Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 28 : Role.27- Big time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 ม.ค. 64

Role.27- Big time

 

[เลี้ยวซ้ายในแยกถัดไปค้า~]

“รับทราบ” ลูเซียสขานรับรินผู้คอยบอกเส้นทางในอาคารลับให้ พิมพ์เขียวของชั้นใต้ดินอาคารแห่งนี้ถูกดัดแปลงจนไม่เหลือเค้าเดิม นักวิเคราะห์โครงสร้างอาคารจึงต้องคอยบอกเส้นทางให้ทีมบุกแบบเรียลไทม์ จากภาพกล้องและเครื่องสแกนบนของหมวกสมาชิกทีมซึ่งกำลังวิ่งอยู่

[ไม่ชอบอาคารแบบนี้เลยนะค้า ใส่กำแพงที่ไม่มีประโยชน์ในการรองรับน้ำหนักอยู่เกินความจำเป็น พรางตาได้ก็จริง แต่ทำให้น้ำหนักเกาะมากเกินจนสังเกตและตรวจสอบได้แบบนี้ไม่ทำเขาวงกตเลยละค้า~ อ๊ะ! ตรงไปจนสุดทางเดินแล้วทำลายกำแพงทางขวาได้เลยค่าลูเซี๊ยส~] ชาวแองกลาสอัสตินบอกตำแหน่งห้องลับให้

“ข้างในไม่มีคนอยู่เหรอ?” ลูเซียสขมวดคิ้ว ภารกิจคราวนี้คือบุกแล็บเถื่อนด้วยการตลบหลังข่าวกรองของ 236 แล็บแห่งนี้วิจัยไฮบริดเถื่อนซึ่งตัวทดลองน่าจะเป็นกลุ่มผู้หายสาบสูญในเดอะวันช่วงเดือนที่ผ่านมา

[มีสิค้า แต่~ ว่า~ ถึงจะพังกำแพงไปก็ไม่กระเด็นกระดอนไปถูกพวกเขาเหรอค่า ระบบอากาศภายในมีท่อลำเลียงแยกย่อยเยอะมาก คิดว่าน่าจะมีห้องเล็ก ๆ หลายห้องสำหรับแยกตัวทดลองเอาไว้ด้วยค่า~] รินลงท้ายประโยคด้วยเสียงยาวเหมือนเคย

เมื่อได้รับการยืนยันเธอจึงไม่ลังเลจะพังกำแพงบาง ๆ ด้านขวาที่สุดทางเดิน และในห้องนั้นก็แยกเป็นคอกกระจกไว้ขังตัวทดลองดั่งว่าจริง ๆ

“ตัวทดลองไฮบริดที่เป็นคนหายสาบสูญในเดือนนี้อย่างที่คาดจริง ๆ เคลื่อนไหวโจ่งแจ้งแบบนี้ดูไม่ฉลาดเอาซะเลยนะ” ลูเซียสส่งสัญญาณมือให้ลูกทีมชั่วคราวเข้าไปจัดการช่วยเหลือเหยื่อโดยตัวเองยืนเฝ้าระวังเอาไว้

เมื่อหลายปีก่อนในงานคุ้มกันผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นพยานสำคัญของการสาวตัวพ่อค้าอาวุธเถื่อน เธอถูกลูกทีมชั่วคราวหักหลังเพราะเป็นหนึ่งในสายที่ขั้วอำนาจชั่วร้ายแฝงตัวเข้ามา งานในครั้งนั้นทำให้เธอเจ็บหนักไปเป็นเดือนกับการพักรักษาฟื้นฟูไหล่ และต่อเติมแขนทั้งแขน ทั้งขาทั้งรอยแผลเป็นจากสายฟ้าหายไป แน่นอนว่ามันสร้างความหงุดหงิดให้เธอไม่น้อย เซลล์กล้ามเนื้อสองจุดห้าเท่านั้นใช้เวลาในการซ่อมสร้างมากกว่าเซลล์กล้ามเนื้อทั่วไปหลายเท่า เป็นเวลาหลายเดือนที่เธอหายหน้าหายตาไปจากภารกิจของเอ็นเลส

ตั้งแต่นั้นมาในการรวมทีมย่อยแม้แต่กับคนของเอ็นเลสหรือรัฐบาล ตราบใดที่ไม่ใช่คนจากหน่วยเซทซีโร่ ลูเซียสจะไม่ลดความระมัดระวังตัวลงแม้แต่กับลูกทีมของตัวเอง

งานของเธอวนซ้ำเหมือนเครื่องเล่นเพลงที่ตกร่อง คุ้มครอง ปะทะ ปราบปรามแล้วก็ปะทะอีก สำรวจพื้นที่เสี่ยงแต่ก็เจอการปะทะ หรือแม้แต่เดินเที่ยวเล่นก็พบเข้ากับการซุ่มสังหารตามที่เธอเคยท้าทายเอาไว้

พวกเขาทำงานกันอย่างปกติและหลังจากช่วยเหลือเหยื่อได้สำเร็จ ทำการยึดข้อมูลจากแล็บเพื่อนำไปสาวตัวหาผู้บงการต่อ ค้นประวัติการติดต่อจากภายใน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะถูกลบข้อมูลทิ้งไปแล้ว แต่ก็ต้องตรวจสอบตามหน้าที่ หน่วยเก็บหลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมทันทีที่พวกเขาขนย้ายเหยื่อออกไปที่โรงพยาบาลกลาง

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ที่หน้าทางเข้าซึ่งกั้นเอาไว้กลับมีกลุ่มนักข่าวมากมายระดมถ่ายภาพ ผู้รายงานสำนักข่าวแห่งหนึ่งหลุดการ์ดเข้ามาและจ่ออุปกรณ์บันทึกเสียง เอ่ยถามถึงความคิดเห็นที่ลูเซียสมีแต่ผู้ก่อการร้ายในเดอะวัน ซึ่งไม่ได้หายไปจากเกาะแห่งนี้เลย

“คิดยังไงกับกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงที่ไม่ลดลงเลยคะลูเซียส คุณคิดว่ามันมีอิทธิพลมาจากหน่วยปราบปรามที่มักใช้ความรุนแรงหรือเปล่าคะ?” แน่นอนมันเป็นคำถามที่ให้ร้าย และไม่ต้องสงสัยเลยว่านักข่าวคนนั้นก็เป็นหนึ่งในแขนขาของใครบางคนซึ่งส่งมาสั่นคลอนความมั่นคงความน่าเชื่อถือของเอ็นเลสและรัฐบาล ทีมในครั้งนี้ของเธอมีคนจากหน่วยทหารอยู่ด้วย

ลูเซียสมองแสงแสบตารอบด้าน เห็นถึงเค้าอารมณ์ที่ทั้งคุกคามและคล้ายจะหัวเราะเยาะ ทั้งอารมณ์ที่สงสัยและความนึกคิดมุ่งร้ายซึ่งตรงมายังเธอจากในบรรดากลุ่มนักข่าว

