Raphael de l'air : เจ้าชายแห่งสายลม (ภาคพิเศษฉลองครบ10ปี)

ตอนที่ 69 : [Part 2] บทที่ 23 (+หนึ่งย่อหน้าที่ลงขาดไป)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    16 พ.ค. 53


23

 

                เฮือก!


 

                ร่างเล็กเหยียดเกร็ง  ก่อนจะดีดตัวขึ้นนั่งหอบหายใจถี่รัว    ดวงหน้าหวานสั่นไหวเห็นเป็นเงาตะคุ่มผ่านแสงจันทร์ยามค่ำคืน      คาเมลีผุดลุกขึ้นทิ้งขาลงข้างเตียง      หล่อนไม่อาจข่มตาหลับลงได้เลยในคืนนี้     ลางสังหรณ์ที่แม่นยำของหญิงสาวรบเร้าในเธอสาวเท้าเร็วและแผ่วเบาในเวลาเดียวกัน   เธอเดินท่ามกลางแสงสว่างอันน้อยนิดด้วยความชำนาญไปสู่ห้องข้างๆ    ทุกย่างก้าวเหมือนมีแรงดันจากด้านหลังให้เธอเคลื่อนที่ไปโดยไม่ลังเล     หญิงสาวหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูไม้ของห้องที่เจ้าขางหายตัวไปอย่างลึกลับเป็นเวลาหลายวัน    คาเมลีแนบหูเข้ากับประตูเพื่อฟังเสียงดังกุกกักเหมือนมีใครอยู่ข้างในด้วยหัวใจพองโต    หญิงสาวไม่รอช้าที่จะเปิดประตูที่ขวางกั้นสุดแขน

 

“อิ...!” ไม่ทันที่จะมีพยางค์อื่นใดหลุดจากปาก   ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเก้อก็หุบลง   หลังเห็นว่าในห้องนั้นไม่ใช่คนที่รอคอย   ทว่าเป็นเพียงนกคีรีบูนสีเงินตัวเล็กๆเพียงตัวเดียวเท่านั้น    เจ้านกน้อยคงหลุดเข้ามาจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ให้ลมโกรก     คาเมลีรู้สึกถึงความผิดหวังที่วูบไหว   แต่ก็เดินเข้าไปหาเจ้านกที่บินวนเวียนอยู่ทางหน้าต่างเหมือนหาทางออกไม่เจอ

 

“ดึกป่านนี้แล้วยังจะซนอยู่ในห้องนี้อีกนะเจ้านกน้อย” หล่อนพูดกับนกตัวเล็กๆ    ไม่คาดหวังจะให้มันเข้าใจ    แสงจันทร์ที่ตกกระทบขนสีเงินยวงสะท้อนต้องตาของหญิงสาวจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆ “สีขนเจ้านี้มันแปลกดีจัง”

 

นกน้อยยอมอยู่นิ่งๆให้หล่อนเขี่ยขนอ่อนนุ่มอย่างว่าง่าย   มันหันหัวไปมาเหมือนมองสำรวจรอบห้อง      คาเมลีที่ไม่อาจข่มตาหลับได้รู้สึกดีขึ้นที่มีเพื่อนแก้เหงายามวิกาล    จากนิ้วเล็กที่เขี่ยขนนุ่มอย่างเบามือเริ่มเปลี่ยนเป็นโอบอุ้มนกตัวอ้วนกลมไว้ในมือด้วยความระมัดระวัง    ระหว่างที่หล่อนกำลังประคองช้อนมันอย่างทุลักทุเล   นกน้อยก็ฉวยโอกาสหลบหนีออกจากพันธนาการตรงไปยังกองกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วใช้ปากคีบกระชากออกมาแผ่นหนึ่ง

 

“เฮ้ย!” คาเมลีอุทาน   รีบถลาตัวไปจับเจ้านกเจ้าปัญหาที่ทำตัวนกรู้คีบเอาสรุปรายวิชาที่เธอคัดลอกมาเพื่ออิลเลเชียไป    ร่างเล็กเม้มริมฝีปากแน่นมองเจ้าตัวที่ก่อนหน้าเธอจะมานั้นหลงอยู่ในห้องหาทางออกไม่เจอนานสองนานบินพลิ้วผ่านช่องว่างที่หน้าต่างออกไปได้อย่างชำนิชำนาญ   เหมือนมันจะฉลาดขึ้นทันควันอย่างไรอย่างนั้น    คาเมลีขยี้หัวที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการบิดพลิกตัวไปมาบนที่นอน    บังเอิญว่าเอกสารนั้นมันก็ไม่ใช่ของเธอทั้งหมดเสียด้วย   มันมีหลายแผ่นที่หยิบยืมจากรุ่นพี่ที่เคยทำรายงานหัวข้อนั้นมาก่อน     เด็กสาวรีบวิ่งตามทิศที่เจ้านกบินออกไปเมื่อครู่โดยไม่ต้องสงสัย    หล่อนกระโจนลงบันได   คว้าเอาเสื้อคลุมที่แขวนอยู่บนราวตะขอข้างประตู   ใส่รองเท้าเหยียบส้น  แล้วรีบวิ่งออกจากบ้าน     แม้เธอจะรู้ตัวในวินาทีถัดมาว่ามันยากเหลือเกินที่จะหานกตัวเล็กๆตัวหนึ่งท่ามกลางยามค่ำคืนแบบนี้

 

คาเมลีเดินหน้าหาต่อไปเรื่อยๆ   ด้วยความกังวลปนรู้สึกผิดท่วมท้นต่อรุ่นพี่ที่เธอคงต้องบากหน้าไปขอโทษเรื่องรายงานที่หน้าไปหนึ่งแผ่น    ก่อนดวงเนตรกลมจะเบิกกว้างขึ้นแล้วหรี่ลงเพ่งมองอย่างรวดเร็ว     เป็นโชคของเธอที่นกคีรีบูนตัวนั้นมีขนสีเงินสว่างที่สะท้อนแสงจันทร์ดีเหลือ    เธอจึงเห็นมันเกาะนิ่งเป็นหุ่นตั้งโชว์บนกิ่งไม้

 

หากเมื่อเธอเคลื่อนกายเข้าใกล้   มันก็บินไปเกาะอีกต้นหนึ่งร่ำไป   จากต้นหนึ่งสู่อีกต้น   จนตอนนี้คาเมลีล้ำกายออกจากบ้านไกลกว่าที่คาด    เธอมุ่งเป้าไปที่นกคีรีบูนน้อยจอมป่วนโดยไม่สนใจว่าเธอมาไกลแค่ไหน   หรือว่าเธอกำลังจะไปสู่ที่ใด   ท้ายสุดเธอก็ค้นพบว่าตัวเองล่วงล้ำเข้ามาในสวนสวยที่ไม่คุ้นเคย    คาเมลีมองไปรอบๆ    สถานที่ในอาเดเลทด์ที่หล่อนไม่เคยล่วงล้ำไปนอกจากเงาสุริยันและแสงจันทร์แล้วก็มีที่พักของศาสตราจารย์    ต้นไม้พันธุ์หายากแปลกตารอบกายเป็นเสมือนคำบอกใบ้ว่าสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้คงไม่พ้นสวนของท่านอธิการ

 

หากเป็นเวลากลางวันเธอคงหันหลังกลับอย่างไม่ต้องคิด    แต่เพราะยามนี้เป็นยามนิทราของใครหลายๆคน   โดยเฉพาะหลายคืนนี้สภากลางไม่อยู่โรงเรียน   การตรวจเวรยามจึงหละหลวมลงหลายส่วน    หล่อนกลั้นแข็งใจเดินสำรวจในสวนต้องห้ามด้วยใจระทึก


 

เพล้ง!


