Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 7 : Role.6 - Dispel Dangers

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

Role.6 - Dispel dangers

 

ในวันฟ้าใสอากาศถ่ายเทโล่งโปร่ง กลิ่นของน้ำทะเลถูกสายลมพัดพามาแตะจมูกเป็นระลอก เสียงของฟองคลื่นและเรือโคลงไหวเหนือมหาสมุทร ลูเซียสเกาะเบาะนั่งแน่นบนเรือรู้สึกพิลึกและไม่ปลอดภัยอย่างที่สุด เธอไม่เคยออกจากโดมจำลองเมืองเก่า ตอนนี้เธออยู่ในธรรมชาติของจริง อุณหภูมิจริง ลมและกลิ่นที่ไม่ได้เป็นการปรุงแต่งเพื่อความสบายในเยี่ยงในโดมจำลองเมืองเก่า เจ้าตัวไม่ชอบพื้นที่โคลงเคลงเมื่อต้องเหินใส่คลื่นลูกแล้วลูกเล่า มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากการนั่งเครื่องบินลิบลับ

“เมาเรือเหรอคะ? แต่ก็กินอะไรรองท้องแล้ว...เคี้ยวขิงอ่อนไหมคะลุกซ์มันช่วยได้นะ” อาซาฮียื่นแผ่นบางอย่างให้หญิงสาวที่นั่งข้างกัน กลิ่นหอมและรสชาติของมันจางกว่าที่ลูเซียสคิด เธอเคยกินขิงแก่ซึ่งเผ็ดกว่านี้มากพอได้มาลองเคี้ยวขิงอ่อนก็ชอบมันขึ้นมากินง่ายกว่าเป็นไหน ๆ

“ลูเซียสจะไหวไหมเนี่ย...” แฟร์ยิ้มเจื่อน เขาไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยเวลาได้บาดแผลจะมาเมาเรือ... เมาคลื่น เขาลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วลูบหัวอีกฝ่ายทั้งปลอบทั้งให้กำลังใจ หลายเดือนที่ผ่านมาก็พอจะรู้ว่าข้างในลูเซียสนั้นไม่ได้โตตามวัย ยังเด็กและต้องเรียนรู้อีกมาก โดยปกติเวลาขั้นต่ำสุดของการปรับสภาพได้ด้วยตัวเองคือสองชั่วโมง แต่นี่พวกเขาอยู่เตรียมตัวบนเรือกันมาประมาณสี่ชั่วโมงได้แล้ว

ตำแหน่งของพวกเขาในปัจจุบันคือนอกชายฝั่งเกาะเบอร์มิวด้าเล็กน้อย เพราะในเขตสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าไม่สามารถเสี่ยงนำเรือและเครื่องบินเข้าไปลึกมากกว่านี้ได้อีก

ซีโร่และเบรดเลย์ทำตามแผนและขึ้นเรือไปกับพวกอาชญากรและพวกเขาก็มาทอดสมอจอดเรือรออยู่กลางทะเลในเส้นทางที่พวกนั้นจะผ่าน

ดูเหมือนดีโลไลน์จะตีข่าวออกไปว่าเบรดเล่ย์และซีโร่หลบหนีออกมาจากการคุ้มครองของเอ็นเลสในช่วงที่หน่วยกำลังสับเปลี่ยนและฝึกสอนเด็กใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเปราะบาง แต่งานของพวกเขาจะเริ่มหลังจากชิงเรือทั้งลำของพวกโจรลักพาตัวมาได้ ลูเซียสจะเป็นสมาชิกทีมบุกกับแฟร์ บนเรือยังมีสมาชิกเอ็นเลสอีกหลายคนเพื่อทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ ตั้งแต่การสร้างพื้นที่ล่องหนไปจนใช้ภาพลวงตากลบแต่งให้กลางทะเลแถวนี้มีโขดหินขนาดใหญ่เพื่ออ้างเป็นจุดสังเกตในการเดินทางของเหล่ามังกร นอกจากนี้ยังมีไฮบริดที่มียีนของสัตว์ทะเลเพื่อทำหน้าที่เป็นนักประดาน้ำลงไปใต้ทะเลกับเหล่ามังกรอื่น ๆ

คนที่ล้ำเข้าไปในเขตสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าไม่เคยกลับออกมาบอกว่าข้างในเป็นอย่างไรบ้างดังนั้นการจะสร้างจุดสังเกตที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยไม่ผิดสังเกตนัก

“อืม... คงใกล้แล้วล่ะ เอาล่ะ ๆ เตรียมตัวกัน โทรไปที่หน่วยสองกับหน่วยสามด้วยว่าให้บุกพร้อมกัน... ถึงร้านเป้าหมายแล้วใช่ไหม?” ดีโลไลน์กลั้นขำกับสีหน้าพะอืดพะอมของลูกสาวบุญธรรมแล้วหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาสไลด์ตรวจงานที่ถูกส่งมาจากองค์กรให้เขาที่ออกมานอกสถานที่ ปกติแล้วเขาไม่ควรออกมานอกองค์กรแต่เพราะงานนี้ค่อนข้างใหญ่ ชายผู้เป็นหัวของเอ็นเลสและครอบครองความสามารถพิเศษที่จะสามารถช่วยให้งานใหญ่นี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น

