กรงรักชีคจอมเถื่อน (สิงโตคริส)

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

               ณ   เมืองอุริยะ   เมื่อที่เต็มไปด้วยลมทะเลทราย   กองคาราวานสินค้ากำลังนำสินค้าไปส่งที่เมืองวาราส



               " พี   เราพักก่อนมิได้หรือ   ขาแสบหน้าไปหมดแล้ว    ลมแรงเหลือเกิน  "   พิชญะพูด    แฝดผู้พี่ของพีรวัส   หน้าตาของพวกเขาเหมือนกันราวกับเป็นคนๆเดียวกัน   เพียงแต่แฝดคนน้องจะมีปานแดงอยู่ครึ่งหน้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว



               " มิได้หรอกท่านพี่    ท่านก็รู้หากเรานำสินค้าไปส่งไม่ทันเวลา   ชีคปราชญาอาจฆ่าเราได้น่ะ   ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟังถึงความโหดร้ายของเขา   หากเขาไม่พอใจใคร   เขาอาจฆ่าผู้นั้นโดยมิฟังเหตุผลเลย "



               " เช่นนั้นเราก็รีบไปกัน "   พิชญะพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ



               " ท่านพีรวัสเราไปต่อมิได้     ท่านดูที่ท้องฟ้าฝั่งโน้นสิขอรับ     ข้าคิดว่ากำลังเกิดพายุแน่ๆขอรับ"   อิริยาสพูด    ตากลมมองตามนิ้วที่อิริยาสชี้    แล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย    อิริยาสเป็นคนเก่าแก่ในตระกูลของพีรวัส    และมีประสบการณ์มากที่สุด    พ่อของพีรวัสจึงส่งเขามาด้วย   เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พีรวัสทำหน้าที่นำคารวานสินค้ามาส่งยังต่างแดน    ส่วนพี่ชายของพีรวัสเป็นคนที่อ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไร     พีรวัสจึงเป็นหัวหอกที่สำคัญในการดูแลกิจการ    ครั้งที่ที่พี่ชายของเขาตามมาด้วย   เพราะแม่ของเขาบังคับให้มากับเขา    บางครั้งเขาเคยแอบคิดว่าพี่ชายของเขาอ่อนแอหรือขี้เกียจกันแน่



               " เยี่ยงนั้นเราก็ตั้งกระโจมกันที่นี่เถิด    วันพรุ่งเราค่อยเดินทางกันต่อ "   พีรวัสพูดกับอิริยาส   



               " ขอรับ "   อิริยาสรับคำ   แล้ววิ่งไปบอกเหล่าคนงานให้ช่วยกันตั้งกระโจม    พิชญะยิ้มกว้าง   เขาจะได้พักสักที   เพราะตอนนี้ใบหน้าที่เขาแสนจะหวงแหนของเขามันทั้งแสบและร้อน    แต่ไหนแต่ไรใครๆก็บอกว่าใบหน้าของเขางามยิ่งกว่าหญิงแท้ซะอีก    เขาจึงไม่ค่อยออกไปไหน    เพราะไม่อยากให้ผิวพรรณของเขาเสีย    และร่างกายของเขาไม่ได้อ่อนอย่างที่ใครๆคิด    แต่เขาไม่อยากรับผิดชอบงานต่างๆต่างหาก    พีรวัสแฝดคนน้องของเขาจึงรับภาระนั้นไปแทน




               พีรวัสเดินเข้ามาในกระโจมเสบียงหลังจากคนงานมารายงานว่าพี่ชายของเขาใช้น้ำที่ใช้สำหรับบริโภคไปล้างหน้า    ตากลมเบิกโตขึ้นเมื่อน้ำที่อยู่ในถังถูกใช้ไปมาก



                   " ท่านพี่    ท่านจะใช้น้ำในถังล้างหน้ามิได้    น้ำของเราเพียงพอสำหรับการดื่มกินเท่านั้น "



