Raphael de l'air : เจ้าชายแห่งสายลม (ภาคพิเศษฉลองครบ10ปี)

ตอนที่ 56 : [Part 2] บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    3 ต.ค. 52


10

 

                ป๊อก...ป๊อก...ป๊อก...

 

                โนเอล

 

                ป๊อก...ป๊อก...ป๊อก...

 

                โนเอล

 

                สิ้นเสียงเข้มเจือกระแสดุ   พี่โนเอลตัวดีก็โยนเจ้าดินสอที่สร้างเสียงทิ้งพร้อมโวยวายตามประสา โว้ย! จะเข้มอะไรนักหนา   พวกที่อยู่ในที่ประชุมมันก็น้องปีหนึ่งกันทั้งนั้น   ยังไงมันก็ต้องรู้เส้นเห็นไส้กันอยู่แล้ว พี่รีองถอนหายใจกับความเอาแต่ใจปนอิสระทางความคิดจนไม่แคร์หัวหงอกหัวดำของคณาจารย์ที่จ้องท่านประธานที่กำลังก่อความไม่สงบในพิธีปฐมนิเทศตาแทบถลน   ยกเว้นท่านอธิการและศาสตราจารย์หัวใหม่อย่างศาสตราจารย์บลูเบียต ศาสตราจารย์คลาวด์ และศาสตราจารย์ซาช่า    สามท่านแรกติดจะยิ้มขบขันด้วยซ้ำ   ผิดกับท่านสุดท้ายที่ดูจะระอากับรุ่นน้องตัวแสบมากกว่าสิ่งอื่นใด     ความรู้สึกนี้ไม่ได้เป็นเพียงพี่โนเอลคนเดียว   คนดุ รวมถึงชาวสภาคนอื่นล้วนมีอาการเบื่อ เซ็ง รำคาญ หมดความสนุกสนานในชีวิตไม่ต่างกัน   เพียงแต่ไม่มีใครแสดงออกมาเยี่ยงเด็กมีปัญหาแบบท่านประธานเท่านั้นเอง

 

ราฟาเอลพ่นลมหายใจมองเอวิอัสที่นั่งไขว่ห้างมองตรงเผงทว่ากลับยากจะคาดเดาว่าเจ้าตัวกำลังมองอะไรหรือคิดอะไรอยู่    ถัดไปเป็นพี่เอแซนเดรีย และพี่นิโคลัส คิงแห่งเงาสุริยันคนใหม่แทนพี่บาเรนด์ที่จบไปแล้ว    ทั้งสามผู้นำมณฑลที่มาคอยคิวทำหน้าเมื่อยไม่ต่างกัน   ก็จะไม่ให้เมื่อยได้อย่างไร   เมื่อพวกน้องปีหนึ่งที่น่ารักทำลายสถิติระยะเวลาที่ใช้เลือกหัวหน้าชั้นปีแบบถล่มทลายชนิดรุ่นของราฟาเอลใช้ห้านาที   รุ่นนี้ใช้ห้านาทีก็จะครบสี่ชั่วโมง    แค่พี่โนเอลอดทนไม่ออกอาการงอแงจนมาถึงตอนนี้ได้ก็น่านับถือแล้ว

 

สรุปพวกน้องส่งโทรจิตเรียกใครให้เป็นประธานรุ่นกันแน่ครับช่วยแปลโทรจิตมาให้พวกพี่ฟังหน่อยเร็ว หลังจากความรู้ผิดชอบชั่วดีในฐานะประธานสภากลางที่โดนศาสตราจารย์ซาช่าจับอารมณ์อยู่ร่วมวัน  ทั้งขู่เข็ญ ทั้งขอร้อง ให้ประพฤติตัวเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน   และคาถาศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่คนงานแห่งแสงจันทร์หนึ่งประโยค ทำขายหน้า ตาย!’ เริ่มอ่อนกำลังควบคุมจิตใจพยศของท่านประธานไฟแรงลง     ปากดีๆเริ่มวาดลวดลาย ลองจับฉลากดูดีไหมน้อง?

 

เอแซนเดรียเลือกไม่ถูกระหว่างจะหันมาถลึงตาดุหรือทำหูทวนลมไปดี   ที่แน่ๆคือท่านรองประธานปล่อยให้ประธานจัดการเด็กให้วิธีของท่านแล้ว    ชาวสภาและผู้คงคุณวุฒิท่านอื่นๆจึงได้แต่รับชมเหตุการณ์อย่างใจจดใจจ่อ    พี่โนเอลไม่ได้แสดงออกว่าเบื่อหน่าย บูดบึ้ง  หรืออารมณ์เสีย   ตรงกันข้าม ชายหนุ่มยังคงมีรอยยิ้มสนุกประดับบนใบหน้าไม่ต่างจากเครื่องหมายการค้าที่เป็นเอกลักษณ์อันไม่มีวันจางหาย    ท่านประธานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายปนยียวนตามประสา เอ้า! ถ้ายังเลือกกันไม่ได้พี่จะโยนเนคไทพี่แล้วนะ   ถ้ามันไปตกที่ใครคนนั้นได้เป็นหัวหน้าชั้นปีหนึ่งเลยดีไหม?

 

รุ่นน้องปรึกษากักด้วยน้ำเสียงอื้ออึง   ดูมีแรงกระตุ้นมากขึ้น    ทว่าพี่โนเอลยังคงแหย่ไม่เลือก ให้มันรู้ไปสิว่าปีหนึ่งรุ่นนี้ไม่มีใครมีความสามารถพอจะถูกเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่ง    ใครแอบหวังกล้าๆเลยน้อง   ติดสินบนเพื่อนข้างๆมาเสนอชื่อพี่ก็ไม่ว่า   เสนอชื่อประธานเสร็จพี่จะได้ประกาศมณฑลเสียที

 

เกิดเสียงฮือขึ้นหลังจากพี่โนเอลกล่าวเรื่องที่หลายคนลืมไปแล้วจบ    พี่นิโคลัสกอดอกเบื่อหน่ายสุดขีด   คงจะไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักที่โปรแกรมเลือกหัวหน้าเลื่อนมาก่อนหน้าประกาศมณฑล   ด้วยเหตุผลเห่ยๆของท่านประธานที่ว่าทำแบบนี้จะเพิ่มความน่าตื่นเต้นยามประกาศมณฑลว่ามณฑลไหนจะได้ตัวหัวหน้าชั้นปีไปครอง     ส่วนเหตุผลหลักน่ะใครก็รู้ว่าเจ้าตัวแกล้งถ่วงเวลาให้ไอ้เหล่าตัวแสบคนอื่นที่เหลือในมณฑลรัศมีหมอกมันแปรรูปมณฑลบ้านนอกเป็นสนามเด็กเล่นของพวกมัน   เตรียมรับน้องกันเต็มที่

 

นิโคลัสหันหลังไปยังที่นั่งแถวถัดไปที่เป็นรุ่นน้องหนุ่มหน้าตาค่อนข้างดีออกไปทางหวานสวย   ชายหนุ่มทัดปอยผมสีน้ำเงินที่ยาวลงมาปรกหน้าพลางขยับแว่นกรอบสีแดงนำเข้าจากอาณาจักรซายน์ที่ตนสุดแสนจะภูมิใจนักหนา   เนตรสีเงินจ้องที่รุ่นน้องหน้าหวานอย่างวางอำนาจ ชื่ออะไรน่ะเรา

 

แอรอซิส เมธเนอร์ครับ อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้กริ่งเกรงเสียงวางก้ามของเขาเท่าไหร่   แอรอซิสดูเหมือนจะมีประกายแปลกใจกับความแปลกตาของกรอบแว่นที่แสนเด่น   แต่ก็ไม่ได้แสดงออกอะไรมากอย่างมีมารยาท    นิโคลัสพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้   ชายหนุ่มแสดงท่าทางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่

 

แอรอซิส เมธเนอร์...ฉันจ้างนายให้รีบเสนอชื่อตัวเองหรือไม่ก็ใครสักคนด้วยข้าวหนึ่งมื้อ   สนใจไหม?

