Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 6 : Role.5 - Piece Of Route

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    23 ก.ค. 63

Role.5  –  Piece Of Route

 

ลูเซียสถูกสั่งให้ทำงานคุ้มครองท่านทูตผู้เป็นพี่ชายของอาซาฮีในขณะที่คนอื่น ๆ ของหน่วยเซทซีโร่ และเซทวันลงแรงคลำหาอาชญากรคดีมังกรที่ยังคงหลบซ่อน เมื่อได้ข้อมูลจากทั้งซีโร่และเบรดเล่ย์ก็ทำให้พวกเขารู้ถึงขั้นตอนถัดไป ทั้งยังคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าพวกผู้เกี่ยวข้องเหล่านั้นจะไปที่ไหนเพื่อหาสิ่งใดบ้าง

หญิงสาวนั่งนิ่งเป็นรูปปั้น ไม่ใช่เพราะเกร็งหรือเขินเนื่องจากมีคนแปลกหน้าอยู่ด้วย แต่เพราะไม่มีอะไรให้ทำและไม่มความจำเป็นอะไรให้ขยับ หลายครั้งเธอจึงนั่งนิ่งประหยัดพลังงานตัวเองพลางหลับตาลงคล้ายนั่งหลับ

ฝ่ายท่านทูตที่มีคนคุ้มครองก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรนัก สำหรับเขาจะเป็นใครก็ได้ และจะชอบเป็นพิเศษถ้าเป็นพวกไม่ทำตามคำสั่งเขาในทันทีทันใดโดยไม่ไตร่ตรองก่อน การที่ได้ลูเซียสมาทำงานคุ้มครองปกป้องตนเองสำหรับเขาจึงเป็นเรื่องที่ดีและชวนฆ่าเวลาได้อย่างเหนือความคาดหมาย ข้อเสียก็คงเรื่องบรรทัดฐานและความคิดของพวกเขาค่อนข้างเหนือมนุษย์ไม่ก็ต่ำกว่าไปเลยในด้านการแสดงอารมณ์ ลูเซียสนับเป็นตัวอย่างชั้นเลวสำหรับเก็บข้อมูลเรื่องราวอันละเอียดอ่อนเหล่านั้น

“ลูเซียส... จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะใช้เวลาว่างนี้ศึกษาเครื่องดนตรี” ท่านทูตถามขึ้น พวกเขาอยู่ในเซฟรูมกันแค่สองคน อย่างไรเสียหากกล่าวตามนิตินัยห้องห้องนี้ก็เป็นสิทธิ์ครอบครองของอีกฝ่ายไม่ใช่เขาแขกพิเศษ

หญิงสาวส่ายหัวแล้วเผยมือให้ท่านทูตเชิญศึกษาเครื่องดนตรีตามใจชอบ สิ่งที่เขากำลังหัดเล่นนั้นคือขลุ่ยไม้ เครื่องดนตรีที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติของแท้ในสมัยนี้เป็นขั้นกว่าของสินค้าสิ้นเปลืองเพราะวัสดุทดแทนไม่ว่าจะเหล็กหรือพลาสติกกระทั่งคาร์บอนไฟเบอร์ กระทั่งแร่ต่างดาวราคาถูกแต่แข็งแรงก็สร้างหาได้ง่ายทั้งยังคงทนกว่าไม้

เสียงเพลงบรรเลงช้า ๆ เริ่มต้นอย่างกระท่อนกระแท่น ทว่าไม่นานเขาก็เริ่มเล่นเป็นเพลง สำหรับชาวดาวเขาการฝึกอะไรสักอย่างไม่ใช่เรื่องยาก หากใช้สมองและประสาทร่างกายที่สอดคล้องทำงานสัมพันธ์กัน การเรียนรู้และจดจำการเล่นดนตรีนั้นเรียกได้ว่าบางทีคงจะง่ายยิ่งกว่าคำนวณพีชคณิตระดับวิทยาลัยสักโจทย์

ท่านทูตได้บอกกับลูเซียสว่าคิดอะไรให้พูดอย่างนั้น เขาชอบที่เธอตรงไปตรงมา ท่าทางของมนุษย์นั้นวิเคราะห์ง่ายยามที่พวกเขาเหล่านั้นโป้ปด เมื่อได้มาเจอมนุษย์โตเต็มวัยที่ทั้งท่าทางและความคิดเป็นเส้นตรงเช่นเด็กอย่างลูเซียสจึงทำให้ท่านทูตสบายใจที่จะอยู่ใกล้ด้วย เพราะปกติเขาก็ทำงานกับคนหน้าอย่างใจอย่างมาเสมอ การต้องคอยพะว้าพะวังระวังว่าใครจะโกหก ซุกซ่อน หรือลอบกัดเขา กลายเป็นเรื่องที่ต้องคอยหมั่นตรวจสอบและไตร่ตรองให้แน่ใจเสมอว่าคำพูด คำตอบ การตกลงของเขาจะมีผลให้เขาเหล่านั้นนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดภายหลังรึเปล่า