               " ข้าแค่เอาน้ำมาล้างหน้านิดๆหน่อยๆ    เจ้าทำเป็นหวงไปได้   รึเจ้าอิจฉาที่ข้างามกว่าเจ้า "    พิชญะพูดอย่างเหน็บแนม    พีรวัสถอนหายใจออกมาเบาๆ    เขาไม่เคยอิจฉาพี่ชายเลยสักครั้ง    ที่เขาเตือนพิชญะเพราะน้ำที่เตรียมมาเพื่อการดื่มกินของคนในคารวานเท่านั้น  หากพี่ชายเขานำมาใช้   เขากลัวมันจะไม่เพียงพอต่อคนทั้งคารวาน



               " ข้ามิเคยคิดริษยาท่าน     ข้าเพียงแต่ห่วงคนทั้งคารวานจะล้มป่วยหากน้ำมิเพียงพอ    ท่านอดทนหน่อยเถิด   อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะถึงเมืองวาราส    เมื่อนั้นเราจะเข้าพักในโรงแรม   ท่านอยากล้างหน้าสักเท่าใดก็ได้ "   พีรวัสพูดอย่างต้องการอธิบาย   พิชญะเบ้ปากอย่างหมั่นไส้แล้วเดินปึงปังออกนอกกระโจม    ตากลมมองตามพี่ชายอย่างเหนื่อยใจ    แต่ไหนแต่ไรพี่ชายของเขามักถูกพ่อแม่ตามใจ   เพราะร่างกายที่อ่อนแอของเขา    ทำให้ทุกคนประคบประหงมราวกับไข่ในหิน    หากเขาและพิชญะทะเลาะกัน   เขามักเป็นฝ่ายถูกดุเสมอ    เพราะต่อหน้าทุกคนพิชญะมักทำตัวอ่อนแอ   ตรงข้ามกับเขาที่นิสัยแข็งกระด้าง   บ่อยครั้งที่เขามักเกิดความน้อยใจต่อพ่อและแม่



               " ท่านพีรวัสนอนเถิดขอรับ   เหตุใดท่านยังมิวางหนังสือ   ข้าเห็นท่านอ่านมาตั้งแต่เย็นแล้วขอรับ "   ชารีฟพูด    ชารีฟเป็นเพื่อนสนิทและพ่วงด้วยตำแหน่งพี่เลี้ยงของเขามาตั้งแต่เด็ก    พ่อกับแม่ของเขาต้องดูแลกิจการจนไม่มีเวลามาดูแลเขาและพิชญะ    พวกท่านจึงจ้างให้ชารีฟมาเป็นพี่เลี้ยงให้เขา     พี่เลี้ยงที่มีอายุห่างกับเขาเพียง 5 ปี



               " ข้ากำลังศึกษาอักษรแปลกๆนี่อยู่    เจ้ามาดูสิ  ชารีฟ "    ชารีฟนั่งลงข้างๆพีรวัส    แล้วมองอักษรหน้าตาแปลกๆที่อยู่ในหนังสือแล้วยิ้มออกมาบาง



               " นี่เป็นอักษรกรีกโบราณขอรับ  "     



               " เจ้ารู้จักด้วยหรือ     ข้าเห็นมันถูกสลักที่สินค้าที่เรานำมาบางชิ้น    มันสำคัญอย่างไรหรือ "    เสียงหวานถามพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัย



               " มันเป็นสินค้าหายาก   และราคาสูง    ชีคปราชญาคงรวยมากที่เขาสามารถซื้อมันได้   ท่านลุงเล่าให้ข้าฟังว่าชีคบางเมืองยังมิสามารถซื้อสินค้าที่มีอักษรโบราณสลักอยู่ได้เลยขอรับ "



               " เช่นนั้นข้าคงต้องรักษาสินค้าเหล่านั้นไว้ให้ดี    หากมันหายไป   พวกเราคงหาเงินมาชดใช้ชีคปราชญาไม่ไหวแน่ๆ "    กิจการร้านของเขาเป็นเพียงร้านนายหน้าที่ทำหน้าที่ไปเจรจาซื้อสินค้า   และขนส่งสินค้าไปยังผู้ว่าจ้าง    พิชญะเดินผ่านกรโจมของพีรวัส   เขาได้ยินบทสนทนาระหว่างพีรวัสและชารีฟชัดเจน    ริมฝีปากเล็กยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ






               กองคาราวานใช้เวลา 4 - 5 วัน  พวกเขาก็เดินทางถึงเมืองราวาส    ฝ่ายตรวเช็คสินค้าภายในวังได้ออกมาตรวจนับจำนวนสินค้าอย่างขมักเขม้น



               " พีรวัส   ก่อนเดินทางออกจากเมืองของเจ้า   เจ้าได้ตรวจสอบจำนวนสินค้าแล้วหรือไม่ "



               " ข้าตรวจนับมาหลายรอบแล้ว   มิมีสินค้าชิ้นใดตกหล่น "



               " เช่นนั้นแจกันทองคำหายไปไหน 1 ใบ    ข้านับหลายรอบแล้ว   หรือเจ้ามิได้นำมา "    คนตรวจเช็คสินค้าถามย้ำ



               " ข้าจะตรวจนับใหม่เอง    ท่านรอสักครู่ "    พีรวัสพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน    พีรวัสตรวจนับหีบที่บรรจุแจกันกว่าร้อยใบ   เขานับไม่รู้กี่รอบก็พบว่าแจกันทองคำหายไปใบหนึ่งจริงๆ    



               " อิริยาสบอกให้คนงานช่วยกันหาแจกันทองคำในหีบสินค้าทั้งหมด    เผื่อว่ามันปะปนอยู่กับสินค้าชนิดอื่น "   พีรวัสสั่งอิริยาสเสียงเครียด



               " ขอรับ "    



               พีรวัส   และเหล่าคนงานช่วยกันหาแจกันทองคำอย่างขะมักเขม้น     เขาจำได้ก่อนเดินทางออกจากเมืองอุริยะ   เขาได้ตรวจนับสินค้าแล้ว    และมันก็ครบทุกรายการ    หากมีคนในคาราวานเป็นขโมย   จะต้องมีคนเห็นเพราะขนาดของแจกันใหญ่เกินจะเก็บลงในถุงผ้าสัมภาระได้



               " เจ้าหาพบหรือไม่ "    คนตรวจสินค้าถามพีรวัส    



               " มิพบจริงๆ    เช่นนั้นข้าจะกลับไปเอามาให้ท่านใหม่    ข้าขอเวลาสักอาทิตย์ "    พีรวัสพูดเสียงเครียด



               " มิได้หรอก   ชีคปราชญารอแจกันมาแรมเดือน   หากให้พระองค์ทรงรอต่อ    ข้านี่แหละจะถูกพระองค์กริ้ว "



               " เยี่ยงนั้นจะให้ข้าทำอย่างไร "



               " เจ้ามิต้องทำอะไรทั้งนั้น   หากเจ้ายอมให้ชายที่ยืนอยู่หลังเจ้า   มาอยู่ในฮาเร็มของข้า "   เสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ทุกคนหันไปมอง    เหล่าทหาร  กองคาราวาน  พีรวัส  และพิชญะนั่งคุกเข่าลงบนพื้นอย่างหวาดหวั่นต่อการเสด็จมาด้วยตัวเองของชีคปราชญา




               ชีคปราชญาเดินมาตรวจกองงานตรวเช็คสินค้าที่จะเข้ามาในวัง   เขาบังเอิญได้ยินบทสนทนาของทหารที่ตรวจเช็คสินค้าและพ่อค้าที่นำสินค้ามาส่ง    ตาของเขาสะดุดเข้ากับใบหน้าหวานที่กำลังยืนทำหน้างองุ้มเพราะอากาศที่ร้อนจัด    เขาอยากได้ชายคนนั้นมาเป็นสนมของเขา



               " เจ้าชื่ออะไร  หึ้ม "    ชีคปราชญาถามพร้อมกับช้อนใบหน้าของพิชญะขึ้น    พิชญะใบหน้าแดงก่ำเมื่อสบตากับตาคมที่จ้องมองเขาด้วยแววตาหยาดเยิ้ม      มือบางปัดมือของคนที่กำลังล่วงเกินพี่ชายเขาอยู่



