คัดลอกลิงก์เเล้ว

KHR - หน้าหนาวและหน้าหนา(?) (8018)

โดย Zenruse

อากาศหนาวแบบนี้ หลังซ้อมเสร็จช่วงเช้า ขอกอดหน่อยได้รึเปล่า???

ยอดวิวรวม

278

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


278

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 พ.ย. 61 / 12:13 น.
นิยาย KHR - ˹˹˹˹(?) (8018) KHR - หน้าหนาวและหน้าหนา(?) (8018) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ฟิค Yaoi จากเรื่อง Kate-kyo Hitman REBORN

Yamamoto Takeshi x Hibari Kyoya

เป็นชื่อฟิคและคำโปรยที่อาจไม่เกี่ยวข้องใดๆ กันเลย...

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ความหวานเล็กๆ น้อยๆ ของ 8018

หน้าหนาวแบบนี้ ก็ต้องมีคนที่อยากอ้อนอยู่ในใจอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ?

อ้อนตุ๊กตาตัวโปรด สัตว์เลี้ยงตัวโปรด และคุณกรรมการคุมกฎคนโปรด(?)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 พ.ย. 61 / 12:13


Title : หน้าหนาวและหน้าหนา(?)

:: Kate-kyo Hitman REBORN

:: Yamamoto Takeshi x Hibari Kyoya (8018)

หน้าหนาวเยื้องย่างเข้ามา เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปผลัดเปลี่ยนฤดูกาล อากาศที่หนาวเย็นพร้อมกับแดดอ่อนๆ ยามสายของวันยังคงไม่ช่วยทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเท่าไหร่นัก ในวันที่โรงเรียนสงบเพราะเป็นวันหยุดแบบนี้ จะไปหาที่หลบหนาวที่ไหนหลังเลิกซ้อมดีนะ?

            ขายาวสาวเท้าเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินริมสนาม แวะเข้าตึกเพื่อหลบอากาศเย็นๆ ที่โชยผ่านไปผ่านมา ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นนักกีฬา แต่ยังไงซะ ร่างกายมนุษย์ก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติได้อยู่ดี

ฝ่ามือหนายกขึ้นมาถูกันและเป่าไออุ่นจากปากเพื่อสร้างความอบอุ่น ก่อนจะล้วงลงไปซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง พร้อมกับเร่งฝีเท้าไปยังห้องที่เขามักจะเข้าไปรบกวนบ่อยๆ

“หวังว่าจะมานะ” ยามาโมโตะเอ่ยลอยๆ กับตัวเอง เพราะเจ้าตัวไม่ได้นัดหมายใดๆ กับอีกฝ่าย แต่เอาเข้าจริงๆ ก็คงเรียกว่าเป็นการซักไซร้อีกฝ่ายเสียมากกว่า เพราะทุกๆ ครั้งก็จะแจ้นไปหาโดยไม่ถามอีกฝ่ายซักครั้ง และแทบทุกครั้งก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่สำคัญทั้งนั้น

เอ๊ะ... หรือเพราะการไปหาฮิบาริคือเรื่องที่สำคัญสำหรับเรากันนะ... ยามาโมโตะที่เดิมทีก็ไม่ค่อยจะทันได้คิดเรื่องยิบย่อยแบบนี้เท่าไหร่นัก พอมารู้ถึงความคิดที่เหมือนกับการ์ตูนสาวน้อยแบบนี้ของตัวเองก็ทำเอาเจ้าตัวเผลอยิ้มออกมาก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาแก้มแก้เก้อคนเดียวราวกับคนบ้า

“เป็นเอาหนักแล้วเรา...” บอกกับตัวเองเพื่อให้ดึงสติกลับมา เพราะถ้าไม่สลัดความคิดแบบนี้ไปก่อนจะไปเจออีกคนล่ะก็ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปทำสีหน้าแบบไหนให้หมอนั่น เดิมทีก็โดนหาว่าบ้าอยู่ตลอดซะด้วย

.

.

ก้าวขาขึ้นบันไดไม่นานนักก็มาถึงชั้นจุดหมาย ขายาวเร่งฝีเท้าอีกครั้ง แม้ตัวอาคารจะช่วยบังลมที่พัดผ่านไปได้ แต่อุณหภูมิตอนนี้มันก็ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอยู่ดี

แก๊ก...

