแค้นที่ฝังลึกหยั่งรากในจิตใจอันบริสุทธิ์ที่ได้ตายจากรีองไปตลอดกาล “ขอบใจนะไลท์”

 

เสียงขรึมเว้นวรรค   การได้เห็นคนคนหนึ่งเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทำให้ราฟาเอลกึ่งมึนกึ่งชา

 

“แม้นายจะไม่ได้เป็นองครักษ์ที่ถูกส่งมา  แต่เราก็ขอบใจที่มาเป็นแสงสว่างให้กับเรา   ต่อจากนี้ไปเราขอบัญชาให้นายอยู่ข้างเรา แล้วดูเราเป็นเสาหลักของประเทศ    อยู่ข้างเรามองผู้คนที่ยกย่องสรรเสริญเราไปพร้อมกันแทนเสด็จแม่และน้องหญิง” พ้นเรื่องร้ายมาได้   เด็กชายดูเหมือนจะโตขึ้นหลายปี   ราฟาเอลเดาอารมณ์ตอนนี้ของตัวเองไม่ถูกว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ระหว่างตกใจ ดีใจ รู้สึกผิด

 

“ไลท์”

 

“กระหม่อม” ราฟาเอลมองรุ่นพี่ในวัยเยาว์ด้วยสมองอันตื้อตันคิดอะไรไม่ออก

 

“กลับไปทวงอำนาจและศักดิ์ศรีจากพวกสารเลวที่โทรเมลินกัน”

 

นี่สรุปสิ่งที่เขาพูดไปตอนนั้นพี่รีองได้ยินอะไรไปบ้าง?!

แล้วคนที่ทำให้เด็กจิตใจดีคนนั้นกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ แสวงหาอำนาจ มันก็คือเขาเองงั้นหรือ?!

 

รัชทายาทห่างซายน์กลืนน้ำลายเอื้อก   คำพูดที่พูดไปกับรีองน้อยเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะตายวันนั้นย้อนกลับราวภาพยนตร์ฉายซ้ำ   ความสูญเสียใหญ่หลวง  บวกคำพูดของเขา  กลายเป็นสมการอันลงตัวที่ทำให้คนรักสงบลุกขึ้นมาเหยียบคนอื่นในอนาคต    ทว่าสิ่งที่ราฟาเอลตอบรับได้มีเพียงคำว่า “รับบัญชา”

 

พี่รีองกลับมาแล้ว

น่าแปลก...นอกจากความรู้สึกโล่งใจแล้ว ราฟาเอลกลับไม่ยินดีสักนิด

 

 

-------------------------------------------------------------------

 

                กาเบรียลนั่งมองละครฉากใหญ่ที่คนจากเอทรีสและเจ้าหน้าที่ความจำเสื่อมร่วมกันเล่นจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นเพียงคนโง่เง่า     เมื่อนาทีก่อนยังทำเหมือนไม่มีรัชทายาทบาดเจ็บจากโทรเมลินที่ชื่อรีอง วิทท์     แต่ทำไป ทำมาอยู่ดีๆ   ไหงเหตุการณ์มันถึงพลิกไปที่ทุกคนวิ่งเข้าไปโอ๋เจ้าชายที่เพิ่งถูกหิ้วไปขึ้นรถพยาบาลได้หน้าตาเฉย    แถมไอ้คนตัวใหญ่ๆที่แนะนำตัวว่าชื่อซาช่า  มาจากโทรเมลิน  และไม่รู้จักคนที่ชื่อรีองน่ะ    มันกลายเป็นขุนนางคู่ใจไอ้เจ้าชายนี้ไปได้?

 

ประเด็นคือ แล้วทำไมที่นี่ถึงมีเพียงเธอคนเดียวที่เห็นความผิดปกตินี้ล่ะ?!

 

กาเบรียลเหลียวซ้าย แลขวา  ทั้งข้าราชบริพารภายเธอ และคนฝั่งนั้นไม่เห็นมีอะไรที่แสดงถึงกลลวงหรือความผิดปกติ     เจ้าหญิงยิ่งเริ่มสับสน   หรือว่าที่จริงสมองเธอมันผิดปกติล่ะนั่น     ในฐานะที่มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าหญิงแห่งซายน์   แม้จะไม่ค่อยอยากเป็นก็ตาม    ยังไงกาเบรียลก็มีความภาคภูมิใจในรหัสพันธุกรรมชั้นเลิศที่ได้รับการถ่ายทอดมาจนไม่อาจเชื่อได้ว่าสมองของตัวเองจะผิดปกติ

 

โอ๊ย!

 

แรงหยิกเล็กๆ  ทว่าสร้างความเจ็บปวดมหาศาลแล่นจี๊ดจากบริเวณสีข้าง    เพื่อนสนิทที่จำเป็นต้องแสดงความเคารพเธอต่อหน้าผู้อื่นกระซิบกับกาเบรียลเบาๆ “น่าหวาดเสียวนะว่าไหม? เจ้าชายนั่นเกือบหายไปจากประวัติศาสตร์”

 

“เรมี่...?” กาเบรียลขมวดคิ้ว   ทว่าหลังการประเมินผลอย่างคร่าวๆในสมอง   กาเบรียลก็เปลี่ยนโทนเสียงกระซิบตอบกลับไป   ไม่สร้างพิรุธให้รอบข้างที่กำลังวุ่นวายสังเกตเห็นได้ “ไม่สิ...เธอเป็นใคร?”