               " อย่าล่วงเกินพี่ชายของกระหม่อม    พวกกระหม่อมเป็นพ่อค้ามิใช่นางบำเรอที่จะให้พระองค์ทำตามใจชอบได้ พะยะค่ะ "   เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงกร้าว    ตาคมหรี่ตามองคนที่บังอาจปัดมือของเขา    ชายเหิมเกริมคนนี้มีหน้าตาที่เหมือนคนหน้าหวานเพียงซีกเดียว    เพราะหน้าอีกซีกมีปานแดง   มองอย่างไรก็อัปลักษณ์     ชีคปราชญายกยิ้มที่มุมปาก



               " เจ้าอัปลักษณ์    เจ้าอิจฉาพี่ชายของเจ้ารึที่ข้าต้องตาต้องใจพี่ชายของเจ้า    แทนที่จะเป็นเจ้า "    เสียงทุ้มพูดเหยียด    คิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน



               " กระหม่อมจะอิจฉาพี่ชายตัวเองทำไมกัน    และกระหม่อมมิฝักใฝ่รักเพศเดียวกันพะยะค่ะ "   เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น   พร้อมกับตวัดสายตาขึ้นมองชีคปราชญาด้วยสายตาแข็งกร้าว



               " เช่นนั้นก็ดี    แล้วเรื่องแจกันของข้าที่เอามาไม่ครบ   เอ๊ะ   หรือว่ามันหายไป   เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร   เจ้าอัปลักษณ์ "    พีรวัสขบปากแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่ชีคปราชญาจงใจเน้นคำว่าอัปลักษณ์



               " กระหม่อมจะกลับไปเอามาให้พระองค์    กระหม่อมของเวลาสักอาทิตย์พะยะค่ะ "    



               " มิได้     ข้าต้องการตอนนี้    หากเจ้าหาให้ข้ามิได้   ก็จ่ายค่าแจกันคืนมาให้ข้า "    เสียงทุ้มพูดอย่างเป็นต่อ    เพราะอย่างไรเขาก็เชื่อว่าพีรวัสไม่พกเงินมามากมายอยู่แล้ว



               " แจกันนั่นราคาเท่าไรพะยะค่ะ "   เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงเบา



               " 1,000,000 ทองคำ "   ตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ    ต่อให้เขาขายกิจการที่บ้านทั้งหมดมาก็ยังมาชดใช้ให้ชีคปราชญาไม่หมด    ตาคมจ้องมองคนอวดดีด้วยความสะใจ     เมื่อความวิตกกังวลอยู่ในแววตานั้น



               " ตอนนี้กระหม่อมมิมีให้พระองค์มากเช่นนั้นหรอก    กระหม่อมขอผ่อนส่งให้พระองค์ได้หรือไม่พะยะค่ะ "



               " มิได้    แต่ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า    ให้พี่ชายของเจ้าเป็นสนมของข้า   หรือพวกเจ้าทั้งหมดต้องถูกประหาร   "



               " กระหม่อมยอมเป็นสนมของพระองค์พะยะค่ะ  "    พิชญะพูดขึ้นหลังจากที่เขาเงียบมานาน    เขาหลงรักชีคปราชญาตั้งแต่แรกเห็น    แต่น้องตัวดีของเขาจะคอยกันท่าชีคปราชญาตลอดเวลา



               " ท่านพี่     ท่านจะเอาศักดิ์ศรีมาทิ้งไว้ที่นี่หรือ "    พีรวัสพูดเพื่อเตือนสติพี่ชาย



               " เจ้าและเหล่าคนงานกลับไปเถิดพี    ข้าจะอยู่ที่นี่ "   พิชญะพูด    ตากลมมองปราชญาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว



               " เช่นนั้นหากท่านอยู่ที่นี่    ข้าก็จะอยู่กับท่านด้วย "    เสียงหวานพูด    พิชญะทำหน้าไม่พอใจ  เขาไม่อยากให้น้องชายของเขาอยู่ขัดขวางเขากับชีคปราชญา    ชีคปราชญาขมวดคิ้วคนเป็นปม



