Raphael de l'air : เจ้าชายแห่งสายลม (ภาคพิเศษฉลองครบ10ปี)

ตอนที่ 32 : บทที่ 31 : สัญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    23 ส.ค. 54


            
ทันทีที่หัวข้อหลักในการเรียกประชุมฉุกเฉินถูกเปิดด้วยท่านประธานสภาซาช่า    หัวหน้าชั้นปีสองก็ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเต็มที่   เป็นตัวแทนของแต่ละคนที่มีท่าทางตกใจไม่แพ้กัน   ผิดกันกับผู้ที่นั่งหัวโต๊ะทั้งสองฝั่ง  ประธานและรองประธานสภากลาง    

 

ผมขอค้านครับ! ตามกฎแล้วหากหากไร้เหตุผลที่สมควรผู้ได้รับเลือกเป็นประธานและสภากลางทุกคนไม่สามารถลาออกจากสภาได้     ถ้าพี่จะบอกแค่ว่าจะลาออกโดยไม่บอกเหตุผลต่อที่ประชุมแห่งนี้ถือว่าไม่เกิดผลใดๆทั้งสิ้นนะครับ หัวหน้าชั้นปีหนึ่ง ราฟาเอลยกกฎของสภามาใช้   ดวงตาสีทองเป็นประกายหม่น   ชายหนุ่มรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขอลาออกของรุ่นพี่ประธานสภาผู้นี้   ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่อีกครั้ง     ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็ไม่ยอมรับการลาออกจากตำแหน่งนี้ได้แน่ๆ   ถ้ากล่าวถึงคนที่ควรจะออก...ก็มีแค่เขาคนนี้คนเดียวนี่แหละ!!

 

หรืออีกอย่างคือได้รับคำอนุมัติจากท่านอธิการบดี รุ่นพี่ซาช่ากล่าวจนจบ  ตามด้วยรุ่นพี่ฟานิชที่ตบโต๊ะดังปึง มันจะมากไปแล้วนะ! นายทำแบบนี้ทำไม? คิดจะลาออกก็ลาออกง่ายๆแบบนี้??  นายจะมาถอดใจอะไรกับแค่หนึ่งเทอมกับหนึ่งเดือนก่อนจบน่ะ    ตำแหน่งนี้...แลกมากับความพ่ายแพ้ของฉันเชียวนะ    ยังไงฉันก็ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

 

            หัวหน้าชั้นปีสี่ถึงกับต้องช่วยปลอบให้คนที่กำลังอารมณ์ร้อนเย็นลง     ดวงตาเฉี่ยวหมองคล้ำด้วยฤทธิ์อาการปวดหัวตุบๆและอ่อนเพลียที่เป็นผลกระทบของระเบิดยาสลบจากซายน์     ชายหนุ่มอารมณ์เสียแทบตายที่หลงกลพ่ายแก่ผู้หญิงคนหนึ่งง่ายๆ    แถมไอ้คนที่นั่งนิ่งหัวโต๊ะกลับดันมาออกปากจะลาออกอีก

    ระดับอารมณ์เลยรุนแรงที่สุดในรุ่นน้องที่เป็นสภานักเรียนทั้งหมด     หัวหน้าชั้นปีสองผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆเจ้าชายหนุ่มปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น

 

พี่รีองไม่คิดจะห้ามพี่ซาช่าหน่อยหรือครับ?  ถ้าเป็นรุ่นพี่พูดน่ะจะต้องห้ามรุ่นพี่ซาช่าได้แน่ แต่ก็ต้องเงียบไปเมื่อผู้ที่เป็นรองประธานยังเงียบประหนึ่งไม่ได้ยิน    จนรุ่นพี่ซาช่าส่งสายตาปรามให้ผู้กล่าวน้อยๆ

 

ถึงนายจะไม่ยอมรับแต่ก็ต้องช่วยฉันหาประธานคนใหม่อยู่ดี ถึงแม้รุ่นพี่ซาช่าจะพยายามทำท่าทางราวกับไม่สนใจตำแหน่งนี้อีกแล้ว   แต่คนเป็นสภาก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่   มีหรือจะมองไม่เห็นความรู้สึกที่แท้จริงของรุ่นพี่ซาช่า    ปัญหาคือ...ในเมื่อไม่ต้องการจะออกแล้วจะลาออกทำไม?!

 

อีกหนึ่งเดือนจะสอบปลายภาคเทอมหนึ่งแล้ว   ยังไงระหว่างนี้พวกเราก็มาทำงานร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อหาประธานนักเรียนคนใหม่เถอะนะ

 

ปึง!