“...การคำนวณของผมก็ดูท่าจะตามความสามารถบางประเภทไม่ทันสินะครับ” อาซาไรแตะคางตัวเองครุ่นคิด สำหรับเขาการที่ดีโลไลน์ออกมานอกองค์กรแบบนี้น่าจะตกเป็นเป้าสำหรับผู้ประสงค์ร้ายเขาก็ดูจะไม่วิตกระแวงแม้แต่น้อย

ชายมีอายุที่ร่างกายไม่แก่ตามคลี่ยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ “แหม~ ต่างคนก็ต่างมีวิธีเอาตัวรอดไม่เหมือนกัน อย่างฉันน่ะให้วางแผนล่วงหน้าแบบคุณอาซาไรไม่ไหวหรอกนะ แต่ถ้าให้มองความเป็นไปได้ล่วงหน้าน่ะทำได้สบายเลยล่ะ~” ท่านประธานเอ็นเลสประสานมือแล้วเอนหลังกับเก้าอี้นอนบนเรือ ให้เขาคิดหัวแตกก็ไม่คงสรุปแผนการต่าง ๆ ออกมาไม่ได้แยบยลหรอก ต้องมาอาซาฮีคอยช่วยอุดรูในแผนคร่าว ๆ ที่เขาฉุกคิดขึ้นมาพอแผนการละเอียดเป็นรูปเป็นร่างก็ค่อยมองหาความเป็นไปได้อื่นที่จะมาทำให้พวกเขาล้มเหลว เพื่อป้องกันความผิดพลาด ยิ่งในเวลานี้มีอาซาไรผู้เป็นพี่ชายและเชี่ยวชาญยิ่งกว่ามาช่วยเหลืองานโดยไม่คิดค่าตอบแทนเขาก็ต้องกอบโกยผลประโยชน์ที่คุ้มค่าให้มากหน่อย

“การมีพิรุธแม้แต่น้อยเบื้องหน้าสายตาของชาวดาวโคคิวรีอุนีปุสนับเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง” ดีโลไลน์ฉีกยิ้ม

ซีโร่คนนั้นแสดงพิรุธเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขาหลายครั้งหลายครา และแม้มันจะถูกปกปิดอย่างไรก็ไม่พ้นสายตาของสองพี่น้องชาวต่างดาวผู้มีความทรงจำดีราวภาพถ่าย มิวแทนท์ที่สามารถแยกร่างได้ผู้นั้นรู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันจะออกมาในทำนองนี้

หลังจากการตรวจสอบการเคลื่อนไหวย้อนหลังเขานี่แหละที่เป็นคนปล่อยข่าวมหาสมบัติของเผ่ามังกรในน่านน้ำอาถรรพ์หลังจากที่มังกรโบราณตนหนึ่งถูกลักพาตัวไป โดยปกติไม่ว่าใครก็ต่างตั้งเป้าหมายจึงเลือกวิธีการเพื่อบรรลุความปรารถนานั้น แต่ข่าวคลังสมบัติของมังกรนั้นถูกปล่อยออกมาหลังการหายตัวไปของมังกรแก่ที่ชื่อเฮิร์ก

“มีวิธีอื่นที่จะให้ความช่วยเหลือมังกรแก่ตนนั้นง่ายกว่านี้อีกมาก เขากลับเลือกหนทางนี้...ดูเป็นมนุษย์ที่ไม่ฉลาดเท่าไหร่” อาซาไรออกความเห็นเขาเหลือบมองลูเซียสที่คล้ายอาการจะดีขึ้นหลังเคี้ยวขิงอ่อนไปสักพัก

‘ประสาทสัมผัสของร่างกายดีเกินไปก็ไวต่อความขัดแย้งของปลายประสาทสัมผัส มนุษย์นี่อ่อนแอเสียจริง มากไปไม่ได้น้อยไปก็ไม่ดี’ อาซาไรประเมินศักยภาพร่างกายของมนุษย์เงียบ ๆ ในใจ เขาเห็นผู้คนหลายแบบ แต่ก็ล้วนสรุปได้ในประโยคที่เขาคิดในหัว มากไปไม่ดีน้อยไปไม่ได้

“นั่นเพราะว่าพี่ชายยังไม่เข้าใจความละเอียดอ่อนในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและธรรมชาติทางจิตวิทยาของมนุษย์ไงล่ะ!” อาซาฮีประกบมือยิ้มแย้ม ตัวเธอที่เป็นรองพี่ชายในหลายด้านในที่สุดก็มีเรื่องให้ชนะบ้างแล้ว