               " เจ้าจะเป็นสนมของข้าอีกคนหนึ่งหรือ "    เสียงทุ้มพูด



               " มิใช่     กระหม่อมจะอยู่ที่นี่   เพื่อคอยปกป้องพี่ชายของข้า   มิให้ถูกพระองค์รังแกพะยะค่ะ "     ปราชญายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์



               " เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าเป็นทหารฝ่ายก่อสร้าง   มิใช่เอาเรื่องของพี่ชายเป็นข้ออ้างเพื่อจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ที่นี่   เจ้าทำได้หรือไม่  เจ้าอัปลักษณ์ "     ตากลมมองปราชญาด้วยความเกลียดชัง    ชีคปราชญามีสิทธิ์อะไรที่มาเหยียดหยามหน้าตาของเขา



               " ส่วนเจ้าชื่ออะไร    ข้ายังมิรู้เลย "   เสียงทุ้มพูดเสียงอ่อนลง   เมื่อพูดกับพิชญะ



               " กระหม่อมชื่อพิชญะ    หรือพระองค์จะเรียกพิชคำเดียวก็ได้พะยะค่ะ "    พิชญะพูดอย่างเหนียมอาย    ชีคปราชญาค่อยๆประคองพิชญะขึ้นอย่างนุ่มนวล   แล้วกระชับเอวเล็กเข้าหาตัวแน่น    ตอนแรกเขาแค่อยากประคองพิชญะให้ลุกขึ้นยืน    แต่เขาหันไปเห็นเจ้าอัปลักษณ์กำลังกัดฟันอย่างเกลียดชังเขา     เขาก็นึกสนุกอยากยั่วโทสะเจ้าอัปลักษณ์



               " ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นสนมของข้า     เจ้ายินยอมหรือไม่ "   เสียงทุ้มพูดเสียงอ่อนโยน     พิชญาพยักหน้าน้อยๆอย่างมีจริต



               " นางกำนัลพาพิชญะไปที่ฮาเร็ม "



               " เพคะ "    นางกำนัลรับคำ    แล้วพาพิชญะออกไป    พีรวัสมองตามพี่ชายที่เดินห่างออกไปด้วยความเป็นห่วง    พี่ชายของเขาจะอยู่ที่ฮาเร็มได้อย่างไร    เขาคิดว่าที่นั่นต้องมีเหล่าสนมเป็นร้อยๆคน    แน่นอนว่าต้องมีเรื่องการแก่งแย่งชิงดีกันเพื่อจะได้เป็นที่หนึ่ง



               " เจ้าอัปลักษณ์    เจ้าสั่งให้กองคารวานของเจ้ากลับเมืองไปได้   หรือเจ้าเปลี่ยนใจอยากจะกลับไปด้วย   ข้าก็มิว่า "   



               " กระหม่อมมิมีทางเปลี่ยนใจ "    เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว



               " ราชีฟ    ข้าขอฝากกองคาราวานไว้กับเจ้า    และเมื่อถึงเมืองเจ้าจงไปเล่าเรื่องราวต่างๆให้ท่านพ่อ กับท่านแม่ฟัง "



               " ท่านพีรวัส    ข้าอยากอยู่กับท่านที่นี่    ให้ข้าอยู่ด้วยเถิดขอรับ "



               " อยู่ที่นี่มิสบายเหมือนอยู่ที่บ้านเราหรอก    เจ้ากลับไปเถิด "



               " ได้โปรดให้ข้าอยู่กับท่านเถิดขอรับ  "    ราชีฟพูดอย่างขอร้อง    ชีคปราชญาที่มองดูพวกเขาอยู่    เห็นสายตาของราชีฟเขาก็พอมองออกว่าราชีฟชอบพีรวัสอยู่    แต่ดูเหมือนเจ้าอัปลักษณ์จะโง่จนมองไม่ออก



               " เจ้าจะสั่งเสียกับคนรักอีกนานหรือไม่    ข้ามิมีเวลามายืนดูพวกเจ้า "   เสียงทุ้มพูดประชดอย่างรำคาญ



