Raphael de l'air : เจ้าชายแห่งสายลม (ภาคพิเศษฉลองครบ10ปี)

ตอนที่ 68 : [Part 2] บทที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    20 มี.ค. 53

 
22

 

                ...สงครามเริ่มต้นขึ้นแล้ว...


 

            “ช่างเถอะ” คนที่เพิ่งประกาศเรื่องร้ายแรงระดับสงครามตัดบทเรียบง่ายจนผู้ฟังตามไม่ทัน    รีองอาศัยยามที่ทุกคนยังไม่ตั้งตัวลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเข้าไปประชิดร่างของเจ้าฟ้าหนุ่มแห่งซายน์    มือแกร่งดึงแขนของรุ่นน้องให้ลุกขึ้นยืน   เนตรสีโลหิตเพียงสบนิ่งกับนัยน์ตาสีทอง    ราฟาเอลก็เข้าใจความหมายในทันที

 

รัชทายาททั้งสองได้ทิ้งกลุ่มไว้โดยไม่สนใจสายตาที่พุ่งตรงประหนึ่งใบมีดคมกริบ    ราฟาเอลเดินตามพี่รีองไปยังห้องส่วนตัวที่มิดชิดพอจะคุยเรื่องอันตราย    ในเวลาที่ไม่ห่างกันนักสภากลางที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังทั้งหมดก็ลุกขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย  ยกเว้นสองน้องเล็กที่ตามรุ่นพี่ไม่ทันเท่าไร   เอเวลีนดูจะไวกว่ามิเกลนิดหน่อยตรงที่ทันทีที่รุ่นพี่ลุก   เธอก็ลุกตาม   ส่วนมิเกลค่อยๆลุกพร้อมมองซ้ายมองขวาด้วยสายตามึนงงอันเป็นปกติ   หัวหน้าชั้นปีหนึ่งที่ฉายแววแสบใช่ย่อยรีบคว้าตัวพ่อหนุ่มซื่อให้ตามพวกปลาไหลขั้  นสูงไปด้วยกัน

 

“จะไปไหนกันครับ?” หนุ่มจากเมืองเล็กผู้ได้รับการอบรมมาอย่างเยี่ยมยอดถามพาซื่อ  เอเวลีนส่งยิ้มโชว์เขี้ยวเล็กขี้เล่น   หลังจากใช้ชีวิตอยู่ภายในอาเดเลทด์มาในเวลาพอสมควร    เธอเริ่มจะรู้สึกว่าผู้ชายที่สุภาพได้น่าแกล้งเสมอต้นเสมอปลายที่สุดอยู่ข้างๆเธอในสภานี่เอง

 

คำตอบที่มิเกลต้องการปรากฏในไม่กี่วินาทีถัดมา   เมื่อพบพวกสภาอันสูงส่งในสายตาของคนนอกยืนออคล้ายประท้วงอยู่หน้าห้องนอนของท่านประธานและรองประธาน    ซึ่งหนึ่งในเจ้าของห้องเป็นหัวโจกในการเอาหูแนบประตู    พี่โนเอลมองหน้าตาที่งงเป็นไก่ตาแตกของมิเกลแล้วรีบยกนิ้วขึ้นจุปาก    หากเป็นคนอื่นคงไม่รู้สึกอะไร    แต่คนที่มีข้อเสียเป็นหนามยอกอกอย่างมิเกลแอบรู้สึกละเหี่ยใจไม่น้อย     อยู่กับพวกสภากลางไม่ถึงสองเดือนความลับของเขาแทบจะไม่หลงเหลืออยู่    รุ่นพี่แต่ละคนรู้ประวัติเขาดีพอกับคนที่เติบโตขึ้นมาด้วยกัน

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นมิเกลจึงได้แต่ถอนหายใจพร้อมหันหลังเตรียมเดินหนี    เอเวลีนไหวตัวทันจึงตะโกนด้วยโทนเสียงกระซิบ “เฮ้ย! จะไปไหนเนี่ย?”

 

“เรื่องที่พี่รีองกับพี่ราฟาเอลเข้าไปคุยกันต้องเป็นเรื่องที่อันตรายมากแน่ๆ   ด้วยนิสัยเก็บความลับไม่อยู่แบบนี้  ผมไม่กล้าฟังหรอกครับ”

 

“เอาน่า...รีองมันคงหาทางจัดการนายได้อยู่ดีนั่นแหละ” ตัวหัวโจกกระดิกนิ้วให้เด็กปีสามทั้งสองหน่อคว้าแขนน้องเล็กผู้น่าเอ็นดูมาอยู่ในระยะพอเหมาะแก่การได้ยิน   มือของท่านประธานกดไหล่ของมิเกล   ทั้งเป็นที่พักแขน  ทั้งต้องการตรึงไม่ให้ขยับไปไหน    ถึงไม่อยากจะฟังเท่าไรนัก    เสียงมันก็ลอยแผ่วเข้าหูของมิเกลอยู่ดี

 

“นายรู้ใช่ไหมล่ะ” เสียงแข็งเข้มตามฉบับของรุ่นพี่รีองดังขึ้นก่อน

 

“พี่ก็รู้ใช่ไหมล่ะครับ?”


 

“ชิ...คนตรงนี้ไม่รู้โว้ย” พี่โนเอลกัดฟันกระซิบกัดบทสนทนาที่แอบฟัง    มิเกลเลิกตาขึ้นไปเหนือศีรษะมองหน้ามุ่ยของรุ่นพี่ขี้เล่น    รู้สึกอัดอึดและหนักบ่าในเวลาเดียวกัน “แต่เขาก็ไม่ได้อยากให้รู้นี่นา...อุ้บ!” สายไปอีกครั้งที่จะปิดปากของตัวเอง    มิเกลลืมไปนิดว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหน่วยสอดแนมทั้งหน่วย     พ่อหนุ่มปากพาจนทำเป็นกรอกตาไม่รู้ไม่ชี้แนบหูกลับไปตั้งใจฟังสององค์ชายประชุมลับกันต่อ

 

“...คงไม่รอด   แต่ยังมีเวลาจนถึงวันพรุ่งนี้” แค่ละความสนใจไปหน่อยเดียวความงงที่ยังไม่ได้รับการไขให้กระจ่างของมิเกลกลับถูกเพิ่มพูนขึ้นเท่าตัว   และเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับต่อมอยากรู้อยากเห็นที่ถูกสะกิดอย่างจัง

 

“พี่คงมีคำตอบอยู่แล้วใช่ไหมว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้” เสียงในห้องเงียบไป   เดาได้ว่าคนถูกถามอาจจะพยักหน้าหรือส่ายศีรษะ “พรุ่งนี้ผมจะกลับไปอาเดเลทด์   พาท่านเมลล์ฮาวหนี”

 

มิเกลหายใจไม่ออก   นี่เขากำลังฟังความลับที่สำคัญในระดับในอยู่กัน    มือที่วางแนบกับประตูไม้สั่นด้วยความตื่นตระหนก   สองวิญญาณกำลังตีกันอยู่ภายในร่างของมิเกล    ฝั่งหนึ่งต้องการจะสร้างความกระจ่าง   อีกฝั่งหนึ่งก็กลัวเกินกว่าจะรับรู้     แม้ว่าที่ที่เขายืนอยู่นี้จะเท่าเทียมกับสภากลางทุกคนที่อยู่ล้อมรอบกาย    แต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยลืมว่าความจริงแล้วเขาเป็นใคร   และคนอื่นเป็นใคร      ในขณะที่ทุกคนล้วนเป็นคนสำคัญที่มีอำนาจกุมชีวิตของคนหรือไม่ก็มีความสามารถโดดเด่น   เขาเป็นแค่ลูกของหมอชาวบ้านที่ไม่มีอะไรที่เข้าท่าสักอย่าง   โบราณว่ารู้อย่างเป็ดเป็นอย่างไร   มีเขานี่แหละที่เป็นตัวอย่างอันชัดเจน

 

มิเกลหลุดออกจากการพันธนาการของรุ่นพี่โนเอลโดยไม่รู้ตัว   ค่อยๆก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว     ความรู้สึกประหลาดที่เขาไม่รู้จักถาโถมเข้าใส่ในเวลาอันรวดเร็วเกินตั้งรับ    เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่   ยิ่งใหญ่จนมิเกลตระหนักถึงความไม่สมควร    เขาไม่มีสิทธิ์จะรับรู้เรื่องราวของคนพวกนี้ด้วยซ้ำ     เขาผู้เป็นเพียงคนบ้านนอกที่แค่ได้มาอยู่ในอาเดเลทด์ก็นับว่าเป็นการผจญภัยอันยิ่งใหญ่มากพออยู่แล้ว    ไม่อาจหาญรับรู้สิ่งใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้

 


ปึง...!

