Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 26 : Role.25 - In the long run

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ธ.ค. 63

Role.25 - In the long run

 

“การวิเคราะห์สสารต่อต้านพลังจิตไปถึงไหนแล้ว” ลูเซียสถามขึ้น เธอนั่งอยู่บนตักของอาซาไรอีกแล้ว และเขาก็กำลังอู้ด้วยการจัดแต่งทรงผมให้เธออยู่

“เรียบร้อยแล้วครับ ดูเหมือนจะมีส่วนผสมของดาวอื่นอยู่ด้วย เรื่องการจะทำเครื่องตรวจจับสสารต่อต้านพลังจิตคงจะถูกบรรจุเป็นอุปกรณ์เสริมให้พวกคุณในไม่กี่เดือน ส่วนที่มาของมันคงต้องตามสืบกันอีกที ว่าขั้วอำนาจไหนที่ได้ติดต่อลักลอบนำเข้าวัสดุต่างดาวโดยไม่แจ้งทางการ” อาซาไรผูกโบสีเขียวไว้ที่ท้ายทอยของลูเซียส วันนี้หัวของเธอก็กลายเป็นเปียดอกไม้อีกแล้ว โบสีเขียวจึงเหมือนใบไม้ทำให้ช่อดอกไม้ที่ท้ายทอยดูโดดเด่นขึ้น

“แล้วตอนนี้คนสอดแนมเป็นใครแล้วครับ?” อาซาไรเอ่ยถามถึงปัญหาข่าวสารรั่ว

“เป็น 236 แล้วเลยไม่ได้แสดงท่าทีว่ารู้ตำแหน่งของเธอบ่อยนัก แค่เฉพาะบางครั้งที่เธอเลินเล่อ ก็เลยปล่อยข่าวเรื่องภารกิจครั้งหน้าของจริงไป เราจะต้อนให้พวกเขาใช้เส้นทางที่อันตรายและทำให้การขนส่งล่าช้าไปเสียทุกงานจะไม่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติเหรอ?” ลูเซียสสงสัยขึ้นมา ถ้ามันเหมาะเจาะราวจับวาง ต่อให้อีกฝ่ายไม่ฉลาดก็ต้องฉุกคิดบ้างล่ะว่าสถานการณ์มันเหมาะเจาะเกินไป

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะรู้ตัวอย่างแน่นอน ดังนั้นภารกิจถัดไปเราจำเป็นต้องรวบทั้งหมดพื้นที่บริเวณนั้นไม่มีที่ให้หลบซ่อนอย่างใต้น้ำด้วย เราจะอนุญาตให้พวกเขาใช้เส้นทางอันตรายใต้น้ำเท่านั้นครับ เส้นทางและการลักลอบใช้โกดังอย่างผิดวัตถุประสงค์ภายในเกาะเราจะกำจัดทั้งหมด ...มันจะยืดเยื้อต่อไปอีก เพราะทันทีที่เราจับพวกเขาได้พวกเขาก็แค่ย้ายที่ใหม่ ด้วยความที่เป็นแผนสิบปีดังนั้นเราจะใช้มาตรการที่เป็นขั้นตอนในการหลอกให้พวกเขาใช้ลำดับของเราในการลักลอบกระทำความผิด” อาซาไรเปิดโฮโลแกรมส่วนต่อเติมของเกาะกับบริเวณเขตตั้งโกดังเก็บของต่าง ๆ

“ค้นหาพร้อมกันทีละสองเขตอย่างสุ่ม และจะไม่ตรวจเขตเดิมซ้ำอีกภายในหกเดือน เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นก็จะใช้โอกาสนี้กลับไปตั้งฐานในพื้นที่เดิมซึ่งถูกตรวจไปแล้วและโยกย้ายอยู่ภายในการจัดการของเรา หรือก็คือเราจะเลี้ยงไข้เชื้อโรคพวกนี้เอาไว้ พลางขัดขวางการส่งวัตถุดิบให้เข้าไปที่ฐานวิจัยช้าลง ให้พวกเขาทำงานยากขึ้นที่นี่...”