 

ด้วยความที่ราฟาเอลไม่ได้นั่งไกลจากพี่นิโคลัส  และพี่นิโคลัสก็ไม่ได้พูดเสียงเบาเกินกว่าจะได้ยิน    เจ้าชายหนุ่มจึงหันไปทางคู่สนทนาของพี่ที่ถูกว่าจ้างด้วยข้าวหนึ่งมื้อทันที      ดวงตาฉลาดเฉลียวของรุ่นน้องปริศนาเป็นประกายระริกถูกอกถูกใจกับคำว่าจ้างที่จะเป็นมุกก็ไม่เชิงของคิงแห่งเงาสุริยัน พี่คงจะรีบมาก

 

เงาสุริยันไม่ชอบนั่งทิ้งเวลาแล้วหายใจรกโลกไปวันๆ พี่นิโคลัสกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เบาไม่ดัง   พอให้ชาวสภากระตุกยิ้ม  และรุ่นน้องในบริเวณบางคนหน้าเสีย หนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง   อย่างน้อยตอนนี้ก็นั่งบื้อไปแล้วสี่... ไม่ต้องพูดมาก  ถ้านายไม่เสนอก็แถวนี้ลุกขึ้นไปสักคน   ไม่งั้นพี่จะปิดมณฑลไม่รับปีหนึ่งไล่ไปรัศมีหมอกให้หมด    ให้มันรู้ไปสิว่าคนเงาสุริยันปีนี้จะหัวหดไร้สมรรถภาพกันหมด

 

เอ้า! คิงแห่งเงาสุริยันจะปิดมณฑลแล้วนะครับน้องๆ ราฟาเอลมั่นใจว่าพี่นิโคลัสไม่ได้พูดดังพอจะแทรกผ่านตัวกลางไปถึงหน้าเวทีได้   แต่พี่โนเอลก็ยังคงหูดีได้ยินทั้งยังเป็นกระบอกเสียงประกาศให้เสียอีก แต่เฮ้ย! อะไรที่จะทิ้งก็อย่าเอามากองเกะกะรัศมีหมอกนักสิวะ   มณฑลก็กระจิ๋วเดียว  ส่งมาเยอะๆจะให้เอาไปทำปุ๋ยหรือไง?

 

พี่นิโคลัสยักไหล่ประมาณว่าแล้วแต่ท่านคิงเอวิอัสจะบัญชา    ครั้งนี้เอวิอัสก็รับมุกกับเขาพยักหน้ารับนิ่งๆ   ตอบรับเสียงเรียบเข้มเบา  แต่ก้องไปทั่วหูของน้องๆที่เริ่มถูกรุ่นพี่กลั่นแกล้งทางวาจา ก็ดี...ปีนี้จะได้มีแรงงานเยอะๆ

 

น่าจะบอกท่านเมลล์ฮาวให้เปิดหลักสูตรการเกษตรและกสิกรรมให้มันรู้แล้วรู้รอดเจ้าแม่อีวารับช่วงต่อได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ   ชาวสภาที่นั่งเซื่องกันมานานชักเครื่องร้อน    ประโยคเจ็บๆร้อนๆชวนคันเท้าเริ่มไหลมากองอยู่ที่ริมฝีปาก   ในระหว่างที่พี่รีองกำลังจะลุกขึ้นช่วยเร่งการตัดสินใจอีกแรง    แอรอซิส เมธเนอร์ก็ยกมือขึ้น    เด็กหนุ่มไม่อนาทรตื่นกลัวกับการตกเป็นจุดสนใจ   โดยเฉพาะสภากลางแต่ละคนใช้สายตาสำรวจพลางถามความคิดเห็นของแต่ละคน 

 

แอรอซิส... ราฟาเอลกอดอกครุ่นคิด ...เชาไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย   เพียงแต่เขารู้สึกลำบากใจที่ต้องร่วมงานกับเด็กคนนนี้แปลกๆ

 

เนตรสีน้ำตาลอ่อนของเด็กหนุ่มหน้าหวานกวาดไปทั่วไม่ต่างจากอินทรีค้นหาเป้าหมาย   ไม่นานก็หยุดนิ่งพลางเต้นระริกราวพบเป้าหมายด้วยความปรีดา   ริมฝีปากคู่ปากขยับเขยื้อนเปล่งถ้อยคำด้วยรอยยิ้มพราย ผมของเสนอ...

 

สายตาของผู้อยู่ในพิธีปฐมนิเทศคนอื่นเริ่มกวาดหาผู้ตกเป็นเป้าสายตาให้หนุ่มแอรอซิส   ไม่เว้นแม้แต่เจ้าตัวที่หันซ้ายแลขวาก่อนจะรู้ตัวพร้อมกับสายตาคู่อื่นที่หยุดมาจ้องที่ตนเองเป็นเป้าเดียวกัน   ทว่าผู้ที่บัดนี้ตกเป็นเป้านิ่งกลับยังมีร่องรอยของความไม่มั่นใจปรากฏอยู่ในดวงตาใสซื่อ

 

มิเกล แฟชเชอร์ แอรอซิสย้ำความไม่มั่นใจนั้นอย่างชัดเจนจนมิเกลถึงกับซึ้งจนอ้าปากค้าง    แอรอซิสหันกลับมาทางรุ่นพี่สภากลางที่มีสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน

 

 

ผมขอเสนอให้มิเกล เฟชเชอร์เป็นหัวหน้าชั้นปีหนึ่งครับ


มิเกลสะดุ้งสุด ตัว   ร้องเฮ้ยหน้าเหวอตามประสาคนซื่อ   คนอื่นนอกจากสภากลางขมวดคิ้วสงสัยในความสามารถในตัวของมิเกลที่ดูด้านไหนกี่ มุมกี่องศาก็บ่งบอกแต่คำว่า'ธรรมดา' ที่แปะหราอยู่กลางหน้าผาก      สำหรับแอรอซิส เมธเนอร์นั้นใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินชื่อ    วีรกรรมที่เจ้าตัวก่อไว้ในวันแข่งขันก็มากอยู่     ถ้าจะให้เลือกหรือเสนอเป็นหัวหน้าก็ใช่ว่าจะน่าสนใจน้อยเสียเมื่อไหร่    แต่ว่าจะให้เลือกแอรอซิสก็น่าตะขิดตะขวงใจใช่ย่อย    มนุษย์ที่มีความเจ้าเล่ห์แสดงออกผ่านสายตาและท่าทางรักอิสระจนไม่น่าจะสนใจดูแลงานที่ตนไม่ต้องการแม้เป็นงานส่วนรวมได้อย่างไม่แคร์ใครจนเห็นชัดแบบนี้    จะให้เสียดายความสามารถขนาดไหนก็ขอไม่เอาด้วย

 

ท่าทางอิหลักอิเหลื่อของมิเกลที่ถูกเพื่อนร่วมรุ่นใช้สายตาตรวจสอบหาความพิเศษที่น่าจะเปล่งประกายออกจากตัวบ้าง    ทำให้บุคคลที่เก็บปากไว้ใช้การยามสำคัญอย่างพี่รีองช่วยเสริมสถานการณ์ให้มิเกลผู้แสนจะธรรมดาดูมีภาษีขึ้นอย่างที่เจ้าตัวไม่ได้ต้องการสักนิดด้วยความรำคาญหรือไม่ก็ต้องการจัดการเรื่องให้มันจบไป

 

“น่าสนใจดีนี่?”