 

“สมเป็นทายาทของฮันนาลีจริงๆ   ควบคุมจิต  เห็นความผิดปกติของห้วงเวลาที่ถูกบิดเบือนได้ดีเยี่ยม   ดูเหมือนเลือดของเทพที่เหลือเพียงน้อยนิดยังพอใช้งานได้อยู่นะ” น้ำเสียงของเรมี่เริ่มเปลี่ยนไป    ไม่สิ...กาเบรียลตั้งสติ   ความจริงน้ำเสียงของเรมี่ไม่ได้เปลี่ยนไป  แต่เพราะคนพูดไม่ใช่เรมี่อยู่แล้วต่างหาก

 

“เธอเป็นใคร” กาเบรียลถามย้ำอีกรอบ   ถึงเธอจะขี้เกียจอ่านหนังสือเป็นตั้งๆตรงข้ามกับหนอนหนังสืออย่างน้องชายเธอ   แต่กาเบรียลก็ฝืนใจตัวเองศึกษาเรื่องของพวกคนมีเวทมนต์มาไม่น้อย    เท่าที่เธอรู้การปลอมตัวจนเหมือนตัวจริงจนกระทั่งคนใกล้ชิดดูไม่ออกหรือการถอดจิตเป็นกรณีที่น่าจะอธิบายเหตุการณ์ตอนนี้ได้ที่สุด    ว่าแต่คนที่ดูจะรู้เรื่องของบรรพบุรุษและสายเลือดของตระกูลเธอคนนี้เป็นใคร มีจุดประสงค์อะไรกันนะ

 

“กำลังจะบอกอยู่นี่แหละ  ไม่ต้องเดาให้มากหรอกเด็กน้อย” อีกฝ่ายพูดราวอ่านความคิดของหล่อนออก “ข้าเป็นผู้ส่งสารต่อชาวซายน์ทุกคน   จงฟังให้ดี...จากนี้ไปเจ้าจะกลายเป็นรัชทายาทแห่งซายน์แทนผู้ที่ไม่หวนกลับ”

 

เลือดในกายของกาเบรียลเย็นเยียบ   ทั้งน้ำเสียงทรงอำนาจ ทั้งเนื้อความที่แทนใบลาตายให้เธอและน้องชาย

 

“หมายความว่ายังไง?”

 

“หมายความว่ารัชทายาทราฟาเอลจะต้องตายไปจากโลกนี้ไงล่ะ”

 

คำอธิบายที่สอง  ชัดเจนกว่าคำอธิบายแรก   มันกระจ่าง แต่เต็มไปด้วยปริศนา   ที่เธออยากจะไขและไม่อยากจะไข   กาเบรียลตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก    วจีของอีกฝ่ายยังความยำเกรงให้ก่อขึ้นให้จิตใจของสตรีสายเสือดสีน้ำเงินที่ไม่เคยตกอยู่ใต้อำนาจของใคร     เลือดในกายของกาเบรียลร้อนรุ่มตอบสนองวาจาของอีกฝ่าย

 

“ส่วนคำถามที่ว่าเราเป็นใครนั้น...จำไว้ว่านามของเราคือ แอรอซิส

 

ความกดดันที่ทำให้เธอใบ้แทบกิน  กาเบรียลสูดหายใจเฮือก   หลังจากการแนะนำตัวอันน่าประทับใจ    กาเบรียลรีบหันกลับไปมองหน้าคนที่ปลอมตัวมาเป็นเพื่อนสาวของเธอ     ซึ่งอีกฝ่ายกลับขมวดคิ้วมองเธอราวไม่รู้เห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ “มองอะไรแก? รีบๆนำขบวนพาแขกไปที่พักซะสิ   ชั้นเมื่อยแล้วเนี่ย”

 

เหตุการณ์รอบข้างดำเนินไปอย่างปกติยกเว้นเธอ   ที่เห็นความไม่ปกติที่เกิดขึ้นอย่างไม่ชัดแจ้ง

 

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้าหงึกหงัก  แล้วทำหน้าที่ของตัวเอง    แอรอซิสงั้นหรือ?  เจ้าหญิงรูปงามเดินนำขบวนไปโดยมีสีหน้าครุ่นคิดที่ชวนให้ชาววังทั้งหลายต้องเหลียวมามองกันอย่างมึนงง  กับสีหน้าใหม่ของเจ้าฟ้าคนโตแห่งซายน์ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นทำสีหน้าครุ่นคิดได้เหมือนเจ้าฟ้าคนน้อง

 

สารที่ได้รับการแจ้งมาถึงชาวซายน์ทุกคน  กาเบรียลไม่มีทางอ้าปากแจ้งใครแน่นอน    เจ้าหญิงมั่นใจในตัวของน้องชายดี    ไม่ว่าราฟาเอลต้องไปตกระกำลำบากที่ไหน     คนอย่างราฟาเอลต้องเรียนรู้   แล้วก้าวผ่านมันได้อย่างสง่างามแน่นอน    ไอ้การจะให้ยอมรับฐานะรัชทายาทแทนน้องที่แค่หลงทางไปอยู่ไหนไม่รู้เนี่ย   กาเบรียลไม่มีทางจะยอมรับได้เด็ดขาด

 

อุตส่าห์ดีใจที่มีน้องน่ารักๆเกิดมารับภาระแทนเธอ   กาเบรียลไม่ยอมหรอกนะ!

 

...

 

.....

