คัดลอกลิงก์เเล้ว

Kikasa - คืนหนึ่งที่เป็นของผมและคุณ

โดย Zenruse

เมื่อตอนที่รู้ตัวเราก็มันจะมีเรื่องที่กำลังกังวลใจใช่มั้ยล่ะ ผมเองก็มีเรื่องที่กังวลเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ

ยอดวิวรวม

329

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


329

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 มิ.ย. 61 / 16:20 น.
นิยาย Kikasa - ׹˹觷繢ͧФس Kikasa - คืนหนึ่งที่เป็นของผมและคุณ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ทักทายชาววาย KnB และสาวๆ ที่คลั่งไคล้หนุ่ม Kaijou High ที่สำคัญคือ Kikasa!!! ทุกคนค่าาาา ><

ทุกคนต่างก็จะต้องมีสักวันหนึ่งที่มาเพิ่งรู้สึกตัวได้ว่า อ่า นี่เราอายุขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย ใช่มั้ยล่ะ

วันนี้เลยมาเขียนเรื่องในมโนที่อยู่ดีๆ มันก็ผุดขึ้นมาค่ะ

หวังว่าจะชอบกันนะคะ ^0^/

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มิ.ย. 61 / 16:20


Title: คืนหนึ่งที่เป็นของผมและคุณ

Kise Ryouta x Kasamatsu Yukio

Kuroko no Basket fan fiction

            .

            .

            รอบกายผมในตอนนี้ มีทั้งเสียงเม็ดฝนซู่ซ่าที่ซาดซัดกระทบกันสาดก่อนจะร่วงลงสู่พื้นระเบียงห้อง กลิ่นไอของความชื้นที่ลอยเล็ดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง เสียงร้องโครมครามของการแลกเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงจนทำให้สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น อุณหภูมิที่กำลังค่อยๆ เย็นลงอย่างเชื่องช้า จนทำให้ผมเริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์ของตนเองโดยไม่รู้ตัว

            .

            .

            ไม่รู้ว่าอะไรที่ไปกระตุ้นความคิดที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจขึ้นมาตอนนี้ ทั้งๆ ที่ปกติความคิดเหล่านั้นแทบจะไม่ทันได้นึกถึงเลยสักครั้ง แต่เพราะใครบางคนที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาในสมองที่ยังไม่ทันได้ออกคำสั่งการดันมาทำให้รู้สึกคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนซะได้

            ผมกำลังแก่ขึ้นแล้วสินะ

            อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้หมอนั่นไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับผมเท่าไหร่นัก ชีวิตช่วงนี้จึงเงียบสงบลงอย่างบอกไม่ถูก ออกจะมากเกินไปหน่อย อย่างที่แทบจะลืมบรรยากาศเหล่านี้ไปเสียแล้วด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวก่อนนะ แล้วทำไมผมต้องไปนึกถึงหมอนั่นด้วยล่ะ? ทั้งที่ผมควรจะดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ที่ไม่มีคนน่ารำคาญมาคอยยุ่งวุ่นวายให้ปวดประสาทแท้ๆ หลังจากเลิกงาน จัดการสะสางงานเสร็จ ผมก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ สบายอย่างนี้ หาได้ง่ายๆ ที่ไหน

            .

            .

            ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ หน้าหมอนั่นมันก็ยังวนอยู่ในหัวอยู่ดี อ่า... ผมปล่อยให้หมอนั่นมีอิทธิพลกับผมขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ หนุ่มนายแบบคนดังก็ต้องคิวเยอะเป็นธรรมดา แต่เล่นขาดหายไปเดือนกว่าแบบนี้มันก็จะมากเกินไปแล้วนะ คิดว่าตัวเองเป็นใครห้ะ!? มาๆ หายๆ อย่างกับภูตผีวิญญาณไร้ญาติมิตรแล้วไม่มีที่สิงสู่ ฉันไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อที่เปิดให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วคิดอยากจะโผล่มาตอนไหนก็ได้นะเฟ้ย ช่างกล้าที่ปล่อยให้คนอายุมากกว่าต้องมากระวนกระวายใจกับเรื่องไร้สาระอย่างนี้ โผล่หน้ามาเมื่อไหร่ได้กระทืบแน่!

            .

            .

            ผมตัดสินใจลุกออกจากโซฟาหน้าทีวีที่แทบจะดูดวิญญาณออกจากร่างได้อยู่ร่ำไร พลางเลื่อนมือปลดเนคไทออก ขาก็ยังคงก้าวนำพาร่างไปเพื่อจัดการกับตัวเอง บางทีถ้าได้อาบน้ำความคิดฟุ้งซ่านเหล่านี้คงจะบางเบาลงหรือหายไปเลยก็ได้ และจะได้ชะล้างความเหนื่อยล้าที่เป็นผลมาจากการทำงานในวันนี้ไปด้วย

            ผมจัดการโยนเสื้อผ้าที่เพิ่งถอดออกไปลงไว้ที่ตระกร้าเตรียมซักซึ่งตอนนี้เริ่มจะค่อนตะกร้าแล้วก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

            .