 

เพียงประโยคเดียวสั้นๆที่แสดงความสนใจออกมาด้วยใบหน้าตายด้านทางอารมณ์    ร่างของมิเกลก็ถูกดันจากที่นั่งขึ้นไปจนถึงเวทีจากมือต่อมือไม่ต่างจากเด็กเล่นเกมส์ส่งของเสริมสร้างสามัคคีด้วยเวลาที่น้อยที่สุด    ไม่รู้ว่ามือใครต่อมือใครดันตัวมิเกลโดยที่ชายหนุ่มไม่จำเป็นแม่แต่จะออกแรงเท้าก้าวด้วยซ้ำ    และแล้วสิ้นสุดการส่งมอบหัวหน้าชั้นปีสู่ปากชาวสภาอย่างอบอุ่น   หนุ่มซื่อที่ชะตาใกล้พลิกผันก็หลุดมายืนคว้างที่ขอบเวที    กวาดตามองไปยังเพื่อนร่วมรุ่นและคณาจารย์รวมสภานักเรียนแล้วสีหน้าไม่ต่างจากไก่ถูกบีบคอ   ยิ่งตาคมของรัชทายาทรีองผู้เลื่องลือที่มีคดีความหลู่เกียรติตั้งแต่เจอหน้ากันคราแรกแล้วยิ่งไร้คำบรรยายใดๆ

 

สภากลางหลายคนยังมึนไม่หายที่เหตุการณ์กลับพลิกล็อคได้พ่อหนุ่มหน้าซื่อมาชิงเก้าอี้ในสภาแทนรุ่นน้องที่แอบหมายมาดไว้    แต่ก็มีความเป็นมืออาชีพสูงจนไม่มีใครแสดงอาการแปลกใจออกไป

 

“มีใครจะเสนอชื่ออีกไหมครับ?” พี่โนเอลถามอย่างเป็นการเป็นงานตามหน้าที่    คาดว่าเจ้าตัวคงอย่างจะรวบรัดโยนตำแหน่งนี้ไปให้ใครสักคนแล้วเริ่มดำเนินการประชุมหัวข้อต่อไปให้มันผ่านๆไปเต็มแก่     สำหรับรุ่นพี่จอมทะเล้นคนนี้ราฟาเอลมีความเห็นว่าเจ้าตัวโอเคหมดไม่ว่าหัวหน้าปีหนึ่งจะเป็นใคร   ขอเว้นทายาทปลาไหลที่มีแววว่าจะมาแรงกว่าปลาไหลตัวพ่อเป็นพอ   มิเกลกัดปากด้วยความลุ้นขอเพียงมีใครสักคนเสนอชื่อใครที่เข้าท่ากว่าเขาเท่านั้น

 

ผลออกมาก็ไม่ได้น่าประหลาดใจนัก   รายชื่อที่สอง สาม สี่ และห้าถูกเสนอออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันที่เห็นๆก็มีแต่คนที่มิเกลเทียบไม่ติดฝุ่น  ไม่ว่าจะท่านเสนาฯใหญ่ในอนาคตอย่างท่านชายแห่งตระกูลโธร์ว  เจ้าหญิงแห่งโอเดนส์   คุณชายตระกูลซูพิสตา  และแม้แต่หนุ่มแปลกผู้เสนอชื่อเขาแอรอซิส    เหล่าคนดังต่างเดินตบเท้าขึ้นมาบนเวทีข่มให้มิเกลรู้สึกตัวหดลงไปอีก    ตามสายตาของชายหนุ่มแล้วเขาสัมผัสได้ถึงออร่าแปลกๆที่เปล่งประกายออกมาจากคนพวกนี้

 

เท่านี้อะไรๆก็ดูเหมือนจะง่ายขึ้น...

 

เมื่อมีตัวเลือกเด็ดๆโผล่ขึ้นมาถึงห้าตัว     การตัดสินใจย่อมง่ายขึ้นจม   พี่โนเอลจัดแจงคว้าข้อมือเขาแล้วยกขึ้น   ประกาศเสียงดัง “เอ้า! ใครเลือกมิเกลยกมือขึ้น”

 

เงียบ... 

 

และเกิดความเงียบอยู่ชั่วอึดใจ   ในระหว่างที่คนอื่นกำลังมองคนรอบข้างดูกระแส   รุ่นพี่รีองก็ยกมือให้เกินความคาดหมายของคนอื่นๆ    ยกเว้นสภากลางที่ได้ยินพี่แกเปรยว่าอยากจะ เจียระไนรุ่นน้องคนนี้ “ถ้าให้ผู้ถูกเลือกกล่าวอะไรแนะนำตัวคงจะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นนะ”

 

พี่แกแค้นเขารึเปล่า!?  มิเกลอยากจะหงายหลังตึง   เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยได้ก้าวมายืนต่อหน้าผู้มากมายขนาดนี้มาก่อน   ยื่งผู้คนในอาเดเลทด์ที่เข้าข่ายปัญญาชนและบุคคลสำคัญทั้งนั้นแล้วด้วย    ให้กล่าวแนะนำตัวคงช่วยเข้าให้จมดินยิ่งกว่าตอนมีสีแปะหน้า     เหลือบไปทางท่านเมลล์ฮาวที่พยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงอนุญาตหรือให้กำลังใจแขนขาก็ยิ่งอ่อนเปลี้ย    มือสองข้างขยุ้มชายเสื้อที่เคยเรียบกริบจนยับ    มวลสารในท้องปั่นป่วนอย่างควบคุมไม่ได้จนเขากลัวว่าจะหลุดทำอะไรเปิ่นๆออกไป    เหงื่อชุ่มมือทั้งสองข้าง  ขณะที่รู้สึกเย็นวูบวาบทั้งสันหลัง

 

“...ให้ตายเถอะ  โรงเรียนนี้มันบั่นทอนอายุจริงๆ...”

 

คิ้วทั้งสองข้างที่เลิกขึ้นยองจอมปราชญ์เมลล์ฮาวเป็นสิ่งเดียวที่เขาสังเกตเห็นก่อนจะรู้ตัวว่า   เขาหลุดนิสัยเสียที่จองล้างจองผลาญเขามานานออกมาอีกแล้ว    แถมชอบหลุดกับบุคคลและสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจอยู่เรื่อย

 

“ช่างเป็นประโยคแนะนำตัวที่เปิดอกคุยกันจริงๆนะครับ” พี่โนเอลก็เหลือเกิน   จะเรียกว่ารับหน้าที่แก้ไขสถานการณ์กระอักกระอ่วนโดยการกดเขาให้มิดลงดินแบบไม่ได้เกิดเลยดีหรืออะไรดี    อย่างไรก็ตามการแนะนำตัวของมิเกลก็จบลงแบบเจ้าตัวไม่ต้องนับคะแนนเสียงที่จะถูกเลือกให้เมื่อยอีกต่อไป     คาดว่าจากเดิมทีเทียบคุณหญิงคุณชายผู้เก่งกาจที่มายืนขนาบเบ่งรัศมีอยู่ทั้งสองฝั่งมือแบบไม่ติดฝุ่นอยู่แล้วมันคงจะไม่เหลือแม้แต่ไรฝุ่นให้เขานับ      มิเกลก็ไม่ได้ได้อยากเป็นนักหรอกตำแหน่งนี้

 

แต่เขาก็ปฏิเสธกับใจตัวเองลึกๆไม่ได้อยู่ดีว่ามันก็ดูเท่ดีไม่หยอก   บางทีการขลุกอยู่กับพวกสภานานๆไปเขาอาจจะซึมซับความไม่ธรรมดามาเป็นภาษีในชีวิตประจำวันบ้าง   อีกอย่าง...ถูกดึงออกมายืนหัวโด่ขนาดนี้แล้วไม่มีใครเลือกก็ขายหน้าแย่น่ะสิ

 


ผู้ท้าชิงคนต่อไปนั้นมิใช่ใครที่ไหน   ก็คุณเพื่อนใหม่ที่เพิ่งถูกลดขั้นลงมาเป็นเพียงคนรู้จักของมิเกลที่เป็นตัวก่อความไม่สงบให้ชีวิตอันเรียบง่ายของเขา   แอรอซิสนั่นเอง     หนุ่มหน้าหวานผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บาดใจยังคงดีกรีเดิมไม่เหนียวแน่นจนได้กลิ่นอายตัวพ่อแบบพี่ฟานิชลอยมาแปลกๆ    ทันทีที่ตารันบอลอยู่ตรงปากบางสวย   ถ้อยคำอันน่าสรรเสริญก็เปล่งออกมา “ผม...ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก  ไม่ชอบทำตามระเบียบ  ไม่ชอบตามงาน  ไม่อยู่ในโอวาทใคร  ไม่ใส่ใจงานส่วนรวม  ไม่นอนดึก  ไม่อดอาหาร”