 

คนที่จะต้องก้าวผ่านอุปสรรคได้อย่างสง่างาม  กำลังจนปัญญาอยู่กับการหลงมิติ  แถมยังต้องมีส่วนเอี่ยวในการชิงอำนาจของรุ่นพี่โดยไม่ตั้งตัว    จากวันที่อยู่ๆก็โดนเจ้าชายน้อยลากเข้าไปเป็นขุนนางคู่ใจก็เป็นวันที่เจ็ด    ราฟาเอลไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตผ่านช่วงเวลาว่าง  ที่สุดจะกระอักกระอ่วนมาได้ครบสามสิบสองส่วนจริงๆ

 

รัชทายาทแห่งซายน์ทั้งตัวบนพื้นหญ้า    ทั้งที่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ต้องทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากช่วยเหลืองานเล็กๆน้อยๆในหมู่บ้านผู้วิเศษ   ฝึกสอนวิชาดาบให้เจ้าชาย   โดนเซบาสเตียนจู่โจมบังคับให้รับเป็นศิษย์สอนวิชาหายตัวไปไหนมาไหนได้วันละไม่ต่ำกว่าสี่รอบ    ตอบคำถามกับพวกผู้วิเศษที่แอบสนใจสาวหน้าหวานผู้ลึกลับ  แต่ไม่กล้าเข้าไปคุย     บอกปัดความหวังดีของชายชราที่จะยกตำแหน่งประมุขผู้วิเศษให้

 

คนพวกนี้สร้างความปวดหัวให้เขาที่ไม่ควรจะมีภาระรับผิดชอบอะไรอยู่ที่นี่จริงๆ

 

ราฟาเอลเหนื่อยจนดอดหนีมานอนเล่นในป่า    เขาทาบมือลงที่หน้าอกด้วยความรู้สึกหลากหลาย    สัมผัสเย็นของจี้เล็กๆที่เป็นเสมือนพันธนาการอันหนักอึ้งพอๆกับบัญชาของรีองน้อยสร้างความหวาดหวั่นให้เจ้าชายหนุ่ม     แม้จะพยายามปฏิเสธอย่างไรจี้ของประมุขก็มาอยู่บนคอของเขาเรียบร้อยแล้ว      บ่วงที่รัดเขาไว้ที่นี่มันมากจนราฟาเอลหนักใจไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป    หากสักวันเขาได้กลับไปยังมาตุภูมิของตน

 

หากเขาไม่มีวันกลับไปมาตุภูมิของตนได้  เจ้าชายหนุ่มก็ยังหนักใจอยู่ดี     ราฟาเอลถอนหายใจ    ทำไมพวกคนเบื้องบนชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งเขาเรื่อยเลยนะ    แม้เวลาที่ผ่านมาราฟาเอลจะกล่อมเกลาจิตใจที่เอาแต่พะวงกับเรื่องในอดีต  ให้หันมาใส่ใจในอนาคตที่เป็นอยู่ได้บ้าง      ยังไงเขาก็ไม่ใช่คนของที่นี่

 

อยู่ดีๆก็มีความคิดแวบขึ้นมาในสมองของชายหนุ่ม    ราฟาเอลที่เพิ่งล้มตัวนอนอย่างหมดแรงบนพื้น   ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง    ถ้าพูดกันตามจริงแล้ว...ตอนนี้ตัวเขาตอนเป็นเด็กคงยังใช้ชีวิตอยู่ที่ซายน์    ยังมีราฟาเอล ฮีลเวียนด์ที่เป็นตัวตนของที่นี่อยู่ในอีกซีกโลก     เหมือนมีใครมาเปิดดวงตาที่มืดมนของเขา    ราฟาเอลไม่ได้รู้สึกถึงเลือดที่สูบฉีดด้วยความตื่นเต้นนานแล้ว    ในที่สุดเขาก็ได้เจอเรื่องน่าสนใจที่เขาจะทำระหว่างอยู่ที่นี่แล้ว

 

คิดได้ดังนั้นราฟาเอลก็รีบทะยานกลับไปที่หมู่บ้านผู้วิเศษเพื่อตัดบ่วงทั้งหมดที่ผูกมัดตัวเองทิ้ง

 

ในเมื่อราฟาเอล ฮีลเวียนด์ตอนนี้ยังเป็นเด็กที่นั่งเก็บตัวอ่านหนังสือในห้องสมุดที่ซายน์    งั้นเขาจะเอาโอกาสที่ไม่ได้มาง่ายๆนี้ไปท่องเอทรีสให้ทั่ว   แล้วเรียนรู้เหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์เลยก็แล้วกัน

 

ราฟาเอลยิ้มกริ่ม   จับหน้ากากที่เขาคิดมาเสมอว่ามันเป็นเพียงวัตถุแข็งๆที่เอามาปิดซ่อนโฉมหน้าและตัวตนของเขาเอง    แท้จริงแล้ว   บางทีหน้ากากนี้อาจจะเป็นตัวตนที่เขาแอบใฝ่ฝันมานานแล้วก็ได้      ในเมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะกังวลกับเรื่องในอนาคต    และไม่มีใครรู้จักตัวจริงของเขา    ราฟาเอลก็จะขออิสระในช่วงเวลานี้ไปทำอย่างที่ใจต้องการบ้าง

 

เขาจะเป็นเพียงสายลมที่รักอิสระ ไร้ข้อผูกมัด  ไม่ว่าใครก็จะรั้งเขาไม่ได้

 