 

            ดูเหมือนการขอความร่วมมือของพี่ซาช่าในครั้งนี้จะไม่ค่อยเป็นผลเท่าไรนัก    พี่ฟานิชกระแทกเก้าอี้อย่างแรงก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมของสภา    ทิ้งให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัดยิ่งกว่าเดิม    ราฟาเอลเห็นพี่ซาช่าหน้าซีดเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

 

ผมไม่รู้ว่าพี่ซาช่าคิดอะไรอยู่   แต่ผมก็รู้สึกเหมือนรุ่นพี่ฟานิชที่ไม่ยอมรับการตัดสินใจครั้งนี้ของพี่ครับ หัวหน้าชั้นปีสามกล่าวเสียงเรียบแล้วลุกขึ้นเก็บเก้าอี้เดินตามหลังพี่ฟานิชไป   โดยมีรองหัวหน้าชั้นปีสามที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวรีบลุกตามออกไปด้วย  

 

ถ้าจะประชุมครั้งหน้าเรื่องการจัดงานเทอมสองค่อยเรียกตัวผมแล้วกันนะครับ หัวหน้าและรองหัวหน้าชั้นปีสองลุกขึ้นโค้งทำความเคารพเพื่อออกจากห้องประชุมไปอีกคู่     รุ่นพี่มารีเบลล์ผู้เป็นเหรัญญิกควบตำแหน่งรองหัวหน้าชั้นปีห้าที่สองจิตสองใจไม่รู้จะทำอะไรอยู่นานก็ลุกขึ้นโค้งตาม   ก่อนจะก้าวเร็วๆตามผู้เป็นหัวหน้าชั้นปีห้าที่หุนหันไปเป็นคนแรก

 

            ตอนนี้ในสภาเหลือเพียงประธาน รองประธาน หัวหน้าชั้นปี่สี่ และปีหนึ่งเท่านั้น  คนที่ดูจะหนักใจที่สุดไม่พ้นประธานสภากลางอย่างซาช่า   และราฟาเอล

 

งั้นวันนี้พวกเราเลิกประชุมกันเท่านี้เถอะนะ   แล้วชั่วโมงกิจกรรมค่อยคุยเรื่องนี้กันต่อแล้วกัน

 

 ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้วล่ะครับราฟาเอลตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาในที่สุด เรื่องนี้น่ะไม่จำเป็นต้องยกขึ้นมาพูดอีกแล้วล่ะครับ   ผมที่สร้างความวุ่นวายขอลาออกจากสภาเองดีกว่า

 

            ทันทีที่เขาพูดจบก็มีปฏิกิริยาจากคนรอบข้างไม่ต่างจากคราวของรุ่นพี่ซาช่า    รุ่นพี่อีวายกมือขึ้นตบหน้าผากแปะ  พี่รีองพ่นลมหายใจแรงๆ  เดนวอร์ส่งเสียงอุทานน้อยๆอย่างคนไม่เชื่อหู ส่วนหัวหน้าชั้นปีสี่พึมพำออกมาเบาๆ เอาเข้าไป...

 

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับนายหรอกนะราฟาเอล รุ่นพี่ซาช่ารู้ดีว่ารุ่นน้องหนุ่มผู้นี้คิดอะไรอยู่ เรื่องเหตุผลน่ะ  พี่ลาออกเพื่อจะได้ช่วยงานท่านรีองให้เต็มที่ต่างหาก    รู้ไหมว่าตอนนี้เหตุการณ์ข้างนอกไม่ได้สงบสุขแบบอาเดเลทด์หรอกนะ    มีคนบางกลุ่มกำลังเคลื่อนไหวเพื่อเป้าหมายบางอย่าง    ที่แน่ๆเกิดการฆาตกรรมผู้วิเศษแห่งธาตุลมอย่างต่อเนื่องเรียงจากอันดับสูงไปต่ำ    คนที่นายจัดการไปเมื่อคืนนั่นเป็นรายที่สี่      จากที่พี่ดูรูปการแล้วเรื่องเมื่อคืนเกิดจากแผนของใครบางคนมากกว่า    ที่สำคัญที่สุดเรารู้ใช่ไหมว่าท่านรีองเป็นใคร...?

 

เมื่อถึงตอนนี้ใบหน้าของรุ่นน้องทุกคนหันไปมองทางบุคคลที่ไม่ธรรมดาเป็นตาเดียว   ใครๆก็รู้ว่ารุ่นพี่รีองนอกจากจะเป็นรัชทายาทผู้โงดังแห่งโทรเมลินแล้วยังเป็นผู้วิเศษอัจฉริยะ   ที่ไต่เต้ามารั้งอันดับที่ห้าในจำนวนผู้วิเศษธาตุลมทั้งหมด

 

เรื่องนี้น่ะไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้น   ท่านเมลล์ฮาวเองก็รู้อยู่แล้วแต่จงใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้ให้แก่พี่ที่เป็นประธานสภากลางที่มีหน้าที่รับรู้เรื่องที่อาจเป็นภัยต่อนักเรียนที่อยู่ใต้การดูแล     ทำแบบนี้เท่ากับไม่ยอมรับพี่ในฐานะประธานสภากลาง   แล้วแบบนี้จะให้พี่ทนอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ยังไง?