 

หลังจากถล่มตัวเองครั้งใหญ่ต่อหน้าที่ประชุมอย่างบ้าบิ่นชนิดไม่มีใครคิดจะทำมาก่อนในประวัติศาสตร์   แอรอซิสก็สรุปหน้าตาเฉยโดยไม่สนใจผู้สูงวัยกว่าไม่ว่าจะรุ่นพี่หรือศาสตราจารย์ “สรุปคือ ผมเอาแต่ใจครับ”

 

ผู้ที่ได้รับตำแหน่งตัวป่วนประจำโรงเรียนอย่างพี่โนเอลยังอดสะดุ้งกับความเป็นตัวของตัวเองสูงของรุ่นน้องคนนี้ไม่ได้   ก่อนจะหัวเราะคิกคักถูกใจ     อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าถ้าท่านประธานโนเอลมีสิทธิโหวตก็คงจะยกให้พ่อหนุ่มผู้รักอิสระคนนี้นี่แหละ       แล้วส่งตารันบอลให้คนต่อไปที่มีศักดิ์เป็นคนใหญ่คนโตแห่งตระกูลโธร์วที่ยืนกอดอกวางมาดผู้นำเต็มที่    ดวงตาดุสีเงินที่แม้จะไม่น่าเกรงเท่าพี่รีอง   หากก็มีกลิ่นอายบ้างไม่มากก็น้อยกวาดไปทั่วห้องประชุม

 

“ผมไม่ชอบพูดมาก”  คุณชายตระกูลโธร์วยืนนิ่งสำแดงรัศมีผู้นำโดยไม่เปล่งเสียงอื่นใดออกมาอีกนอกจากห้าพยางค์ที่คนฟังยังฟังกันแทบไม่ทัน    ซ้ำร้ายดูเหมือนความสนใจของพี่ท่านยังถูกดึงออกไปจากเหตุการณ์ในห้องประชุมเข้าสู่โลกแห่งความคิดส่วนตัวเรียบร้อย       ที่แน่ๆนี้ก็เป็นอีกคนที่หากพี่โนเอลมีสิทธิ์เลือกจะขอเลือกโหวตออกไปเป็นคนแรก    ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่อยากหาผู้คุมหรือพวกปากใช้การไม่ได้มาป้วนเปี้ยนในสภาเพิ่มขึ้น   ตารันบอลเลื่อนต่อไปยังมือของผู้ท้าชิงที่ดูมีภาษีที่สุดนับตั้งแต่ผู้ท้าชิงคนก่อนๆเริ่มอ้าปาก   องค์หญิงน้อยเอเวลีนแห่งโอเดนส์   แย้มริมฝีปากท่าทางกระตือรือร้น   บรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ถูกสั่งสมมาทลายลงด้วยท่าทางเป็นการเป็นงาน  เป็นมิตร  และมีอำนาจตามเชื้อสายในกายโดยหญิงสาวมิได้ทำแม้แต่จะเอ่ยปาก

 

“ขอโหวตให้มิเกลค่ะ” องค์หญิงเอเวลีนกล่าวเสียงใส   ทว่าคนฟังเกือบตกเก้าอี้   ยกเว้นพี่ชายบังเกิดเกล้าเท่านั้นที่รู้เส้นเห็นไส้น้องสาวของตนดีว่าคงไม่พ้นนึกคึกอยากเห็นคนซื่อๆอย่างมิเกลมาผจญชะตาในสภาจนตัวสั่น    จึงออกหน้าเชียร์กันซึ่งหน้าซึ่งตาขนาดนี้     ก็นับว่าเป็นโชคของมิเกลไปที่ถูกใครต่อใครมองเป็นของเล่นน่าสนุกกันไปอย่างร้ายกาจ        องค์หญิงน้อยเอียงคอน้อยๆ   พลางพยายามให้เหตุผลมาส่งเสริมคำขอสละสิทธิ์ของตนด้วยริมฝีปากบางที่ยังคงฉาบด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานน่าเอ็นดู “ก็...ถ้าเป็นสภาก็แหกกฎไม่ได้สิคะ?”

 

ราฟาเอลสังเกตเห็นเอวิอัสผงกศีรษะรับแบบจนใจ    ในใจก็อดตลกในโชคชะตาไม่ได้ที่น้องหญิงกับเจ้าพี่คู่นี้นิสัยภายนอกแตกต่างกันราวกับคนละพ่อแม่   แม้พอดูภายในจะพอใกล้เคียงกันอยู่ก็เถอะ      ระหว่างที่ราฟาเอลกำลังอ่อนใจไปกับรุ่นน้องที่ยืนสลอนกันอยู่บนเวที    ตารันบอลก็ถูกส่งไปยังคนสุดท้าย   บุตรชายคหบดีซูพิสตา    ที่พิจารณาแนวร่วมในแถวที่เพิ่งแนะนำตัวแบบประหลาดที่สุดที่เคยจารึกในประวัติศาสตร์อาเดเลทด์   แล้วคงไม่อยากน้อยหน้า    ผสมกับอยากได้คำตอบว่าเหตุใดเหล่าตัวเก็งทั้งหลายจึงพยายามหนุนหนุ่มนอกกรุงอย่างมิเกลกันนัก     สุดท้ายก็เลยตามเลย “สวัสดีครับผมดีแลน ซูพิสตา”

 

ท้ายสุดการแนะนำตัวเพื่อประชันกันให้ได้ตำแหน่งสภานักเรียนถูกสร้างขึ้นมาจากเหตุการณ์ทุลักทุเลข้างต้น    ภาษีของดีแลนพุ่งชนะคู่แข่งขาดลอยตั้งแต่เริ่มแนะนำชื่อ “ผมต้องการเข้ามาศึกษายังอาเดเลทด์    ก็เพื่อประสบการณ์ที่มั่นใจได้ว่าไม่อาจหาได้จากนอกกำแพงหลวงนี้    คาดว่าทุกคนก็คงมีความเห็นที่ไม่ต่างจากผมมากนักจริงไหมครับ?”

 

“สงสัยปีนี้จะมีพ่อค้าเข้าสภา” รุ่นพี่ทรอย  รองหัวหน้าชั้นปีสองกล่าวลอยๆกับพี่แอนโทนี่

 

“ก็ดีนะเงินทองจะได้ไม่รั่วไหล   ท่านเมลล์ฮาวยิ่งอยากหาเบี้ยเข้ากองทุน   ได้พ่อค้ามาเป็นหัวหอกคงรับทรัพย์กันกระจุย” ราฟาเอลนึกขำกับคำตอบของพี่แอนโทนี่    ได้พ่อค้ามาช่วยงานก็ดีอยู่   แต่พ่อค้าที่ว่าดูจะสนใจงานจับกังที่แบบสภาเท่าไหร่กันเชียว     คิดได้ไม่ทันขาด    พ่อค้าน้อยก็เอ่ยแสดงความปรารถนาอันแรงกล้าที่มีต่องานเพื่อประชาชน

 

“และขณะนี้ประสบการณ์ที่น่าสนใจก็คืองานสภากลาง... ผมเชื่อว่าถ้ามิเกล เฟชเชอร์เข้าสภาไปคงจะมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นเยอะแน่นอน   ผมมั่นใจว่ามิเกลต้องมีของดีซ่อนอยู่    อย่างน้อยก็ด้วยเกียรติของผู้ที่ผ่านด่านของรองประธานรีองมาได้เป็นคนแรก   และผู้ที่มีความตรงไปตรงมายิ่ง” ดีแลนเปลี่ยนประเด็นเป็นโฆษณาให้คนที่ยังทำหน้ามึนกับสถานการณ์รอบข้างไม่หาย   โดยผู้ฟังตั้งตัวไม่ติดไปตามๆกัน    พ่อหนุ่มฉีกยิ้มฉบับพ่อค้ามือฉมังที่กำลังประกาศขายสินด้าที่ชื่อมิเกล    จนผู้ที่มีชื่ออยู่ในสภากลางทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตัวป่วนหรือไม่เริ่มทำความเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดเสียใหม่

 

ที่ปีนี้เลือกหัวหน้าไม่ได้...

