Raphael de l'air : เจ้าชายแห่งสายลม (ภาคพิเศษฉลองครบ10ปี)

ตอนที่ 67 : [Part 2] บทที่ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    7 มี.ค. 53


 21

 

                วันนี้สมควรจะเป็นวันที่ดี    คาเมลีตื่นเช้าและรู้สึกสดชื่นต่างจากวันอื่น   หลังจากที่ฝนตกจะเป็นจะตายเมื่อเย็นทำให้เช้านี้อากาศเย็นกำลังพอดี    เธอเปิดหน้าต่าง   สูดกลิ่นฝนอ่อนๆ   หรี่ตามองพระอาทิตย์ที่ขึ้นจากเส้นขอบฟ้าได้เพียงครึ่งดวง     เธอยืดแขนสองข้างออกรับไอเย็นชื่นใจ    เสียงนกร้องดังประสานกันเสนาะหู    หญิงสาวมียามเช้าที่สดชื่น งดงาม เต็มไปด้วยพลัง   เธอมีมื้อเช้าที่อร่อยเหาะ   ได้สนทนาคลายเหงากับโพเล็ต    คิดถึงเพื่อนที่หายตัวไปเหมือนทุกวัน    แต่หญิงสาวก็ยังรู้สึกเบิกบานใจราวกำลังอยู่ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ   เธอรู้สึกเหมือนเธอที่จมอยู่ในความหดหู่นั้นเริ่มกลายเป็นอดีต

 

มันต้องมีสักวันที่อยู่ๆความทุกข์ของคนเราก็หายไปโดยไม่มีเหตุผล   คาเมลียิ้มบางๆ   เธอคิดว่าวันนี้เป็นวันที่เธอหลุดพ้นจากความเศร้า     เธอมีพลัง ความเชื่อมั่น และความคิดในแง่บวกเต็มร้อย  พร้อมที่จะตามหาอิลเลเชียต่อไป    ทุกอย่างราบรื่นดีจนกระทั่ง...

 

สาวน้อยกำลังเดินเล่นยามเช้าอยู่ด้วยความว่างงานอันหาได้ยากยิ่งหลังจากเป็นนักเรียนอาเดเลทด์  โดยเฉพาะเป็นเช้าที่สงบสุขจนไม่มีคนออกมาเดินให้เกะกะทัศนียภาพอันงดงามด้วยแล้ว    หญิงสาวหยุดชะงัก   เธอรู้สึกเหมือนเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ   คาเมลีถอยหลังกลับไป   หรี่ตามองบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้    เธอค่อยๆย่องเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือออกไปแหวกพุ่มไม้นั้น

 

“เฮ้ย!” คาเมลีร้องเสียงหลงไม่สมหญิง    เมื่อเห็นสิ่งแปลกปลอมที่อยู่หลังพุ่มไม้ถนัดตา    ร่างบางเขยิบเข้าไปใกล้มากขึ้น    ดวงตากลมล่อกแล่กมองซ้ายขวาก่อนจะจ้องแป๋วไปที่เป้าหมายซึ่งเป็นร่างสูงหนาของชายชาตรีที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนพื้น     มือเล็กเอื้อมออกไปแตะร่างนั้นด้วยความลังเลราวกับต้องการพิสูจน์ว่านี่เป็นคนจริงหรือแค่ภาพลวงตา    ทันทีที่มือนุ่มสัมผัสกับความเรียบลื่นของเนื้อผ้าชั้นดีและกล้ามเนื้อแข็งที่ซ่อนตัวอยู่ข้างใต้หญิงสาวก็รีบกระตุกมือกลับ

 

...ตายละวา... คาเมลีกลืนน้ำลายเอื้อก    ร่างของหนุ่มใหญ่ผู้นี้คุ้นตาเธอมากที่เดียวแม้เรือนผมยาวสลวยสีดำจะปกปิดเครื่องหน้าบนดวงหน้าขาวไปเกือบหมด    เธอได้แต่ภาวนาว่าจะไม่ใช่คนเดียวกับที่เธอคิดถึง  พร้อมยื่นมือที่หดกลับมาเมื่อครู่ไปเขี่ยเส้นผมนั้นออกจากใบหน้าอย่างเบามือ      เธอแอบรู้สึกประหลาดใจที่เรือนผมที่ดูได้รับการรักษาอย่างดีนั้นนุ่มลื่นมือกว่าที่คิดไว้     บุรุษผู้นี้ให้ความสำคัญกับผมสวยจนผู้หญิงยังต้องอิจฉานี่มากจริงๆ

 

“ท่านเมลล์ฮาว!!” ร้องออกมาอีกครายามเห็นใบหน้าชัดเจน    ทั้งตกใจ ประหลาดใจจนยากจะหาคำใดมาบรรยาย  เมื่อคนตรงหน้าเป็นคนเดียวกับที่เธอคิดไว้     ทำไมผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในอาเดเลทด์ถึงมานอนตรงนี้นะ   หรือจะเกิดเรื่องอันตรายอะไร??

 

ไวกว่าความคิด   เธอรีบยกมือทาบลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายวัดอุณหภูมิของร่างกาย    ไม่รู้ว่าท่านยอดเมธีผู้นี้มานอนรับลมนานเท่าใดแล้ว   แต่ด้วยอากาศเย็นแถมเสื้อก็ชื้นหน่อยๆแบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไรเลย     เมื่อสำรวจจนมั่นใจในระดับหนึ่งว่าสภาพร่างกายของคนตรงหน้ายังคงปกติดีทุกอย่างคาเมลีก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน    มือทั้งสองข้างเท้าเอว

 

นี่เธอควรไปตามใครมาแบกดี?


 

แม่ตัวเล็กนิ่งชั่วขณะ   ก่อนจะรีบหันหลังกลับวิ่งฉิวไปบ้านของคิงแห่งรัศมีหมอกคนปัจจุบัน

 



....

 



...............

 


               
ร่างกายรู้สึกล่องลอยราวอยู่ในฝัน   เมลล์ฮาวค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง   เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะอาหารยาวจนเห็นปลายอยู่ไกลลิบ     พื้นกระเบื้องลายตารางสีขาวดำดูคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง     เมลล์ฮาวไม่มีทางลืมเพดานสีเลือดหมูลงบัวสีทอง   หน้าต่างทรงโค้งสูง    และโคมไฟระย้ากลางห้องนี้ได้    สถานที่ที่เลี้ยงเขาให้เติบโตขึ้นมา

 

นี่เขายังไม่ตื่นหรอกหรือ?  จอมปราชญ์ถามตัวเองด้วยความประหลาดใจ     เขานั่งนิ่งด้วยความเบื่อหน่ายรอเสียงเรียกปลุกของสหายสนิท     สถานที่แห่งนี้ไม่ได้สร้างความประทับใจให้เขาอยากลุกจากเก้าอี้นี้ขึ้นไปสำรวจมันด้วยความคิดถึงนัก   แม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนมานานแล้วก็ตามนับแต่ได้รับตำแหน่งอธิการสืบทอดจากท่านปู่

 

การที่ได้นั่งมองเก้าอี้ที่วางเรียงรายอยู่รอบโต๊ะอาหารโดยไม่มีคนนั่งอยู่เลยแม้แต่คนเดียวมันทำให้เขารู้สึกเหมือนได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆอีกครั้ง     เมลล์ฮาวลุกขึ้นมาอย่างทนไม่ได้    เขาเกลียดความรู้สึกตอนที่เขาเป็นเด็ก   ชายหนุ่มเดินงุ่นง่านไปมาเฝ้ารอเสียงของอควาเรียส    แต่แทนที่จะได้ยินเสียงปลุก   เขากลับรีบตรงไปยังหน้าต่าง    สองมือแนบติดกับพื้นผิวเรียบลื่น    ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องไปยังเงาตะคุ่มของคนบนหลังม้าที่เคลื่อนที่เข้าใกล้ตัวคฤหาสน์     ภาพนี้ช่างคุ้นตาเขาอีกแล้ว   เมลล์ฮาวระบุไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาฝันอยู่มันเป็นช่วงไหนในชีวิต    หากความคุ้นเคยเหมือนมันเคยผ่านตามาทำให้เขาไม่สามารถหยุดขาทั้งสองข้างที่พาตัวเองผ่านประตูออกจากห้องทานอาหาร    เดินไปตามระเบียง   ลงบันได    ตรงรี่ไปที่โถงกว้าง   เสียงรองเท้ากระทบพื้นเซรามิคดังถี่   เมลล์ฮาวไม่รู้ตัวเลยว่าเขาก้าวเท้าเร็วขนาดนั้นเพื่ออะไร    หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่มีสาเหตุ   มือทั้งสองข้างก็จับที่จับประตูบานคู่    และเปิดมันออก

 

แสงจากภายนอกสาดเข้ามาจนเขาเผลอยกมือขึ้นมาป้อง    ทันทีที่สบเนตรสีเพลิงของเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งร่างกายกำยำ  ผิวขาวออกเข้มเพราะออกแดด   ปกคลุมด้วยเกราะห่วงสีเงินเงาวาว  ยืนเคียงข้างอาชาสีราตรี     สมองของเขาก็หยุดทำงาน     ริมฝีปากเอ่ยคำโดยที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว

 


“...พี่...”

