[END] Fic Harry Potter [SS&OC] : Alone or Together ?

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : Amazement

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

Chapter 3 :  Amazement

            ในค่ำคืนของปราสาทฮอกวอตส์ที่แสนเงียบสงบก็ถูกทำลายบรรยากาศจากการลงส้นรองเท้าที่ย่ำลงบนพื้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นคงที่ มือขวาของเธอถือกล่องสี่เหลี่ยมลวดลายสวยงามอยู่ ไม่นานมันก็ถูกสลับให้ไปอยู่ด้านซ้ายมือของเธอ

            ไอศกรีมเชอร์เบ็ตรสมะนาว”อลิเซียพูดจบไม่นานบันไดเลื่อนก็เคลื่อนที่ส่งเธอให้ไปยืนอยู่หน้าประตูห้องอาจารย์ใหญ่ แต่ก่อนที่เธอจะเคาะประตูจู่ ๆ ก็มีเสียงเหมือนคนกำลังทะเลาะกันดังลอดออกมา ทำให้เธอถือวิสาสะขอแอบฟังซักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งเพราะเธอบังเอิญมาได้ยินพอดีนี่เนอะ......

            “อาจารย์ใหญ่คุณไม่คิดหรอว่าการรับคนนอกเข้ามาสอนมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้นไหนจะรับคนที่เป็นมนุษย์หมาป่าเข้ามาอีก!”อลิเซียเลิกคิ้วน้อย ๆ เมื่อได้ยินเสียงของเจ้าของประโยค เธอไม่คิดว่าเด็กน้อยที่แสนโอนโยนในวันนั้นจะกลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่แสนจะเย็นชาและไร้หัวใจมากขนาดนี้

            อลิเซียหันหลังพิงกับกำแพงเย็นเฉียบเพื่อฟังต่อไป เธออยากรู้ว่าเซเวอร์รัสกำลังคิดอะไรหรือคิดอยากจะสื่ออะไรออกมากันแน่และที่สำคัญเธอค่อนข้างแน่ใจชัดแล้วว่าเซเวอร์รัสจำเธอไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อเธอคิดได้ดังนั้นเธอก็ยิ้มออกมาน้อย ๆ แล้วเงียบเสียงฟังต่อไป

            “เซเวอร์รัส ลูปินจะเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยซีเรียสได้”

            “แล้วยังไง นี่คุณจะรับไอ้ฆาตกรนั่นเข้ามาในนี้น่ะหรอ!

            “เซเวอร์รัส...”

            “ขอโทษครับ ผมแค่ไม่พอใจ อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นเธอเหมือน เหมือนกับเธอคนนั้นมากเกินไป”

            ดัมเบิลดอร์เลิกคิ้วนิด ๆ เพราะเขาไม่คิดว่าอลิเซียจะมีนิสัยใจคอหรือลักษณะคล้ายกับเอฟเวนส์เลยแม้แต่น้อย แต่ทำไมเซเวอร์รัสถึงบอกว่าอลิเซียเหมือนกับเธอคนนั้นได้กัน แต่ก่อนที่ชายชราจะได้เอ่ยถามเซเวอร์รัสก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
            “เธอเหมือนกับ...เหมือนกับรักแรกของผม....”ดวงตาของอลิเซียเบิกกว้างก่อนสีหน้าจะปรับเป็นเคร่งเครียดเธอไม่คิดว่าเธอจะกลายเป็นรักแรกของใครได้เพราะเธอเองก็สูญเสียรักแรกไปตั้งแต่.....อลิเซียส่ายศีรษะสลัดความคิดบ้า ๆ นั่นออกไป เธอแหงนมองเพดานอันเย็นเฉียบก่อนจะพูดขอโทษเซเวอร์รัสในใจ

            “แต่เธอรักเอฟเวนส์ไม่ใช่หรอเซเวอร์รัส”ชายชราเดินเข้าไปหาเซเวอร์รัสที่ยืนสั่นเทาเพราะเหมือนกับว่าตอนนี้ดวงใจของเขากำลังพังทะลายเพราะผู้หญิงที่คล้ายดั่งรักแรกของเขา

            “ผม ผมรักลิลี่ ถึงแม้เธอคนนั้นจะเหมือนกับรักแรกของผมก็ตาม แต่ แต่ลิลี่สำคัญกับผมมาก ผมปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าต่อจากนี้ไปในหัวใจของผมจะมีเพียงลิลี่คนเดียวเท่านั้น”