 

อีกอย่าง...พี่ขอเตือนเราไว้เลยราฟาเอล   อย่าดูถูกกับอานุภาพของคำที่เรียกว่าอำนาจเด็ดขาด

 

            ในขณะหนึ่งราฟาเอลเกิดความรู้สึกรุ่นพี่รีองโชคดีเหลือเกินที่มีคนที่มีความสามารถอย่างพี่ซาช่ามอบความจงรักภักดีให้ขนาดยอมสละทุกอย่าง    ราฟาเอลเริ่มเข้าใจถึงความคิดของรุ่นพี่หนุ่มคนนี้อีกนิดหนึ่ง    อย่างน้อยที่สุดเขาก็ได้รู้ว่าหากเทียบตำแหน่งหน้าที่ที่รักกับการได้ปกป้องรุ่นพี่รีองนั้น   พี่ซาช่าเลือกที่จะยืนเคียงข้างพี่รีองอย่างไม่ต้องสงสัย    

 

แต่คำเตือนของพี่ซาช่านั้นจุดประกายบางอย่างให้แวบเข้ามาในความคิดของเจ้าชายหนุ่มในทันที

 

ราฟาเอลไม่มั่นใจว่าบางที... นี่อาจเป็นข้อความที่แท้จริงที่พี่ซาช่าส่งถึงเขาก็ได้   อย่าดูถูกอานุภาพของอำนาจและเหตุการณ์ฆาตกรรมผู้วิเศษธาตุลม     สารที่จะนำทางเขาไปสู่ผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง!

 

********************************************************

 

            เสียงปิ๊บๆดังเป็นทำนองเนิบนาบ     เอดิธทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้พร้อมถอนหายใจเฮือก   กล้องทุกตัวไม่มีปัญหา  ไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย... ที่มีปัญหาคือมันไม่มีปัญหาอะไรเลยต่างหาก!!

 

เอดิธโคลงศีรษะให้กับความคิดที่ไม่เข้าท่าของตนที่อยู่ๆอยากจะให้มีเรื่องอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นในจอสี่เหลี่ยมของแล็ปท็อปที่รับสัญญาณจากวงจรปิดที่ห้องท่านเมลล์ฮาว    และเรื่องนั้นก็คงจะไม่พ้นเรื่องร้ายๆที่จะเกิดกับองค์ชายของตน  เช่น ท่านเมลล์ฮาววางแผนทรยศ หรือมีเงื่อนงำอะไรเด็ดๆในบทสนทนา    หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความพากเพียรและขยันทุ่มเทของพวกรปภ.ขึ้นมาตงิดๆที่ต้องนั่งดูวิถีชีวิตของชาวบ้านทุกวี่ทุกวัน     แค่จับเธอมานั่งนิ่งๆดูกิจวัตรประจำวันที่ธรรมดาเหลือเชื่อของตาคุณท่านเมลล์ฮาวก็จวนจะประสาทอยู่รอมร่อ   ไหนจะตาบ้าที่นอนม่อยกระรอกอยู่บนเตียงนี่อีก

 

ผมหิว...

 

            ว่ากันว่าเวลาคนไม่สบายแล้วได้คนมาพยาบาลจะเอาแต่ใจขึ้นเป็นสองเท่า   แต่เท่าที่ดูแล้วอาการเอาแต่ใจจนแทบย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กของท่านอดีตหัวหน้าราชองครักษ์จะมากเกินลิมิตคนธรรมดาจนน่าเตะส่ง     คนที่เคยเงียบ เฮี้ยบ ปากจัด เจ้าระเบียบ มาดมากไม่มีใครเกินถึงได้ส่งเสียงตะแง้วๆไม่ต่างกับหลานชายที่เพิ่งเข้าวัยเตาะแตะของเธอ

 

เอดิธ...ผมหิวครับ...

 

            เอดิธพยายามเมินคนป่วยผู้มีใบหน้าหล่อเหลาละลายใจที่ส่งสายตาออดอ้อนมาให้   ไม่ทราบว่าด้วยฤทธิ์ไข้หรือไรทำให้คนที่นิ่งแข็งประหนึ่งหุ่นละครแปรเปลี่ยนมามีชีวิตได้   แถม...ให้ตายเถอะ! เป็นสิ่งมีชีวิตที่เทียบเคียงกับคำว่า เซ็กซี่มากเสียด้วย      ดวงตาสีเปลือกไม้พราวพร่างดังมีดวงดาวอยู่ภายในนั้นนับร้อยพันดวง    นั่นไม่เท่ากับเสียงไอค่อกแค่กและครางในลำคออย่างทรมานของเขา    เหนือสิ่งอื่นใดคือไอ้หมอนี่มันป่วยแล้วชอบแก้ผ้าเสียเหลือเกิน!!

 

ก็เข้าใจว่าอย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนป่วย   แต่ป่วยจนไม่คิดถึงสวัสดิภาพของตัวเองแบบนี้สิหล่อนอยากจะกัดลิ้นตายนัก    หมอนี่คิดได้ยังไงที่จะถอดเสื้อถอดแสงต่อหน้าสาวบริสุทธิ์อย่างเธอ!

 

นี่เขาเห็นว่าเธอเรียบร้อยดังผ้าพับไว้ไม่กล้าทำร้ายผู้ชายเหมือนสาวอาเดเลทด์หรือไงนะ?!

