กรงรักชีคจอมเถื่อน (สิงโตคริส)

ตอนที่ 4 : ใกล้ชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    5 ธ.ค. 60

               ชีคปราชญานั่งครุ่นคิดเรื่องที่เขารับรู้มาจากพีรวัส    หากพีรวัสพูดความจริง   แสดงว่าสนมเอกเมตาโกหกเขา   แต่เขาก็รู้จักเมตามานาน   เธอเป็นคนที่ใจร้อน    และปากร้าย     แต่เธอไม่เคยโกหกเขาเลยสักครั้ง      ชีคปราชญาเดินไปที่ตำจันทราเพื่อไปดูบาดแผลของสนมเอกเมตาว่าเธอดีขึ้นหรือไม่



               " รีน่า    ข้าสะใจยิ่งนักที่เห็นน้องของสนมพิชญะต้องพิการ     ป่านนี้สนมพิชญะคงเจ็บใจข้าน่าดูที่ถูกข้ากลั่นแกล้งเช่นนั้น "   พระสนมเอกเมตาพูด     รีน่ากลืนน้ำลายลงคอ    



               " พระสนมกลั่นแกล้งมันหรือเพคะ    หม่อมฉันคิดว่ามันต่างหากที่เป็นผู้กลั่นแกล้งพระสนมเอก "    พระสนมเอกเมตาพยักหน้า



               " ข้าก็มิได้วางแผนไว้ล่วงหน้า     พอข้าเห็นมันก็ทำให้ข้าหมั่นไส้มัน   เพราะมันหน้าตาเหมือนสนมพิชญะ "    ชีคปราชญาที่แอบฟังมาตั้งแต่แรกก็เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเคร่งขรึม



               " เจ้ามีความสุขมากหรือที่ได้กลั่นแกล้งผู้ที่มิมีทางสู้    แล้วยังหลอกลวงข้า "    เสียงทุ้มพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน    พระสนมเอกเมตาแกล้งบีบน้ำตาออกเหมือนที่ทำทุกครั้งที่เธอทำผิด    และชีคปราชญาก็จะให้อภัยเธอเสมอ



               " หม่อมรู้สึกหึงหวงที่พระองค์รับพิชญะเข้ามาเป็นสนม    ซึ่งเด็กคนนั้นก็หน้าเหมือนพิชญะ    หม่อมฉันจึงระงับโทสะของตัวเองไว้ไม่ได้ "    พระสนมเอกเมตาพูดพร้อมกับโผเข้ากอดปราชญา



               " เจ้าเกลียดชังพิชญะ    แต่มาทำกับเด็กที่มิรู้เรื่องราว    เช่นนี้ข้าจะให้เจ้าขึ้นเป็นราชินีได้อย่างไร "



             " หม่อมฉันผิดไปแล้ว   ให้อภัยหม่อมฉันด้วยเพคะ "    พระสนมเอกเมตาพูดพร้อมกับน้ำตา     มือหนาดึงแขนที่กอดรัดเอวเขาออก



               " เจ้าอยู่ในตำหนักมิต้องออกไปไหน 3 สามวัน    เพื่อให้เจ้าได้สำนึกต่อความผิดที่เจ้าทำ "     เสียงทุ้มพูด   แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวแลพระสนมเอกเมตาเลยสักนิด     พระสนมเอกเมตามองตามชีคปราชญาอย่างแค้นใจ    ชีคปราชญาไม่เคยเย็นชากับเธอแบบนี้     ชีคปราชญาคงหลงสนมพิชญะมาก    ถึงขนาดออกโรงปกป้องน้องชายของพิชญะ





               ปราชญาเดินกลับมาที่ตำหนักอย่างรู้สึกโกรธที่พระสนมเอกเมตาโกหกเขา     และยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นผู้ลงโทษผู้ที่ไม่ได้มีความผิด    ปราชญาหยิบผ้าที่เขาใช้ปิดบังใบหน้าเมื่อต้องการปกปิดตัวตนกับพีรวัส    ริมฝีปากหนายิ้มบางๆเมื่อเห็นพีรวัสกำลังนั่งคอพับอยู่ภายในศาลากลางตำหนักเมทาวัน



               " พีรวัส "    เสียงทุ้มพูดเสียงดัง    จนพีรวัสสะดุ้งสุดตัวอย่างตกใจ   ร่างเล็กเด้งตัวลุกขึ้นมายืนตัวตรง