เนตรสีทองเปล่งประกายจ้าและระริก   ราฟาเอลไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นด้วยความรู้สนุกแบบนี้มาก่อน   เหมือนตอนนี้เขากำลังจะได้ทำอะไรที่หลุดออกจากกรอบที่เขาตั้งไว้เป็นครั้งแรก

 

บางทีเทพเจ้าอาจจะไม่ได้ใจร้ายกับเขาเกินไปก็ได้

 

ราฟาเอลยิ้มให้กับตัวเอง    ร่างกายรู้สึกปลอดโปร่งอย่างน่าประหลาด   แม้แต่ความรู้สึกยามได้สัมผัสสายลมยามเคลื่อนที่ไปข้างหน้าก็เปลี่ยนไป      เขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลรอบกาย    รู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณ   ไม่ใช่แรงที่เคลื่อนที่ตามหลักวิทยาศาสตร์  หรือสิ่งที่เป็นแขนขาอีกคู่ของเขา

 

จิตของคนก็น่าแปลก...แค่เปลี่ยนมุมมองง่ายๆ  ทำไมทุกสิ่งรอบกายถึงต่างออกไปจากเดิมอย่างชัดเจนแบบนี้นะ

 

แค่ความคิดเล่นๆว่าไม่จำเป็นที่โลกนี้ต้องมีราฟาเอล ฮีลเวียนด์  รัชทายาทแห่งซายน์ถึงสองคน

ในเมื่อมีคนหนึ่งอยู่ที่ซายน์   คนที่สองที่หลงมาอย่างเขาก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับคำว่ารัชทายาท

 

เพียงแค่ความคิดเล่นๆชั่ววูบ   ทำไมมันถึงมีแรงผลักดันมหาศาลให้เขาอาจจะทำอะไรโง่ๆไม่คิดตรึกตรองก่อนได้นะ?

 

ราฟาเอลสูดหายใจเต็มปอด   เพียงวูบเดียวเขาก็เข้ามาอยู่ในห้องพักของตัวเองโดยไม่มีใครสัมผัสได้ถึงการมาเยือน   รวมถึงเด็กน้อยที่จะเป็นใหญ่ในภายภาคหน้า    รีองน้อยท่าทางจะมารอเขาในห้องจนงีบหลับไปบนเตียงของราฟาเอล    ในมือยังถือดาบไว้    คาดว่าจะมาดึงให้เขาไปสอนดาบต่อ    ราฟาเอลยิ้มบางๆด้วยความเอ็นดูปนลำบากใจ    ใบหน้าตอนนอนก็ยังดูน่ารักดีอยู่หรอก

 

ไม่รู้ตอนรู้ว่าเขากำลังจะจากไปจะเป็นอย่างไรนะ

 

“ไลท์...”

 

ความรู้สึกผิดและหน้าที่รับผิดชอบกลับเข้ามาในสมองของราฟาเอลอีกครั้ง    เจ้าชายหนุ่มถอนหายใจมองเด็กน้อยที่ละเมอเรียกชื่อเขาพร้อมระบายยิ้มอ่อนๆอันหาได้ยากยิ่ง      ราฟาเอลคุกเข่าลงข้างเตียง   อยากจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะเด็กน้อย   แต่ก็ต้องห้ามใจตัวเองไว้   เพราะต่อให้น่าเอ็นดูขนาดไหน   รีองก็ยังคงเป็นรีอง    เด็กที่มีสัมผัสไวยังกับปีศาจ   แค่เขาเข้ามาอยู่ใกล้ขนาดนี้แล้วยังหลับอยู่ก็ปาฏิหาริย์มากแล้ว    

 

เฮ้อ...ทำหน้าแบบนี้แล้วผมจะกล้าหนีไปไหนได้ไหมเนี่ยพี่รีอง

 

ราฟาเอลบ่นในใจเบาๆ   เมื่ออารมณ์โลดโผนอยากออกไปเผชิญโลกกว้างดับวูบ  เพียงเห็นบ่วงใหญ่ที่มันคล้องคออยู่ตอนนี้     รัชทายาทแห่งโทรเมลินในอนาคตยังต้องการผู้ชี้นำ    สำหรับเด็กโดดเดี่ยวอย่างพี่รีอง  เพื่อไม่ให้จิตใจจมอยู่ใต้ความมืดมากเกินไป   จำเป็นต้องมีแสงสว่างที่ชื่อไลท์อยู่เคียงข้าง

 

จากที่ต้องการจะเข้ามาเก็บห้องให้เรียบร้อยว่างเปล่าเหมือนตอนแรกที่เขาย้ายเข้ามา  และเขียนจดหมายล่ำลาสั้นๆ   ดึงอิลเลเชียให้ไปด้วยกัน   กลายเป็นว่าราฟาเอลกลับมานั่งเอาผ้าห่มคลุมให้เจ้าชายน้อยที่ท่าทางจะเหนื่อยจริง อะไรจริง

 

เอาเถอะ   ราฟาเอลถอนหายใจอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ไม่จางไปจากใบหน้าใต้หน้ากาก  เขาไปทัวร์อาณาจักรใกล้ๆก่อนก็ได้    ไปสักวันสองวัน   นายน้อยเขาคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง     ราฟาเอลเริ่มลงมือเขียนจดหมายลาสั้นๆ   นัยความว่าจะขอไปทำธุระที่โอเดนส์สักวันสองวัน    พร้อมสั่งการบ้านกำชับให้เจ้าชายน้อยต้องฝึกซ้อมร่างกายอย่างหนักทุกวัน  และอ่านตำรากลศึกให้จบ    เมื่อกลับมาราฟาเอลจะขอทดสอบ