 


               
เพียงชั่วพริบตาเดียวทุกสิ่งกลับดำมืด    ความเงียบสงบที่มีเพียงเขา เมเลซาร์ และบ้านของเขาก็หายวับไป   ชายหนุ่มสะดุ้งน้อยๆ   เมลล์ฮาวรู้ตัวอีกทีตอนที่รอบกายของเขาเต็มไปด้วยผู้คนห้อมล้อมมากมาย   เสียงพูดคุยเคล้าเสียงเพลงบรรเลงสร้างความรื่นรมณ์ดังจนเขารู้สึกว่าหนวกหู   แต่ไหนแต่ไรเขาคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวจนมันกลายเป็นนิสัยของเขา    คนที่เขาคุ้นหน้าว่าเป็นขุนนางจากเมืองไหนสักเมืองจับกลุ่มสนทนาอยู่รอบตัวเขา   สายตาที่มองมาที่เขาดูชื่นชมสลับคาดหวัง     สายตาที่เมลล์ฮาวเห็นจนเบื่อ     สิ่งที่เขารับรู้มีเพียงภาพของคนแปลกหน้าที่ขยับปากไปมา   มีรอยยิ้ม  และเหมือนจะหัวเราะกับเรื่องอะไรบางอย่าง   แต่ไม่มีคำพูดใดกระเด็นเข้าหูของเมลล์ฮาว    อธิการแห่งโรงเรียนหลวงอาเดเลทด์รู้เพียงว่าตัวเองกำลังยิ้มอย่างไม่มีสาเหตุตามมารยาท

 

ใช่แล้ว... เมลล์ฮาวร้องในใจ   เขาจำงานเลี้ยงนี้ได้   ชายหนุ่มปลีกตัวออกจากวงสนทนานั้น   เท้าก้าวไปอย่างชำนาญตามทางที่เขาเคยผ่านมาแล้วในอดีต      หัวใจของเขาเต้นถี่ขึ้น ช้าลง และบิดรัด   ชั่วขณะหนึ่งเขาตกใจ ตื่นเต้น และในอีกวินาทีถัดมาเขาโศกสลด  โกรธแค้น  ชิงชัง    แต่ขาสองข้างก็ยังนำร่างที่มีความขัดแย้งทางอารมณ์นี้มุ่งหน้าไปเรื่อยๆ    ออกห่างจากฝูงชน   ห่างจากแสงไฟ   ห่างจากคนแปลกหน้าที่เป็นญาติแท้ๆของเขาที่ปฏิบัติกับเขาราวเป็นเทวดาลงมาจากสวรรค์    ลงไปสู่ห้องใต้ดินที่มีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันบนฝาผนัง   สู่ห้องที่มืดมิดสูงราวสองชั้น   สิ่งเดียวที่เมลล์ฮาวเห็นคือร่างสูงของผู้ที่เป็นเจ้าของงานเลี้ยงกำลังคุกเข่าทำความเคารพต่อหน้ารูปเหมือนบิดา...ของพวกเขาทั้งสอง

 

แผ่นหลังของผู้ที่มีความทะเยอทะยานอันแรงกล้า   ผู้ที่ทนรับความรู้สึกโสมมของพวกผู้ใหญ่มาตลอดชีวิต   แม้จะเป็นเรื่องที่เคยผ่านมาแล้วเมลล์ฮาวก็ยังรู้สึกเหมือนมีคำพูดจุกอยู่ที่คอ    แผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่กำลังมีชีวิตที่รุ่งโรจน์   ท่ามกลางแสงสว่างและเสียงสรรเสริญ    เขาจะกล่าวอันใดได้...ในเมื่อสิ่งที่เขาคิดถึงมีเพียงอนาคตอันตกต่ำจนถึงขีดสุดของคนผู้นี้   และความตายที่ต้องเกิดขึ้นระหว่างตัวของเขาเองและผู้ที่มีศักดิ์ตามสายเลือดเป็นพี่ชาย


 

เมลล์ฮาวรู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้มอีกแล้ว


 

“ยินดีกับพี่ชายด้วยนะครับ”

 


เป็นความฝันที่ทำให้เขาสามารถรู้สึกชาได้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า   ทันทีที่เนตรสีเพลิงหม่นกวาดมองเขาอย่างสำรวจ     ในขณะที่เมลล์ฮาวยิ้มให้ราวคนบ้า   อีกฝ่ายกลับมีเพียงท่าทีเฉยชาและประกายตาที่เสียดแทงชายหนุ่มจนรู้สึกจุกแน่นที่หน้าอก   เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน    เหตุใดเขาจึงต้องฝันถึงเรื่องพวกนี้ด้วยนะ    ดูท่าในชีวิตนี้จะไม่มีช่วงเวลาที่สวยงามให้คิดถึงแล้วจริงๆ

 


...............


 

........



 

                คาเมลีไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง    ในระหว่างที่คนอื่นออกไปเรียนตามปกติ    ทำไมเธอถึงต้องมานั่งเฝ้าไข้ท่านอธิการโรงเรียนที่แม้แต่คุยกันก็ไม่เคยด้วยเนี่ย!?    อนึ่งตัวของเด็กสาวเองก็ไม่ได้ขยันเรียนอะไรขนาดนั้น    แต่หล่อนแค่ต้องการเหตุผลอะไรที่ดูมีน้ำหนักกว่าแค่ว่าเธอเป็นคนไปเก็บท่านจอมปราชญ์มาจากดงไม้     คาเมลีมองพ่อคุณที่เธอควรจะดูไข้ด้วยความอาทร    น่าเสียดายที่มันขัดกับนิสัยอยู่สุขนานๆไม่ได้ของคาเมลีไปหน่อย     ดวงตากลมซุกซนจึงมองท่านอธิการที่อายุห่างจากเธอรอบหนึ่งเต็มๆ(และเลยไปนิดหน่อย)     ร่างแกร่งทอดร่างสงบบนเตียงเสียงลมหายใจดังสม่ำเสมอดูเหมือนคนที่อยู่ในห้วงนิทราล้ำลึก   ใครจะไปนึกถึงว่าคนคนนี้โดนมนต์ดำ!