ลูเซียสฟังคำอธิบายของเขาพลางจดจำข้อมูลพิมพ์เขียวใหม่ ๆ ที่ถูกต่อเติม

เวลาสิบปีที่อาซาไรวางแผนเอาไว้คือการถอนรากถอนโคน โดยดึงรากฝอยเน่าออกมาทีละเส้นสองเส้น ทำราวกับว่าพลาดท่าในการคว้าหางของพวกมันซึ่งซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังลูกน้องตัวเอง จากนั้นก็ล้อมกรอบทำให้แขนขาที่มีค่อย ๆ สูญเสียไปทีละนิด

และเมื่อได้เวลารุกจนกระดานนี้กลุ่มรัฐบาลน้ำดีและอาซาไรก็จะเป็นฝ่ายชนะ

“นายดูสนุกน่าดูเลยนะ...” ลูเซียสกล่าวลอย ๆ เมื่อรับรู้ระดับอารมณ์ของอาซาไรที่เปลี่ยนแปลงไปจนชักรำคาญ

“ค่อนข้างน่าตื่นเต้นเมื่อเทียบกับงานทั้งหมดที่เคยทำมาน่ะครับ ปกติแล้วพวกเรามักจะจัดการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดภายในระยะเวลาสั้น ๆ และด้วยสถิตินี้ทำให้พวกเขามองว่าพวกเราจากสภาดวงดาวเป็นชาวพันธุ์คิดไว ทำไว ไม่มีทางที่พวกเขาจะฉุกคิดแน่ว่าผมจะอดทนรอถึงสิบปี...” หนุ่มต่างดาวประสานมือบนตักของลูเซียส

“แล้วคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่หายไปล่ะ?” ลูเซียสถามขึ้นถึงคดีที่จำต้องจับแพะและกลายเป็นคดีปริศนา ซึ่งมันสร้างความกลัวให้กับตำรวจบางผู้ที่ทราบข้อมูลคดีกันถ้วนหน้า

“...ผมยังไม่แน่ใจในทฤษฎีของตัวเองเท่าไหร่นัก แต่ว่ายังคงปักใช้เชื่อว่าเป็นพลังงานที่ตาเนื้อมองไม่เห็นครับ อย่างพวกผี แม้จะต่างจากผีที่เคยรู้จักบนโลกก็ตาม บางทีอาจจะเป็นผีต่างดาวก็ได้นะครับ” เขายักไหล่

“....” แน่นอนว่าลูเซียสกลอกตาแล้วปัดแนวคิดนั้นทิ้งทันที

“มีเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีฉลาดเป็นกรดคนนั้นไม่สามารถให้คำตอบได้ด้วยแฮะ” เธอพึมพำ

“เดี๋ยวนี้รู้จักหยอกล้อแล้วเหรอครับ? น่าชื่นชมจริงๆ” เขาไม่ได้ว่ากลับกันค่อนข้างจะประทับใจด้วยซ้ำ

“อ้อ จริงสิ ผมมีเรื่องที่คิดว่าบอกคุณเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า...” เขาประกบมือเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“เรื่องแรกผมไล่เช็กพนักงานของคุณแล้ว มีบางคนประวัติมีปัญหาเกี่ยวข้องกับกลุ่มนายทุนใหญ่ เดี๋ยวจะส่งรายชื่อตามไปให้ทีหลังนะครับ ทางผมต้องให้ทีมรวบรวมหลักฐานก่อน” เขายิ้มและเปิดภาพถ่ายติดบัตรของคนเหล่านั้นให้ลูเซียสได้จดจำด้วยตนเองและระวังเอาไว้

“หมายความว่าปล่อยข่าวเท็จผสมข่าวจริงตามสถานการณ์ให้คนพวกนี้ได้เหมือน 236 สินะ?” เธอกวาดตาจดจำภาพถ่ายทั้งหมดเอาไว้ในใจ

“ครับ รบกวนด้วย ส่วนจะเป็นข่าวอะไร เดี๋ยวผมจะไกด์ให้ตามภารกิจที่จ้างวานไปนะ” อาซาไรพยักหน้าก่อนจะลบไฟล์ภาพถ่ายติดบัตรทิ้งจากระบบ