 


ไม่มีใครคาดคิด   แม้แต่ตัวของมิเกลเอง    ประตูไม้ถูกกระชากเปิดออกจากภายในห้อง    เผยให้เห็นใบหน้าสงบราบเรียบของสองคนในห้องที่ถูกลอบฟัง     เนตรสีโลหิตที่คมประหนึ่งจะตัดวิญญาณของผู้เผลอสบตาให้ดับดิ้น     และคนผู้โชคร้ายคนนั้นคงไม่พ้นมิเกล   อันที่จริงควรเสริมว่าโดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่คิดจะหลีกหนีออกไปอย่างมิเกลที่เนตรใบมีดนั่นเล็งมาโดยเฉพาะ

 

ความเงียบเข้าครอบงำสภากลาง   ไม่มีใครทำอะไรถูก   โดยเฉพาะเวลาเจ้าชายคนเล็กของสภาไม่ได้แสดงสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจหรือรอยยิ้มที่ควรมีบนใบหน้า   หัวหน้าชั้นปีสองผู้ทรงศักดิ์ยืนอยู่เบื้องหลังบุคคลผู้มีอำนาจเด็ดขาด    การแสดงออกบนใบหน้ามีหลายส่วนที่คล้ายคลึงกับรุ่นพี่รีอง    ชั่ววูบหนึ่งที่ชาวสภาตระหนักถึงความจริงอันปฏิเสธไม่ได้ว่าต่อให้ทั้งสองจะใกล้ชิดเพียงไร    หากสายเลือดสีน้ำเงินย่อมไม่เหมือนคนปกติ    เพียงแค่สายตาและความเงียบงันอันมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าใต้ใบหน้านิ่งเรียบนั้นคิดอะไรอยู่ก็ทำให้ใจของผู้ประสบยำเกรง

 

พวกเขากระตุกหนวดเสือใช่หรือไม่?

 

“ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ก็เข้ามา” เสือดุแห่งโทรเมลินสั่งคำสั่งที่ไม่มีใครคาดคิด    พวกสภากลางที่บัดนี้ถูกสองรัชทายาทใช้บรรยากาศกดดันจนตัวหดลีบลงมองหน้ากันไปมาอย่างอ้ำอึ้ง    ทั้งประหลาดใจ ทั้งไม่มั่นใจในคำเชิญชวน   แต่เรื่องที่พวกเขาจะได้รู้เห็นก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีผลกระทบต่อชีวิตไม่มากก็น้อย     พอคิดจะก้าวขาเข้าไปเจอเสืออีกตัวที่รออยู่ในห้องก็พากันอ้ำอึ้งอีกรอบ    โดยเฉพาะบรรดารุ่นพี่ที่มองรุ่นน้องที่เห็นว่าน่าเอ็นดูแบบเต็มตาและเห็นรัศมีอำนาจที่น่าเกรงขามแผ่อยู่รอบตัวครั้งแรก    ถึงแม้ที่ผ่านมาเจ้าตัวจะน่าเคารพนับถือ    แต่พวกเขาก็ยังคงเห็นเป็นเด็กที่น่าชื่นชมและดูเป็นผู้ใหญ่จนน่ากลัวเท่านั้น      ไม่ว่าราฟาเอลจะรู้ตัวหรือไม่    แต่เจ้าตัวก็ได้สร้างความกดดันให้พี่น้องสภากลางเสียแล้ว

 


“หากก้าวเข้ามาในห้องนี้  ขอให้ทุกคนรู้ไว้ว่าจะหนีกลับไปไม่ได้และไม่มีทางเลือกอื่น  นอกจากอยู่ฝั่งเดียวกับผมและพี่รีอง”

 


พี่โนเอลเดินชนไหล่พี่รีองเข้ามาในห้องโดยทันทีไม่สนใจคนอื่นที่ยังยืนอ้ำอึ้ง “เท่าที่ฟังป๋าเมลล์ของพวกเราคงจะถึงคราวเคราะห์    ถึงจะไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่คนที่มีชื่อในผู้ถูกหมายหัวปองร้ายของท่านประมุขผู้วิเศษอย่างฉันเลือกติดสอยห้อยตามสองอัจฉริยะไปก็น่าจะดีสุด” ว่าพลางตบไหล่เพื่อนที่ยังตีหน้าเคร่งอย่างไม่รู้จักเหนื่อยจักเหนื่อยแบบเอาใจและพยายามทำลายบรรยากาศตึงเครียด “รีบชวนให้เร็วกว่านี้ก็สิ้นเรื่อง    ปล่อยให้ยืนเสียเมื่อย   ได้ยินก็ไม่ค่อยถนัด”

 

จากนั้นชาวสภาก็ทยอยเดินเข้าไปตามลำดับอาวุโส   สุดท้ายก็เหลือเพียงสองคน หนึ่งคือองค์หญิงเซเรน่า  และอีกคนคือมิเกล   ราฟาเอลข่มลมหายใจออกนิ่งยาว    เจ้าชายรัชทายาทแห่งซายน์เดินผ่านพี่รีองหยุดยืนหน้าองค์หญิง  ก่อนจะผายมือ “ขอผมพูดอะไรสักนิดได้ไหม?”

 

หนุ่มสาวสองคนข้องหน้ากัน   ฝ่ายหญิงกดศีรษะอนุญาต   ทั้งสองจึงเดินแยกออกไปโดยมีราฟาเอลเป็นคนนำ    เหลือเพียงพี่รีองที่ยังยืนจ้องหน้ามิเกล    แม้จะมิได้แสดงออกถึงอารมณ์ใดหรือเอ่ยปากเร่ง   แต่นั่นก็เท่ากับเป็นการกดดันน้องเล็กโดยตรง

 

“เดี๋ยวผมกลับห้องก่อนดีกว่า...” มิเกลเอ่ยน้ำเสียงไม่มั่นใจ    เด็กหนุ่มพยายามชิ่งอย่างลนลานและไม่มั่นคงในการตัดสินใจของตน

 

“เสียใจด้วย...นายเป็นคนเดียวที่ไม่มีสิทธิ์เลือก  นอกจากจะเดินเข้ามาในห้องนี้เท่านั้น” รัชทายาทแห่งโทรเมลินกล่าวน้ำเสียงเนิบนาบเผด็จการ     ร่างสูงกอดอกนิ่ง “เชิญ”

 

“ไม่ยุติธรรมเลย! ทำไมผมเลือกไม่ได้ล่ะ   เรื่องของพวกพี่ไม่เกี่ยวกับคนธรรมดาอย่างผมเสียหน่อย...” ถึงแม้จะเกรงกลัวแต่ปากของมิเกลก็ไม่เคยจะเงียบได้ดังใจ   อีกครั้งที่เขาเห็นรอยยิ้มแสยะแบบเดียวกับที่ทำให้เขาขนลุก เข่าอ่อนเหมือนตอนสอบเข้าที่เผลอใช้วาจาจาบจ้วงเบื้องสูง

 

“ตรงกันข้าม  เรื่องนี้เกี่ยวกับนายโดยตรง   และเพื่อความปลอดภัยของตัวนายเอง เชิญเข้ามาเดี๋ยวนี้”

 