               " ขอรับหัวหน้า "    เสียงหวานพูด



               " ฮ่า   ฮ่าๆ    นี่ข้าเอง "    เสียงทุ้มพูดอย่างอารมณ์ดี    ใบหน้าหวานบูดบึ้ง  ตากลมมองค้อนคนที่กลั่นแกล้งเขา



               " อานน    สนุกมากหรือที่ได้กลั่นแกล้งข้า "



               " เจ้าอย่าใส่ความข้า    ข้าเพียงเรียกชื่อของเจ้ามิได้ทำสิ่งใดเลย "    



               " ความจริงท่านมิต้องมาหาข้ายามดึกดื่นหรอก   เอายามาให้ข้าสิ    ข้าจะเก็บเอาไว้ทาเอง "    เสียงหวานพูดอย่างเกรงใจ



               " มิได้   ข้าสัญญากับเจ้าแล้ว   ก็ต้องทำตามสัญญา  เช่นนั้นจะเรียกว่าชายชาติทหารได้อย่างไร "    เสียงทุ้มพูด    พีรวัสพยักหน้าอย่างรับรู้     พีรวัสยื่นมือให้ร่างสูง    คิ้วหนาเลิ่กคิ้วขึ้นอย่างสงสัย



               " ทายาให้ข้าสิ "   เสียงหวานพูด    นิ้วหนาค่อยๆทายาไปตามมือเล็กอย่างนุ่มนวล



               " มือของท่านทำไมนุ่มนัก    ท่านเป็นองครักษ์จริงๆหรือ "   เสียงหวานถาม



               " จริงๆสิ "    เสียงทุ้มย้ำ



               " เหตุใดท่านจึงต้องปิดบังใบหน้ากับข้าด้วย    ข้าอยากเห็นหน้าของท่าน    หากข้าเจอท่านข้าจะได้ทักทายท่าน   "



               " ใบหน้าของข้ามิน่ามองหรอก   มันมีแต่รอยแผลเป็น   ข้ามิอยากให้ผู้ใดหัวเราะเยาะ "



               " ข้าก็มิต่างจากท่านหรอกดูใบหน้าข้าสิ  "    ใบหน้าหวานเอียงใบหน้าจนเกือบชิดหน้าคม    กลิ่นหอมอ่อนจากร่างบางที่แตะจมูกของปราชญา     ทำให้หัวใจของปราชญาเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก



               " อื้ม    ข้าทายาเสร็จพอดี     เจ้าง่วงหรือไม่    เจ้าอดหลับอดนอนมาคืนที่สองแล้ว "    พีรวัสยิ้มบางๆ



               " มิเป็นไร   ข้าทนได้ "   ร่างสูงลุกขึ้นยืน   แล้วดึงแขนของพีรวัสเพื่อให้เขาลุกขึ้น



               " เข้าไปข้างในตำหนักกับข้า "    พีรวัสส่ายหน้าจนผมปลิว



               " จะเข้าไปได้อย่างไร   ตำหนักนั้นเป็นขององค์ราชินีในอนาคต    ข้ามิอยากถูกลงโทษอีกแล้ว "    



               " มิต้องกลัว  มิมีผู้ใดรู้หรอก "



               " หากท่านหัวหน้ามาตรวจงาน    แล้วไม่พบข้า   ข้าก็ถูกตำหนิสิ "   เสียงหวานพูดให้เหตุผล    ใบหน้าคมชักรำคาญคนที่เอาแต่ปฏิเสธเขา     



               " คนของข้าจะเฝ้าอยู่ด้านนอก   หากหัวหน้าของเจ้ามา   เขาจะมาเรียกเจ้า "   เสียงทุ้มพูด    



               " ก็ได้ "     เสียงหวานพูด     เขาก็อยากรู็เหมือนกันว่าข้างในเป็นอย่างไร    พีรวัสเดินตามปราชญาเข้าไปในห้องโถงที่ประดับไปด้วยทองคำ    และไข่มุกที่หาได้ยาก



               " อานน    หากมีคนมาเห็นว่าพวกเราลักลอบเข้ามาในนี้    เราต้องถูกประหารแน่ "   เสียงหวานพูดเบาๆ    ใบหน้าคมยิ้มบางๆ



               " ใครจะกล้าสั่งประหารข้า "   เสียงทุ้มพูด     พีรวัสมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ    



               มือหนาดึงแขนเล็กให้เดินตามเขาเข้าไปข้างใน    พวกเขาเดินเข้าไปในห้องนอนที่กว้างขวาง   ภายในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา    พรมผืนใหญ่ถูกปูอยู่บนพื้น    ตากลมมองรอบๆห้องอย่างสำรวจ