“ลูเซียส ผมอยากได้ความเห็น” เอเลี่ยนหนุ่มเงยหน้าขึ้นจ้องไปที่หญิงสาวโซฟาฝั่งตรงข้าม เธอลืมตาขึ้นมาจ้องเขานิ่งตรง ท่านทูตจึงเริ่มเล่นดนตรีอีกครั้งในท่อนสั้น ๆ พอให้ทราบถึงความสามารถ

“...ห่วย” ลูเซียสออกความเห็นไปตามตรง

“...” ท่านทูตทำตาโตมองคู่สนทนานึกประหลาดใจในคำตอบที่เหนือความคาดหมายไปไกลลิบ เขามั่นใจว่าเล่นได้อย่างถูกต้องตามโน้ตเพลง ทั้งคีย์และความยาวของช่วงเสียงล้วนถูกเป่าออกมาอย่างสมบูรณ์แบบตามการวิเคราะห์ ทว่ามันกลับถูกมนุษย์สาวตรงหน้ายืนยันส่าห่วยด้วยสีหน้าจริงจัง

“อาซาไรเล่นห่วย” เมื่อท่านทูตนิ่งไปเธอจึงย้ำคำตอบของตัวเองอีกครั้ง

“...” อาซาไรหันหนีหญิงสาวพลางลูบคางตนเองนิ่งคิดบางอย่างโดยไม่ได้ถือถึงชื่อที่อีกฝ่ายใช้เรียกขาน แน่นอนว่าต่อให้มนุษย์จะพยายามอย่างไรการออกเสียงชื่อของพวกเขาโดยภาษาบ้านเกิดของชาวดาวโคคิวรีอุนีปุสนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพราะสรีระของกล่องเสียงนั้นต่างกันเกินจะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นมา

“ผมเล่นห่วย?” อาซาไรทวนถาม

“อาซาไรเล่นห่วย” เธอพยักหน้ายืนยันว่าเธอตอบไปเช่นนั้นจริง ๆ และเขาไม่ได้หูฝาด

“ตรงไหน?” เขามั่นใจมากว่าไม่มีตรงไหนผิดพลาด ว่ากันตามจริงการที่เขาสามารถเล่นได้ขนาดนี้ต่อให้เอาไปเล่นให้คนอื่นฟังคงไม่มีใครคิดหรอกว่าเขาเพิ่งจะเริ่มหัดเล่นวันนี้วันแรก

“ตรงที่ไม่สนุก...” ลูเซียสเอียงคอเล็กน้อย หนุ่มต่างดาวหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“เพราะเพลงที่ผมเลือกเป็นเพลงช้างั้นหรือ? ไม่ใช่สินะ?” อาซาไรยกยิ้มมุมปากแม้จะดูไม่ต่างจากสีหน้าปกติเท่าไหร่เพราะกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ค่อยอำนวยนัก เขานึกขันขึ้นมาเพราะตนเองก็ลืมไปว่าอีกฝ่ายเองก็ไม่ประสาในด้านสามัญสำนึกและอารมณ์อันละเอียดอ่อนเช่นเดียวกับตัวเอง

เป็นครั้งแรกที่ราวกับมีกลิ่นร้อนฉุนขึ้นในโพรงจมูก เขาไม่สบอารมณ์กับคำกล่าวของคู่สนทนาขึ้นมาทั้งที่มันไม่ใช่คำโกหก จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าปกติของทั้งเขาและลูเซียสนั้นต่างกันมาก และนอกเหนือจากนี้ปกติของพวกเขาก็อาจนับว่าประหลาดสำหรับมนุษย์ทั่วไปของดาวดวงนี้

“อาซาไรไม่สนุก...ไม่มีสีชมพูอยู่เลย” เธออธิบายและคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเข้าใจ ซึ่งเขาก็เข้าใจจริง ๆ เขาไม่ได้เล่นเพราะสนุกหรืออยากสนุก แค่อยากรู้เท่านั้น

“...งั้นตอนที่ผมกำลังเล่นดนตรีเป็นสีอะไรงั้นเหรอ?” เขาถามกลับ

ลูเซียสมุ่นคิ้วขึ้นมา “ไม่มี” แน่นอนว่ามันย่อมเป็นคำตอบที่ยังคงสร้างความประหลาดใจให้อาซาไรเช่นเคย แต่เมื่อได้ลองพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็คงเป็นจริงดังกล่าว เขาไม่ได้คิดอะไรเลยตอนเล่น แค่อ่านแล้วขยับนิ้วตามโน้ตเพลงแค่เป่าลมเข้าไปในช่องของเครื่องดนตรี