คงเพราะมีพวกแบบนี้อยู่เยอะนี่เอง

 

และพวกแบบนี้ที่ว่าเริ่มใช้ประโยชน์จากการครองตารันบอลอย่างอุกอาจและลื่นไหล

 

“สุดท้ายนี้...  ผู้ใดขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องเขียนสามารถติดต่อได้ที่ผมตลอดทุกปีการศึกษา   โดยจะได้รับบัตรสะสมแต้มสำหรับประทับตรา  หนึ่งแต้มต่อยี่สิบเหรียญ    เมื่อครบสิบห้าแต้มสามารถแลกเป็นบัตรแทนเงินสดสิบเหรียญสำหรับการสินค้าในครั้งต่อไป   หรือสิทธิพิเศษสำหรับนักเรียนอาเดเลทด์สามารถเลือกนำตราประดับสิบห้าดวงแลกเป็นที่คั่นหนังสือลายสมาชิกสภากลางในปัจจุบันทั้งหมดสิบลาย    ผู้สนใจอย่าลืมติดต่อนะครับ”

 

พี่รีองถลึงตาให้พี่โนเอลพิธีกรยอดแย่ในรอบปีที่มัวแต่นั่งหัวเราะเห็นดีเห็นงามไปกับคณะจำอวดรุ่นเยาว์บนเวทีรีบตัดบทเสียที     แต่สารจากดวงตาของท่านรองประธานกลับส่งไปไม่ถึงเวทีอย่างน่าเสียดาย    จนสุดท้ายหันไปหานางพญาคนงามให้ช่วยสื่อสารแทน     เอแซนเดรียกระแอมสองสามครั้ง   ตารันบอลในมือของพ่อค้าหัวใสก็ถูกสับเปลี่ยนมาอยู่ในมือของท่านประธานโนเอลทันที

 

“นายว่าใครจะได้เป็นหัวหน้าปีนี้?” คนข้างกายของราฟาเอลถามความเห็นเรียบๆ

 

ราฟาเอลมองหน้าเอวิอัส   อมยิ้มขบขันปนเหนื่อยใจ “ลองโดนโฆษณายกทีมแบบนี้คงไม่ต้องเดาแล้วมั้งว่าใคร”

 

เอวิอัสพยักหน้าหงึก

 

“คิดเหมือนกัน”

 

--------------------------------------------------------------

 


                ดวงตาสีแดงกลิ้งกลอกท่ามกลางราตรีที่มืดมิดไร้ซึ่งแสงดาว หรือแสงจันทร์    เจ้าของร่างเล็กๆกึ่งวิ่งกึ่งคลานป่ายปะไปตามกำแพงอย่างไร้จุดหมาย   อ้อมแขนสองข้างที่โอบอุ้มร่างน้อยอันบริสุทธิ์ในห่อผ้าสั่นระริกด้วยความเหนื่อยอ่อน    เสียงโหวกเหวกโวยวายและกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันลอยห่างออกไปทุกขณะ   สัญชาตญาณของเด็กน้อยบอกว่าเธอต้องรอด     จนกระทั่งผิวกายสัมผัสถึงสายลมเย็นวูบท่ามกลางกองเพลิงอันร้อนระอุ     เด็กหญิงกระชับร่างของน้องน้อยด้วยความหวงแหน   พลางผวามองรอบกาย

 

หัวใจของหล่อนเต้นโครมจากจากความตื่นกลัวและความโหยหาหนทางเอาตัวรอด     ดวงตากลมบวมเต็มไปด้วยคราบน้ำตากลอกไปมาแทบไม่กระพริบ    ทันทีที่กำลังจะก้าวต่อก็รู้สึกราวกับมาบางสิ่งเคลื่อนไหววูบผ่านไปทางขวามือของหล่อน    เด็กหญิงรีบหันตามด้วยความตื่นตระหนกพร้อมถอยหลังไปสองสามก้าว    เด็กหญิงสัมผัสถึงสิ่งที่ไหววูบด้านหลังของเธอ    กรีดร้องเบาๆพร้อมกระหวัดรัดเด็กน้อยในอ้อมแขนแน่นด้วยความกลัวอย่างลืมตัวจนร่างน้อยที่นอนส่งเสียงร้องออกมา   ดวงตาน้อยๆไม่อาจมองเห็นสิ่งใดที่ผิดปกติ   นอกจากเสียงกรีดร้องอันห่างไกลและท้องฟ้าสีดำที่ถูกย้อมโดยกองเพลิงมหึมาจนแปรเป็นสีม่วงอมแดง  

 

ร่างปริศนาเคลื่อนที่ผ่านอีกรอบ   ซึ่งครั้งนี้เด็กสาวมั่นใจแน่ว่าเธอแล้วน้องไม่ปลอดภัยเสียแล้ว    ร่างเล็กสั่นเทาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์กลัว   ความรู้สึกเย็นวาบที่หน้าอกทำให้เธอนึกถึงคำพูดสุดท้ายที่มารดาสั่งไว้

 

...จงคุ้มครองน้องให้ถึงที่สุด...

 

เนตรสีแดงมองปัดไปรอบกายตามกระแสที่สัมผัสได้ถึงบุคคลไม่พึงประสงค์ที่เคลื่อนที่ราวปีศาจรอบตัว    ร่างเล็กผวาไปทางนั้นทีทางนี้ทีไม่ต่างกับขนนกที่ลอยเคว้งกลางอากาศ     มือข้างหนึ่งละจากร่างกายน้อยๆของน้องชายเอื้อมกำวัตถุเย็นใต้เสื้อตัวยาวสีน้ำเงิน    ก่อนจะๆค่อยดึงมันออกมามองมันเต็มตา     จี้หินกลมสีกรมท่าที่มีเพชรเม็ดเล็กฝังอยู่เป็นหย่อมดูแปลกตา     เครื่องประดับเดียวที่เธอใส่ตลอดเวลาด้วยความรัก    และไม่เคยมองมันด้วยความเกลียดชังที่มีอยู่เท่าเทียมกันต่อผู้ที่ให้   

 

“พ่อคงไม่โกหกหนูนะ...” กล่าวเสียงสะอื้นเบาๆซุกแก้มเปรอะเปื้อนน้ำตาและคราบเลือด คราบเขม่ากับแก้มใสของน้องชาย   เด็กสาวรู้ได้ในทันทีที่ตกอยู่ในวงล้อมของพวกปีศาจที่ไม่อาจหลุดรอดไปได้    ว่าเธอคงไม่รอด “พ่อจ๋า...ช่วยน้องหนูด้วย   ช่วยลูกพ่อด้วยเถอะนะ”

 

จี้เส้นเดียวที่เธอได้รับจากบิดาถูกส่งมอบต่อให้น้องของตน    เป็นดั่งความหวังสุดท้ายที่เธอได้แต่ภาวนาให้สิ่งที่บิดาเธออวดอ้างมันเป็นจริง

 

ช่วยคุ้มครองชีวิตของน้องชายเธอ 

ช่วยพาเขาไปหาพ่อที่ทอดทิ้งครอบครัวด้วยเถอะ

 

เงาของเจ้าปีศาจนั้นเข้าใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ   ไม่ต่างจากเธอที่พยายามถอยหลังออกห่างเรื่อยๆ    จนกระทั่งส้นเท้าสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าที่รองรับ   แต่ก็สายเกินกว่าที่จะชักเท้ากลับเสียแล้ว    ร่างเล็กเสียหลักร่วงลงสู่ความมืดมิดในหลุมลึกที่เคยเป็นบ่อน้ำ    เด็กหญิงหวีดร้องเสียงแหลมมือข้างหนึ่งพยายามจะเกาะเกี่ยวไขว้คว้าหาทางรอดสุดท้าย   อีกมีหนึ่งกระชับอ้อมกอดแน่นด้วยความหวงแหน

 

ความรู้สึกสุดท้ายก่อนสิ้นชีวิตคือความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ

 

ทันใดนั้นก็มีสายลมกระชากฉุดรั้งให้ร่างของเธอลอยค้างอยู่กลางอากาศ    ก่อนที่ร่างเล็กของเด็กสาวจะได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดมนุษย์         เด็กน้อยเบิกตากว้างมองหน้าผู้ช่วยชีวิตเธอจากความตายหมาดๆ    สิ่งแรกที่เธอเห็นคือดวงตาคู่งามสีฟ้าที่มองหล่อนด้วยด้วยความรู้สึกหลากหลาย   เสียใจ เวทนา และโศกสลด

 

“ไม่เป็นอะไรนะ...” ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดราวกับต้องการจะปลอบโยนด็กสาว    ที่บัดนี้เกาะเขาแน่นราวกับลูกนกพบที่พักพิง     ร่างเล็กสั่นระริก     เขาสั่งให้เด็กหญิงเกาะเขาให้แน่นก่อนจะปล่อยมือข้างที่กอดเธอไว้มาช่วยในการปีนป่ายตามผนังดินด้วยการใช้เวทเข้าช่วย     จนสามร่างต่างอายุขึ้นมานั่งสูดหายใจบนพื้นได้อย่างปลอดภัย

 

“ขอบคุ...”