            “แต่เธอก็หวั่นไหวกับอลิเซียไม่ใช่หรอ”เซเวอร์รัสนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะยืดหลังตรง

            “จากนี้ไปคุณจะไม่เห็นผมอ่อนแออีกแล้ว หัวใจดวงนี้ของผมจะมีเพียงแต่ลิลี่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถจะแทนที่ของเธอได้!”เซเวอร์รัสพูดจบก็เดินออกจากห้องทันที ทำเอาอลิเซียที่อยู่หน้าห้องร่ายคาถาพรางตัวเกือบไม่ทัน เธอพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ เมื่อเธอมองไม่เห็นแผ่นหลังของเซเวอร์รัสแล้ว

            “ปลดคาถาได้แล้วล่ะอลิเซีย”ดัมเบิลดอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนจะผายมือเชิญให้เธอเข้าห้อง

            “เฮ้อออ หนูขอโทษนะคะที่ไปทำตัวให้เด็กคนนั้นต้องนึกถึงรักแรกที่เจอไม่กี่ชั่วโมงในอดีต ฮา ๆ”ถึงแม้อลิเซียจะเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูครึกครื้นขึ้นมาแต่มันก็ไม่ช่วยอะไร คนตรงหน้ารู้ดี รอยยิ้มนั้นเขาเข้าใจดี เพราะทั้งเขา อลิเซียหรือแม้กระทั่งเซเวอร์รัสต่างพบเจอกับรักแรกที่ไม่สมหวังมาแล้วกันทั้งนั้น

            “เธอไม่ผิดหรอกอลิเซีย หัวใจของคนเราน่ะมันเปลี่ยนกันได้เสมอ อยู่ที่เราจะยอมเปิดใจรับมันหรือเปล่า”อลิเซียยืนฟังเงียบ ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ จากนั้นเธอก็ยื่นกล่องสี่เหลี่ยมที่มีวดลายสวยงามให้กับชายชราตรงหน้า

            “นี่ยาที่พี่อัมบัสต้องการค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะพอดีจะเอายาไปให้กับคุณรีมัส”

            “ระหว่างทางถ้าเจอหนูก็อย่าลืมจับกลับมาให้ด้วยล่ะ”อลิเซียยิ้มน้อย ๆ ก่อนยกมือขึ้นแล้วทำนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ให้ติดกันจนเป็นวงกลมคล้าย ๆ กับคำว่า ‘OK’

                        ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            อลิเซียเคาะประตูห้องของรีมัสแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงตอบสนองอะไรออกมาเลยนั่นยิ่งทำให้เธอเอะใจและนึกสงสัยขึ้นมาว่าคืนนี้น่ะมันคือพระจันทร์เต็มดวงไม่ใช่หรืออย่างไรกัน!

            “รีมัส!”และเมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปก็ไม่เจอกับใครเลย เธอเห็นแต่กระดาษบางอย่างถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปเพื่อดูว่านั่นคือกระดาษอะไรกันแน่ มันไม่เหมาะที่จะเป็นม้วนกระดาษรายงานการบ้านของนักเรียนเลย และเมื่อเธอเข้าไปดูมันใกล้ ๆ เธอก็ต้องเบิกตากว้างเพราะเธอเห็นรายชื่อของคนกลุ่มหนึ่งและชายอีกคนที่เพิ่งจะบอกว่าเธอคือรักแรกของเขาและรายชื่อที่อยู่ใกล้ ๆ ก็คือชื่อของคนที่เธอกำลังตามหาพร้อมกับรายชื่อที่ซ้อนทับกับรีมัสซึ่งนั่นก็คือนักโทษที่พึ่งแหกคุกออกมาจากอัซคาบัน ซีเรียส แบล็ค นั่นเอง

            อลิเซียคว้ากระดาษแผนที่แผ่นนั้นแล้ววิ่งออกมาจากห้องทันที ก่อนจะเคลื่อนมือไปสัมผัสกับติ่งหูด้านซ้ายของเธอจากนั้นมันก็ปรากฎต่างหูที่มีลักษณะคล้ายเพชรขึ้นมาหลังจากที่เธอเคลื่อนมือผ่าน