            .

            อุณหภูมิของน้ำที่สูงกว่าห้องเล็กน้อยกระทบเข้าที่ผิวกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหยาบลูบไล้ไปตามเนื้อตัวเพื่อทำความสะอาดร่างกายของตน ความผ่อนคลายค่อยๆ ปัดเป่าไล่ความคิดไปกับสายน้ำที่ไหลผ่าน

            สิ้นสุดภารกิจมือหยาบก็เลื่อนไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่แขวนเอาไว้ที่ราวข้างๆ มาซับหยาดน้ำที่เกาะทั่วร่างกายอันสมส่วน ก่อนจะพันไว้รอบๆ เอวและสาวเท้าไปที่ตู้เสื้อผ้า เอื้อมไปหยิบชุดนอนที่แขวนเตรียมเอาไว้เมื่อก่อนหน้าจัดแจงสวมอย่างเช่นทุกวัน

          ดูหนังก่อนค่อยนอนดีไหมนะ ยังไงซะพรุ่งนี้ก็ตื่นสายได้ ถึงจะยังหมั่นไส้ไอ้คนที่มีส่วนร่วมในการแสดงหนังเรื่องนี้อยู่ก็เถอะ

            เจ้าของห้องบ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับแผ่นซีดีที่ซื้อมาไว้ได้พักหนึ่งแล้วแต่ยังไม่มีเวลาดูสักที มือยังคงสาละวนกับการเช็ดผมให้แห้ง แต่แล้วเสียงมือถือก็ดังขึ้นมาขัดความคิดซะได้

            ไม่คุ้นเบอร์เลยแหะ

            หนุ่มผมดำคิ้วขมวดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งขณะที่สายตาสงสัยยังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอมือถือก่อนจะเลื่อนปลดล็อครับสายปริศนา

            "ครับ?"

            "คาซามัตสึรึเปล่า ฉันเองนะ"

            "..." คนถือสายครุ่นคิด บอกฉันนะ แล้วมันฉันไหนละวะ พยายามนึกถึงเจ้าของน้ำเสียงที่คุ้นหูอยู่กลายๆ

            "โมริยามะหรอ" เดาไปอย่างคิดถี่ถ้วนแล้วน้ำเสียงแบบนี้คงใช่แน่ๆ

            "ใช่" ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ลุ้นอยู่นิดๆ ว่าเพื่อนของตนจะเดาถูกมั้ย

            "หายไปนานเลยนะ เป็นไงบ้าง"

            "ก็ยังไม่ตายล่ะนะ นายล่ะ" อีกฝ่ายตอบติดตลกก่อนจะถามกลับ

            "คงไม่ต่างจากนายเท่าไหร่"

            "นี่นายยังอยู่ที่เดิมป่ะ"

            "ที่เดิม?" คนคิ้วเข้มได้แต่ขมวดคิ้วทวนคำพูดอีกฝ่าย ไอ้หมอนี่ก็อีกคน พูดออกมาให้มันจบประโยคนี่มันยากนักหนารึไง

            "อพาร์ทเม้นท์นายน่ะ"

            "อ่า.. ใช่"

            "ฉันมาสัมมนางานแถวนี้พอดี ไปดื่มกันหน่อยมั้ย" ปลายสายบอกจุดมุ่งหมายของตนแล้ว เชิญชวนอีกฝ่าย

            "วันไหนล่ะ?"

            "วันนี้แหละ ตอนนี้เลย"

            "ห้ะ จะบ้ารึไง ฝนตกเนี่ยนะ"

            "ไม่ได้จะพาไปนั่งตากฝนสักหน่อย"

            "ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น = ="

            "งั้นเราไปเจอกันที่ร้านเดิมนะ"

            "จะไปให้ได้เลยใช่มั้ย"

            "แน่นอนครับผม"

            "= ="

            "ตามนั้นล่ะ รีบมานะ เดี๋ยวสาวๆ ฉุดฉันไปก่อน"

            หนึ่งในเพื่อนสนิทที่คบกันมาจนเก่าแก่วางสายไปเมื่อนัดหมายกันเสร็จสิ้น โดยไม่เปิดโอกาสให้คนที่เพิ่งสวมชุดนอนเตรียมเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ด่าไล่หลังแม้แต่นิดเดียว