“ย้อนแย้งเกินจะเข้าใจ...” อาซาไรมองน้องสาวนิ่ง

ความต้องการของซีโร่น่าจะหมายถึงการทำลายคลังสมบัติของเหล่ามังกร แต่เขาทำด้วยตัวเองไม่ได้ จะจ้างวานยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะสิ่งนั้นเหล่ามังกรเลยต้องลงไปใต้สมุทรทุกสิบสองปี อันตรายใต้น้ำนั้นทำให้ในบางปีก็กลับขึ้นมาไม่ครบ จะว่าเป็นงานอดิเรกท้าทายความสามารถก็ฟังว่าลนหาเรื่องใส่ตัวจนเกินไป ครันจะย้ายมันขึ้นมาก็ดูจะเป็นไปได้ยากในภูมิประเทศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แถมยังมีอันตรายรอบด้าน

เพื่อช่วยชายผู้หนึ่งที่มีบุญคุณกลับเลือกสร้างสถานการณ์แบบนี้ขึ้นมา ในสายตาของสองพี่น้องเอเลี่ยนจะกล่าวว่าฉลาดก็ไม่สามารถเอ่ยได้เต็มเสียงนักเพราะฉลาดสำหรับพวกเขาจะต้องมีแผนการที่รัดกุมปลอดภัยและได้ผลดีกว่านี้

โชคก็แค่เข้าข้างซีโร่ที่พวกโจรนั้นโลภมากกว่าที่คาดเอาไว้ มิเช่นนั้นการลักพาตัวมังกรทั้งสิบสองสายเลือด คงไม่มีคนสติดีที่ไหนทำกัน

แฟร์กับลูเซียสได้สัญญาณเตรียมตัวออกไปยืดเส้นยืดสายที่ปลายสายตาของพวกเขามีเรือกำลังแล่นมาจากสุดสายตา งานกำลังจะเริ่มขึ้น

“ไหวไหมลู? ไม่ไหวบอกนะฉันจะได้จัดการในส่วนของเธอให้ด้วย” แฟร์บีบไหล่หญิงสาว เด็กใหม่ที่ครองตำแหน่งมือใหม่ เธอไม่เจนสนามเพราะการจับกุมนำตัวผู้ร้ายกลับมาสอบสวนนั้นยากกว่าจับตาย เอ็นเลสไม่มีสิทธิ์จับตายถ้าผู้ร้ายในคดีนั้นไม่ใช่คนที่มีหมายจับตายหรือนักโทษหลบหนีคดีอุกฉกรรจ์

“... คิดอีกทีนายเอาไปเพิ่มสักคนสองคนได้ไหม” ลูเซียสเกิดลังเลและผลักภาระไปให้แฟร์เล็กน้อย ชายหนุ่มอยู่ในเครื่องแบบและมีกระเป๋าอุปกรณ์เต็มสะโพกกับต้นขา

“ถ้าสองคนก็ไม่มีปัญหา~ ระดับนี้แล้วสบายมาก!” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตบบ่าเพื่อนร่วมทีม เขากล่าวเรียกขวัญและตะโกนเสียงดัง “งั้นก็ไปลุยกันเลย!”

 

 

“หัวหน้า! แย่แล้ว!” ลูกน้องบนเรือใหญ่วิ่งไปที่ห้องควบคุมทันทีที่เปิดประตูออกกระสุนตาข่ายก็พุ่งเข้ากลางสีข้างของชายหนุ่มอย่างแม่นยำเขาที่วิ่งมาส่งข่าวความวุ่นวายบนดาดฟ้าเรือก็กลิ้งไปตามทางเดินจากแรงระเบิดของกระสุนตาข่าย

“ไม่เหมือนที่ตกลงไว้นี่หว่า! เอาตัวประกันมาใช้สิวะเจ้าพวกโง่!” ชายที่ดูเป็นหัวหน้าสบถอย่างหัวเสียเขากระชับปืนพกในมือและกระชากมนุษย์สาวตัวประกันในห้องควบคุมเรือออกมาด้านนอก ปล่อยให้ระบบนำทางอัตโนมัติทำงาน

“เห็นตัวประกันไหมเจ้าพวกรัฐหน้าโง่! วางปืนแล้วถอยไปซะ! ไม่งั้นยัยนี่มีรูที่หัวแน่!” หัวโจกกลุ่มล่าสมบัติโบราณวางก้ามและดูหัวฟัดหัวเหวี่ยง

หญิงสาววัยกลางคนที่ถูกจับเป็นตัวประกันนั้นถูกมัดมือ ปิดตาและปากอย่างไม่อาจร้องขอความช่วยเหลือได้แต่นิ่งเงียบร่างกายของเธอสั่นราวกับไม่สามารถต้านทานต่อความกลัวของตัวเองได้แม้จะไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาก็ตาม ลูเซียสปรายตามองหญิงวัยกลางคนเบื้องหน้าก่อนเลื่อนสายตาไปที่หัวหน้ากลุ่ม

“เร็ว! ทิ้งปืน!” เขากระโชกโฮกฮากจี้ปืนไปที่ขมับของตัวประกันในมือ ลูเซียสยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า เธอน่ะถนัดการจับตายยิ่งกว่าเป็นไหน ๆ

หญิงสาวโดยปืนไปหาชายตัวใหญ่

หมายถึงแค่เธอน่ะนะ...

พลั่ก!!