“หนาวๆๆๆ” เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องมือใหญ่ก็เอื้อมไปจับลูกบิดประตูที่เย็นเฉียบด้วยความเคยชินก่อนจะออกแรงหมุนลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไปพร้อมกับคำทักทายที่เป็นเหมือนคำบ่นเสียมากกว่า

“......” ยามาโมโตะรีบปิดประตูและวิ่งรุดไปที่โซฟาทันที และสายตาคมจากบุคคลที่นั่งอยู่ก่อนแล้วจ้องมองมายังผู้บุกรุกอย่างอาฆาต

ร่างสูงสาวเท้ามาไม่กี่ก้าวก็ถึงโซฟาก่อนทิ้งตัวลงโซฟาฝั่งตรงข้ามของฮิบาริ ณ ตอนนี้หมอนพิงหลังคงเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถคลลายความหนาวเย็นได้ ยามาโมโตะรีบคว้ามากอดไว้อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเงยหน้าไปยิ้มให้อีกฝ่าย

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

“มาทำไม”

“หนาววว”

“....เฮอะ” อีกฝ่ายเค้นเสียงจากลำคอเบาๆ ด้วยสีหน้านิ่งเงียบ ก่อนจะปิดหนังสือที่นั่งอ่านอยู่เมื่อครู่ลง และลุกขึ้นจากโซฟา

“อ้าว... จะไปไหนอะ”

“เรื่องของฉัน” เขาตอบก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะทำงาน พร้อมกับหมุนเก้าอี้ไปอีกฝั่งเพื่อหันหลังให้ แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ไม่ได้ท่าทีสะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น

“กินข้าวเช้ารึยัง?” ยามาโมโตะถามขึ้นอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ขณะที่กำลังถอดเป้สะพายข้างใบโปรดออกจากบ่า เพราะจำได้ว่าเขาถือซูชิมาด้วย แถมทำมาเผื่ออีกคนซะด้วยสิ ก่อนจะหยิบกล่องซูชิออกมาอย่างที่ตั้งใจ

“....” อีกฝ่ายที่ถูกผนักพิงหลังของเก้าอี้บังไว้เงียบราวกับเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงนกเสียงกาที่บินผ่าน เมื่อเห็นทีท่าดังนั้นคนหน้าหนาอย่างยามาโมโตะ ทาเคชิคนนี้ก็ไม่รีรอช้าให้อีกฝ่ายตอบ และเอ่ยต่อทันที

“ฉันทำซูชิมาแหละ กินด้วยกันป่าว... ปลาโอของนายก็มีน้า” ยามาโมโตะที่พยายามจะหลอกล่ออีกฝ่ายพูดไปพลางมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายไปพลาง และถึงแม้จะไม่มีซึ่งเสียงตอบรับ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าอีกคนน่ะ ต้องอยากเดินมานี่แน่ๆ แต่ก็แค่กลัวเสียฟอร์มนั่นแหละ...

“อ๋า... น่าอร่อยจัง ทานแล้วนะครับ! .....ฝีมือฉันนี่เจ๋งจริงๆ เลยแฮะ” กินเองออกปากชมตัวเองเสร็จสรรพ เก้าอี้ตัวเดิมก็ยังคงนิ่งสนิท กะจะไม่เดินมาจริงๆ ใช่มั้ย ปากท้องมันไม่แข็งเหมือนใจหรอกนะครับคุณกรรมการรักษาระเบียบคนเก่ง

รอต่อไปก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนแล้วจนรอดยามาโมโตะก็ตัดสินใจถือกล่องข้าวขึ้นมาแล้วลุกเดินไปที่เก้าอี้โต๊ะทำงานที่อีกคนนั่งอยู่

“ฟอร์มจัดจริงๆ เลย...” เมื่อจับเก้าอี้หมุนให้อีกคนหันมาประจัญหน้ากับตัวเองแล้ว ยามาโมโตะก็เอ่ยทักไป แม้ว่าคนถูกทักจะไม่สะทกสะท้านและไม่แม้กระทั่งละสายตาจากหนังสือที่กำลังอ่านเพื่อสบตากับเขา

“ครับๆ รู้แล้ว แต่มากินข้าวก่อน ตกลงมั้ย?”

“ไม่...”