“เรื่องที่สอง ห้องแล็บที่วิจัยคุณ หลังจากช่วยพวกคุณออกมาได้ จับนักวิจัยเถื่อนบางส่วน ประกอบกับคำให้การของนักวิจัยเถื่อนหลายคนทำให้ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นผู้ชักใยตีวงได้แคบลง... เรื่องที่มั่นใจได้อย่างหนึ่งก็คือขั้วอำนาจผู้นำมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย... ปลัดกระทรวงมนุษยชาติแผนกมิวแทนท์ และเขายังถือหุ้นของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเอาไว้กว่าครึ่ง ประวัติแทบจะไม่ด่างพร้อยยกเว้นการใช้เงินฟุ่มเฟือยของเขาซึ่งในบรรดาการใช้จ่ายเหล่านั้นมีส่วนที่ถูกแก้ไขปลอมแปลง” อาซาไรเคาะแป้นพิมพ์และเปิดรูปหญิงวัยกลางคนขึ้นมา

“หล่อนไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ แต่เป็นหัวหอกในการสร้างแล็บที่จับคุณไปทดลอง ลูเซียส... อยากให้ผมทำอะไรเป็นพิเศษไหม?” อาซาไรคิดว่าตัวเธอควรจะรับรู้เรื่องนี้ด้วย และต่อให้ลูเซียสจะปรากฏอารมณ์อาฆาตแค้นขึ้นมาเขาก็จะไม่ห้าม

“ไม่นี่ แต่ถ้าเธอมีตำแหน่งสูงขนาดนั้นอาจจะมีแล็บใหม่ซ่อนอยู่ที่อื่นก็ได้ถูกต้องไหม?” ลูเซียสจดจ้องภาพถ่ายนักการเมืองระดับสูงและโคลงหัว

“ครับเท่าที่สืบก็มีการเคลื่อนไหวน่าสงสัยอยู่ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นแล็บทดลองมนุษย์หรือยาต้องห้าม” เขาลูบคางแล้วเลิกคิ้วขึ้นจ้องมองหญิงสาวบนตัก “ไม่มีความรู้สึกด้านลบเลยเหรอครับ?” อาซาไรทั้งทึ่งทั้งสงสัย

“...ฉันไม่มีปัญหากับเธอเป็นการส่วนตัวนะ ถ้าในแง่ของความรู้สึกก็คงต้องขอบคุณที่ทำให้แข็งแกร่งขนาดนี้ ความรู้สึกด้านลบอย่างโกรธแค้น หรืออยากเห็นหน้าเป็นพวกนักวิจัยมากกว่า...” เธอตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ปลายคิ้วของเขาม้วนเข้าหากันเล็กน้อย

“ไหงถึงเป็นแบบนั้นล่ะ คุณที่อยู่ในแล็บเองก็น่าจะรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดระหว่างการทดลองดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?” เขาประเมินว่านี่เป็นการตอบเอาใจหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะลมหายใจหรือแววตาของลูเซียสก็ไม่มีวี่แววพิรุธแม้แต่น้อย

“เพราะว่าต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นถึงจะได้เจอกับทุกคนมั้ง? ถ้าไม่ใช่เหยื่อก็ไม่มีทางถูกช่วยเหลือ หากว่าไม่ได้มีชีวิตรอดในทุกการทดลองก็คงไม่ได้พลังมาครอบครอง ถ้าไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในมนุษยชาติก็คงไม่ได้อยู่กับเอ็นเลส” เธอขดตัวยกขาขึ้นมากอดบนตักของหนุ่มต่างดาว อาซาไรหัวเราะในลำคอเพียงลูบศีรษะของเธอเบา ๆ

“นั่นสินะ ในเส้นทางที่ต่างออกไปคุณไม่มีทางได้เจอพวกเราแน่ ไม่ว่าจะผม หรือคนในหน่วยเซทซีโร่...” เพราะว่าอดีตนั้นใจร้ายกับเธอมากทีเดียว แต่เพราะสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เธอได้มาพบกับแสงสว่างในที่สุด

“ใช่ไหมล่ะ เพราะงั้นไม่ได้อาฆาตหรือเกลียดเป็นพิเศษหรอก แล้วก็หล่อนน่ะมักจะร้องไห้ทุกครั้งที่มีตัวทดลองเสียชีวิตด้วยล่ะ” ลูเซียสเงยหน้าเล็กน้อยมองภาพถ่ายของปลัดกระทรวงมนุษย์ “ถึงจะไม่รู้ว่าผิดหวังกับนักวิที่ทำจัยพลาด หรือเพราะสงสารตัวทดลองก็ตามเถอะ”