 

คาเมลีที่ระวังตัวอยู่แล้วสะดุ้งโหยง   หันขวับไปยังทิศทางที่มีของตกแตก    ความคิดในแวบแรกหล่อนกลัวเหลือเกินว่าเจ้าของสวนนี้จะดันหายป่วยไข้แล้วลุกจากนิทรามาเจอเธอที่บุกรุกเข้ามาพอดี    หากในความคิดต่อมาเสียงของที่ตกแตกนั้นทำให้หล่อนกลับรู้สึกห่วงท่านอธิการขึ้นมา   สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยแบบนั้นคงจะทำอะไรไม่ได้มากนัก   หญิงสาวยืนเก้กังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง   เธอเหลียวซ้ายแลขวางุ่นง่าน    ก่อนจะถอนหายใจหนัก   ตรงดิ่งเข้าไปยังหน้าต่างที่เปิดแง้มทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ     ครั้งแรกในชีวิตกับการปีนเข้าห้องผู้ชายยามดึก    สาวน้อยถอนหายใจอีกรอบ    ทำไมเธอต้องมาทำตัวเยี่ยงโจรกับเจ้าของโรงเรียนนี้ด้วยนะ

 

คาเมลีกระโดดเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงบ   ร่างของบุคคลที่หล่อนกลัวยังทอดนิ่งอยู่บนเตียงราวไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น    หากไม่เห็นซากตุ๊กตาเซรามิคที่ประเมินราคาได้หลายเหรียญอยู่   สาวน้อยคงต้องนึกว่าตัวเองหูฝาดไปเองแน่ๆ    ว่าแล้วก็เดินไปสำรวจที่เกิดเหตุ     สิ่งของมันคงไม่อยู่ๆตกลงมาแตกเองแน่นอน     ประเด็นคืออะไรทำให้มันตกลงมา    ไม่ช้าหล่อนก็ได้คำตอบ  หลังได้ยินเสียงพึ่บพั่บและสัมผัสของอะไรบางอย่างบินเฉียดศีรษะไป    

 

คู่กรณีของหล่อนนั่นเอง    นกตัวดีบินไปเกาะบนตัวท่านเมลล์ฮาว    คาเมลีสบถเจ้านกไม่รู่ที่ต่ำที่สูงในใจ     มันช่างแสนรู้เสียจนคาเมลีนึกอยากจับมาต้มซุป   เสียแต่หล่อนไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำปานนั้น

 

เอาก็เอาวะ... คาเมลีคิดอย่างลังเลเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบภายในหนึ่งคืน     อย่างไรท่านเมลล์ฮาวก็คงยังไม่ฟื้นง่ายๆ     หล่อนค่อยๆย่องเข้าไปใกล้เตียงที่เจ้านกน้อยใช้หลบภัย   คาเมลีเว้นระยะห่างช่วงหนึ่งเตรียมตะครุบนกน้อยที่ไม่ยอมขยับหนีไปไหน   ทันทีที่หล่อนพุ่งมือเข้าไปหมายฉกกระดาษใบสำคัญ   มันกลับปล่อยของที่มันขโมยมาจากหล่อนแล้วบินหนีไปเสียทั้งอย่างนั้น    คาเมลีนิ่งคางอยู่ชั่วขณะ   ไม่เข้าใจพฤติกรรมของสัตว์โลกขึ้นมาตงิด   บทจะมาก็มา  บทจะไปก็ไปเสียดื้อๆ    มือเล็กหารู้ตัวไม่ว่าเผลอวางมือทับอยู่บนกายของเจ้าของเตียง   จนกระทั่งไอร้อนถูกส่งผ่านผ้าเนื้อบาง    คาเมลีจึงได้ชักมือกลับราวต้องของร้อน     สาวน้อยขวับคิ้วมุ่น    ไวกว่าความคิด   เจ้าตัวเล็กวางมืออีกรอบครั้งนี้บนหน้าผากกว้างบนดวงหน้าไร้แว่น

 

“ตายล่ะ!” อุทานเสียงลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่มากกว่าปกติ     งานเข้าจริงๆล่ะคามี่เอ๋ย...บ่นอุบอิบกับตัวเอง   ครานี้เวลาที่หล่อนไม่รู้จะทำอะไรต่อของจริง     ทักษะการดูแลตัวเองของหล่อนก็พอมี   แต่จะให้เผื่อแผ่ไปยังผู้ป่วยอาการหนักเพราะศาสตร์มืดเห็นจะไม่รอด     ศิษย์ในสำนักเอทรีสกรอกตา   อะไรทำให้หล่อนต้องมาบังเอิญเจอคนคนนี้ตอนสำคัญทุกทีนะ   การมานั่งเฝ้านอนเฝ้าท่านเมลล์ฮาวเมื่อเช้าทำให้หล่อนคุ้นชินกับข้าวของในห้องนี้พอสมควร     เธอจึงเดินเข้าห้องน้ำไปตักน้ำมาเช็ดตัวท่านอธิการอย่างรู้งาน     แม้ไม่รู้ว่ามันจะช่วยดับร้อนจากไข้ที่เกิดจากมนต์ดำได้ไหม    แต่นั่นก็คงดีกว่าไม่ทำอะไรเลย     เรื่องของเรื่องคือเธอยังนึกไม่ออกว่าควรไปตามใครที่ไหนให้มาจัดการต่างหาก

 

หล่อนค่อยๆเช็ดร่างร้อนราวไฟรนอย่างเบามือ    กลัวแต่จะเผลอทำอะไรให้ร่างตรงหน้าอาการทรุดหนักไปกว่าเดิม   แต่แล้วดวงเนตรสีเข้มก็เบิกโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจนสาวน้อยที่แปลงร่างเป็นพยาบาลจำเป็นสะดุ้งโหยง     คาเมลีกระตุกมือกลับอย่างระแวดระวัง   ทว่าท่านเมลล์ฮาวที่ทำท่าจะตื่นกลับปรือตานอนต่อราวเมื่อครู่ท่านยอดเมธีเพียงละเมอเท่านั้น    นักเรียนสาวเอามือทาบอกถอนใจโล่ง   หล่อนวางมือแนบหน้าผากของท่านจอมปราชญ์อีกรอบเพื่อตรวจสอบดูว่าอุณหภูมิของร่างกายลดลงบ้างหรือยัง   หล่อนจะได้รีบออกไปจากสถานการณ์อึดอัดนี่เสียที     หากหล่อนต้องใจหายใจคว่ำอีกคราเมื่ออุณหภูมิที่สูงราวไฟลนของร่างที่ทอดสงบรงหน้าจะไม่เพียงลดลง   ทว่าร่างนั้นกลับเย็นเฉียบไม่ผิดกับซากศพ


 

“เฮ้ย!!” สาวน้อยอุทานไม่สมตัว   ใจที่แป้วอยู่แล้วห่อลีบลงทันที    หล่อนเขกหัวตัวเองน้อยๆ “โอ๊ย...คามี่เอ๋ย ตาย ตาย ตาย   ทีนี้จะวิ่งไปบอกใครดีล่ะเนี่ย”

 

ระหว่างที่หล่อนกำลังคิดอย่างวิตกกังวล   ร่างสูงของผู้ที่สร้างปัญหาหนักอกหนักใจให้กลับลืมตาขึ้นมาอีกครา   ครั้งนี้ท่านอธิการฉวยมือเล็กไปบีบแน่น “ช่วย...ด้วย...”