            รอบๆ ตัวฉันมันมีแต่พวกแบบนี้หรือไงกันนะ แทบจะไม่ได้ต่างจากสมัยเรียนกันเลยสักนิด

            ขายาวสาวกลับไปที่ตู้เสื้อผ้าอีกครั้งก่อนจะหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ขึ้นมาสวมแทนชุดนอนที่ต้องกลับไปแขวนอยู่ดังเดิมอย่างช่วยไม่ได้

            แต่... นานๆ ทีจะได้เจอกันละนะ

            สวมเสื้อแขนยาวทับเสื้อยืดที่เพิ่งใส่ไปเมื่อครู่ก่อนจะปิดบานประตูตู้เสื้อผ้าลงอย่างเบามือ เอื้อมไปหยิบกระเป๋าตังค์และกุญแจห้องยัดลงกระเป๋ากางเกง สาวเท้าไปยังหน้าห้องหยิบรองเท้าสีเรียบคู่เก่งจากชั้นวางที่ตั้งอยู่ด้านข้างชิดผนังออกมาสวมอย่างทุกที เปิดประตูห้องเพื่อจะเดินทางไปยังจุดนัดหมาย มือเอื้อมไปปิดไฟก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวพ้นจากอาณาเขต ความมืดเข้าปกคลุมแทนที่ทันทีที่ประตูปิดลงสนิท

            ฝนที่ดูเหมือนจะหยุดลงแล้วช่วยให้การเดินทางไปยังสถานีรถไฟสะดวกขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยเวลาที่ใช้ในการเดินทางก็คงไม่คลาดเคลื่อนเท่าไหร่นัก พื้นที่เฉอะแฉะจากฝนทำให้ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำมีน้ำกระเซ็นตามหลังมาในจังหวะที่ยกเท้าขึ้น แม้จะรู้สึกกวนใจแต่ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงพยายามเดินเลี่ยงแอ่งน้ำเล็กๆ ที่เอ่อนองอยู่ตามพื้นถนนทางเดินเท้า

            ไม่นานนักก็มาถึงสถานีที่คุ้นเคย ขายาวก้าวไปที่เครื่องตรวจตั๋วด้วยความเคยชินแปะบัตรลงตำแหน่งเซ็นเซอร์ที่รองรับอย่างคล่องแคล่วเฉกเช่นทุกครั้งเสมือนมันได้กลายเป็นกิจวัตรอย่างหนึ่งในชีวิตไปเสียแล้ว เมื่อก้าวขาขึ้นมาบนขบวนรถสาธารณะสายนี้ สายตาก็กวาดมองไปภายในเพื่อหาที่นั่ง ผู้คนที่บางตาลงกว่าชั่วโมงเร่งด่วนทำให้การหาที่นั่งไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก คาซามัตสึเดินไปที่ว่างด้านซ้ายมือถัดไปอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักก่อนที่รถจะเคลื่อนขบวนออกจากสถานี ใช้เวลาไม่นานนักครู่ต่อมาขบวนรถก็แล่นเข้าเทียบสถานีปลายทางที่ต้องการ เจ้าตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินลงจากขบวนไป ระหว่างย่างก้าวที่เดินไปก็พลันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นจากมือถือในกระเป๋ากางเกงเตือนว่ามีสายเข้าจึงล้วงมือถือขึ้นมากดรับสาย

            อ่า

            ฉันอยู่ร้านแล้วนะ

            กำลังไป ตอนนี้อยู่ที่สถานี นายนั่งโซนไหน

            หน้าเคาน์เตอร์

            อ่า จะรีบไป

          ปิ๊บ

            มือกดวางสาย ก่อนที่ขาจะเริ่มก้าวเดินออกไปอีกครั้ง ถัดจากสถานีออกมาสักห้าร้อยเมตรก็จะเจอเข้ากับตรอกซอยที่แยกไปตามสถานที่เที่ยวย่านต่างๆ คาซามัตสึเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเล็กที่อยู่ทางขวามือ เดินมาอีกนิดก็จะเจอกับร้านเหล้าเล็กๆ ที่ดูเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้เงียบเสียจนทำให้บรรยากาศน่าเบื่อ มือหยาบจับเข้าที่ที่จับก่อนจะออกแรงผลักประตูเข้าไป เสียงดนตรีที่เมื่อครู่ได้ยินเพียงแค่บีทของเบสก็ได้ยินทำนองของเสียงสังเคราะห์ที่มิกซ์เข้ากันได้อย่างชัดเจนขึ่นเมื่อย่างก้าวเข้ามาภายในร้านแล้ว

            คาซามัตสึเดินมาตามทางเดินมุ่งไปที่เคาน์เตอร์ที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวร้านนิดหน่อย สายตาก็สอดส่องมองหาหนุ่มขี้เล่นเพื่อนสนิทที่บอกว่ามาถึงตั้งแต่ก่อนหน้านี้ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทนั่งอยู่เคาน์เตอร์ฝั่งที่หันหน้ามาทางเขาพอดี โดยมีหญิงสาวแปลกหน้าอยู่ข้างๆ กายด้วย