เธอถอนหายใจและตอบคำถาม

“ในเมื่อกฎหมายระบุเอาไว้ว่าห้ามก็คือห้าม การฝ่าฝืนอธิบายการกระทำของคนเหล่านั้นได้ชัดอยู่แล้วว่าไม่เคยเห็นหัวกฎหมาย ในเมื่อการพูดคุยหรือประนีประนอมไม่สามารถลดอาชญากรรมในการก่อตั้งแล็บเถื่อนหรือลักพาตัวเพื่อทดลองอย่างผิดมนุษย์ได้ ทีมปราบปรามจึงต้องใช้ความรุนแรงเพื่อยับยั้งการกระทำเหล่านั้น” เธอไม่ได้ฟังคำถามอื่นที่แทรกขึ้นมาแต่เอ่ยต่อจากการเว้นวรรคประโยคเพื่อหายใจ

“ไม่ว่ามันจะเป็นอิทธิพลที่ส่งผลหรือไม่ แต่อาชญากรร้ายแรงที่เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลต่อทีมปราบปรามแน่นอน มันทำให้พวกเราต้องเด็ดขาดขึ้นและเริ่มใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ ทำให้เห็นว่าคนที่ฝ่าฝืนและทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะไม่ได้รับการละเว้นจากกฎหมาย ไม่ว่ากลุ่มอาชญากรรมเหล่านั้นจะมีใครที่ไหนหนุนหลัง ไม่ว่าเส้นสายใหญ่เท่าไรในที่สุดก็จะต้องถูกลากออกมา” มิวแทนท์พลังผสมตอบคำถามเสร็จกำลังจะหันไปขึ้นรถก็ถูกรั้งไว้ด้วยอีกคำถามหนึ่ง

“จริงไหมครับที่คุณตกเป็นเป้าการลอบสังหารของคนบางกลุ่ม!?” นักข่าวอีกสำนักรีบตะโกนแทรกจังหวะที่ทุกคนชะงักไปกับคำตอบของเธอ

“...” ลูเซียสหันกลับไปคล้ายลังเลที่จะตอบ แต่แล้วกลับยิ้มอวดดีขึ้นมาใช้ปลายนิ้วเคาะหน้าผากซึ่งมีรอยแผลเป็นคล้ายกากบาท

“ฉันรู้ว่าพวกคุณยังออกมาไม่หมดจริงไหม ถ้าดูอยู่ก็รู้เอาไว้ซะ มาเลยไม่ว่าจะจากกลุ่มอิทธิพลมืดไหน ถ้าคิดว่าฆ่ากันได้ ฉันรออยู่เสมอ ไม่ว่าจะขณะภารกิจ หรือในตอนที่เดินเล่นข้างนอกศูนย์บัญชาการ แต่ระวังหน่อยล่ะเพราะว่าทางนี้จะไม่ออมมือให้ จะกี่ครั้งกี่หน ก็จะจับเข้าคุกทั้งหมด ไม่ใช่การท้าทายแต่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น” ความอวดดียโสนั่นถูกใจกลุ่มคนยอมหักไม่ยอมงอซึ่งเป็นแฟนคลับของลูเซียสตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา

“ฟังยังไงก็เป็นการท้าทายนะครับคุณลูเซียส” นักข่าวเอ่ยเสียงกร่อยแสดงอาการเป็นห่วงในความปลอดภัยของหล่อน

“เหรอ ฉันไม่ถนัดประดิษฐ์คำพูดเท่าไหร่ ขอโทษด้วย แต่ว่าไม่ได้โกหกหรอกนะ เพราะว่าฉันเป็นสิ่งที่พวกคุณบางกลุ่มสร้างขึ้นมาให้เป็นแบบนี้” ลูเซียสชี้นิ้วเข้าอกตัวเอง เธอกลอกตาแล้วยกข้อนิ้วปิดปากลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกจะกล่าวออกมา

“ไหน ๆ ก็ได้พูดแล้ว อยากให้เอาคำพูดนี้ไปออกอากาศด้วย ‘ความรุนแรงก็คือความรุนแรง สิ่งที่ฉันกระทำคือความรุนแรงที่ไม่อาจให้อภัยได้ แน่นอนว่าความรุนแรงที่ถูกใช้กับผู้บริสุทธิ์ยิ่งให้อภัยไม่ได้เช่นกัน’ เป็นไปได้อยากให้ทุกคนพูดคุยกันดี ๆ มากกว่าใช้กำลังนะ” คำพูดที่ขัดแย้งถ่ายทอดออกมา เสียงหัวเราะเบา ๆ ของนักข่าวหลายคนซึ่งเป็นกลางก็ดังคลอขึ้น

“ย้อนแย้งน่าดูเลยนะคะคุณลูเซียส” นักข่าวต่างสำนักพูดขึ้น

“จนตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมดหรอก แต่ฉันรู้ดีว่าตัวเองที่ไม่ได้สมบูรณ์พอจะเป็นมนุษย์ปกติ... เพราะว่าเกิดมาในฐานะอาวุธมีชีวิตซึ่งถูกใครบางคนบงการสร้างขึ้นมา แม้ว่าในตอนแรกจะถูกคาดหวังให้ใช้ทำลายคนบริสุทธิ์อย่างพวกคุณก็ตาม แต่ว่าในตอนนี้ฉันได้มาอยู่กับเอ็นเลสที่สามารถเลือกได้ว่าจะไม่ทำตามคำสั่ง และก็เลือกได้ว่าจะแค่ปกป้องหรือฆ่าเพื่อปกป้อง โดยเดินอยู่บนถนนเลือดอันมีพวกคุณยืนอยู่ด้านหลัง” ลูเซียสกวาดตามองพวกเขาราวกับต้องการจะสื่อว่าตัวเองจะไม่หลบหากยังมีคนต้องปกป้องเอาไว้

“แม้แต่ในเวลานี้ฉันก็ยังเป็นเพียงคนบาปไม่ใช่ฮีโร่ อย่าได้แซ่ซ้อง แต่ขอให้ช่วยกันสอดส่องสายตาไปยังรอบข้างและเพื่อนบ้านของคุณ ใครบางคนที่อาจหายตัวไป ใครบางคนที่อาจถูกข่มเหง ฮีโร่ที่ฉันได้เรียนรู้คือคนที่ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่ใช่ฆาตกรที่ฆ่าฆาตกรด้วยกันเอง... ที่เอ็นเลสยังคงต้องการเพื่อนร่วมงาน หรือหูตาที่พร้อมจะยื่นมือไปช่วยเหลือคนอื่น คนที่ถูกหมายหัวอย่างผิดกฎหมาย คุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้เป็นหรือมีพลังพิเศษอะไรก็ช่วยคนอื่นได้” เธอทิ้งท้ายเอาไว้คล้ายโฆษณาแล้วเดินไปที่รถขององค์กร ไม่ได้ตอบคำถามนอกเหนือจากนั้นอีก

รถตู้ติดฟิลม์ดำที่มารับเธอภายในนั้นมีทั้งพี่เลี้ยงและอาซาไรซ่อนตัวอยู่ที่นั่งด้านหลัง ทันทีที่ประตูรถปิดลง ลูเซียสก็ปรับสีหน้าแล้วหันไปยกมือผู้โดยสารทั้งสองวางไว้บนหัวตัวเอง จาฮาราถอนหายใจเล็กน้อยแต่ก็ลูบหัวชื่นชมเธอซึ่งตอบคำถามนักข่าวได้ไม่แย่นัก