“นั่นสินะ... ถ้าอย่างนั้นต่อไปเวลาที่ผมมีสีขึ้นมาช่วยบอกให้ทราบด้วยนะลูเซียส” เขาเองก็อยากรู้ขึ้นมาเสียแล้วล่ะว่าอารมณ์ของเขาแต่ละแบบนั้นจะแสดงออกเป็นสีอะไรในการตีความของลูเซียส สีชมพูสำหรับคนทั่วไปคงเป็นความรักหรือเอ็นดู แต่นิยามของมันสำหรับลูเซียสคือสนุกเสียอย่างนั้น ไม่แน่ว่าบางทีเธออาจแค่ตีความคลาดไปหรือไม่ นักดนตรีที่เล่นดนตรีแล้วสนุกจะมีสีชมพู บางทีมันอาจเป็นความสนุกอันเกิดจากการทำในสิ่งที่รักหรือเปล่า? ทว่าอาซาไรก็ไม่ได้แย้งอะไรออกไปเพียงแค่บันทึกเอาไว้ในแท็บเล็ตของตนเพื่อลิสไว้ให้ตรวจสอบเมื่อลูเซียสต้องลงห้องฝึกครั้งถัดไป

“ตอนนี้เป็นเขียวยอดใบไม้” จู่ ๆ ลูเซียสก็ทักขึ้น

“... เธอใช้พลังจิตของวันนี้ไปกี่ครั้งแล้วน่ะ?” เอเลี่ยนหนุ่มเข้าใจว่าการรับรู้ประสาทร่วมของลูเซียสนั้นเกิดเป็นปกติแต่บางครั้งก็เป็นการใช้เอมพาธีโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งระหว่างที่เธอถูกจำกัดบริเวณให้อยู่คุ้มครองเขา เขาก็ช่วยงานน้องสาวโดยการเก็บข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์อาการของลูเซียสไปด้วยในตัว

“...สักหก...หรือเจ็ด?” ลูเซียสขมวดคิ้ว เธอพยายามจะกดไม่ให้เอมพาธีแสดงผลออกมาเวลาเธอจ้องมองไปที่ใครต่อใคร

ปัญหาของลูเซียสคือพลังจิตของเธอมักแสดงออกมาตามสัญชาตญาณ ซึ่งทำให้โควตาการใช้งานแต่ละวันนั้นถูกใช้ออกไปอย่างไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอควบคุมการแสดงออกของพลังจิตไม่ได้เมื่อจดจ้องไปที่ใครอย่างสนใจ...

การมีประสาทสัมผัสไวเกินไปก็ยิ่งกระตุ้นในสัญชาตญาณนั้นทำงานตอบสนองโดยทันทีเพื่อใช้เอาชีวิตรอด เธอโตมาเช่นนั้น...ในห้องทดลอง ดังนั้นการฝึกของลูเซียสจึงวนเวียนอยู่กับการหน่วงสัญชาตญาณตนเองเพื่อรั้งไม่ให้พลังจิตสำแดงออกมาเองโดยไม่ได้ควบคุม รวมไปถึงการทำสมาธิเพื่อกำหนดการระลึกรู้ตัวอยู่เสมอให้เท่าทันสัญชาตญาณซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันรวดเร็ว ยิ่งความคิดของลูเซียสตามสัญชาตญาณได้ไวและเท่าทันเท่าไหร่ การใช้พลังจิตโดยไม่ได้ตั้งใจก็จะเกิดขึ้นน้อยลงเท่านั้น

ฝีเท้าใกล้เข้ามาและเสียงโหวกเหวกของเบรดเล่ย์ก็มักมาก่อนตัวเสมอ

“เจ้าพวกมนุษย์! พรุ่งนี้เราจะไปล่องเรือกัน! วะฮ่า!” มังกรร่างเล็กที่อายุปีมากกว่าโดดลงนั่งโซฟา ซีโร่สับขารีบเดินเร็วตามมาดูแลเจ้านายของตนตามหน้าที่ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาคือนายบ่าว แม้ว่าซีโร่จะเป็นมนุษย์ก็ตาม ดูเหมือนว่าตระกูลของเขาจะทำหน้าที่คอยดูแลมังกรมาหลายชั่วอายุคน และแน่นอนว่าเขาเองก็เลือกจะทำหน้าที่นี้ตามไปด้วยจนกระทั่งเกิดคดีมังกรขึ้นในโดมจำลองนี้ เบรดเล่ย์เป็นมังกรอายุน้อยที่สุดในบรรดามังกรภายในโดมหมายเลขสี่

“เราไหน? ไปไหน?” ลูเซียสขมวดคิ้ว เราของเบรดเล่ย์เหมารวมถึงเธอไหม? แล้วเธอจะได้ไปข้างนอกเขตปลอดภัยด้วยไหม? แต่เธอก็มีหน้าที่ต้องคอยคุ้มครองท่านทูต บางทีเราของเบรดเล่ย์คงไม่มีเธอรวมเข้าไปด้วย

“ก็เซทซีโร่ไง? งงอะไรของเจ้า! เราจะนั่งยานมหาสมุทรแอตแลนติก! อันที่จริงพวกข้ามีแผนไปที่นั่นทุกสิบสองปีน่ะนะ เพื่อเอาข้อมูลใหม่ใส่เข้าไปในคลังสมบัติ แต่ก่อนอื่นต้องไปเริ่มกันที่เกาะเบอร์มิวด้าละนะ” เบรดเล่ย์กอดอกเชิดหน้าขึ้น