มิเกลเชื่อว่าในสภาเขาต้องเป็นคนที่พี่รีองเกลียดที่สุดแน่นอน    อัจฉริยะคนนี้คงต้องรำคาญความไม่เอาไหนของเขา ความปากพล่อยของเขา หรือหน้าตาโง่ๆของเขาเป็นแน่    มิเกลเห็นท่าทีที่รีองมีต่อเขาต่างจากคนอื่นมาตลอด   ไม่ว่าอะไรก็ตามถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาพี่รีองดูจะจุกจิกเป็นพิเศษ   เหมือนเจ้าตัวคอยจับผิดเขาอยู่ตลอด   ถึงเด็กหนุ่มจะยอมรับว่าเขาทำผิดจริงมาตลอดก็เถอะ    แต่มันจะเกินไปไหมที่เขาถูกบันทึกเป็นบุคคลที่ถูกรัชทายาทอัจฉริยะแห่งโทรเมลินสวดมากที่สุดนำหน้าพี่เอล

 

ใจหนึ่งมิเกลอยากจะลองขัดคำสั่งของเผด็จการคนนี้   แต่น่าเสียดายที่เขายังคงมีสติมากพอที่จะขยับตัวเข้าไปในห้องรวมกับคนอื่นๆ    ทันทีที่เอเวลีนยกมือมาลูบบ่าปลอบใจมิเกลก็สูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดทันที      เมื่อครู่เขากล้าคิดจะยืนต่อล้อต่อเถียงกับคนน่ากลัวขนาดนั้นได้อย่างไร    เพียงแค่คิดจะตอบอะไรสักประโยคยังหายใจแทบไม่ออกแล้ว

 

                ราฟาเอลพาเซเรน่ามาไม่ห่างจากห้องมากนัก   เนื่องด้วยห้องพักแถบนี้เป็นห้องที่จองไว้สำหรับสภากลางแห่งอาเดเลทด์   จึงทำให้ไม่ค่อยมีผู้ใดกล้าผ่านเข้ามาเท่าไร     เมื่อมิเกลตัดสินใจเดินเข้าห้องและพี่รีองปิดประตูห้องประชุม   ระเบียงทั้งชั้นก็มีเพียงเจ้าฟ้าสองประเทศ

 

“เรื่องนั้นผมเก็บไปคิดดูหลายรอบ” ราฟาเอลเริ่มบทสนทนา   เซเรน่ายังคงควบคุมอารมณ์ได้ยอดเยี่ยม   ชวนให้ราฟาเอลนึกชื่นชมอยู่ไม่น้อย “บอกผมอย่างหนึ่งได้ไหม...”

 

ว่ากันว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ    ราฟาเอลพยายามล้วงความในใจของสตรีสูงศักดิ์    ลึกลงไปในการกระทำและท่าทางที่แข็งกร้าวของหญิงสาว   ตะกอนแห่งความเจ็บปวดสะท้อนระริกผ่านนัยน์ตาราวกับรอให้ใครสักคนมาช่วยเหลือ      เพราะความใกล้ชิดทำให้เขารู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนแข็ง ไม่ใช่คนเลวร้าย และไม่ใช่คนดีที่แสนอ่อนหวานเหมือนที่พยายามแสดงออก

 

“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้   ในเมื่อคุณก็ไม่ได้มีความสุขเลย”


 

ร่างเล็กกระตุก   แม้จะเป็นเพียงพริบตาเดียวก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของราฟาเอลไปได้     เซเรน่าคลี่ยิ้มหวาน  รอยยิ้มที่ราฟาเอลรู้ดีว่าไม่ได้ออกมาจากใจ “การยิ้มปกปิดหัวใจตัวเองมันเจ็บปวดนะครับ   ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี   ไม่มีประโยชน์ที่คุณจะปิดบังเรื่องอะไรกับผม   หากต้องการตำแหน่งพระคู่หมั้นจริงๆ”

 

“เพื่ออะไรคะ?” รอยยิ้มเหือดแห้งไปจากใบหน้าทันทีที่รู้ว่าเธอไม่อาจเก็บซ่อนตัวตนของตัวเองไว้ได้    หญิงสาวจึงรีบหันหน้าหนีหลีกเลี่ยงการสบดวงเนตรสีทองที่ดีจนน่าหวั่นใจ   น้ำเสียงที่มั่นใจมาโดยตลอดถึงกับสั่นไหว “การที่ฉันอยากฝากอนาคตไว้กับผู้ชายที่เพียบพร้อมที่สุดมันผิดตรงไหน”

 

“ผิดที่คุณเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง  และผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่คุณแทบไม่รู้จัก” ราฟาเอลใช้นิ้วเชยคางเรียวที่เชิดรั้นให้หันมาสบตาเขาอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล “เซเรน่า...เราทั้งคู่ต่างรู้ดีว่ายศศักดิ์ที่ติดตัวมามันสร้างตัวเรามาอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่ตัวเราที่แท้จริง    หลายครั้งที่เราต้องทำเพื่อตัวเราอีกคน    จนลืมใส่ใจตัวเอง...  ผมเป็นห่วงผู้หญิงที่ชื่อเซเรน่าเหลือเกิน   องค์หญิงเซเรน่าทรงรู้ไหม?”

 

“หญิง...” เกราะที่หญิงสาวสร้างไว้มันแข็งแกร่งเกินกว่าจะทลายลงได้   องค์หญิงเซเรน่ากลืนกินความอ่อนแอที่จุกอยู่ที่คอก่อนจะกล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวที่เปราะบาง “ฉันทำเพื่อตัวเอง   ขอให้พระองค์มั่นพระทัยได้”

 

โอษฐ์ได้รูปบนใบหน้ารูปสลักของรัชทายาทแห่งซายน์ขยับขึ้น “ผิดแล้ว...” มืออุ่นเลื่อนขึ้นประคองดวงหน้ารูปไข่   นิ้วโป้งลากไล้ซับหยดน้ำจากดวงตากลม “หากทำเพื่อองค์เอง  แล้วจะกรรแสงทำไม? เซเรน่าภายในตัวพระองค์กำลังประท้วงแล้ว”

 

“ไม่ได้” เนตรใต้แพขนตางอนละทิ้งซึ่งเกราะกำบังโดยสิ้นเชิง   หญิงสาวสะบัดหน้าหนีซ่อนความอ่อนแอที่ร่างกายไม่รักดีแสดงออกมา “ยังไงหม่อมฉันก็บอกเหตุผลนั้นไม่ได้จริงๆ    แต่ขอให้ทรงเชื่อว่าหม่อมฉันไม่ได้คิดร้ายกับพระองค์เลย   หม่อมฉันเพียงขอเป็นพระคู่หมั้นเท่านั้น   วันใดความปรารถนาของหม่อมฉันลุล่วงก็จะจากพระองค์ไปอย่างไม่ลังเล”

 

อีกครั้งที่คำพูดของหล่อนทำให้เขาประหลาดใจ    ราฟาเอลไม่คาดคิดว่ามีคนต้องการเป็นคู่หมั้นแต่ไม่ปรารถนาการแต่งงานด้วยในโลกนี้    แม้ว่าเขาจะอยากรู้เหตุผลที่ทำให้ตำแหน่งพระคู่หมั้นของเขามันสำคัญต่อหญิงสาวมาก   แต่ก็ไม่ได้คิดจะบังคับฝืนใจหล่อน    รัชทายาทแห่งซายน์ยืมด้วยความโล่งใจเป็นครั้งแรกของวัน

 

“ถ้าอย่างนั้นก็แย่หน่อยที่คุณจะต้องติดร่างแหเรื่องนี้เสียแล้วล่ะครับ” เขาเปลี่ยนสรรพนามและวิธีการพูดมาเป็นปกติ   เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับหยาดน้ำอุ่นบนใบหน้าของเซเรน่าเบาๆ “ไปซายน์กับผมนะครับ”


เมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไปราฟาเอลก็รีบอธิบาย “ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องลำบากที่ต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไป   คิงสตันต้องการตัวท่านเมลล์ฮาว    คุณเป็นเจ้าหญิงของที่นั่น   คงจะไม่ใช่เรื่องดีนัก...”