“ความตรงไปตรงมาน่ะดี แต่แบบนั้นจะฟังดูปลุกระดมพวกแฟนคลับยอมหักไม่ยอมงอเกินไป คราวหน้าลองพูดให้ละมุนละม่อมกว่านี้นะลูเซียส” ท่านรองประธานตบศีรษะปลอบเธอเบา ๆ

อาซาไรเองก็ชื่นชมด้วยการยิ้มและลูบหัวเธอเช่นกัน

“ผมเองก็เห็นไปในทางเดียวกับคุณจาฮารานะลูเซียส แต่ว่าก็พูดได้สมเป็นคุณดี” เขาขยับหนวดคิ้วอย่างรื่นเริง

“เพราะว่าช่วงหลังมีแฟนคลับหัวรุนแรงอยู่กลุ่มหนึ่งด้วย อยากจะให้ลดการใช้ความรุนแรงหรือศาลเตี้ยลง วิธีนี้น่าจะเป็นการสื่อสารที่ดีว่าฉันไม่ชอบ...” ลูเซียสนั่งลงกับเบาะแต่โดยดีแล้วปรับหมุนให้มันเผชิญหน้าเข้าหาผู้โดยสารเบาะหลังสุดทั้งคู่

“งานต่อไปล่ะ?” ลูเซียสถามขึ้นในทันที ในช่วงหลายปีมานี้อาชญากรรมรายย่อยก็ผุดเป็นดอกเห็ด แต่เธอก็ทราบดีว่าทำไม

ในช่วงชุลมุน ในเวลาที่วุ่นวาย เมื่อสปอตไลท์ของความสนใจจากผู้คนสาดไปยังจุดใดจุดหนึ่ง ณ มุมมืดอีกฟากของเกาะก็มีปฏิบัติการลับเกิดขึ้น อาจเป็นการลอบสังหาร หรืออาจเป็นการลักพาตัว อย่างเบาก็ขโมยข้อมูล หรือบางครั้งก็เป็นเพียงการขนย้ายสินค้าเถื่อนไปจนถึงกำลังคน

อาซาไรทราบดีว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นมีเพื่อดึงกำลังและความสนใจของกลุ่มทหารตำรวจ รวมไปถึงหน่วยงานเอกชนอย่างเอ็นเลส ซึ่งเขาเองก็วางกำลังตอบโต้คนเหล่านั้นด้วยการกระจายทีมจับกุมบ้าง กวาดล้างสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้างเพื่อแสร้งเผยเส้นทางที่ราวกับตกสำรวจอย่างไม่ให้ผิดปกติ

“ได้ข่าวจากหน่วยสอดแนมแถว ๆ สถาบันรองรับการมิวแทนท์มีกลุ่มผู้ไม่เกี่ยวข้องผ่านหน้าสถาบันบ่อยผิดปกติ อีกไม่นานคงจะมีการจลาจลขึ้นที่นั่นครับ ดังนั้นงานของวันนี้จะถูกโอนไปให้คนอื่นแทน ไม่มีภารกิจไหนอันตรายหรือมีความเสี่ยงสูงแล้ว พรุ่งนี้ผมอยากให้คุณเก็บพลังจิตเอาไว้เพื่อการรับมือกลุ่มทหารรับจ้างเถื่อนมากกว่า” อาซาไรเปิดเผยลำดับการเคลื่อนไหวต่อไปของพวกเขา

“วันนี้ทำให้พวกมันรู้ว่าเราทราบแล้วว่า 236 คือคนที่วนเวียนคอยสืบข่าวอยู่ใกล้ ๆ พวกมันคงจะร้อนรนแล้วเริ่มหานักสอดแนมคนใหม่...” จาฮาราลูบหนวดสาก ๆ ของตัวเองเคร่งเครียด

“ไม่หรอกครับ พวกเขาจะไม่ส่งหน่วยสอดแนมคนใหม่มา แต่จะให้ 236 พักการสอดแนมระยะหนึ่งแล้วให้กลับมาสืบต่อ...” อาซาไรคลี่ยิ้ม เขาลงมือทำอะไรบางอย่างไปแล้วก่อนหน้า ซึ่งมันทำให้การควานหาคนที่มีความสามารถมากพอจะสอดแนมลูเซียสบนเกาะแห่งนี้สามารถใช้นิ้วภายในหนึ่งมือนับได้เลย

“พวกเขามีทางเลือกไม่มากเพราะการตรวจสอบคนเข้าออกเกาะนั้นละเอียดขึ้นไม่ว่าจากโดมอื่นหรือจากดาวอื่น นอกจากนี้หากผู้เข้ามาใหม่ของเกาะมีประวัติการทำงานเกี่ยวกับการสืบข่าว สอดแนม จะถูกเพ่งเล็งพอ ๆ กับทหารรับจ้าง และพวกปาปารัสซี่” ลูเซียสเอนหลังพิงเบาะนั่ง

“นั่นทำให้พวกเขาไม่สามารถดึงคนเก่งจากนอกเกาะเข้ามาใช้งานได้ คนในเกาะที่แล้วมาทั้งหมดความสามารถก็ไม่มากพอจะหลบเลี่ยงสายตาของลูเซียสได้ ที่เหลือให้เลือกใช้งานก็มีเพียง 236 หรือไม่ก็ต้องเป็นเหยื่อทดลองจากแล็บเถื่อนสักแห่ง ซึ่งกับเหยื่อเหล่านั้นไม่มีทางยอมร่วมมือกับขั้วอำนาจมืดแน่ ...นอกจากนี้กลุ่มคนที่ถูกช่วยมามักจะถูกตรวจสอบจากรัฐหรือองค์กรเยียวยาฟื้นฟูสุขทางกายและทางจิตอยู่เสมอ พวกเขาไม่สามารถเข้าใกล้คนเหล่านั้นโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ได้ องค์กรฟื้นฟูเยียวยาที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือเหยื่อเหล่านั้นก็ไม่มีคนของขั้วอำนาจมืดแฝงอยู่สักคนเดียว เพราะถูกจัดระเบียบใหม่แล้ว” หนุ่มต่างดาวปิดแท็บเล็บบนตักแล้วประสานมือทับ

ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาค่อย ๆ วางหมากไล่ทำไปทีละเล็กละน้อย รู้ตัวอีกทีก็มีแต่ทางที่เขาจงใจเหลือเอาไว้ให้ใช้เป็นทางออกสุดท้าย “...น่ากลัว” ลูเซียสเอ่ย

อาซาไรกระแอมเล็กน้อยม้วนขดหนวดที่ปลายกระดูกคิ้ว “ไม่ใช่ว่าคนที่ชินกับผมมากที่สุดก็คือคุณหรือครับลูเซียส”

“แค่พูดไปตามน้ำเท่านั้นเอง เป็นไงดูเป็นธรรมชาติไหม?” เธอเบิกตาขึ้นเล็กน้อยและรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“จะดูเป็นธรรมชาติกว่านี้ถ้าแสดงสีหน้าแสร้งขนลุกหรือแสร้งกลัว... แต่ผมชอบแบบที่คุณทำตอนนี้มากกว่านะ” อาซาไรยิ้ม