               " อานน   ห้องนี้ใหญ่เยียงห้องเจ้าหญิง   เหมือนนิทานที่ราชีฟเคยเล่าให้ข้าฟังเลย    ข้าเห็นห้องนี้แล้วก็นึกถึงเขา    ข้าอยากให้เขามาเห็นบ้าง "   เสียงพูด  ขณะที่สายตายังคงสำรวจไปรอบๆห้องอย่างตื่นเต้น    ตาคมขมวดคิ้วหากันอย่างไม่พอใจ    พีรวัสอยู่กับเขาแต่กลับนึกถึงคนอื่น



               " เจ้ากับราชีฟคงสนิทกันมากหรือ "   เสียงทุ้มพูด   พีรวัสพยักหน้า



               " ใช่    เขาเป็นพี่เลี้ยงของข้าตั้งแต่ข้าอายุ 10 ปี   ถึงตอนนี้ข้าก็อายุ 18   มิให้สนิทกันได้อย่างไร    ราชีฟใจดีกับข้ามาก    ตอนที่ข้าถูกลงโทษจนปางตายเมื่อคราวก่อน     เขาก็เป็นคนดูแลข้า  "   เสียงหวานพูด    ตาคมมองร่างเล็กด้วยความรู้สึกผิด



               " ตอนนี้เจ้าคงเกลียดชีคปราชญาใช่หรือไม่ "   เสียงทุ้มพูดพร้อมกับจ้องใบหน้าหวาน    ใบหน้าหวานเบือนไปทางอื่น    



               " หากเป็นท่าน  ท่านจะเกลียดผู้ที่ทำให้มือของท่านพิการหรือไม่ "    เกลียดสิ   ปราชญาตอบในใจ



              " แต่ท่านพ่อสอนข้าเสมอว่าการให้อภัยเป็นสิ่งที่มนุษย์พึงมี    ตอนนี้ข้าก็เลยคิดว่ามันคงเป็นกรรมของข้า   บางทีชาติที่แล้วข้าอาจเคยทำกรรมไว้กับเขามาก    เขาก็เลยมาเอาคืนข้าในชาตินี้ "   เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ



               " แสดงว่าเจ้าให้อภัยท่านชีคแล้วสิ "   เสียงทุ้มพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ    จนพีรวัสหันมามองด้วยความแปลกใจ



               " อือ     แต่ข้าจะมิมีวันให้เขาได้ทำร้ายข้าแบบนี้อีกเป็นอันขาด    ข้าจะสู้ถึงแม้ข้าจะต้องตาย "   เสียงหวานพูดเสียงกร้าว    มือหนาดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้เขา     เพื่อสบตากับเขา



               " เรื่องแบบนี้จะมิมีวันเกิดขึ้นอีก    ต่อไปนี้ข้าจะปกป้องเจ้า "   เสียงทุ้มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น    คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ   อานนชอบพูดอะไรแปลกๆที่เขาไม่เข้าใจ     อานนเป็นเพียงองครักษ์จะมาปกป้องเขาได้อย่างไร    ปราชญารู้สึกถูกชะตากับพีรวัส     พีรวัสเป็นคนตรงไปตรงมา    คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น 



               " เจ้านอนพักสักงีบที่นี่สิ "    เสียงทุ้มพูด    พีรวัสส่ายหน้า



               " ข้ามิอยากถูกตัดหัว    เราออกไปข้างนอกกันเถอะ "    เสียงหวานพูด    พร้อมกับดึงแขนหนา



               มือหนากระชากร่างเล็กเข้าหาตัวอย่างแรง   จนตัวของพวกเขาสองคนล้มลงบนเตียง



               " อานน    ท่านจะหาเรื่องใส่ตัวทำไม "   เสียงหวาน    ขณะที่หัวกลมๆยังคงนอนอยู่บนหมอนนุ่ม



               " มิมีใครรู้หรอก    พวกที่อยู่ด้านนอกก็คนของข้า    พวกเรามานอนกันสักงีบเถอะ    หากหัวหน้าของเจ้ามา   จะมีคนเข้ามาบอกเรา "   เสียงทุ้มพูด    พีรวัสพยักหน้าด้วยตาปรือๆ    เขาไม่ได้นอนมาคืนที่สองแล้ว    พอร่างกายของเขาสัมผัสกับเตียงนุ่มๆ   หนังตาของเขาก็หย่อนไปหมด     ใบหน้าคมนอนตะแคงมองร่างเล็กที่หลับสนิทด้วยแววตาเอ็นดู    มือหนาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ร่างเล็กจากนั้นปราชญาก็ใช้มือลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างนุ่มนวล



