Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 24 : Role.23 - Third time’s a charm

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ธ.ค. 63

Role.23 - Third time’s a charm

 

เดอะวันเป็นรูปเป็นร่างและคึกคักมากขึ้น แต่นั่นก็ทำให้อาชญากรจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันเพราะสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนของเถื่อนไปสู่นอกโลกได้ง่ายที่สุด ไม่ใช่ว่าการป้องกันและตรวจสอบพัสดุหละหลวม แต่เป็นเรื่องของการลักลอบทางน้ำซึ่งทำได้ง่ายและซ่อนของได้แนบเนียนกว่าการขนส่งอื่น ๆ

นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเกาะสร้างแห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่ลักลอบสร้างแล็บวิจัยผิดกฎหมายอีกด้วย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปกปิดการกวาดล้างเหล่าคนนอกกฎหมายให้หายไปจนหมดในเวลาอันสั้น

ลูเซียสได้รับรู้ถึงแผนการจัดการระยะยาวของอาซาไรและไม่ได้มีความเห็นต่าง ถึงแม้ว่าแผนนั้นจะทำให้มีคนตายมากขึ้นก็ตาม ตราบใดที่ไร้หลักฐานคามือ ตราบใดที่ไม่มีความผิดเกิดขึ้น กลับไม่สามารถลากพวกคนชั่วให้ออกมาจากเงามืด นั่นเป็นความเสียเปรียบอย่างร้ายแรงของพวกเขาที่ทำหน้าที่อยู่ภายใต้กฎหมาย

เสมือนรู้ว่าตัวทดลองจะถูกฆ่าแต่หากไม่มีคนตาย ผู้บงการก็จะถูกตราหน้ารับแค่โทษกักขังหน่วยเหนี่ยวหรือค้ามนุษย์เท่านั้น ช่างไม่ยุติธรรมเมื่อต้องรอให้เกิดการสูญเสียก่อนถึงจะสามารถลากคอพวกผู้บงการออกมารับโทษหนักได้

ดังนั้นเพื่อตัดรากถอนโคน เธอจึงจะอดทนปล่อยให้พวกมันทำชั่วช้าต่อไปอย่างย่ามใจ และในวินาทีที่คิดว่าแผนการของตัวเองสมบูรณ์แบบไม่มีทางผิดพลาด อาซาไรก็จะดึงคนพวกนั้นลงมาให้เธอจัดการ

และก่อนอื่นสิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยนตัวนักสอดแนมจากขั้วอำนาจอื่นให้กลายเป็นหมายเลข 236 ดวงตาของลูเซียสมองตรงไปยังกระจกซึ่งกั้นระหว่างภายในและภายนอกอาคารเอ็สเลส แม้จะเป็นเพียงเงาสะท้อนเลือนรางก็ตามแต่เธอก็เห็นใครบางคนมองมาที่เธอ

‘คงต้องให้อาซาไรคัดคนของเอ็นเลสกับรัฐบาลในหน่วยปราบปรามบางส่วนด้วย” ลูเซียสมุ่นคิ้วพลางตักพุดดิ้งในมือเข้าปากแสร้งไม่รู้ว่าถูกจับตามองและคิดว่าจะจัดการกับนักสอดแนมคนนั้นยังไง

ถึงจะบอกว่าฆ่าได้ก็ตาม แต่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในรายชื่อจับตาย แถมยังไม่มีคดีก่ออาชญากรรม...

สำหรับเธอจับเป็นมันยากกว่าจับตายเสียอีก... ลูเซียสกระโดดลงจากเก้าอี้และวางถ้วยเปล่าที่รถเข็นทิ้งจานชามใช้แล้วก่อนจะหยิบพุดดิ้งมาอีกสองถ้วยและไปนั่งร่วมโต๊ะกับนักสอดแนม

เธอตั้งใจว่าจะทำให้พวกนั้นกลัว และย่ามใจในเวลาต่างค่อย ๆ มากขึ้นเมื่อเปลี่ยนนักสอดแนมฝีมือดีคนอื่นมาแทนที่ จนกว่านักสอดแนมที่ตามติดเธอจะเป็นหมายเลข 236

“!” อีกฝ่ายผงะไปอย่างตกใจพร้อมเบิกตากว้าง

“พุดดิ้งของเลาจน์เอ็นเลสอร่อยนะ” ลูเซียสเลื่อนถ้วยขนมเล็ก ๆ ให้อีกฝ่าย เขาอาจจะเป็นนักสืบเอกชน หรือแขนขาของใครสักคนในขั้วอำนาจอนุรักษนิยมเก่า

“ขอบคุณครับ...” แน่นอนว่าฝ่ายตามสืบคงไปไม่เป็นเมื่อเป้าหมายเข้ามาคุยด้วยตัวเอง

“เข้ามายื่นคำร้องจ้างวานสินะถึงเดินเข้าตึกมาได้... คงต้องมีการทบทวนระบบการต้อนรับลูกค้ากันใหม่” ลูเซียสพึมพำให้เขาได้ยินพลางคาบช้อนโลหะ เธอเท้าคางมองอีกฝ่ายนิ่ง