 

สาวน้อยผงะ   จะสะบัดมือทิ้งก็ไม่กล้า   คาเมลีเหวอหนักทำอะไรไม่ถูก “ท...ท่านเมลล์ฮาว”

 

“ช่วย...ด้วย...” เสียงแหบพร่าพยายามย้ำอีกครั้ง     ดวงเนตรปรือหรี่   หากเจ้าตัวยังฝืนไว้ดูทรมาน  จนคาเมลีรีบดึงสติกลับมา   ไต่ถามด้วยความเป็นห่วง “ช่วยอย่างไรคะ?”

 

“อย่า..ให้...ผมหลับ” มือแกร่งที่ออกแรงบีบเธอจนเจ็บคลายออกอย่างหน้าใจหาย   ท่านเมลล์ฮาวเหมือนกำลังพยายามต่อสู่กับอะไรบางอย่างที่เธอมองไม่เห็น    คาเมลีเห็นร่างของจอมปราชญ์กึ่งหลับกึ่งตื่นอีกครั้งก็เขย่าอย่างกล้าๆกลัวเรียกสติของอีกฝ่ายตามที่ขอ   แม้จะยังไม่ค่อยรู้เหตุผลนั้นก็ตาม    หญิงสาวลืมไปเสียสนิทว่าหล่อนมาอยู่ในห้องนี้เพราะอะไร    เจ้าของห้องที่กำลังต้องการการช่วยเหลือฝืนตัวเองจิกเล็บที่มือตัวเองจนหนังอ่อนบางฉีกเป็นรอย  แม้แต่คนดูยังแสบแทน     คาเมลีที่ปกติใจกล้า   วันนี้กลับรู้สึกปอดจนไม่กล้าถลาเข้าไปห้ามท่านอธิการที่กำลังทำร้ายตัวเองอย่างที่คิด

 

“...มีด...” คนกำลังออกแรงทำร้ายตัวเองเอ่ยขึ้น   คาเมลีอ้ำอึ้งอย่างไม่แน่ใจ   จนเสียงเข้มสั่งอีกรอบเสียงกระชากห้วน “เอามีดมา....”

 

คาเมลีอยากจะร้องไห้   ท่านอธิการของเธอเกิดตกมันอะไรขึ้นมา   ขนาดไม่มีอาวุธยังทำตัวเองเลือดออก   แล้วถ้าของมีคมเข้ามีอะไรจะรับประกันได้ว่าเจ้าตัวจะไม่เชือดคอตัวเอง    หล่อนไม่แน่ใจว่าควรทำตามคำสั่งของคนที่โดนมนต์ดำดีหรือไม่ “คุณคาเมลี...เชื่อผม...เอามีดมา”

 

เสียงเรียกชื่อที่หล่อนไม่คิดว่าบุคคลชั้นสูงจะจดจำชื่อของเธอได้ดังเข้มอ่อนลงกว่าเดิม   สวนทางกับเล็บที่ยังฝั่งจมในเนื้อขาว   คาเมลีลอบกลืนน้ำลายเอื้อก     หามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนถาดผลไม้มุมหนึ่งของห้องมาส่งให้ด้วยความลังเล   ท่านเมลล์ฮาวรับมีดมา  มือแกร่งสั่นเทา    คาเมลียืนอยู่ข้างๆดูเหตุการณ์ด้วยใจระทึก   เตรียมพร้อมเข้าไปเยื้อแย่งโลหะมีคมออกมาทุกเมื่อหากเห็นท่าไม่ดี    หากหล่อนเก่งกล้าพอจะต่อกรกับอัจฉริยะแห่งอาเดเลทด์ได้นะ    หล่อนคิดหาทางหนีทีไล่ที่มีไม่มาก   ที่เข้าท่าสุดคงจะเป็นหาของแข็งทุบหัวท่านเมลล์ฮาวจนสลบแล้วรีบไปตามใครสักคนมาคุม


 

ปึ้ก!

 


เร็วกว่าที่คาเมลีจะทันรู้ตัว   ความคิดแวบแรกของเธอสัมฤทธิ์ผลโดยที่เธอไม่แม้แต่จะกระดิกนิ้ว   ร่างสูงสง่าโงนเงนก่อนจะล้มพับไปกองบนเตียงอย่างหมดสภาพคาตาของสาวน้อย    ร่างคุ้นเคยของใครบางคนปรากฏอย่างไร้ที่มาที่ไป ณ เบื้องหลังของจอมคนแห่งอาเดเลทด์    สตรีสูงระหงส์ลดมือที่ใช้สับต้นคอของท่านอธิการจนหมดสติลงข้างลำตัว    เนตรไร้อารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์แปลกตาด้วยสีม่วงสว่างเรืองกล้าสะกดร่างเล็กของคาเมลีให้ยืนนิ่งแข็งอย่างไม่กล้าแม้เปล่งเสียงเพียงนิด

 

“...” ริมฝีปากบางปราศจากสีเลือดขยับหากไร้เสียงใดลอดออกมา  เนตรสีอเมธิสต์จึงไหววูบลงเพียงชั่วขณะ   หากมากพอที่จะทำให้สาวน้อยหลุดจากมนต์สะกดแห่งนัยน์ตาอันเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง    เสียงหวานสดใสจึงดังขึ้น

 

“อิลเลเชีย?” ท้ายเสียงตวัดขึ้นอย่างแปลกประหลาดใจกึ่งไม่มั่นใจ    คาเมลีกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงลำคอ   ความรู้สึกที่มึนตื้อเริ่มเลือนหาย    ความเป็นตัวของตัวเองจึงกลับมาอีกครั้ง   

 

“อิลเลเชีย” หล่อนย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม   แม้คนตรงหน้าจะปรากฏกายด้วยบรรยากาศที่มืดมนเย็นเยียบหนักกว่าเก่า   หรือแม้แต่จะมีสีดวงตาที่แตกต่างไปจากเดิมสักเพียงใด   โครงหน้าและสายสัมพันธ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็ยังคงทำให้หล่อนจำคนตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ   

 

เพื่อนสนิทที่หายตัวไปเป็นเวลานานไม่กล่าวแม้เพียงคำ   ทว่าดวงเนตรกลับเฉยชาและแข็งกร้าวตามเดิม   เพียงเจอหน้ากันคำถามที่คิดจะซักไซ้ไต่สวนคนพูดน้อยให้ปริปากตอบให้จนได้   โทษฐานที่ทำให้เป็นห่วงกลับถูกกลืนหาย   เหลือเพียงคำทักทายสั้นๆเท่านั้น “กลับมาแล้วเหรอ?”