 

เคร้ง!

 

                ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำครบถ้วนชายแปลกหน้าที่ช่วยชีวิตก็ยกดาบขึ้นปัดอาวุธแหลมคมที่ลอยมายังจุดหมาย   ซึ่งก็คือลำคอขาวของเด็กหญิง     ดวงตาสีฟ้าแสดงความโกรธเกรี้ยววาบขึ้นมาจนเด็กหญิงถึงกับเผลอสะดุ้งหนี    เสียงนุ่มเมื่อครู่สั่นน้อยๆกดต่ำลงจนน่ากลัว “ขาดแคลนขนาดต้องเอาเด็กมาทำตุ๊กตาหรือไงเดนวอร์?”

 

เงาของร่างปริศนาที่ต้อนให้เด็กหญิงจนมุมเมื่อครู่ค่อยๆเผยตัวออกมา    เธออดไม่ได้ที่จะขยับตัวกลับไปเข้าใกล้บุคคลที่ตอนนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเงาเมื่อครู่     อย่างไรสัญชาตญาณของเด็กก็บอกว่าสำหรับผู้ใหญ่น่ากลัวคนนี้ไม่ได้คิดร้ายกับเธอและน้อง

 

“อย่างไรเด็กคนนี้ก็ต้องตายนี่ครับ” ดวงหน้าขาวซีดแย้มยิ้มร้ายกาจ   แม้เห็นหน้าเพียงเสี้ยวเดียวก็สัมผัสได้ถึงความมืดดำภายในตัว “ท่านสั่งว่าอย่าให้เหลือแม้แต่ชีวิตที่เหลือรอดไป”

 

“แม้แต่เด็กน่ะหรือ!?” ชายตรงหน้าตะคอกอย่างเหลืออด

 

“แล้วคุณเฟรลัสจะขัดคำสั่งท่านหรือครับ?”

 

                หัวใจของเด็กหญิงเต้นโครมคราม     โดยเฉพาะเมื่อชายผู้ช่วยชีวิตนิ่งไป    เธอหลับตาอย่างตัดพ้อในชะตาของตนเองที่สุดท้ายก็ตกมาอยู่ในกำมือของพวกที่อยู่ฝั่งเดียวกับเจ้าปีศาจ   หลังการเฉียดตายมาหนึ่งครั้งทำให้เด็กหญิงสงบลง    กล่าวแบบตรงประเด็นคือหล่อนหมดความคิดที่จะเอาชีวิตรอดเสียแล้ว     นิ่งตาใสไหลรินทั้งๆที่ขดซ่อนตัวหลังผ้าคลุมของคนที่จะหันกลับมาเอาชีวิตของเธอและน้องเมื่อไหร่ก็ได้ 

 

“พ่อขา...ช่วยน้องด้วย  เอาน้องไป เอาน้องไปอยู่กับพ่อ” หล่อนว่าพลางก้มลงจูบหน้าผากของเด็กชายก่อนจะไล้นิ้วบนไรผมบางสีทอง

 

การเคลื่อนไหวเบื้องหน้ากระชากลมหายใจของหล่อนให้สะดุดชั่วขณะหนึ่ง   หัวใจของเธอราวถูกกระชากออกจากร่างเมื่อได้เห็นใบหน้าของผู้ช่วยชีวิตของหล่อนเต็มตา    บุรุษตรงหน้าเป็นบุรุษที่ผึ่งผายที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น   เขามีดวงตาสีเดียวกับนภากว้างที่เธอชอบ   เขามีผิวขาวละเอียดสีเดียวกับภาพวาดของจิตรกรชื่อดัง  เขามีเส้นผมเรียบตรงยาวระบ่าพลิ้วสวยงามสีเดียวกับจี้สีกรมท่าที่บิดาเธอให้ไว้   และเขามีใบหน้าพิมพ์เดียวกับบุคคลที่เธอเห็นในหนังสือ

 

“ทำไม...”

 

ร่างเล็กพูดได้เพียงเท่านั้นก็หยุดไปพร้อมกับดาบสีเงินยวงที่ช่วยต่อลมหายใจของเธอเมื่อครู่แทงทะลุตัดขั้วหัวใจพอดีด้วยความชำนาญ   ชายหนุ่มก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าของเด็กสาว    มือแกร่งสั่นเล็กน้อยอย่างคนที่ควบคุมไม่อยู่ก่อนจะรวมแรงกระชากดาบออกมาพร้อมโลหิตที่พุ่งออกมาเป็นสายดังน้ำพุ    ร่างเล็กค่อยๆทรุดลงไปกองกับพื้น   ลาโลกไปทั้งที่อยู่ไม่เกินสิบปี    ชายหนุ่มเบือนหน้ารำพึงด้วยเสียงที่เบาที่สุด “ขอโทษนะ”

 

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง   ปะปนไปกับความรู้สึกโหยไห้รู้สึกผิดของผู้ปลิดชีพ   จนเด็กทารกในอ้อมกอดอันเย็นเชียบร้องไห้จ้า    บุคคลเดียวที่ดูจะไม่กระอักกระอ่วนใดๆกล่าวขึ้น “เด็กทารกยังเอามาทำเป็นตุ๊กตาไม่ได้เสียด้วย...มาตัดหน้าผมแบบนี้จะให้คุณชดใช้อย่างไรดีนะ?”

 

ชายหนุ่มตะวัดไปมองคนพูดวาจาไร้ศีลธรรมอย่างเกรี้ยวกราด    ทว่าอีกฝ่ายกลับหัวเราะเสียงต่ำบังคับเข็มเล่มเล็กที่ถูกปัดไปตกลงบนพื้นให้ลอยขึ้นมาจ่อที่ลำคอของชายหนุ่ม “ได้คุณมาเป็นตุ๊กตาแทนก็ดีไม่หยอก...นะครับ?”

 

“กลับไปจัดการที่เหลือซะเดนวอร์” เฟรลัสกล่าวเสียงเรียบควบคุมอารมณ์โกรธา   เดนวอร์หัวเราะลั่นอย่างน่าสงสัย

 

“คนภักดีและแสนดีแบบคุณเฟรลัสน่าจะจัดการกับสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่ไม่ควรเหลือรอดได้อยู่แล้วมั้งครับ”

 

เฟรลัสไม่อาจประเมินค่าความรู้สึกเกลียดชังต่อเด็กหนุ่มที่วัยเกือบเท่าหลานออกมาเป็นคำพูดได้     นอกจากสะกดกลั้นอารมณ์แบบคนสูงวัยกว่าและมีสมองควรจะกระทำ   ต่อลูกน้องคนสนิทของเจ้านาย    เฟรลัสมองร่างที่ส่งเสียงร้องอันอ่อนต่อโลกในร่างไร้วิญญาณของพี่สาวด้วยความสงสาร    เขายังจำได้ถึงคำวิงวอนอันแสนแผ่วเบาของเด็กหญิงที่แม้ตัวตายก็ของให้น้องรอด    ชายหนุ่มคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นข้างศพของเด็กหญิงที่เขาไม่รู้นาม   ค่อยๆเอื้อมมือไปปิดดวงตาที่เบิกโพล่งของเธอแล้วดึงร่างน้อยของทารกมาไว้ในอ้อมแขน “ในนามของนักรบแห่งสายลม   เราขอวิงวอนให้จิตวิญญาณเหล่าเทพช่วยคุ้มครองและนำพาวิญญาณของเด็กน้อยผู้น่าสงสาร   และทำให้ปรารถนาสุดท้ายของเธอสัมฤทธิผลด้วยเถิด”

 

ร่างของเด็กทารกในอ้อมแขนเรืองแสงอ่อน    ไม่นานแสงนั้นก็ดับลงพร้อมกับร่างน้อยที่หายไปจากอ้อมแขน    ดวงตาของชายหนุ่มปิดลงช้าๆเพื่อซ่อนประกายผิดบาป   ...ไปหาพ่อของหนู   แล้วช่วยเติบโตขึ้นมาอย่างดีเถอะนะ...