 

พลางคิดถึงคำพูดของอลันพร้อมขมวดคิ้ว     เป็นเพื่อนคนนี้อีกครั้งที่จับความผิดปกติเรื่องศาสตร์มืดได้    ในระหว่างที่ทุกคนกำลังหาสาเหตุที่ประมุขสูงสุดในรั้วโรงเรียนแห่งนี้หลับเพลินกันหน้ามืด     อลันกลับล้วงมือในกระเป๋ากางเกงเข้ามา   กวาดตามองร่างที่นอนนิ่งเป็นเจ้าชายนิทราสองสามรอบแล้วถอนหายใจ   พูดง่ายๆสองสามคำว่ามันคือมนต์ดำ

 

สรุปง่ายๆคือศาสตร์มืดชั้นสูงจะไม่สามารถใช้เวทของคนปกติจับสังเกตจุดผิดปกติได้    ถ้าผู้ใดไม่สามารถใช้ศาสตร์มืดได้ในขั้นเดียวกันกับที่มีผู้ร่ายก็ไม่มีทางรู้ได้   ประเด็นคือเรื่องนี้ทำไมคนที่รู้เป็นอลัน   ไม่ใช่ประธานชมรมศาสตร์มืด

 

อันที่จริงเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าอัจฉริยะอย่างพี่รีองมาเดินอยู่แถวๆนี้  หรืออย่างน้อยก็สภากลางสักคนก็ได้    เรื่องราวมันจะง่ายกว่านี้ไหม     ศาสตราจารย์ที่เตรียมรุมรักษาท่านอธิการฟังคำของอลันถึงกับอึ้งไป    กลายเป็นว่าไม่มีศาสตราจารย์คนไหนรู้มนต์ดำถึงขั้นที่ทำให้ท่านเมลล์ฮาวนอนม่อยกระรอก   แต่อลันรู้?     คาเมลีตัดสินใจขอลงชื่อเพื่อนสนิทคนนี้ในรายการบุคคลที่ห้ามเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาดในอนาคตได้ในทันที    อยู่ในตำแหน่งก่อนหน้าอัสและราล์ฟ

 

จากนั้นพวกศาสตราจารย์ก็ล็อคตัวอลันแล้วจับไปสอบปากคำ    ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าคนทำหน้าที่สอบปากคำไม่อยู่ทั้งคณะ   และตัวเองก็เป็นถึงศาสตราจารย์    หากพากันไม่เข้าสอนจะเกิดเรื่องได้   ด้วยสปิริตอันสูงส่ง  จึงพากันไปสอนโดยมอบหมายให้ศาสตราจารย์ที่มีคาบว่างพอดีมาควบคุมเสือซ่อนเล็บอย่างอลัน     และหน้าที่ดูแลท่านอธิการเป็นของเธอ

 


ดูเหมือนคาเมลีจะพอเห็นเหตุผลที่ทำให้เธอต้องมานั่งหาวตรงนี้แล้วแฮะ...

 


หญิงสาวมองสำรวจใบหน้าของผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินฆ่าเวลา   ไม่คิดว่าเธอจะได้มานั่งมองหน้าของท่านผู้นี้ใกล้ขนาดนี้   แถมยังเป็นใบหน้าตอนหลับ   และยังปราศจากแว่นตาอีกต่างหาก    เธอเท้าแขนที่ขอบเตียง  มือสองข้างยันใบหน้ากลมมนที่ไม่ละสายตาจากร่างที่ถูกจ้องโดยไม่รู้ตัว    ทำไปทำมาเธอก็รู้สึกว่าท่านเมลล์ฮาวนี่ก็หน้าตาดีไม่น้อย    เธอไม่เคยได้เห็นจริงจัง    ที่เจอในห้องประชุมก็หลับเสียส่วนใหญ่    แถมรอบกายเธอก็เห็นสามเจ้าชายแห่งรัศมีหมอกจนเจนตา      หล่อนมองหน้าท่านเมลล์ฮาวไปมาก็เริ่มรู้สึกว่ามองเพลินตาดี     เพลินจนมือเริ่มอยู่ไม่สุข     นิ้วเรียวเริ่มยกไปจิ้มแก้มของมหาบุรุษด้วยความคิดโง่ๆบางประการเช่นคิดว่าบางทีภาพที่เธอเห็นนี้อาจเป็นเพียงเธอฝันกลางวันอยู่      แต่มันก็ไม่มีเหตุผลนี่ที่เธอต้องมานั่งฝันถึงศาสตราจารย์ของตัวเอง

 


สาวน้อยสะบัดศีรษะทุยน้อยๆไล่ความคิดไร้สาระออกไป    แต่มือที่เมื่อเริ่มอยู่ไม่สุขขึ้นมาแล้วก็ไม่อาจหยุดได้   จากที่จิ้มแก้มก็เริ่มเปลี่ยนไปจิ้มกราม     เธออยากรู้มานานมากแล้วว่าการจับกรามของผู้ชายมันมีความรู้สึกอย่างไร     ถ้าเป็นผู้หญิงอย่างเธอก็จะนุ่ม   ผู้ชายร่างท้วมอย่างพ่อเธอยิ่งนุ่มเข้าไปใหญ่    แต่ผู้ชายที่กรามได้รูปชัดเจนอย่างท่านเมลล์ฮาวนี่มันรู้สึกว่าให้ความรู้สึกต่างไปโดยสิ้นเชิง


 

“เธอทำอะไรน่ะ?”

 


คาเมลีสะดุ้งโหยง   หันกลับไปมองฮาร์ลชินที่ยืนพิงกรอบประตูมองเธอด้วยสายตางุนงง    หญิงสาวพ่นลมหายใจส่งเสียงดุ “ทำฉันใจหายใจคว่ำหมดเลย”

 

“ฉวยโอกาสกับท่านอธิการนี่ไม่กลัวความผิดย้อนหลังหรือไง?” ฮาร์ลชินเดินเข้ามาข้างๆพร้อมลากเก้าอี้มานั่ง

 

“นายโดดเรียนหรือไง?” คาเมลีไม่ตอบแต่ส่งสายตาขุ่นเชิงดุให้คนแซวไม่ดูตาม้าตาเรือ     น่าตลกที่ฮาร์ลชินกลับไม่ตอบให้ตรงคำถามเหมือนกัน   เขาเพียงยักไหล่ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราว “รู้ไหมทางนั้นสืบความได้อะไร?”


 

“ว่ามา”


 

“ข้างนอกกำลังวุ่นได้ที่เลยแหละ   ศาสตราจารย์พบว่ามีคนใช้มนต์ดำลักลอบติดต่อกับภายนอก   ฉันเพิ่งรู้แฮะว่ามนตร์ดำขั้นสูงนี่มันสามารถลักลอบทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างโดยไม่มีคนจับได้... อย่าเพิ่งมองหน้าฉันอย่างนั้นน่า” ฮาร์ลชินรีบพูดขึ้นมาเมื่อได้รับตาขวางๆจากผู้ฟัง “ยังไงเวทนั่นก็ค่าตอบแทนสูงจะตาย    ต่อให้สะดวกขนาดไหน   ถ้าข้อแลกเปลี่ยนสูงเนี่ยฉันไม่เอาด้วยเด็ดขาด”

 

“ท่านเมลล์ฮาวกำลังถูกคนลอบฆ่าหรอ?” คาเมลีโพล่งถามทันทีที่มีความคิดลอยขึ้นมาในหัว   คิ้วโก่งขมวดมุ่น  ดวงตากรอกลงดูกังวลแทนคนที่ยังนอนไม่รู้เรื่อง

 

“เรื่องฆ่าน่ะแน่นอน   แต่คงจะไม่ใช่การลอบทำหรอก” เด็กหนุ่มหลับตาพ่นลมออกแรง   ยกมือขยี้ศีรษะคล้ายตัวเองก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าที่ควร “เมื่อกี้นี้มีคนมาเยี่ยมเอวิอัสกับโพเล็ต   เห็นบอกว่าเป็นนักเดินทางร่อนเร่ที่รู้จักกันโดยบังเอิญ   ไปคุยกันอยู่พักใหญ่   อัสกับพิลล์ถึงเดินหน้าเครียดกลับมา   แล้วก็พูดจาแปลกๆเหมือนกับมีคนกำลังจะจับท่านเมลล์ฮาวไปประหาร   แถมกำชับให้พวกเราอย่าเพิ่งแพร่งพรายเรื่องนี้   แค่เตรียมทำใจรับมือความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นก็พอ”

 

“เดี๋ยว!” สาวน้อยรีบยกมือห้าม   ฮาร์ลชินเลิกคิ้วถามประหนึ่งตัวเขาเองก็พูดรัวไปนิด  เกรงว่าเพื่อนสาวจะตามไม่ทัน   ทว่าความจริงที่คาเมลีหยุดไว้มีเหตุผลอีกอย่าง “อย่าบอกนะว่าพวกนายโดดเรียนกันหมด?”

 

“ก็อลันมันแอบกระซิบมานี่หว่า  ว่าแถวๆริมกำแพงน่ะมีร่องรอยการใช้มนต์ดำรอยเบ้อเริ่ม   แถมพวกศาสตราจารย์ก็กำลังวุ่นอยู่กับการหาตัวคนใช้เวท   พวกฉันที่ไม่รู้ศาสตร์มืดสักกะฝีกเลยแอบดอดไปหาเบาะแสโดยพึ่งบุญบารมีขององค์ชายที่เคารพรักที่พอรู้พื้นฐานบ้าง   อลันฝากมาบอกว่า...”