 

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดครั้งนี้เพียงเห็นหน้าของเพื่อนสนิท   เพียงสบเนตรสีแปลกตาคู่นั้น  กลับทำให้คาเมลีกลับรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาถนัดใจ    สมองของเธอมึนตื้อเมื่อดวงหน้างดงามผินไปมองทางหน้าต่าง    เสียงกังวานดังแผ่วเบาจากสถานที่ห่างไกลแว่วเข้าหูของคาเมลี

 

“ดูแลทุกคนด้วย...เข้มแข็งไว้นะ” เพียงได้ยินหล่อนก็รู้ทันทีว่าเป็นเสียงของใคร   หากเจ้าของเสียงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าหล่อนกลับมิได้ขยับริมฝีปากแม้แต่น้อย    น้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ไหลรินลงมาโดยไม่รู้ตัว    หล่อนไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น    แม้แต่ร่างของเพื่อนสนิทที่รอคอยหายไปต่อหน้าต่อตา   หรือแม้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงภาพลวงตาอันชัดเจน   สิ่งที่คาเมลีรู้มีเพียงอย่างเดียว

 

เพื่อนของเธอจะไม่กลับมาอีกแล้ว...


 

----------------------------------------------------------------------


 

                ราฟาเอลจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนเขายังพิศวงตนเอง    พยายามคิดว่าเขาคงเหนื่อยมากเกินไป   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนทำให้เขาไม่อยากจะหลับ    ตลอดคืนเขาติดต่อกับฟรูฟเพื่อแจ้งข่าวความเคลื่อนไหว   พร้อมได้ข่าวใหม่อันน่าตระหนกที่ใจหนึ่งก็ได้คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว     ท่านเมลล์ฮาวในเวลานี้กลายเป็นเจ้าชายนิทราเพราะมนต์ดำเกือบจะเวลาเดียวกับที่เขาโดนเล่นงานด้วยเวทจำพวกเดียวกัน    ต่างกันตอนที่เขายังรู้สึกตัวและควบคุมร่างตัวเองได้จนถึงเวลานี้

 

เจ้าชายหนุ่มเหม่อมองลอดช่องสี่เหลี่ยมของหน้าต่างเครื่องบิน   ทอดความคิดว่างเปล่าผ่านกลีบเมฆสีขาวสุดลูกหูลูกตา    รัชทายาทแห่งซายน์สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกริ่งขออนุญาตก่อนเปิดประตู  ราฟาเอลหันไปทางต้นเสียง

 

“เรื่องที่ทรงรับสั่งไปเรียบร้อยหมดแล้วเพคะ” เจ้าหน้าที่เอฟพีเอที่เขาสนิทที่สุดในฐานะที่ลุ้นให้ลงเอยกับน้าชายของตัวเองหลายต่อหลายคราดังขึ้น   

 

“องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งว่าจะทรงรับรองอาคันตุกะอย่างดี   และทรงเตรียมความพร้อมทางซายน์ไว้หมดแล้ว    นอกเหนือไปจากนั้น...” แม้น้ำเสียงจะขาดความต่อเนื่องไปเพียงชั่วเสี้ยววินาที   ราฟาเอลก็จับสังเกตได้   จึงได้ลอบสำรวจอารมณ์แปลกประหลาดที่สื่อออกทางใบหน้าอย่างปิดไม่มิดของเจ้าหน้าที่เอดิธ “องค์จักรพรรดิและท่านซามูเอลทรงมีรับสั่งให้ในภารกิจครั้งนี้ให้องค์ชายประทับอยู่ในยานอย่าได้ออกไปพบใครที่อาเดเลทด์   โดยมีหม่อมฉันเป็นองครักษ์ชั่วคราวแทนราชองครักษ์โดรันโก”

 

ราฟาเอลเพียงพยักหน้ารับ   โดยไม่ลืมส่งยิ้มอ่อนพร้อมคำขอบคุณปิดท้าย   เจ้าหน้าที่สาวแกร่งห้าวมีแวววิตกเล็กน้อย  ก่อนกล่าวรายงานต่อ “ส่วนเรื่องพระคู่หมั้น... องค์ราชินีทรงรับสั่งว่าเมื่อถึงที่ซายน์ค่อยว่ากัน   ราชสกุลฮีลเวียนด์ไม่จำเป็นต้องมีบารมีของราชสกุลใดส่งเสริมอีก   หากองค์รัชทายาทเลือกพระคู่หมั้นด้วยเหตุผลนี้ขอให้เลิกล้มดำริเสียเพราะพระนางจะไม่ยินยอมด้วยเด็ดขาด    ส่วนองค์จักรพรรดิทรงตรัสว่าอย่าพระทัยดีเกินเหตุ   หากทรงเลือกใครบางคนด้วยความเห็นพระทัยก็ขอให้ล้มเลิกเสีย   พร้อมสำทับว่าอย่างอื่นบริจาคทำการกุศลได้  แต่ชื่อเสียและหัวใจขององค์รัชทายาทเองอย่านำไปบริจาคเป็นทานแก่ใครเด็ดขาด   และท้ายสุดองค์หญิงกาเบรียลมีรับสั่งว่า...”

 

ราฟาเอลยิ้มแห้งลงเมื่อได้ยินรับสั่งเสียดแทงใจดำอย่างรู้ทันของบุพการีทั้งสององค์ที่รู้จักเขาและความสัมพันธ์ของเขาที่มีต่อว่าที่ลูกสะใภ้แบบถึงแก่นแม่มิได้เห็นตัวจริง  จนนึกพิศวงเป็นนักหนาว่าใครกันที่เป็นคนทูลเรื่องนี้ให้ทราบ    ก่อนจะแทบหน้าคะมำเมื่อได้ยินรับสั่งจากเสด็จพี่กาเบรียล

 

“อยากเห็นหน้าผู้หญิงพูดน้อย เย็นชา หน้าสวยมาก  ที่ซายน์มีลูกคุณหนูเยอะ  ไม่ต้องเอากลับมาแล้ว”

 

ถ้าให้ราฟาเอลเดา   ครอบครัวของเขาคงแอบฝากอนาคตของตำแหน่งพระคู่หมั้นไว้กับอิลเลเชียที่ตอนนั้นราฟาเอลเล่าให้ฟังว่าเป็นผู้ช่วยเขาจากอดีตผู้นำผู้วิเศษธาตุลมเป็นแน่   นอกเหนือไปจากนั้นยังต้องมีการสัมภาษณ์หาข้อมูลพิเศษนอกรอบจากเจ้าองครักษ์หน้าหวานด้วยแน่นอน

 

แล้วเสด็จพ่อ เสด็จแม่ก็มองเขาออกไปไม่ยากว่าเขามิได้มีใจผูกพันใดๆกับเซเรน่า    แม้สันนิษฐานของเสด็จพี่กาเบรียลจะผิดแผกจากความจริงไปบ้าง    ราฟาเอลเคยปฏิเสธไปหลายครั้งแล้วว่ามิได้มีใจนอกเหนือสหายต่อหญิงสาวที่ทำให้เขาคิดถึงอยู่หลายครั้งหลายครา   โดยเฉพาะช่วงหลังที่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อจิตใจและความคิดของเขาจนเกินควร

 

ราฟาเอลเม้มปาก   แม้ตอนนี้เขาก็ยังคงคิดถึงดวงหน้าสงบนิ่งตลอดเวลา   เขาก็ยังคงยืนยันความคิดเดิมว่ามิได้เผลอคิดเกินเลยแต่อย่างใด

 

“องค์รัชทายาท?” เสียงเรียกของเอดิธ   ดึงเจ้าฟ้าผู้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวให้สะดุ้งอีกครั้ง “ทรงมีแผนการอย่างไรบ้างเพคะ”

 