“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะไม่รู้ตัวล่ะ?” ลูเซียสเลียนแบบรอยยิ้มการค้าของแฟร์ขึ้นมาใช้เพื่อกดดันอีกฝ่าย

“ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” เขาตอบด้วยรอยยิ้มพลางตักพุดดิ้งกินด้วยท่าทีสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ตามใจ...” ลูเซียสไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากเธอกินพุดดิ้งถ้วยตัวเองจนหมดก็เดินกลับเข้าไปส่วนในของตึกที่มีเพียงเจ้าหน้าที่ขององค์กรเท่านั้นจะเข้าไปได้

พอเดินผ่านพนักงานคนอื่นเธอจึงชี้ให้มองนักสอดแนมคนแรกที่ต้องเขี่ยออกไปให้พ้นทาง

“ตรวจสอบคำจ้างวานของชายคนนั้น จำนวนเงิน แล้วตรวจประวัติการเงินย้อนหลังว่าเกี่ยวข้องกับเส้นสายนักการเมืองคนไหนไหม” พนักงานไฮบริดแม้จะสงสัยแต่ก็พยักหน้ารับคำสั่ง มองตามปลายนิ้วของลูเซียสไปยังชายที่นั่งอยู่ในเลาจน์

“ให้ส่งรายงานนี้ถึงคุณภายในวันไหนดีคะ?” เธอถามขึ้นและจำใบหน้าของชายเป้าหมายเอาไว้

“เร็วที่สุดที่จะทำไหว แล้วก็คัดลอกเหมือนกันส่งให้อาซาไรด้วยจั่วหัวเอกสารว่าลูเซียส” มิวแทนท์สาวกำหนดเส้นตายล่องหนเอาไว้

“ด ได้ค่ะ!” และเมื่อมีชื่อของอาซาไรเข้ามาเกี่ยวข้องก็ดูพนักงานของที่นี่จะทำไงไวขึ้นอย่างไม่ทราบเหตุผล ซึ่งลูเซียสคิดว่าน่าจะมาจากชื่อเสียงของอาซาไร สายพันธุ์ที่มันสมองดั่งระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การทำงานล่าช้าส่งให้เขาคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

“ลู~ พรุ่งนี้มีงานปราบปรามเธอต้องไปด้วย~” แฟร์เข้ามาคล้องไหล่น้องสาวของทุกคนในหน่วยแล้วโชว์ไอดีเอของตนซึ่งเปิดระบบโฮโลแกรมเอาไว้

“เป็นไง~ พวกเราควานหาพวกมันได้เร็วขนาดนี้ ต้องยกความดีความชอบให้อาซาฮีเลย!” แฟร์ตบไหล่เล็ก ๆ นั่นไปแกหลายทีอย่างตื่นเต้น

“งานเก็บกวาดก็ดีเพราะจับตายมันง่ายกว่าจับเป็น แต่ถ้าไม่อยู่ในศีลธรรมดี ๆ คงไม่ได้เป็นที่ยอมรับไม่ได้การสนับสนุนจากประชาชนแน่” ลูเซียสบ่นออกมา ภายหลังการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เธอยังคงพยายามจะไม่ฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่อีกฝ่ายเป็นคนในหมายจับตาย ไม่มีท่าทีจะยอมจำนน หรือมีแนวโน้มจะโต้ตอบด้วยความรุนแรงถึงชีวิต เธอก็จะลงมืออย่างไม่ลังเล ถึงจะเป็นแบบนั้นลึก ๆ ข้างในเธอก็ยังชอบงานภาคสนามอยู่ดี

ลึก ๆ ที่แท้จริงแล้วก็ยังชอบในการมีชีวิตรอดจากทุกการปะทะแบบหวังชีวิต

ลึก ๆ แล้วข้างในของลูเซียสยังคงมีปีศาจร้ายอาศัยอยู่นอกเหนือจากเด็กน้อยแสนใสซื่อบริสุทธิ์

ตัวตนที่ยังคงเป็นเครื่องจักรสังหารซึ่งถูกกดทับและเก็บซ่อนเอาไว้อย่างลึกที่สุด ราวกับเงามืดใต้โคมไฟ

‘ถึงอาซาไรจะอนุญาตก็เถอะ แต่จะฆ่าทุกคนที่เข้ามาจะฆ่าเราได้ แต่ตอนนี้เราเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าจะทำให้ชื่อเสียงของนักปราบปรามองค์กรคุ้มครองชีวิตเอกชนคงเลวร้ายน่าดู’ ลูเซียสเงยหน้ามองเพดานเล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองไอดีเออีกครั้ง