 

เด็กหนุ่มปรับสีหน้าเคร่งขรึม  และกดเสียงต่ำลง   สร้างบรรยากาศกดดันขึ้นภายในห้อง “...กำแพงอารักษ์หลวงกำลังสั่นคลอน   อาเดเลทด์ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป   เช่นเดียวกับเอทรีสที่กำลังจะเผชิญความวุ่นวายยิ่งกว่าครั้งใดๆ...”

 

คาเมลีกลืนน้ำลายเอื้อก   มือเล็กกระตุกกำผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว    พยายามทำลายบรรยากาศหนาวๆร้อนๆนั้นออกไป “ม...มันเป็นเทพพยากรณ์หรือไง?”

 

“เปล่า...อันที่จริงประโยคหลังอัสเป็นคนพูด    อลันมันแค่บอกว่ากองทัพผู้ใช้มนต์ดำ และนักฆ่าแห่งรัตติกาลจะขึ้นมาเรืองอำนาจเท่านั้นเอง”

 


ถ้าอย่างนั้นเอทรีสก็คงเผชิญกับความวุ่นวายยิ่งกว่าครั้งไหนๆโดยไม่มีข้อกังขา
!

 

ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของใครก็ไม่ได้ทำให้ใจของเธอชื่นขึ้นเลยให้ตาย     คาเมลีสูดหายใจเข้าพยายามรวบรวมกำลังใจ    ยามเกิดเรื่องเลวร้ายกับเอทรีส   คนแรกที่ประชาชนนึกถึงก็คือคนจากตระกูลไธม์     แต่ยามนี้คนจากตระกูลไธม์ก็ยังอยู่ในภาวะย่ำแย่   แล้วเอทรีสจะเป็นอย่างไรเล่า

 

-------------------------------------------------------------------------

 

                เจ้าชายหนุ่มพลิกตัวซุกใบหน้าลงบนหมอนนุ่มนิ่ม    ความรู้สึกแสนสบายบนเตียงทำให้เขาแทบไม่อยากลุกขึ้น    หลังจากเหน็ดเหนื่อยบนหลังม้ามานานแสนนาน    สาบานได้ว่าครั้งหน้าถ้ามีการเดินทางเป็นหมู่คณะเขาจะออกหน้าบริจาคเจ็ทสักลำ     อย่างไรก็ตามราฟาเอลจำใจลุกอย่างเสียไม่ได้หลังระลึกได้ว่าวันนี้ทั้งวันยังมีงานรอเขาอยู่     คณะสภากลางมิได้มาพักร้อนที่ลอเลรี    แต่มาเพื่อลงชื่อรายงานตัวต่อการแข่งที่สนใจเข้าร่วม     อุ่นเครื่องเล็กๆน้อยๆกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเพื่อทำความรู้จัก   และร่วมงานเต้นรำตอนกลางคืนโดยมีคณะกรรมการนักเรียนของลอเลรีเป็นเจ้าภาพ

 

แค่ถึงตารางวันนี้ราฟาเอลก็ตื่นเต็มตา    เจ้าชายหนุ่มลุกขึ้น   ตรงดิ่งไปหยิบผ้าขนหนูมาพาดบ่า   เดินตรงเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน    เขาสังเกตว่าเตียงของพี่เฮทเธอร์ว่างเปล่าและเก็บอย่างเรียบร้อย    คาดว่ารุ่นพี่คงตื่นแล้วสักพัก    เจ้าชายหนุ่มซับน้ำบนใบหน้า  เดินออกจากห้องน้ำ   เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความมึนงงเมื่อเห็นเตียงนอนของตัวเองก็เรียบกริบราวถูกจัดอย่างทั้งที่เขาเพิ่งลุกขึ้นมาเมื่อครู่     ราฟาเอลมั่นใจว่าตัวเองยังไม่ได้เบลอขนาดละเมอขึ้นมาเก็บเตียงจนเรียบร้อยเหมือนไม่มีคนนอนแน่นอน   ถ้ามีคนมาจัดเตียงให้เขาก็คงได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าง อะไรบ้าง

 

เจ้าชายหนุ่มหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้   จนกระทั่งเนตรสีอำพันมองเลยไปถึงตู้เสื้อผ้าที่เมื่อวานตอนเย็นเขาแขวนเครื่องแบบเตรียมไว้สำหรับเช้านี้    ไม้แขวนเสื้อว่างเปล่า    มีใครบางคนเอาเสื้อผ้าของเขาไป   

 

ช่างเป็นเช้าที่เต็มไปด้วยปริศนาเสียจริง!  เจ้าชายหนุ่มรับรู้ถึงลางสังหรณ์ประหลาดที่เขาตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร   เจ้าชายหนุ่มรีบเข้าไปค้นหาข้าวของชิ้นอื่นๆของเขาพบว่านอกจากเครื่องแบบแล้วไม่มีอะไรหายไปทั้งสิ้น    เขาจับโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อปที่พกมาอย่างด้วยสีหน้าโล่งอก     เขาเก็บอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นเข้ากระเป๋าเดินทางแล้วเอากองเสื้อผ้ามาปิดทับเหมือนเดิม   เจ้าชายหนุ่มหยิบเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็คที่ดูเรียบร้อยที่สุดขึ้นมาตัวหนึ่ง    มันแทบจะเหมือนกับเครื่องแบบของโรงเรียนที่เขาใส่ทุกวัน    แต่เสื้อทุกตัวในตู้เสื้อผ้าของราฟาเอลมันก็คล้ายกันหมด    อย่างไรก็ตามเขาดูนาฬิกาจากโทรศัพท์    เมื่อเห็นเวลาก็แทบจะร้องเสียงหลง    นี่เลยเวลาที่นัดกันไว้เกือบสองชั่วโมง   ถ้าปรับเวลาท้องถิ่นแล้วก็เพิ่มเป็นสาม     ขณะนี้เกือบเที่ยง   แต่กลับไม่มีใครสักคนมาตามเขา   และเขาก็ตื่นนอนหลังเจ็ดนาฬิกา   มันเป็นไปได้หรือนี่?     เจ้าชายหนุ่มไม่มัวเสียเวลามานั่งสงสัยตัวเอง    วันนี้มีเรื่องให้เขาสงสัยเกินพอแล้ว    เขารีบกุลีกุจอเข้าห้องอาบน้ำแล้วจัดการธุระทุกอย่างให้เรียบร้อย   ก่อนจะพุ่งออกจากห้องเตรียมไปสมทบกับคนอื่นๆ   แม้ว่าบัดนี้เขาอาจหมดสิทธิ์แข่งขันเพราะไม่ได้รายงานตัวแล้วก็ตาม

 

                ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ทุ่งหญ้าเป็นสีเขียว หินเป็นสีเทา...  เขาเหลียวมองผู้คนแปลกหน้าที่เดินขวักไขว่ไปมา    ทุกอย่างเป็นสีเดิมของมัน    แต่ราฟาเอลกลับรู้สึกไม่คุ้นเคย    เขาไม่คุ้นเคยแม้กระทั่งตัวเอง    เจ้าชายหนุ่มกำลังยืนอยู่ที่ใดสักแห่งในโรงเรียนลอเลรีด้วยความรู้สึกว่างเปล่า

 

นักเรียนในชุดเครื่องแบบลายสก็อตสีเขียวดำเดินผ่านเขาไป     ไม่มีใครสนใจเขา   แม้แต่จะปรายตามอง      ตั้งแต่เกิดมาราฟาเอลไม่เคยสัมผัสประสบการณ์ถูกมองผ่านแม้แต่สักครั้ง   ทุกคนมองไปทางกลุ่มนักเรียนในเครื่องแบบสีดำที่เลื่องลือพร้อมส่งเสียงกระซิบกระซาบ      นั่นคือสัญญาณว่ากลุ่มนักเรียนที่อยู่ไกลแสนไกลนั้นคือคณะสภากลางโรงเรียนหลวงอาเดเลทด์   ราฟาเอลพยายามแทรกตัวผ่านกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนอื่นเข้าไปใกล้    พี่อีวาหันมาทางเขาพอดี    ราฟาเอลพยายามโบกมือให้     ทว่าพี่อีวากลับหันไปคุยกับพี่เฮทเธอร์ราวไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา     ราฟาเอลหน้าชา    พยายามคิดว่าพี่อีวาคงไม่เห็นเขา    หรือในแง่ร้ายสุดเขาก็คงกำลังโดนพี่ๆแกล้งโทษฐานที่ไม่ตรงเวลา      แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน     เขาคลุกคลีกับสภากลางมาแทบจะพร้อมกับที่เรียนรู้เอทรีส     นี่ไม่ใช่วิสัยของสภากลาง