ราฟาเอลพยักเพยิดหน้าเป็นเชิงขอโทษ   ก่อนจะให้รับสั่งอย่างรวดเร็ว “เชิญอาคันตุกะทั้งหมดของเรามาที่ห้องนี้เถอะครับ   ผมจะอธิบายแผนการทั้งหมดทีเดียว”

 

เอดิธรับคำ  แล้วทำความเคารพก่อนจะออกไปปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว    ราฟาเอลถอนหายใจอีกครั้ง   นับแต่นี้สหายในอาเดเลทด์จะเป็นอาคันตุกะของซายน์  และเขาก็เป็นเจ้าฟ้าของซายน์    จะให้พยายามอย่างไรก็คงหลีกเลี่ยงกำแพงบางๆที่กำลังชัดเจนขึ้นมิได้

 

กำแพงที่ทุกคนมีไว้กันรอบตัวเองยามมีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่น   ไม่ว่าผู้นั้นจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเพียงใดก็ยังต้องมีกำแพงที่ตัวเราสร้างไว้ป้องกันสิ่งที่สำคัญกว่า  หรือความลับบางเรื่อง    สำหรับราฟาเอลกำแพงที่เกิดจากความเป็นชาวซายน์โดยสายเลือดและความเป็นราชสกุลฮีลเวียนด์นั้นกำลังจะชัดเจนขึ้น   นับจากนี้ที่ทุกคนจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของซายน์และความน่ากลัวของเทคโนโลยีนั้นเขาไม่อยากจะโผล่หน้าไปให้ใครจากเอทรีสเห็นนัก

 

เพราะเขายังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำหน้าที่สหายที่ดีไปเคียงคู่กับรัชทายาทที่ดีได้หรือไม่

 

.......


.....................

 


               
เป็นแผนที่จะพูดว่าเป็นแผนก็ใช่  จะว่าไม่เป็นก็ใช่    ขนาดอัจฉริยะอย่างรีองยังอดหน้านิ่วคิ้วขมวด   แต่ก็แย้งอะไรไม่ออก   ก็อย่าว่าคนสมองระดับปานกลางจนถึงรากหญ้าอย่างเขาเลย   มิเกลโครงศีรษะหลังเดินมาด้วยความลุ้นและตื่นเต้นท่ามกลางความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในทุกสิ่งที่มีรูปทรงแปลกพิลึกตา   นับแต่อะไรบางอย่างที่ทำให้ความฝันของมนุษย์ที่เวทลมไม่แข็งพอจะทำให้ตัวองลอยได้บนท้องฟ้าสูงๆได้โบยบินขนาดใหญ่มารับพวกเขา   จนถึงช่องอะไรก็ไม่รู้ที่สร้างลมเย็นๆ   แสงสว่างที่ไม่ได้เกิดจากไฟ   รุ่นพี่ราฟาเอลอธิบายแล้วแต่มิเกลจำได้ไม่หมด   ความจริงที่จำได้บางส่วนบวกกับการรวบรัดสรุปแบบมึนงงของตัวเองทำให้มิเกลสรุปเอาเองว่ามันคือไฟจากฟ้า  เพราะไม่ต้องไม่ต้องใช้ทั้งน้ำมัน หรือเชื้อเพลิง   แต่สว่างนวลตาและสวยงามกว่าแสงจากเทียน ตะเกียง หรือคบเพลิงใดที่เคยเห็น    แล้วไหนจะวัสดุแข็งตะปุ่มตะป่ำที่กดแล้วสั่งการให้ประตูเปิดปิดได้  เปิดไฟ  เปิดกล่องเพลงที่มีเพลงมากมายก็ได้

 

เพียงไม่กี่นาทีมิเกลก็อดคิดไม่ได้ว่าเกิดเป็นคนซายน์นี่คงสบายน่าดู   ไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไรมากมาย   แค่กดนู่นจิ้มนี่   ทุกอย่างก็แทบมาประเคนตรงหน้า    ร้อนก็ปรับได้ หนาวก็ปรับได้  มืดก็ปรับได้  สว่างก็ปรับได้   แบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่ค่าเข้าเมืองสูงจนเขาขายทรัพย์สินทิ้งหมดทั้งตระกูลยังเข้าไปไม่ได้    ไม่รู้ที่ติดร่างแหมากับลูกคนใหญ่คนโตครั้งนี้ในฐานะอาคันตุกะระดับประเทศแบบนี้มันเป็นเพราะความโชคดีที่พร้อมความโชคร้ายของเขามันมีมากกว่าหรือไม่   อย่างไรก็ตามมิเกลไม่ได้เปิดหูเปิดตานาน  ก็มีคนในเครื่องแต่งกายแปลกตา  แต่รัดกุมเรียบร้อยมาตามให้เขาไปรวมตัวกับทุกคนเพื่อพบเจ้าบ้าน

 

รุ่นพี่ราฟาเอลยังคงดูน่าเคารพ   แต่ในความคิดของเขาร่างสง่าดูซูบและซีดเซียวขึ้นทุกวัน    มิเกลว่าพี่ราฟาเอลคงจัดอยู่ในประเภทคนบ้างานอย่างไม่ต้องสงสัย    สังเกตจากตั้งแต่รู้จักกันมารุ่นพี่เป็นคนเดียวที่ไม่เคยบอกปฏิเสธใครเลย    ไม่ว่าจะมีงานอะไรหากอยู่ในความรับผิดชอบของพี่เขา   พี่จะจัดการได้เรียบร้อยทุกงาน  และหลายงานพร้อมๆกันจนไม่น่าเชื่อว่าพี่แกเอาเวลาไหนไปหลับไปนอน   แต่จะว่าไปก็ไม่ต่างจากพี่รีองที่ไปแวบไปมาระหว่างหมู่บ้านผู้วิเศษ อาเดเลทด์ และโทรเมลิน   มิเกลเคยลองนึกตารางการทำงานและการเดินสายของพี่แกแล้วมึนแทน

 

บางทีความสามารถในการจัดตารางชีวิตของเจ้าชายอาจจะเป็นความลับอย่างหนึ่งของพระเจ้า?

 

มิเกลก็ไม่อาจทราบได้   เพราะไม่เคยเป็นเจ้าชายมาก่อน   และไม่คิดอยากจะเป็นหลังเห็นชีวิตที่ลำบากลำบนยิ่งกว่าคนหาเช้ากินค่ำ    เด็กหนุ่มเผลอถอนใจกับตัวเอง   คนหาเช้ากินค่ำหาเพื่อเลี้ยงตัวเองกับครอบครัว   แต่เจ้าชายพวกนี้หาเพื่อเลี้ยงคนทั้งประเทศจนตัวเองแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน     อยู่เป็นคนธรรมดาบ้านๆแบบเขานี้แหละสบายสุด    ตื่น   กินอาหารให้ครบห้าหมู่  ขอให้ทั้งวันราบรื่น และนอนหลับให้เต็มอิ่ม  มีชีวิต  มีครอบครัวที่อบอุ่น  แค่นี้ก็สุขจนไม่รู้จะสุขอย่างไรแล้ว

 

