Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 2 : Role.1 - End No.213

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 มิ.ย. 63

Role.1 - End No.213

 

“ลุกซ์!” อาซาฮีเรียกสมาชิกใหม่หน่วยพิเศษ นั่นเป็นชื่อย่อของลูเซียส คนเรียกขานเต็มไปด้วยความสดใสต่างจากคนถูกเรียกที่มีสีหน้าเรียบเฉยและทำเพียงหันไปมองตามการเรียกเท่านั้น

“ทาร์ตมะนาว หรือทาร์ตซัลฟาดอร์จากดาราจักรอีมัส” ลูเซียสเริ่มขยับตัวยุกยิก เอ่ยตอบด้วยโทนเสียงเรียบนิ่งผิดกับรูปประโยคที่กล่าว และมันช่างน่าเอ็นดูในสายตาสองสาวหน่วยเซทซีโร่ หน่วยที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าภาคพื้นทวีปดีโลไลน์ โลเวเร เพียงผู้เดียว

“ทั้งคู่ นะนะ” อาซาฮีหัวเราะคิกคักแล้วขยับรยางค์แทนแขนอีกสองข้างจากใต้เสื้อคลุมสีคราม บอดี้สูทหุ้มเกราะเปิดส่วนถุงมือข้อต่อออก อย่างที่ลูเซียสวิเคราะห์ใต้นั้นเป็นผิวหนังและกล้ามเนื้อประเภทยืดหยุ่น แต่ต่างจากที่เธอคำนวณ แขนคู่ที่สองของชาวดาวโคคิวรีอุนีปุสเป็นอะไรที่คล้ายหนวดเนื้อ เรียบลื่นคล้ายจะมีเมือกน่าขนลุกแบบหนังเอเลี่ยนสมัยเก่าแต่พวกมันถูกบรรจุอยู่ในผ้าทอพิเศษเพื่อปกป้องผิวอ่อนแอที่ไวต่อความแห้ง พวกเขามีรยางค์มากกว่าสองคู่บนร่างกายวิภาคที่คล้ายมนุษย์ แขนคู่สองของพวกเขาอยู่ในตำแหน่งติดกับส่วนล่างของแขนปกติ ไม่มีส่วนคล้ายหัวไหล่งอกออกมาจากข้างลำตัวในจุดเดียวกัน เนื่องจากแขนคู่ที่สองของพวกเขาคล้ายหางมากกว่า แถมยังมีถึงห้าเส้นเล็กรวมเป็นมือได้หนึ่งข้างจึงมักสวมใส่บอดี้สูทแบบพิเศษที่จะรวมรยางค์เหล่านั้นเป็นเส้นเดียว หุ้มเกราะอ่อนเพื่อความปลอดภัย และเปิดช่องคล้ายนิ้วมือแยกออกมาใช้หยิบจับคล้ายมือคู่ที่สองในถุงมือข้อต่อแข็ง

อาซาฮีชูถุงขนมหลายสิบถุงขึ้นกลางห้อง “ได้! พี่สาวจะเลี้ยงเอง!”

เผ่าโคคิวรีอุนีปุสเป็นเผ่าที่มีกลไกทางสมองซับซ้อน พวกเขาสามารถรับข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก ถนัดการคำนวณเชิงตัวเลข เชิงคุณภาพ ทั้งยังประมวลออกมาได้ความแม่นยำถึงร้อยละเก้าสิบ ทว่าพวกเขามีข้อด้อยทางมนุษยสัมพันธ์ อารมณ์ ความเข้าใจต่อเรื่องละเอียดอ่อน การแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างดาวทำให้ข้อด้อยนี้ของอาซาฮีหายไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเธอประจำการที่เอ็นเลสในฐานะผู้เฝ้าระวังและตรวจตรามาได้แปดปีแล้ว นอกจากจะสวยแล้วยังมีนิสัยใจดี สายเปย์ ยิ้มแย้ม เป็นมิตรกับทุกคน

ถ้าจะให้พูดถึงเผ่าโคคิวรีอุนีปุส คงเป็นโทนสีและรูปลักษณ์ของพวกเขา พวกเขามีหน้าตาออกไปทางเครือญาติกันทั้งเผ่า มีโทนหน้าคล้ายกัน อันที่จริงเพราะมนุษย์แยกกันและกันด้วยลักษณะหน้าตารูปร่าง ขณะที่โคคิวรีอุนีปุสส่วนใหญ่แยกกันด้วยสีสัน ลวดลายบนตัว และเขา ส่วนพี่น้องมักมีหน้าตาคล้ายกันมากจนบางครั้งก็คล้ายแฝดต่างอายุ พวกเขามีส่วนสูงต่ำสุดที่175 เซนติเมตร และสูงสุดอยู่ที่224 ณ ข้อมูลปัจจุบันที่ประชากรบนโลกทราบถึง เนื่องในความสามารถหาจับตัวยาก และฐานะผู้ดำรงยศสูงเป็นรองแค่นายกรัฐมนตรีรัฐบาลโลกเพียงคนเดียวบนดาวนี้ พ่วงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่สภาดวงดาวส่งมาช่วยเหลือจัดสรร ฟื้นฟู วิเคราะห์การบำรุงเพิ่มศักยภาพทรัพยากรต่าง ๆ