“อีกเรื่องที่ไม่ได้นึกอยากจะให้ทำอะไรเป็นพิเศษก็เพราะว่ามันจะไม่เป็นผลดีกับอาซาไรในระยะยาวนะ หากคนนอกรู้ว่าการลงโทษเธอเป็นสิ่งที่คนสนิทอย่างฉันเรียกร้อง ความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นกลางของนายจะพังเอา” เธอคิดว่าการให้เรื่องส่วนตัวไปกระทบกับงานช่างเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดกับอาซาไรเอาเสียเลย

“ในมองด้วยเหตุผลก็เป็นอย่างนั้น แต่ถ้ามองด้วยอารมณ์ผมก็อยากให้คุณกระเตื้องกับความเคียดแค้นอีกหน่อย...” อาซาไรยิ้มเจื่อน เขาเลินเล่อจนลืมไปได้ยังไงนะว่าลูเซียสมองแปลกกว่าคนอื่น

“จะได้ดูสมเป็นมนุษย์มากขึ้น?” ลูเซียสเลิกคิ้วหันไปถามอีกฝ่าย

“ให้พูดในแง่ของอารมณ์ที่คุณใช้ไม่ครบก็ใช่ครับ แต่ว่าผมก็ไม่ได้รังเกียจคุณที่เป็นอยู่ตอนนี้หรอกนะ” อาซาไรยิ้ม

“งั้นเหรอ งั้นก็จะไม่เคียดแค้นต่อไปแล้วกัน ค่อยไปพาลใส่พวกพ่อค้าอาวุธไม่ก็พวกค้ามนุษย์” เธอหันกลับไปแล้วกดแป้นพิมพ์ของเขาเรียกเปิดไฟล์รายงานภารกิจของทั้งรัฐบาลและเอ็นเลสที่เขาสามารถเข้าถึงได้ขึ้นมาเพราะเธอก็เห็ฯอะไรบางอย่างในพวกมันจากบรรดารายงานของทางเอ็นเลส ลูเซียสได้รับอนุญาตจากอาซาไรกับปากว่าถ้าเธอต้องการข้อมูลอะไรแล้วเขามีพร้อมมั่นใจว่ามันถูก เธอเปิดดูได้ตามใจชอบเลย

“ถึงข่าวจะออกไม่หมดก็เถอะ แต่เพราะลงพื้นที่จริงเลยเอะใจว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ การจับกุมชุมนุมความรุนแรงช่วงนี้ทำขึ้นเพื่อล่อให้เฮโลไปฝั่งหนึ่งของเกาะอย่างเห็นได้ชัด นอกจากชุมนุมความรุนแรงแล้วก็มีปล้นจี้ด้วย” ลูเซียสเปิดแผนที่เกาะขึ้นมาก่อนจะปักหมุดตำแหน่งภารกิจจับกุมที่ทำการสำเร็จ

“ฮุๆๆ เดี๋ยวนี้เริ่มรู้ทันแล้วนะครับ ใช่แล้วมันเป็นการสร้างความวุ่นวายให้เอิกเกริก แล้วล่อสายตาของใครหลาย ๆ คนไปยังสถานที่บางแห่ง แล้วก็ใช้เวลาที่ใครต่อใครสนใจที่อื่นไปลักลอบขนส่งกันอย่างลับ ๆ แต่พวกเขาคงใช้อีกไม่นานก็จะเปลี่ยนแผนแล้ว มันดูออกง่ายเกินไป” อาซาไรเปิดข้อมูลเทียบความเชื่อมโยงให้เธอได้เข้าใจชัดขึ้น

“ทั้งหมดเกิดขึ้นราวทุกสองอาทิตย์ แวะเวียนไปตามสถานที่คนพลุกพล่านเพื่อดึงให้เราต้องใช้กำลังคนมากในการช่วยเหลือตามไปด้วย... ขืนมากกว่านี้คุณคงต้องลงงานเดี่ยวเพื่อไปตามไล่ล่ากลุ่มลักลอบขนส่งเข้าสักวัน” เขานวดขมับอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่อยากจะให้ลูเซียสทำงานลำพังเพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างการทำลายข้าวของสาธารณะจากการลงไม้ลงมือรุนแรง