แม้แต่ในยุคสมัยนี้พื้นที่สามเหลี่ยมอาถรรพ์ก็ยังคงเป็นพื้นที่ต้องห้ามเพราะสนามแม่เหล็กแปรปรวน ทั้งปล่องน้ำเงินใต้สมุทร และการปะทุของก๊าซมีเทนที่ทำให้เรือหรือเครื่องบินที่โคร้ายเข้าสู่เขตดังกล่าวต่างดิ่งลงสู่ห้วงลึกดำมืดไปทุกราย ทว่ากลับกันหมู่เกาะเบอร์มิวด้าอันเป็นจุดเหนือสุดที่ใช้อ้างอิงตำแหน่งสามเหลี่ยมอาถรรพ์นั้นแม้แต่ในเวลานี้ก็ยังคงเป็นเกาะท่องเที่ยวที่ผู้คนมักแวะเวียนไปพักผ่อนหย่อนใจ สภาพภูมิอากาศฤดูร้อนไม่ได้ร้อนจัด มีแดดตลอดทั้งปี ในหน้าหนาวอากาศเย็นสบาย จุดขายอยู่ที่หาดขาวอ่าวเกือกม้าที่เกาะเบอร์มิวด้าหลัก และย่านการค้าฟรอนท์สตรีทที่มีตึกสีพาสเทลสะดุดตากับสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมเก่าซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายที่คึกคักที่สุดในเมืองหลวงแฮมิลตันบนเกาะ

“...” ลูเซียสนิ่งคิดไปก่อนจะเอียงหัวเล็กน้อยแตะข้อนิ้วกับปาก เธอกลอกตาไปมาหยุดที่เบรดเล่ย์แล้วมองไปที่ซีโร่ กลิ้งนัยน์ตาสีฟ้าเทาที่ข้างหนึ่งเจือม่วงไปยังอาซาไรและประตู

“อยากจะพูดอะไรล่ะนั่น...” เบรดเล่ย์มุ่ยปาก

“คลังนั่นอยู่ใต้ทะเลอาถรรพ์?” ลูเซียสเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจ เธอขมวดคิ้วมองไปที่เบรดเล่ย์ อีกฝ่ายหน้าตาตื่นร้อนรนจนพิรุธเต็มไปหมด

“คุณชาย มองจากดวงจันทร์ยังเห็นเลยครับว่าร้อนตัว ช่วยเก็บอาการกว่านี้หน่อยเถอะ...” ซีโร่ตบหน้าผากทั้งเอ็นดูทั้งระอา ถึงจะมีชีวิตมากว่าห้าสิบปีก็ตามแต่เบรดเล่ย์เป็นมังกรโบราณ เขาอายุยืนเป็นหลายร้อยปี การจะยังเป็นเด็กหรือโตช้าก็ถือว่าธรรมดามาก แต่เมื่อเทียบกับเขาที่ตั้งแต่เด็กจนโตเจอกับการต้องคอยดูแลเด็กคนนี้ที่ยังคงหลุดมาดและจับพิรุธง่ายซ้ำ ๆ ก็เกิดเหนื่อยขึ้นมาบ่อย ๆ

“อะไรเล่าไม่คิดว่ายัยหนูนี่น่ากลัวเกิดไปหน่อยรึไง!” เขากระฟัดกระเฟียดเขย่าหมัดตัวเองเร่า ๆ

“ก็ร่างที่สามของเบรดเล่ย์เป็นลูกฉลามนี่... ถ้าความทรงจำเป็นแผนที่แต่ละส่วนก็แสดงว่าต้องเดินทางใต้น้ำ ถ้าต้องไปเริ่มที่เกาะเบอร์มิวด้าแสดงว่าต้องเป็นสถานที่ใกล้เคียงเพราะเริ่มเดินทางจากตรงนั้น...” ลูเซียสเว้นไปครู่แล้วเลือกพูดออกมา ยังไงก็ไม่มีอะไรเป็นความลับอีกถ้าคดีนี้จบลงคลังความรู้ก็เป็นทรัพยากรเช่นกันดีไม่ดีอาจจะถูกท่านรองรัฐมนตรีโลกที่เป็นชาวดาวเดียวกับอาซาไรจัดแจงให้อยู่ในที่เหมาะสมจะงอกงามก็ได้

“สถานที่เก็บคลังความรู้และประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ พื้นที่ต้องกว้างขวาง ในเมื่ออยู่มานานตั้งแต่พวกมนุษย์เริ่มมีภาษาของตัวเองจะต้องไม่เคยมีใครเข้าไปพบเห็น สถานที่ที่คนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ หรือหากบังเอิญก็เป็นเรื่องเป็นไปได้ยากอยู่ดี... ใต้สมุทรของสามเหลี่ยมอาถรรพ์ถึงเข้าเงื่อนไขทุกอย่าง... หากต้องประกอบแผนที่แสดงว่าเส้นทางซับซ้อนหรืออ้อมคดเคี้ยว บางทีใต้นั่นอาจมีแหล่งน้ำวนหลายแห่งและจุดแวะพักชั่วคราวก่อนจะถึงคลังที่ว่า แต่ถ้าจะให้พวกเราลงไป...ถ้าให้พวกเราตามลงไปคุ้มครองก็ออกจะยาก...” เธอมุ่นคิ้ว เบรดเล่ย์ทำหน้าเหมือนเห็นผีใส่เธอ