            [คุณมิยุ อยู่แถวนี้ไหมคะ]”เธอพูดออกมาทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ หรืออยู่ใกล้เธอแต่ทว่ากลับมีเสียงตอบรับออกมาข้าง ๆ ใบหูด้านซ้ายของเธอ และภาษาที่เธอใช้มันก็แตกต่างออกไป

            [อยู่ค่ะ คุณหนูอลิเซีย]

            [ไปเจอกันที่ต้นวิลโลว์จอมหวดข้างปราสาทนะคะ]

            [รับทราบค่ะ]”อลิเซียก้มดูแผนที่ประหลาดในมือก่อนจะรีบวิ่งไปทางเดินที่มืดสนิทแถวหอพักของกริฟฟินดอร์ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครได้ยินเสียงฝีเท้าของเธออย่างแน่นอน อลิเซียใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดที่เจ้าหนูสกปรกนั่นมาแอบแล้ว เธอเอื้อมมือไปหยิบถุงเล็ก ๆ ด้านหลังของเธอแล้วกำผงบางอย่างก่อนจะสาดออกไปแถวบริเวณประตูทางเข้าหอพักของกริฟฟินดอร์

          [คุณหนูคะตอนนี้มีมนุษย์หมาป่ากำลังอาระวาดค่ะ]”อลิเซียหลี่ตาเล็กน้อยไม่ตอบเสียงที่ดังออกมาข้างใบหูด้านซ้ายของเธอเพราะในตอนนี้เธอกำลังใช้สมาธิจ้องเจ้าหนูสกปรกที่ค่อย ๆ เดินเซไปเซมาแล้วล้มตึงลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ อลิเซียยกมุมปากสูงแสดงสีหน้ารังเกลียดมันเต็มที่

            อลิเซียโบกมือด้านหน้าเธอหนึ่งครั้งไม่กี่นาทีก็มีกรงสีดำปรากฏและร่างของเจ้าหนูสกปรกนั่นก็ลอยละลิ่วเข้าไปนอนกองอยู่ในกรงต่อ

            [คุณมิยุช่วยดึงให้มนุษย์หมาป่าไว้ก่อนนะคะอย่าให้มันทำอันตรายใครได้แต่อย่าฆ่ามนุษย์หมาป่านะคะ]

            [ทราบแล้วค่ะ]”อลิเซียพูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที และเธอก็พบว่าในตอนนี้มิยุสามารถทำให้มนุษย์หมาป่านั้นไม่สามารถขยับได้โดยการฉีดยาสลบเข้าไป เธอพยักหน้ากับผลที่ได้ก่อนจะยื่นกรงสีดำที่มีเจ้าหนูสกปรกนอนอยู่ออกไปด้านหน้าเธอเล็กน้อย

            “ฉันต้องการพยายานในการขึ้นศาลวันพรุ่งนี้ยังไงหนูนี่ก็ขอไปก่อนนะ อ่อ....คุณด้วยนะคะคุณซิเรียส”เธอหันไปพูดกับเจ้าหมาสีดำที่แสนจะผอมโซน่าสงสาร เจ้าหมาสีดำพยักหน้าและเห่ารับก่อนจะกลายร่างเป็นคนปกติ

            [รบกวนคุณมิยุฉีดยานี้เข้าไปให้กับมนุษย์หมาป่าตัวนี้ด้วยนะคะ]”มิยุพยักหน้ารับและรับขวดน้ำยาไปจากอลิเซีย ทุกคนที่ได้ยินภาษาที่ไม่คุ้นเคยต่างก็ต้องยืนงงในดงภาษาต่างถิ่นก็ถ้วนหน้าแต่เฮอร์ไมโอนี่ก็อธิบายว่านี่คือภาษาญี่ปุ่น นั่นเลยทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์พยักหน้ารับและยืนงงต่อไป