จะเรียกว่ามันเป็นข่าวเสียหนึ่งในไม่กี่อย่างของลูเซียสก็ได้ มีคนชื่นชมแต่ก็มีคนก่นด่าเช่นกัน

“ถ้าเจ้าพวกนั้นดื้อด้านหรือเหมือนแมลงสาบให้น้อยกว่านี้ ทรัพย์สินสาธารณะก็ไม่บุบสลายหรอกน่า...” ลูเซียสรู้ว่าเพราะอะไรใคร ๆ ก็ไม่อยากให้ทำเธองานคนเดียว ทุกงานจำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงจากเซทซีโร่ไปด้วยอย่างน้อยคนหนึ่ง เพื่อความมั่นใจ

“พวกผู้ร้ายที่คุณว่าเขาไม่สนหรอกครับว่าจะมีอะไรเสียหายไหม แค่เปิดทางให้เขามีโอกาสหนีก็พอ” อาซาไรหัวเราะในลำคอ “แต่พวกเขาก็ไม่เคยจำเสียทีว่ามือปราบปรามเอกชนอันดับหนึ่งของพวกเราไม่เคยโดนรั้งเอาไว้ด้วยข้าวของที่พังลงมาขวางทาง”

“ใช่แล้ว ทำไมไม่เคยจำเลยนะว่าอัตราความสำเร็จของฉันคือร้อยเปอร์เซ็นต์” เธอพูดออกมาอย่างไม่อายปากพลางหมุนแผนที่เพื่อปีกหมุดเพิ่ม

“ผมเองก็รู้นะว่ามีอยู่ตรงไหนของแผนที่บ้าง...” อาซาไรยิ้มเจื่อนกับความขะมักเขม้นของหล่อน

“ไม่ใช่... มันมีข้อความที่ถูกส่งผ่านสถานที่เหล่านี้” ลูเซียสสั่นหัว เมื่อปักหมุดจนครบเธอก็ลากสวมปลอกนิ้วเพื่อสร้างเส้นแสงตามวิถีการลากนิ้วของเธอไปตามหมุดที่กระจายตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบ

“อ้างอิงจะลำดับการเกิดและประเภทความวุ่นวาย เป็นพวกคนรับจ้างก่อความวุ่นวายระดับทั่วไป กับพวกทหารรับจ้างเถื่อนฝีมือดี” ลูเซียสเขียนตัวอักษรแล้วขีดกากบาทในตำแหน่งที่เป็นความวุ่นวายจากทหารรับจ้างเถื่อน ตัวอักษรจึงค่อย ๆ ปรากฏออกมาทีละตัวสองตัว

‘ลองหาฉันดูสิไอ้ต่างดาว’

อาซาไรขมวดคิ้ว เขาไม่ได้โกรธที่เหมือนถูกเยาะเย้ย แต่กลับเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายจะรู้หรือเปล่าว่าเขากำลังวางแผนระยะยาว

“เป็นการส่งข้อความที่อ้อมค้อมจังเลยนะครับ” เขาถอนหายใจ

“ใช่ ที่จริงถ้าเมื่อสองสามวันก่อนฉันไม่ได้ดูหนังเก่าก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมีวิธีส่งข้อความอ้อมค้อม อุกอาจ และกวนประสาทแบบนี้ด้วย” ลูเซียสถอดปลอกนิ้วอิเล็กทรอนิกส์ออก

“ผมนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีการส่งข้อความแบบนี้ นี่เป็นวิธีที่ไม่ปรากฏในดาวอื่น และก็ไม่ปรากฏในสมัยนี้เช่นกัน” เขาลูบคางครุ่นคิด