 

“ช่างเถอะค่ะ” เซเรน่าส่ายหน้าปัด บางอย่างทำให้ดวงตาโศกแปรเปลี่ยนเป็นลุกโชนวาบด้วยเพลิงแห่งความโกรธแค้น

 “ฉันก็ไม่ได้ชอบตำแหน่งเจ้าหญิงนั่นอยู่แล้ว   ถ้าคิดว่าฉันห่วงยศรัชทายาทลำดับสองนี่ทิ้งความคิดนั้นไปได้เลยค่ะ”

 

ภายในเวลาไม่กี่นาที   ราฟาเอลได้เห็นทั้งความเข้มแข็ง เสแสร้ง อ่อนไหว โศกเศร้า และคับแค้นในตัวของร่างบางตรงหน้า    เจ้าชายหนุ่มถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจกึ่งงุนงงกับอารมณ์ที่เปลี่ยนง่ายของผู้หญิง    อย่างไรก็ตามท่าทีหลายๆอย่างของเซเรน่าที่แสดงออกมาวันนี้ทำให้ราฟาเอลเริ่มเห็นถึงนิสัยที่ซ่อนอยู่ในเงาขององค์หญิงลำดับสองผู้ทระนง     ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ที่เธอพยายามแสดงออกหรือตัวตนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง   เซเรน่าก็คือเซเรน่า คือผู้หญิงคนหนึ่งไม่เปลี่ยนแปลง

 

“ผมมีข้อตกลงหนึ่งอย่าง” ราฟาเอลเว้นวรรค   มองหญิงสาวอย่างจริงจัง “ต่อจากนี้ไปผู้หญิงที่ยืนตรงหน้าผมขอให้เป็นคุณจริงๆได้ไหม   ขอให้คุณไม่ต้องกลัวที่จะเปิดเผยตัวเองต่อหน้าผม   แล้วก็...ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองนะ”

 

“ขอบคุณค่ะ” เซเรน่าที่บัดนี้ข้ามขั้นเป็นพระคู่หมั้นอย่างไม่เป็นทางการเอ่ย    เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นรอยยิ้มที่แท้จริงของเธอ   ถึงจะแฝงไปด้วยความเศร้า  หากงดงามกว่ารอยยิ้มปลอมที่หญิงสาวคนนี้ใช้เป็นประจำพันเท่า “ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้รู้จักคนดีอย่างคุณ   ถึงแม้อนาคตคุณอาจจะเกลียดฉันเมื่อรู้เหตุผลที่ทำให้ฉันต้องทำแบบนี้ก็ตาม”

 

“เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งคือทุกคนเป็นมนุษย์   ทำให้ผมเกลียดคุณไม่ลงครับ”

 

“คุณราฟาเอลรู้ไหมว่าคุณนี่อันตรายจัง” องค์หญิงตรัสติดตลก   ระยะห่างของทั้งสองถูกทำให้สั้นลงหลังหญิงสาวเปิดใจให้เขามากขึ้น “คารมของคุณนี่ทำให้สาวหลงได้แบบไม่ตั้งตัวเลยนะคะ   ดีนะที่คุณไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้แบบพี่โนเอล    แต่ใจดีกับคนเขาไปทั่วแบบนี้ระวังทำราชินีในอนาคตเสียใจเอานะคะ”

 

ราฟาเอลหัวเราะเก้อเขินกับคำแซวของเซเรน่า “เอาเป็นว่าพวกเราไปรวมตัวกับคนอื่นดีกว่าครับ    พี่โนเอลคงกำลังชี้แจงเรื่องของท่านเมลล์ฮาวให้ที่เหลือฟังอยู่”

 

“คุณราฟาเอลนี่ก็ใจกว้างนะคะ   ช่วยเหลือคนอื่นไปทั่ว   ทั้งๆที่เรื่องในเอทรีสไม่ได้เกี่ยวกับซายน์แท้ๆ” เธอชมขึ้นด้วยความรู้สึกนับถือชื่นชมเสียจนราฟาเอลได้แต่ยิ้มแห้ง    ไม่กล้าบอกว่าความจริงที่เข้ามายุ่งวุ่นวายขนาดนี้เพราะหลวมตัวไปตามเกมส์ของท่านเมลล์ฮาวต่างหาก

 

อยู่ดีๆผู้หญิงข้างเขาก็กระตุกยิ้มน่ากลัว   ราฟาเอลตามอารมณ์ไม่ทันถึงกับเอียงคออย่างสงสัย    เป็นธรรมดาของผู้หญิงหรือว่าเป็นนิสัยของเซเรน่ากันล่ะนี่?    เหมือนหล่อนจะรู้ตัวว่ากำลังทำผู้ไม่ประสากับผู้หญิงงุนงง “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ  แค่นึกหน้าแอรอซิสแล้วสะใจอะไรนิดหน่อย”

 

“คุณเซเรน่าไม่ถูกกับน้องแอรอซิส?”

 

“หมั่นไส้และเกลียดขี้หน้ามากค่ะ” องค์หญิงเบะปากอย่างไม่ปิดบัง “ตอนกลับไปขอฉันควงคุณเย้ยหมอนั่นหน่อยนะคะ”

 


ราฟาเอลหัวเราะเบาๆ   เขาเองไม่รู้ว่าทั้งสองคนมีความแค้นอะไรกัน    แต่อากัปกิริยาประหลาดตาของเซเรน่าก็ชวนหัวเราะดีไม่น้อย    แทนที่จะได้พระคู่หมั้น  ราฟาเอลกลับรู้สึกเหมือนตัวเองได้เพื่อนสนิทเพิ่มขึ้นมามากกว่า    อย่างน้อยตอนนี้เรื่องของเซเรน่าก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล    อันที่จริงการได้เซเรน่ามาเป็นคู่หมั้นก็เอื้อประโยชน์ให้เขาไม่น้อย    ในตอนนี้เขาต้องการใครสักคนมาช่วยคานแรงจากคิงสตัน    เซเรน่าที่อย่างน้อยก็เป็นถึงรัชทายาทลำดับสองคงจะช่วยจุนเจือการกระทบกระทั่งได้บ้างไม่มากก็น้อย     แถมยังเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเลิศ    ระยะห่างต่างคนก็ต่างกำหนดระยะของตัวเองไว้ชัดเจน   เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะเอื้อประโยชน์แก่กันและกันเหมือนทำธุรกิจธรรมดา

 



คู่หมั้นหมาดๆก้าวเข้ามาในห้องที่ทุกคนกำลังนั่งหน้าเครียด    ไม่มีใครใส่ใจจะถามว่าคู่หนุ่มสาวหายไปไหนกันมา   ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ส่วนตัวอันยากจะหยั่งถึงยกเว้นรุ่นพี่รีองที่อยู่ในอาการไม่ทุกข์ร้อน

 

“ดูก็รู้ว่าครั้งนี้ท่านเมลล์ฮาวโดนเอาตายแน่ๆ” พี่แอนโทนี่หน้าคล้ำเครียดเหมือนคนหายใจไม่ออก    ราฟาเอลรู้ได้ในทันทีว่าพี่รีองเล่าเรื่องถึงไหน

 

“ท่านเมลล์ฮาวเป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไธม์   อาเดเลทด์ก็เป็นของตระกูลไธม์    ถ้าสิ้นท่านเมลล์ฮาวอาเดเลทด์จะเป็นยังไง” พี่อีวาเอ่ยจุดที่ทุกคนฉุกคิดตั้งแต่แวบแรก   และยังคงหลงทางไม่เห็นคำตอบจนนั่งเงียบบื้อใบ้กันนานสองนาน

 

