[END] Fic Harry Potter [SS&OC] : Alone or Together ?

ตอนที่ 4 : Chapter 4 : Lulled

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

Chapter 4 : Lulled

                        แองเจลคอฟฟี่ , ลอนดอน

            อลิเซียยืนมองป้ายหน้าร้านพร้อมกับอ่านชื่อร้านมองสลับกับข้อความในจดหมายก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยจากนั้นเธอก็เก็บพับกระดาษที่แนบคู่มากับจดหมายลงไปในกระเป๋าของเธอ

            “แองเจล”อลิเซียเดินพุ่งตรงเข้าไปหาแองเจลก่อนจะสวมกอดแน่น

            “ไม่เจอกันนาน เธอดูผอมลงไปมากเลยนะ”แองเจลจับอลิเซียหมุนไปรอบ ๆ ก่อนจะจับอลิเซียนั่งและตักอาหารที่อยู่บนโต๊ะอยู่ก่อนหน้าจ่อไปที่ริมฝีปากบางของอลิเซีย

            “เอ่อ...คือ หนูแค่มีเรื่องเครียดนิดหน่อยทำให้ไม่ได้ทานอะไรเยอะน่ะค่ะ”

            “ไม่ได้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท้องต้องอิ่มก่อน เคยได้ยินบ่อยใช่ไหมล่ะที่ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องน่ะ”แองเจลวางช้อนไว้ที่จานแล้วกอดอกพลางทำแก้มพอง

            “โอ๋ ๆ ไม่เอาไม่งอนนะคะแม่ทูนหัวของหนู”อลิเซียรีบเข้าไปกอดออดอ้อนแองเจลทันที

            “กินนี่ให้หมดจานก่อนสิ”อลิเซียส่ายหน้าไปมาแต่ก็ยอมทำตาม จนในที่สุดอลิเซียก็อาหารในจานหมดไปแล้วตามด้วยกาแฟดำไปอีกหนึ่งแก้ว ก่อนจะสั่งพนักงานไปว่าขอชาเขียวมัทฉะแทนทำเอาโดนแองเจลเอ็ดไปไม่น้อย

            “ว่าแต่เด็กคนนั้นก็เป็นศาตราจารย์สอนที่นั่นด้วยอย่างนั้นหรอ”อลิเซียพยักหน้าเบา ๆ พลางจิบชาเขียวที่พนักงานเพิ่งเอามาเสิร์ฟเมื่อครู่

            “อดีตน่ะถ้าอยากจะลืมแล้วเก็บล็อคให้มันเป็นความทรงจำที่ดีก็ทำได้มันขึ้นอยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะทำหรือเปล่า”

            “แองเจลคุณอย่าพยายามเลยค่ะมันไม่ได้ผลหรอก”อลิเซียจ้องตาแองเจลนิ่ง ๆ

            “ขอให้มันจริงเถอะนะ เมื่อไหร่ที่เธอรู้ใจเธอจริง ๆ เธอจะเข้าใจเอง”

            “หัวใจหนูมันตายไปตั้งแต่วันที่เธอจากไปแล้วล่ะค่ะ อีกอย่างถ้าคุณจะพูดเรื่องพี่ชายล่ะก็หนูขอตัวนะคะ ส่วนเรื่องนั้นค่อยบอกอีกทีในจดหมายก็ได้ค่ะ”

            “ไม่เอาน่าอลิเซีย ฉันแค่พูดเล่นเองไม่ได้จริงจังอะไรซักหน่อย แต่ก็เอาเถอะฉันก็แอบหวังให้มันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาน่ะนะ”อลิเซียวางแก้วชาเขียวก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วเตรียมลุกแต่ทว่าก็มีเสียงของแองเจลขัดขึ้นมาก่อน

            “มาคัส...มาคัส อีวาน”แองเจลพูดชื่อของบุคคลหนึ่งขึ้นมาทำเอาอลิเซียที่กำลังจะลุกออกไปต้องหยุดการกระทำนั้นไว้ แล้วกลับมานั่งเพื่อฟังแองเจลต่อพร้อมกับมือทั้งสองของเธอกำลังกำหมัดแน่น

            “อย่าบอกนะคะว่าไอ้เลวนั่นเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องผู้คุมวิญญาณ”แองเจลไม่พูดอะไรเธอพยักหน้ารับนั่นคือคำตอบ อลิเซียที่เห็นแบบนั้นก็กำหมัดแน่นกว่าเดิม