“เป็นไปได้ไหมว่าเบื้องหลังจะเป็นพวกสายเลือดโบราณ? ในคนกลุ่มนั้นหลายสายพันธุ์เป็นพวกมีชีวิตอยู่ยาวนาน น่าจะนานพอที่จะเลือกใช้วิธีเก่า ๆ แบบนี้ ในยุคสมัยที่พวกเราพึ่งพาวิทยาการขนาดนี้น่ะ...” ลูเซียสย่นคิ้ว เธอคิดว่ามันเป็นไปได้มากทีเดียว

“ก็ไม่ใช่จะเป็นไปได้เลย แต่ก็อาจจะเป็นกลุ่มอื่นที่จงใจใช้กลวิธีเก่า ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสงสัยออกไปจากตัวเองก็ได้เช่นกัน” อาซาไรนวดหางหิ้ว เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นกลุ่มสายเลือดโบราณ

ในโลกใบนี้กลุ่มสายเลือดโบราณมีความเชื่อแปลก ๆ อย่างโลกหลังความตาย บางกลุ่มสายพันธุ์ก็ยึดติดกับศาสนามาก ทั้งยังเป็นพวกไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือเรื่องนอกเหนือจากพวกตัวเอง... เทียบเป็นตัวเลขอัตราที่พวกเขาจะก่ออาชญากรรมจากสถิติที่แล้วมาคือศูนย์จุดห้าเพียงเท่านั้น และแต่ละสายพันธุ์ก็ล้วนได้รับการดูแลจากหัวหน้าแต่ละสายพันธุ์และรายงานให้กับผู้นำกลุ่มสายเลือดโบราณ จะกล่าวว่าพวกเขาเป็นกลุ่มที่มีความเคร่งครัดในกฎระเบียบและเป็นประชากรน้ำดีที่สุดก็ว่าได้

“นั่นก็จริง...” ลูเซียสไม่เถียงในประเด็นนี้อีก “เอาเถอะ ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะหาตัวคนน่าสงสัยได้จากข้อความหรอกนะ เพราะว่าปกติแล้วฉันพึ่งพาเอมพาธีในการตัดสินใจว่าใครมาดีหรือไม่ดี” เธอเลิกที่จะพยายามขบคิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด

“เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการเถอะนะ” อาซาไรก้มลงมาคนบนตัก

“พยายามเข้านะ” เธอให้กำลังใจอีกฝ่ายพร้อมกอดแขนคู่รองรอบเอว

“ไม่ได้ลำบากอะไรขนาดให้ต้องพยายามหรอกครับ...” เขาขำออกเสียง

“มันเป็นการให้กำลังใจนะ ไม่ชอบเหรอ?” ลูเซียสโคลงหัว

“... ผมว่าผมชอบมันนะ แค่รู้สึกว่าคุณเลือกคำพูดได้ไม่ค่อยตรงกับผมเท่าไหร่ แต่หากใช้กับมนุษย์คนอื่นละก็...มันถือเป็นคำที่ดีคำหนึ่ง” เขาอมยิ้ม

ลูเซียสพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับว่าจะจำไปปรับปรุง เธอมองนาฬิกาทำท่าจะจากไปก็นึกขึ้นได้ว่ามีอีกข้อสงสัยที่เธอยังไม่ได้ถามออกไป

“นี่อาซาไร” เธอเริ่มแกะมือคู่รองของเขา

“ครับ?” หนุ่มต่างดาวดูมีความสุขเมื่อได้หยอกเอินอีกฝ่ายเล่นตามประสาของเขา ด้วยการใช้มือคู่รองกอดเธอไว้

“การถักเปียดอกไม้มีความหมายอะไรพิเศษเหรอ?” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคู่หลักใต้กระดูกคิ้ว

“...อุตส่าห์รู้ด้วยนะครับ เอ หรือว่าอาซาฮีบอกกันนะ?” เขาไม่ได้ตอบในทันทีซ้ำยังถามกลับ ลูเซียสส่ายหน้าเขาก็ยิ้มเล็กน้อย

“สำหรับชาวดาวของเรา การถักเปียดอกไม้ให้คู่รักถือเป็นการอวยพรครับ ดาวของเรามีดอกไม้ที่ใหญ่โตกว่าตัวเองใช่ไหม ดอกเล็ก ๆ ก็มีเหมือนกัน และมักจะใช้เพื่อประดับหัวเวลาออกล่า เพื่อพรางตัวจากมุมมองบนฟ้าสู่ผืนดิน เป็นการอวยพรขอให้ปลอดภัยกลับมา” อาซาไรอธิบายแล้วเรียกภาพถ่ายดาวต้นกำเนิดของเขาบางส่วนจากเว็บไซด์ความรู้ออกมาให้เธอดู