“โอ๊ย! เวรเอ๊ย! แก!!” แฟร์เคลื่อนย้ายฉับพลันมาด้านบนของเจ้าหัวหน้าแก๊งแทงเข่าล็อกคอและบิดออกข้างอย่างชำนาญจนฝ่ายคนร้ายต้องทิ้งปืนและตัวประกันหันมาแงะขาของแฟร์ออกจากคอตัวเองเพื่อหายใจ

ลูเซียสเก็บปืนของตนและผู้ร้ายขึ้นมาพร้อมกับพยุงตัวประกันให้ยืนขึ้นเธอปลดผ้าปิดตาและปากของหญิงวัยกลางคนออก ลังเลที่จะแก้มัดมือทั้งสองแต่ก็ช่วยดึงพวกมันออกในที่สุด

“เท่านี้ก็ครบทุกห้องที่มีตัวประกันแล้ว” แฟร์เอ่ยอย่างอารมณ์ดีหลังพันธนาการหัวโจกสำเร็จด้วยกุญแจมือรบกวนการใช้พลังจิตเผื่อเอาไว้เพราะอีกฝ่ายไม่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มไฮบริดตามร่างกายเลย

“อืม... ยังคงเป็นชาวดาวที่น่ากลัวชะมัด” แฟร์บ่นงึมงำขณะเปิดเช็กกุญแจมือรบกวนการใช้พลังจิตในกระเป๋าที่ต้นขาขวา ตัวเลขที่อาซาฮีคาดคะเนมิวแทนท์ฝ่ายโจรลักพาตัวนั้นแม่นราวตาเห็น เขาเลิกคิดอะไรที่มันต้องเกิดขึ้นอยู่เสมอแล้วยืดหลังตรง ยิ้มอย่างเป็นมิตรขณะเดินไปหาตัวประกันผู้ยังคงตามเหตุการณ์ไม่ทัน

“พวกเราเป็นหน่วยคุ้มครองเอกชน Endless Last Secure ครับคุณผู้หญิง คุณบาดเจ็บหรือมีแผลตรงไหนบ้างไหมครับ?” แฟร์ยิ้มหวานให้กับเหยื่อที่มึนงง

“ไม่ค่ะ...ไม่เป็นอะไร” เธอตะกุกตะกักอย่างไม่มั่นใจ

“ครับถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวผมกับเพื่อนจะคุ้มครองคุณไปถึงดาดฟ้าเรือเพื่อรวมกับคนอื่น ๆ นะครับขอมือด้วยคุณผู้หญิง” แฟร์เปลี่ยนจากท่าทีขี้เล่นกวนประสาทไปเป็นบุรุษสุดสุภาพทั้งยังดูพึ่งพาได้ กี่ครั้งที่เห็นท่าทีแบบนี้ลูเซียสก็ทำใจชินไม่ลงกับวิธีการจัดการผู้ประสบภัยของแฟร์

‘ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเรา พวกเราเป็นองค์กรแบบนั้น’ คำอธิบายของดีโลไลน์ก้องขึ้นมาในความทรงจำของหญิงสาว ลูเซียสไม่สงสัยในการกระทำของแฟร์ ทว่าหากต้องเป็นเธอละก็คงทำได้แค่แบมือใส่เหมือนครั้งที่เจอซีโร่นั่นแหละ นั่นคือมากที่สุดเท่าที่เธอจะพยายามเลียนแบบแฟร์แล้ว

เธอปล่อยให้แฟร์จูงหญิงวัยกลางคนออกไปขณะที่เธอลากหนึ่งในผู้ร้ายออกมาแน่นอนว่า เขามีท่าทีขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถประทุษร้ายลูเซียสได้ หญิงสาวร่างเล็กว่องไวกว่าเขามากทั้งพละกำลังที่ควรจะแห้งไปตามรูปร่างกลับพอฟัดพอเหวี่ยงกับเขา

“ครบแล้วครับท่านรอง!” แฟร์รายงานเสียงดังฟังชัดเมื่อพวกเขาขึ้นไปถึงดาดฟ้าเรือ กลุ่มตัวประกันยืนรวมกันฝั่งหนึ่งห่างออกไปอีกฟากเรือเป็นเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ตามมาสมทบและผู้ต้องหาคดีมังกร

ลูเซียสรู้สึกว่าทุกอย่างมันง่าย หรือบางทีอาจเพราะเธอหมกตัวอยู่แต่ในเซฟรูมแทบจะตลอดเวลาที่ไม่ได้มีตารางกิจกรรมอะไร หรือเพราะบางทีเธออาจจะอยู่ในสถานที่ซึ่งรายล้อมไปด้วยบุคลากรชั้นนำของโลก...

“...” เธอจ้องมองการกระทำของแต่ละฝ่ายรวมไปทั้งแฟร์กับจาฮาราพลางคิดว่าอยากจะเป็นให้ได้เช่นพวกเขาบ้าง แม้ว่าไม่รู้จะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ก็ตาม...