 

เจ้าชายหนุ่มวางปากกาลง   อ่านทวนความในจดหมาย   ก่อนจะวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะข้างเตียง    แล้วกระซิบเบาๆ “แล้วเจอกันนะเจ้าชายน้อย”

 

ร่างของชายหนุ่มหายไปดังวายุที่เพียงพัดมา แล้วจากไป  พร้อมหน้าต่างที่เด้งออก  ปลุกให้เจ้าชายน้อยในนิทรายันตัวเอาขึ้นมาจากเตียง  มองออกไปนอกหน้าต่าง  แล้วหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่าน  

 

ไลท์จากไปพร้อมดวงอาทิตย์ที่ลาลับขอบฟ้า    เป็นความประจวบเหมาะอันชวนพิศวงนัก    และเมื่อท้องฟ้าไร้แสงตะวัน   ก็ย่อมเป็นเวลาแห่งจันทรา     สตรีลึกลับผู้เป็ยสหายของไลท์  ผู้มีใบหน้าราวเทพีแห่งดวงจันทร์ละม้ายคล้ายเสด็จแม่และน้องหญิงของเจ้าชายน้อยก็เข้ามาในห้องอย่างเป็นปริศนา

 

แม้เขาจะเคยมองหญิงผู้นี้ผิดเป็นเสด็จแม่   แต่หลังจากสติฟื้นเต็มที่   ถึงได้เห็นความแตกต่างอย่างไม่น่าอภัย    หญิงผู้นี้มีเพียงรูปร่างหน้าตาคล้ายเสด็จแม่   แต่จิตวิญญาณนั้นรีองไม่อาจสัมผัสได้    แต่เพราะเป็นเพื่อนของไลท์ทำให้รีองวางใจและพยายามไม่ระแวงสงสัยอะไรอีก “ถ้ามาหาไลท์ล่ะก็  เขาไปแล้วล่ะ”

 

“...” มีเพียงความเงียบและสีหน้าเย็นชาของหญิงสาวเท่านั้นที่เขาได้รับ    รีองไม่เข้าใจว่าทำไมบนโลกใบนี้ถึงมีคนที่เย็นชากว่าเขาอยู่อีก    แม้ระยะปีที่เขาใช้ชีวิตบนโลกยังน้อย    หากรีองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าอะไรก็ตามที่มีแววตาลึกล้ำไร้วิญญาณ  ใบหน้าเฉยเมยไร้ความรู้สึก  แม้แต่ยามสังหารคนอย่างโหดร้ายได้แล้วล่ะก็   สิ่งนั้นย่อมไม่ใช่มนุษย์

 

การอยู่ในความเงียบไม่ใช่สิ่งที่รีองจะไม่คุ้น   แต่ต้องไม่ใช่ความเงียบที่หญิงผู้นี้เป็นคนสร้าง

 

“มีธุระอะไรกับฉันงั้นหรือ?” อีกฝ่ายยังไม่ตอบ   ทว่ากลับเดินเข้ามาใกล้เจ้าชายน้อยเรื่อยๆ    รีองเริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล    เจ้าชายน้อยมองหญิงสาวที่หากให้เปรียบก็คงเปรียบดังคืนเดือนมืด   คืนดับแสงในร่างของเทพีแห่งดวงจันทร์     มือเล็กคลำไปใต้ผ้าห่มก็เจอดาบที่วางอยู่ข้างตัว    อาวุธที่เขาเตรียมใช้ได้ทุกเมื่อหากอีกฝ่ายมีประสงค์จะคุกคาม

 

“มี” สตรีที่ชื่ออิลเลเชียตอบคำถามของเขาเป็นครั้งแรก “ขอลบความทรงจำได้ไหม   ...เพคะ?”

 

ท่าทางของคนที่ไม่ได้พูดราชาศัพท์บ่อยนักไม่ได้ทำให้รีองรู้สึกสะกิดใจ   ทว่าเสียงและคำพูดต่างหาก   หญิงสาวเข้ามาประชิดตัวเขาไม่นาน   พร้อมออกคำสั่งราวประโยคคำถามเมื่อครู่ไม่ได้มีไว้เพื่อหาความสมัครใจของเขาจริงๆ “อย่ากระพริบตานะเพคะ”

 

เร็วกว่าความคิด   เมื่อดูแล้วอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาดีเท่าไหร่   ดาบจึงถูกชักออกจากฝัก    ก่อนจะพุ่งไปแทงที่สีข้างของหญิงสาว  เพียงเพราะอย่างไรรีองก็ไม่ต้องการทำร้ายคนที่เป็นเพื่อนของไลท์    เพียงแต่เขาก็ต้องป้องกันตัวเองและจับตัวหญิงผู้นี้มาให้ไลท์สอบปากคำ    ร่างเล็กหลบสายตาของผู้ที่ต้องการลบความทรงจำของตน   พร้อมใช้สันดาบกระแทกจุดตายเพื่อให้อีกฝ่ายล้ม

 

สิ้นการจู่โจมครั้งที่สองรีองก็เป็นฝ่ายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ    เขาไม่เคยเจอใครที่ถูกโจมตีแล้วยินนิ่ง    เจ้าชายน้อยมิได้โจมตีพลาด   บริเวณที่เขาแทงหญิงสาวเสื้อก็มีรอยขาด   เนื้อสีขาวก็มีรอยฉีกของเนื้อที่ถูกของแหลมแทง   แต่ทำไมจึงไร้หยาดโลหิต   มือเรียวเอื้อมมาเชยคางของเจ้าชายน้อยให้ขึ้นไปสบดวงเนตรไร้อารมณ์ตรงๆอีกครั้ง