 

เฟรลัสลืมตาขึ้นอีกครั้ง   สลัดความอ่อนแอในใจทิ้งไป   แล้วหันกลับเพื่อเผชิญหน้าความเป็นจริง    เส้นทางอันนองเลือดที่ไม่มีวันจบสิ้นที่เขาเคยคิดว่าเขายอมเลือกด้วยความภักดีต่อมหาบุรุษ    เฟรลัสผู้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นวีรบุรุษสงครามและหนึ่งในกบฏที่ไม่อาจให้อภัยได้เคียงข้างมหาบุรุษเมเลซาร์

 

จากวีรบุรุษผู้ถูกยกย่องกลายเป็นเพียงนักฆ่าเลือดเย็นที่ถูกสาปแช่ง

 

เหตุใดชะตาถึงโหดร้ายเพียงนี้... เฟรลัสได้แต่วิงวอนวันแล้ววันเล่า   เฝ้าถามตัวเองและพระเจ้า ...ความภักดีของเขาควรจะดำรงอยู่ตลอดไปหรือไม่   หากบุรุษผู้เคยทรงคุณธรรมกลับถลำลงไปยังความชั่วร้ายเกินบรรยายที่จะสร้างภัยพิบัติอย่างร้ายกาจต่อแผ่นดิน

 


---------------------------------------------------------



 

                สภายังคงใช้งานเด็กได้น่าชื่นชมไม่เปลี่ยนแปลง   เอวิอัสไขว่ห้างมองนาฬิกาบนฝาผนังและซุปที่เย็นจนขึ้นไขในชามของราฟาเอล     รัชทายาทแห่งโอเดนส์เองสะสางงานเสร็จ  อ่านหนังสือจบไปหนึ่งเล่ม   เพื่อนร่วมบ้านก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา    ไม่คิดว่าคนอย่างพี่โนเอลจะเลิกประชุมช้า    เขาหงุดหงิดว้าวุ่นใจตามประสาพี่ชายที่รอติดตามข่าวคราวของน้องสาวที่กลับบ้านดึก    และน้องสาวที่ว่าคือเอเวลีนที่พลิกความคาดหมายกลายเป็นหัวหน้าชั้นปีหนึ่ง    ผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าชั้นปี   และคนที่แม่ยกกระจายอย่างมิเกลได้เป็นเพียงรองหัวหน้าชั้นปี

 

และวิตกตามประสาคนเพิ่งโดนน้องโกรธเป็นจริงเป็นจังเป็นครั้งแรกในรอบที่เกิดมามีชีวิตในชาตินี้    ด้วยเรื่องไร้สาระแค่เขาไม่ได้รับหล่อนเข้ารัศมีหมอกด้วยเหตุผลว่าน้องสาวตัวน้อยของเขาเหมาะจะชูคอในแสงจันทร์มากว่าก้มหน้าเก็บกะหล่ำในรัศมีหมอก

 

เอวิอัสผ่อนลมหายใจด้วยความหนักใจ   ในฐานะที่เขาเป็นพี่ชายก็ไม่อยากให้น้องสาวลำบาก   ในฐานะที่เขาเป็นคิงรัศมีหมอกก็บอกว่าเอเวลีนยิ่งไม่เหมาะกับมณฑลนี้     ถึงแม้เจ้าหล่อนจะแสบขนาดไหนก็ไม่ได้หมายความว่าแม่ตัวน้อยที่ถูกโอ๋ตั้งแต่เด็กยันสาวด้วยการเป็นทายาทหญิงคนแรกและคนเดียวในรอบสามทศวรรษจะเหมาะกับรัศมีหมอก   เรื่องนี้คนที่เลี้ยงมากับมือ  โตมาด้วยกันอย่างเขารับประกันได้

 

แต่เหตุใดหนอ...แม่น้องน้อยถึงไม่สนใจเหตุผลของเขา   สะบัดสะบิ้งเข้าใส่แล้วคว้าแขนเพื่อนสนิทของเขา...ราฟาเอล เดินไปประชุมสภาอย่างประชดประชันด้วยคำพูดเป็นที่สุด    เช่น พี่ราล์ฟขา...ต่อไปนี้หญิงก็ต้องฝากตัวกับพี่ราล์ฟด้วยนะคะ   ช่วยแนะนำด้วยนะคะพี่ชาย   และไหนเลยเพื่อนสนิทที่แสนดีอย่างราฟาเอลจะมีปฏิเสธผู้หญิง   เจ้าตัวได้แต่ยิ้มเออออรับปากมั่นเหมาะว่าจะช่วยดูแลแทนพี่ชายตัวจริงที่นั่งหัวเสียต้มซุป กวาดพื้นอยู่บ้าน

 

เขาเกลียดที่ราฟาเอลให้เกียรติผู้หญิงมากเกินไปจริงๆ  ให้ตายเถอะ!

 

รัชทายาทแห่งโอเดนส์นั่งหงุดหงิดงุ่นง่านได้ไม่เท่าไหร่    เสียงขลุกขลักเปิดประตูทำให้เอวิอัสเผลอขยับตัวลุกขึ้นน้อยๆ   ก่อนจะหยิบหนังสือที่อ่านจบไปรอบมาเปิดหน้ามั่วก้มหน้าก้มตาอ่านอีกรอบ    รัชทายาทแห่งโอเดนส์หงุดหงิดตัวเองน้อยๆที่ทำตัวไม่ต่างกับเด็กที่กำลังกลัวว่าน้องจะแบ่งเก้าอี้เจ้าพี่ไปให้ชายอื่น      อย่างไรก็ตามต้องโทษรัศมีหมอกที่ทำให้เขาเริ่มประสาทขึ้นทุกวัน     ประตูไม้ที่เปิดออกส่งผลให้ลมเย็นและกลิ่นอายของธรรมชาติแสนสดชื่นภายนอกลอยเข้ามาพร้อมเสียงแอ้ด     ยังไม่ทันที่เอวิอัสจะเอ่ยปากทักทายใดๆ    ราฟาเอลก็ขัดขึ้นก่อนด้วยประโยคที่แปลกประหลาดที่สุดที่เขาคาดว่าจะได้ยิน

 


“เด็กนี่ลูกใครน่ะเอวิอัส?”


 

เอวิอัสขมวดคิ้วแล้วหันไปมองมองต้นเสียงที่มีกองหนังสือลอยตามหลังมาบนอากาศ   แล้วแขนสองข้างโอบอุ้มทารกน้อยในห่อผ้า    สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างไร้คำตอบ    มือเล็กของเจ้าตัวน้อยขยำคอเสื้อของคนอุ้ม    ดวงตากลมโตแป๋วสีทองค่อยๆลืมขึ้นจ้องหน้าคนอุ้มแล้วส่งเสียงหัวเราะเอิ้กอ้าก

 

“ป้อ...”

 

ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าที่เจ้าหนูนี่พูดไม่ได้หมายถึงคำว่า พ่อ!?




-------------------------------------------------------------------------



งานเข้าแล้วเจ้าราล์ฟ
...