“ลู! มานี่สิ ฉันจะสอนวิธีใช้กุญแจมือ” แฟร์หันมาหาเธอและโบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม

“...มาสอนในเวลาแบบนี้ก็หละหลวมไปหน่อยนะ ไปฝึกกันในห้องฝึกให้ถูกต้องหน่อย” จาฮาราถอนหายใจ

“โอ๊ะ! นั่นสินะท่านรอง งั้นลู! กินขนมปะ?” แฟร์เปลี่ยนคำชวน แน่นอนว่ามีหรือลูเซียสจะปฏิเสธสิ่งที่อร่อยขนาดนั้นลง

“พื้นที่ว่างในกระเป๋าลงภารกิจไม่ได้มีให้ใส่ขนมขบเคี้ยวนะแฟร์...” ท่านรองนวดหัวคิ้ว เอือมระอากับท่าทีสบาย ๆ ของภาคสนามเพียงคนเดียวของหน่วยเซทซีโร่

“เอาน่าท่านรอง ไว้คราวหน้าจะหาตะกร้าปิกนิกมาใส่แล้วกันนะ” แฟร์เอ่ยทีเล่นทีจริง

“ไหนขนม” ลูเซียสเข้าร่วมวงสนทนาด้วยคำถาม เธอสอดส่ายสายตาไปมาและแบมือเมื่อชายหนุ่มรุ่นพี่หยิบช็อกโกแลตแท่งส่งให้

“ดึงความสนใจเก่งมากลู!” อันที่จริงแฟร์คิดว่าลูเซียสเด็กเกินไปที่จะทำงานเปื้อนเลือด ทว่าเขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้ลงสนามกับเธอบ่อยเข้า ลูเซียสนั้นน่ากลัว... น่ากลัวที่ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นอันตรายขนาดไหน ดังนั้นหน้าที่ในการสร้างสามัญสำนึกให้กับเธอเขาจึงพยายามเอ่ยชมเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าที่ได้ดีอย่างเจาะจง เพื่อไม่ให้เติบโตไปในทางที่ผิด จะเรียกว่าเอาขนมมาล่อให้กลายเป็นเงื่อนไขหรือภาพจำก็ไม่ผิดนัก แม้จะแย่ไปหน่อยเพราะถ้าทำแบบนี้ทุกครั้งที่ทำถูกต้องลูเซียสก็จะได้รับขนมแต่ว่ามันเป็นหนทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดที่ลูเซียสจะเข้าใจได้ในเวลานี้

“อืม... แฟร์ก็เก่งโผล่มาก็ยังไม่มีสีอะไรเลย ไม่เหมือนพวกนักฆ่า” หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาบ้าง

“หมายความว่าเก็บจิตได้เนียนมากงั้นสินะ” จาฮาราขมวดคิ้วเหล่มองชายหนุ่มที่ยิ้มขี้เล่นข้างตัว

“ช่าย~ ผมน่ะถนัดแต่เรื่องแบบนี้นี่ช่วยไม่ได้ นอกเหนือจากนี้ก็เก่งแค่งัดระบบแล้ว~” ลูเซียสสงสัยคำว่างัดระบบของแฟร์ แต่เธอเลือกที่จะเงียบเอาไว้ก่อนเพราะมีคนนอกอยู่มาก

เสียงคลื่นบนดาดฟ้ายังคงกระทบกันไปมา เพลงของท้องทะเลนั้นทำให้ลูเซียสรู้สึกปวดหู ในโดมนั้นพื้นแข็งแรงมั่นคง ถ้าไม่ใช่เหล็กพิเศษก็เป็นหินปูลาดยาว ไม่เหมือนทราย ไม่โคลงเคลง

ท่ามกลางเสียงน้ำที่ถูกสายลมพัดให้เคลื่อนไปเหล่านั้นมีเสียงหนึ่งต่างออกมา ลูเซียสมองทุกคนอย่างสงสัยว่าไม่มีใครนึกฉงนเช่นเธอบ้างหรือ? หรือเพราะมันปกติในธรรมชาติภายนอกเขตอาศัยกันแน่นะ?

ลูเซียสเดินไปหาสองพี่น้องเอเลี่ยนที่น่าจะมีประสาทรับรู้ไวที่สุด แต่อีกฝ่ายก็แค่หันมามองอย่างเอ็นดู ท่าทางคุณพี่สาวคนโตประจำหน่วยก็ไม่ได้รับรู้ถึงมันเช่นกัน อาซาไรนั้นเพียงแค่คล้ายจะยิ้มแล้วไม่ได้ว่าหรือถามอะไรกลับมา

‘ตกลงว่ามันคืออะไรกันนะ?’ ลูเซียสขมวดคิ้ว หันซ้ายมองขวา เดินไปทั่วดาดฟ้าเรือชั่งใจว่าจะไปสำรวจในลำเรือเพิ่มเติมขณะที่ทุกคนทำงานดีหรือไม่ ก็เงยหน้าด้วยความจนใจทว่ามันก็คงนับเป็นโชคอย่างหนึ่ง

“แฟร์ข้างบน!” ลูเซียสวิ่งกลับไปหาอาซาไรทันทีเพราะเธอยังคงทำหน้าที่คุ้มกันเขาอยู่

“ท่านรอง!” แฟร์เงยหน้าขึ้นไปแล้วโดดใส่จาฮาราเพื่อผลักให้เขาออกจากระยะหวังผลตรงนั้น

ผู้บุกรุกระลอกสองเป็นหน่วยโจมตีที่โรยตัวลงมาจากยานบินไม่ทราบสังกัด

ปังๆๆๆ!!