 

“ปีศาจ...?” รีองเพ้อออกมาเบาๆทันทีที่ตกอยู่ในอำนาจจิตของอีกฝ่าย    เนตรสีโลหิตเบิกกว้างเมื่อเห็นดวงตาของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเป็นสีม่วงใสทั้งสองข้างพร้อมเรืองแสงจางๆ

 

“ไม่สิ...” เมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย  รีองถึงได้ค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่ในนัยน์ตาคู่สวยนั้น   แต่มันก็สายไปเมื่อจิตทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่ง   อิลเลเชียล้วงลึกเข้าไปในสมอง  เก็บภาพความทรงจำของอีกฝ่ายไว้ใจส่วนลึกของสมองในวินาทีที่รีองกำลังตกใจและตื่นเต้นจนถึงขีดสุด

 

ร่างของเด็กน้อยล้มลงบนเตียง  พร้อมเสียงพึมพำสุดท้ายในลำคอ “...น้องหญิง?...”

 

แล้วก็ตกอยู่ในนิทราอันยาวนานโดยปล่อยให้อิลเลเชียยืนเผชิญหน้ากับความสับสนครั้งแรกของตัวเอง    แผลที่ถูกแทงสมานตัวจนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยใดๆ   มือบางแตะไปที่รอยขาดของเสื้อสีขาว    ดวงตาสีสองข้างไหววูบ   ริมฝีปากสีกุหลาบเม้มเข้าหากัน    ก่อนจะคลายออก “เจ็บ”

 

ประสาทรอบเนื้อที่ถูกแทงยังเต้นตุบๆ   สาวน้อยมองหน้าของรีองด้วยแววตาที่สับสนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน    ทำไมช่วงวินาทีที่จะลบความทรงจำของคนคนนี้เธอถึงทำไม่ได้   ทำไม...วิญญาณอย่างเธอถึงรู้สึกเจ็บทั้งที่ถูกแทง  ทั้งที่ใจ

 

ทำไม?

 


--------------------------------------------------------------------------------------------

**สำคัญนะคะ  แจ้งกำหนดการของตอนจบภาคสอง การลบ และการลงภาคสามต่อ

ก่อนอื่นขอ Spoil เรียกขวัญและกำลังใจ

ตอนหน้าเอวิอัสน้อยจะโผล่!!!

และตอนถัดไป...

ภาคสองก็(อาจจะ)จบลง

ในที่สุด....การรอคอยอันยาวนาน(มากกกกกกกก)ของท่านผู้อ่านก็จะสิ้นสุดลง

และเนื่องในฐานะที่เดือนธันวาเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง  จึงมีเปอร์เซ็นต์สูงที่เถียนจะมีเซอไพร์สให้ผู้อ่าน
เป็นตอนพิเศษและภาคสาม   ขึ้นอยู่กับตัวแปรของทางมหา'ลัยว่าจะโหดร้ายกับเด็กแค่ไหน T_T 
รายงานชิ้นใหญ่ๆมันมีกำหนดส่งเดือนธันวาเกือบหมดเลย

(ซึ่งบัดนี้ยังมิได้เริ่มทำ  เพราะมัวแต่ปั่นนิยาย -__-;; กับคลายเครียดไปวันๆ)


อย่างไรก็ตาม... เถียนขอประกาศเตือนไว้ก่อนว่าทันทีที่ลงภาคสาม   ภาคสองตั้งแต่บทที่ 25 (อาจมีความเปลี่ยนแปลง)
ก็จะถูกลบทิ้งทันทีตามเงื่อนไขของทางสนพ.    ดังนั้นขอประกาศสถานะ Active ให้กับนิยายของตัวเองที่จำศีลมานาน

ระวังจะพลาดตอนเด็ดไปนะคะ

: ) ขอบคุณทุกคนมากๆที่เป็นแรงผลักดันให้เถียนมาถึงจุดนี้


และในฐานะที่เรื่องกำลังจะดำเนินมาถึงบทสรุปของภาคสอง   เถียนก็อยากรู้ Feedback ของผู้อ่าน
อยากทราบความคิดเห็นที่มีต่อนิยายเรื่องนี้    อยากให้เข้าใจว่ามันก็เป็นแค่ความรู้สึกของคนแต่งเท่านั้น
เพื่อเถียนจะได้เก็บมาปรับปรุงพัฒนาตัวต่อไป

สำหรับความเห็นที่บอกว่าอ่านแล้วงงเถียนไม่เคยมองข้ามค่ะ : )
กำลังทบทวนหาข้อผิดพลาดของตัวเองอยู่เสมอมา  
เพราะฉะนั้นเห็นนิยายเรื่องนี้เป็นอย่างไรช่วยให้ความเห็นกันเยอะๆนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