 

“อ้ะ...พี่โนเอล!” พี่โนเอลกำลังคุยกับใครบางคน    ด้วยมุมที่เขาอยู่ทำให้มองไม่เห็น    ราฟาเอลตะโกนเรียกเสียงดัง    แต่ก็ยังดูเหมือนไม่มีใครได้ยิน     น่าประหลาด   แต่เกิดขึ้นจริง     เทียบระยะห่างระหว่างเขาและสภากลางแล้วราฟาเอลเชื่อว่าต่อให้ห่างไปกว่านี้อีกสิบเมตรประสาทการรับรู้ของรุ่นพี่คงไม่มีทางบกพร่อง      คณะสภาเดินผ่านเขาไปอย่างไม่สนใจ

 

เจ้าชายหนุ่มค้าง  ตะลึงงันดังต้องมนต์     เมื่อดวงเนตรสีอำพันสบกับคู่สนทนาของพี่โนเอลเต็มตา   เรือนผมสีทองสว่างยาวจนถึงกลางหลังพลิ้วไสวตามทวงท่าการเคลื่อนกายที่นิ่มนวลทว่าสง่าสมศักดิ์    เครื่องแบบนักเรียนใหม่เอี่ยม เรียบกริบ ติดตราแสดงยศเงาสะท้อนแสงเข้าตาของราฟาเอล

 

ตราประจำตำแหน่งหัวหน้าชั้นปีสอง

 

บุรุษเจ้าของเส้นไหมสีทองค่อยๆเอียงศีรษะกลับมามองราฟาเอลที่ยืนอยู่     ไม่เคยมีครั้งใดที่เจ้าชายหนุ่มจะตกตะลึงจนหาคำใดมาบรรยายความรู้สึกมิได้เท่าครั้งนี้     ดวงเนตรเบิกโพล่ง   รู้สึกเหมือนตัวเองหยุดหายใจ   พิจารณาคนตรงหน้านับแต่ผม คิ้ว ตา จมูก ปาก และทุกส่วนสัด     คนคนนี้เหมือนเขาทุกประการ...ราวราฟาเอลกำลังส่องกระจกอยู่อย่างไรอย่างนั้น

 

ทว่าเงาในกระจกของเขากลับค่อยๆขยับมุมปากมอบรอยยิ้มเยือกเย็นให้เขา   แล้วเดินจากไปพร้อมคนในสภากลางคนอื่น

 

“คนผมทองยาวๆนั่นไง  เจ้าฟ้าแห่งซายน์” เสียงของเด็กผู้หญิงลอบกระซิบกับเพื่อนลอยเข้าโสตประสาทของราฟาเอลที่ยังอยู่ในอาการตกใจ

 

แล้วเขาเล่า?

 

คนที่เดินผ่านไปคือราฟาเอล...

ถ้าเช่นนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเขา??


  

ราฟาเอลคิดทำอื่นใดไม่ออกนอกจากเดินตามคณะสภากลางและตัวเขาไปเรื่อยๆ   เจ้าฟ้าหนุ่มแห่งซายน์พยายามหยิกตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่านี่เป็นเพียงความฝัน    น่าชื่นใจที่เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บ     แต่ทั้งภาพ  ทั้งเสียง  ทั้งสัมผัสมันเหมือนจริงจนเขากลัว      เกิดอะไรขึ้นกับเขา   ราฟาเอลเฝ้าถามคำถามเดิมวนเวียนซ้ำไปมาทุกย่างก้าว    เขามองดูตัวเองพูดคุยกับคนอื่น    หากนี่มิใช่ความฝัน    เขาก็คงเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่มีใครเห็น    แล้วใครกันที่ทำให้ร่างกายของเขาเคลื่อนไหว

 

ราฟาเอลพยายามทบทวนถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งหมด    เป็นไปได้หรือไม่หากเวทที่เดนวอร์พยายามจะเปลี่ยนเขาเป็นตุ๊กตาค้างๆคาๆนั่นจะส่งผลตอนนี้   หรือว่าเขาไปดื่มยาพิษอะไรเข้าอีกแล้ว   หรือว่า...

 

ร่างสูงของเขากระตุกเมื่อย้อนคิดไปถึงลูกแอปเปิ้ลประหลาดสีดำที่เขาเก็บมา

 

เพียงผลไม้ลูกเล็กๆลูกเดียว    เป็นไปได้หรือที่มันจะส่งผลให้เขาอยู่ในสภาพแบบนี้    ไม่เพียงคิด   เจ้าชายหนุ่มรีบหันกลับไปยังห้องพักชั่วคราวที่ทางลอเลรีจัดเตรียมไว้ให้    ไม่วายเหลือบมองร่างของตัวเองที่ยังคงยิ้มแย้มเป็นปกติ

 


                ชายหนุ่มเคลื่อนกายประหนึ่งพายุที่โหมแรง    ในเวลาเพียงชั่วอึดใจเขาก็พบว่าตัวเองกำลังค้นกระเป๋าตัวเองอย่างบ้าคลั่ง    เป้าหมายเพียงหาแอปเปิ้ลลูกเล็กๆลูกหนึ่งซึ่งเขาลืมไปแล้ว     ราฟาเอลคลำหาไม่นานก็สัมผัสได้ถึงก้อนกลมขนาดพอดีมือ    เขารีบหยิบมันขึ้นมา   สองตามองแอปเปิ้ลสีนิล

 

ที่บัดนี้บิดเบี้ยวเป็นรูปหัวกะโหลกสีดำ

 

ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป    นี่คือสาเหตุของเรื่องทั้งหมด     ในเวลานี้เขาทราบสาเหตุ   แต่กลับไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป    นี่คือเวทมนต์แบบไหนกัน   ราฟาเอลไม่รู้    เท่าที่ดูจากรูปแบบคงจะเป็นศาสตร์มืด  เท่าที่เขาศึกษาศาสตร์มืดมาทั้งหมดเพื่อเอาไว้ใช้ต่อกรกับเดนวอร์เมื่อปีก่อนมันไม่ได้บอกอะไรมากนัก    ความจริงคือราฟาเอลไม่รู้อะไรเลยมากกว่า     สมองด้านเหตุผลของราฟาเอลตายด้านไปชั่วครู่     มันใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มากนักยามที่มีเวทมนต์มาข้องเกี่ยว   

 

ใจเย็นๆ ราฟาเอล ใจเย็นๆ!  เจ้าชายหนุ่มท่องกับตัวเอง   พยายามนั่งลงคิดหาทางแก้ไขที่ดีที่สุด    เขาไม่ใช่ผู้วิเศษที่รู้ทุกสิ่ง   ราฟาเอลเริ่มเรียบเรียงความคิดอีกครั้ง    เขาควรจะไปห้องสมุดเพื่อหาข้อมูล   ขณะที่อีกใจแย้งว่าห้องสมุดโรงเรียนที่ดีที่สุดคือห้องสมุดที่อาเดเลทด์   ซึ่งที่นั่นราฟาเอลมั่นใจว่าได้สำรวจหนังสือทุกเล่มที่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์แล้ว     ทำให้เขารู้สึกแย่ขึ้นนิดหน่อย

 

ในสถานการณ์นี้เขาจะปรึกษาใครได้บ้างหรือไม่?   ราฟาเอลไม่รู้   เขาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออก   ด้วยใจหนึ่งที่ไม่คาดหวัง และอีกใจหนึ่งที่ภาวนา

 

“สวัสดีครับ”  เสียงจากปลายสายรอดมาท่าทางดูดีใจไม่น้อยที่เห็นเบอร์ของเขาปรากฏ

 

“ฟรูฟ...ได้ยินฉันไหม?”