“ทำไมถึงชอบเอกโกดังเก็บของไปเก็บคนกันน้า...” เธอพึมพำ

“คงคิดว่าเก็บเอาไว้ในตู้คอนเทนเนอร์แล้วจะไม่มีใครจับสังเกตได้งั้นมั้ง? แล้วก็ส่วนใหญ่อาคารโกดังมันไกลชุมชนอาศัย อยู่ใกล้โรงงานและง่ายแก่การขนย้ายจำนวนมากโดยไม่ตกเป็นเป้าสายตา... ส่วนใหญ่กลุ่มพ่อค้าเถื่อนมันจะใช้โกดังเป็นที่แปลกเปลี่ยนสินค้าเพราะลับหูลับตาคนน่ะ” แฟร์ยักไหล่

“แต่หลังจากนี้คงมีมาตรการป้องกันในแง่นี้เพิ่มขึ้น...” แฟร์เก็บไอดีเอเปลี่ยนไปกอดอกและเคาะนิ้วกับแขนตัวเอง

“เอาเป็นว่ายัยน้องเล็ก พรุ่งนี้เรามีสมาชิกใหม่ดังนั้นเย็นนี้ก่อนกินข้าวเราเลยจะเข้าห้องฝึกซ้อมกัน~” แฟร์ยิ้มโชว์เขี้ยว ก่อนจะนำเธอไปที่ชั้นฝึกซ้อมซึ่งมีสมาชิกอีกสองคนรออยู่แล้ว

ซีโร่กำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่คนใหม่ซึ่งทำหน้าไม่เข้าใจ เขาคือชายในฮู้ดส้มที่ปะทะกับลูเซียสเมื่อหลายเดือนก่อน

“อ๊ะ มากันแล้ว พอดีเลย งั้นฉันจะแนะนำอีกรอบ นี่เจ้าหน้าที่พิเศษภาคสนามคนใหม่ของเอ็นเลส หัวหน้ายังลังเลอยู่ว่าจะให้เขาเข้าร่วมหน่วยเซทซีโร่หรือเข้าร่วมกับกองกำลังหน่วยอื่นใต้สังกัดพวกเราดี” ซีโร่ผายมือใส่ชายผมยาวสีดำข้างตัวซึ่งมัดรวบเอาไว้ลวก ๆ อย่างคนขี้เกียจ

“พลังจิตประเภททำลายล้าง ความอันตรายห้าดาว และมีปริมาณอยู่ในระดับฮาดาร์ เขาใช้ได้ห้าครั้งต่อวัน ระยะคือห้าร้อยเมตรรอบตัว นับว่าไกลมากแต่ก็ไม่ได้เกินไปกว่าสถิติที่เคยมีบันทึกมิวแทนท์ประเภทเดียวกันเอาไว้” ซีโร่อธิบายต่อและแนะนำตัวเองกับชายหนุ่มรวมไปทั้งแฟร์และลูเซียส

“นที ยินดีที่ได้รู้จัก” เขายื่นมือใส่แฟร์

“ตอนนายสวมปลอกคอบนถนนนั่นทำเอาไว้แสบมากเลยนะรู้ตัวไหม” แฟร์ยิ้มเชือดเฉือนแต่ก็จับมือเขาเขย่าเล็กน้อย

“นั่นต้องขอโทษด้วย ปลอกคอนั่นมีระบบดักฟัง ขืนไม่ทำตัวเป็นหมากเบี้ยที่ดีก็โดนช็อตไฟฟ้าเอาสิ...” เขาถอนหายใจระอา ก่อนจะกะพริบตาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “แต่ฉันไม่ได้เป็นคนปาอิฐใส่พวกนายนะ นั่นเป็นหนึ่งในมือปืนซุ่มยิง”

“จะว่าไปนายยอมให้พวกเราโดนจับง่ายมากเลยนะในฐานะที่มีพลังจิตหายากขนาดนี้...” แฟร์ยกมือปิดปากนวดแก้ม คิ้วของเขาชิดเข้าหากัน

“แน่นอนว่าจงใจอยู่แล้ว พวกนายเป็นองค์กรผู้พิทักษ์ที่ไว้ใจได้ยิ่งกว่ารัฐบาลอีกนะ ถ้าอยากกลับไปเป็นคนปกติก็ต้องเข้าหาพวกนายให้ช่วยน่ะถูกแล้ว ถึงได้พยายามสู้ยื้อเวลากับเด็กคนนี้ไง” นทีชี้ไปที่ลูเซียสซึ่งจ้องผมสีดำเป็นประกายไม่วางตา

“...ฉันพูดผิดตรงไหนรึเปล่า?” นทีเลิ่กลั่กขึ้นเล็กน้อย

“เปล่า นายแค่ผมดำ คนในเอ็นเลสมีไม่เยอะน่ะ ยัยน้องของฉันแค่กำลังตื่นเต้นกับชาติพันธุ์ที่ไม่ค่อยเจอในตึก...” แฟร์ลูบหน้าปลงตก นอกจากทนีก็มีเพียงกฤตนูกองสวัสดิการที่ผมดำแล้วลูเซียสได้คุยอย่างเป็นการเป็นงานด้วย