จาฮารากระแอมออกมาบ้างเป็นเชิงว่ามีญาติผู้ใหญ่ยังนั่งเป็นหัวหลักหัวตออยู่ตรงนี้

“งานพรุ่งนี้จะให้ซีโร่ไปด้วยนะครับ แฟร์เขาต้องไปต่อกรกับกลุ่มลักลอบขนถ่ายสินค้าด้วยการแอบถ่ายหลักฐานมาสะสมเอาไว้ ถึงคนพวกนั้นจะมีความผิดแต่ถ้าจับเลยก็จะไม่สามารถเอาผิดหัวหน้าสั่งการระดับสูงซึ่งยังไม่ออกหน้าได้... ทางฝั่งนั้นก็เหลี่ยมจัดจนน่าประทับใจเชียวละครับ” อาซาไรเปลี่ยนเรื่องคุยตามที่จาฮาราต้องการ

“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นสมาชิกทีมชั่วคราวล่ะ?” เธอถามถึงกองกำลังที่จะไปกับเธอในฐานะลูกมือ

“แค่คนของเอ็นเลสครับ คุณเลือกได้เลย เพราะว่ากลุ่มทหารรับจ้างนี้คงเปิดการจลาจลด้วยวิธีจับตัวประกันมาข่มขู่เจ้าหน้าที่ ทางตำรวจและทหารที่เกี่ยวข้องคงถึงสถานที่เกิดเหตุภายในห้านาที แต่มันถึงมือเราแน่นอนกลุ่มสวาทมือดีของทางกรมเพิ่งจะเข้าโณงพยาบาลไปครึ่งหน่วย คำขอฉุกเฉินต้องไปถึงพวกคุณแน่ ทีนี้คุณกับลูกน้องก็แค่ลอบเข้าไปและทำการช่วยตัวประกัน” อาซาไรยิ้ม

“พูดเป็นฉาก ๆ เหมือนไปนั่งฟังการประชุมวางแผนไว้ด้วยตัวเอง พวกผู้ร้ายมาได้ยินคงร้องไห้น่าดู หากรู้ว่าทั้งหมดก็แค่การวิเคราะห์จากพฤติกรรมการติดต่อและคนแปลกหน้าแถวสถาบันรองรับการมิวแทนท์ช่วงนี้” ลูเซียสพึมพำให้ได้ยิน

“คนที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้อย่างไม่ระมัดระวังตัวต่างหากที่แปลกตาน่ะครับ คราวนี้เกรงว่าจะไม่ได้ขึ้นกับขั้วอำนาจมืดสายไหน เพราะกลุ่มทหารรับจ้างครั้งนี้เป็นกลุ่มที่เพิ่งจะเข้ามาได้ไม่กี่ปี ทำงานเล็กงานน้อยไม่ออกที่แจ้ง แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนมารับงานล่อเป้าแบบนี้ คงต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่างที่พวกเรายังไม่ทราบ...” ท่านรัฐมนตรีมีสีหน้าสนุกสนานเมื่อได้ชิ้นส่วนปริศนาใหม่

“ความเสี่ยงในการเสียชีวิตของเหยื่อล่ะ?” ลูเซียสถามขึ้น นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่เธอต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตคนอื่นในสนามรบด้วย

“จากข้อมูลที่ได้รับและการคาดเดาเป็นศูนย์สนิทครับ... อาจจะมีเรื่องน่าหวาดเสียวบ้าง แต่เหตุเกิดในสถาบันรองรับการมิวแทนท์ โครงสร้างอาคารแข็งแรง พื้นที่โถงโอ่อ่า ต่อให้ปะทะก็ไม่น่ากระทบถึงเหยื่อมากนัก... คุณพาผู้ใช้บาเรียไปด้วยสิให้พวกเขาปกป้องเด็กในสถาบันขณะที่คุณลงมือ แบบนี้สบายใจกว่าใช่ไหมล่ะครับ” อาซาไรเสนอทางออกให้อีกฝ่าย

“ก็เป็นความคิดที่ดี แต่เท่ากับว่าเสียคนช่วยเก็บกวาดไปสองตำแหน่ง...เอาเถอะ ในเมื่อเป็นกลุ่มที่เพิ่งจะรับงานอันตรายครั้งแรกก็คงไม่ได้มีฝีมือนัก” ลูเซียสถอนหายใจเล็กน้อย

“แปลกมากใช่ไหมล่ะครับ ถ้าไม่ได้ถูกบงการทั้งกลุ่มก็คงเป็นเพราะไม่มีอะไรจะเสียด้วยสาเหตุบางอย่าง” เขาครุ่นคิดถึงเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่กลุ่มทหารรับจ้างนั้นกระทำการอุกอาจขึ้นมา

สม็อกเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่ทำงานลักลอบมาโดนตลอด ลักพาตัว ขนคน เป็นหนึ่งในกลุ่มทหารรับจ้างสีเทาที่ทำงานให้ทั้งคนดีไม่ดี ที่แล้วมาพวกเขาใช้ความชำนาญจากเส้นทางใต้ดินอย่างทางระบายน้ำเพื่อเคลื่อนพลและทำงานกันอย่างลับ ๆ 

ที่แล้วมาอาซาไรปล่อยพวกเขาเอาไว้เพราะคิดว่าคนพวกนี้ไม่อันตราย ซ้ำเคราะห์ยังดี หนึ่งในกลุ่มนี้เป็นสายให้กับแขนขาคนหนึ่งของเขา ทว่าตั้งแต่สม็อกนับงานใหม่ชิ้นหนึ่งการติดต่อก็ขาดไป น่ากลัวว่าคงจะมีคู่ต่อสู้ที่ยากจับตัวโผล่มาในความมืดอีกครั้งบนเกาะแห่งนี้ หรือไม่ก็อาจจะมีตัวแปรอื่นนอกเหนือการควบคุมคำนวณโผล่มาในกระดานของเขาเสียแล้ว

“ปกติแล้วสำหรับทีมทหารรับจ้างกลุ่มใหญ่มันแปลกมาเลยนะที่ความเห็นจะตรงกันแล้วยอมเปลี่ยนรูปแบบงานจากเดิมที่ทำได้ดีมาโดยตลอด ไม่ฉลาดเลยที่พวกเขาเลิกมุดท่อระบายน้ำแล้วโผล่มาบนดิน...” ลูเซียสมุ่นคิ้ว เธอไม่คิดว่ามันปกติ ครันจะเฟ้นหาจุดเปลี่ยนเธอก็ไม่ได้รู้ลึกอะไรเกี่ยวกับทหารรับจ้างกลุ่มนี้นัก

“หน่วยสอดแนมคงต้องสับขากันหน่อยแล้วล่ะครับเวลาไม่คอยท่า เหลืออีกไม่กี่ปีแล้ว ผมจะไม่ปล่อยให้อะไรก็ตามมาขัดขวางแผนล้มขั้วอำนาจมืดลงหรอกนะครับ” อาซาไรยิ้มเย็น แววตาน่ากลัวของเขาทอดมองออกไปนอกกระจกรถ

“จริงสิลูเซียส ที่สถาบันมีเด็กคนหนึ่งย้ายมาจากโดมอื่นเพราะตามพ่อแม่มาทำงาน แต่ว่าเขากลับมิวแทนท์ในช่วงอายุสิบแปด ซึ่งมันเลยช่วงเวลามิวแทนท์ของมนุษย์ปกติไปมาก ผมอยากให้คุณไปใช้รีดดิ้งออร่ามองเขาสักหน่อย” อาซาไรนึกขึ้นได้ว่าที่สถาบันมีรายงานหนึ่งสะดุดตาของเขา ชายหนุ่มที่พลังตื่นขึ้นช้ามาก และยังไม่สามารถควบคุมได้