ดีโลไลน์ยืนยิ้มแป้นในบาเรียของหน่วยสนับสนุนพร้อมกับพวกตัวประกันที่ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดพลางเอ่ยปลอบอย่างใจเย็น เขาไม่มีท่าทีตกใจสักนิดออกจะดูตื่นเต้นด้วยซ้ำ

การกราดยิงทำให้ลูเซียส แฟร์ และทีมสนับสนุนบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อตั้งสติกันได้พวกเขาก็ทำการอพยพตัวประกันไปยังที่ปลอดภัย

ระเบิดมือขนาดเล็กถูกทิ้งลงมา แม้จะในสถานการณ์เสียเปรียบแต่สิ่งที่พวกผู้ร้ายคาดไม่ถึงคือตัวหมากลับที่เอ็นเลสยังคงฝึกปรือฝีมือเธออยู่ทุกวัน

ลูเซียสชูมือขึ้นคล้ายกะระยะของพวกเขาก่อนจะเหวี่ยงมือเพื่อกำหนดทิศทางในสายตาให้ชัดเจนขึ้นกว่าเก่า เธอสร้างพื้นที่แรงดึงดูดสูงขึ้นมานอกระนาบพื้นผิวดาวดูดให้พวกที่ร่อนลงมาด้วยอุปกรณ์พิเศษนั้นกระเด็นหวือไปในทางเดียวกัน ส่วนระเบิดที่ปลดสลักแล้วถูกแรงดึงดูดชักจูงให้พุ่งไปอีกทางไกลจากลำเรือของพวกเขา เมื่อมันกระทบกับผิวน้ำและจมลงไปได้เล็กน้อยมวลน้ำมหาศาลก็ดันขึ้นจากท้องทะเล ละอองฝอยหยดเย็นเหล่านั้นอุ่นขึ้นจากที่เคยเป็นเพราะระเบิด

ดวงตาของเธอเรืองแสงขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้พลังจิตขนาดใหญ่ การกำหนดพื้นที่โดยไม่มีจุดอ้างอิงที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างกลางอากาศเฉียงขึ้นเยื้องออกไปนอกลำเรือสองที่พร้อมกันนั้นกินแรงกว่าเคย เหล่าผู้บุกรุกกลุ่มนั้นตกทะเลไปโดยปริยาย

หญิงสาวผู้ไม่ประสาว่าควรออมมือในระดับไหนนั้นเดินไปที่กราบเรือและจ้องมองพวกเขา ทันทีที่แสดงท่าทางหมายเอาชีวิตเธอก็เพิ่มแรงดึงดูดให้พวกเขาจมลงไปใต้น้ำราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชาก ซึ่งก็นับว่าเลือดเย็นมากในสายคนของคนปกติ

แต่นี่คือการตัดสินใจของลูเซียสว่าในสถานการณ์ที่เมื่อพ้นน้ำก็จะยิงขึ้นมาเธอจึงเลือกจะดึงพวกเขาให้สำลักน้ำอย่างไม่ลังเล

“ลู! ดึงพวกเขาขึ้นมา! ถ้ามากกว่านี้จะตายเอา!” แฟร์รีบวิ่งมาคว้าไหล่หญิงสาว ลูเซียสขมวดคิ้วแต่ก็ทำตามโดยไม่อิดออด

พวกเขาอ้าปากกว้างหอบหายใจตัวโยนหลังลอยตัวอย่างปกติบนน้ำได้ จากนั้นหน่วยสนับสนุนจึงลากพวกเขาขึ้นจากน้ำและจับกุม

“ปกติแล้วไม่ใช่ว่าจะถูกฝึกให้ทนต่อการถูกกดน้ำหรอกเหรอ?” ลูเซียสเอียงคอ เธอไม่ได้อ้างอิงความสามารถเหล่านี้จากภาพยนตร์หรือคำเล่าปากต่อปาก แต่เธอเทียบกับตัวเอง... ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในการฝึกที่ยังคงจำฝังหัวมาจนถึงตอนนี้คือการสำลักน้ำนั้นเป็นเรื่องปกติ เมื่อฝึกจนชินและรู้ว่ายังไงก็จะไม่ตายเพราะมันก็เลิกกลัว สุดท้ายมันไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ล้วงความลับจากเธอได้อีกต่อไป

“ลู...นั่นไม่ปกติ” แฟร์หน้าเครียดและจับต้นแขนของหญิงสาว “นั่นปกติสำหรับลูเหรอ?” แฟร์ชักไม่แน่ใจว่าลูเซียสกำลังเปรียบความปกตินั่นกับใคร เพราะเขาเองก็มั่นใจว่าไม่เคยให้เธอดูหนังหรือละครที่ใช้ความรุนแรงแบบนี้