“ไม่ได้ขอความเห็นสักหน่อย” ยามาโมโตะบอกเท่านั้น ก่อนจะวางข้าวกล่องลงที่โต๊ะทำงาน จัดแจงดึงหนังสือออกมาจากมือของอีกคนแล้วไม่ลืมวางไว้ให้พ้นรัศมีที่อีกคนจะเอื้อมหยิบได้อย่างสะดวก ก่อนจะยืนพิงโต๊ะทำงานอยู่อย่างนั้น

“คืนหนังสือมา”

“ไม่อะ กินข้าวด้วยกันก่อน”

“กินแล้ว”

“อะไรล่ะ สลัด? แฮมเบอร์เกอร์? นายเป็นญี่ปุ่นนะ ก็ต้องกินข้าวสิ”

“- - น่ารำคาญ” เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายบ่งบอกถึงอารมณ์คนตอบได้เป็นอย่างดี

“ก็กินข้าวไง แค่นี้เอง เนอะๆ”

“-*-“

“โอเค ป้อน อ้ามมม” ไม่พูดปากเปล่ามือก็หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบซูชิมาจ่อที่ปากอีกคน แม้สายตาและใบหน้าที่บอกบุญไม่รับจะแสดงออกมาชัดเจน แต่ก็ไม่สามารถบั่นทอนความหน้าหนาของอีกคนได้เลยแม้แต่น้อย

“....”

“น่า... อร่อยจริงๆ นะ”

“....” แม้จะพยายามเบือนหน้าหนีแต่สายตาและคำพูดนั่นก็ถูกส่งมาอยู่ดี ยุ่งยากชะมัด

ท้ายสุดแล้ว ผลลัพธ์ก็เป็นอีหร็อบเดิม มื้อเช้าท่ามกลางความเงียบ อากาศที่หนาวเย็น กลิ่นซูชิและกลิ่นของคนข้างๆ ที่ปะปนกันไปจนทำให้รู้สึกไม่สงบอย่างปกติ และทำได้แค่ปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้แหละ... เมื่อเห็นว่าร่างบางยอมกินซูชิที่ตนเองป้อนให้ ยามาโมโตะก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาอย่างชัดเจน

.

.

.

มื้อเช้าดำเนินไปและจบลงอย่างสงบ ยามาโมโตะกลับมานั่งอยู่ที่โซฟาตามเดิม  ไม่นานนักหลังจากที่โอดครวญกับความหยาวเย็นภายในห้องสักพัก  ในที่สุดก็ได้พร็อบเสริมคือผ้าห่มสำรองที่ปกติไม่ค่อยถูกเอามาใช้ก็ถูกขว้างมาใส่เพื่อให้เจ้าตัวยอมสงบปากสงบคำสักที

“นี่ มานั่งด้วยกันหน่อยสิ” หลังจากได้ผ้าห่มแล้วก็ยังไม่วายเรียกร้องสิ่งต่อไปอีก

“ไม่”

ยามาโมโตะที่วันนี้แสนจะคึกเป็นพิเศษไม่รีรออะไรอีกต่อไปแล้ว ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งๆ นอนๆ อยู่เมื่อครู่ เดินตรงดิ่งมาหาคนที่ยืนจิบชาทอดสายตามองทิวทัศน์ข้างนอกอย่างไม่ไยดีกับเขา

“ไม่แบ่งเลยนะ” ปากก็พูด มือก็แย่งแก้วน้ำชามาถือไว้ในมือข้างหนึ่ง ก่อนที่มืออีกข้างจะช้อนตัวอีกคนขึ้นบ่าอย่างง่ายดาย ด้วยส่วนสูงที่ต่างกัน และเจ้าตัวที่เป็นนักกีฬา การจะแบกหนุ่มร่างน้อยผอมบางอย่างฮิบาริขึ้นบ่าจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

“ทำอะไร?” คนถูกแบกมีสีหน้าหวั่นวิตกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพราะยังไงซะการจะขย้ำหมอนี่น่ะ ไม่ใช่เรื่องยากสักนิด

“ก็เรียกดีๆ แล้วไม่มา” ยามาโมโตะเดินมายังโซฟาก่อนจะยอมปล่อยอีกคนที่ดูจะว่าง่ายลงอย่างเบามือ และ...