8,067 ความคิดเห็น

  1. #8040 mynyn (@natsukichan) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 15:59
    แล้วเซบาสจำได้ไหมเนี่ย
    สรุปอิลเลเป็นน้องของรีองจริงๆด้วยซินะ
    #8040
    0
  2. #7498 iiวมlwรน้oe (@vampirebaby) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:07
    เป็นเหตุผลที่เอวิอัสบอกว่าราฟช่วยชีวิตสินะ ..
    ละก็เป็นเหตุผลที่พี่รีองถึงไม่มีของหรือจำอะไรเกี่ยวกับไลท์ได้เลย นอกจากปฏิกิริยาเกลียดมนต์ดำมากของพี่แก
    #7498
    0
  3. #3952 lightwars (@lightwars) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 / 18:07

    เก็บตังค์รอซื้อเล่มสองอยู่นะเคอะ
    ออกเร็วๆน้าาาา

    #3952
    0
  4. #3951 ฺBooBoo (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 11:54
    จะขึ้นภาคสามแล้วหรอ แล้วภาคสองเมื่อไรจะออกเป็นเล่มเอ่ย



    ยังไงก็รีบอัพเข้าน้า สู้ๆ
    #3951
    0
  5. #3950 หนอนน้อยรักการอ่าน(นิยาย) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 17:11
    ถ้าจะลบภาคสอง

    แปลว่าภาคกำลังจะจบ

    แล้วจะมีภาคสามต่อไหมคะ

    แล้วถ้าไม่มีภาคสามต่อ

    จะแต่งนิยายเรื่องอื่นต่อไหมคะ

    ใช่เรื่องที่แนะนำไว้หรือเปล่าคะ

    ปล. อยากอ่านตอนต่อไปเร็วจังคะ
    #3950
    0
  6. #3948 ดอกอ๋อ (@dawpang) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 21:11
    สู้ สู้ นะค่ะ

    ไม่ต้องรีบแต่งก็ได้

    แต่ก็เร็ว ๆ นะ

    อิอิ
    #3948
    0
  7. #3947 Princess (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 19:41
    แล้วจะลงภาค 3 วันไหนอ่ะค่ะ
    #3947
    0
  8. #3946 RayGuard (@RayGuard) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 18:00
    คำพูดของแอรอซิสหมายความว่าไงเนี่ย หรือสุดท้ายราฟจะกลับสวรรค์?

    แต่ก็นั่นแหละ...ฟ้าลิขิตรึจะสู้คนกำหนดชะตากรรม! ขนาดอิลเลราฟยังทำให้กลับมาได้ แล้วทำไมตัวราฟเองจะช่วยตัวเองไม่ได้!

    และแล้วที่คิดไว้ก็เป็นจริง อิลเลเป็นน้องของรีอองจริงๆด้วย ตอนหน้าเถียนจะเฉลยเรื่องที่เอวิอัสเคยบอกว่าตัวเองได้ราฟช่วยไว้ตอนเด็กใช่มั้ยค่ะ อ่า~~ อยากเจออัสน้อยเร็วๆจัง 

    จะว่าไป แบบนี้ตอนรีอองเห็นหนูราฟครั้งแรกสมัยสอบเข้าเนี่ย จำหนูราฟได้มั้ยนะ เอ๊ะ!! หรือเพราะอิลเลลบความทรงจำไปแล้ว ถ้าแบบนั้นก็แสดงว่าราฟจะไม่ได้กลับมาหารีอองอีกแล้วสินะ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก ยิ่งคิดยิ่งลุ้น!! เดาไม่ออก ไม่รู้เถียนจะโหดร้ายกับลูกๆตัวเองแค่ไหน เดาใจไม่ได้เลยค่ะ 

    แต่อิเจ๊ไม่อยากให้จบเศร้าเลยอ่ะ ยิ่งถ้าตาราฟตายกลับสวรรค์ไปนะ เจ๊ยอมรับไม่ด้ายยยยยยยยยยยยยย

    (เพราะงั้นนะ เถียนจ๋า~~ ถ้าไม่อยากได้ของขวัญล้ำค่า แสนประทับใจ มีเสียงติ๊กต่อกๆ ไปส่งถึงหน้าบ้านละก็ หึหึ ขอจบแบบแฮปปีๆ นะคะ โฮะๆๆๆ อิเจ๊เตือนแล้วน้า~~ โฮะๆๆๆๆๆ)

    คริคริ ^O^

    ปล. ส่วนเนื้อเรื่องเจ๊ว่าสำหรับเจ๊ไม่งงนะ ถ้าใจเย็นๆค่อยๆอ่าน ไม่รวบรัดตัดความ หรือใช้วิธีกวาดสายตา หรืออ่านแต่ประโยคสนทนา เจ๊ว่าก็รู้เรื่องดีออกนะคะ 

    ปลล.เถียนสู้ๆนะ ^O^//
    #3946
    0
  9. #3944 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 11:36
    ชะอ้าว อิลเลเซียเป็นน้องของรีองที่ตายไปแล้วหรือเนี่ย
    #3944
    0
  10. #3943 พีจัง (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 11:22
    ว๊าว ว๊าว ว๊าว ทีนี้จะเข้ามาดูทุกวัน 555
    #3943
    0
  11. #3942 แล่นแต๊ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 00:50
    เย่ๆๆๆได้อ่านจนจบตอนแล้ว ต่อไปเราจะเข้ามาเช็คบ่อยๆเลยว่าอัพรึเปล่า รออ่านเรื่องนี้เสมอนะ
    #3942
    0
  12. #3941 _faie_ (@faie) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 22:49
    กรี๊สสส เอวิอัสน้อย!! คิดถูกจริงๆด้วยนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้อัสบอกว่าเคยรู้จักราล์ฟมาก่อน โอ้วววว กระจ่างซะที