“นึกว่าทำอะไรให้เสียแล้วค่อยโล่งหน่อย” เขายกมือทาบอกถอนหายใจ “ยังไงก็รบกวนด้วยนะ ถึงจะมีประสบการณ์ในการต่อสู้ก็ตามทีแต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องทำงานเป็นทีม แล็บของฉันมักจะส่งตัวทดลองออกมาทำงานเดี่ยว”

“แล้ว...ผลการตรวจร่างกายเป็นยังไงบ้าง?” ซีโร่เปิดประเด็นสำคัญขึ้นมา พวกเขาต้องรู้ว่าเพื่อนใหม่มีศักยภาพขนาดไหน

“...ฉันอยู่ในโครงการเพิ่มอัตราการฟื้นฟู เพราะงั้นนอกจากพลังจิตประเภททำลายล้างแล้วคิดว่าผลข้างเคียงอื่นที่ได้รับมาจากแล็บน่าจะช่วยอะไรไม่ได้มาก” เขาแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา

ลูเซียสมองเขาขึ้น ๆ ลง ๆ พลางเดินรอบเขาหนึ่งครั้ง พาลทำเอาคนถูกประเมินร้อน ๆ หนาว ๆ เขาได้ยินมาว่าลูเซียสกลายเป็นอันดับหนึ่งมือปราบปรามเอกชนแล้วแต่ไม่เคยคุยกันมาก่อน แม้จะเล่าลือว่าเป็นวัยรุ่นน่ารักน่าเอ็นดู ทว่าเขาที่เคยปะทะกับเธอจินตนาการคำว่าน่ารักน่าเอ็นดูจากหล่อนไม่ออกจริง ๆ

“สำหรับคนจับดาบก็นับว่าร่างกายสมบูรณ์แบบ ตราบใดที่ใช้อาวุธได้สักอย่าง เวลาลงภาคสนามด้วยกันขอแค่ดูแลตัวเองได้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว” ลูเซียสลูบคางตัวเองแล้วหันไปมองแฟร์อย่างขอความเห็น

“นั่นก็ถูก แต่พรุ่งนี้เราจะทลายโกดังกัน ทางที่ดีควรจะนัดแนะสัญญาณมือหรือแผนรับมือหลาย ๆ แบบเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน... แม้โอกาสล้มเหลวหรือวุ่นวายจะต่ำก็ต้องเตรียมพร้อมเสมอ เพราะพวกเราอยากจะกลับมานอนตีพุงในเซฟรูมที่เอ็นเลส” แฟร์ยกยิ้มมุมปากขี้เล่น

“งั้นก็... เริ่มกันเลยไหม?” นทีเอียงหัวเล็กน้อย

“โอ้! อันดับแรกมาเตรียมแผนสำหรับพลังจิตของนายกัน แสดงให้เราเห็นหน่อยว่านายทำอะไรได้บ้าง!”

 

 

“เวรเอ้ย! พวกมันกำลังมาที่นี่! ขนทุกอย่างที่จะเอาไปได้ซะ! เราจะหนีออกไปทางอุโมงค์ระบายน้ำใครเก็บเสร็จก็รีบวิ่งไปเลย!” นักวิจัยหนุ่มคนหนึ่งรีบคว้าตัวอย่างยาที่ประสบผลสำเร็จใส่กระเป๋าให้ได้มากที่สุดพร้อมรายงานประกอบ คนอื่น ๆ ในส่วนลึกของโกดังก็ทำไม่ต่างกันและบางส่วนก็วิ่งไปที่ทางหลบหนีฉุกเฉินซึ่งคือส่วนต่อตรงไปยังอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินซึ่งเชื่อมต่อกันเกือบทั้งเมือง

สำหรับคนที่ไม่รู้เส้นทาง อุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินก็เป็นดั่งเขาวงกตซับซ้อนที่ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็หน้าตาเหมือนกันหมด

“ไม่เหมือนที่ตกลงกันเอาไว้นี่! ไหนบอกว่าซื้อคนเอาไว้ทั้งหมดแล้วไง พวกเราควรทำการวิจัยต่อไปได้โดยไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนสิยะ!” ข้างกันนั้นนักวิจัยอีกคนก็ด่ากราดขึ้นมาอย่างหัวเสีย หล่อนสะบัดผมแล้วรีบปิดกระเป๋า เวลาคงไม่มากพอจะดึงข้อมูลจากระบบ เธอเลยหยิบไปเพียงแฟ้มรายงานผลที่เคยพิมพ์ออกมาแล้วเท่านั้น

“นี่! ไอ้พวกที่อยู่ใกล้คอมน่ะ! สั่งให้ระบบย่อยข้อมูลด้วยสิยะ!!” หล่อนกระแทกเสียง

“ไม่น่าจะทันแต่อย่างน้อยก็คงทำให้พวกมันต้องควานหาเราอีกสักพักละนะ” ชายหนุ่มสบถอีกหลายคำ