ตุ้บ

กำปั้นก็สวนเข้าหน้าท้องอย่างจัง ร่างสูงโอดครวญกับความจุกแสบที่ได้รับ ทิ้งตัวลงโซฟาอย่างช่วยไม่ได้ เสียงครวญครางเร้นออกมา พร้อมกับรอยยิ้มของร่างบางที่ผุดขึ้นตรงมุมปาก

“สำออย”

ฮิบาริเอ่ยก่อนจะหยิบแก้วน้ำชาที่ยามาโมโตะวางลงเมื่อครู่ขึ้นมาอีกครั้ง และทำท่าจะเดินออกไปจากจรงนี้ แต่ก็โดนคว้ามือเอาไว้เสียก่อน ร่างสูงออกแรงกระชากเล็กน้อยจนคนตรงหน้าเสียหลักล้มลงมาทับเขาโดยปริยาย

“อ๊ะ โทษทีครับ” ร่างสูงเอ่ยบอกเมื่อแรงกระชากของตนเองนอกจากจะทำให้ร่างบางโมโหล้มลงมาทับด้วยสีหน้าที่ไม่ปลื้มเท่าไหร่นักแล้วยังทำให้น้ำชาที่เหลืออยู่ในแก้วหกใส่สเวตเตอร์ของโรงเรียยนที่เจ้าตัวสวมอยู่ คนคิ้วขมวดกระทุ้งศอกใส่ตัวปัญหาอีกรอบ ยามาโมโตะจึงรีบหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในเป้ออกมาเช็ดให้ แต่ก็โดนปัดมือออก

“ซึมเข้าเสื้อหมดแล้ว”

“ฮ่าๆ นั่นสินะ ขอโทษจริงๆ”

“งั้นก็ปล่อย”

“ไม่เอาอะ หนาว ขอกอดหน่อย” ร่างสูงตอบอย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับดึงผ้าห่มที่อยู่ข้างๆ มาคลุมทั้งเขาและอีกคนไว้

ร่างบางที่ทั้งรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญกับการกระทำและคำพูดของไอ้คนที่อยู่ด้วยกันในตอนนี้ แต่ทำไมกันนะ ลึกๆ ถึงไม่อยากจะขัดขืน คงเพราะอากาศหนาวนี่ล่ะมั้ง?

ร่างสูงที่โอบกอดตัวเขาจากด้านหลังพร้อมกับผ้าห่มผืนบางที่คลุมคนทั้งคู่เอาไว้ แม้ไม่อยากจะยอมรับถึงความอบอุ่นที่กำลังสัมผัสอยู่ในตอนนี้ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้จริงๆ ใบหน้าของยามาโมโตะที่แนบสัมผัสกับแผ่นหลัง ลมหายใจอุ่นๆ ที่ทะลุผ่านเสื้อเข้ามาบางเบา อ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดตัวเขาเอาไว้ราวกับเด็กน้อยที่กอดตุ๊กตาตัวโปรดเอาไว้เมื่อก่อนจะเข้านอน มันทำให้เขาเกลียด... เกลียดที่ตัวเองก็ดันไปรู้สึกกับการกระทำเหล่านี้...

ฮิบาริยกชาขึ้นจิบอีกครั้งก่อนจะวางแก้วนั่นลง แต่แม้จะขยับตัวยังไงก็ดูท่าว่าคนที่โอบกอดเขาเอาไว้ไม่มีท่าทีจะปล่อยสักนิด

ปึก...

หลังจากเสียงแก้วกระทบกับโต๊ะดังขึ้นได้ไม่นานนัก จู่ๆ ก็มีแรงเหวี่ยงที่ทำให้คนทั้งคู่ล้มลงไปนอนราบกับโซฟา ยามาโมโตะที่สงบปากสงบคำได้พักหนึ่งก็เริ่มมีปฏิกิริยาอีกครั้ง ร่างสูงพลิกให้อีกคนลงไปอยู่ด้านใต้ก่อนจะโอบรัดไว้ดังเดิม

“หนัก...” ฮิบาริตอบออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา เผื่อว่าอีกคนจะเลิกการกระทำแบบนี้สักที

“จะอยู่ข้างบนมั้ยล่ะ?”

“....นี่มันโรงเรียน”

“ถ้าเป็นที่บ้านจะยอมให้ทำแบบนี้หรอ?”

“.....” แม้จะอยากต่อว่าด่าสถบอะไรกลับไปแต่ดูว่าจะไม่มีทางที่ยามาโมโตะจะหยุดแน่ๆ

“โซฟาแคบไปนะ ซื้อใหม่ได้แล้ว” ยามาโมโตะพูดก่อนจะเบียดตัวลงนอนข้างๆ ฝั่งด้านนอกนั่นจึงทำให้ได้มองหน้ากันตรงๆ กับอีกคน ฮิบาริมองคนตรงหน้าที่ตายังปิดอยู่ กะจะนอนจริงๆ สินะ...