          ใช่แล้วแหละ

            ด้วยระยะห่างที่ไกลพอควร อีกฝ่ายยังคงคุยกับหญิงสาวหน้าระรื่นเลยไม่ทันได้หันมาสังเกตว่ามีใครอีกคนกำลังจับจ้องมาที่เขา คาซามัตสึละสายตาจากเพื่อนที่เรียกตนออกมาดึกดื่นแบบนี้ ก้าวขาฉับๆ เดินมานั่งที่เคาน์เตอร์อีกล็อกที่อยู่ห่างไปเพียงสามเมตร ด้วยความที่นิสัยคุยกับผู้หญิงได้ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ยังมีอาการอยู่บ้าง เจ้าตัวเลยเลือกที่จะอยู่ตรงนี้อาจจะดีกว่า พลางหันไปสั่งเครื่องดื่มที่แทบจะกลายเป็นเมนูประจำที่สั่งทุกครั้งที่มาร้านนี้กับบาร์เทนเดอร์หนุ่มตรงหน้า

            เชิญครับ

            หนุ่มบาร์เทนเดอร์วางแก้วเครื่องดื่มลงตรงหน้าลูกค้าอย่างเบามือก่อนจะพูดเชื้อเชิญแล้วหันไปจัดการกับอย่างอื่นต่อ หนุ่มผมดำยกแก้วขึ้นกระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมือ ก่อนจะหลุบตาลงไปจ้องมองแก้วเบียร์ในมือที่เพิ่งยกขึ้นซดเมื่อครู่

            .

            .

            รุ่นพี่ชิมอันนี้ด้วยสิครับ เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากคนข้างๆ ขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่ร้านริมถนน ก่อนที่อีกฝ่ายจะเลื่อนเมนูกับแกล้มที่เพิ่งสั่งมาให้

            อะไร?” คิ้วขมวดมองไปยังเมนูตรงหน้าสลับกับอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มมาให้อย่างเอาใจ

            เอาน่า ลองชิมดูก่อน อร่อยนะ อีกฝ่ายคะยั้นคะยอก่อนที่คนเป็นรุ่นพี่จะเอื้อมไปหยิบมาชิมตามคำเชิญชวนนั่น

            “...”

          เป็นไงครับ

            ก็ใช้ได้นะ อร่อยดี

            ใช่มั้ยล่ะ ผมน่ะนะ ติดใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองเลยล่ะ อีกฝ่ายแสดงสีหน้าพอใจออกมาอย่างชัดเจนที่ปฏิกิริยาตอบสนองของคนข้างๆ เป็นอย่างที่ต้องการ

            “...” คาซามัตสึได้แต่ส่ายหัวให้รุ่นน้องที่ท่าทางจะกำลังอารมณ์ดีมากเกินไปเสียจนน่าหมั่นไส้ คิเสะมักจะเจียดเวลาที่ว่างเว้นจากงานอันน้อยนิดมาชวนไปทานข้าวสังสรรค์กันบ้างเป็นครั้งคราวเหมือนอย่างคราวนี้

            หลังจากช่วงที่เข้ามหาลัยจนกระทั่งทำงาน ที่ผ่านมานั้นทั้งคู่ติดต่อกันเพียงเมลล์และโทรหาบ้างบางครั้ง จนนึกสงสัยว่าคนดังอย่างหมอนี่คงไม่น่าจะโผล่มาให้เห็นหน้าได้ง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว นอกเสียจากจะเจอตามจอมอนิเตอร์ โทรทัศน์ หรือตามนิตยสาร แต่เพราะความบังเอิญได้ไปเจอกันช่วงราวๆ หนึ่งปีก่อนทำให้ตั้งแต่นั้นก็เริ่มติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยมาเป็นพักๆ จนถึงปัจจุบันที่เจ้าตัวก็หายไปอีกแล้ว

            นึกขึ้นมาได้ก็บีบให้คนผมเข้มคิ้วขมวดขึ้นมาอีกรอบจนได้ บางทีก็อยากจะเลิกกังวลไปซะ ถ้าไม่เป็นเพราะท่าทางที่เคร่งเครียดจากการทำงานที่หมอนั่นเก็บเงียบเอาไว้จนพักหลังเริ่มเหม่อบ่อยๆ เขาก็คงไม่ต้องมานั่งพะวงอยู่แบบนี้

            คาซามัตสึ?”