“... มันก็ดีแต่ว่าดาวดวงนี้น่ะคงต้องทาสีเทาเพื่อให้กลมกลืนต่างหาก” เธอแก้ไขส่วนที่ต่างออกไปของสองดาว

“นั่นสินะครับ แต่ว่าคุณไม่จำเป็นต้องทาสีเทาเพื่อพรางตัวจริงไหม?” เขาหัวเราะเบา ๆ “ถึงได้ถักเปียให้เหมือนที่ทำบนดาวของผมแทน แบบนี้อวดคนอื่นได้ด้วยใช่ไหมล่ะครับ” เขากอดอกยิ้มคล้ายโอ้อวดอยู่ในที

“อื้ม ใคร ๆ ก็ถามว่าไปทำที่ไหนมา แต่พอบอกว่าอาซาไรถักให้ก็เงียบไปหมดเลย ท่านรัฐมนตรีสนใจจะเปลี่ยนอาชีพไปเปิดร้านถักผมไหม?” ลูเซียสเรียนรู้การหยอกล้อจากอาซาไรก็ย้อนเกล็ดกลับบ้างและครั้งนี้ก็เช่นกัน

“ในระยะยาวแล้วคงไม่ดีมั้งครับ ของที่เรียกว่าแฟชั่นในโลกของคุณมันไม่ยืนยาว เพียงฤดูกาลเปลี่ยนกระแสความนิยมก็เปลี่ยนไปแล้ว ไม่คุ้มค่ากับการต้องเปลี่ยนงานหรอก ถึงผมจะรู้แก่ใจว่านี่เป็นการล้อเล่นกลับของคุณก็ตาม” อาซาไรยักไหล่เลียนแบบลูเซียส

“แล้วก็ผมไม่ทำสิ่งนี้ให้คนอื่นนอกจากอาซีกับคุณหรอกนะลูเซียส” อาซาไรยิ้มเกลี่ยผมสีบลอนซ์ซีด “อันที่จริงผมควรถามคุณมากกว่าว่าไว้ผมยาวแล้วไม่เกะกะหรอกหรือ?” เขาสนใจขึ้นมา การเคลื่อนไหวของลูเซียสเร็วมาก ผมเผ้าคงพันกันน่าดูต่อให้มักเป็นเปียยาวหรือหางม้า

“ก็จะตัดอยู่หรอกแต่เห็นนายชอบถักเปียให้ก็เลยไม่ได้ทำอะไรกับมัน” เธอจับผมหน้าม้าเพราะไม่อยากจะแตะเปียดอกไม้หลังหัว

“คุณจะตัดสั้นผมก็มีวิธีอวยพรแบบอื่นไม่เป็นอะไรหรอก” อาซาไรยกมือปิดปากหัวเราะอย่างเอ็นดู

“ดี งั้นไว้ค่อยหาโอกาสตัดสั้น” เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย แม้ว่าจะมีเครื่องช่วยเป่าและอบผมแต่เธอก็รู้สึกว่ามันเสียเวลาชีวิตของเธอไปหน่อย เธอไม่ได้รักเส้นผมตัวเองอะไรขนาดนั้น ถึงสาว ๆ คนอื่นในทีมดูจะชอบมันก็เถอะ...

“ผมก็คิดว่าคุณน่าจะชอบผมสั้นมากกว่าผมยาวเหมือนกัน ลูเซียสของผมไม่น่าจะชอบเสียเวลากับการดูแลมันหรอกจริงไหม?” เขาก้มลงหอมหัวแล้วอุ้มเธอลงจากตัก หมดเวลาพักแล้ว ทั้งเขาและเธอต่างยังมีเรื่องที่ต้องไปทำ

“ฝากจัดการกลุ่มพ่อค้าอาวุธด้วยนะครับ จับเป็นกลับมา...แต่ถ้ามันยากนักจะจับตายก็ไม่เป็นปัญหา” อาซาไรประสานมือ แม้จะมีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ในใจแต่สมองของเขาก็สั่งให้ต้องละสายตาจากมนุษย์ที่หลงใหลที่สุดกลับไปยังงานของตน