 

“ท่านราล์ฟ...?”

 

ราฟาเอลหายใจกระตุก   หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความปิติ   พยายามกรอกเสียงลงไปให้เป็นปกติที่สุด “ฟรูฟ  ฟังนะ...”

 

“ท่านราล์ฟครับ? ท่านราล์ฟ? ฮัลโหล...”

 

ความรู้สึกของคนจมน้ำที่พยายามไขว่คว้าหาเรือแล้วพบว่าได้เพียงเศษไม้ของเรืออัปปางมันเป็นอย่างไร   เจ้าชายหนุ่มได้คำตอบวันนี้   หัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่ห่อเหี่ยวลงอีกครา    ราฟาเอลสูดหายใจเข้า    อย่างไรเขาก็เตรียมใจไว้แต่แรกแล้ว    เขาไม่มีเวลามาเสียเวลาคิดเล็กคิดน้อย    ยิ่งช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ด้วยแล้ว    เจ้าฟ้าแห่งซายน์กำลูกแอปเปิ้ลรูปหัวกะโหลกไว้แน่น    ต่อให้อาเดเลทด์มีห้องสมุดที่ดีที่สุดในเอทรีส    ราฟาเอลก็จะขอลองเสี่ยงดู    เขาจะเข้าไปหาข้อมูลในห้องสมุดแห่งลอเลรี   แล้วถ้าไม่เจอจริงๆ...ต่อให้ต้องตระเวนไปทั่วเอทรีสเขาก็จะหาคำตอบให้ๆได้

 

ระฆังจากหอนาฬิกาดังขึ้น  ดวงอาทิตย์ขึ้นกลางท้องฟ้าสาดแสงที่ร้อนแรงที่สุดของวัน   ไม่จำเป็นที่ราฟาเอลต้องตระเวนไปทั่วเอทรีสหรือแม้แต่ก้าวเท้าออกจากห้อง     แอปเปิ้ลในกำมือสั่นหลุกหลิกรุนแรง   เสียงระฆังดังเสียดหูของระฟาเอลสลับกับเสียงหัวเราะแหบแหลมแสบแก้วหูจนเจ้าชายรัชทายาทต้องยกมือขึ้นปิด    ลำตัวโค้งงอตามระดับเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆดั่งพสุธากัมปนาท   ระฆังดังเป็นครั้งที่แปด...เก้า...สิบ...ราฟาเอลที่ขดตัวอยู่หรี่ตาที่ปิดแน่นขึ้นมองแอปเปิ้ลในกำมือ    เบ้าตาลึกโบ๋ของหัวกะโหลกมองมาที่เขา    มันอ้าปากน้อยๆเข้ากับเสียงหัวเราะหวีดหวิวสะท้อนก้องในหัวของราฟาเอล    เร็วเท่าเสียงระฆังครั้งที่สิบเอ็ดแอปเปิ้ลต้องสาปสูญสลายเหลือเพียงเศษซากสีเทาลอยปลิวคลุ้งจนเข้าจมูก  เข้าตา    เจ้าชายหนุ่มหลับตาลง

 

ไวเกินกว่าจะตั้งตัวทัน   เสียงนาฬิกาครั้งที่สิบสองดังเป็นครั้งสุดท้าย    ทุกสิ่งเงียบสงบลง   ราฟาเอลลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางคณะสภากลางที่โต๊ะอาหาร     เขาก้มลงมองสองมือตัวเอง    มองสิ่งที่ดำเนินไปอย่างปกติสุข     ไม่มีสิ่งใดแปลกปลอม ไม่มีใครผิดสังเกตสิ่งใด   ราฟาเอลเลื่อนมือลงไปใต้โต๊ะและลอบหยิกเนื้อที่ต้นขาของตัวเอง    ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาแทนคำตอบ

 

เพียงแค่ไม่กี่วินาทีกลับรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ลางเลือนดังฝัน    หรือเมื่อครู่เขาเพียงฝันกลางวันเท่านั้น    ราฟาเอลได้แต่ตั้งคำถามขึ้นในใจ    แต่ความรู้สึกหวาดกลัวยามอยู่บนโลกที่ไร้ตัวตนมันชัดเจนและหลอกหลอนเขายิ่งนัก    เจ้าฟ้าหนุ่มจับมีดและส้อมค้างอยู่นานจนมีมือใหญ่วางที่บ่า

 

“เอาน่า...ถึงนายจะไม่ได้ลงแข่งเวทเพราะมันอันตรายเกินไปกับช่วงร่างกายที่ไม่ปกติของนายก็ไม่ได้หมายความว่าการแข่งอื่นมันไม่น่าพิสมัยสักหน่อย    อย่าลืมว่านายเป็นตัวแทนในทีมแข่งโต้วาทีและดนตรีของโรงเรียนเราเชียวนะ” พี่แอนโทนี่พูดพร้อมยกนิ้วโป้งให้   ตามด้วยพี่ทรอยที่โปะมือเข้าที่บ่าอีกข้างที่ว่างอยู่   รีบสำทับ “นายยังเหลือเวลาให้สนุกอีกหลายปี    ตอนนี้ปล่อยพวกคนแก่ๆไปปล่อยผีในสนามเถอะ”

 

พี่อีวาส่งค้อนปะหลักปะเหลื่อ    ขณะที่พี่รีองเพียงมองสำรวจราฟาเอลเงียบๆเท่านั้น   ซึ่งพี่แอนโทนี่และพี่ทรอยจะดูเหมือนเข้าใจผิดรีบส่งยิ้มแหยให้หนึ่งในผู้อาวุโสของสภาที่ไปลงวาดลวดลายประลองเวท     สายตาของประมุขผู้วิเศษเลื่อนตาลงมาสำรวจที่ลำคอของชายหนุ่ม   ราฟาเอลรีบยกมือขึ้นแตะคอของตัวเอง   และลูกคลำควานหาสิ่งผิดปกติที่ดึงความสนใจของรุ่นพี่รีอง   ในเวลาเดียวกับที่พี่ปีสามผู้เข้าใจผิดทั้งคู่โค้งศีรษะทำท่าขอขมา    รองประธานสภากลางก็ลุกพรวดขึ้น   ย่างสามขุมเข้ามาหาราฟาเอลที่ยังคงไม่พบสิ่งแปลกปลอมใดๆ   พร้อมพี่ทรอยที่รีบถอยไปยืนฝั่งเดียวกับพี่แอนโทนี่โดยอัตมัติ

 

รองประธานรีองยืนพิงขอบโต๊ะ   หันหน้าเข้าหาราฟาเอลพอดิบพอดี    เขายื่นมือออกไปเกลี่ยเส้นผมนุ่มสลวยสีทองออก   ใข้นิ้วชี้ดันใบหน้าของราฟาเอลให้หันออก  แล้วประคองให้ค้างไว้    เนตรสีโลหิตจ้องลำคอขาวจนแทบจะทะลุทะลวง   ก่อนเสียงทุ้มแข็งจะดังขึ้น “รอยอะไรที่คอนาย?”