“ดีนะที่พวกฉลาดมีอยู่น้อย!” มังกรจิ๋วเหวใส่อย่างหวาดผวา แค่พูดไปนิดหน่อยก็เล่าออกมาได้เป็นฉาก ๆ ขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดว่าหากคนตรงหน้าได้รับการศึกษาที่สมวัยแต่เด็กจะก้าวกระโดดไปได้ไกลกว่านี้อีกเพียงใด คงไม่พ้นเป็นบุคลากรหัวกะทิแนวหน้า

“เรื่องการเดินทางติดตามมังกรยากก็จริงอยู่คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญใต้น้ำหรือไม่ก็พวกที่สามารถอยู่ใต้น้ำได้นานลงไปทำหน้าที่แทนหน่วยเซทซีโร่” เบรดเล่ย์ถอนหายใจออกมา จริงเช่นลูเซียสคาดการณ์สถานที่ปลายทางอยู่ใต้น้ำลึกลงไปหลายร้อยเมตร คนธรรมดาไม่มีทางจะเข้าถึงได้เลยแม้จะมีวิทยาการสูงแค่ไหนก็ไม่อาจต้านทานแรงน้ำวนและกลุ่มก๊าซมีเทนที่ปะทุขึ้นราวระเบิดเวลาได้ เป็นอันตรายรอบด้านที่หากไม่รู้เส้นทางดีก็มีโอกาสไม่รอดกลับมาสูง

“แต่ในเอ็นเลสดูจะตื่นเต้นกันมากเลยนะครับโดยเฉพาะกลุ่มนักวิจัย เพราะว่าพื้นที่แถบนั้นเรียกได้ว่าเป็นแถบภัยพิบัติขนาดย่อมเลยก็ว่าได้ ไม่มีใครเคยลงไปเห็นพื้นที่จริงสักคนการจะส่งยานไร้คนขับลงพื้นที่ก็เข้าไปได้ไม่ลึกเพราะสัญญาณถูกรบกวนจนเสียการควบคุมไป ถ้าได้ศึกษาจริง ๆ จัง ๆ อาจจะหาหนทางแก้ไขการสัญจรผ่านพื้นที่อาถรรพ์ได้ด้วย” ซีโร่ออกความเห็น สำหรับมนุษย์เดินดินธรรมดาอย่างเขาก็ไม่คิดว่าจะลงไปใต้น้ำให้ลำบากเปล่าอยู่แล้วคงรออยู่บนฝั่งมากกว่า

“...ลำพังคุณเบรดเล่ย์คนเดียวจะไปถึงที่นั่นได้เหรอ?” อาซาไรท้วงขึ้น เขาจำได้ว่าเบรดเล่ย์พูดถึงชิ้นส่วนความทรงจำที่สมาชิกมังกรมีกันคนละส่วนประกอบกันเป็นแผนที่ใหญ่

“นั่นก็ใช่ และการจะเข้าไปในคลังมหาสมบัติก็จำเป็นต้องใช้กุญแจประจำตระกูลของมังกรทั้งสิบสองครอบครัวด้วย เขี้ยวนั่นที่ส่งมาพร้อมระเบิดคงเป็นการข่มขู่ให้ข้ารีบไปเข้าร่วมกับพวกมันละมั้ง” มังกรเด็กถอนหายใจ

“...” ลูเซียสนิ่งไปอีกครั้งแต่คราวนี้เธอไม่ได้จับคางตัวเองหรือใช้ข้อนิ้วปิดปากของตนอีก เธอไม่ได้มีสิ่งที่ลังเลว่าจะพูดดีไหมแต่มีสิ่งที่ไม่เข้าใจแทน

‘ซีโร่ กำลังปิดบังอะไร?’ เธอมั่นใจมากว่าตอนที่เขาเจอกับพวกอาซาฮีอีกฝ่ายเกร็งขึ้นมา ไม่ใช่เพราะแปลกตาแต่เพราะกลัวขึ้นมา สีสันอันสับสนวุ่นวายวนเวียนอยู่รอบตัวเขา แม้ในตอนนี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างเบาบาง

“เพราะงั้นเจ้าร้อยตานั่นถึงเสนอให้มีการเปลี่ยนแผนคุ้มครอง ใช้พวกข้าเป็นเหยื่อล่อเพื่อรวบตัวเจ้านักลักพาตัวพวกนั้นและช่วยเหล่ามังกรที่เกาะท่องเที่ยวนอกโดมนั่น” เบรดเล่ย์บ่นอุบอิบตีมือกับตักตัวเองฉุน ๆ