“คิดว่าเขาจะเป็นตัวแปรใหม่ของงานสิบปี?” ลูเซียสขมวดคิ้ว

“ยังไม่มีอะไรแน่นอนครับ แต่ถ้าเขาไม่ได้มีสีที่ต่างจากมิวแทนท์คนอื่น มันก็คงเป็นเพียงความโชคร้ายที่พลังตื่นช้าและใช้การไม่ได้ก็เท่านั้น” ท่านรัฐมนตรียืดหลังตรง

“นายหวังอยากให้คำตอบออกมาเป็นแบบไหนล่ะ?” ลูเซียสถามทั้งที่ก็รู้คำตอบแก่ใจเพราะท่าทีของอาซาไรบอกเธอหมดแล้วไม่ว่าจะด้วยแววตาพราวระยับหรือสีสันของห้วงอารมณ์ซึ่งกำลังสนอกสนใจฟุ้งขึ้นมา

“สีที่คุณไม่เคยเห็น” อาซาไรยิ้ม

“นั่น...ออกจะยากเอาการนะ” จาฮาราขัดคอขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน เท่าที่เขาทราบพลังจิตทั่วโลกไม่มีการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อนหรือประเภทใหม่เกิดขึ้นนานแล้ว อย่างมากก็แต่พวกหายากที่หลายร้อยปีจะมาเกิดสักหนอย่างพลังฟื้นฟูบาดแผลผู้อื่น ซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นก็เป็นทีจับจ้องขององค์กรพยาบาลทั่วโลกในฐานะมิวแทนท์ทรงพลังหายาก

“พวกเราไม่รู้หรอกครับ จนกว่าลูเซียสจะไปมองการใช้พลังของเด็กคนนั้นกับตา รีดดิ้งของคุณผนวชกับความทรงจำภาพถ่าย ทำให้การวิเคราะห์ประเภทพลังจิตของเธอละเอียดอ่อนและแม่นยำกว่าคนอื่น” อาซาไรเผยมือไปยังฝั่งตรงข้ามตัวเอง “แค่สีต่างออกไปสักเฉดคุณจะรู้ได้ในทันที แล้วก็ไหน ๆ ไปแล้วไปช่วยพูดสักคำสองคำให้เขาใช้พลังได้คล่องก็ดีนะครับ จากประวัติแล้วเขาเป็นลูกชายของกองเอกสารที่เป็นทีมสนับสนุนหน่วยของคุณด้วยสร้างบุญคุณเอาไว้เป็นเรื่องที่ดีครับ”

“...ยุ่งยาก เข้าใจแล้ว” ลูเซียสย่นคิ้วก่อนจะอ้าปากพูดต่อ

“แค่พลังจิตสำแดงอำนาจช้ากว่าปกติก็ว่าผิดปกติแล้ว ยังหวังให้เป็นพลังจิตประเภทใหม่อีก โลภไม่เปลี่ยนเลยนะอาซาไร... แต่ก็ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่ เพราะว่าเป็นพลังจิตรูปแบบใหม่ อาจจะเป็นประเภทที่เติบโตช้าเลยกลายพันธุ์ช้า” ลูเซียสพยักหน้าเห็นคล้อยตามไปด้วย

“ถ้าแบบนั้นก็หวังว่าหากเป็นพลังจิตรูปแบบใหม่ คงจะเป็นกลุ่มการใช้งานระดับเวก้าขึ้นไปนะ ไม่อย่างนั้นกว่าจะวิเคราะห์รูปแบบ ขอบเขตพลัง จัดทีมเพื่อให้สนับสนุนการใช้งานของเขาได้คงต้องใช้เวลาราวแรมเดือน” จาฮาราถอนหายใจ “พวกนักวิจัยคงตื่นเต้นกันน่าดู”

“นั่นสินะครับ ไม่มีพลังจิตแขนงใหม่เกิดขึ้นมานานแล้วต่อให้เป็นกลุ่มย่อยของสายพลังจิตทั่วไปก็ตาม หากวิธีการใช้และประโยชน์ที่ได้ต่างออกมาก็นับว่ากลายพันธุ์แล้ว” อาซาไรยิ้ม เขานึกอะไรขึ้นได้ก็หันไปหาลูเซียสอีกครั้ง

“อ๊ะ เรื่องของพรุ่งนี้นะครับลูเซียส กับกลุ่มคนร้ายช่วยจับเป็นกลับมาให้สอบสวนด้วยนะครับ ...แต่ถ้ามันยุ่งยากนักจะจับตายก็ไม่มีปัญหาอะไร” ท่านรัฐมนตรีกล่าว รอยยิ้มของเขาขัดกับประโยคแสนเลือดเย็นสุดท้ายมาก

“ฉันคิดมานานแล้วนะว่าชอบประโยคนั้นมากทั้งที่มันสุดจะขัดแย้งในตัวเอง...” ลูเซียสสบตาคู่หลักของอาซาไรแล้วโคลงหัวเล็กน้อย

“อยากได้คนไปสอบสวนแต่ถ้าจับตายก็ไม่มีปัญหา แสดงว่าความสำคัญของการสอบสวนนักโทษก็ไม่ได้มีมากขนาดต้องได้มาในครั้งนี้ไม่ใช่รึไง งั้นจะพูดย้ำไปทำไมกัน...” ด้วยความสงสัยเธอจึงถามออกไป

“คุณสอนให้ผมได้รู้ว่าการทำตัวเปล่าประโยชน์ หลายเรื่องมีประโยชน์มากกว่าแค่ ณ สถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าจะฟังดูขัดแย้งเพราะคล้ายจะต้องการนักโทษเป็นเพื่อสอบสวน แต่จะจับตายทั้งหมดก็ไม่มีปัญหานั้น วิเคราะห์ให้ดีประโยคของผมใช้ในการข่มขู่คนอื่นที่ฟังอยู่ด้วยได้นะครับ เพราะมันหมายถึง แม้ว่าผมจะไม่ได้หลักฐานพยานจากปากคำหรือบุคคล ก็ยังมีหนทางอีกมากในการลากตัวผู้บงการออกมาจากหลักฐานอื่น ไม่สำคัญว่าครั้งนี้ต้องได้หลักฐานเพราะพวกเรามีความมั่นใจมากพอจะเอาผิดพวกเขาได้” รอยยิ้มอันตรายของอาซาไรเผยขึ้น “และเพื่อเป้าหมายแล้วผมก็ไม่สนใจวิธีการหรอกนะครับ ยังไงพวกเขาก็จะกลายเป็นนักโทษจับตายในอนาคตแน่นอนหากรอดไปได้ จะตายเสียเดี๋ยวนั้นเลยก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะพวกเขาเหล่านั้นน่ะ เป็นประเภทที่กลับตัวกลับใจไม่ได้อยู่แล้ว”

ท่านรัฐมนตรีกระแอมเล็กน้อยเขาเปิดโฮโลแกรมจากแท็บเล็ตแสดงรายชื่อเหยื่อทั้งหมดสามสิบเจ็ดรายซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเด็กที่ใช้พลังจิตได้ไม่เสถียร หายไปอย่างลึกลับโดยไม่มีกล้องวงจรปิดตัวไหนจับได้ มันทำให้เห็นถึงความชำนาญพื้นที่ของกลุ่มลักพาตัว

“คดีคนหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก 37 รายในเดอะวัน ทุกคนเป็นมิวแทนท์ พวกเขาคงเร่งสร้างอะไรบางอย่างอยู่และคิดว่าคงใกล้ได้ผลลัพธ์ที่หวังถึงได้เสี่ยงทำตัวเด่นขนาดนี้” อาซาไรเคาะนิ้วกับหน้าขาของตน เขามองไปนอกหน้าต่าง ตึกสูงมากมายเรียงกันบดบังผืนทะเลกว้างใหญ่และทำให้แสงสาดสลับเงาจนคล้ายกกะพริบ

“งานพรุ่งนี้ของคุณลูเซียส... กวาดล้างพวกเขาทำให้แน่ใจว่าพวกมันจะไม่ได้เด็กหรือผู้ใหญ่คนไหนไปจากสถาบันรองรับการมิวแทนท์ ตรวจสอบเด็กชายตาสองสี และหากเขาเป็นพลังจิตประเภทใหม่ ทำให้เขาใช้งานได้ซะ” ตาทั้งสี่ดวงกลอกไปจับจ้องหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามตัวเอง

ลูเซียสกอดอกแล้วพักสายตาขานรับอย่างขันแข็ง “ไม่มีปัญหา”

“หวังว่าคุณจะปลอดภัยกลับมานะลูเซียส ผมไม่ชอบเวลาคุณได้แผลเอาซะเลย” อาซาไรเอียงหน้าเล็กน้อยแล้วถอนหายใจ

“มันเป็นความเสี่ยงในอาชีพ และอีกอย่าง ในปีปัจจุบันนี้ถ้าจะสร้างแผลให้ฉันต้องรุมเท่านั้น” มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายความอวดดี และนั่นก็เป็นท่าทางที่ถูกมันสมองผู้นั่งตรงข้ามเสี้ยมสอนขึ้นมา เก่งกาจอย่างเดียวแต่ดูไร้พิษภัยไม่ได้เพราะจะถูกเอาเปรียบ ดังนั้นเมื่อพูดประโยคที่ฟังดูแกว่งเท้าหาเสี้ยนเธอก็จะยิ้มออกมา

 

กลางปี 3301 เกิดเหตุจับตัวประกันโดยกลุ่มทหารรับจ้างเถื่อนที่เรียกขานตัวเองว่า ‘สม็อก’ บุกรุกเข้าไปในวิทยาลัยรองรับการมิวแทนท์ประจำเกาะเดอะวัน เพื่อใช้ประชาชนภายในอาคารทั้งหมดสำหรับการต่อรองกับเจ้าหน้าที่ในการขอยานสำหรับหลบหนี และหลักประกันว่าพวกเขาจะออกไปจากเกาะได้โดยไม่มีใครตามไป

[ถ้าลงไปถึงชั้นสองแล้วกลางโถงใช้เลเซอร์พลังงานสูงตัดพื้นได้เลยค่ะ ใต้นั้นจะเป็นกลุ่มตัวประกันพอดีค่า~] รินบอกตำแหน่งที่ลูเซียสควรจะลงไป

“บนหัวตัวประกันเนี่ยนะ?” ซีโร่ท้วงขึ้น “เขยิบไปหน่อยดีกว่ามั้ง?” เขาแนะนำแล้วชี้พื้นปูถัดไปอีกสองกระเบื้อง

[มันก็ไม่มีปัญหาหรอกค่าแต่แบบนั้นเจ้าหน้าที่กางบาเรียที่ส่งไปด้วยจะกะพื้นที่ลำบากเอานะค้า~~~] ช่างพิมพ์เขียวประจำทีมเอ่ยยานคาง

“ไม่ได้คิดถึงมุมนั้นเลยแฮะ เอาเถอะเรามีพลังจิตควบคุมวัตถุอยู่ด้วยคงไม่ตกใส่หัวใครง่ายๆ” ซีโร่ยกมือยอมแพ้ เขายืนเฝ้าลูเซียสและติดต่อกับกลุ่มลอบจู่โจมด้านนอกให้เริ่มพังประตูเข้ามาหลังจากที่การเจรจานั้นยืดเยื้อจนฟ้าเปลี่ยนสีและไม่มีวี่แววของจุดจบการต่อรอง

เสียงสนั่นดังขึ้นจากประตูหน้าด้วยแรงระเบิด สิ่งก่อสร้างที่ขวางกั้นบุบปลิวไปกระแทกด้านสุดโถงด้านใน ทันทีที่ดึงความสนใจก็เกิดรูบนเพดาน ลูเซียสหย่อนตัวลงไปชั้นล่างจากตรงนั้น ในวินาทีที่หนึ่งในพวกมันจะเข้ามาดึงตัวเด็กไปใช้ขู่กลุ่มปะทะ ดาบเลเซอร์ของลูเซียสก็ตัดมือข้างนั้นของผู้ก่อการร้ายทิ้ง บาเรียป้องกันกระสุนจึงกางขึ้นในเสี้ยวพริบตาต่อมา

เธอเคลื่อนไหวเร็วกว่าใคร ราวกับพัดผ่านทรวงอกของชายผู้โคร้ายในหมายจับตาคนหนึ่งก็กลวงโบ๋ ไม่ทันให้กรีดร้องก็ล้มลงจมกองเลือดกับพื้น

มันย่อมเป็นความรุนแรงที่ติดตาและไม่อาจให้อภัย แต่เธอก็ไม่มีเวลาพอจะทำให้มันน่าดูกว่านี้ พอยิงตัวประกันไม่ได้และเห็นชัดว่าใครคือคนที่เข้ามากลางดงพวกเขา ปากกระบอกปืนของทุกคนจึงหันไปเป็นทางเดียวและระดมยิงอย่างไม่ต้องปรึกษากัน

ในเวลานี้อัตราการจับตายของเธอคือหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เล่าลือกันว่าลูเซียสคนนั้นทำแต่งานจับตายเท่านั้น ซึ่งที่จริงไม่ใช่ แค่ทุกงานของเธอมีคนในหมายจับตาย มันจึงมักจะมีศพเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ในกลุ่มสม็อกเองก็มีนักโทษหมายจับตายร่วมอยู่ด้วย

เธอใช้ทั้งพลังสายฟ้าและดาบเลเซอร์ผสมกับพลังจิตแรงโน้มถ่วงเพื่อดึงและผลักกลุ่มผู้ก่อการร้ายให้ต่อสู้ไม่ได้ ช้าลง หรือกระทั่งส่งไปให้ลูกทีมที่อยู่ไกลออกไปจัดการ จนกระทั่งโรมรันกับไฮบริดงูคนหนึ่งซึ่งเธอใช้พลังจิตแรงโน้มถ่วงกับเขาไม่ได้ผล เป็นไปไม่ได้เลยที่ชายตรงหน้าจะเป็นพวกผสม ยีนของมิวแทนท์และไฮบริดมันไม่เคยลงรอยกัน พลังจิตที่ห้อมล้อมเขาถูกสร้างขึ้นมาสักพักเธอจึงไม่เห็นผู้บงการพลังจิตที่แท้จริงว่าแทรกแซงมาจากไหน กระทั่งสังเกตเห็นถึงชายตาสองสีในบาเรียซึ่งมีออร่าพลังจิตแตกต่างจากคนอื่น