            เสียงแป้นแล้นของชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อยดังขึ้นเรียกสติเพื่อนที่เหมือนจะนั่งเหม่อลอยอยู่ พร้อมกับที่เจ้าของเสียงบอกลาสาวน้อยข้างๆ ด้วยสีหน้าเสียดายตามนิสัยก่อนจะเดินมาหาเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ได้ครู่หนึ่งแล้ว

            เฮ้ย ไม่ได้เจอตั้งนาน มากอดที

            อย่านะโว้ย -*-คาซามัตสึตั้งท่าจะถีบส่งเพื่อนตัวแสบที่จงใจจะเข้ามากวนบาทาอยู่รอมร่อจนอีกฝ่ายต้องหยุดชะงักอย่างทุกครั้ง

            ดุไม่เปลี่ยนจริงๆ มาถึงนานหรือยังโมริยามะถอยกลับดังเดิมก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ

            เพิ่งมาเนี่ยล่ะ

            ก็ไม่เรียกฉัน

            โอ้โห คุณโมริยามะอยู่กับสาวที่ไปเต๊าะมาได้ ฉันเรียกมา นายคงสนใจอะนะ

             ฮ่าๆ ก็แค่ฆ่าเวลาเองเพื่อนหนุ่มตอบก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์มาเพิ่ม

            บทสนทนาของสองหนุ่มวัยทำงานดำเนินขึ้น ถามไถ่สาระทุกข์สุขดิบซึ่งกัน คุยสัพเพเหระไปเรื่อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันเนิ่นนาน เล่าเรื่องเก่าๆ ที่เคยผ่านมาด้วยกันเมื่อสมัยเรียนจนอดนึกไม่ได้ว่านี่คงเริ่มแก่ตัวลงแล้วจริงๆ สินะ อีกหน่อยรู้ตัวอีกทีคงจะได้กลายเป็นคุณลุงแล้วก็ได้

            แล้วเป็นไง มีสาวน้อยไปนอนกอดที่บ้านรึยัง?

            “-*-“

            ทำหน้าแบบนี้ ฮ่าๆๆ

            นายก็เอาตัวเองให้รอดเถอะ หน้าม่อไปเรื่อย

            เอาจริงๆ ฉันก็มีคนที่อยากจะจริงจังด้วยอยู่นะ

            อยากจะจริงจัง?”

            ทำนองนั้น จะสามสิบอยู่แล้ว มันก็ต้องมีบ้างที่คิดเรื่องแบบนั้น

            อ่า... แม้แต่นายก็มีมุมนี้หรอกหรอเนี่ยคาซามัตสึเลิกคิ้วหยั่งเชิงอีกฝ่ายกับคำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเจ้าตัวเอง

            แต่ก็ยังไปไม่ถึงไหนเท่าไหร่ล่ะนะ ว่าแต่นาย ไม่รู้สึกเหงาบ้างรึไง

            เหงาหรอ อืม..

            คงไม่ได้คิดจะแต่งกับงานหรอกนะ

            ก็ไม่เลวนะ...

            อ่า.. พระเจ้า ได้โปรดพระทานผู้ช่วยให้แก่เพื่อนกระผมด้วย

            เลอะเทอะ

            ท่ามกลางบทสนทนามือถือเจ้ากรรมที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็เกิดสั่นขึ้นมาอีกครา คาซามัตสึล้วงลงไปก่อนจะหยิบขึ้นมามองที่หน้าจอ

            คิเสะ

            เหอะ นึกอยากจะโทรมาก็ไม่คิดจะดูเวล่ำเวลาสักนิด

            ไปรับโทรศัพท์แป๊บนะเจ้าตัวบอกเพื่อนที่นั่งดื่มด้วยกันก่อนจะปลีกตัวไปมุมทางเดินไปห้องน้ำที่เงียบสงบพอให้คุยได้สะดวกขึ้นบ้าง

            รุ่นพี่ครับ ทำอะไรอยู่? สะดวกคุยไหม?”

            อยู่ข้างนอก มีอะไรหรือเปล่า

            ข้างนอก? ผมไปหาได้ไหม

            นี่แก... หายไปเป็นเดือน นึกอยากมาก็โทรมาซะเกือบเที่ยงคืนเนี่ยหรอ ใครเสี้ยมสอนเอ็งห้ะ

            แต่.. ผมมีคำอธิบายนะ แล้วจะไปพูดต่อหน้าเลย

            ไม่ต้องโผล่มาเลยโว้ย วางล่ะ

            เดี๋...