“แหม สำหรับมังกรอย่างคุณชายคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกครับ พวกคุณจะปลอดภัยจนกว่าพวกเขาจะเข้าไปในคลังมหาสมบัตินั่นได้อยู่แล้ว อีกฝ่ายก็ไม่มีพวกสายเลือดโบราณหรือเพื่อนบ้านห่างไกลด้วย” ซีโร่เอ่ยเย้าทีเล่นทีจริง บรรยากาศในห้องคลายความอึดอัดลงเล็กน้อย

“มันก็ใช่แต่จะให้พามนุษย์ลงไปด้วยเนี่ย คิดยังไงก็ฆ่าตัวตายชัด ๆ ความลึกขนาดนั้นได้บีบร่างกายกระจ้อยร่อยจนเมื่อยขบไปทั้งตัวแน่ แถมถังออกซิเจนก็ไม่รู้จะช่วยเจ้าพวกนั้นได้นานแค่ไหนกัน” เด็กชายเค้นลมหายใจขึ้นจมูกกอดอกเชิดหน้าไปอีกทาง

“นักประดาน้ำที่เอ็นเลสดึงตัวมาทำงานนี้เป็นไฮบริดสำหรับงานใต้น้ำไหมครับ?” อาซาไรทักขึ้น ถ้าเลือกใช้คนที่มีร่างกายพิเศษเสียหน่อยก็จะซื้อเวลาใต้น้ำได้นานขึ้น

“ไม่รู้สิ แต่ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” เบรดเล่ย์มุ่ยหน้า

“แล้วก็ถ้ามีนักขนส่งทางไกลลงไปด้วยสักคนก็น่าจะช่วยเรื่องการกลับขึ้นมาโดยไม่ต้องผ่านเส้นทางเดิมนะครับ” ท่านทูตหยิบแก้วน้ำเปล่าเบื้องหน้าของตนขึ้นจิบหลังเอ่ยความเห็นของตนออกไป

“...นั่นสินะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยเพราะพวกเราเองก็ไม่มีใครมีพลังจิตประเภทนั้นสักราย” เด็กชายตาโตขึ้น เมื่อได้วิธีช่วยย่นระยะเวลาดี ๆ เขาก็หยิบไอดีเอขึ้นมาติดต่อสายตรงไปยังดีโลไลน์ทันที

จากนั้นไอดีเอของลูเซียสก็สั่นเธอหยิบมันขึ้นมาสไลด์เปิดข้อความเข้า จาฮาราเรียกเธอไปเข้าห้องซ้อมแล้ว

“ต้องไปซ้อมแล้ว ต่อให้ไม่คุ้มครองแต่ถ้าไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูให้ใครเข้ามาก็ไม่มีทางที่ผู้บุกรุกจะทำอะไรพวกคุณได้ อย่าออกไปไหนล่ะ แล้วสองชั่วโมงจะกลับมา” ลูเซียสลุกขึ้นเอ่ยเรื่องที่พวกเขาต้องรู้ในเซฟรูมนี้ต่อท้าย “ตรงกำแพงมีสัญญาณฉุกเฉินถ้าเกิดอะไรไม่ชอบมาพากลก็กดแล้วหน่วยคุ้มครองจะมาในสิบห้าวินาที”

“...” อาซาไรกะพริบตาเล็กน้อย สิบห้าวินาทีไม่นับว่านาน แต่สำหรับการบุกรุกเพื่อลักพาตัวแบบว่องไวและหลบหนีไปก็คงเป็นเสี้ยวนาทีตัดสินความเป็นความตายที่ลุ้นระทึกเกินไปหน่อยว่าหน่วยช่วยเหลือจะมาทันหรือไม่

“แล้วถ้าพวกเราตามเธอไปด้วยล่ะลูเซียส?” อาซาไรมีความเห็นต่างออกไป แม้ในเวลานี้อีกฝ่ายจะยังเป็นเด็กใหม่ของหน่วยพิฆาตเลื่องชื่อของเอ็นเลส แต่ก็ยังสามารถมากพอจะต่อกรกับความไม่ปกติต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงทียิ่งกว่าหน่วยคุ้มครองอื่นของเอ็นเลสแน่นอน

“...ไม่มีปัญหา แต่คงไม่สนุกหรอกนะ อาซาฮีชอบพูดแบบนั้น” ลูเซียสนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไรกับการที่จะมีคนมายืนดูเธอฝึกซ้อม เพราะที่ห้องสังเกตการณ์ก็มักมีเจ้าหน้าที่สี่ดาวมายืนมองเธอซ้อมเป็นกรณีศึกษาบ่อยครั้ง

“แต่อยู่กับเธอก็น่าจะปลอดภัยกว่าเซฟรูมจริงไหม?” อาซาไรลุกขึ้นเขาหันไปมองเด็กมังกรและผู้ดูแลว่าจะตัดสินใจเลือกอะไรอย่างไม่ได้บังคับ