 

            เสียงไอถี่น่าเวทนาดึงให้หญิงสาวหันไปเหล่มองชายหนุ่มบนเตียงด้วยใจที่เริ่มอ่อนลงเล็กน้อย   ก่อนจะร้องเสียงหลงแล้วรีบสะบัดหน้ากลับมาเพ่งสมาธิที่หน้าจอแล็ปท็อปบางเฉียบต่อ

 

นั่นปะไรล่ะ...เผลออีกทีเสื้อของพ่อคุณก็เอาไปกองเป็นผ้าขี้ริ้วบนพื้นเสียแล้ว

 

เอดิธครับ... เสียงแหบพร่าเรียกชื่อหล่อนเป็นครั้งที่เท่าไหร่นับครั้งไม่ได้    แต่เอฟพีเอสาวก็ยังคงนิ่งงันไร้ปฏิกิริยาจนคนป่วยส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอด้วยความขัดใจ    และด้วยเหตุนี้ทำให้คนเอาแต่ใจลุกขึ้นจากเตียงแบบไม่เจียมสังขารตัวเอง    ร่างหนาที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงกางเกงผ้าแพรตัวเดียว โชว์แผ่นอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยแผงกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่ไม่มากจนเกินไปและไม่น้อยจนเกินงามเดินโงนเงนหมายจะเข้ามากวนหญิงสาวที่เอาแต่สนใจหน้าจอแล็ปท็อปถึงที่

 

            เสียงฝีเท้าหนักๆบนพื้นที่ใกล้เข้ามาใช่ว่าเอดิธจะไม่ได้ยิน   เพียงแต่ไม่อยากจะหันไปมองคนป่วยที่ป่วยแล้วนิสัยพิลึกที่สุดที่เธอเคยพบเคยเห็น    ในใจได้แต่ภาวนาให้พ่อคุณถอดใจกลับไปนอนนิ่งๆตามเดิมหรือไม่ก็แค่เดินไปหาอะไรทานอย่างที่พยายามง้องแง้งขออาหารเมื่อครู่     แต่สิ่งที่คาดหวังไว้ของเธอดูจะผิดพลาดเมื่อความรู้สึกหนักที่บ่าทั้งสองข้าง    เอดิธนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อลมหายใจร้อนๆของเขารดลงที่ข้างพวงแก้ม

 

อย่าเมินผมเลยนะครับ... ผมหิวนะ  ไม่สบายด้วย...

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

            และนั่นก็เป็นได้แค่เพียงเสียงกรีดร้องในใจของหญิงสาวที่นั่งตัวแข็งหน้าแดงลามไปจนถึงใบหู    ผิวด้านหลังของเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนและร่างกายไร้อาภรณ์ของชายหนุ่มที่เบียดเข้ามา    สภาพตอนนี้ไม่ต่างไปจากอีกฝ่ายก้มลงมากอดเธอจากข้างหลัง  

 

ผมทรมานไปหมดแล้วนะครับ...ช่วยผมหน่อยเถอะนะ...นะครับ

 

ชายหนุ่มกระซิบอ้อนที่ข้างใบหูของหญิงสาว    จนสุดท้ายดูเหมือนว่าความอดทนของเอดิธจะขาดสะบั้นลง   หญิงสาวรีบแงะตัวเองออกจากเจ้าตุ๊กแกตัวโข่งที่เร่งจังหวะการเต้นของหัวใจจนหล่อนกลัวว่าจะช็อคตายไปก่อน   และก็ต้องย้ายไปหุงหาอาหารมาให้เจ้าคนป่วยยัดลงกระเพาะหมายจะผสมยานอนหลับให้สลบไปสักสี่ห้าชั่วโมง

 

            และแล้วสตูว์ผักร้อนๆผสมยานอนหลับก็พร้อมเสิร์ฟ   เอดิธยิ้มอย่างหมายมาดคาดหวังกับความสงบสุขที่จะเกิดหลังจัดการเจ้าตัวชอบยั่วในเข้านอนแล้วเต็มที่จนเผลอฮึมฮัมเป็นทำนองเพลงออกไปพร้อมชามสตูว์ในมือ      ปรากฏว่าเจ้าตัวยุ่งนอนรอให้หล่อนเสิร์ฟถึงเตียงเรียบร้อยแล้ว

 

ดีมาก...จะได้ไม่ต้องเสียแรงลากมาแหมะที่เตียง

 

เอดิธยิ่งฉีกยิ้มมากยิ่งขึ้น   สาวเอฟพีเอหุ่นนางแบบบนรันเวย์กล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย อาหารมาแล้วค่ะ

 

ผมไม่หิวแล้วครับ ...เมื่อกี้ใช้พลังงานเยอะไปหน่อยเลยง่วงอีกแล้ว

 

            อยากจะกรีดร้องดังๆสักที!!

 

            เอดิธเกือบเผลอถลึงตามองคนป่วยที่ทำตัวน่าหมั่นไส้มากขึ้นทุกวินาที   แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจ้าตัวยุ่งวุ่นวายป่วนประสาทกำลังจะนอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีก็ยิ้มหวานให้เหมือนเดิม   แล้วหันหลังไปเก็บสตูว์ลงหม้อตามเดิม    หญิงสาวเดินออกมาจากห้องครัวอย่างอารมณ์ดีจนเห็นได้ชัด   และแล้วดวงตาสีน้ำเงินใสก็เห็นอะไรบางอย่างที่จ้องมองเธออยู่

 

ซามูเอลนั่นเอง!!