            “แต่เรามีหลักฐานไม่เพียงพอ การที่ผู้คุมวิญญาณจะเข้าไปในอาณาเขตนั้นได้ทั้ง ๆ ที่อัมบัสเป็นคนร่ายอาคมไว้เองจะต้องมีหนอนและหนอนคนนั้นก็เป็นหนอนได้อย่างแนบเนียน”

            อลิเซียยกมือขึ้นมานวดคิ้วทั้งสองข้างของเธอเพราะเธอไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นหนอนเนื่องเพราะเธอคิดว่ามาคัสไม่ได้เป็นผู้วิเศษหากแต่เขาเป็นเอเย่นค้าอาวุธเถื่อนและค้ายา ไม่น่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกผู้วิเศษได้หรือว่าที่ผ่านมาเขาปิดบังตัวตนเรื่องที่ว่าเขาเป็นผู้วิเศษอย่างนั้นหรอ!?

            “เครียดไปก็เท่านั้น ฉันกับเกลเลิร์ตจะช่วยหาข้อมูลหลักฐานมาเพิ่ม”

            “อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะค่ะ เขาไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้ว”แองเจลถอนหายใจออกมา ก่อนจะก้มลงไปหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าของเธอ

            “อะนี่ ฝากให้อัมบัสด้วยนะ ส่วนนี่ของเธอ”อลิเซียรับจดหมายมาก่อนจะเห็นลายมือที่จ่าหน้าซองเธอฉีกยิ้มออกมานิด ๆ แล้วเก็บจดหมายที่ฝากถึงอัลบัสใส่กระเป๋า ส่วนจดหมายที่จ่าหน้าถึงเธอ เธอได้เผามันโดยร่ายเวทย์เงียบ ๆ โชคดีที่ในร้านไม่มีคนและคนในร้านก็ต่างเป็นคนของแองเจลก็เลยไม่เป็นปัญหาอะไรถ้าหากเธอจะใช้เวทย์มนต์

            “อลิเซีย....ฉันจะบอกเธอครั้งสุดท้ายนะ ยังไงซะพี่น้องก็ไม่มีวันทิ้งกัน โดยเฉพาะวันที่เราจนมุมหรือไม่เหลือใคร”อลิเซียไม่พูดอะไรหลังจากนั้นอีก เธอเดินออกจากร้านโดยไม่ล่ำลา แองเจลเองเธอก็เข้าใจเพราะทั้งเกลเลิร์ตและอลิเซียต่างมีปัญหากันก่อนที่เธอจะเข้ามาเสียอีก สิ่งที่เธอทำได้ก็มีแต่จะพูดเตือนสติทั้งสองก็เท่านั้นเอง

                        ริมทะเลสาบ , ฮอกวอตส์

            หลังจากที่อลิเซียเดินออกจากร้านนั้นมา อลิเซียก็ตรงกลับมาที่ฮอกวอตส์เลยทันที เพราะว่าเธอมีสอนน่ะสิ!! เธอไม่อยากจะฝากคาบของเธอให้เซเวอร์รัสเป็นคนสอนแทนบ่อย ๆ หรอกนะเพราะว่าเขาน่ะมันชอบจิกกัดคนไปทั่วโดยเฉพาะหลังจากนั้นวันที่เธอไปช่วยพวกเขา!!!       

“นี่ค่ะพี่อัลบัส แองเจลฝากมาให้”อลิเซียยื่นจดหมายไปให้ชายชราที่เพิ่งเดินมาถึงเมื่อครู่

            “ขอบใจ”อลิเซียพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินห่างจากอัลบัสไปเล็กน้อยเพื่อสูบบุหรี่

            “ฉันจำได้ว่าเธอเลิกมันไปแล้วนะ”อัลบัสพูดไปพลางเปิดจดหมายอ่านไปและยิ้มไป...อลิเซียไม่พูดอะไรปล่อยให้อัลบัสอ่านจดหมายจนจบ เธอเองก็จะได้รีบสูบรีบพูดให้มันจบ ๆ เพราะอัลบัสนี่ตัวดีเลย ตัวจอมยุแยงและยั่วยุมากกว่าใครทั้งสิ้น