อลิเซียโบกมือหนึ่งทีไปที่กรงในมือของเธอเพื่อทำให้มันหายไปในที่ที่ปลอดภัยนั่นก็คือห้องพักของครูใหญ่อย่างดัมเบิลดอร์ยังไงล่ะ เธอมองดูร่างของลูปินที่ค่อย ๆ กลับร่างมาเป็นคนปกติพร้อมกับเอ่อ....ร่างที่เปลือยเปล่า พวกเด็ก ๆ ต่างตกใจและปิดหน้าปิดตาตัวเองตอนที่เห็นโดยเฉพาะเฮอร์ไมโอนี่ที่หน้าแดงแจ๋เมื่อเธอเห็นร่างอันเปลือยเปล่าขาวเนียนของลูปิน ส่วนอลิเซียเธอจ้องมองร่างนั้นด้วยสายตาสงบนิ่งก่อนจะเสมองไปทางเซเวอร์รัส และดูเหมือนว่าเซเวอร์รัสจะเข้าใจความหมายของเธอจึงปลดเสื้อคลุมของเขาออกก่อนจะนำไปคลุมให้กับร่างของลูปิน

            [วันนี้ขอบคุณมากนะคะคุณมิยุ]”อลิเซียเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นกลับไปเป็นปกติแล้วจึงหันไปคุยกับมิยุโดยไม่สนใจสายตาที่แสนจะสงสัยของทุกคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

            [ยินดีค่ะ ฉันเองก็เพิ่งมาถึงไม่นาน นี่เธอจดหมายของมิสมาเรียค่ะ เห็นว่าช่วงนี้เหมือนกำลังจะเกิดศึกที่คล้ายกับศึกสิบสองกษัตริย์ค่ะ]”อลิเซียรับจดหมายมาและส่งจดหมายอีกสองฉบับให้มิยุ

            [รบกวนส่งให้แองเจลด้วยนะคะ ส่วนอีกหนึ่งก็ของมิสมาเรีย อ่อ ฝากบอกมิสมาเรียด้วยนะคะว่าตราบใดที่ชินโซยังปลอดภัยหรือไม่โดนทำลายฉันคงไม่ปรากฎตัวอย่างแน่นอน]”เมื่อเธอพูดจบมิยุก็โค้งตัวให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเคลื่อนตัวหายไปไวราวกับสายลม

            อลิเซียรู้ว่าสิ่งที่จะตามมาในตอนนี้คืออะไรเธอจึงหันหลังเตรียมจะเดินออกไปแต่ทว่าเธอก็ต้องหยุดการกระทำของเธอเอาไว้เพราะในตอนนี้บริเวณรอบปราสาทนั้นจู่ ๆ ก็เย็นลงขึ้นมาทันทีทำให้รับรู้ได้เลยว่าตอนนี้มีอะไรกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้พวกเขา

            “ผู้คุมวิญญาณอย่างนั้นหรอ ไม่ ไม่เอานะ ไม่ ๆ”รอนที่กำลังเสียสติเพราะเขาไม่อยากเจอผู้คุมวิญญาณอีกได้ร้องโวยวายออกมา

            อลิเซียก้มหน้าค้นหาของในกระเป๋าก่อนจะเดินเข้าไปในทางที่ผู้คุมวิญญาณจากนั้นเธอก็หยิบสร้อยเส้นหนึ่งออกมาและชูขึ้นสูงก่อนจะร่ายคาถาอะไรบางออกมา ทำเอาคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยืนมองด้วยสายตาสงสัยและตื่นกลัวกันไปในเวลาเดียวกัน

            “นะ นั่นมันอะไรกัน”รอนกล่าวออกมาด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่าตื่นเต้นสุด ๆ ?

            “วงแหวนเวทย์”ทุกคนที่ได้ยินก็หันไปมองหน้าอาจารย์ที่แสนเย็นชาของพวกเขาด้วยสีหน้าตกใจไม่น้อยเพราะมันน่าแปลกที่คนอย่างเขาจะรู้จักกับเวทย์มนต์เก่าแก่แบบนี้ เอ่อ...แบบประมาณว่ารู้เรื่องอื่น ๆ นอกจากวิชาปรุงยาอะนะ แหะ ๆ

            ปัจจุบันเวทย์มนต์ประเภทนี้ไม่เป็นที่นิยมใช้กันนัก ส่วนใหญ่จะนิยมใช้กันในหมู่ของจอมเวทย์มากกว่าพวกพ่อมดแม่มดและอีกปัจจัยคือเวทย์แบบนี้ต้องมีพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งมากถึงจะสามารถใช้กันได้ไม่เพียงแต่จะใช้พลังเวทย์ที่แข็งแกร่งแล้วเวทย์ประเภทนี้ยังใช้ยากอีกด้วยไม่ใช่ว่าจะฝึกกันได้ง่าย ๆ อย่างน้อยต้องใช้เวลาฝึกกันเป็นสิบหรือยี่สิบปีและความวิเศษของเวทย์ประเภทนี้นั่นก็คือสามารถควบคุมได้ทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ รวมไปถึงความเป็นความเป็นความตายที่ควบเกี่ยวกับสองโลกนั่นคือโลกของคนเป็นและคนตาย......