 

            ชายหนุ่มมองหญิงสาวตาแป๋วแล้วขยับซ้ายขวาสองสามทีแบบคนนอนไม่สบายตัว  และทุกครั้งที่จบกระบวนท่าจะหันมาส่งสายตาเป็นเชิงว่า นอนไม่สบายอ่ะ  ทำยังไงดีมาให้จนทำให้ความหงุดหงิดแกมหมั่นไส้จี๊ดขึ้นสมอง

 

อยากนอนก็นอนสิคะ!”

 

ก็มันนอนไม่สบายนี่ครับ...จะหลับลงได้ยังไง

 

หญิงสาวเดินมายืนกอดอกอยู่ที่ข้างเตียงพยายามจับผิดเต็มที่ว่าคนป่วยที่งอแงที่สุดในโลกจะมาไม้ไหนให้เธอต้องปั่นป่วนได้อีก       แต่แล้วคนป่วยก็มาไม้ที่เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดถึง    ชายหนุ่มกระแขกแขนบอบบางของหญิงสาวให้ล้มลงมาบนเตียงทาบทับตัวเขาเอาไว้แล้วกอดแน่นๆไม่ต่างจากหมอนข้าง

 

หลับอย่างนี้สบายกว่าเยอะเลยนะครับ...

 

ได้ข้อพิสูจน์แล้วว่าไวรัสทำหน้าที่ออกมาไม่ต่างกับแอลกอฮอล์

 

ขอสาปส่ง!!

 

อ่ะ...ขอโทษครับ

 

            คำนี้ไม่ได้ออกมาจากปากของคนที่ป่วยได้ฉวยโอกาสมากที่สุดในโลก    แต่ดังมาจากทางประตู   และด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้เอดิธแปรเปลี่ยนจากใบหน้าแดงก่ำเป็นซีดเผือดและชาวาบไปทั้งร่างกายราวกับมีใครสาดน้ำเย็นที่ผสมเกล็ดน้ำแข็งใส่อย่างไงอย่างงั้น    หญิงสาวรีบดันตัวออกจากภาพที่ล่อแหลมแก่การเข้าใจผิดอย่างรวดเร็วแล้วหันไปห้ามประตูที่กำลังปิด

 

เดี๋ยวค่ะ! มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ!!!” ประตูที่กำลังจะปิดลงชะงักเล็กน้อย   ก่อนจะค่อยๆแง้มเปิดขึ้นมาอีกครั้ง   เผยให้เห็นร่างขององค์มกุฎราชกุมารหนุ่มแห่งซายน์ที่มองสลับไปมาระหว่างเอฟพีเอสาวและน้าชายที่อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน

 

            เอดิธรีบก้มหน้าก้าวฉับๆไปปิดประตูเพื่อหลบซ่อนความอายที่บังเกิดขึ้นยามสบกับเนตรคู่งามที่ส่องประกายเจ้าเล่ห์ขบขันน้อยๆของผู้สูงศักดิ์    เสียงโทนสูงสั่นน้อยๆ ฝ่าบาท...ทรงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ

 

อ้าว? ผมไม่มีเรื่องแล้วมาไม่ได้หรือครับ ราฟาเอลแกล้งรวนหญิงสาวเล็กๆแล้วหัวเราะออกมา จริงสิ...ผมมาผิดเวลานี่นะ  เอาเป็นว่าขอโทษนะครับ

 

มิได้เพคะ! เมื่อครู่นี้เป็นแค่อุบัติเหตุ เอดิธพึมพำงุบงิบในลำคอกับคำว่าอุบัติเหตุที่ไม่เป็นจริงสักนิด   แล้วอยากจะทดลองสำนวนที่ว่าเอาหน้าซุกดินขึ้นมา  แน่นอนว่าหน้านั้นต้องเป็นหน้าของเจ้าตัวต้นเหตุนี่เท่านั้น   ราฟาเอลหัวเราะชอบใจ ฮ่ะๆ ผมรู้หรอกครับ   ก็นี่น่ะเป็นอาการขั้นพื้นฐานของคนที่มีเชื้อตระกูลเบรียนตันนี่ครับ

 

อะไรจะอาการน่าปวดหัวปานนั้น...เอดิธเบะปาก   ก่อนจะลืมตาโพล่งเมื่อนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ ...คนที่มีเชื้อตระกูลเบรียนตัน   งั้นองค์ชายและพระราชินีก็ทรงมีพระอาการแบบนี้เวลาประชวรด้วยอย่างนั้นสิ?!