            “จริง ๆ ก็เลิกไปนานแล้วค่ะ แต่ช่วงนี้เครียด ๆ เลยอดกลับมาสูบไม่ได้”

            “งั้นหรอ....แล้วแองเจลได้ข่าวอะไรมาบ้าง”

            “แองเจลบอกว่าคนที่ส่งผู้คุมวิญญาณเข้ามาคือมาคัส อีวาน ส่วนมีใครเป็นหนอนในนี้เธอเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ”

            “มาคัส?”อลิเซียหยักหน้าตอบรับคำถามนั้น อัลบัสเองก็ตกใจไม่น้อยที่เป็นมาคัสเพราะมาคัสนั้นเรียกได้ว่าเขาเป็นมักเกิ้ลเต็มตัวมาก ๆ ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเลยว่าจะมีเชื้อสายของผู้วิเศษ

            “แล้วเธอคิดว่าใครเป็นหนอน”อัลบัสจ้องลึกเข้าไปที่นัยน์ตาสีสวยของอลิเซีย อลิเซียเองก็จ้องกลับไม่แพ้กัน ก่อนอลิเซียจะฉีกยิ้มและหัวเราออกมาเบา ๆ

            “คงไม่ใช่หนึ่งในเราสองคนหรอกค่ะ ส่วนจะเป็นใครนั้นก็ต้องคอยจับตาดูต่อไป”

            “จริงสิ มิเนอร์ว่าฝากฉันมาถามว่าปีการศึกษาหน้าเธอจะยังสอนอยู่ไหม”

            “ไม่ล่ะค่ะ หนูขอปลีกออกไปสืบเรื่องนี้เงียบ ๆ ดีกว่า อ่อ....เห็นว่าแบล็คจะเข้ามาสอนแทนนิคะ”

            “ใช่ ซีเรียสจะเข้ามาสอนแทน จริง ๆ ฉันกะจะให้เธอย้ายไปสอนปรุงยานะ”

            “หยุดความคิดนั้นไปเลยค่ะ หยุดค่ะหยุด”อลิเซียยกนิ้วขี้ขึ้นมาก่อนจะส่ายมันไปมาซ้ายขวา

            “ฉันถามอีกอย่างหนึ่งสิ นี่เราสองคนก็อายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะทำไมเธอยังดูรุ่น ๆ อยู่เลยล่ะ”อลิเซียหัวเราะร่าออกมา อัลบัสมองอลิเซียที่กำลังหัวเราะอย่าง้บาคลั่งนิ่ง ๆ ก่อนจะมองบน จริง ๆ แล้วเขารู้อยู่แล้วว่าทำไมอลิเซียยังดูเหมือนสาวแรกรุ่นอยู่ อันที่จริงอลิเซียเองก็เคยเสนอให้เขาใช้เหมือนกันแต่เขาก็ปฏิเสธเพราะเขาต้องพบปะใครหลายคนจะให้เป็นหนุ่มตลอดมันก็ไม่ใช่…..

            “ยาที่แม่ทูนหัวหนูปรุงน่ะมันเยี่ยมมากเลยใช่ไหมล่ะคะ แถมดื่มไปแล้วครั้งหนึ่งก็ยังเสมือนสาวแรกรุ่นแล้วยังมีอายุการใช้งานตั้งห้าสิบปีหลังจากดื่มไปหนึ่งขวด ส่วนผลข้างเคียงก็ไม่มีมันสุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่น่าเสียดายที่พี่อัลบัสยังไม่มีโอกาสได้ลอง”

            “ของมันก็ไม่แน่”อลิเซียเบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนที่อลิเซียจะได้พูดอะไรต่อไปอัลบัสก็เดินจากปเสียแล้ว ทำเอาอลิเซียต้องหรี่ตามองก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาและเขียนลงไปเพื่อบันทึกเรื่องราวที่เธอเจอมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ เพื่อใครให้บางคนได้อ่านมันว่าเธอคนนี้ประสบพบเจอกับอะไรมาบ้าง.....