            อลิเซียยืนร่ายคาถานานเกือบห้านาทีไม่นานวงเวทย์ก็เริ่มขยายออกเป็นวงกว้าง ลมที่จู่ ๆ ที่เริ่มพัดและไม่มีทีท่าว่ามันจะเบาลงเลยมีแต่จะเพิ่มแรงโหมกระหน่ำขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่ออลิเซียพูดคำสุดท้ายจบ เธอก็ลืมตาก่อนจะยกมือซ้ายที่ไม่ได้ถือสร้อยขึ้นมาและปัดมือไปด้านหน้าของเธอซึ่งมันเป็นทิศทางของผู้คุมวิญญาณที่กำลังมุ่งตรงมาทางนี้ อลิเซียชักมือที่ชูสร้อยลงมาและเธอก็กวาดมือไปด้านข้างของเธอไม่นานก็ปรากฏอาวุธไม่สิ....ต้องเรียกว่าไม้คฑาถึงจะถูก

            อลิเซียจับไม้คฑาให้กระชับมือจากนั้นเธอก็จับไม้กระแทกลงกับพื้นหนึ่งครั้งทำให้ผู้คุมวิญญาณสลายหายไป วงเวทย์ขนานใหญ่ที่ปรากฏใต้เท้าเธอก็สลายหายไปด้วย อลิเซียขมวดคิ้วเล็กน้อยที่จู่ ๆ ผู้คุมวิญญาณก็พุ่งตรงเข้ามาทางนี้พร้อมกับแรงอาฆาตที่ปรากฏออกมาชัดเจน ส่วนใหญ่แล้วผู้คุมวิญญาณจะไม่มีแรงอาฆาตนอกเสียจาก.....จะเป็นผู้คุมวิญญาณที่อยู่ภายใต้อาณัติของผู้ที่มีพลังเวทย์สูงส่งเท่านั้น แต่ไม่ใช่ว่าตอนนี้กระทรวงเวทย์มนต์สามารถควบคุมและรวบรวมเหล่าผู้คุมวิญญาณไปได้หมดแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร ทำไมผู้คุมวิญญาณกลุ่มนี้ถึงได้ออกมาทำภารกิจที่นอกเหนือจากจับกุมตัวนักโทษหนีคดีกันนะ

            “คะ คุณเป็นใครกันแน่คะศาสตราจารย์อลิเซีย คาเทียน่า”เฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคาเทียน่ากำลังจะเดินออกไป

            อลิเซียหยุดเดินก่อนจะหันหลังกลับมาส่งยิ้มอ่อน ทำเอาคนที่เห็นนั้นต้องยืนนิ่งตัวชากันไปชั่วขณะไม่เว้นแหม่แต่เซเวอร์รัสที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในฮอกวอตส์ยังต้องยอมแพ้ให้กับรอยยิ้มที่แสนจะเย็นชานี้

            “ฉันก็เป็นพ่อมดแม่มดแบบพวกเธอยังไงล่ะ”คำตอบของอลิเซียทำเอาคนที่ถามนิ่งเงียบมากยิ่งขึ้นเพราะด้วยน้ำเสียงที่เธอใช้ตอบนั้นแสนจะหย่อนยานและเกียจคร้าน

            “ไม่ใช่.....”อลิเซียเลิกคิ้วให้กับประโยคต่อมา

            “ที่คุณบอกว่าไม่ใช่ ไม่ใช่อะไรอย่างนั้นหรอคุณพอตเตอร์”อลิเซียกดเสียงต่ำเมื่อเรียกนามสกุลของแฮร์รี่

            “คุณไม่ใช่แม่มดของโลกเรา”