 

เอ๋? ดูเหมือนคุณจะทำอะไรบางอย่างนะครับ สุรเสียงของพระองค์ดูแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอุปกรณ์ทันสมัยจากอาณาจักรของตน ห้องท่านเมลล์ฮาวนี่? ลอบติดตั้งเครื่องได้ขนาดนี้นับว่าเก่งมากนะครับ

 

เอดิธยิ้มรับคำชมเขินๆ    จนกระทั่งพ่อคุณซามูเอลส่งเสียงงอแงขึ้นมาอีกรอบที่ถูกตัดออกจากวงไปนานเกินเหตุ   องค์รัชทายาทจึงสรวลออกมาก่อนจะกระแอมสองสามครั้งแล้วเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเป็นการเป็นงาน

 

เตรียมการมาอย่างนี้ผมว่าคุณคงมีไมโครชิพส่งสัญญาณมาด้วยสินะครับ เจ้าชายหนุ่มกล่าวในขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแล็ปท็อป   

 

มีเพคะ...แต่เป็นแบบพิเศษของเอฟพีเอที่เอาไว้ติดใส่อาชญากรเท่านั้นนะ

 

            แบบพิเศษของเอฟพีเอที่ว่าคือวัตถุสีเงินขุ่นผิวด้านทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กแต่หนากว่าเครดิตการ์ดเล็กน้อย  ที่ขอบด้านหนึ่งมีรูและอีกข้างมีถาดเล็กๆที่บรรจุกระสุนไมโครชิพขนาดเล็กหกนัด    ตรงกลางพื้นด้านกว้างของวัตถูมีปุ่มนูนออกมา   สำหรับยิงกระสุนไปฝังที่ร่างกายของอีกฝ่าย   ซึ่งฝ่ายที่ถูกยิงจะรู้สึกเหมือนผึ้งต่อยเท่านั้น     ไมโครชิพนั้นจะใช้พลังงานความร้อนภายในร่างกายมนุษย์ในการทำงาน    ไมโครชิพชนิดนี้ถูกพัฒนาจากไมโครชิพที่ฝังอยู่ในสัตว์อนุรักษ์ที่ปล่อยคืนสู่ป่า    ให้มีขนาดเล็กลงและฝังเข้าเนื้อได้ง่าย   ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการเก็บสำรองพลังงานเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆเพื่อขัดขวางการทำงานของกล้ามเนื้อ    ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุกเมื่อได้รับการสั่งการจากเครื่องติดตามสัญญาณไมโครชิพ      และเพื่อตัดปัญหาการสูญเสียกระสุนไปโดยไร้ประโยชน์  หรือเผลอกดปุ่มโดนตัวเองจึงมีการออกแบบสร้างปุ่มล็อคไว้ที่ข้างขอบอีกด้วย 

 

ข้อเสียของไมโครชิพชนิดคือจะกินพลังงานของผู้ที่ถูกฝังไมโครชิพ   อาจจะทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณที่ฝังเป็นระยะหรือบางคนอาจจะมีอาการแพ้ถ้าไม่รีบเอาออกจะเกิดอาการอักเสบ มีไข้สูง และบวมจนต้องเฉือนเนื้อส่วนนั้นทิ้ง    และแน่นอนว่าวิธีการเอาออกก็คือการผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น

 

            ราฟาเอลยื่นมือรับอุปกรณ์นั้นที่เอดิธส่งให้มาพลิกไปพลิกมาดูเล็กน้อย   ท่ามกลางสายตางุนงงในจุดประสงค์ของเจ้าชายหนุ่ม      นิ้วเรียวของราฟาเอลลูบปุ่มกดที่นูนออกมาเล็กน้อย   เขากำวัตถุที่ประสิทธิภาพเหนือขนาดภายในมือเดียวใช้นิ้วโป้งเลื่อนปุ่มปลดล็อค    และเกินใครจะคาดคิดเขาก็ยิงกระสุนไมโครชิพใส่ต้นแขนซ้าย

 

องค์ชาย!!” เอดิธร้องเสียงสูง  ความตกใจเพิ่มสูงถึงขีดสุด    หากคนที่เพิ่งฝังไมโครชิพเข้าร่างกายตัวเองนิ่วหน้าเพียงเล็กน้อยกับความเจ็บจี๊ดที่ต้นแขนเท่านั้น

 

ที่บอกว่าเจ็บนิดหน่อยคงจะเกินจริงไปนะ  ผมว่านี่ยิ่งกว่าผึ้งต่อยอีกมั้งครับ

 

            ซามูเอลถอนหายใจเฮือก   ท่าทางนิ่งกว่าเอฟพีเอสาวที่แสดงอาการตะลึงในการกระทำประหลาดของผู้สูงศักดิ์ว่าที่พระจักรพรรดิชัดเจน เราน่ะเคยโดยผึ้งต่อยหรือยังเถอะ

 

เจ้าชายหนุ่มที่ได้รับการประคมประหงมอย่างดีชนิดยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมหัวเราะแห้ง  พร้อมไหวไหล่น้อยๆ ผมมีเรื่องจะขอความร่วมมือเล็กน้อยนะครับ  โดยไม่รอให้อีกฝ่ายทักท้วงหรือตอบรับ  เจ้าชายหนุ่มรีบแจ้งเป้าหมายของตนต่อทันที ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอย่าบุ่มบ่ามทำอะไรเด็ดขาด    ส่วนไมโครชิพนี่ผมขอยืมไว้ใช้ก่อนแล้วกันนะครับ

 

...ฝ่าบาทจะทรงทำอะไรหรือเพคะ

 