“อืม... เพราะถ้าเจอบ่อยจนชินก็จะไม่คายความลับออกมาเพราะมันยังไงล่ะ” ลูเซียสตอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำสีหน้าไม่ดี แต่สีสันเอกลักษณ์ที่เธอเห็นอยู่คนเดียวทำให้เข้าใจได้ว่าคนตรงหน้ากำลังกลัวและเป็นห่วง

“ลู...ไม่ได้เขียนเรื่องนี้ลงรายงานสมัยอยู่กับคนเถื่อน?” แฟร์ทวนถามอีกครั้ง เขาคิดว่าลูเซียสจะเขียนทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่จำความได้ลงไปในรายงาน

“ก็เขาให้ส่งรายงานแค่เรื่องผิดปกติจากการทดลองนี่นา? ไม่ได้ให้เขียนชีวิตประจำวันสักหน่อย” คำตอบนี้สร้างความเข้าใจระหว่างพวกเขาและผู้ปกครองของลูเซียสขึ้นมา แค่สอนให้อยู่กับคนอื่นและรับรู้ถึงความปกติทั่วไปในขีวิตประจำวันคงไม่พอสำหรับลูเซียส

ดีโลไลน์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ ดูท่าว่าคงต้องรายงานเพิ่มเติมไปยังรัฐบาลกับโรงพยาบาลบำบัดกลางที่มีอีกสองตัวทดลองพักรักษาตัวอยู่

ในบรรดาอาวุธมีชีวิตทั้งสามคนที่ค่าพลังแฝงเยอะนั้นมีเพียงลูเซียสที่ตอบสนองต่อการรักษาที่สุด... เพราะอีกสองยังคงคล้ายหุ่นเชิดมากกว่ามนุษย์...

แฟร์กัดปากตัวเอง กล่าวโทษที่พลั้งถามโดยไม่คิดให้ดีเสียก่อน และโทษตัวเองที่ใส่ใจอีกฝ่ายไม่มากพอ พวกเขาไม่คิดว่ากระทั่งตารางชีวิตประจำวันของเหล่าตัวทดลองจะผิดเพี้ยนจากความเป็นคนไปได้ไกลขนาดนี้

“ไม่เจ็บเหรอ?” ลูเซียสถามกลับเมื่อเห็นอีกฝ่ายเลือดออก

“เทียบกับที่ลูเจอคงไม่เท่าไหร่” เขาเค้นยิ้มลูบยีเส้นผมสีซีดของลูเซียส เธอสงสัยว่าทำไมทุกคนถึงเป็นห่วงเธอนัก เพราะว่าตอนนี้เธออยู่ที่นี่ ไม่มีเรื่องที่ไม่ชอบในทุกวันอีกแล้ว

จาฮาราสั่งให้ลูเซียสไปนั่งพักรอกับท่านทูตที่เก้าอี้ใกล้หัวเรือ แม้เธอจะขัดใจเพราะยังอยู่ในภารกิจแต่ก็สาวเท้าไปนั่งลงที่ข้างท่านทูตตามที่ถูกสั่ง

“ไหนสัญญากับป๊าว่าจะคิดเองก่อนฟังคำสั่งไงคะ หืม?” ดีโลไลน์ปลีกตัวมาคุยด้วยทำเหมือนอาซาไรเป็นธาตุอากาศ

“ลุงไม่ได้คิดไม่ดีก็เลยทำตาม” ลูเซียสตอบไปตามที่คิด ในเมื่อมองไม่เห็นประสงค์ร้ายจากเหล่าคนรอบตัวจึงเลิกขัดขืนและทำตามเพื่อให้พวกเขาสบายใจ

“หวังดีแต่หนูเลือกได้นะคะลูเซียส จะเถียงจาฮาราก็ไม่ว่าหรอกนะ” ดีโลไลน์วางมือบนศีรษะโยกหัวลูกสาวบุญธรรมอย่างเอ็นดู

“...” เธอนิ่งไปคล้ายคิดบางอย่างสายตากลอกไปมาก่อนจะจ้องท่านประธานที่ชอบให้เรียกว่าคุณพ่อไม่ก็ป๊ะป๋า

“ทำไมถึงต้องเศร้าด้วยล่ะ ลูอยู่ตรงนี้ไม่ได้อยู่ในอดีตที่เคยไม่ชอบสักหน่อย” คำถามเกิดคาดอีกเรื่องถูกเปล่งออกมาจากปากของหญิงสาวที่ราวกับเด็กน้อย

เธอไม่มีความลังเลในการทรมานผู้ร้ายแม้แต่น้อย กระนั้นกลับไม่เข้าใจเรื่องง่าย ๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจ

“อู้หู ลูกสาวป๊ะป๋าเก่งแฮะที่อยู่แต่กับปัจจุบัน...อืมนั่นสินะคุณพ่อคนนี้จะอธิบายยังไงดีนะ?” ดีโลไลน์ครุ่นคิดว่าจะไขความข้องใจอย่างไรให้เธอเข้าใจโดยง่าย