            วันเวลาผ่านไปไวราวกับหลับไปหนึ่งตื่น คดีของซีเรียสเองก็ถูกตัดสินออกมาว่าซีเรียสนั้นเป็นแพะส่วนฆาตกรตัวจริงนั้นก็ยังไม่ตายด้วยเหตุนี้เลยทำให้กระทรวงเวทย์มตน์โดนสอบสวนยกชุด ส่วนปีเตอร์ก็เข้าอัซคาบันตามระเบียบ ซีเรียสเองก็วางแพลนจะเข้าสอนที่นี่ในฐานะอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดด้วย

            “ฮืออออ พวกเราไม่อยากให้ศาตราจารย์ไปเลยครับ”

            “เราอยากให้คุณสอนต่อจริง ๆ นะคะ”ในตอนนี้ทุกคนต่างอำลากันที่ขบวนรถไฟ ณ สถานีคิงครอส อลิเซียหัวเราะแบบเอือม ๆ เธอรู้ว่าพวกเด็ก ๆ บางกลุ่มก็เสียใจจริง ๆ กับอีกกลุ่มที่แกล้งแสร้งเสียใจแต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เธออำลากับเด็ก ๆ ก่อนจะเดินออกจากสถานีเพื่อมุ่งตรงไปยังบ้านพักของเธอ

การสอนพวกเด็ก ๆ ในช่วงเทอมหลังที่ผ่านมามันก็ทำให้เธอมีโอกาสได้ศึกษาและเรียนรู้เด็ก ๆ เหล่านี้เยอะขึ้น และนั่นมันก็ทำให้เธอได้พบอะไรบางอย่างที่น่าสงสัยเป็นอย่างมากซึ่งเรื่องนี้เธอจะต้องสืบให้รู้เรื่อง เริ่มจากการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้เสียก่อน

            ฮอกวอตส์

“แฮร์รี่ดีใจจังที่เธอรอกลับพร้อมฉัน”

“ผมก็ต้องรอกลับพร้อมกับพ่อทูนหัวผมสิครับจะให้ผมกลับก่อนได้ยังไงอีกอย่างคุณอุส่ามาสมัครสอนตั้งแต่ยังไม่เปิดรับสมัครแบบนี้ผมก็ต้องอยู่เพื่อให้กำลังใจด้วยสิครับ”แฮร์รี่ฉีกยิ้มกว้างไปให้กับซีเรียส ทำเอาซีเรียสอดที่จะยิ้มตามแล้วยกมือขึ้นไปยีผมยุ่ง ๆ ของเขาไม่ได้เลย

“เฮ้!! สนิฟเวลรัส รอก่อนสิ”ซีเรียสที่กำลังเอ็นดูลูกทูนหัวของเขาอยู่เพลิน ๆ ก็ต้องหยุดการกระทำนั้นเพราะเขาพึงสังเกตเห็นคู่รักคู่แค้นของเขาเดินมาหน้าเรียบและเครียดมาก ๆ ใครเห็นก็ต้องหลบและไม่เข้าไปยุ่งแต่มันก็ไม่เป็นปัญหากับเขาหรอกนะเพราะเขาน่ะชินแล้วและดูท่าทางแบบี้แล้วเขาน่าจะเพิ่งทะเลาะกับดัมเบิลดอร์มาหมาด ๆ อย่างแน่นอน

“มีอะไรแบล็ค ฉันกำลังรีบ”ถึงแม้เซเวอร์รัสจะไม่ค่อยอยากจะหยุดคุยเสียเท่าไหร่แต่เขาก็ต้องหยุดเพราะมันคือมารยาทที่พึงกระทำยังไงล่ะ!!!!

“ฉันขอคุยกับนายเป็นการส่วนตัวได้ไหม พอดีมีเรื่องที่สำคัญมากที่จะคุยน่ะ”ซีเรียสพูดด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อยซึ่งการกระทำนั้นทำเอาเซเวอร์รัสต้องเลิกคิ้วแล้วหรี่ตามองดูว่านี่ใช่ซีเรียสตัวจริงใช่ไหมทำไมถึงดูสุภาพขึ้นกว่าตอนนั้นกันนะ