รู้แค่ว่าอย่าบุ่มบ่ามก็พอแล้วล่ะครับ ศีรษะได้รูปโคลงน้อยๆ  ก่อนจะเจ้าของร่างกายสูงโปร่งจะเอ่ยลาแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว  ไม่วายหันมาฝากฝังแกมขบขันคุณน้าแซมให้หญิงสาวดูแล

 

คุณไปนอนก่อนนะคะ... เอดิธที่แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีเรื่อด้วยความอับอายที่ผู้ที่อยู่เหนือหัวดันมาพบฉากน่าคิดเมื่อครู่   ก่อนจะหันไปสั่งท่านน้าแซมแล้วรีบวิ่งตามองค์รัชทายาทของตนออกไปด้วยสีหน้าคล้ายกับกังวลอะไรบางอย่าง    เบื้องหลังขององค์รัชทายาทที่เดินจากไปหยุดชะงักลงคล้ายรอให้หญิงสาวที่ติดตามออกมาตามมาได้ทัน  

 

ฝ่าบาทเพคะ...หม่อมฉันมีเรื่องบางอย่างที่ต้องการจะทูลเตือนพระองค์   หากมีคำใดที่ลบหลู่พระองค์ก็ขอทรงอภัย...  คำขอของหญิงสาวที่สูงวัยกว่าทำให้เขานิ่งไปเล็กน้อย   ก่อนจะพยักหน้าออกมาเป็นการรับรอง   หญิงสาวจึงได้กล่าวประโยคถัดไป

 

สำหรับโลกของคนเอทรีสและโลกของฝ่าบาทต่างกันมากเหลือเกิน   โลกของคนเอทรีสการสังหารใครบางคนไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ในสังคมที่ยังไม่สงบสุข  มีแต่เงามืดของมนุษย์แบบนี้   มันต่างกับโลกขององค์ชายที่อยู่ในแสงสว่างและความสงบ    ในโลกของซายน์ที่มีกฎหมาย มีกฎเกณฑ์เพื่อความเป็นระเบียบในสังคม  และมีการปกป้องสิทธิของเพื่อนมนุษย์     แต่ว่าหม่อมฉันเองก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าเข้าใจจิตใจขององค์ชายเพราะถึงแม้ซายน์จะสงบสุข   แต่อาชีพของหม่อมฉันคือการเป็นเจ้าหน้าที่ลับที่ต้องพัวพันกับความเป็นความตาย    มือของหม่อมฉันเปื้อนเลือดมามากมาย     ดังนั้นหม่อมฉันจึงทูลเตือนพระองค์ไม่ให้จมอยู่กับความรู้สึกผิดจนทำให้พระพักตร์หม่นหมอง

 

            หญิงสาวนิ่งไปเหมือนรอพบกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย   ราฟาเอลถอนหายใจออกมา “...ผมคงแย่มากที่ทำตัวให้คุณต้องเป็นห่วง   ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ   เรื่องนี้ผมเข้าใจดี   ในเชิงทฤษฎีแล้วผมเข้าใจ  และรู้ทุกอย่าง  เพียงแต่ตอนนี้ผมยังทำใจยอมรับไม่ได้เท่านั้นเอง เมื่อถึงตอนนี้ดวงเนตรสีทองก็เผยประกายอ่อนแอออกมาอย่างสังเกตได้ ผมเข้าใจดีว่าเรื่องทุกอย่างมักเกิดขึ้นเพราะความจำเป็น   แต่ผมก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะลืมว่ามือคู่นี้สังหารชายผู้หนึ่งไป    ถึงแม้ชายผู้นั้นต้องการทำร้ายผมก็ตาม

 

ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งในเร็ววันหรอกเพคะ... พระองค์เป็นองค์ชาย  พระองค์เป็นผู้นำโดยสายเลือด    หน้าที่ที่ต้องเดินบนถนนที่คาวไปด้วยเลือดมันเป็นหน้าที่ของทหารของพระองค์ คนของพระองค์ต่างหาก

 

ไม่หรอกครับ... เจ้าชายหนุ่มยิ้มอ่อนๆ   ใครจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้าสูงศักดิ์และเข้มแข็งของผู้เป็นจักรพรรดิเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเพียงใด   ราฟาเอลรู้ดีทุกครั้งที่เห็นเสด็จพ่อทรงประทับอยู่ในพระตำหนัก    พระพักตร์ของพระองค์จะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเศร้าโศกพระทัยเพียงไรที่พบเห็นข่าวการสังหารผู้ทำผิดกฎหมาย

 

ผู้เป็นประมุขแห่งแผ่นดินจะมีความสุขได้อย่างไร  หากคนของพระองค์ยังสังหารกันเอง

ผู้เป็นประมุขแห่งแผ่นดินจะมีความสุขได้อย่างไร  หากอาญาของพระองค์ยังคร่าชีวิตผู้คนที่หลงผิด

 

สุดท้ายคนที่เปื้อนเลือดมากที่สุดก็คงไม่พ้นพระจักรพรรดิ...