    แต่.......น่าสงสารจริงๆว่า อิลเลกับริองมีความเกี่ยวข้องกันงั้นเหรอ น่าสงสัยๆๆ

    แล้วก็อัสน้อยจะน่ารักน่าชังเหมือนรีองน้อยรึเปล่านะ จิ้นไปไกลแล้วนะเนี่ย ฮะๆๆๆ 

    แล้วจะรออ่านต่อค่ะ(แอบคาดหวังกับตอนพิเศษกับภาคสามเป็นอย่างมาก ฮุๆๆ)

    ปล.คุณพี่สาวตกลงว่าเป็นห่วงน้อง หรือห่วงว่าจะต้องรับตำแหน่งรัชทายาทกันห๊ะ
    #3941
    0
  13. #3940 newvi (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 22:20
    เรารู้สึกว่า อยากจะอ่านเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆนะ

    พอเถียนพูดว่าจะจบแล้วก็ใจหายอ่ะ

    เหลืออ่านอีกเล่มเดียวเอง

    ป.ล.ออกเป็นเล่มแล้วจะรีบซื้อเลยจ้ะ
    #3940
    0
  14. #3939 newvi (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 22:20
    เรารู้สึกว่า อยากจะอ่านเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆนะ

    พอเถียนพูดว่าจะจบแล้วก็ใจหายอ่ะ

    เหลืออ่านอีกเล่มเดียวเอง

    ป.ล.ออกเป็นเล่มแล้วจะรีบซื้อเลยจ้ะ
    #3939
    0
  15. #3938 พีจัง (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 20:53
    แสดงว่ารีองกลับมาแล้วสิ ทีนี้ทุกคนจะจำรีองไม้แล้วใช่ม่ะ
    #3938
    0
  16. #3936 WaterSteAm (@dja_nam) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 20:08

    ฮือๆๆๆๆ อยากอ่านต่อ อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #3936
    0
  17. #3935 โนเนะ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 16:08
    กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถูกใจมากอ่ะเจ้อัพไวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยังไงๆก็อย่าร้างราหายไปนานนะคิดถึงราฟอ่ะ แต่ว่าอยากจะขอติติงนิดนะ เราว่าตอนใหม่ที่อัพต่อเนี่ยตั้งเเต่ตอนที่29 เนี่ยมันไม่ค่อยปะติดปะต่อหรือว่าเรางงเองก็ไม่รู้นะ แต่ที่เราชอบมากคือการปรากฏตัวของอิลเลหลังจากที่ลุ้นมานาน อัพบ่อยนะยังไง้ยังไงถ้าเล่มสองออกเราก็ต้องซื้อมาเก็บอย่างเเน่นอนไม่ทิ้งกันเเน่ๆ แต่คนเเต่งก็อย่าทิ้งคนอ่านเเล้วกันนะ ไม่ได้เม้นต์ซะนานเข้ามาทีอ่านให้จุใจเลยนะ บายเจ้
    #3935
    0
  18. #3934 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 15:30
    เท่ากับส่วนของรีอง ไม่ได้แก้ไขประวัติศาสตร์สินะ
    #3934
    0
  19. #3933 แล่นแต๊ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 11:20
    ขอตอนนี้ให้จบ + อีกตอนก็ดีนะคะ วันนี้วันอาทิตย์จะได้เติมกำลังใจก่อนไปเรียนวันจันทร์
    #3933
    0
  20. #3930 _faie_ (@faie) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 01:49
    พึ่งจะมีความรู้สึกเหมือนกับว่ารีองกลับมาแล้วก็ตอนนี้แหละ

    เรื่องราวเจ้าชายผู้เคร่งขรึม เป็นมาอย่างนี้นี่เอง

    แต่....เอารีองผู้ใสซื่อของเค้ากลับคืนมาน๊าาาาาา
    #3930
    0
  21. #3929 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 23:28
    นี่เองหรือสาเหตุที่รีองเป็นอย่างทุกวันนี้
    #3929
    0
  22. #3927 tana_123 (@77991) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 22:52
    ไรเตอร์สู้ สู้ นะคะ เป็นกำลังใจให้นะ กำลังสนุกเลยมาอัพเร็วนะคะ
    #3927
    0
  23. #3924 หนอนน้อยรักการอ่าน(นิยาย) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 20:11
    ได้อ่านหลายๆตอน

    แล้วรู้สึกติดลมยังไงไม่รุ้

    อยากอ่านต่อหลายๆตอนแบบนี้ บ่อยๆจัง

    แต่พี่เถียนมาอัพช้าเหมือนก่อนก็ได้นะคะ

    แค่ขอให้อัพไปนานๆก็แล้วกัน

    หรือมีนิยายเรื่องใหม่มาให้อ่านอีกก็จะดีมากๆเลยละคะ



    ปล.ไม่เห็นมีบทของแอซอสบ้างเลยอ่ะ

    ไหนบอกจะทำทุกอย่างเพื่อราฟาเอลไง
    #3924
    0
  24. #3922 JipPy (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 01:24
    มาอัพแล้ววววววว





    ดีใจเวอร์ๆๆ มาอัพต่อเร็วนะค่ะ
    #3922
    0
  25. #3921 ionia (@gnobas) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 00:16

    เอ แล้วจะดีใจ(ที่อัพเร็ว)บนความทุกข์(ที่ใต้ฝุ่นเข้าดีไหมล่ะเนี่ย
    แต่ยังไงๆก็จะตามต่อไปแน่นอน

    #3921
    0