คาดว่า 1 ส่วน 4 ที่เหลือคงจะสร้างความประหลาดใจให้ท่านผู้อ่านทีเดียวนะคะ   เพราะท้ายสุดแม่หนูเอวี่กลับได้เป็นประธานแถมยังไม่ได้อยู่รัศมีหมอก  

=w= ว่าแต่เคยมีใครแอบเข้าใจตอนอ่านว่าอัสมันเห็นตัวเองเป็นพี่แล้วราล์ฟเป็นน้องสาวบ้าทงยกมือขึ้น (เถียนแต่งเองก็แิอบคิดนะ   แต่ก็...ฮา  ตาราล์ฟเอ๋ย  เป็นน้องก็ดีนะจ้ะ  อัสดูจะเป็นพี่ที่รักและหวงแหนน้องดีออก) 



ท้ายสุด...มีหนุ่มโผล่ออกมาจากความมืดอีกแล้วค่ะ!
(เฮรับ)


ในภาคสองมีตัวประกอบโผล่ขึ้นมากมาย    เถียนเลยเกิดความสงสัยประหลาดๆว่าคนอ่านจะคิดว่าตัวละครไหนกันนะที่จะเป็นตัวประกอบที่สำคัญ และบทของพ่อคุณจะเยอะวายป่วง (ขออนุญาตไม่นับมิเกลเพราะพ่อคุณแทบไม่มีบทเถอะค่ะ - -*   นี่แค่ตั้งใจว่าจะให้มาบรรยายความลำบากลำบนตอนสอบอย่างเดียวนะเนี่ย)

เจอกันตอนหน้าค่ะ และสุขสันต์วันปิดเทอม
(และสุขสันต์เทศกาลสอบ GAT-PAT / Cu-tep / Cu-aat T[]T)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

8,067 ความคิดเห็น

  1. #7563 K_sushi_P (@K_sushi_P) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 14:22
    กรี๊ดดดดดดดดดด เรียกแม่สิลูก
    #7563
    0
  2. #6975 kdearn (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 23:02
    ท่านเฟรลัส ไม่ใช่ว่าเสร็จเดนวอร์ไปแล้วหรอกนะ!?

    #6975
    0
  3. #6593 2-CHAIR (@tellyou) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:18
    นั่น Oo
    ชัดเลยย อิเอลล -o-
    #6593
    0
  4. #5968 dlky (@plky) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 11:31
    เป๊ะเลย!!

    ตาเอลแอบไปผลิตทายาทมาชิมิ ทั้งสีตาสีผมนี่มันใช่เลย!!
    #5968
    0
  5. #5854 I'm sone M.Seo >O< (@lovelymylonelyfk) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 11:46
    >///<
    อ่านตอนพิเศษรอบนั้นแล้วอยากให้เป็น พ่ออัส แม่ราล์ฟจริงๆ >///////////////////////////////////////////////////////<
    #5854
    0
  6. #5682 Undernetwork (@undernetwork) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:49
    พ่ออัส + แม่ราล์ฟ กรี๊ดดดดดดดดด
    #5682
    0
  7. #5172 มุกฝืด (@tat9559) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 14:32
     เฮ้อ! ต่อไปเอวี่ก็มีบทบาทเยอะแล้วละสิ อยู่ในสภาเดียวกันกับราฟาเอลด้วย = =

    เด็กคนนั้นใครเป็นพ่อนะ?
    #5172
    0
  8. #4437 เจ้าหญิงแห่งสายลม (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มีนาคม 2554 / 21:43
    ตอนนี้มีพิมพ์ผิดค่ะ



    ตรง เขาไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย



    พิมพ์ เขา เป็น เชา ค่ะ





    ปล. สนุกมากๆค่ะ จะพยายามหาคำผิดมาให้อีกนะคะ
    #4437
    0
  9. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:07
    ลูกใคร ไหนว่าส่งไปหาพ่อ
    #4301
    0
  10. #3859 ★TUAGUAN (@tuaguanguan) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 17:06
    กลับมาอ่านใหม่ 555555
    ครบปีเลยรึนี่ O_O!!
    #3859
    0
  11. #2923 ★TUAGUAN (@tuaguanguan) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2552 / 17:13
    ไม่อยากจะบอกเลยว่า...

    แอบคิดเหมือนกัน ว่าราล์ฟเป็นน้องสาว =__=;;
    #2923
    0
  12. #2908 malwar (@malwar) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2552 / 10:05
    เฮ้อ เศร้าไม่น่ามาอ่านต่อเลยอะ มันคาใจ.....น่าจะรออีกหน่อยแต่ก็แอบคิดว่าเมื่อไหร่หนอเรื่องนี้จะยาวพอรวมเล่ม2

    ขอให้โชคดี
    #2908
    0
  13. #2907 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 22:34
    โอ... เด็กนี้..
    หรือว่า นี้คือพยานรักของ อัสและราล์ฟ....5555+
    #2907
    0
  14. #2906 MIlk (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 20:27
    อัพซะที..



    แต่ว่าาาาา.

    _____+_____



    ลูก > ราล์ฟ+อัส(เลี้ยง)



    จะไหวไหมน้าาาาา....

    รักราล์ฟ รักเถียน ออกเล่มไวๆนะ ! !
    #2906
    0
  15. #2905 Clione (@nrhpee) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 19:59
    ราล์ฟ!!แอบนอกใจอัสไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไร??
    #2905
    0
  16. #2904 icez network (@worldicez) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 18:49
    ราฟเป็นพ่อเด็ก อ๊างงง
    #2904
    0
  17. #2903 แว่นใส (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 17:56
    ราฟาเอลจะรอดไหมเนี่ย
    #2903
    0
  18. #2902 mystery_11521 (@mystery_11521) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 15:51
    ลูกใคร ?

    = [] = ?
    #2902
    0
  19. #2901 เลวใช่ใหม (@goodjee) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 15:03
    เด็กน้อยลูกใครวา อยจากรู้มากกกกกกกกกกกกกกกกก รับอีพเร็วนะค่ะ
    #2901
    0
  20. #2899 Dreamever (@mine1538) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 13:39

    เด็กนั่นใคร? 
    อืม ค้าง

    #2899
    0
  21. #2898 karonga (@a-z0) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 11:29
    ท่านเถียนขอรับ ค้าง...หรือเป็นเด็กคนนั้น
    #2898
    0
  22. #2897 taresia (@taresia) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2552 / 19:23
    โอ๊ะโอ๋ แบบนี้เราเรียกว่า "work in" ว่าแต่ใครเป็นพ่อเด็กหว่า
    แล้วราล์ฟไปเจอเด็กนี่ที่ไหนล่ะนี่คราวนี้ราล์ฟตายแน่ๆเลย
    งานการบ้าน งานสภา งานมณฑล งานบ้าน งานกิจกรรม(ในวันเทศกาล) แค่พวกนี้ราล์ฟก็แทบล้มประดาตายแล้ว
    แล้วตอนนี้ราล์ฟต้องมารับหน้าที่เลี้ยงเด็กอีกเหรอเนี่ย เอ...ถ้าพี่โนเอลรู้สงสัยจะเห็นเป็นเรื่องสนุกอีกแน่ๆเลย - -"
    #2897
    0
  23. #2895 InDra (@3P_NOP) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2552 / 17:01
    โห อัสได้เป็นพ่อคนแล้วนะ T_T
    #2895
    0
  24. #2894 Vampire knight (@cremer-havia) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2552 / 16:47

    อัพแล้ว!! ดีใจจัง ^_^ ทำไมน๊านนานกว่าจะอัพแต่ละตอน...

    #2894
    0
  25. #2893 黒くん (@BlackNinetail) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2552 / 15:19

    เอวิอัสราล์ฟ เห็นด้วยกับ คห.2898

    เด็กคนนี้คือลูกของราล์ฟกับอัสสินะ

    (พยานรัก)

    T^T ในที่สุดก็ลงเอยกันสินะ5555+

    me//โดนตบ

    รู้สึกว่าอัสกับราล์ฟอยู่ด้วยกันแล้วเรื่องนี้ไม่น่ามีนางเอก

    (ราล์ฟสนใจไปเป็นผู้หญิงมั้ย?)

    me//วิ่ง

    #2893
    0