 

พี่แอนโทนี่และพี่ทรอยรีบชะโงกหน้ามามอง    ไม่ช้าสภากลางแห่งอาเดเลทด์ก็มารุมจ้องคอของรองหัวหน้าชั้นปีสองแต่เพียงผู้เดียว

 

“เอ่อ...อะไรหรือครับ?” ราฟาเอลขัดความสนใจของคนอื่นเพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง   ก่อนจะลืมกันไปก่อนว่าที่จ้องและกำลังจะตั้งวงอภิปรายกันเนี่ย   คือ คอของเขา

 

“รอยสักสีดำรูปหัวกะโหลก... นายนี่แอบเฮ้วแฮะ” พี่โนเอลแซวด้วยโทนเสียงขบขัน    แต่อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับหัวกะโหลก  ดูจะห่างไกลกับอารมณ์ขันของราฟาเอลเหลือเกิน   เจ้าชายหนุ่มยกมือปิดรอย บิดศีรษะออกจากการเกาะกุมของรุ่นพี่รีอง    ส่งสายตาขอคำตอบไปยังบุคคลที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะ

 

“เหม็นกลิ่นสาปมนต์ดำ”

 

แทนคำตอบ   พี่รีองสะบัดหน้าหนี   และก้าวเท้าออกห่างราฟาเอลกลับไปนั่งที่นั่งตามเดิม   แต่มิได้ลงมือรับประทานสิ่งใด      รองประธานคนเก่งดูหงุดหงิดกว่าปกติ   พูดสำเนียงประชดประชันแกมเหน็บแนม “ยินดีด้วย   และแล้วปีนี้นายก็ได้เรื่องอีกแล้ว”

 

“มันเกลียดมนต์ดำ” พี่โนเอลแอบกระซิบข้างหูของราฟาเอลเบาๆ “สงสัยครั้งนี้นายจะเจอมนต์บทที่แรงจนส่งกลิ่นไปกระตุกหนวดรีองมันแฮะ”

 

ราฟาเอลไม่รู้จะเลือกอะไรดีระหว่างหัวเราะและร้องไห้    ดูรุ่นพี่จะไม่ตกอกตกใจกันเลย   ทำให้เขาอยากจะหัวเราด้วยความโล่งใจ    แต่คำว่ามนต์บทที่แรงทำให้อยากจะร้องไห้ขึ้นมาตงิดใจ      นี่เขามีเรื่องให้เจ็บตัวอีกแล้วหรือนี่?      ราฟาเอลกังวลจนลืมมองหน้าน้องนุชสุดท้องของสภาทั้งสองคนที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้     ตกอกตกใจ   เตลิดกันไปไกลเกินดึงกลับเสียแล้ว

 

“นายนี่มันซนจริงๆนะราล์ฟ” พี่อีวาเอ็ดเสียงอ่อนใจ “ไปทำอีท่าไหนถึงโดนมนต์ดำมาล่ะ?”

 

“ไปเด็ดแอปเปิ้ลมาหนึ่งลูก” คนตอบกลับกลายเป็นพี่รีอง    รุ่นพี่เบือนหน้าหนีสายตาอยากรู้อยากเห็นคนอื่นด้วยความรำคาญ

 

“พี่รู้?”

 

“ก็เห็นแต่แรก”

 

ราฟาเอลส่งสายตาขุ่นสงสัยในการกระทำของอีกฝ่ายที่รู้ทั้งรู้ยังอุตส่าห์ไม่เตือนตั้งแต่แรก   เขารึก็วิตกไปต่างๆนาๆ   ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าคนอย่างพี่รีองคงมีเหตุผลอะไรอยู่แล้ว     ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง “แต่ฉันรอดูสถานการณ์   ว่ากับดักที่วางไว้น่ะ   จงใจดักใครกันแน่  ฉัน โนเอล เซเรน่า หรือราฟาเอล”

 

“ทำไมหรือครับ?” คนถูกดักเข้าเต็มเปาถาม

 

“กับดักมนต์ดำน่ะจะทำมาเพื่อใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ    ถ้าคนอื่นเห็นก็จะผ่านไป   แต่ถ้าเป้าหมายที่ไม่เคยศึกษาศาสตร์มืดมาก็จะโดนล่อลวงให้ตกหลุมพรางไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง     ถ้าคนที่โดนกับดักเป็นหนึ่งในพวกฉันสามคนก็จะแสดงว่าเหตุการณ์ยังไม่มีอะไรมาก    แต่ถ้าคนโดนเป็นนายก็เตรียมตัวไว้ได้เลย”

 

“มีเรื่องอะไรกัน??” พี่โนเอลเป็นตัวแทนทุกคนถามข้อสงสัย   ในฐานะที่มีชื่อโผล่ไปในบุคคลที่อาจถูกปองร้าย   พี่รีองยิ้มน่ากลัวราวปีศาจที่ชวนให้คนพบเห็นใจสั่นสะพรั่นสะพรึง

 


“สงครามเริ่มต้นขึ้นแล้ว”




-----------------------------------------------------------------------------

อัพอย่างรวดเร็ว -_- (ตื่นเต้นมากที่ตัวเองอัพตอนเที่ยงวันไม่ใช่เที่ยงคืน)

เนื่องด้วยช่วงนี้กำลังเข้าช่วงไคลแมกซ์ทำให้การแต่งนิยายดูจะเป็นเรื่องเดียวที่เถียนคิดถึง
ถึงแม้ว่าอีกไม่กี่อาทิตย์จะไปญี่ปุ่นแล้วก็เถอะ T_T ตอนนี้คิดถึงแต่เรื่องราล์ฟเรื่องเดียว    
อารมณ์กำลังขึ้นเลย

กำลังคิดว่าจะมีปาฏิหารย์อัพความเร็วแสงแบบตอนก่อนไปฟินน์บ้างไหมนะ?

เตรียมกางเสื่อรอเชียร์แถวๆนี้ได้เลยค่ะ ^_^
(ไม่ต้องให้บอกเนอะว่าตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น   พี่รีองก็เล่นประกาศออกมาโท่งๆ)

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ   ถ้าไม่มีทุกคนเถียนคงมาไม่ถึงตอนนี้เแน่นอน
เวลาที่มีปัญหาอะไรมันทำให้เรารู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียวจริงๆนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

8,067 ความคิดเห็น

  1. #7977 mynyn (@natsukichan) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 19:08
    รีองเท่ชะมัดเลย.. เอาจริงๆน่ากลัวสุดในเรื่องนี่รีองไหม.. นึกว่าเทพ
    #7977
    0
  2. #7682 Villain Deku (@alcatrazt-6) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 14:15
    งง อย่างแรง
    #7682
    0
  3. #6978 kdearn (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 23:42
    ทำไมมันลึกลับ ปริศนาอย่างนี้

    พอซาช่าไม่อยู่ก็แอบจิ้น รีอง ราล์ฟ นะเนี่ย

    > <
    #6978
    0
  4. #6603 2-CHAIR (@tellyou) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:54
    อี๊ยย น่ากลัวอ่ะ T-T
    อิตารีองจะฉลาดไปไหน เกินคนไปเเล้ว กลัวเเกด้วย เเง T__T
    #6603
    0
  5. #5865 I'm sone M.Seo >O< (@lovelymylonelyfk) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 22:06
    เอิ่ม...ลุ้นมากกกกก =[]=!
    #5865
    0
  6. #3614 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 18:03
    ปะหลักปะเหลื่อ = ปะหลับปะเหลือก

    แล้วจะล้างมนต์ดำได้ไหมเอ่ย ราฟาเอลตัวปลอมทำอะไรไปบ้าง รอลุ้นครับ
    #3614
    0
  7. #3543 ^ang^ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 มีนาคม 2553 / 22:29
    สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้

    เม้นท์ครั้งแรกเพราะตะลุอ่าน(ภาคสอง)มาจนถึงตอนนี้

    เป็นเรื่องที่โดนใจมากค่ะ^^
    #3543
    0
  8. #3518 nonae (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 มีนาคม 2553 / 15:16
    เหวยๆ จะลงเเดงตายอยู่เเล้วน้าเมื่อไหร่เจ้เถียนจะอัพซะทีน้าหายไปหลายวันเเล้วเน้อหรือว่าไปติดขบวนอะไรกับเขาหรือเปล่าเนี่ย
    #3518
    0
  9. #3512 ionia (@gnobas) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มีนาคม 2553 / 12:09

    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นนะเนี่ย

    ราล์ฟนี่ช่างเป็นคนที่ดึงดูดเรื่องเข้ามาหาตัวจริงๆเลย

    แต่ยังดีนะที่มีคนที่รู้เรื่องอยู่ด้วย ถึงจะจิกๆกัดๆก็เถอะ

    เถียนสู้ สู้นะ

    #3512
    0
  10. #3509 หนอนน้อยรักการอ่าน(นิยาย) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 มีนาคม 2553 / 16:09
    พี่เถียน สวัสดีค่ะ

    ไม่ได้มาอัพคิดถึงตาราฟล์จริงๆเลย

    แต่จะว่าไปตานี่ก็เหลือเกิน ไปเด็ดผลไม้อะไรก็ไม่รู้มา

    เป็นไงล่ะ เกือบจะไปเป็นวิญญาณล่องลอยที่ไหนก็ไม่รู้แล้ว

    แต่ก็อยากว่าละนะ ก็คนเค้าคิดถึงนี่นะ

    เฮ้อ ไม่รู้จะสงสาร หรือสมนำหน้าดีเนี่ย ที่ไปเก็บผลไม้ลูกนั้นมานะ



    ป.ล. แอรอซิสเหมือนจะพยายามปกป้องราฟล์จากการโดนทำร้าย แต่ว่านะช่วยปกป้องราฟล์จากยัยเซเรน่าดกว่า