“ไม่ต้องห่วง ไม่คิดจะปล่อยให้หลุดมือไปอยู่แล้ว เพราะครั้งนี้เป็นการต้อนให้พวกมันกลัวนี่นา” เธอทำสัญญาณมือทางการใส่เขาและเดินหลังตรงออกจากห้องไปด้วยท่าทีราวกับทหาร

 

 

“ในระยะยาวถ้าอยากให้คุณมีชีวิตก็ต้องแลกกับบาดแผลเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น... คุณดีโลไลน์ที่กล้าปล่อยคุณให้เดินไปในเส้นทางนั้นก็ใจแข็งอยู่พอตัวเชียวล่ะครับ...” หลังลูเซียสออกไปสักพักอาซาไรพึมพำกับตัวเอง เขาเอนหลังกับเก้าอี้แล้วถอนหายใจเบา ๆ

‘เพราะถ้าเป็นผมคงไม่ปล่อยให้คุณให้ไปทั้งที่ร็ว่าจะกลับมาอีกครั้งในสภาพเจ็บหนัก...’ อาซาไรเปิดช่องสื่อสารและรายชื่อทหารรับจ้างของศัตรูในครั้งนี้

“คุณดีโลไลน์ ถ้าไม่ใช่ว่าคุณบอกว่ายังไงก็รอดผมไม่มีทางให้เอ็นเลสได้ภารกิจนี้แน่...” เขานวดขมับแม้จะไม่ได้ปวดหัว กลับรู้สึกกลุ้มใจมากกว่า

[อยากให้แข็งแกร่งก็ต้องฝึกให้มาก ลูเซียสต้องเรียนรู้อีกเยอะในสนามรบ...รวมไปทั้งการโดนลูกทีมชั่วคราวหักหลัง] ท่านประธานบริษัทรับจ้างเอกชนยักษ์ใหญ่ถอนหายใจก่อนจะยิ้มขี้เล่น

[ไม่นึกว่าจะได้ยินประโยคเดียวกับที่เคยพูดไปจากคุณนะท่านรัฐมนตรี ในที่สุดก็กลายเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจปล่อยให้ตายลงไปแล้วสินะ] แม้จะไม่เห็นแววตาแต่จากน้ำเสียงก็พอทราบได้ว่าบอสใหญ่ภาคพื้นดาวกำลังรื่นเริงเอาการ                                        

“ผมก็ไม่คิดว่าจะกลายเป็นฝ่ายที่พูดอะไรแบบนี้เหมือนกัน...” อาซาไรขยับตัวมานั่งประสานมือกับโต๊ะทำงาน

“เรามาคุยถึงลำดับต่อไปที่ต้องจัดการกับเถอะท่านประธานเอ็นเลสภาคผิวดาว... คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าบรรดาลูกน้องของคุณมีคนจากขั้วอำนาจของรัฐบาลแฝงตัวเข้ามา...”

--------------------------

In the long run = ในระยะยาว

ช่วงทอร์ค

วันนี้ค้นพบว่าเครื่องเคียงของร้านบุปเฟ่ต์เกาหลีโทนีรังอร่อยมาก ชอบจนสามารถกินแต่เครื่องเคียงกับไข่ตุ๋นให้อิ่มได้ U u U ซุบกิมจิด้วย อาโหร่ยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #49 faza205317 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 00:55
    ตอนหน้าต้องลุ้นแน่ๆ // เครื่องเคียงใช้พวกผักดองป่ะ เพราะเราค่อนของชอบหัวไชเท้าดองแบบเกาหลีอยู่ อร่อยดี
    #49
    1
    • #49-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 26)
      21 ธันวาคม 2563 / 10:00
      มีหลายอย่างเลยค่ะ ไส้กรอกผัดซอส มันบด ถั่วหวาน ปลาเส้น ไข่นกกะทาต้มซอส ยำสาหร่าย ผักผัดเกลือน้ำมันงา กิมจิ U u Uขอเติมได้ไม่อั้นด้วย ช๊อบ
      #49-1