เพราะพื้นที่ของโซฟาที่เล็กและแคบนี้ ถ้าออกแรงถีบไปคงไม่ใช่เรื่องยากที่คนตรงหน้าจะหล่นลงไปกองอยู่ที่พื้น แต่พอมองสีหน้านิ่งเรียบนั่นแล้วใจลึกๆ ก็อยากปล่อยให้มันเป็นแบบนี้

“ตื่นเต้นจัง” ยามาโมโตะเอ่ยออกมา ก่อนจะลืมตาขึ้นมาสบตาคนที่ตนเองสวมกอดอยู่ ฮิบาริที่ไม่รู้จะมองไปที่ไหนดีก็ทำได้เพียงตีสีหน้านิ่งเรียบและจ้องกลับไปยังแววตานั่น ของเจ้าของรอยยิ้มที่ถูกส่งมา

“ฉันตัดสินใจไว้ว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยต่อล่ะ... เบสบอลคงพอไว้แค่ที่นี่... ถึงมหาวิทยาลัยที่จะเข้าสอบยากก็เถอะ แต่ฉันก็จะพยายามนะ... ถึงวันนั้น ผมขอตามตื้อคุณแบบนี้นะครับรุ่นพี่”

“พล่ามอะไรอยู่ได้”

“สารภาพรักไง”

“เหอะ เลี่ยน”

“ไม่เขินหน่อยหรอ”

“น่ารำคาญ”

“อ่า... ก็ว่างั้นแหละ” ยามาโมโตะตอบออกมา ก่อนจะซุกหน้าลงกับอกของฮิบาริด้วยความอาย ต่อหน้าฮิบาริแล้วไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ เขาก็แพ้ราบคาบทั้งสิ้น

“....” ฮิบาริที่เห็นท่าทางนั่นก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร สำหรับเด็กมัธยมปลายทั่วไป การพูดเรื่องแบบนี้น่ะใครๆ ก็พูดได้ทั้งนั้น แต่การรักษาคำพูดที่เอ่ยออกมาต่างหากที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะเคยพูดลอยๆ ว่าอยากจะเรียนที่เดียวกัน แต่กับเรื่องมหาวิทยาลัยมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาให้ความสำคัญด้วยเหตุผลเพียงแค่นั้น เพราะนั่นมันคือเรื่องของอนาคต... ต่างคนต่างมีเส้นทางของตัวเองทั้งนั้น และคราวนั้นที่ถกกันเรื่องนี้ไปอย่างชัดเจนก็ทำให้หมอนี่ไม่ปริปากพูดถึงอีกเลย... แต่คำตอบที่ได้ในวันนี้คงเป็นสิ่งที่ถูกทบทวนมาอย่างดีแล้ว แล้วถ้าอย่างนั้นหากเขาจะลองเชื่อคำพูดนี้ของหมอนี่ดูล่ะ จะเป็นอะไรมั้ย?

เพราะความที่เป็นคนไม่อ่อนหวาน และเป็นผู้ชายที่ค่อยข้างจะไม่ต้องการจะผูกมัดหรือสุงสิงกับใคร การจะโต้ตอบการกระทำของอีกคนก็กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขากังวลซะได้ ก็แค่ทำอย่างทุกทีน่ะมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก แต่ความตั้งใจจากคำพูดเมื่อกี้น่ะ ทำไมตัวเขาจะมองไม่เห็น สิ่งที่หมอนี่พูดเมื่อกี้น่ะ มันแฝงอะไรไว้มากมายทีเดียวจนตัวเขาที่คิดว่าตัวเองไม่คาดหวังอะไรจากใครอีกต่อไปแล้ว ก็ดันเผลออยากคาดหวังกับหมอนี่ซะแล้ว...

ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางความอบอุ่นของร่างกายที่ส่งผ่านกัน ท่ามกลางอุณภูมิภายในห้องที่ยังคงหนาวเย็นอยู่ สัมผัสที่ได้รับตอบกลับก็ทำให้ร่างสูงตกใจซะจนต้องเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อร่างบางกดจูบเบาๆ ลงที่ศีรษะเขาเมื่อครู่

“.....”