    เพราะรู้สึกว่าตาราฟล์เนี่ยจะถนัดแต่ศึกรบ แต่ไม่ถนัดศึกรักเลยนะเนี่ย

    ป.ล. ใกล้เวลาที่พี่เถียนจะเดินทางแล้ว ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ ยิ่งตอนนี้พายุฤดูจะเข้ามีหวังฝนตกหนักแน่ ก็ดูแลตัวเองให้อุ่นอยู่เสมอนะค่ะ เป็นห่วงค่ะ
    #3509
    0
  11. #3508 Milk (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 20:06
    โอ้ๆๆๆ ช็อค พี่เถียนอัพแล้วๆๆๆ

    สนุกมากกๆ อยากอ่านต่อไวๆ

    สู้ๆนะคะพี่เถียน เปงกำลังใจให้
    #3508
    0
  12. #3507 nonae.anjell@hotmail.com (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 19:19
    ว้าวๆๆ นึกว่าตาฝาดที่เห็นเถียนอัพนิยายเร็ว เราเข้ามาดูทุกวันเเหละเสื่อ ขนม เราเตรียมมาพร้อมสรรพตั้งเเต่เถียนหายไปเกือบเดือนนั่นเเหละ ชอบบทนี้nonae.anนะมันเป็นอะไรที่เครียดจริงๆปมแต่ละปมที่สร้างไว้ทำให้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรกับเจ้าชายผู้อาภัพของเรา แต่อยากให้มีช่วงรีเเลกซ์บ้างอย่างเช่น อิลเลๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยากเจอมากอ่ะยังไงก็อย่าทรมานคนอ่านนักเลยขอให้ราฟฟี่ของเรามีความสุขกับเขาสักตอนเหอะเถียนเอ๋ย อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3507
    0
  13. #3505 seme (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 02:52
    ค้างงง



    มากกกกค่ะ



    จะแก้มนต์ดำยังไงล่ะเนี่ยยย





    หนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ

    #3505
    0
  14. #3504 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 00:05
    สนุกมากๆเลย
    มาอัพต่อเร็วๆน้า
    #3504
    0
  15. #3503 RayGuard (@RayGuard) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 21:03
    ปูพรมแดงรอตอนต่อไป~~~

    รีอองชักจะน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนจะรู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นสินะ 

    อืมๆ สมแล้วที่ได้เป็นผู้วิเศษฯ เนื้อเรื่องเข้มขึ้นทุกที 

    ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาล่ะ โอม~~~~ จงอัพ จงอัพ ^O^
    #3503
    0
  16. #3502 God_Of_Wind (@god_of_wind) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 11:07

    ค้างอ่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปนั่งอ่านภาคแรกรอก็ได้

    หลังจากที่มารู้จักเรื่องนี้ได้เกือบๆสามเดือน ข้าน้อยก็ตะเวนหาร้านหนังสือเกือบทั่วกรุงเทพเพื่อหาซื้อ และในที่สุด

    ในที่สุดเมื่อวานก็มาเจอที่ B2S บิ๊กซีเพรชเกษม จนได้ เหลืออยู่สองเล่มและข้าน้อยก็ถอยมาแล้วเล่มนึงฮ่าๆๆๆ 

    #3502
    0
  17. #3500 _faie_ (@faie) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 00:36
    อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ค้างยิ่งกว่าเมื่อตอนกลางวันอีก!!!!

    รีองนี่สังเกตุทุกการเคลื่อนไหวของราล์ฟเลยนะ

    แต่ที่สงสัยคือที่รีองพูด ว่าเป้าหมายคือใครระว่างโนเอล รีอง  เซเรน่า ราล์ฟ

    สามคนหลังน่ะพอจะเข้าใจ แล้วโนเอลไปเกี่ยวอะไรกับสงครามที่จะเกิดขึ้นด้วยล่ะ

    สรุปแล้วแอปเปิ้ลนั่นก็มาจากฝั่งเมเลซาร์จริงๆงั้นซินะ

    แต่ก็น่าเสียดายที่รา์ล์ฟจะไม่ได้ลงแข่ง ก็จริงที่น่าจะปล่อยพวกแก่ๆ(ปล่อยผี)ลงไปก่อน

    ราล์ฟยังมีโอกาสอีกหลายปี แต่ที่สงสัยคือราล์ฟจะยังมีโอกาสอีกหลายปีจริงเหรอ?

    แล้วจะรออ่านต่อค่ะ อัพต่อเร็วๆน๊า สู้ๆ

    ปล.รักเถียนมากเลยอัพเที่ยงวัน+เที่ยวคืนเนี่ย ^  ^
    #3500
    0
  18. #3499 แว่นใส (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 23:04
    โดนมนต์ดำทั้งคู่เลย
    #3499
    0
  19. #3498 Clione (@nrhpee) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 22:01
    โอ้ววว  ตอนแรกคิดว่าตัวเองตาฝาด...ท่านเถียนอัพเร็ว!! เย้!!!

    แอปเปิ้ลทำพิษแล้วไง ราล์ฟ...ไม่น่าเลย =_="

    ทำไมยิ่งอ่านแล้วยิ่งเครียด อย่างนี้เนี่ย T^T ...

    สงสารราล์ฟอ่ะ ท่านเถียนรังแกตัวละคร...แงๆๆ T_T

    ปล.เป็นกำลังใจให้นะ ^^
    #3498
    0
  20. #3497 DeK_LeaW (@jub_jub_chinju) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 21:54
    ง่า

    ค้างอ่า

    อยากอ่านต่ออะค่ะ

    TT^TT
    #3497
    0
  21. #3495 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 20:24
    จะเกิดอะไรกับราล์ฟอีกเนี้ย
    แล้วอัสล่ะ อยู่ไหน
    อิลเลอีก

    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #3495
    0
  22. #3494 SerinaChan (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 20:12
    ไม่ชอบมนตร์ดำเหรอรีอง =__,= กัดมันเลยซะสิลูก!!! งับตรงคอขาวๆท่านราลฟ์นั่นแหละ

    (/โดนเถียนเหวี่ยงคีย์บอร์ดใส่) ฮา!!! ชอบบ แล้วมาอัพต่อไวๆนะจ๊ะ>wO
    #3494
    0
  23. #3493 Little killer boy (@saveme) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 17:04
    ค้างงงง ค้างสุดๆเลย
    อ่านแล้วกรี๊ดเลย >     <
    เกิดอะไรขึ้นกับราฟฟฟฟฟๆ
    รีดเดอร์ไม่ยอมม ฮือๆ T^T
    #3493
    0
  24. #3492 _faie_ (@faie) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 16:52
    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ที่สุด!!!!!

    ทำไมไม่มีคนเห็นราล์ฟล่ะ แล้วราล์ฟอีกคนเป็นใคร!! จะเกี่ยวกับพวกเมเลซาร์รึเปล่านะ

    แล้วที่อัสบอกว่าเอทรีสไม่ปลอดภัย แล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันได้ ตอนนี้นึกออกแค่ที่เดียวคือซายน์ แต่จะไปกันยังไงเนี่ย ก็ตอนนี้เกิดเรื่องกับราล์ฟ(อีกแล้ว) แล้วราล์ฟยังไม่ได้อยู่อาเดเลทอีกต่างหาก

    เตรียมปูเสื่อรอ(ตามที่บอก)ค่ะ ถ้าอัพความเร็วแสงก็ดี แต่ก็ไม่ดีอย่าง เพราะถ้าอัพเยอะ(เร็ว)ก็จะหายไปนานอ่ะ

    แต่ใจก็อยากอ่านเร็วๆน๊า เฮอะๆ

    เอาเป็นว่าแล้วจะรออ่านต่อค่ะ อัพต่อด่วนที่สุด ค้างมาก
    #3492
    0
  25. #3491 kyoyasang (@kyoyasang) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 16:43
    ค้างมากค่ะ =_=
    รีบมาต่อนะคะ ^ ^
    #3491
    0