            คาซามัตสึเก็บมือถือลงกระเป๋า ทั้งๆ ที่คิดว่าจะคุยตามปกติอย่างทุกที แต่ก็ดันกลายเป็นแบบนี้ซะได้ ทำไมเขาต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วยนะ นึกในใจอยู่อย่างนั้นก่อนจะเดินดุ่มๆ กลับเข้าไปในตัวร้าน นั่งลงที่เดิมที่นั่งอยู่เมื่อครู่

            มีอะไรรึเปล่า

            ไม่มีอะไร

            เจ้าตัวตอบเพื่อนก่อนจะยกแก้วเบียร์ขึ้นซดไปอึกใหญ่ อายุปูนนี้แล้วยังต้องมาหัวเสียเรื่องไร้สาระแบบนี้ สมองเขาได้รับการกระทบกระเทือนอะไรมาหรือเปล่านะ

            เวลาล่วงเลยไปได้พักใหญ่ ระหว่างบทสนทนาของทั้งคู่ก็มีเสียงปริศนาขึ้นขัด ร่างสูงสวมฮู้ดและแว่นตาสีเข้มปกปิดใบหน้าคมเดินมาหยุดอยู่ที่ทั้งคู่

            สวัสดีครับ! รุ่นพี่คาซามัตสึ รุ่นพี่โมริยามะหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยทักทายทั้งคู่ก่อนจะดึงฮู้ดที่คลุมอยู่ลง มือก็ถอดแว่นเก็บไปคล้องที่กระเป๋าตรงอกก่อนจะนั่งลงข้างๆ ที่นั่งของคาซามัตสึ

            คิเสะ? มาได้ไงเนี่ย?” โมริยามะมองอย่างสงสัยไม่ต่างจากคาซามัตสึที่ยังงุนงงกับคนข้างๆ ที่จู่ๆ ก็โผล่หน้ามา ทั้งที่เพิ่งคุยกันผ่านสายไปเมื่อก่อนหน้านี้

            ก็เพิ่งหนี ผจก. มาได้ ก็เลยมาแวะนิดหน่อยน่ะครับหนุ่มรุ่นน้องตอบแบบติดตลก

            อ่า ดาราดังใจแตกหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ

            ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยนะครับ

            ทำไมมาถูก?” คาซามัตสึหันไปแย็บถามเบาๆ

            จีพีเอสไงฮะ

            จีพีเอส? ...” คาซามัตสึก้มหน้าลงจิปากเบาๆ มือกุมขมับตัวเอง หมอนี่มันกลายเป็นสตอร์คเกอร์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

            สักหน่อยมั้ยโมริยามะถามก่อนจะชูแก้วเบียร์ในมือเชิญชวน

            ครับเจ้าตัวพยักหน้ารับ ในขณะที่คนชวนก็หันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์มาให้

            ท่ามกลางเสียงดนตรีที่เปิดสร้างบรรยากาศขับกล่อมลูกค้าภายในร้าน หนุ่มรุ่นน้องและรุ่นพี่ยังคงแวะเวียนแซวสาวๆ ที่ผ่านไปผ่านมาเรื่อยเปื่อยจนคนไม่ถูกโรคกับผู้หญิงได้แต่ส่ายหัวให้ทั้งคู่

            หมอนี่ยังทำตัวเหมือนเดิมอยู่เลยแฮะ หรือมีแต่ฉันกันนะที่คิดพะวงไม่เข้าท่าเอง

            .

            .

            .

            ฉันไปก่อนนะ พวกนายเอาไงโมริยามะหันมาถามเมื่อกระดกเบียร์แก้วสุดท้ายที่สั่งในมือหมด ก่อนจะควักกระเป๋าออกมาเพื่อชำระค่าเครื่องดื่มแต่ก็ถูกคาซามัตสึปรามไว้เป็นเชิงห้าม

            ฉันก็ว่าจะกลับแล้วล่ะ

            นายล่ะคิเสะ

            ครับ เหมือนกัน

            เมื่อจัดการกับบิลรายการเครื่องดื่มเสร็จสรรพ ทั้งสามก็บอกลากัน โมริยามะเดินออกไปก่อนเพราะโรงแรมที่พักอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก

            นายล่ะ เอาไง?

            ไปกับรุ่นพี่ครับ

            ทางผ่านไปโรงแรมนายหรอ?”

            เปล่าครับ แค่อยากไปส่ง

            “-*- เสียเวลาไหม? เอาเวลาไปพักผ่อนเถอะ

            นะ ผมตั้งใจมาหารุ่นพี่โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย

            “-*-“ ไร้ซึ่งการตอบรับ คาซามัตสึหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายเรียกแท็กซี่ ไม่นานนักรถให้บริการก็แล่นเข้ามาจอดยังจุดหมายที่บอกผ่านสายไป ทั้งคู่ขึ้นรถไปด้วยกัน คาซามัตสึเสมองออกนอกหน้าต่างตลอดเส้นทาง เมืองที่ปกคลุมไปด้วยความมืดยังคงหลงเหลือความสว่างไสวไปด้วยแสงจากหลอดไฟของตามตึกรามบ้านช่อง ฝนที่รินลงมาอีกรอบกระทบกับตัวรถส่งเสียงเบาๆ เครื่องปรับอากาศที่ถูกปรับให้อยู่ในระดับเย็นสบายทำให้สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากอุณหภูมิของคนข้างๆ

            สัมผัสเบาๆ ที่มือทำให้ร่างบางละสายตาจากถนนเหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อยที่ขณะนี้ยังทำตีเนียนมองออกไปนอกถนน ทั้งๆ ที่ใบหน้ายิ้มแย้มสะท้อนจากกระจกลางๆ นั่นเผยออกมาอย่างชัดเจน คาซามัตสึหันกลับไปดังเดิมด้วยท่าทางคิ้วขมวด ได้แต่นึกอยากจะถีบให้คนข้างๆ ตกลงจากรถไปซะให้รู้แล้วรู้รอด

            รถจอดนิ่งเมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่ได้รับสั่ง คิเสะจัดการจ่ายค่าใช้บริการตัดหน้ารุ่นพี่ไป พร้อมกับท่าทางที่บอกว่าไม่ต้องจ่ายให้เขาคืน ก่อนจะเดินตามลงมาจากรถต้อยๆ

            ไม่กลับรึไง

            กลับคร้าบบบอีกคนตอบทั้งที่ขาก็ก้าวตามมาไม่หยุด

            เมื่อแปะคีย์การ์ดเพื่อผ่านเข้ามาในอพาร์ทเม้นท์ ก้าวขายาวมุ่งตรงไปยังหน้าลิฟท์ มือหยาบกดเรียกพาหนะเคลื่อนที่อำนวยความสะดวก ยืนรอครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเข้าไป กดหมายเลขชั้นที่ตนเองพักอาศัยอยู่ และก็มีเจ้าตัวน่ารำคาญที่ยังติดสอยห้อยตามมาด้วย

            ติ๊ง

            เสียงลิฟท์เตือนบอกว่าถึงชั้นจุดหมาย เสียงก้าวเดินฉับๆ ของทั้งคู่ไล่เลี่ยกันไปเรื่อยตามทางเดิน มือหยาบล้วงลงกระเป๋ากางเกงก่อนหยิบกุญแจมาไขประตูห้องแล้วย่างกรายเข้าไป

            .

            .

            .

            "กลับได้แล้ว"

            "งั้นผมกลับละนะ"

            "อืม"

            "-3-"

            "อะไร" คนเป็นเจ้าของห้องเลิกคิ้วถามคนตรงหน้าที่ยืนล้วงกระเป๋าอย่างไม่มีท่าทีจะขยับขับย้ายตัวออกไปจากบริเวณนี้สักนิด

            "มันดึกแล้ว นอนนี่ได้ไหมอ่า"

            "-*- ไม่โว้ย"

            "จะให้ผมกลับยังไงอ่าาา รถไฟก็หมดแล้วด้วย"

            "ก็แล้วเมื่อกี้จะลงมาทำซากอะไร เดี๋ยวเรียกให้" เจ้าของห้องล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มือเลื่อนปลดล็อคหน้าจอเปิดบันทึกหมายเลขที่โทรออกล่าสุดเพื่อจะเรียกใช้บริการอีกครั้ง แต่แล้วรุ่นน้องผมทองก็พุ่งเข้ามาในห้องเรียบร้อยก่อนจะปิดประตูลงจัดการล็อคเสร็จสรรพ เจ้าของห้องที่ยังตั้งตัวไม่ทันได้แต่มองตามกระพริบตาปริบๆ รู้ตัวอีกทีก็เมื่อตอนที่โดนอีกฝ่ายช้อนตัวขึ้นบ่าอย่างง่ายดาย

            "เฮ้ยๆ ทำอะไรของนายวะ"

            "ตัวหนักขึ้นรึเปล่าฮะเนี่ย"

            "บอกให้ปล่อยไง"

            "ครับๆ" คิเสะกอดอีกฝ่ายไว้แน่นก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาในห้องนอนอย่างคล่องแคล่วเสมือนกับเป็นห้องนอนของตนเองที่คุ้นเคย ก่อนจะวางอีกคนลงอย่างพยายามเบามือ

            ตึก!