“มนุษย์ส่วนใหญ่อาลัยอาวรณ์ต่ออดีต ทุกครั้งที่คิดถึงเวลาที่เคยประสบหรือผ่านมานั้นเลวร้ายย่ำแย่ก็จะเศร้าหมอง ในขณะที่หากเป็นความทรงจำแสนสุขก็จะปิติขึ้นมากับเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว และส่วนใหญ่มนุษย์ที่มีความผูกพันกันนั้นก็มักจะอาลัยอาวรณ์อดีตของคนรอบข้างตนเองด้วย” อาซาไรอธิบายขึ้นตามความเข้าใจของเขา

“ละเอียดครบถ้วน ตามที่ท่านทูตว่าเลยลูก” ดีโลไลน์ฉีกยิ้มแล้วรอดูปฏิกิริยาตอบสนองของลูเซียส เธอเพียงกลอกตาไปมาคล้ายกำลังทำความเข้าใจ 

“ถ้าอย่างนั้นไม่เล่าก็น่าจะดีกว่า...ใช่ไหม?...คะ?” ลูเซียสจ้องผู้ปกครองของตน

“สำหรับแฟร์แล้วไม่เล่าคงจะดีกว่า แต่สำหรับป๊ะป๋ากับลุงจาฮาราอยากจะรู้ทุกเรื่องที่ลูเซียสอยากเล่าหรือสงสัยเลยละค่ะ” ดีโลไลน์ยกยิ้ม อันที่จริงอยู่คนเดียวเบื่อ ๆ มาเลี้ยงลูกสาวแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน หากว่ารักแรกรักเดียวของเขายังมีชีวิตอยู่พนันได้เลยว่าต้องหลงยัยหนูนี่มากเหมือนเขาแน่ ๆ อยากเห็นว่าจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นได้อีกเพียงไร กับตัวตนที่เพี้ยนไปจากปกติชนแต่ก็ยังคงก้าวไปในเส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างเข้มแข็ง

โดยเฉพาะมุมมองของลูเซียสที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน ไม่คิดย้อนกลับไปมองที่แล้วมาเพียงใช้มันเป็นฐานเพื่อพัฒนาตนเองเท่านั้น

“คือว่านะคุณพ่อ คนที่ลูกับแฟร์พามาจากห้องควบคุมเรือโกหกล่ะ ไม่มีทั้งความกลัวและความดีใจตอนช่วยเหลือเธอออกจะหงุดหงิดที่พวกเราโผล่ไปด้วยซ้ำ...” ลูเซียสยกมือป้องปากกระซิบความลับในวันนี้

“เรื่องนั้นน่ะคุณพ่อคนนี้กับท่านทูตคาดการณ์เอาไว้แล้วล่ะ~ เพราะว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นน่ะ~...” ดีโลไลน์ยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วกระซิบลูกสาวบุญธรรมตอบ ลูเซียสขมวดคิ้วเป็นปมกับสิ่งที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ เรื่องนี้ทั้งยุ่งยากและเต็มไปด้วยความนึกคิดของมนุษย์มากกว่าที่เดาเอาไว้

“ไม่เห็นเข้าใจ...” ลูเซียสไม่สามารถทำใจยอมรับเหตุผลเหล่านั้นได้

“งั้นค่อย ๆ เรียนรู้ความซับซ้อนของมนุษย์ไปพร้อมกับท่านทูตแล้วกันนะลูก” ดีโลไลน์ตบหัวลูกบุญธรรมเบา ๆ อย่างเอ็นดู เขาเองที่เป็นสายเลือดโบราณบางครั้งเองก็ไม่เข้าใจมนุษย์เช่นกัน ในสังคมที่มีพวกเขาเป็นประชากรส่วนมากคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องศึกษาเพื่อเตรียมรับมือในสถานการณ์ต่าง ๆ

 

 

--------------------------

เป็นช่วงที่ตอนสำรองหมดพอดี มีความไฟลนตูดหน่อย ๆ เพราะเปลี่ยนไปวาดรูปเล่นมาค่ะ 5555555 เป็นโปรเจ็คต์วาดเล่นกับเพื่อนเอาตัวละครในมูไปเนียนในเกมArknights U u U ตู้เนียนเข้าเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา มีใครร้องอ๊ากกกเพราะน้องอัคออกตัดหน้าเนียนกันบ้างคะ… ,_,

เป็นทั้งสายเขียนสายวาด อยากให้หนึ่งอาทิตย์มีมากกว่า 7 วันจัง เรื่องที่อยากทำเต็มไปหมด ฮืออออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #33 zutto (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 12:05
    อ่านแล้วใช้พลังความคิดเยอะมาก แล้วคนแต่งจะขนาดไหน
    #33
    0
  2. #8 faza205317 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 17:22
    ลูต้องเรียนเกี่ยวกับมนุษย์อีกเยอะจริงๆ เป็นแบบเรียนที่ไม่มีวันจบด้วยพวกเรามันซับซ้อน
    #8
    1
    • #8-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 7)
      30 กรกฎาคม 2563 / 18:55
      ลูที่ทำหน้าประมาณว่าไม่เรียนแล้วได้ไหมทำตามคำสั่งอย่างเดียวสบายดีจะตาย
      คนเขียน-ไม่ได้ค่ะลูกสาว 555555555555555
      #8-1