พูดถึงเรื่องความสุข  บางทีเขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่านี่เป็นสิ่งเดียวที่เขาเหนือองค์ชายทั้งหลาย    อย่างน้อยตั้งแต่รู้จักกันมาเขามั่นใจว่าสีหน้าขององค์รัชทายาททั้งสองดูไม่ได้มีความสุขนัก   ถึงคนหนึ่งจะยิ้มอยู่ตลอดเวลาก็ไม่เห็นจะดูมีความสุขตรงไหน    ทั้งที่การยิ้มมันควรมีไว้เพื่อแสดงความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข   แต่ทำไมพี่ราฟาเอลถึงใช้มันพร่ำเพรื่อจนเป็นเหมือนหน้ากากแบบนั้นนะ

 


ดวงหน้ารูปสลักมีรอยยิ้มเหนื่อยอ่อนอยู่บนใบหน้ายามให้กำลังใจทุกคนก่อนจะออกไปปฏิบัติตามแผนการที่วางไว้   พี่ราฟาเอลสบตาทุกคนจนมาชะงักที่เขา “มิเกล”

 

เสียงทุ้มทักด้วยสีหน้าเอ็นดูปนอ่อนใจ   พี่ราฟาเอลเป็นคนใจดีและให้อภัยเขาเสมอไม่ว่าเขาจะเคยทำผิดพลาดจนน่าดุกี่หน   ขนาดพี่เซเรน่ายังเคยหลุดมาดขึ้นเสียงกับเขาตั้งสองสามครั้ง   คิดถึงพี่เซเรน่าแล้วมิเกลก็ขมวดคิ้ว “เราคิดไปเองรึเปล่านะว่าพี่แกจริงๆก็ร้ายใช้เล่น”

 

นั่นปะไร...

 

มิเกลสะดุ้งแล้วยกมือปิดปาก    พี่ราฟาเอลแสดงสีหน้าอ่อนใจหนักกว่าเดิม “ว่าแล้วเชียวโรคเรื้อรังเรานี่รักษาไม่หายจริงๆด้วย   เห็นช่วงหลังเงียบๆนึกว่าจะดีขึ้นแล้วเสียอีก”

 

“เพราะอย่างนี้ไงถึงให้มาด้วย” พี่รีองถอนหายใจพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

 

“ขอโทษครับ” เขารีบขอโทษรุ่นพี่คนอื่น   พยายามจะมองแค่รุ่นพี่ราฟาเอลคนเดียวไม่แสดงพิรุธให้พี่ที่แอบนินทาในใจสังเกตได้ “เฮ้อ...ดีนะที่ไม่ได้หลุดพูดชื่อ...”

 

“มิเกล” เสียงเข้มดุลึกมาพร้อมนัยน์ตาคมกริบจากรัชทายาทคนเก่งแห่งโทรเมลิน    พี่รีองเลิกสนใจเขาแล้วหันไปพูดกับพี่ราฟาเอลโดยทันที “ให้มิเกลอยู่ที่นี่ดีกว่าไหม?”

 

พี่รีองดูให้เกียรติการตัดสินใจของพี่ราฟาเอลมาก  เพราะยอมเป็นผู้ทำตามแผนของรุ่นน้องโดยไม่ขัด    ยกเว้นเรื่องของเขาเท่านั้น     ถึงจะเจ็บใจ    แต่ที่รุ่นพี่พูด   มิเกลก็เห็นด้วย    เขาไปนอกจากจะไม่สร้างประโยชน์แล้วยังเป็นตัวถ่วงอีกด้วย

 

“ไม่ได้หรอกครับ...มันจะเป็นเรื่องดีต่อเด็กคนนี้และเรามากกว่าถ้าปล่อยให้ครั้งนี้ได้ออกศึก”

 

“พูดเหมือนให้ไปตายเลยแฮะ”

 

พี่โนเอลหัวเราะเสียงดัง   คนอื่นยังมีการเก็บอาการโดยการเอียงหน้าหลบบ้าง   แม้แต่คนถูกจิกกัดด้วยความซื่อยังยิ้มขำ   ตรงข้ามกับคนหน้าดุโดยสิ้นเชิง   ไม่รู้ว่าพี่รีองโกรธเกลียดอะไรเขานักหนา   มิเกลชักเริ่มปลง   ไม่แน่ว่าโรคพูดทุกอย่างที่ลอยเข้ามาในหัวจะหายก่อน  หรือจะเลิกเกรงตาดุของพี่รีองก่อน     เท่าที่คิดไว้ตอนนี้มีแววว่าเขาจะชินชากับตาดุๆของรุ่นพี่เสียก่อน    เพราะถ้าเทียบกับตอนแรกที่เจอ   ก็นับว่าเกรงน้อยลงแล้ว

 

พี่ราฟาเอลกลับต่อคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงสบายๆ  แต่เนื้อหาไม่ได้สบายเหมือนน้ำเสียง “ก็...ถ้าพลาดคงได้ตายจริงๆน่ะ”

 

พระเจ้า...

 

มิเกลตาโต   ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตาม   เด็กหนุ่มก็อดบ่นอุบในใจไม่ได้   พี่แกเล่นบอกจะลอบปล่อยลงนอกโรงเรียน  แล้วให้อะไรไม่รู้เร็วๆไปส่งที่กำแพงอารักษ์  แล้วแยกเป็นสามทีมกระจายสามทางให้เวลาทีมละไม่เกินยี่สิบนาทีเพื่อพาตัวท่านเมลล์ฮาวมาที่จุดนัดพบนอกกำแพง   พี่ราฟาเอลจะคอยสั่งการผ่านเข็มสภา   อย่างนี้จะว่าลุยแบบมีแผนก็ใช่ แบบมั่วก็ใช่

 

“ครั้งนี้ก็เหมือนการเล่นหมากรุกครับ   มีกองทัพของเอทรีสไล่หลังเรามา   ประเด็นคือกองทัพพวกนั้นเป็นเพียงเบี้ย   เราไม่รู้ว่าเมเลซาร์วางอัศวิน และบิชอปไว้ที่ไหนบ้าง    ดังนั้นครั้งนี้ก็เป็นเหมือนการเล่นหมากรุกที่มีกระดานเป็นอาเดเลทด์ทั้งโรงเรียน    อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ   ดังนั้นผมจึงไม่อาจวางแผนที่รัดกุมมากกว่านี้ในความเลื่อนลอยได้   ต้องขอโทษด้วย” พี่ราฟาเอลพูดเหมือนรู้ความคิดของเขา

 

“คิดมาก...ถ้าเป็นนายต้องเป็นทางที่ดีที่สุดอยู่แล้ว   แถมรีองก็ไม่ได้ค้านอะไรยิ่งมั่นใจได้ชัวร์” พี่โนเอลตบบ่าพี่ราฟาเอล  คำพูดของรุ่นพี่ทำให้มิเกลแอบละอายในตัวเองไม่ได้ที่ไม่คิดให้ดี  แต่นินทารุ่นพี่ในใจ    หนุ่มน้อยได้แต่ขอขมารุ่นพี่หนุ่มเงียบๆ

 

“นี่เป็นทางที่ดีที่สุดแล้วล่ะ” พี่รีองพูดลอยๆพร้อมพยักหน้าให้พี่ราฟาเอล “ยังไงเด็กนี่ฉันจะดูแลเอง”

 

“ฝากด้วยนะครับ” พี่ราฟาเอลผงกศีรษะรับ   เขามองนาฬิกา “อีกห้านาทีเครื่องจะลงจอด   รถของทุกทีมเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วขอให้ทุกคนไปเตรียมตัวได้เลยครับ”

 

รุ่นพี่ราฟาเอลเปิดเบาะหนังตรงที่วางพักแขนของเก้าอี้หนังสีดำแสดงแผงกลไกที่ชาวซายน์เท่านั้นที่เข้าใจ  แล้วกดอะไรบางอย่าง   ก่อนจะมีเสียงดังกริ๊ก     พื้นรอบเก้าอี้ของทุกคนก็เปิดออก   ชาวเอทรีสมองซ้ายขวาด้วยความตกใจแบบเก็บอาการ   โลหะหุ้มหนังชนิดเดียวกับที่หุ้มเก้าอี้โผล่ออกมาจากที่วางแขนทั้งสองข้างของทุกคนอย่างไม่ทราบที่มาล็อคไม่ให้ใครขยับไปไหน   เก้าอี้หนังที่ทุกคนนั่งเลื่อนลงไปในช่องว่างที่พื้นอย่างนิ่มนวล     หัวใจของมิเกลเต้นโครมคราม

 

คนซายน์แค่นั่งบนเก้าอี้ก็ขึ้นลงระหว่างชั้นได้?!