               " ฝันดีน่ะ   เจ้าอัปลักษณ์ "    เสียงทุ้มพูดเสร็จก็ลุกขึ้น    แล้วเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ




               ตากลมค่อยๆปรือตาขึ้นในตอนเช้า    แล้วตากลมก็ต้องตื่นเต็มตาเมื่อนึกได้ว่าเมื่อคืนเขานอนที่ไหน    ร่างเล็กรีบลนลานลงจากเตียงนุ่ม    พีรวัสวิ่งออกจากห้องนอน    ตากลมหันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวัง   เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าเขาออกมาจากที่พักของว่าที่ราชินี    ร่างเล็กรีบวิ่งออกจากตำหนัก    โชคดีที่เขาตื่นเช้า   ทหารที่ทำหน้าที่สร้างสะพานจึงยังไม่มีใครมา     หากคืนนี้เขาเจออานนอีก    เขาจะจัดการอานนซะให้เข็ดที่ทิ้งเขาไว้คนเดียว


 
               " อ๊ะ! "    เสียงหวานอุทาน    เมื่อร่างเขาชนเข้ากับร่างของคนที่สูงกว่าเขา    จนร่างของเขาล้มลงไปบนพื้น   ชีคปราชญานั่งยองๆลงข้างๆพีรวัส




               " เจ้าอัปลักษณ์      เจ้ารีบไปไหน "     พีรวัสก้มหน้าลงอย่างกลัวชีคปราชญารู้ว่าเขาเพิ่งวิ่งออกมาจากตำหนักเมทาวัน



               " เอ่อ    กระหม่อมรู้สึกปวดท้อง   กระหม่อมจึงรีบวิ่งกลับที่พัก    กระหม่อมขออภัยที่มิได้ดูตาม้าตาเรือ   จึงชนพระองค์เข้าพะยะค่ะ "    เสียงหวานพูดตะกุกตะกัก     มือหนาช้อนปลายคางเรียวที่ก้มหน้าก้มตาคุยกับเขาขึ้น



               " เจ้ามิได้    วิ่งออกมาจากตำหนักเทมาวันหรือ "    เสียงทุ้มพูด    ตากลมเบิกโตขึ้นอย่างตกใจ



               " เอ่อ   "     เสียงหวานพูดอ้ำอึ้ง     ริมฝีปากหนายิ้มบางๆ    เมื่อได้แกล้งพีรวัส



               " ข้าไปล่ะ    ข้าจะรีบไปตรวจงานราชการ    แล้ววันหลังอย่าวิ่งทะเล่อทะล่าจนชนข้าอีก    ข้าจะมิใจดีกับเจ้าอีก "    เสียงทุ้มพูด   ขณะที่มือยังคงช้อนปลายคางเรียวขึ้น



               " พะยะค่ะ "    เสียงหวานพูดอย่างหวาดกลัว     ตาคมมองมือเรียวสองข้างเพียงแวบเดียว    ริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มที่มุมปาก    แผลที่มือของพีรวัสเริ่มจะดีขึ้น   ไม่ได้สีคล้ำเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว     ปราชญาลุกขึ้นยืน    แล้วเดินไปทางตำหนักอัยราซึ่งเป็นตำหนักที่เขาใช้ตรวจงานราชการ    คิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน    ขณะที่มองตามขบวนของชีคปราชญาที่เดินห่างออกไป    แววตาของชีคปราชญาเหมือนใครคนหนึ่งที่เขารู้จัก    แต่เขาก็นึกไม่ออกสักที     




               ชีคปราชญาเดินเข้าไปในตำหนักอัยราอย่างอารมณ์ดี    ความจริงวันนี้เขาแค่แกล้งเดินผ่านไปทางตำหนักเมทาวัน    เพราะเขาคิดว่าพีรวัสน่าจะตื่นแล้ว     และเขาก็อยากแกล้งพีรวัส    เขาจึงออกจากตำหนักตั้งแต่เช้า    จนเหล่านางกำนัล   และองครักษ์ของเขาแทบจะตั้งตัวไม่ทัน     เพราะปกติเขาจะไม่เข้าตำหนักอัยราเช้าขนาดนี้    ชีคปราชญานั่งตรวจงานจนเกือบๆเที่ยง   



               " พระสนมพิชญะขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ "    เสียงทหารที่อยู่หน้าห้องเดินเข้ามาบอกกับชีคปราชญา