“ความจริงท่านเมลล์ฮาวมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง” ราฟาเอลเบิกตาหันไปมองพี่รีองด้วยความตกใจ   ก่อนจะรำลึกได้ว่าไม่ช้าก็เร็วความลับของตระกูลก็ต้องถูกป่าวประกาศไปทั่วเพื่อให้คนเกลียดชังท่านเมลล์ฮาวอยู่ดี    เช่นนั้นการที่รองประธานจะเผยความตอนนี้ก็ไม่นับว่าผิด    เจ้าชายหนุ่มยังมีโอกาสสำรวจภูมิของผู้เล่าอีกด้วย    เขาอดสงสัยไม่ได้มานานแล้วว่าภายในหัวสมองสุดหยั่งถึงนั้นรู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวทั้งหมดเพียงไร

 

ทุกคนหันหน้ามองผู้พูดอย่างสนใจโดยพร้อมเพรียงกัน  แล้วทำหน้าตาตกใจจนประหลาดไปกว่าเดิมหลังประโยคถัดมา “คนคนนั้นคือเมเลซาร์”

 

“ตลก?”พี่เฮทเธอร์สบถกึ่งถามด้วยความคลางแคลง    เนื้อความที่เพิ่งทราบมันยากจะทำใจยอมรับยิ่ง   แม้ว่าน้อยครั้งนักที่เรื่องตลกจะออกจากปากของคนเอาจริงเอาจัง   โดยเฉพาะเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่   พี่รีองหรี่ตาให้แทนคำตอบ

 

“สรุป...เมเลซาร์กำลังยึดอำนาจท่านเมลล์ฮาวเพื่อจะขึ้นเป็นอธิการโรงเรียน   เรื่องมีแค่นี้เองงั้นหรือ? ตลกไปหน่อยล่ะมั้ง   ทำไมคนอัจฉริยะสองคนต้องแย่งกันจะเป็นจะตายเพื่อโรงเรียนเดียวด้วย   ถ้าบอกแย่งกันครองโลกยังน่าสนุกกว่าเสียอีก” พี่โนเอลพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท   ท่านประธานอารมณ์ดีดูอารมณ์ขุ่นอย่างน่าประหลาด


 

“เรื่องมันซับซ้อนกว่านั้นตรงที่ภายในอาเดเลทด์มีประตูสู่สรวงสวรรค์ซ่อนอยู่   ส่วนกุญแจ...” พี่รีองเอ่ยเรียบเรื่อยท่าทางเบื่อหน่ายที่ต้องพูดมาก    มือเรียวชี้ตรงมาที่รุ่นน้องเจ้าปัญหาผู้มีสีหน้าประหลาดใจในสิ่งที่รุ่นพี่รู้ “คือเลือดของราฟาเอล”


 

พี่โนเอลสบถ  เซเรน่าหันขวับมามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา คนอื่นตกอยู่ในภาวะตะลึง    ท่านรองประธานเว้นจังหวะให้ผู้ฟังปรับคลื่นสมองตามให้ทัน    สุดท้ายหัวหน้าลิงหันมาแหวเสียงแข็งอย่างห้าวหาญ “ว่าต่อสิวะ!

 

กลายเป็นราฟาเอลที่เริ่มไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้า   พี่โนเอลหงุดหงิดใส่พี่รีองที่เผยรอยยิ้มเอื่อยเฉื่อย   เขาควรคาดหวังปฏิกิริยาอะไรหลังจากที่ความลับของเขาถูกเปิดเผยหรือเปล่านะ

 

“ท่านเมลล์ฮาวถูกจับกุมรอการตัดสิน   เมเลซาร์ขึ้นมาดูแลโรงเรียนชั่วคราว  สบโอกาสเปิดประตูตามใจชอบ  ระหว่างนั้นคงจะดีไม่น้อยถ้ามีสายเลือดกษัตริย์หายตัวไปสักคนสองคนเพราะท่านอธิการที่หมดทางรอดจับไปเป็นตัวประกัน”

 

“เดี๋ยวนะ...งั้นพวกเจ้าชายเจ้าหญิงก็ซวยน่ะสิ” พี่ทรอยเหล่บรรดาหน่อเนื้อกษัตริย์ “แล้วพี่โนเอลเกี่ยวอะไรด้วยครับ?”

 


พี่โนเอลผู้เคยรังเกียจใบหน้าบูดบึ้งด้วยเหตุผลว่าเป็นตัวสร้างริ้วรอยก่อนวัยอันควรกอดอกหน้าหงิก “บังเอิ๊ญบังเอิญว่าฉันดันไปเป็นเจ้าชายของเมเดลลินน่ะสิ”


 

“หา?!” คาดว่าน้ำเสียงอันบ่งบอกระดับความตกใจคงพอบ่งชี้ได้ว่าเรื่องนี้สร้างความช็อคจับจิตยิ่งกว่าเรื่องที่พี่รีองเล่าไปก่อนหน้า   รวมถึงเรื่องของประตูสู่สวรรค์และเลือดของราฟาเอล    เจ้าชายหนุ่มเลือกไม่ถูกว่าที่พวกสภาเงียบสงบเพราะเหตุใดระหว่างอึ้งจนพูดไม่ออกหรือชินชากันเสียแล้วกับเรื่องคอขาดบาดตายที่เกี่ยวข้องกับเขา    แต่เรื่องของพี่โนเอล   ราฟาเอลยอมรับว่าเขาเองก็เผลออุทานออกไปด้วย

 

“เออ...” หนุ่มขี้เล่นเริ่มแยกเขี้ยวเมื่อเห็นท่าทางตกใจเกินงาม “ฉันมันก็รัชทายาทที่ปลอมตัวมาเป็นคนปกติเหมือนราฟาเอล   แต่ซ่อนคมเก่งกว่ามาก   จะตกใจอะไรนักหนา”

 

“น้อยๆหน่อย” รัชทายาทแห่งโทรเมลินเมืองพี่เมืองน้องคนสนิทที่เพิ่งเปิดเผยศักดิ์ว่าเกี่ยวข้องเป็นญาติห่างๆเบรกคนที่แม้จะยังอยู่ในภาวะเครียดยังคงยกหางตัวเองได้อย่างน่าชื่นชม “นายมันแค่ไม่มีมาดเจ้าชายเท่านั้นแหละ”

 

และแล้วก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่   ไม่มีใครรู้ว่าควรพูดอะไรก่อน   หรือไม่ก็เสียสติทั้งลืมตากันไปหมดแล้ว   เพราะเรื่องที่เพิ่งรับรู้มาทั้งหมดมันช่างวุ่นวายชวนเวียนหัว    แม้แต่ราฟาเอลที่พอจะรู้เรื่องอยู่บ้างยังไม่อยากจะฟัง

 


“พี่ราฟาเอลอยู่ที่นี่นี่นา” ท่ามกลางความเงียบมักจะมีเสียงหนึ่งโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย   และเสียงนั้นก็จะออกจากปากของน้องน้อยผู้น่าเอ็นดูแห่งสภาเท่านั้น   ราฟาเอลที่สังเกตการณ์ดูนานเห็นแววถูกใจในนัยน์ตาของรุ่นพี่ผู้รู้ชัดในทุกเรื่องจนน่ากลัว   ราฟาเอลเข้าใจว่าสำหรับพี่รีองคงอยากจะจับหนุ่มซื่ออย่างมิเกลมาขัดเกลาเพื่อขึ้นเป็นขุนนางในอนาคตจริงจัง    ดูก็รู้ว่าพี่รีองจงใจสั่งสอนเด็กใหม่ของสภาเป็นพิเศษแท้ๆ    ขนาดเขายังเหวอแทนไม่ได้เมื่อเจอแต่ละประโยคจิกกัดหลังรับส่งงานสภาแต่ละงาน    โชคยังมีที่มีกฎห้ามสภาลาออกง่ายๆยกเว้นจะได้รายชื่อครบหรือรับการอนุมัติจากท่านเมลล์ฮาวเหมือนกรณีของพี่ซาช่า    ไม่อย่างนั้นปีหนึ่งคงได้หารองหัวหน้าใหม่ตั้งแต่สัปดาห์แรกเป็นแน่

 