            คนบนเตียงถีบเข้าหน้าท้องอีกฝ่ายอย่างจัง แต่คนเจ้าเล่ห์ก็เอี้ยวตัวหลบไปด้านหลังก่อนจะคลานขึ้นเตียงไปอีกคนด้วยสีหน้าระรื่น

            "อะไรห้ะ หยุดอยู่นั่นแหละ"

            "ไม่เอาอะ ก็ผมคิดถึงรุ่นพี่นี่นา"

            "แล้วมันยังไงล่ะ อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นอะไรของนายก็ได้นะ"

            "ผมไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย"

            "ก็ทำอยู่นี่ไง"

            คาซามัตสึตอบอย่างหัวเสียกับรุ่นน้องงี่เง่า ก่อนจะขยับตัวไปข้างเตียงทำท่าจะลุกขึ้นไปจากตรงนี้ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เพิ่งดื่มเข้าไปเมื่อก่อนหน้านี้เลยทำให้ความยับยั้งชั่งใจลดน้อยลงอย่างฮวบฮาบ แต่ก็เพราะไอ้คนตรงหน้านี่แหละ ที่ทำให้เขาเสียศูนย์จนไม่หลงเหลือความเป็นตัวเองซะขนาดนี้

            " ..." คิเสะเอื้อมมือมาดึงรุ่นพี่ตัวเองไว้ คนถูกรั้งมองค้อนกลับไปแต่อีกฝ่ายกลับจ้องมองกลับมาด้วยสายตาที่แน่วแน่กว่า

            "อะไร?"

            "ผมขอโทษ"

            "เรื่อง?"

            "ก่อนหน้านี้ที่ผมขาดการติดต่อไป"

            "แล้วจะมาบอกฉันทำไม"

            "ผมรู้ ผมทำให้คุณลำบากและรบกวนคุณหลายๆ ครั้ง จนกระทั่งตอนนี้ก็ด้วย"

            "รู้ตัวอยู่นี่ - -"

            "เพราะงั้น ผมเลยอยากขอโทษจริงๆ"

            "เฮ้อ... ช่างมันเถอะ ฉันจะไปเปลี่ยนชุดแล้ว นายก็ไปนอนอีกห้องแล้วกัน" คาซามัตสึตอบอย่างข่มอารมณ์ตัวเองลงให้มันผ่านๆ ไปเหมือนทุกที ก่อนจะผละออกจากอีกคน

            พรึ่บ

            คิเสะดึงมืออีกฝ่ายกลับ กระชากให้คนที่ยืนอยู่เมื่อครู่ล้มลงเตียงอย่างจัง

            "เล่นอะไรเนี่ย ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ!"

            "นั่นสินะครับ" ปากไม่พูดเปล่า ร่างสูงนายแบบเปลี่ยนท่ามาขึ้นคร่อมอีกฝ่ายพลางล็อคแขนล็อคขาไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปอีกครั้ง

            "คิเสะ นายเมาหนักแล้วนะ" ร่างเล็กกล่าวอย่างเรียกสติอีกฝ่าย

            "ผมไม่ได้เมา คุณก็ด้วย" ร่างสูงตอบอย่างจงใจจะบอกออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขารู้ตัวดีว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่

            "ออกไป"

            "ที่ผ่านมาคุณคงไม่ทันได้รู้สึกตัว แต่วันนี้ผมจะทำให้ชัดเจนเอง"

            "พูดอะไรของนาย"

            "ผมชอบรุ่นพี่นะครับ ชอบแบบที่อยากจะกอด แบบที่กำลังจะทำหลังจากนี้"

            "ห.. ห้ะ.. ว่าไงนะ!?" หน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำกล่าวของอีกคน แล้วจู่ๆ ก็ดันใจเต้นขึ้นอย่างตั้งตัวไม่ทันกับคำพูดเมื่อครู่ที่เพิ่งประมวลผลเสร็จ ก่อนที่คนด้านบนจะโถมตัวลงมาหา

            "ชอบนะครับ" คำเอื้อนเอ่ยสุดท้ายดังขึ้นย้ำให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางห้องที่เงียบสงัดก่อนที่เสียงฝนจะเข้ามาปกคลุมบรรยากาศที่ทำให้เจ้าของห้องรู้สึกเคว้งคว้างไปถึงไหนต่อไหน

            ตื่นให้ตลอดรอดฝั่งนะครับ รุ่นพี่

-the end-

 


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Zenruse จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Bbbb
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:10

    Kikasaaaaaaaa

    #3
    0
  2. #2 1827
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 22:05

    ทำไมถึงตบงี้ค่ะ ภาษาสวยงามมาก

    #2
    1
    • 25 สิงหาคม 2561 / 23:34
      ขอบคุณค่าาา อันที่จริงก็มีต่ออยู่นิดหน่อย แต่ไม่สามารถลงที่นี่ได้เน้อ ><
      #2-1
  3. วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 22:03

    กริ๊ดดดดดดด ทำไมตัดจบงี้ค่ะไรท์ โอ๊ยอกหนูจะตก แต่คิเสะเนี้น่ากลัวววว

    #1
    1
    • 25 สิงหาคม 2561 / 23:36
      คิเสะคุงกำลังเข้าโหมดดาร์กค่ะ \^.^/
      #1-1