เขามีดวงตาสองสี แม้จะไม่ได้หายากในยุคสมัยนี้แต่ก็นับว่าประหลาดเมื่อเขามีผมสีดำสนิท ออร่าพลังจิตก่อตัวขึ้นเมื่อเขาคิดจะใช้แต่ก็หายไปราวกับว่าคิดว่ามันคงไม่มีประโยชน์

“นายตรงนั้นน่ะ เห็นใช่ไหม ใช้พลังของนายซะ” ลูเซียสชี้ไปยังชายตาสองสีที่ทำหน้าเหวอในบาเรีย เธอรู้สึกรำคาญไฮบริดงูที่สู้ด้วยอยู่ขึ้นมาทันทีแม้ว่าไม่จำเป็นต้องมองก็รู้ถึงตำแหน่งการโจมตีต่อไปได้จากเอมพาธีตัวเอง สุดท้ายเธอจึงเตะไฮบริดงูสุดแรงพร้อมพลังจิตแรงโน้มถ่วงดึงออกไปให้กระเด็นออกไปเพื่อจะได้คุยกับชายแปลกหน้าได้คล่องตัว

เธอไม่สามารถแยกแยะพลังจิตให้แน่ชัดได้ว่าชายตรงหน้าเป็นประเภทใหม่ที่ใกล้เคียงกับแขนงไหนหากเขาไม่ใช่พลังจิต เธอจึงย้ำถึงสองครั้งให้เขาใช้พลังจิตซะตรงหน้าเธอ แต่กลับถูกผู้ใช้พลังแรงโน้มถ่วงคนอื่นกดให้ติดพื้น ลูเซียสจึงรู้จำแหน่งคนที่คอยซ่อนตัวและช่วยเหลือไฮบริดงูทันที เธอไม่มีเวลาให้เสียอีกจึงเคลื่อนไหวในความเร็วเต็มกำลังเพื่อจัดการผู้ก่อการร้ายที่หลุดลอด และกลับมายังหน้าบาเรียทันเห็นชายตาสองสีใช้พลังจิตพอดี

มันเป็นแบบที่อาซาไรหวัง ตัวแปรใหม่ที่คุ้มค่าพอให้รอ พลังจิตแขนงใหม่ที่ไม่มีมาก่อน

“...” ลูเซียสพุ่งตัวกลับมาหล่อเลี้ยงพลังจิตสายฟ้าให้ไหลเวียนรอบมือของตนใช้ต่างดาบเลเซอร์ที่พังไปก่อนหน้า บั่นคอไฮบริดงูที่พลาดการกดชนวนระเบิดซึ่งมัดติดไว้กับเด็กข้างในบาเรีย

เมื่อคนร้ายสุดท้ายสิ้นฤทธิ์หน่วยสวาทที่มีหน้าที่เก็บกวาดจึงโรยตัวลงมาและเริ่มประสานงานกับคนภายนอกให้เข้ามารับตัวเด็ก ๆ ออกไป

“นายใช้พลัง...” ลูเซียสเปรยขึ้นและเห็นสีหน้าปั้นยากเหมือนจะเถียงกลับมาของเขาว่าเธอเป็นคนสั่งเอง เธออยากจะพูดว่าใช้ให้ดูอีกทีได้ไหมแต่อีกฝ่ายตอบสนองกับเธอด้วยสีหน้าไวเกินคนอารมณ์ช้าอย่างเธอ...

“ก็คุณบอกให้ใช้” เขาเม้มปากคล้ายจะทำหน้างอ

“ยกโซฟาตรงนั้นมาหน่อย” ลูเซียสชี้สุ่มไปแถวโซฟาที่ไหลไปกองมุมโถงอีกฟาก เธอสั่งเพื่อจะได้วิเคราะห์ความผิดพลาดและการทำงานของพลังจิต เขาเถียงกลับมาว่าทำไม่ได้กระทั่งซีโร่เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งมันก็ทำให้เธอเห็นว่าเขาใช้พลังจิตได้สิ้นเปลืองอย่างน่าตกใจ ดูเหมือนจะควบคุมให้มันเป็นมวลใช้ต่างมือเพื่อยกโซฟามามันจึงติดกับซากโต๊ะมาด้วย

ลูเซียสประเมินเขาเงียบ ๆ ทรุดนั่งกับโซฟาและชี้ไปที่โซฟามุมโถงอีกครั้ง

“ยกโซฟามาอีกตัว หยุดสร้างภาพมือระหว่างใช้พลังจิต” คำแนะแนวของลูเซียสทำให้ผู้ชายคนนั้นชะงักไป

“อย่าคิดสิ่งที่มองไม่เห็น” เธอย้ำอีกครั้ง และดูเหมือนเขาจะเข้าใจขึ้นมาว่าต้องใช้มันยังไง เขาสามารถใช้พลังได้โดยไม่เอาของรอบข้างติดมาด้วยได้แล้ว ลูเซียสสำรวจการใช้พลังของเขาด้วยออร่ารีดดิ้งและพยักหน้า การใช้พลังคล้ายพลังจิตเคลื่อนที่วัตถุแต่ใช้ได้นานกว่าและอาจจะทำอย่างอื่นได้ด้วย ถึงสีจะใกล้กันแต่มันก็ยังเป็นคนละเฉดกับพลังยกย้ายของทั่วไป

ลูเซ๊ยสคิดว่าถ้าดึงชายคนนี้มาอยู่ในเอ็นเลสได้งานของอาซาไรก็น่าจะง่ายขึ้น และเขาอยู่กับเอ็นเลสจะปลอดภัยจากพวกไส้ศึกในรัฐบาลที่ยังกวาดล้างไม่หมดมากกว่ากว่า เธอใช้พลังแรงโน้มถ่วงทำให้เขาลอยอยู่กลางอากาศ ชี้ไปยังชายตาสองสีหันไปหาซีโร่ซึ่งมาเป็นพี่เลี้ยงเธอวันนี้

“นี่ซีโร่... เอากลับไปเลี้ยงได้ไหม?” ในความหมายของเธอก็คือพลังของเขาน่าสนใจและน่าจะช่วยให้งานของเซทซีโร่ง่ายขึ้นโข แต่เขาก็ถูกแมวมองจากรัฐบาลเข้ามาแนะนำพร้อมมอบเอกสารรับสมัครบุคลากรให้ ซีโร่ที่รู้จักกับพนักงานคนนั้นและเป็นไม้เบื่อไม้เมาเลยรีบเข้าไปเกทับหล่อน

เมื่อทุกอย่างจบลงลูเซียสก็ยังยืนจ้องชายตาสองสี คิดว่าถ้าเอาเขากลับไปได้อาซาไรจะต้องชมเธออย่างแน่นอน

“ซีโร่... เอาไปเลี้ยงไม่ได้เหรอ” พี่เลี้ยงหัวแดงหัวเราะพยายามหว่านล้อมให้หล่อนกลับขึ้นรถและแน่นอนว่าจะหิ้วชายตาสองสีกลับไปทั้งแบบนี้ไม่ได้ เขาต้องถูกสถาบันรับรองการใช้พลังจิตเสียก่อนตามขั้นตอน

“...” เธอจึงบุ่ยปากและยอมกลับอย่างไร้ทางเลือก ในรถตู้ฟิล์มดำซึ่งจอดรออยู่นานแล้วมีมันสมองของเธอนั่งอยู่ด้วย

“อาซาไร!” เธอเลยโดดเข้ารถตู้พุ่งเข้าชาร์จหนุ่มต่างดาวสี่แขนที่อ้ารอ ก็ยังไม่วายชี้กลับไปที่มิวแทนท์ซึ่งอาซาไรหมายตาเอาไว้ตั้งแต่แรก

“อาซาไร เอาไปเลี้ยงได้ไห—”

ปัง!