ต่างคนต่างวิ่งหนีโดยไม่สนใจเพื่อนร่วมงานที่เป็นเพียงคนรู้จักในแหล่งมั่วสุมซึ่งมีทั้งตัวทดลองและอุปกรณ์พร้อมเพรียง พวกเขาก็แค่มาทำเงินด้วยความเป็นไปได้ที่ใช้ร่างกายของคนอื่นเป็นดินอันอุดมสมบูรณ์ ไม่มีนักวิจัยคนไหนสนใจจะหันไปบอกกล่าวหรือปลดปล่อยให้ตัวทดลองที่ยังเหลือได้เป็นอิสระ

“แล้วพวกตัวทดลองล่ะ?” นักวิจัยหญิงถามขึ้นขณะวิ่งไปที่ทางหนีฉุกเฉินกับชายหนุ่ม เขาแสยะยิ้ม

“ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ ไอ้พวกรัฐบาลกับเอ็นเลสมันเป็นพวกคุณธรรมสูงส่ง ไม่มีทางปล่อยให้ตัวทดลองโทรม ๆ ต้องอยู่ในห้องนอนไปกว่านั้นสักวินาทีเดียวแน่ นั่นแหละตัวยื้อเวลาหนีของพวกเรา คงต้องแยกย้ายกบดานในที่พักสักระยะ ไว้ตอนนั้นพวกเบื้องบนคงมีสถานที่ใหม่แจ้งมาส่วนตัวเอง” เขาพูดแล้วโดดลงไปในท่อ ชักสีหน้าหงุดหงิดเมื่อรองเท้าราคาแพงต้องย่ำลงบนน้ำ

“อุ๊ยต๊าย หวังว่าแล็บใหม่จะเรียกรวมพลเร็ว ๆ นี้นะเพราะฉันก็ไม่อยากอยู่ในสังคมจตุภาคีแบบนี้ ก็เห็น ๆ อยู่ว่ากลุ่มมิวแทนท์เป็นกลุ่มที่ทรงพลังที่สุด ไม่เห็นจะต้องมาคอยเกรงใจประชากรอีกสามกลุ่มเลย” เธอเดาะลิ้น

“ไอ้ความเป็นมนุษย์ในตัวพวกแกมันจะต่ำไปถึงไหนเนี่ย...” ซีโร่ถอนหายใจเหวี่ยงพลองไปฟาดตัดขาสองนักวิจัยที่วิ่งหนีโดยไม่ทันระวังตัว

พวกเข้าร้องโวยวายเมื่อล้มลง พากันสบถแต่ก็ลุกหนีไม่ทันกลุ่มจับกุม

“รวบได้อีกสอง” ซีโร่คุยกับคนอื่นผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย

“เหอะ ถึงพวกแกจะจับเราได้ แล้วมันทำไม โครงการนี้มันไม่จบลงง่าย ๆ อยู่แล้ว!” นักวิจัยหนุ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแม้จะถูกรวบให้ใส่กุญแจมือ จากนั้นเขาจึงใช้พลังจิตยกกระเป๋าไปกระแทกหน้าของซีโร่ แต่เจ้าหน้าที่ผมแดงก็ยกการ์ดขึ้นกันได้อย่างทันท่วงทีและฟาดเขาจนสลบเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะอีก

“ครั้งแรกทำให้แตกรัง ครั้งที่สองทำให้หลบหนีเพื่อตรวจดูเส้นสาย และครั้งที่สามเป็นการกวาดล้าง... ไม่คิดบ้างเหรอว่าพวกเราจงใจทำเป็นไม่เห็นแล้วปล่อยพวกคุณไป” ลูเซียสเลิกคิ้วเธอเดินมาสมทบกับซีโร่และได้ยินบทสนทนาเข้าพอดี

ใต้วงกตขนาดใหญ่นี้พวกเขากระจายกำลังกันรวบตัวนักวิจัยที่หลบหนีลงมา ในขณะที่ทีมรัฐบาลทำการบุกด้านบน

“ไม่เห็นก็คือไม่เห็น จะมาปากดีตอนนี้ยังไงก็ได้ เพราะยังไงพวกแกเจอเราแล้ว” นักวิจัยสาวเค้นเสียงหัวเราะขึ้นจมูก “แต่มันไม่จบแค่นี้แน่! พวกแกมีมากแค่ไหนก็ตามท่านผู้นั้นไม่ทันหรอก! เป็นมิวแทนท์เหมือนกันแท้ ๆ กลับเข้าข้างพวกมนุษย์อ่อนแอ” เธอถ่มน้ำลายพยายามดิ้นรนแม้จะเปล่าประโยชน์เมื่อถูกเจ้าหน้าที่รวบตัว