               " ให้เขาเข้ามาสิ "    เสียงทุ้มพูด    พร้อมกับมือหนาที่ปิดหนังสือราชการที่เพิ่งจะอ่านเสร็จ     ตาคมมองพิชญะเดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างนุ่มนวล    ในมือบางถือสำรับอาหารมาด้วย



               " กระหม่อมนำอาหารมาให้พระองค์พะยะค่ะ    เพราะนี่ก็ใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้วพะยะค่ะ "   เสียงหวานพูด    ปราชญายิ้มบางๆ  แล้วเดินมานั่งที่โต๊ะรับรองขนาดเล็ก



               " เอาเข้ามาสิ    แล้วเจ้าก็มากินมื้อกลางวันกับข้าด้วย "   เสียงทุ้มพูด    ริมฝีปากเล็กยิ้มกว้างอย่างดีใจ   ที่ชีคปราชญาใจดีกับเขา 



               " พะยะค่ะ "   เสียงหวานพูด



               " นี่เจ้าทำเองหรืออาหารหน้าตาน่ากินเหล่านี้ "    เสียงทุ้มพูด   หลังจากเขามองอาหารหน้าตาแปลกๆที่เขาไม่เคยเห็น



               " พะยะค่ะ   กระหม่อมทำเอง    ตอนที่กระหม่อมอยู่บ้าน    กระหม่อมชอบทำอาหารให้ท่านพ่อ กับท่านแม่ทานอยู่บ่อยๆพะยะค่ะ "   เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน



               " แล้วน้องของเจ้าล่ะ   ทำสิ่งใดเป็นบ้าง   "    เสียงทุ้มพูด    พิชญะมีสีหน้าไม่พอเล็กน้อยที่อยู่ๆชีคปราชญาก็พูดถึงน้องของเขา   ใบหน้าหวานปรับสีหน้าให้เป็นปกติ    พร้อมกับตักมัสหมั่นลงในจานของชีคปราชญาอย่างเอาใจ



               " น้องของกระหม่อมมิชอบงานครัว    เขาเป็นคนมือหยาบตีนหยาบหากวันใดเข้าครัว    จานในครัวมีอันต้องแตกอย่างน้อยก็หนึ่งใบพะยะค่ะ "  พิชญะพูดตามความจริง     ริมฝีปากหนายิ้มกว้าง



               " เช่นนั้นหรือ    เขาคงเป็นพวกซุกซนใช่หรือไม่ "  



               " พะยะค่ะ    น้องพีชอบเที่ยวเล่นไปวันๆ    มิค่อยได้ทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันพะยะค่ะ "   พิชญะพูดใส่ความพีรวัส     ชีคปราชญาครุ่นคิดสิ่งที่พิชญะพูด



               " เช่นนั้นเหตุพ่อของเจ้าจึงวางใจให้น้องชายของเจ้านำสินค้ามาส่งให้ข้า "   ชีคปราชญาถามอย่างจับผิด     พิชญะมีสีหน้าอึกอัก



               " นั่นเพราะกระหม่อมมาด้วย    ท่านพ่อจึงวางใจพะยะค่ะ "   พิชญะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ    ชีคปราชญาพยักหน้า   แล้วตักผัดผักขึ้นมากิน    โดยมือเรียวคอยตักอาหารให้อย่างเอาใจ    



               " เอ่อ    คืนนี้พระองค์จะมาหาหม่อมฉันหรือไม่พะยะค่ะ "   เสียงหวานพูดไม่เต็มเสียงนัก   



               " มิได้หรอก   ข้ามีสิ่งสำคัญที่ต้องทำ "    เสียงทุ้มพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ     เมื่อนึกถึงหน้าที่ของเขาที่เขารับปากกับพีรวัสเอาไว้    พิชญะหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย     ตั้งแต่ที่เขามาเป็นพระสนมชีคปราชญาไม่เคยร่วมหลับนอนกับเขาเลยสักครั้ง



               " พระสนมเอกเมตามาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ "   ทหารเดินเข้ามารายงาน     ใบหน้าคมสีเข้มขึ้น   เขาสั่งลงโทษให้เมตาสำนึกผิดภายในตำหนักสามวัน    แต่นี่อะไรยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำ   เธอก็ขัดคำสั่งของเขา    หรือเพราะเมตาคิดว่าเขารักเธอมาก    เธอจึงกล้าขัดคำสั่งของเขา




               " ข้ามิอนุญาต   ให้พระสนมเอกกลับไป "   เสียงทุ้มสั่งเสียงเข้ม     พิชญะยกยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ




               พระสนมเมตากลับออกมาจากตำหนักอัยราด้วยความคับแค้นใจ    นางกำนัลที่ตำหนักอัยรามารายงานเธอว่าพระสนมพิชญะมาเข้าเฝ้าชีคปราชญา     เธอจึงขัดคำสั่งของชีคปราชญา    เธอจะเข้าไปแสดงความเป็นเจ้าของให้พระสนมพิชญะอิจฉา    แต่ไม่นึกเลยว่าเธอจะถูกฉีกหน้าออกมาแบบนี้     ชีคปราชญาคงหลงพระสนมพิชญะมาก     เพราะตอนนี้ชีคปราชญาไม่มาหาเธอเหมือนเคย    ทุกๆคืนเธอเฝ้ารอชีคปราชญามาหาเธอ



               " รีน่า   ข้าเจ็บใจยิ่งนักที่มิสามารถทำอะไรพระสนมพิชญะได้เลย "



               " ตอนนี้ท่านชีคปราชญาทรงหลงพระสนมพิชญะมาก    พระองค์อย่าทรงบุ่มบ่ามทำอะไรน่ะเพคะ "



               " ถ้าทำพี่ไม่ได้    งั้นข้าก็จะทำน้องของมัน "



               " รีน่า    ไปตามไอ้เด็กหน้าอัปลักษณ์นั้นมาหาข้า "    



               " เพคะ "




               พีรวัสถูกพระสนมเอกออกสั่งให้เขาเป็นผู้ดูแลสวนภายในตำหนัก     ร่างเล็กจะปฏิเสธอะไรได้    เพราะเขาเป็นเพียงทหารต้อยต่ำ    ตากลมจ้องมองมือตัวเองที่เริ่มจะแดงขึ้นมา     เขาหยิบจับอะไรไม่ถนัดเพราะแผลที่มือของเขายังหายไม่สนิท     พระสนม เอกสั่งให้เขาปลูกต้นไม้   ตัดหญ้า        แม้กระทั่งล้างสระบัวเขาก็ต้องทำคนเดียว    พระสนมเอกเมตายกยิ้มที่มุมปาก    เมื่อเห็นพีรวัสทำงานจนไม่มีเวลาได้พักกินอาหารมื้อกลางวัน





               พีรวัสเดินเข้ามาในตำหนักเมทาวันด้วยใบหน้าซีดเซียว    มือของเขามันเริ่มอักเสบขึ้นมาอีกแล้ว     ราชีฟก็บอกให้เขาพักผ่อน    เพราะราชีฟจะมาทำหน้าที่เฝ้าตำหนักเมทาวันแทน    แต่เขาคิดว่าแค่งานเฝ้าตำหนักไม่ได้หนักอะไร     ร่างเล็กค่อยๆนอนลงบนพื้นภายในศาลาด้วยพิษไข้อ่อนๆ



               " พี    พีๆ   "    เสียงทุ้มเรียกพีรวัส    คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน     เมื่อเขาเรียกดังขึ้น   ร่างเล็กก็ยังคงปิดตาสนิท    มือหนาแตะลงบนแขนเรียว    เขาก็ต้องตกใจ   เมื่อร่างเล็กตัวเริ่มอุ่นๆขึ้น    มือหนาดึงผ้าที่ปิดบังใบหน้าออก   แล้วออกคำสั่งกับทหาร



               " ทหารไปตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้ "    เสียงทุ้มสั่ง     แขนแกร่งช้อนร่างเล็กขึ้น    แล้วพาเข้าไปในตำหนักเมทาวัน   



               " เขาเป็นอย่างไรบ้างหมอหลวง "  ชีคปราชญาถามหลังจากที่หมอหลวงตรวจอาการเสร็จ



               " แผลที่มือของเขามันอักเสบขึ้นมา   ทำให้เขาเป็นไข้พะยะคะ   กระหม่อมให้เขาดื่มยาลดไข้แล้ว    อีกไม่นานไข้ของเขาจะลดลง  ส่วนแผลที่มือของเขาคงต้องรักษาสักระยะหนึ่งกว่าจะหาย     ช่วงนี้เขาจึงมิสามารถใช้มือทำงานมากมิได้พะยะคะ "   ชีคปราชญาพยักหน้า



               " ขอบใจเจ้ามาก    เจ้ากลับไปได้แล้ว "



               " พะยะค่ะ "      หมอหลวงพูด    แล้วเดินออกไป     ชีคปราชญานั่งลงบนเตียงข้างๆพีรวัส    ตาคมจ้องมองมือเรียวที่บวมแดงอย่างหงุดหงิด      เมื่อตอนเช้าแผลที่มือของพีรวัสก็เริ่มจะดีขึ้นแล้ว    ทำไมๆอยู่จึงเป็นแบบนี้ได้น่ะ