“อยู่แต่ในห้องอุดอู้จะตาย ข้าไปด้วย!” เบรดเล่ย์กระโดดลงจากโซฟายิ้มกว้างอวดฟันเขี้ยวน้อย ๆ เขาเป็นพวกชอบเรื่องสนุก ย่อมไม่พลาดการไปดูอะไรแปลกใหม่อยู่แล้ว การได้สำรวจพื้นที่ในตึกเอ็นเลสเองก็นับว่าน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย จะมีผู้จ้างวานสักกี่คนเชียวที่ได้เข้ามาพื้นที่ส่วนพนักงานลึกขนาดนี้

“เข้าใจแล้ว” ลูเซียสพยักหน้าจากนั้นก็เดินนำไปยังห้องฝึกที่อยู่ตึกย่อยด้านขวา ห้องฝึกขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นบนชั้นพื้นดิน และในห้องเทรนนิ่งที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์กีฬาหรืออื่น ๆ จะอยู่ชั้นใต้ดิน

ลูเซียสเข้าออกที่นี่เป็นประจำตั้งแต่มารักษาตัวและฝึกฝนการใช้พลังให้คงเส้นคงวา แม้จะเป็นเวลาหลายเดือนแต่กระนั้นมันก็ยังคงมีสิ่งที่เธอทำไม่ได้อยู่

ทันทีที่เข้ามาในห้องฝึกเธอก็ทิ้งแขกเอาไว้กับจาฮาราและอาซาฮี ส่วนตัวเองไปเปลี่ยนเสื้อลำลองที่ใส่อยู่เป็นบอดี้สูททอพิเศษที่ไม่อมเหงื่อและซับแรงกระแทกและฉีกขาดยาก การซ้อมของลูเซียสนั้นเอมักจะสวมเครื่องแบบภาคสนามเวลาออกงานลงพื้นที่จริงเสมอ ซึ่งแฟร์เองก็เป็นคนที่แนะนำให้ทำแบบนี้เพราะจะได้ชินกับเครื่องแบบและน้ำหนักอุปกรณ์ป้องกันบนตัว มันจะทำให้เธอไม่ต้องกะแรงเพิ่มเผื่อน้ำหนักบนชุดเวลาทำงานจริง แม้ว่าความต่างของชุดออกภาคสนามสำหรับลูเซียสแล้วออกจะเบาและสบายกว่าชุดลำลองของมนุษย์ทั่วไปก็ตาม

“วันนี้ตารางเป็นการทดสอบร่างกายโดยรวมสามสิบนาที แล้วต่อด้วยการสร้างพลาสม่าให้เสถียรนะคะลุกซ์” อาซาฮียิ้มแย้มตั้งโปรแกรมฝึกในห้องใช้หุ่นสำหรับการฝึกเลื่อนออกมาจากกำแพงขาว

“ปฏิบัติการจับตายคนร้ายค่ะ ไม่กำหนดเวลา แต่คนร้ายมีกระสุนเจาะเกราะระวังด้วยนะคะ” หุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมเอาชีวิตเป้าหมายที่เป็นหญิงสาวในห้องฝึกนั้นยืนยันการตั้งค่า ข้างลำตัวนั้นแยกออกมาและหมุนประกอบเป็นแขนติดอาวุธ กระสุนในตัวหุ่นนั้นเป็นบอลสีเพื่อง่ายต่อการตรวจด้วยตาเปล่าว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหลังการฝึกซ้อม

มนุษย์ดัดแปลงคนเดียวในห้องฝึกโล่งกว้างที่จำลองโฮโลแกรมสถานที่เป็นตึกร้างก็สวมแว่นกันลม ในวินาทีที่สัญญาณการฝึกเริ่มขึ้นเธอก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

การทดสอบร่างกายโดยรวมสามสิบนาทีมีความหมายว่าภายในเวลาสามสิบนาทีจะใช้อะไรก็ได้เพื่อจบการฝึกให้ไวที่สุด นั้นรวมถึงการอนุญาตให้ใช้พลังจิตผสมผสานกับสไตล์การต่อสู้ของตนได้

ร่างกายของเธอแข็งแรงกว่าคนธรรมดา ความเร็วของเธอได้มาจากกล้ามเนื้อพิเศษและการลดแรงดึงดูดของโลกเฉพาะพื้นที่เพื่อให้น้ำหนักนั้นไม่เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนไหว สำหรับคนที่ไม่เคยฝึกในพื้นที่สภาพแรงดึงดูดพิเศษพอตัวเบาขึ้นก็มักจะพลาดได้ง่าย แต่กับลูเซียสที่อยู่กับสภาพแวดล้อมเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก เธอเป็นอิสระในพื้นที่ดังกล่าวแข็งแกร่งขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป

กระแสไฟฟ้ารุนแรงที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหุ้มมือของหญิงสาวเอาไว้ทั้งความเร็ว ความรุนแรง เพียงพริบตาก็สามารถทะลวงอกหุ่นฝึกซ้อมลงไปกองกับพื้นในสภาพเสียหาย พลาสติกและเหล็กภายในหลอมละลายและเย็นตัวอย่างเชื่องช้า แค่สะกิดปลายเท้ากับพื้นเพื่อส่งแรงถีบตัวลูเซียสก็ไปอยู่อีกตำแหน่งหน้าหุ่นแล้วคราวนี้เธอตัดมือของหุ่นทิ้ง แม้จะไม่เรียบสวยแต่พวกมันก็ขาดออกจากกัน หุ่นที่ไร้ความสามารถในการยิงกระสุนใส่เป้าหมายสู้นั้นพยายามใช้หัวตัวเองโหม่ง แต่ก่อนที่เธอจะตอบโต้อะไรลูเซียสก็ไหวตัวหลบออกจากระยะยิงของหุ่นอีกตัว เธอเลือกไปจัดการหุ่นที่ยังมีอาวุธก่อน