เด็กหนุ่มที่มีความซื่อสัตย์ คุณธรรม ความเพียรพยายาม ทั้งยังมีไหวพริบดี ความจำดีแบบนี้    ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องอยากจะจับมาขัดเกลาให้เป็นบุคคลากรชั้นดีไว้รับใช้ตัวเองทั้งนั้น     หลายครั้งราฟาเอลยังอดไม่ได้ที่จะเข้าไปปลอบรุ่นน้องที่เพิ่งขวัญเสียจากรัชทายาทหน้ายักษ์ให้ทนต่อไป  ตบท้ายด้วยสอนแง่คิดเล็กๆน้อยๆ    ดีที่มิเกลเป็นคนช่างคิด  แม้จะฟุ้งซ่านเกินไปบ้าง   แต่ก็ทำให้สิ่งที่ราฟาเอลและรีองพูดไปไม่เคยเสียเปล่า

 

“ใช่แล้ว...ราฟาเอลอยู่ที่นี่” พี่รีองพูดขึ้นเรียกสติของมิเกลกลับคืนมา   เด็กน้อยของสภายกมือของข้างปิดปากแม้จะสายไปนานแล้วก็ตาม  ซึ่งมันก็เป็นท่าประจำของพ่อหนุ่มที่แพร่ให้หลายคนในสภาติดไปใช้ตบท้ายเวลาพูดอะไรไม่ควร   เอเวลีนสะกิดแขนมิเกลยิกๆให้เร่งอธิบายว่าพี่ราฟาเอลอยู่ที่นี่แล้วมันทำไม

 

“อ้าว...ก็ที่บอกว่าเมเลซาร์จะเข้าไปยึดอาเดเลทด์เพื่อเปิดประตูไงครับ   ในเมื่อพี่ราฟาเอลยังอยู่ที่นี่อีกตั้งสองวัน   แล้วจะเปิดประตูยังไงล่ะ?” มิเกลทำหน้าเหรอหราไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรที่แปลกประหลาดเกินเข้าใจไปหรืออย่างไร    พี่รีองแอบเผยรอยยิ้มถูกใจแวบหนึ่ง     ไม่เลวเลยสำหรับการฝึกทางอ้อม   ในเวลาไม่นานมิเกลเริ่มมีสติจับประเด็นได้ก่อนคนอื่นว่าเรื่องอะไรที่สำคัญควรจะคิดก่อนกันแน่    ราฟาเอลประเมินรุ่นน้องหนุ่มอย่างถ้วนถี่    หากอยู่ดีๆรองประธานกลับโยนหน้าที่ต่อให้เขา

 

“เรื่องนี้ต้องให้ราฟาเอลอธิบาย”

 

ราฟาเอลยิ้มบางเมื่อเห็นหลายคนทำหน้าเข้าใจเรื่องราวก่อนที่เข้าจะเริ่มเอ่ยปาก “ก็อย่างที่คุยกันไว้กับพี่รีองตั้งแต่แรก...พรุ่งนี้ผมจะชิงตัวท่านเมลล์ฮาวกลับไปซายน์”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าแผนของเมเลซาร์น่ะสิ?” พี่โนเอลที่เพิ่งถูกเปิดเผยฐานะเริ่มพูดแบบดูมีภูมิฐานขึ้นมาบ้าง

 

“ก็อาจจะครับ” ราฟาเอลยอมรับง่ายดาย “เดิมทีผมไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรน่ากลัว   จนกระทั่งวันนี้...”

 

“มนต์ดำนั่นสินะ” พี่รีองพูดลอยๆ    เจ้าชายเจ้าปัญหาพยักหน้า

 

“ครับ... วันนี้ผมตื่นขึ้นมาเห็นร่างกายของตัวเองเดินไปเดินมา  พูดคุยกับทุกคนได้อย่างปกติจนผู้กลัวว่าวันพรุ่งนี้ต้องยืนมองตัวเองเดินไปอยู่ในเงื้อมมือศัตรูหรือเปล่า” เว้นจังหวะถอนหายใจหนัก “แต่ก็นั่นแหละครับ...จนถึงตอนนี้ผมต้องถามพวกคุณอีกรอบว่ายินดีจะลงเรือลำเดียวกับผมและพี่รีองติดข้อหาลักลอบส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือเปล่า?”

 

ครั้งนี้ไม่มีคำตอบจากชาวสภาจริงจัง    แม้ว่าจะประกาศนับแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องว่าจะร่วมมืออย่างไม่มีข้อแม้    แต่เมื่อรู้เรื่องเข้าไปทำให้ไม่ว่าใครก็ต้องใช้เวลา     หากพวกเขาเป็นคนตัวเปล่าแล้วอาจไม่ต้องคิดหนักเพียงนี้ “ไม่...ไม่เด็ดขาดครับ” มิเกลเริ่มเพ้อ   แต่ครั้งนี้ไม่มีคนช่วยหยุด “ทุกคนยังพอเอาตัวรอดได้  แต่ผม...ผมเป็นชาวบ้านธรรมดา   ช่วยอะไรก็ไม่ได้  ยังจะเป็นตัวถ่วงเสียมากกว่า   แถมพ่อผม   ท่านก็เป็นแค่หมอชาวบ้านจนๆที่ไม่มีอำนาจอะไรปกป้องตัวเองได้    ถ้าคนใหญ่คนโตจะเล่นงานพ่อเพราะผม...”

 

“เอาล่ะ...พอแล้ว” พี่รีองยังคงทำหน้าที่ตัวหยุดชั้นเยี่ยมได้จังหวะดีเยี่ยม   บรรดาคนที่กำลังเป็นกังวลจุดเดียวกับมิเกลถึงกับหายใจเฮือก    พวกเขายอมรับว่าทางบ้านพอจะมีอำนาจปกครองตัวเองได้    แต่ระดับที่คนอย่างท่านเมลล์ฮาวยังจะไม่รอด   อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

 

“ทุกคนตกอยู่ในอันตรายเท่าเทียมกันเข้าใจไหม?   โดยเฉพาะคนธรรมดาอย่างนายที่หากอยู่ในอาเดเลทด์ต่อไปจะกลายเป็นเป้าให้นายพรานลอบยิงเปล่าๆ” พี่รีองมองรุ่นน้องทุกคน “ฉันเองคงต้องสละตำแหน่งรัชทายาท  อำนาจของประมุขผู้วิเศษธาตุลม  และกลายเป็นเป้าให้พวกรัชทายาทลำดับรองมารุมทึ้ง   แต่ถ้าเทียบความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองหลังสิ้นท่านเมลล์ฮาวมันมีมากกว่านัก”

 

“อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ...ถึงจะเป็นท่านเมลล์ฮาว  แต่ก็แค่คนคนเดียว   จะมีผลอะไรมากมาย” สาวฝีปากกล้าอย่างเจ้าแม่คนปัจจุบันถามฉะฉานไม่เกรงกลัว     เจ้าชายผู้เสียสละถอนใจ

 

“ถ้าอย่างนั้นคงต้องเล่ากันยาว...มีใครเคยรู้จักเรื่องผู้พิทักษ์แห่งเอทรีสบ้างไหม?”