“อืม ได้สิ”เซเวอร์รัสเดินนำซีเรียสออกมาอีกทางเพื่อหาที่เงียบ ๆ คุย

“แฮร์รี่ไปรอฉันกับรีมัสทางนั้นก่อนนะ”แฮร์รี่พยักหน้ารับแต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปมองพ่อทูนหัวของเขากับเซเวอร์รัส จริงอยู่ที่ทั้งสองคนนั้นเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมาแต่ทว่าเรื่องที่ซีเรียสเคยชอบเซเวอร์รัสยังไงซะมันก็ยังเป็นความจริงอยู่ดี ทำไมเขาถึงได้กระวนกระวายใจแบบนี้กันนะ แต่จะว่าไปหัวใจของเขาที่กำลังกระวนกระวายเวลาที่เซเวอร์รัสไปอยู่กับใครสองต่อสองหรือไปคุยกับคนอื่นมันยังไม่เท่ากับความกระวนกระวายที่มันเกิดเวลาที่คนที่เขาชอบไปคุยกับศาตราจารย์อลิเซียหรอกนะ....แต่ต่อไปเขาจะไม่เห็นศาตราจารย์อลิเซียที่นี่อีกแล้ว ดีซะอีกก้างขวางคอชิ้นใหญ่อย่างอลิเซียออกไปได้ซะก็ดี ต่อไปเขาต้องเข้าหาเซเวอร์รัสให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ชิงหัวใจดวงนั้นให้มาเป็นของเขาให้ได้

“มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันมีธุระ”

“ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ”ซีเรียสยิ้มให้กับท่าทางแสนขรึมและน้ำเสียงที่แสนเย้ยหยันของเซเวอร์รัสเวลาพูดแต่ละประโยคออกมา

“ขอบคุณนะที่ในอดีตนายทำให้หัวใจของฉันอบอุ่นเสมอเวลาที่ฉันเข้าหานาย”คิ้วของเซเวอร์รัสขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อซีเรียสพูดแบบประโยคเมื่อกี้ออกมา

“กองไว้ตรงนั้นเหละ”

“เฮ้อ...ยังใจร้ายเหมือนเดิมเลยนะ แต่ชั่งเถอะยังไงก็ขอบคุณนะที่ทำให้รู้ว่าการรักข้างเดียวน่ะมันเจ็บมากแค่ไหน”

“อึก......”

“ต่อไปนี้นายสบายใจได้ฉันจะไม่กวนใจนายอีกและหลังจากนี้เราจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน อ่อ....อีกเรื่องฉันน่ะ ฉันน่ะกำลังคบกับรีมัสนะ....”

“แล้วมาบอกเรื่องนี้กับฉันทำไมไม่ทราบ”เซเวอร์รัสกอดอกจ้องมองซีเรียสที่ทำท่าทางเขินอาย

ชิ๊ ชั่งน่าสมเพชเสียนี่กระไร ไอ้ท่าทางแบบนั้นมัน....ไร้สาระสิ้นดี!’

“ฉันบอกเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายน่ะ ฉันกะไว้แล้วเชียวว่านายจะต้องพูดแบบนี้แต่ก็ชั่งเถอะฉันได้บอกเรื่องนี้กับนายแล้วก็สบายใจหน่อย ฉันหวังว่าเปิดเทอมหน้าเราจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันนะ”ซีเรียสยิ้มเหย ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะเตรียมใจกับปฏิกิริยาแบบนี้มาแล้วก็ตามแต่มันก็ทำใจลำบากจริง ๆ เมื่อเจอกับสถานการณ์จริง

ซีเรียสยื่นมือออกไปด้านหน้าของเขาเพื่อจับมือสานสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับคนตรงหน้า เขาได้แต่ภาวนาภายในใจขอให้เซเวอร์รัสยอมรับมันด้วยเถอะเพราะถ้าเขาไม่ตอบรับ อนาคตคงมองหน้ากันไม่ค่อยติดแน่นอนเลย

“อืม”เซเวอร์รัสตอบเบา ๆ ในลำคอก่อนจะยื่นมือของเขาออกไปจับมือของซีเรียสที่ยื่นออกมาตรงหน้า ด้วยการกระทำนี้ทำเอาซีเรียสฉีกยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับหนุ่มน้อยนามแฮร์รี่ที่แอบมองดูอยู่ไกล ๆ แฮร์รี่ฉีกยิ้มกว้างมากกว่าพ่อทูนหัวของเขาเสียอีก.......

หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ทำให้ซีเรียสพูดคุยกับเซเวอร์รัสอีกสักครู่แต่ทว่าการพูดคุยของพวกเขานั้นดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ทำเอาคนที่แอบฟังอยู่นั้นไม่ได้ยินเลย แล้วไอ้ท่าทางสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อทูนหัวเขานั่นมันคืออะไรกัน ปกติแล้วซีเรียสจะเป็นคนที่อารมณ์ดีมาก ๆ แต่ว่า....เรื่องอะไรกันนะที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนดูเครียดมากมายขนาดนั้น แฮร์รี่กัดริมปากบางก่อนจะตวัดเลียเลือดที่ซึมออกมาจุดที่เขากัด

“เอาเป็นว่าฉันจะบอกเรื่องนี้กับรีมัสอีกที”

“ระวังด้วยล่ะ”ซีเรียสพยักหน้ารับก่อนจะโบกมือลาทำเอาเซเวอร์รัสต้องส่ายหน้าออกมากับการกระทำของคนอายุเลขสามแต่ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่

            ณ บ้านตระกูลริกแมน ลอนดอน

“ยินดีต้อนรับกลับนะเซฟ”หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงที่แสนอบอุ่น

“ครับคุณแม่”เซเวอร์รัสรู้สึกว่าเขาสามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมาได้เมื่อเขาอยู่กับผู้มีบุญคุณกับเขานั่นคือพ่อกับแม่บุญธรรมของเขานั่นเอง จะว่าไปเขาเองก็นึกถึงคนที่ช่วยเขาออกมาจากนรกนั่นเหมือนกัน ใครกันนะที่มาเป็นรักแรกของเขา.....หวังว่าจะไม่ใช่เธอคนนั้นก็พอ

“วันนี้จะมีคนรู้จักของพ่อมาเยี่ยมพวกเรานะ อืม...จะพูดก็ได้ว่าเขาคนนั้นก็คือผู้มีบุญคุณกับลูกยังไงล่ะเซฟ”เมื่อเซเวอร์รัสได้ยินแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ พร้อมกับอาสาเข้าครัวทำอาหารเพื่อต้อนรับผู้มีพระคุณของเขาด้วย

เวลาแห่งการรอคอยที่แสนยาวนานของเขามันกำลังจะจบลง จะได้รู้ซักทีว่าเขาคนนั้นหน้าตา ท่าทางเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าเขาจะปฏิญาณกับดัมเบิลดอร์ออกไปแล้วว่าชั่วชีวิตนี้ในหัวใจของเขาจะมีเพียงลิลี่เท่านั้นแต่เขาก็ไม่ได้บอกอีกคำปฏิญาณของเขาหลังจากนั้นออกไปนี่.....

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เซเวอร์รัสยืดตัวตรงทันทีเมื่อมีเสียงเคาะประตูที่หน้าบ้าน หัวใจของเขาตอนนี้มันกำลังเต้นแรงระส่ำระส่าย เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าคนคนนั้นจะมีเจ้าของแล้ว ทำไมเขาถึงกลัวมากมายขนาดนี้กันนะ?

“ยินดีต้อนรับครับ เซฟของเราตื่นเต้นมากที่จะได้เจอคุณ”พ่อบุญธรรมของเขาพูดเสียงเจื้อยแจ้วพลางพาผู้มีพระคุณของเขาอีกคนเข้ามาในห้องรับแขก

            เพล้ง!!!!

เซเวอร์รัสที่ได้ยกชุดน้ำชาจากครัวเข้าไปให้ผู้มีพระคุณของเขาที่นั่งรอในห้องรับแขกนั้นตกลงมากระทบกับพื้นแตกกระจาย เพราะความจริงที่ปรากฏตรงหน้ามันคือความจริงที่เขาไม่อยากจะรับรู้มากที่สุด เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ยอมรับและปฏิเสธมันมาตลอดแต่ทว่า.....แต่ทว่ามันกลับ.....

“อ่า....ได้เจอกันอีกแล้วนะเซฟน้อยของฉัน”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          อุ้ยๆๆๆๆๆๆ ป๋าของเรานั้นจะยอมรับความจริงได้ไหมนร้าาาาาา มาลุ้นกันในตอนต่อไปกันนะคะ ฮี่ๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #13 Hemlockss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 01:35

    ตกใจจนทำข้าวของแตกกันเลยทีเดียว จบได้ค้างสุด ๆ ค่ะคุณไรท์แวววววว แต่ก็สู้ ๆ นะคะติดตามรอตอนต่อไปค่าาาาา

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png

    #13
    1
  2. #12 Nuttree_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 15:40
    ค้างงงค้ะไรท์ค้างงง555
    #12
    0