นาฬิกาจับเวลาหยุดลงตัวเลข 00:07:34 โดยมีหน่วยเป็นวินาที

“การใช้พลังจิตกระชับขึ้นนะคะแต่ว่ายังต้องปรับปรุงเรื่องเซ้นท์การต่อสู้อีกหน่อย...” อาซาฮีเหลือบมองหุ่นที่พังลงเพราะถูกทะลวงเครื่องยนต์ภายใน “ลุกซ์คะ ใช้พลังจิตไปกี่ครั้งคะ?” เธอเปิดไมค์ถามลงไปในห้องฝึกเพื่อเพิ่มข้อมูลประกอบการวิเคราะห์

“ห้า...ค่ะ ลดแรงโน้มถ่วง ไฟฟ้า เอมพาธี ไฟฟ้า ไฟฟ้า” ลูเซียสเปิดไมค์ที่แว่นกันลมแล้วตอบกลับไป เธอถูกสอนให้ใช้พลังให้น้อยที่สุดในการทำงานแต่ละครั้ง เธอเป็นมิวแทนท์ระดับซีริอัสใช้พลังต่อวันได้มากกว่ายี่สิบครั้ง และความสามารถเฉลี่ยของเธอคือ 23-28 ครั้งต่อวันขึ้นกับประเภทพลังจิตที่ใช้งาน

“...ครั้งต่อไปลองลดการใช้ไฟฟ้าลงนะคะ อนุญาตให้ใช้อาวุธประกอบด้วย ปฏิบัติการจับตายคนร้ายและช่วยเหลือตัวประกันจำกัดเวลาภายในยี่สิบนาทีค่ะ” การทดสอบถัดไปเริ่มต่อในทันที ลูเซียสหันไปหาชั้นวางอุปกรณ์ที่ดันขึ้นมาจากพื้นหลายชั้น พวกมันมีอาวุธหลายประเภทเรียงรายกันอยู่และบางชนิดก็มีให้เลือกมากกว่าหนึ่งแบบ เธอเดินไปหยิบแต่ละชิ้นขึ้นมาเหวี่ยงลองน้ำหนักมืออยู่สักพัก

ในตอนที่เหวี่ยงดาบลูเซียสก็นึกขึ้นมาได้ รวมตัวกันทุกสิบสองปี ใช้กุญแจจากสิบสองครอบครัวมังกร เส้นทางเดิม ๆ โดยมีเบรดเล่ย์เด็กที่สุด เวลานี้พวกอาชญากรคงได้แผนที่ครบแล้วเพราะเมื่อเดินทางด้วยกันก็จะทิ้งร่องรอยความทรงจำเอาไว้ในสมอง มิวเทนท์ที่ใช้พลังจิตอ่านความทรงจำผู้อื่นก็จะเห็นวิธีการเข้าไปยังคลังสมบัตินั่น

เช่นนั้นแล้วเป็นไปได้หรือว่าจะไม่เห็นภาพของปลายทาง ว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก้นสมุทรนั้นไม่ใช่ของที่จะขายเอาราคาได้อย่างทองหรือเพชร แต่เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่?

 

--------------------------

เดินทางมาถึงตอนที่ 5 แล้ว! มีหลายอย่างที่ดึงมาจากความฝันแล้วปรับพล็อตใส่ลงมาด้วยค่ะ(ครั้งที่เคยฝันถึงลูเซียสกับอาซาไรน่ะนะฮาาา)
หลัง ๆ มานี้รู้สึกว่าเขียนช้าลง ว่ายังไงดีนะ คือเราก็มีพล็อตวางไว้คร่าว ๆ แล้วแต่พอมานั่งเขียนแล้วมันก็ อืม จะใส่อะไรไปเพิ่มดีน้า รู้สึกว่าขาดอะไรไปไม่ก็ ทั้งที่รู้ว่าต้องเขียนอะไรกลับไม่มีเสียงในหัวโพล่มาเรื่อย ๆ แบบเรื่องอื่น ทำนองนี้น่ะค่ะแล้วก็เลยคิดยาวจนรู้ตัวอีกทีจะหมดเวลาแล้วสิ! 55555 หรือบางทีเราอาจจะไม่ถนัดแนวไซไฟรึเปล่าหนอ~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #7 faza205317 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:48
    อาซาไรโผล่แล้วววว
    #7
    1
    • #7-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 6)
      26 กรกฎาคม 2563 / 21:37
      ถูกเรียกชื่อแล้ว~~~
      #7-1