 

เหนือไปกว่านั้นเขายังทึ่งไม่หายที่วิทยาการของซายน์ทำให้คฤหาสน์หลังหนึ่งลอยฟ้าได้  แถมยังเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วไร้เสียงได้เพียงนี้    ตลอดเวลาที่อยู่ในเครื่องอะไรบางอย่างมิเกลแทบไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเคลื่อนที่อยู่   เข้าใจเลยว่าทำไมเมื่อร้อยกว่าปีก่อนเอทรีสเกือบโดนซายน์กลืน

 

เมื่อครู่พวกเขายังอยู่ในห้องประชุมสี่เหลี่ยมที่เรียบหรูตกแต่งโทนไม้สีเข้มแกมแดงขัดเงาและผ้าม่านปักดิ้นทองจับระย้า    มีโคมไฟส่องแสงนวลตาอย่างทั่วถึงลงตัว   แต่บัดนี้พวกเขากลับอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมกว้างใหญ่ผนังสองข้างโค้งออกตามทรงของเครื่องที่พวกเขานั่งมา  และมีคนที่ไม่คิดว่าจะอยู่กันมากมายแบบนี้เดินไปมาบนพื้นโลหะที่ดูลื่นเงา   ทั่งห้องไม่มีการตกแต่งมากมายเพราะเต็มไปด้วยแผงเส้นสาย  สิ่งประดิษฐ์แปลกตา   ผู้คนที่เดินขวักไขว่อย่างเร่งร้อนราวสิบคนนั้นล้วนอยู่ในเครื่องแบบเดินกัน   พี่ราฟาเอลเพียงอธิบายสั้นๆว่านี่คือชั้นปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรถที่จะไปส่งพวกเขาถึงกำแพงอารักษ์   

 

มิเกลเองก็ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเป็นส่วนใหญ่    แต่เขาก็ไม่มีเวลาคิดนักเพราะหลังจากเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเข้ามาทำความเคารพรัชทายาทของพวกเขาและอาคันตุกะ   มิเกลก็ถูกดันไปเข้าในเครื่องอะไรบางอย่างที่เห็นพูดกันว่ามันคือรถแล้วบอกให้เอาสายผ้าสีดำๆคาดพาดจากบ่าไปถึงเอวอีกข้าง  แล้วเอาท่อนเหล็กที่ร้อยบนสายนั้นเสียบลงบนแท่น  พร้อมการสอนการใช้งานอย่างรวดเร็วว่าพอถึงที่หมายให้กดสีแดงบนแท่นนั้น

 

พอนั่งเรียบร้อยเพียงแค่ไล่มองหน้าผู้ร่วมเดินทางซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของซายน์หนึ่งคนนั่งด้านหน้าคู่กับพี่รีอง   ที่นั่งด้านหลังประกอบด้วยเขา  เอเวลีนนั่งกลาง และพี่โนเอลนั่งขนาบ  พี่ราฟาเอลโบกมือให้แล้วสาวเท้าจากไปทันที

วูบต่อมาเขารู้สึกเหมือนแสงจากภายนอกสาดเข้ามาจากช่องอะไรบางอย่างที่ถ้าให้เทียบคงคล้ายประตูยุ้งฉาง   ถ้าเช่นนั้นมันคงเป็นประตู   หลังจากนั้นมิเกลก็ตัวลอยพร้อมกระตุก  เขาเพิ่งรู้ตัวในขณะนั้นว่าเขาอยู่บนพื้นดิน และเขากำลังพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียวที่สุดในชีวิตจนลืมไปว่า   สิ่งที่น่ากลัวกว่ามันรอเขาอยู่ที่อาเดเลทด์ต่างหาก



------------------------------------------------------------


เต็มร้อยด้วยความเหนื่อยยาก

ขอบ่น+ระบายหน่อยเถอะ   อัดอั้นมากจนทนไม่ไหวแล้ว
ไม่เคยเครียดเรื่องเรียน ไม่เคยขยันเท่านี้ และไม่เคยร้องไห้เพราเรื่องเรียนมาก่อน
ทุกอย่างเกิดขึ้นมาเมื่อมาอยู่ที่นี่ค่ะ T^T 

อาจารย์คนญี่ปุ่นโคXรเฮี้ยบเลยค่า  เฮี้ยบจนอยากร้องไห้(ขออนุญาตหยาบเล็กน้อยแต่พอให้อารมณ์ถึงพริกถึงขิง)

แค่ยิ้มเชือดจนอยากร้องไห้นี่เถียนเจอมากับตัวเลย   ไม่นานมานี้น้ำตาแอบไหลเลย
ยิ้มพิฆาตชัดๆ T[]T ยิ้มโหด ยิ้มตาวาว กดดันกันด้วยรังสีทมิฬ
กรี๊ดดดดด  เถียนว่าเถียนเป็นคนถึก ทน แล้วนะยังร้องเลย

แล้วแบบเรียนแบบวางหนังสือข้างเตียงเลยค่ะ
กลับถึงบ้าน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน อาบน้ำ อ่านหนังสือ นอน ตื่นหกโมง(ต้องออกจากบ้านเก้าโมงยี่) อ่านหนังสือ กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว เหลือเวลาอ่านต่อ แล้วค่อยไปโรงเรียน

แถมอัดบทเรียนใส่ iTune iPod อยู่บ้านเปิดฟัง กินข้าว พับผ้า อยู่บนบัสเปิดฟัง  แบบพยายามมากกว่าตอนเอนท์อีก

แล้วผลสอบออกมาแบบ T[]T อย่าได้เซด  พลาดที่ความสะเพร่าของตัวเอง

เฟล เศร้า เจ็บใจ แค้น ว้ากกกกก(<สติแตก)
จะเอาร้อยเต็มมาให้ได้เลยคอยดู!!!