 

ราฟาเอลหายใจสะดุดอีกรอบ   แม้แต่เรื่องแบบนี้พี่รีองก็ยังอุตส่าห์รู้ด้วยอย่างนั้นหรือ    ไม่แปลกที่นอกจากตัวเขาแล้วจะไม่มีใครยกมือ    ดูจากสีหน้าของพี่โนเอลก็บอกได้คำเดียวว่าเจ้าตัวกำลังแอบบ่นอยู่แน่แท้ว่าให้เข้าเรื่องได้เลย

 

“น่าเสียดายที่พวกเราไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น    ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือรีบเตรียมตัววางแผนกันได้แล้วว่าจะทำอย่างไรกันก่อน” หากคนตัดบทไม่ได้หน้าตาน่ากลัวขนาดนี้   มั่นใจว่าคงถูกโวยไปเรียบร้อยแล้ว    พี่รีองสรุปเหมารวมจากความเงียบว่าไม่มีใครอยากออกจากแผนกลางคัน

 

อีกแง่หนึ่งแม้จะมีคนจะออก   เจ้าชายทั้งสองก็ไม่ปล่อยให้ออกไปแน่นอน

 

“ตอนนี้พวกเราคงต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ไปร่วมงานตามปกติ   แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทาง” รัชทายาทแห่งโทรเมลินพยักหน้าในราฟาเอลรับช่วงต่อ “พวกเราจะเดินทางโดยเครื่องบินโดยสารของทางซายน์  คาดว่าจะไปถึงอาเดเลทด์ในเวลาสองชั่วโมง”

 

พี่โนเอลผิวปากหวือ   มิเกลแอบพึมพำกับคนเดียวว่าตอนขามาใช้เวลาทั้งคืน  พอขากลับใช้เวลาสองชั่วโมง

 

“ผมคิดว่าพวกเราน่าจะทานข้าวเช้าที่ทางนี้จัดเตรียมให้เรียบร้อยก่อน” เจ้าชายหนุ่มกล่าวแผนการต่างๆด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ   ในใจประหวัดคิดถึงเรื่องที่ยังคงสร้างความหวั่นใจ    ตัวเขาเองยังแทบไม่อย่างเชื่อว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเมเลซาร์     ความจริงแล้วที่เขาขนพวกสภากลางไปด้วยก็แค่เพื่อสร้างความอุ่นใจว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับเขา    ก็ยังมีคนที่พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือและดำเนินให้แผนการต่างๆลุล่วงไปได้

 


การประชุมนอกรอบของสภากลางครั้งนี้เต็มไปด้วยความเครียดและความอึดอัด    ทิ้งท้ายผู้ร่วมประชุมทุกคนก็ยังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตนเอง    ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปร่วมการแข่งกระชับมิตรโดยที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว   การแข่งขันที่ชาวสภากลางฝั่นใฝ่ว่าจะได้ชูคอรับเกียรติยศอย่างไม่ต้องหลบซ่อนกลับกลายเป็นสิ่งที่ผ่านมาและผ่านไปไม่หลงเหลือแม้แต่ภาพความทรงจำ    เพราะในสมองของแต่ละคนล้วนติดค้างในคำพูดลอยของท่านประธานที่มันจะพูดเล่นเสมอ

 

สภากลาง  สภากลาง! พรุ่งนี้อาจจะไม่มีสภากลางแห่งอาเดเลทด์

 

ราฟาเอลแค่นยิ้ม   เขามีสติพอที่จะรับรู้ว่าตอนนี้เขากำลังชมผู้เข้าแข่งขันคนอื่นกำลังจะเริ่มสีไวโอลิน   ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีเดียวกับที่เขาตั้งใจจะใช้ประกวด   ท่วงทำนองรวดเร็วดุดัน  ทว่าอาดูรแว่วแผ่วเข้ามาในโสตประสาท

 

สภากลาง...แท้จริงมันก็แค่สภานักเรียน

ตราบใดที่ยังมีอาเดเลทด์ก็ยังคงมีสภากลาง   แต่ถ้าถามทุกคนแล้วคงได้คำตอบเดียวกันว่าหากมีแต่อาเดเลทด์   แต่ปราศจากท่านเมลล์ฮาว  ความศักดิ์สิทธิ์ของสภากลางนั้นคงหายไป

 

ความศักดิ์สิทธิ์ของสภากลางไม่ได้มาจากอำนาจการปกครองที่ท่านอธิการมอบให้    แต่มาจากความทุ่มเทแรงใจ แรงกายของคนทั้งสิบสองคน ที่สืบทอดกันมา

 

สภากลาง...คำที่หลอมรวมคนแปลกหน้าทั้งสิบสองคนให้ยอมรับกัน  เรียนรู้กัน  เข้าใจกัน  และผูกพันกัน

ถึงสภากลางจะมีความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชังท่านอธิการคนนี้ขนาดไหนก็ไม่ขอรับท่านอธิการคนใหม่

 

ให้มันรู้ไปว่าเมื่อสิบสองผู้พิทักษ์แห่งเอทรีสและสิบสองผู้พิทักษ์แห่งอาเดเลทด์ไม่ยอมรับนายคนใหม่   เมเลซาร์จะทำเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ!    ราฟาเอลลุกขึ้นยืนหลังเสียงประกาศชื่อ  เพื่อจับฉลากเลือกเพลงที่ต้องเล่น   การแข่งขันรอบนี้ไม่มีเรื่องใดยาก  เพียงเล่นตามโน้ตให้ถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทำได้       ในวินาทีนั้นเองสองเท้าของเจ้าชายหนุ่มหยุดนิ่งเมื่อมีคำถามแล่นเข้ามาในหัวเพื่อย้อนถามตัวเองว่า   เขาให้ความผูกพันกับดินแดนและโรงเรียนแห่งนี้เกินกว่าที่รัชทายาทแห่งซายน์ควรจะรู้สึกหรือไม่?




--------------------------------------------------------------------------

T__T วันนี้จะไปแล้วนะคะ

อนาคตข้างหน้ายังไม่แน่ใจว่าจะได้พบเจอเน็ตเมื่อไหร่
แต่ตอนนี้ทั้งง่วง ทั้งมึน   จะพิมพ์ไม่รู้เรื่องแล้ว   ขอหลบไปนอนก่อนล่ะค่ะ



ปล.อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ >0< เซเรน่าไม่ใช่นางเอกน่า! บทหน้าอิลเลที่ทุกคนคิดถึงก็จะออกมาแล้วค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

8,067 ความคิดเห็น

  1. #8011 mynyn (@natsukichan) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:35
    เข้าใจสถานะของราลฟ.. แต่บางทีก้อดน้อยใจแทนเพื่อนๆทุกคนไม่ได้ที่ราลฟแทบไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยตั้งแต่เรื่องเดนวอร์... และปัญหาของตัวเอง.. ตอนนี้คงเป็นตอนที่เล่าออกมามากสุดแล้วแต่ที่ตลกร้ายคือก้ยังไม่ได้เล่าให้เพื่อนสนิทตัวเองฟังอยุ่ดี
    #8011
    0
  2. #7978 mynyn (@natsukichan) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 19:46
    หมั้นกันชั่วคราวนะ... ยังอยากได้อิลเลเป็นนางเอก..
    #7978
    0
  3. #7922 A Litter (@nadjang123-nadty) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:26
    พระเอกเรื่องนี้ดีเกินไปจนน่ารำคาญมาก ดีจนแบบ โง่อ่ะ
    #7922
    0
  4. #6840 โอะโฮะโฮะโฮะยกมือป้องปาก (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 19:23
    นางเอกคือเอลของอัสไงจ๊ะ
    #6840
    0
  5. #5866 I'm sone M.Seo >O< (@lovelymylonelyfk) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 22:30
    เฮ้ออออออ!!! สงสัยอย่างเดียว ใครนางเอก T^T
    #5866
    0
  6. #3615 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 18:16
    อ้าว การแข่งขันยังไม่จบไม่ใช่หรือครับ แล้วจะกลับได้หรือ มิเกลน่าแกล้งจัง ฮิฮิ หวังว่าราฟาเอลคงไม่โดนแอบกรีดเลือดไปแล้วนะ
    #3615
    0
  7. #3586 ^0^MuSHJy^0^ (@lVluSHRooM) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 03:42
    อ่าเครียดอีกแล้วสิ

    สงสารพ่อหนูมิเกล

    เซเรน่าดูไม่น่าไว้ใจเลยแฮะ

    ท่านพี่รีองแกเทพจริงๆรู้หมดทุกอย่าง

    รุ่นพี่โนเอลเป็นรัชทายาทอย่างที่คิด

    เมื่อไหร่อิลเลเชียจะโผล่มาหาราฟนะ

    แล้วองค์ชายแห่งซายโดนคำสาปอะไรกันแน่เนี่ย

    สุดท้าย

    ท่านเถียนหายหัวไปไหนอีกแล้วหว่า??
    #3586
    0
  8. #3585 nonae@hotmail.com (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 20:11
    ฮัลโหลเทสๆ เถียนจ๋ายังอยู่หรือเปล่าหรือถูกซูชิทับตายไปเเล้ว เรารออิลเลจนจะลงเเดงเเล้วนะกรุณาอัพด่วนพลีสๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3585
    0
  9. #3584 nonae@hotmail.com (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 16:36
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอิลเลอยู่น้าอกจะระเบิดเเล้วเจ้รีบมาอัพเร็วๆเต๊อะ
    #3584
    0
  10. #3582 I am ไอซัน (@sunday_zaza) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 12:19