               " ราชีฟมิใช่คนรักของข้า "   เสียงหวานพูดด้วยความไม่พอใจ     แล้วหันมาพูดกับราชีฟ



               " เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าอยู่กับข้า "    ราชีฟยิ้มกว้างให้พีรวัส    เขาแอบรักพีรวัสมาเนิ่นนาน    แต่พีรวัสรักเขาเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง   เขาไม่หวังได้ความรักจากพีรวัส   เขาขอแค่ได้ดูแลพีรวัสอยู่ใกล้ๆแบบนี้ก็พอแล้ว



                 " อิริยาสเจ้าจงนำกองคาราวานกลับเมือง    และบอกท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าว่ามิต้องห่วง   ข้าจะส่งข่าวกลับบ้านเป็นระยะ "



               " ขอรับ      ท่านก็ดูแลรักษาตัวให้ดีด้วยขอรับ "    อิริยาสพูด    ในแววตาของอิริยาสเจือไปด้วยความเป็นห่วง    เขาเห็นพีรวัสมาตั้งแต่เกิด   เขาจึงเอ็นดูพีรวัสเหมือนลูกหลานของเขาเอง 



               " ขอบคุณเจ้ามาก    ขอให้เจ้าและกองคาราวานเดินทางปลอดภัย   "    พีรวัสพูด    อิริยาสยิ้มบางๆ   แล้วสั่งการให้กองคาราวานเดินทางกลับ



               " ทหาร   พาเจ้าอัปลักษณ์และคนรักของเขาไปที่พักได้แล้ว    แล้วอย่าลืมแบ่งหหน้าที่ให้เขาทำด้วย  "   เสียงทุ้มสั่งแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี   พีรวัสมองตามแผ่นหลังหนาที่มีทหารเดินตามหลังอย่างเกลียดชัง


          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

197 ความคิดเห็น

  1. #155 Xialyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 12:40
    อยากจะเกลียดแต่ติดตรงเป็นพระเอก5555
    #155
    0
  2. #66 creamsarang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 22:25
    เดี๋ยวชีคก็คงรู้เองว่าท่านตัดสินใจผิด
    #66
    0
  3. #51 NadaMutchakit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 10:37
    เกลียดพิชญะจัง
    #51
    0
  4. #26 candy_peraya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 16:32
    พิชยะเขาอ่อยขนาดนั้นก็อย่าไปห่วงเลยคุณพีกลับบ้านเถอะ ท่านชีคก็ปากร้ายนักนะอย่ามาหลงคุณพีอีกคนแล้วกัน
    #26
    0
  5. #18 PerayaSK88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 10:59
    อย่าจะด่าพิชญะมากระวังเถอะ ส่วงชีคปราชญาดูถูกคนอื่นมากกกก
    #18
    0
  6. #17 Ssinsinsin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 01:07
    อยากจะด่าแฝดพี่ด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ก็ติดที่หน้านางเหมือนแฝดน้อง ไม่กล้าด่า 55555555 ฮืออออ
    #17
    0
  7. #15 Hare-Akira (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 18:40
    กษัตริย์หลงแต่หน้าตาไม่พอ พูดจาดูถูกพีรวัสอีก หึ้ยยยยยย อิคนพี่ก็นิสัยแย่มาก น้องอุตส่าห์ออกหน้าให้ทุกอย่างยังจะมากลั่นแกล้งกันอีก
    #15
    0
  8. #14 [[ SS ]] (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 16:12
    ปากร้ายยิ่งนักท่านชีค เดี๋ยวเจอฤทธิ์เดชของคนน้อง หึหึ
    #14
    0
  9. #13 meondekdee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 15:50
    ชายพีผู้น่าสงสาร
    #13
    0
  10. #12 Nabhat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 15:50
    ปากร้ายนัก พ่อกษัตริย์สุดหล่อ มาเรียกแฝดน้องแบบนี้ได้ยังไง แล้วนี่จะเอาแฝดพี่ไปเป็นสนมจริง ๆ น่ะ เรื่องมันจิยุ่งไปใหญ่ แฝดน้องไม่แย่งพี่แน่นอน แต่แฝดพี่นี่ท่าทางนิสัยไม่ดี ไม่แน่
    #12
    0
  11. #11 Cat_love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 15:23
    สงสารนู๋พีรีบกลับมาต่อไวๆน้าาา
    #11
    0