แม้จะไม่มีถ้อยคำใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมาชัดเจน แต่นั่นก็เหมือนคำสัญญาเล็กๆ ที่ถูกตอบรับจากกันและกันของคนทั้งคู่ แววตาที่สบมองกันในตอนนี้เป็นคำตอบได้อย่างชัดเจน รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าที่เศร้าสร้อยเมื่อครู่ของร่างสูง

“มุมนี้ก็ดีนะ” ร่างสูงที่เงยหน้ามองอีกคนที่นอนอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยขึ้นมาขัดบรรยากาศ จนคนฟังอดไม่ได้ที่จะต้องลงไม้ลงมือกันไปอย่างทุกที กำปั้นแกร่งของร่างบางทุบเข้าสีข้างของร่างสูงไปทีหนึ่งก่อนจะนิ่งดังเดิม

ยามาโมโตะขำเล็กน้อยกับการโต้ตอบของอีกคนก่อนจะขยับตัวเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าเรียวคมของอีกคน สัมผัสที่ริมฝีปากแตะกันเบาๆ รับรู้ได้ถึงไออุ่นจากอีกคนที่ส่งผ่านมา  มือที่ปล่อยอิสระเมื่อครู่โอบกอดอีกคนไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสละเมียดละไมของร่างสูงคอยหยอกเย้าร่างบางจนเคลิ้บเคลื้มไปอย่างไม่รู้ตัว สติสัมปชัญญะถูกปั่นป่วนราวกับกำลังจะมลายหายไป ในเวลาเดียวกันนี้ก็แทบจะทำให้ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีเลือนลางไปด้วย

“อืม...”

เสียงดังแผ่วมาจากลำคออย่างไม่ทันที่เจ้าตัวจะตั้งตัวได้ ร่างสูงผละริมฝีปาก เสียงหอบหายใจเบาๆ เข้าแทรกแทนที่ ร่างบางเลื่อนมือขึ้นเช็ดน้ำลายที่เลอะรอบๆ ริมฝีปากด้วยสีหน้าที่บูดบึ้งเล็กน้อย

“แน่ะ ชอบอะดิ”

“มันใช่ที่มั้ย ออกไปเลย”

และแล้วร่างบางก็ถีบร่างสูงจนได้ ด้วยความโกรธ? ความหงุดหงิด? ความเขิน? หรืออะไรก็ตามที่ตีกันไปหมดในความคิดจนเจ้าตัวก็แยกไม่ออก แต่ตอนนี้เขาไม่ควรจะปล่อยให้คนอย่างยามาโมโตะ ทาเคชิได้ใจไปมากกว่านี้จะดีกว่า...

ครืด... ครืด...

แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อ เสียงมือถือสั่นจากร่างสูงก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน

“อื้ม... อ่าๆ... เจอกัน” ยามาโมโตะหยิบมือถือขึ้นมากดรับสายทั้งที่ยังนั่งอยู่กับพื้น พร้อมกับสายตาที่ยังมองมาที่ร่างบางไม่หยุด และไม่กี่ประโยคที่ตอบรับปลายสายออกไปสิ้นสุดลง เจ้าตัวก็กดวางสาย ร่างบางจึงลุกและเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะยิ่งอยู่กับหมอนี่ไป เวลาที่เลยผ่านก็มีแต่จะสูญเปล่าไปเท่านั้นแหละ

“อะเดี๋ยว...” ยามาโมโตะร้องห้ามไว้ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นและเดินมาหา

“ไปหาเพื่อนก่อนนะ”

“ใครล่ามไว้หรอ?”

“ก็บอกเฉยๆ ... งั้นไปก่อนนะ”

“เชิญ”

“ครับๆ” เห็นท่าว่าคงจะโดนขย้ำแน่ๆ ถ้ายังกวนประสาทต่อไป ยามาโมโตะยื่นหน้าไปใกล้อีกครั้งก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากบางเบาๆ แล้วรีบโกยแนบออกมาอย่างไม่รีรอให้อีกคนได้โต้ตอบ

ปัง ครึ่ม

หลังจากเสียงปิดประตูดังขึ้นก็มีวัตถุบางอย่างมากระแทกประตูตามมาติดๆ ดังคาด

ร่างสูงยิ้มให้กับคนหลังประตูนั้นเงียบๆ ก่อนจะสาวเท้าออกมาด้วยใบหน้าระรื่น เพื่อไปยังจุดนัดหมายต่อไปที่ไป

รอผมอีกหน่อยนะครับรุ่นพี่...

---------------------------------------- THE END ----------------------------------------


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Zenruse จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Hiba Yama (@giphana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 00:05
    กรี้ดดด น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #2
    0
  2. #1 (LIQUEUR) (@nattayada917) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:44

    รออออออ
    #1
    0