“อย่าทำให้มันเอิกเกริกสิครับ ผมไม่ต้องการให้ใครรู้หรอกนะว่าผมเล็งเขาเอาไว้ในแผนสิบปีที่กำลังจะสิ้นสุดลง” อาซาไรในรถรีบปิดประตูแล้วถอนหายใจเล็กน้อย

“งั้นเหรอ งั้นก็จะไม่ชวนเข้าเอ็นเลสสินะ” ลูเซียสเข้าใจได้

“คุณก็ชวนตามปกติไปเลย กลุ่มรัฐบาลก็จะชวนเช่นกัน จากที่ดูการตอบสนองของคุณ เขาเป็นสีที่ต่างออกไปถูกต้องไหมครับ?” หนุ่มต่างดาวรวบหญิงสาวให้นั่งดี ๆ บนตักตัวเอง เมินซีโร่ที่ขึ้นมาด้วย และซีโร่ก็ชินชามากพอจะทำเป็นไม่เห็นพวกเขาเพื่อเพลิดเพลินกับของว่างบนรถ

“ใช่ สีมันคล้ายพลังยกของ แต่คนละเฉด การใช้พลังก็คล้ายแต่ระยะเวลาและขอบเขตการใช้งานต่างออกไป คงต้องรอการรับของจากสถาบันอย่างเดียวว่าสามารถทำอย่างอื่นได้รึเปล่า... ฉันคิดว่าเขาน่าจะทำลายสิ่งของได้ด้วย สีที่ปลายออร่าต่างออกไปคล้ายพลังจิตประเภททำลายล้าง” ลูเซียสรายงานสิ่งที่เธอเห็นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของพลังจิตรูปแบบใหม่ซึ่งปรากฏขึ้นได้อย่างถูกเวลา

“แบบคุณนทีสินะครับ แบบนี้พลังของเขาก็นับว่าโกงเอาการเลยนะ ควบคุมทำลายสิ่งของเหรอ... ถ้าดึงมาอยู่เซทซีโร่ได้คงทำให้แข็งแกร่งกว่าเก่า... แต่เวลานี้เอ็นเลสของคุณเป็นที่หวาดกลัวของขั้วอำนาจมืดในรัฐบาลมากพออยู่แล้ว ปล่อยให้เขาเลือกด้วยตัวเองดีกว่าว่าจะเข้ากับฝ่ายไหน ถ้าเข้ากับรัฐบาล เราก็รอเวลาที่เหมาะสมค่อยยื่นเรื่องก่อตั้งองค์กรความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อให้เขาสามารถรับคำสั่งจากเราได้อย่างไม่ผิดปกติ” อาซาไรลูบคางครุ่นคิดถึงสิ่งที่ต้องทยอยทำแทรกขึ้นมาในแผนการสิบปี

“แล้วไม่เจ็บตรงไหนนะครับ?” อาซาไรก้มมองลูเซียสบนตักที่แสดงตาเริ่มปรือ

“ไม่มี สบายมาก แค่ใช้พลังเยอะไปหน่อย” เธอเอนหัวพิงอาซาไร

“เข้าใจแล้วครับ ถึงที่หมายแล้วผมจะปลุกให้” หนุ่มต่างดาวลูบผมของเธอช้า ๆ ไม่ได้ถามหรือชวนคุยอะไรอีก เขาเพียงแค่ส่งข้อความไปบอกหน่วยแพทย์ให้เตรียมแมชชีนฟื้นฟูเซลล์ให้กับลูเซียส

ซีโร่พยักหน้าให้ทั้งคู่และกระชับปืนส่งสัญญาณที่เตรียมเอาไว้ในรถเผื่อบอกตำแหน่งหากเจอกับพวกซุ่มยิง

อาซาไรเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่ได้ตระกองกอดคนในอ้อมแขนก่อนที่พวกเขาต้องแยกกันทำงานอีกครั้ง

เพื่อที่หลังจากสิบปีของแผนการ พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันไปตราบจนสิ้นอายุขัยของอาซาไร จนเดอะวันกลายเป็นเพียงเกาะท่องเที่ยวอันสวยงามอันไร้พิษภัยในที่สุด…

 

 

--------------------------

Big time = เวลาที่ยิ่งใหญ่ ช่วงเวลาที่สำคัญ เหตุการณ์สำคัญ บางบริบทมีความหมายว่า ประสบความสำเร็จ

ช่วงทอร์ค : บิ๊กไทม์จริง ๆ เพราะเขียนตอนจบเอาไว้ก่อนสิ้นปี5555555555 กะเคลียร์ทุกสิ่งที่ติดพันเพื่อจะเริ่มใหม่ดี ๆ ทีละเรื่อง จะไม่อัพทีละสองเรื่องพร้อมกันแน๊ว เข็ด ยิ่งกับเวลามีธุระด่วนแทรกตารางเข้ามานี่แผนที่วางไว้อย่างรวน อ๊ากกกกก

จบลงไปแล้วนะคะ แล้วจะเปิดตอนทิ้งไว้ให้อ่านอีกพักใหญ่มาก ๆ ก่อนจะกลับมารีไรท์อีกที ขอตัวไปลืมก่อนU u U ซึ่งหลังจากนี้ก็มีแผนจะทำการรีไรต์ฟิคป่วยดาบค่ะ พร้อมกับวางพล็อตเรื่อง oc อื่นที่อยากเขียนไปด้วย แต่จะเขียนสำรองไว้ก่อนค่อยลง หรืออาจจะรีไรต์เป็นฉบับสมบูรณ์แล้วค่อยเอามาลงเปิดเรื่องพร้อมติดเหรียญอาจจะดูอีกทีค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามและอ่านมาจนถึงบทนี้นะคะ อาจจะติดขัดหรือแปลกตรงไหนไปบ้างก็แสดงความคิดเห็นได้ตลอดเลยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #52 faza205317 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 00:20
    นะนั่นมันน ผั- ตี้ด เอ้ยย สามีในอนาคตน้องเจ้านายนี่นา โผล่มาแล้วหรอออ นางโผล่มายกโซฟาให้ลูซของเรานิดเดียวเอง 5555
    #52
    1
    • #52-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 28)
      4 มกราคม 2564 / 08:56
      เจ้านาย-คนตาสองสีคือผมนะไม่ใช่ไฮดร้า/กระโดดฆยงเหยงอยู่ในหนังสือชูไม้ชูมือ (ฮาาาา)
      อยากเขียนให้ต่อกับเรื่องที่จบไปแล้วเชื่อมกันนิดหน่อยมานานแล้วค่ะ สานฝันสำเร็จเอาล่ะไปเขียนเรื่องอื่นต่อได้! แฮะๆๆ
      #52-1