               พีรวัสค่อยๆปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก    ตากลมจ้องมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆเขาด้วยความแปลกใจ    ตากลมค่อยๆมองสำรวจไปรอบๆห้อง    แล้วร่างเล็กก็ต้องตกใจก็ห้องนี้เขาเพิ่งนอนไปเมื่อคืน



               " อานน    เหตุใดข้ามานอนอยู่ที่นี่ "    เสียงหวานพูดอย่างลนลาน    ร่างเล็กพยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง    แต่เขาก็ต้องทรุดตัวลงไปอีกรอบ     ตาคมจ้องร่างเล็กด้วยแววตาดุ



               " เจ้านอนลงไปเถิด    อย่าดื้อให้มาก    เหตุใดแผลที่มือของเจ้าบวมขึ้นมาอีก "    เสียงทุ้มถามเสียงเครียด



               " วันนี้พระสนมเอกเมตาให้ข้าไปทำสวนภายในตำหนักให้พระองค์     ข้าก็มิรู้ว่าเหตุใดจึงต้องชี้เฉพาะว่าต้องเป็นข้า     ทั้งๆที่ท่านหัวหน้าก็แจ้งพระสนมเอกเมตาไปแล้วว่ามือของข้ามิปกติ "    คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ    ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียง    มือบางจึงแตะแขนหนาไว้



               " ท่านจะไปไหนอานน     ท่านช่วยพาข้ากลับที่พักได้หรือไม่    ข้ามิอยากนอนที่นี่    หากมีใครรู้เข้า   ข้าต้องตายแน่ๆ "    ใบหน้าคมพยักหน้า    พร้อมกับช่วยประคองร่างเล็กกลับไปที่พัก



 
               ชีคปราชญาประคองพีรวัสเดินมาถึงที่พักทหาร    ราชีฟที่กำลังจะออกไปหาพีรวัสที่ตำหนักเมทาวัน     ก็รีบวิ่งเข้ามาหาพีรวัสด้วยความเป็นห่วง



               " ท่านพีรวัส    ท่านเป็นอะไร "   เสียงทุ้มพูดด้วยความเป็นห่วง    ชีคปราชญามองราชีฟด้วยความไม่พอใจ    ที่ราชีฟดูจะเป็นห่วงพีรวัสอย่างออกนอกหน้า     



               " ราชีฟอุ้มข้าได้หรือไม่     ข้าเดินมาเหนื่อยแล้ว   มิมีแรงเดินต่อแล้ว "    เสียงหวานติดแหบ     พูดอ้อนราชีฟทันที    ราชีฟยิ้มบางๆอย่างรู้ทัน     ทุกครั้งที่พีรวัสป่วยหนัก   ร่างเล็กจะอ้อนเขาราวกับเป็นเด็กเล็กๆ



               " ได้สิขอรับ "   เสียงทุ้มพูด    ชีคปราชญาขมวดคิ้วแน่น    ตาคมจ้องมองราชีฟอย่างดุดัน    วงแขนหนาตวัดร่างเล็กขึ้นอุ้ม     โดยที่ร่างเล็กไม่ทันได้ตั้งตัว     แขนเรียวเกี่ยวกระหวัดลำคอหนาอย่างกลัวตก



               " อ๊ะ! อานน      ท่านทำข้าตกใจน่ะ "    เสียงหวานพูด     ใบหน้าคมก้มหน้ามองคนในวงแขนด้วยสายตาดุ



               " ห้องของเจ้าอยู่ทางไหนบอกข้าสิ "   เสียงทุ้มพูด



               " ปล่อยท่านพีรวัสลงเดี๋ยวนี้    ข้าจะพาท่านพีรวัสไปเอง "    ราชีฟพูดด้วยน้ำเสียงกร้าว



               " ข้าพาพีรวัสมา   ข้าจะพาเขาไปส่งเอง "   ชีคปราชญาพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน    ตากลมมองคนสองคนที่กำลังพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวร้าวกับมีเรื่องเคืองกันมาก่อนอย่างไม่เข้าใจ



               " ท่านประคองข้ามาตั้งไกล     ท่านกลับไปพักผ่อนเถอะอานน "    ใบหน้าช้อนใบหน้าขึ้นพูดกับใบหน้าคม    ตาคมมองใบหน้าหวานด้วยแววตาดุ