    อัพต่อน้า

    #3582
    0
  11. #3581 Serinachan (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 02:48
    /me ยกนิ้วโป้งให้นุ้งเถียนที่รัก+สครีมลั่น

    เสดฉานนนนนน

    ชั้นว่าแล้วววววววววว ว่ะฮ่าๆว่านุ้งโนเอลต้องเป็นเจ้าชาย

    (แม้หลังๆจะเริ่มถอดใจเพราะความดิบเถื่อนของพี่แกก็เถอะ)

    สนุกม๊ากมายเช่นเคยจ๊ะเถียน มาต่อไวๆน้า จุ๊ฟๆ

    ps ชั้นรู้ว่าแกพบไวเลสไวไฟ ในหอดังนั้นห้ามเนียน=_=*

    #3581
    0
  12. #3580 JipPy (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 23:52
    ราฟร์ น่ารักมาก สนุกมาากกกกกกค่ะ....รอให้ออกเป็นเล่มอยู่นะค่ะ





    เล่มแรกก็ซื้อมาแล้วด้วย อิอิ
    #3580
    0
  13. #3577 /:LucifeR in DarK:/ (@LucifeR-_-) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 มีนาคม 2553 / 16:36
    ราล์ฟน่ารักอ๊า... คิดถึงอิลเลใจจะขาดแล้วค่า
    #3577
    0
  14. #3576 SOUL-MIX (@club-walker) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 มีนาคม 2553 / 19:05

    โอ้ย ตกใจหมด นึกว่าจะได้เซเรน่ามาเป็นนางเอก ถ้าเป็นอย่างนั้นคงเสียใจน่าดู

    แล้วมาอัพต่อไวๆนะคะ

    #3576
    0
  15. #3575 kudakudada (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 มีนาคม 2553 / 01:36
    หึหึหึ ราฟจะไปสอยท่านเมฮาล์ว ไม่ไปสอยเพื่อนๆมาด้วยละ



    ชอบมิเกลมากเลยค่ะ ชอบรู้สึกว่าหมอนี่ถึงจะเป็นคนธรรมดาในหมู่คนพิเศษ แต่จริงๆแล้วดันให้ความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในตัว ลึกๆแล้วอยากให้มิเกลโชว์เทพเอาแบบให้คนอึ้งไปเลยสักครั้งจัง คงสะใจปนฮาพิลึก
    #3575
    0
  16. #3571 Vampire knight (@cremer-havia) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 17:40
    โอ้...ไม่คิดว่าราล์ฟจะรับเป็นพระคู่หมั้นจริงๆ แล้วถ้าอิลเลเข้าใจผิดขึ้นมาจะทำไง? T_T 
    คงต้องรออีกนานกว่าจะได้อ่าน.. เฮ้อ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #3571
    0
  17. #3570 หนอนน้อยรักการอ่าน(นิยาย) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 17:10
    ไม่รู้ว่าพี่เถียนจะกลับมาอัพเพิ่มเมื่อไร

    แต่ก็ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะว่ายังไงหนูก็จะติดตามอ่านตลอดไปค่ะ

    และก็ขอให้สนุกกับการเดินทางนะค่ะ

    แล้วก็ขอให้พบเจออินเดอร์เน็ตโดยเร็วนะค่ะ



    ป.ล หนูว่าแล้ว พี่เถียนต้องไม่ให้เวเรน่าเป็นนางเอกแน่นอน

    ป.ล แต่อยากอ่านต่อไปแล้วอ่ะ เพราะว่าไม่เคยอ่านคำพูดของเซเรน่าแล้วถูกใจแบบนี้มาก่อน

    ว่า "แอรอซิส จะทำหน้ายังไงเมื่อรู้ว่าเซเรน่าได้เป็นพระคู่หมั้นของตาราฟล์"

    คิดแล้วก็แอบสะใจบ้างเหมือนกันนะเนี่ย(เอ๊ะ สรุปเชียร์ใครกันแน่เนี่ยฉัน)
    #3570
    0
  18. #3569 SEAN (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 22:12
    รออิลเลอยู่น้า

    เป็นกำลังใจให้
    #3569
    0
  19. #3567 I am ไอซัน (@sunday_zaza) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 16:57
    ู^O^
    พักผ่อนให้มากๆนะค้า

    ปล.จะได้มาอัพต่อเร็วๆ
    #3567
    0
  20. #3566 island (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 12:52
    อึ้งค่ะ พี่โนเอลเป็นเจ้าชาย!!!!

    ถึงจะเคยคิดเล่นๆ ว่าอาจจะเป็นเจ้าชาย

    แต่ก้อไม่ได้จิงจัง

    ขอให้พี่เถียนเดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ

    รอคอยอิลเลอยู่นะคะ



    ปล.อย่าให้อิลเลเข้าใจราล์ฟผิดนะ

    ปลล.มาต่อเร็วๆๆๆ นะคะ
    #3566
    0
  21. #3565 nonae.anjell@hotmail.com (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 12:39
    และเเล้วราฟฟี่ของเราก็เห็นผลประโยชน์มาก่อนหัวใจจริงด้วย คิดไปคิดมาสงสารอิลเลนะเนี่ยถ้าเกิดรักกันจริงขึ้นมาคงช้ำใจตายเเน่(เเอบเคืองเเทนอิลเลนะเนี่ย)แต่ก็ยังพออภัยให้ราฟฟี่ได้เพราะว่าเซเรน่ายังไง้ยังไงเถียนก็คงไม่ให้เป็นนางเอกเเทนอิลเลของเราเเน่ๆ(เพราะกลัวโดนบึม) เราตั้งหน้าตั้งตารอตอนต่อไปเเต่เถียนดันไม่ให้ความหวังเลยอ่ะบอกว่าเมื่อไหร่จะเจอเน็ทก็ไม่รู้กะจะให้คนอ่านรอจนลงเเดงเเน่ๆเลยใช่ปะเนี่ย แต่ยังไงก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพละกัน และเจออะไรเเปลกๆที่โน่นก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างเน้อ จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ซาโยนาระ(เอากะเขาซะหน่อยละกัน)
    #3565
    0
  22. #3563 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 23:41
    พี่โนเอล ไม่มีมาดเจ้าชายจริงๆ ด้วย 5555+

    เป็นอะไรที่อี้งสุดๆ คิดไม่ถึงจริงๆ 

    ว่าแต่อัสล่ะ คิดถึงอัสจังเลยยยยยยยย
    #3563
    0
  23. #3561 Ziaar (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 22:19
    เจ้าชายโนเอล!!!!!



    มีพาเดินทางโดยซายน์แอร์ไลน์ซะด้วย 5555



    วันนี้เดินทางแล้วสิเนี่ย.. เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะน้องเถียน ^^
    #3561
    0
  24. #3560 แว่นใส (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 21:55
    ขอให้โชคดีมาแต่งต่อให้เราเร็ว ๆ น้า
    #3560
    0
  25. #3559 Clione (@nrhpee) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 20:30
    อ้าว!! O_O
    ทำไมเลื่อนอ่ะค่ะ?
    แงๆๆ ท่านเถียนจะไปแล้ว ฮือๆๆ
    ขอให้โชคดีนะค่ะ
    ดูแลสุขภาพด้วย
    เที่ยวเผื่อด้วยนะ อิอิ...

    โนเอลเป็นเจ้าชายจริงๆด้วย ^O^
    เริ่มเข้าโหมดเครียดแล้วนะเนี่ย T^T (>>เครียดตั้งนานแหล่ะ =_=")

    ย้ำ!! ท่านเถียนอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วย ^^
    #3559
    0