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
 แล้วพบกันนะคะ ^__^; สัญญาว่าจะพยายามหาเวลาอัพเต็มที่ค่ะ
(อย่างที่บ่นไปข้างต้น   T__T ตามนั้นแหละค่ะ)
ขอบคุณที่ยังรอคอย และติดตามเรื่องนี้อยู่เสมอค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

8,067 ความคิดเห็น

  1. #8014 mynyn (@natsukichan) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 23:16
    เอ็นดูมิเกล
    #8014
    0
  2. #5978 dlky (@plky) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 09:56
    ให้นู๋อิลเลโผล่มาแบบนี้อย่าโผล่ดีกว่าค่ะ มันยิ่งรู้สึกเศร้ายิ่งกว่าเดิม YwY
    #5978
    0
  3. #3863 ่jaae (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 18:50
    สู้ๆน้ะค้ะพี่ หนูเป็นกำลังใจใ้ห้ :)

    พักผ่อนเยอะๆน้ะค้ะ .
    #3863
    0
  4. #3670 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 16:44
    มาอัพต่าอเร้วๆน้า
    #3670
    0
  5. #3669 nonae (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 19:32
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อิลเลๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3669
    0
  6. #3668 taatoo_0_ (@numnimtaatoo) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 16:15
    ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    พี่เถียนนี้เก่งจิงๆๆ
    #3668
    0
  7. #3665 jo_da (@Da_yuki) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 / 17:55
    สู้ๆๆ ^_^ พยายามเข้านะจ๊ะ \^-^/ เราอ่านในหนังสือแล้วชอบ
    เลยมาให้ดูในเว็บไม่นึกว่าจะเจอจิง? 
    อิอิอิ  สนุกมาจ้า
    มาอัพเร็วๆๆนะจ๊ะ
    #3665
    0
  8. #3661 lekwan (@lekwan) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2553 / 10:26
    พี่เถียน ไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างอื่นแทนเหรอค่ะ
    หรือเลี้ยงหลานของน้อยอืดก็ได้
    จะได้ช่วยเลี้ยงง่ะค่ะ
    หรือจะมาช่วยเล็กเลี้ยงก็ได้นะค่ะ
    ตอนนี้เล็กเลี้ยง LOVE ลิงน้อยแสนซนอยู่ค่ะ
    #3661
    0
  9. #3658 หนอนน้อยรักการอ่าน(นิยาย) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 13:08
    พี่เถียนคะ สู้ๆนะคะ

    หนูจะเป็นกำลังใจให้ค่ะ

    ไม่ต้องเครียดนะคะ

    ถือว่าลำบากวันนี้ สบายวันหน้าแล้วกันนะคะ

    ไม่มีสิ่งไหนยากเกินความพยายามของมนุษย์หรอกคะ



    ป.ล สู้โว้ย

    ป.ล นิยายสนุกมากมาอัพมาม่า เอ้ย ไวไว นะคะ
    #3658
    0
  10. #3655 Pen (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 / 11:16
    มาส่งกำลังใจให้เถียนค่ะ



    พยายามผ่อนคลายบ้างน้า จิตใจปลอดโปร่งแล้วจะได้มีแรงฮึดใหม่ๆ



    สู้ๆ นะคะ สักวันนึงมองกลับมาจะพบความภูมิใจในตัวเองมากมายแน่ๆ ค่ะ ^O^
    #3655
    0
  11. #3653 Serinachan (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 17:28
    ในที่สุดกะหาเวลามาอ่านได้ซะที ฮาาาา นี่บ่นต่อยาวถึงในนี้เลยเหรอ

    ภูมิใจเถอะจ๊ะเถียน93/100นะสุดยอดแล้วจ๊ะ

    แกอาจจะเทพกว่า. นร บางรายในนั้นอีกนะจ๊ะ

    (ถึงแม้ว่าส่วนที่โดนตัดคะแนนไ่ป อ. แกจะให้เหตุผลได้น่าโดดกัดมากกะเถอะนะ)

    รอบหน้าก็ยังมีกะพยายามเข้าจ๊ะที่รัก>_
    #3653
    0
  12. #3645 แล่นแต๊ (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 03:00
    อืม จะลองเอาวิธีการเรียนเเบบ writer ไปลองใช้กับการเรียนของตัวเองดูบ้าง ท่าทางน่าจะได้ผลนะ แล้วก็ขอยก writer เป็นไอดอลของเราเลยแล้วกันนะคะ(คงไม่ว่ากันนะ) ขยันจริงๆ สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้
    #3645
    0
  13. #3644 JipPy (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 / 23:41
    มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ



    รออยู่เสมอเลย ไรเตอร์ค่ะ
    #3644
    0
  14. #3643 seme (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 / 22:29
    สู้ๆนะคะ

    เป็นกำลังใจให้ทั้งเรื่องเรียนและทุกๆเรื่องค่ะ^^

    #3643
    0
  15. #3642 kittykid (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 / 17:22
    อย่าเพิ่งท้อใจ การเรียนในสถานที่ต่างจากความคุ้นเคย ภาษา วัฒนธรรมที่ไม่เคยชิน ก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวบ้าง หลังผ่านพ้นไปได้จะพูดถึงสิ่งที่ผ่านมาด้วยความภาคภูมืใจ ไม่ใช่แค่เราแต่ก็มีนักเรียนคนอื่นๆที่มีปัญหาแบบเดียวกัน สู้ สู้นะ จะเป็นกำลังใจให้ เข้่าใจเพราะมีประสบการณ์แบบเดียวกันเพียงแต่ไม่ใช่ที่ญี่ปุ่น
    #3642
    0
  16. #3641 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 / 15:51
    ฮ่า มิเกลยังคงรั่วได้รั่วดีแฮะ ว่าแต่รีองไหงเข้มงวดเป็นพิเศษเอ่ย
    #3641
    0
  17. #3640 Clione (@nrhpee) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 / 18:29
    ท่านเถียนทำได้อยู่แล้ว สุ้ๆๆนะ
    #3640
    0
  18. #3639 I_luv_Giyong (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 / 12:11
    โหพี่เถียน เก่งอยู่แล้ว

    เป็นกำลังใจให้พื่เถียนนะคะ

    อีพเมื่อไหร่ไม่ว่า

    แต่...มาอัพเร็วๆก้อดีนะ 555+

    คิดถึงพี่เถียนค่ะ

    ขอให้ราฟออกมาเป็นเล่ม 2 เร็วๆนะ

    จะซื้อๆๆๆ
    #3639
    0
  19. #3638 Sha Shu Min (@saintarwel) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 21:35
     กำลังรออ่านอย่างใจจดใจจ่อนะจ้ะ
    #3638
    0
  20. #3637 kuryu (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:15
    อือ ...ได้คะแนน 93 เต็ม 100 นี่ยังไม่พอใจอีกรือ? =w=  แต่ก็นะ ฝันให้ไกลไปให้ถึงละเพื่อน เอาให้ได้เต็ม 100 ให้ได้อย่างที่ฝันละกัน  เอาใจช่วยเน้อ ^^
    #3637
    0
  21. #3635 TADA_FA (@pui_pui) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 04:38

    สู้ ๆต่อไปค่ะ เป็นกำลังใจให้

    #3635
    0
  22. #3634 princess otaku (@shugochara) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 18:46
    ทำม๊าย ทำไม มีบทอิลเลแค่นิดเดียวเองอ๊ะ
    ยังงัยก็พยายามนะคะ
    #3634
    0
  23. #3633 nonae (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 19:24
    เเงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เถียนอ่ะมีอิลเลนิดเดียวเองไม่ยอมน้าตอนหน้าต้องเอาเเบบจุใจเลยด้วยไม่งั้นมีเคือง
    #3633
    0
  24. #3632 mystery_11521 (@mystery_11521) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 22:05
    โอ้ อัพ 100 % แล้ว
    #3632
    0
  25. #3631 แว่นใส (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 21:49
    สู้ ๆ ต่อไปนะจ๊ะ
    #3631
    0