            “ฮา ๆ อะไรกันคุณพอตเตอร์ ฮา ๆ นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย ก่อนที่จะมาเป็นสมัยยุคของพ่อมดแม่มดแบบนี้เนี้ยมันได้มีการวิวัฒนาการมาจากจอมเวทย์ และซึ่งพลังเวทย์ของจอมเวทย์ที่มีนั้นเรียกได้ว่าแข็งแกร่งเหลือล้นจนต้องคิดสิ่งที่เรียกว่าคฑาหรือไม้คฑาแบบที่พวกคุณเห็นเมื่อกี้เพื่อกักเก็บและควบคุมพลังเวทย์ที่มีให้ใช้ได้ง่ายขึ้นแต่ทว่าไม้คฑามันพกยากและเอ่อ......เกะกะเกินไปจึงวิวัฒมาเป็นไม้กายสิทธิ์อย่างที่เห็นยังไงล่ะ”

            “แล้วทำไมคุณถึงใช้เวทย์มนต์ที่เก่าแก่แบบนี้ได้ล่ะครับ”

            “ฉันคิดว่ามันไม่ใช่ธุระโกงการอะไรของคุณนะคุณพอตเตอร์”อลิเซียกดเสียงต่ำมากยิ่งขึ้นให้กับคำหลังที่เธอพูด เธอชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าเด็กหนุ่มใสซื่อตรงหน้าเธอคือเด็กที่เติบโตมาจากห้องใต้บันได....

            “ฉันคิดว่าเธอควรรีบไปดูแลพ่อทูนหัวและเพื่อนรักของพ่อคุณมากกว่าจะมาตั้งคำถามฉันนะ”อลิเซียพูดจบก็เดินออกไปทันที ส่วนเซเวอร์รัสเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วเขาก็เดินตามอลิเซียไปทันที ปล่อยทิ้งให้เด็กทั้งสามมองตามตาปริบ ๆ

            “เดี๋ยวก่อนคุณคาเทียน่า”เซเวอร์รัสเรียกอลิเซียไว้ก่อนที่เธอจะเดินเข้าห้องพักของเธอไป

            “มีอะไรกับฉันอย่างนั้นหรอคะคุณเซเวอร์รัส”

            “คุณมาทำอะไรที่นี่ คุณต้องการอะไรกันแน่”

            “หึ คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะมาทำร้ายหรือฆ่าใครที่นี่หรอกนะคะ เพราะฉันคนนี้ไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกนะคะ ฉันแค่แวะมาเยี่ยมและมาช่วยงานของดัมเบิลดอร์เฉพาะปีนี้เท่านั้นไม่ต้องกลัวว่าฉันจะอยู่นานนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ”อลิเซียพูดรัวเร็วโดยไม่เปิดช่องโหว่ให้เซเวอร์รัสได้พูด และเมื่อเธอพูดจบเธอก็เดินเข้าไปในห้องพักทันที

            อลิเซียที่เข้าห้องมาแล้วก็นั่งลงบนโซฟาตัวยาวจากนั้นก็ล้วงหยิบเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นมากด ก่อนจะนำไปแนบข้างใบหูของเธอ ไม่นานปลายสายที่เธอกดหาก็ยกหูโทรศัพท์

            “แองเจลคะ ได้รับจดหมายของหนูแล้วใช่ไหมคะ อย่างนั้นสินะคะ ได้ค่ะเจอกันพรุ่งนี้นะคะ”อลิเซียวางสายก่อนจะจ้องหน้าจอมือถืออยู่นานสองนาน

            [ฟูมิฉันคิดถึงเธอมากเหลือเกิน ฉันควรจะทำยังไงกับหัวใจของฉันที่มันเต้นเวลาเจอหน้าเขา มันเต้นเหมือนกับตอนที่ฉันเจอเธอครั้งแรกเลยล่ะ]”อลิเซียพูดจบประโยคเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเพดานก่อนจะผล็อยหลับไป

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          ตอนที่สามมาแล้วค่ะ มาแบบงง ๆ งงไหมไม่รู้ รู้แค่ว่าไรท์เปิดปมไว้ค่อนข้างคิดว่าน่าสนใจนะคะฮา ๆ เอาเป็นว่ามาลุ้นกันต่อไปนะคะว่าจะเป็นยังไงต่อไป~~~~~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #11 cxtttt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 16:55
    รอนะคะ สนุกกก
    #11
    0
  2. #10 Pattida43 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 15:24

    มาต่อหน่อยคะ
    #10
    0