“ใช่มันไม่จบลงหรอก” ลูเซียสหลุบตาลง ก่อนจะลืมตาอีกครั้งและจ้องหล่อนไม่วางตา “มันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น ไม่ว่าพวกแกมีเท่าไหร่ก็ตาม พวกเราและรัฐบาลก็จะตามล่า จนกว่าจะไม่มีแล็บเถื่อนอีกต่อไป”

“เหอะ ฝันหวานเสียจริงนะนังหนู! พวกเราต่างแลกทุกอย่างเพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เพื่อมนุษยชาติแล้วจะเสียไปแค่หลักพันยังไงก็คุ้มค่า! พวกเราจะกลายเป็นใหญ่ได้ด้วยพลังอำนาจที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากนั้นก็ไม่ต้องหวังพึ่งไอ้พวกนอกโลกน่าขยะแขยงนั่นอีกไม่ว่าจากดาวไหน! เลิกล้มระบบจตุสภาที่มีพวกนอกกลุ่มอ่อนแอ! หลังจากนั้นก็สร้างให้ทุกคนเป็นประชากรคุณภาพ!!” ความเกรี้ยวกราดของเธอเป็นสิ่งแปลกตาสำหรับลูเซียส “พวกแกก็แค่ผลผลิตมิวแทนท์ที่ล้มเหลว!!”

เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยากได้พลังอำนาจและความแข็งแกร่ง... ในยุคสมัยที่ไร้ซึ่งสงคราม...

“ทั้งที่เป็นนักวิจัยแท้ ๆ แต่กลับไม่เข้าใจพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต... สำหรับเราแล้วคุณก็เป็นผลผลิตที่ล้มเหลวเหมือนกัน”

“อะไรนะยะ!!” หล่อนกรี้ดแล้วสบถด่าอีกหลายคำ แม้จะค่อย ๆ เบาเพราะต้นเสียงห่างออกไปจากจุดที่ลูเซียสยืนอยู่

ซีโร่โยกหัวของลูเซียสไปมาคล้ายจะปลอบใจแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยนเท่าไหร่

“พวกเราต่างกันไปตามปัจเจกบุคคล ก็เพื่อขับเคลื่อนสังคมให้มีความหลากหลายในบริบทที่ต่างกันออกไป ไม่มีสถานที่ใดที่มีแต่แสงสว่างหรือเพียงเงามืดได้ เพราะแตกต่างถึงได้เกิดความสมดุลขึ้นมา ทั้งที่โลกสร้างพวกเรามาแบบนี้ แต่กลับต้องการให้ทุกคนเหมือนกัน กลุ่มสังคมที่ไร้ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ว่าจะอะไรสักวันก็จะล่มสลายไปในที่สุด” ลูเซียสมองน้ำที่ไหลมาระเท้า

“ทำไมถึงไม่เข้าใจกันนะว่าความแตกต่างระหว่างสี่กลุ่มบนโลกทำให้เกิดความเป็นไปได้ทุกอย่างขึ้นมาจนถึงตอนนี้” หล่อนจ้องไปยังทางลงซึ่งมีเงาวูบวาบ ทีมรัฐบาลกำลังวิ่งไล่นักวิจัยที่เหลือ มีไม่กี่คนที่โดดลงมา แต่ก็เจอเข้ากับซีโร่และลูเซียสดักทางหนีเอาไว้พร้อมเจ้าหน้าที่ภาคสนามอีกสองสามคนด้านหลังคอยให้การสนับสนุน

“ฉันละชอบเธอที่ทั้งลุ่มลึกและตื้นเขินชะมัด ความคิดในกรอบแคบ ๆ นั้นคงเพราะดวงตาทั้งคู่ยังเปิดกว้างไม่พอละมั้ง” ซีโร่ไหวไหล่เข้าจู่โจมนักวิจัยที่ตั้งท่าจะตอบโต้ด้วยพลังจิต

ลูเซียสขยับไปไวกว่าเขาและใช้ด้ามดาบเลเซอร์ทุบเข้าที่ท้องให้จุกจนสลบ ก่อนจะเปิดใบดาบเพื่อปัดกระสุนจากนักวิจัยอีกคน คนที่มีหมายจับตาย เขาสบถไม่หยุดและลั่นไกอย่างต่อเนื่อง แม้กระสุนพวกนั้นจะไม่ได้เฉียดเข้าใกล้เป้าหมายเพราะคนยิงไร้ประสบการณ์ก็ตาม

ในวินาทีตัดสินความเป็นความตายที่ปลายดาบร้อนระอุแผดเผาลำคอ ความเจ็บปวดก็กระแทกเขาเสยคางจนเขาน็อกไป ลูเซียสเกิดเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้ายอีกครั้ง เพราะอีกฝ่ายฝีมือการยิงห่วยแถมยังขี้ขลาด เธอเลยสบโอกาสทำให้เขาสลบได้ ปลดอาวุธได้โดยไม่ต้องฆ่า