               " ข้าเคยพูดคำพูดกับเจ้าหรือไม่    ข้าบอกจะมาส่งเจ้า   ข้าก็จะมาส่งให้ถึงที่พัก "    เสียงทุ้มพูด     พีรวัสพยักหน้าอย่างจำยอม     



               " เช่นนั้นท่านก็เดินไปทางนั้น "    เสียงหวานพูดพร้อมกับชี้ไปทางซ้าย     ปราชญายกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ    แล้วเขาก็อุ้มพีรวัสไปทางที่ร่างเล็กชี้นิ้วไป     ราชีฟมองตามแผ่นหลังของปราชญาด้วยความไม่พอใจ     หน้าที่ดูแลพีรวัสต้องเป็นของเขา    แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนหน้าที่ของเขากำลังจะถูกคนๆนั้นแย่งไป










  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

197 ความคิดเห็น

  1. #174 amie_ppcy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 21:00
    เดี๋ยวรู้เลยพระสนมเอกกกก
    #174
    0
  2. #158 Xialyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 13:36
    สงสารราชีฟอะ
    #158
    0
  3. #69 creamsarang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 23:15
    เอาละ ตกกระป๋องของจริงแน่ล่ะคราวนี้ ทำไรไม่คิดเลยนะคะพระสนมเอก
    #69
    0
  4. #48 candy_peraya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 18:21
    พระสนมวอนหาเรื่องอีกแล้ว หึงเหรอท่านชีคคนไม่รักไม่หึงน้าาา
    #48
    0
  5. #41 PerayaSK88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 21:55
    นางพระสนมเอกแกโดนปลดแน่ เดี๋ยวเถอะพีจะขึ้นเป็นราชินีแทนแกแน่นอนนังคนขี้อิจฉา
    #41
    0
  6. #40 psakmongkonchai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 18:45
    ดีต่อใจจังเลย
    #40
    0
  7. #39 id ค่ะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 16:08
    อัพทุกวันได้มั้ยยย
    #39
    0
  8. #38 ไอริซัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 12:41
    สนมเอกนี่จะกลั้นแกล้งแฝดน้องไปถึไหนเกลียดแฝดพี่ก็ไปทำแฝดพี่สิ!!เราสนับสนุน=.=
    #อินเกิน55555
    #38
    0
  9. #37 Ku67 e63 me41 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 05:13
    น้องพีน่ารักใครๆก็เลยรัก

    ศึกชิงน้องพีมันส์แน่ๆ

    สนมเอกระวังตัวให้ดี

    ทำร้ายน้องพีได้งัย

    ฟ้องงงงงชีค
    #37
    0
  10. #36 meondekdee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 05:07
    อานนคือชีคปราชญาจริงๆด้วย มาสวมรอยแบบนี้เริ่มชอบ ชายพีแล้วล่ะสิ แต่อดเป็นห่วงชายพีไม่ได้ ถ้าน้องโดนกลั่นแกล้งจากสนมต่างๆของชีคอีก ช่วยปกป้องดูแลชายพีให้ดีกว่านี้นะชีคปราชญา
    #36
    0
  11. #35 ATPX_S (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:28
    แม้ใบหน้าจะอัปลักษณ์เพียงครึ่งเดียว แต่จิตใจน้องพีดีงามมากเลย เริ่มรู้สึกชอบน้องขึ้นมาแล้วละสิท่านชีค ถึงกับให้นอนในตำหนักราชินี แถมออกปากว่าจะปกป้อง จะค่อยดูนะคะว่าจะทำได้จริงไหม อยากให้ท่านชีคมีเหตุผล ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนทำอะไรนะคะ ไม่อยากเห็นน้องพีเสียใจอีก
    #35
    0
  12. #34 ข้าวเหนียว หวาน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:25
    น้องพีน่ารักอะดิหลงน้องเราแล้วใช่มั้ยชีคปราชญา
    #34
    0
  13. #33 Nabhat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:24
    หลงเสน่ห์แฝดน้องเข้าให้แล้วสิท่านชีค ถึงขนาดกับให้ไปนอนประเดิมเตียงราชินีเชียวนะ เป็นไงล่ะ หน้ามีตำหนิ แต่จิตใจดีงามย่ะ

    ถ้าจะให้หายโกรธ รีบหายามารักษาหน้าแฝดน้องเร็ว ๆ ให้สวยเลย แล้วอย่ามาเรียก เจ้าอัปลักษณ์อีกนะ
    #33
    0
  14. #32 Hare-Akira (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:18
    ชีคปราชญานี่ยังไง หลงน้องพีแล้วสิ ถึงได้คอยวนเวียนตามดูแลแบบนี้
    #32
    0