 

            เจ้าชายหนุ่มยังจำได้ดีเสมอกับคำสั่งสอนของพระบิดาที่ไม่ว่านานเท่าใดก็ไม่เคยลบเลือนไปจากจิตใจของเขา    พระพักตร์ที่เรืองรองไปด้วยรัศมีแห่งอำนาจ  ทว่าอ่อนโยนเสมอของพระจักรพรรดิ   และพระหัตถ์อันอบอุ่นที่วางอยู่บนศีรษะของเขา ราฟาเอล...จำไว้นะลูก   เมื่อวันใดที่เจ้าสวมมงกุฎแห่งรัชทายาทจงเป็นรัชทายาทที่เข้มแข็ง   เมื่อวันใดที่สวมมงกุฎแห่งจักรพรรดิจงเป็นจักรพรรดิที่เข้มแข็ง

 

หมายความว่ายังไงหรือกระหม่อม เขาที่ยังเล็กถามด้วยความไม่เข้าใจ   หัตถ์ของผู้เป็นใหญ่ลูบเรือนผมของเขาด้วยความรักและเอ็นดู

 

หมายความว่าลูกต้องเข้มแข็งในแบบของขัตติยะยังไงล่ะ   ความเข้มแข็งในแบบของขัตติยะคือความอดทนต่อความยากลำบาก เหนื่อยล้า และพร้อมที่จะดูแลเรื่องต่างๆให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร   ความเข้มแข็งในแบบของขัตติยะคือต้องยอมรับความกดดัน ความเจ็บปวดทุกอย่างไว้   แต่ยังสามารถนำพาอาณาจักรให้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

 

            ในวันนั้นแม้เขายังคงไม่เข้าใจความหมายของพระองค์   แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้ว   และจะพยามยามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะก้าวต่อไป   เขาจะหยุดอยู่นิ่งปล่อยให้ความทุกข์ฉุดรั้งเขาไว้ไม่ได้     เช่นเดียวกัน...เขาก็จะเก็บเรื่องนี้ไว้ตอกย้ำในจิตใจตลอดไป

 

เพราะเขาคือมกุฎราชกุมาร  คือผู้ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิในอนาคต  คือสายเลือดฮีลเวียนด์

 

แต่ต่อไป...ผมจะเข้มแข็งให้มากขึ้นแล้วกัน   เพื่อตอบแทนความห่วงใยของคุณ

 

            ราฟาเอลเอ่ยขึ้นหลังจากที่ปล่อยให้ตัวเองหลุดอยู่ในวังวนภาพแห่งอดีตมานาน    น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นเน้นย้ำทุกคำทุกความหมายในประโยค    เป็นการย้ำเตือนตัวเองและยืนยันให้ผู้ฟังวางใจ     เขาหันหลังเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังชั้นเรียนอีกครั้ง   หากครั้งนี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความครุ่นคิดและแฝงไปด้วยอารมณ์มากมายแทนที่ความว่างเปล่าอย่างที่เคย

 

            เอดิธได้แต่มองตามหลังผู้ที่กำลังก้าวออกห่างไปเรื่อยๆพร้อมทำท่าราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง   แต่สุดท้ายก็นิ่งไป   ใบหน้าของหญิงสาวแสดงความสับสนออกมาเพียงชั่วครู่ยามนึกถึงร่างที่มีการเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดที่ทิ้งตะกอนความสงสัยไว้ให้เธอ    อย่างไรก็ตาม...สุดท้ายเอฟพีเอสาวก็มิได้กล่าวเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจของหล่อนกับชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์อยู่ดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

8,067 ความคิดเห็น

  1. #7554 K_sushi_P (@K_sushi_P) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 12:49
    หูยยยยยย รุ่นใหญ่ก้ดูกรุบกริบดีนะคะ อร้ายยยยยยยยย
    #7554
    0
  2. #6905 I am mint (@mint09012546) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 21:02
    แซมมมมม!น่ารักเกินหน้าเกินตาราล์ฟนะ
    #6905
    0
  3. #6513 mini (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 15:25
    ให้ตายเถอะแซมมมม ตอนนี้เธอน่ารักมากกกก ,เขินแทนเอดิธแล้วนะเนี่ยย 5555'
    #6513
    0
  4. #6389 bam_ja (@The_bam) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 23:37
    ขอบคุณค่ะ :)
    #6389
    0
  5. #6319 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2555 / 01:17
    ท่านน้าแอบร้ายเดียงสานะตอนนี้
    #6319
    0
  6. #5594 รอยุคร๊า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:10
    เหมือนสะท้อนสังคมปัจจุบันดีจัง >
    #5594
    0
  7. #5244 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 15:41

    คนร้ายยังไม่โผล่มาอีกเรอะ!!!

    #5244
    0
  8. #5154 มุกฝืด (@tat9559) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 01:02
    มันหายไปใช่รึเปล่า? หรือไม่ใช่?
    #5154
    0
  9. #4352 PPearl (@sihapitak) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2554 / 08:29
    ช่วยลงตอนนี้ใหม่นะ พลีสส
    #4352
    0
  10. #4078 DEK-CHEM18 (@cyberchem) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 23:42
     เนื้อ หายไปไหน อ่ะ
    #4078
    0