“เก่งมากลูเซียส” ซีโร่ถอนหายใจอย่างโล่งอกและลูบหัวเธอเป็นการชม เธอไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงแค่ควงด้ามดาบในมือเพื่อหมุนเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าคาดหลังสะโพก

 

หลังจบภารกิจพวกเขาเช็กรายชื่อนักวิจัยทั้งหมดที่หน่วยสอดแนมหามาได้ การจับกุมครั้งนี้เป็นไปด้วยดีและรวบตัวผู้เกี่ยวข้องระดับล่างได้ทั้งหมด จึงออกมายืนรับลมรอรถขนผู้ต้องหาและเหยื่อจากศูนย์กลาง

“ลู เธอมองอะไรน่ะ?” แฟร์ถามขึ้น ปลายสายตของลูเซียสคือโกดังเก็บของใต้สังกัดบริษัทค้าขาย อาซาไรสงสัยเพราะตัวเลขคลาดเคลื่อน จึงสืบต่อกระทั่งนำมาสู่ปฏิบัติการครั้งนี้

“นี่แฟร์ ที่พวกเราทำอยู่มันดีแล้วใช่ไหม?” ลูเซียสหันกลับมา ใบหน้าของเธอแม้จะนิ่งเฉยแต่ดวงตากลับลังเลต่างจากทุกที

“หมายถึงอะไรล่ะ งานปราบปราม?” แฟร์เลิกคิ้วเล็กน้อย

“ใช่ งานปราบปราม ทั้งที่ศีลธรรมกำหนดให้การฆ่าเป็นเรื่องที่ผิด แล้วพวกเราล่ะ?” ลูเซียสขมวดคิ้ว คนอื่นในบริเวณนั้นเงียบลงคล้ายกับรอฟังการสนทนาของทั้งคู่

“แน่นอนว่าในแง่ศีลธรรมก็ผิดอยู่แล้ว...” แฟร์ถอนหายใจ “แต่ว่านะลูเซียส...บนโลกนี้มีคนประเภทต่อให้ตายก็ยังไม่รู้ความผิดของตัวเองอยู่ด้วย และคนในประกาศจับตายส่วนใหญ่ก็เป็นคนแบบนั้น คนที่เห็นแก่ตัว คนที่เอาแค่ตัวเองสบายที่เหลือจะเป็นยังไงก็ช่าง...”

“ทีนี้ในการดำรงอยู่ของพวกเรา หน้าที่ก็คือคอยปกป้องผู้บริสุทธิ์อีกมากมาย โดยปกป้องด้วยการจัดการต้นเหตุ เดิมทีการปราบปรามย่อมเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว เว้นก็แต่กรณีมีผู้จ้างวานให้คุ้มครองดันมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีดำจากพวกนักการเมืองฉ้อโกง เราก็จะรวมทีมกับรัฐบาลเฉพาะกิจ มันเป็นแบบนั้นมาเสมอ” แฟร์อธิบาย

“ในครั้งนี้เองก็เช่นกัน หนึ่งในผู้จ้างวานของเราดันมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มแล็บเถื่อนในครั้งนี้ด้วย พวกเราเลยได้ร่วมกลุ่มพิเศษกับรัฐบาลเพื่อทลายโกดัง” แฟร์คิดว่าตัวเองพูดนอกเรื่องไปหน่อยก็วกกลับเข้าประเด็นอีกครั้ง

“การจะฆ่าคนที่สมควรตายทั้งที่โลกใบนี้ไม่มีใครสมควรถูกฆ่าทั้งนั้น หากพวกเราไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะ? ...ใช่แล้วมันโหดร้าย แต่ลูเซียส มีแค่พวกเราที่รู้ความจริงเบื้องหลังทั้งหมด ใครบางคนที่เราฆ่า ฉากหน้าอาจดูสวยงามเป็นที่รักใคร่ แต่ความจริงที่สืบมาได้จากพยานบุคคลและวัตถุทั้งหมด กลับเป็นความเหี้ยมโหดเลือดเย็นที่ใช้เผ่าพันธุ์เดียวกันมาทดลองอย่างผิดกฎหมาย ใครบางคนเหล่านั้นที่หลงระเริงว่าต่อให้ทำเรื่องผิดกฎหมายเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตามกลิ่นตัวเองเจอ เพราะว่ามีทั้งเงินและอำนาจจะปิดปากผู้เกี่ยวข้อง” แฟร์เปิดไอดีเออีกครั้ง

“ครั้งนี้เป้าหมายของเราคือหนึ่งในท่อน้ำเลี้ยงที่ส่งเงินจากการขายยาบำรุงกำลังสำหรับมิวแทนท์ผิดกฎหมาย เป็นหนึ่งในพวกที่ได้ผลประโยชน์จากแล็บ และได้ตัวนักวิจัยที่เหลือซึ่งหลุดรอดไปได้ครั้งที่บุกฐานเมื่อหลายเดือนก่อน” แฟร์หันไปมองนทีเป็นเชิงบอกว่านั่นเป็นแล็บที่เขาจากมา

หนึ่งในยาผิดกฎหมายของยุคสมัยนี้ นอกจากยาเสพติดแล้วก็มียาเสริมสมรรถภาพซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ไม่ว่าจะยาที่อัดฉีดเพิ่มยกระดับพลังจิตหรือกล้ามเนื้อของกลุ่มพวกไฮบริดก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นยาครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่สามารถดึงพลังแฝงทั้งหมดในร่างกายให้ออกมาในพริบตา เป็นที่นิยมในกลุ่มใต้ดินที่มักให้หมากใช้แล้วทิ้ง เพราะผลข้างเคียงถ้าทนไม่ไหว คือพิการหรือตาย

“แล็บที่เราช่วยนทีออกมามีโครงการหลักสองอย่าง หนึ่งคือเพิ่มค่าการฟื้นตัวของมิวแทนท์เพื่อให้กลายเป็นกลุ่มที่ทรงพลังกว่าไฮบริด อีกโครงการคือยาเพิ่มสมรรถภาพฉับพลัน ลำพังแค่โครงการใดโครงการหนึ่งก็ทำให้มีคนตายเป็นร้อยเป็นพันคนระหว่างการทดลองแล้ว ดังนั้นลูเซียส เธอไม่จำเป็นต้องมีเมตตากับคนที่เลือกทำชั่วโดยตั้งใจหรอก ไอ้พวกความคิดที่ว่าทำไม่ดีเอาไว้แต่ก็สามารถอยู่รอดเสพสุขจนถึงบั้นปลายชีวิตได้น่ะ เป็นแค่การหลงคะนองในพลังของเงินกับอำนาจชั่วคราวเท่านั้น” แฟร์พูดถึงสถานการณ์ปัจจุบัน “เพราะพวกเราจะพรากมันไปเอง ไอ้ความสุขสบายที่ได้มาจากซากศพของคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่นั่น” เขากำหมัดแน่น

“แต่ เท่าที่เธอพูดก็ดูจะตัดสินใจได้แล้วนี่ พี่ชายอ่ะน้า ปลื้มปริ่มม๊ากมาก ‘มันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น ไม่ว่าพวกแกมีเท่าไหร่ก็ตาม พวกเราและรัฐบาลก็จะตามล่า จนกว่าจะไม่มีแล็บเถื่อนอีก’ พวกเรากำลังมุ่งไปสู่อนาคตที่ไม่มีสงคราม อาวุธชีวภาพและโครงการสร้างอาวุธจะต้องหมดไปซะเพื่อไม่ให้กลายเป็นต้นตอสงครามเสียเอง เพื่อที่ทุกคนจะอยู่ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลักพาตัวไปขายให้แล็บเถื่อนที่ไหน เพื่อที่สุดท้ายแล้วพวกเราจะเจริญขึ้นในแง่ของจิตใจตามวัตถุและวิทยาการของพวกเราไปด้วย” แฟร์คลี่ยิ้ม

“ครั้งแรกก็แค่หยั่งเชิง ครั้งที่สองก็เพื่อดูแหล่งกบดานว่ามีที่ไหนบ้าง และครั้งที่สามเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง อาซาไรกับอาซาฮีน่ะ เป็นพวกกัดไม่ปล่อยอยู่แล้ว” ชายหนุ่มที่อยู่เซตซีโร่ภาคสนามคนเดียวมาตลอดแยกเขี้ยวแสดงสีหน้าเจ้าเล่ห์ออกมาเป็นครั้งแรก

“ยุคสมัยไม่ได้เปลี่ยนกันด้วยเวลาเพียงสองสามเดือน รบนี้พวกเรายังต้องเหนื่อยกันอีกยาว เธอพูดเองนี่ลู แผนนี้ของอาซาไรกินเวลาสิบปีเชียวนะ”

 

--------------------------

Third time’s a charm สำนวนที่หมายถึง การทำอะไรบางอย่างแล้วในครั้งที่สามประสบความสำเร็จ

ช่วงทอร์ค : ใจหนึ่งก็อยากเขียนให้จบอีกใจก็ตันทั้งที่รู้ว่าต้องเขียนอะไร อั่ก orz ขุดตัวเองขึ้นมา คอยดูเถอะจบเรื่องนี้จะหนีกลับโลกแฟนตาซี!!

ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน กดกำลังใจและคอมเม้นท์นะคะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #47 faza205317 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 23:19
    รอและวางแผนเป็นสิบปีเพื่อกำจัดให้สิ้นซาก ช่างมีความอดทนจริงๆ
    #47
    1
    • #47-1 tenkyo(จากตอนที่ 24)
      7 ธันวาคม 2563 / 08:39
      ก็จะไปสิ้นสุดช่วงไทม์ไลน์เรื่องของเจ้านายพอดีค่ะ U u U
      #47-1