“นี่จ้า” อาซาฮีขยับสองแขนล่างเปิดถุง สองแขนบนหยิบยกออกมาจัดจาน ทาร์ตสีสวยที่ราวกับนำเอากาแล็กซีมาทำเป็นขนมหวานพร้อมส้อมให้กับรินและลูเซียสอย่างพร้อมเพรียงกัน

“อร่อย” ลูเซียสขยับมุมปากเล็กน้อยในขณะที่ลิ้มรสขนมหวานชื่อดังสองชนิด ขนมบนโลก กับขนมที่ทำคล้ายกันโดยไม่ได้ตั้งใจลอกเลียนแต่ผลิตบนดาวทรัพยากรห่างไกล ส่วนผสมที่ต่างกันนั้นให้รสโดยรวมคือเปรี้ยวหวานละมุนลิ้นอร่อยไม่แพ้กัน

“เอาล่ะงั้นเรามาทบทวนข้อตกลงที่สอนเอาไว้นะลูเซียส ถ้าเกิดเจอคนแปลกๆ ท่าทางจะคุกคามสิทธิมนุษยชนจะต้อง!” ลูเซียสเคี้ยวขนมเงียบ ๆ เธอมองสบตาอาซาฮี พอกลืนอาหารลงท้องไปก็ขานตอบทันทีแต่ก็ยังคงโทนเสียงระดับเดียวเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

“โทรแจ้งตำรวจ หรือหนี วิธีสุดท้ายสู้”

“ถ้าเกิดหลงทางล่ะ?”

“โทรหารินรินหรืออาซาฮี”

“หากถูกขโมยไอดีเอ?”

“ทุบแล้วหิ้วไปส่— แจ้งตำรวจตำแหน่งที่หาย หรือระบุคนร้าย...”

“เหมือนคำตอบจะมีอะไรไม่ถูกต้องช่วงแรกนะจ๊ะ”

“แฟร์บอกว่าทุบแล้วเอาไปให้ตำรวจ”

“บ้านเมืองมากฎหมายดังนั้นหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายจะดีกว่านะ” อาซาฮีฉีกยิ้ม คนถูกสอนก็พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายเป็นหุ่นยนต์

“ปล่อยให้อีกฝ่ายตีก่อนหนึ่งทีแล้วถึงจะทุบได้ตามกฎหมายการป้องกันตัว” อาซาฮียกมือนวดขมับกับคำสอนที่แฟร์ยัดใส่หัวเด็กสาวมนุษย์ สงสัยว่าเธอจะต้องเอาเจ้าแฟร์มานั่งคุยปรับทัศนคติกันเสียหน่อย

ลูเซียสอาการดีขึ้นตามลำดับแต่แม้ว่าผลของปลอกคอสะกดใจกับการสะกดจิตจะหายไปแล้ว เธอก็ยังไม่แสดงอารมณ์เหมือนมนุษย์ทั่วไป นับว่าเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งอาจอยู่ที่จิตใจและต้องใช้เวลารักษาอีกนาน

นับแต่ตั้งที่หมายเลข 213 เปลี่ยนมาเป็นลูเซียส โลเวเร เธอก็กลายมาเป็นน้องน้อยที่ใคร ๆ ในหน่วยเซทซีโร่ต่างหลงรักเอ็นดู อย่างที่ท่านประธานกล่าวคิดซะว่าเลี้ยงเด็กโข่ง ลูเซียสแม้จะมีรูปร่างของมนุษย์วัยสิบแปดปีแล้วก็ตามแต่การเรียนรู้ของเธอมักจะแสดงออกในระดับเด็กเล็ก แม้ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยสีหน้าแต่ก็สังเกตได้จากท่าทางและคำพูด

ปัจจุบันลูเซียสเป็นหนึ่งในสมาชิกเซทซีโร่ หน่วยที่ขึ้นตรงต่อดีโลไลน์เพียงผู้เดียว และมีสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตัวเอง พวกเขาประกอบด้วยอาซาฮีกับรินสมาชิกห้าแฉกม่วง จาฮาราสมาชิกเจ็ดแฉกม่วง และแฟร์กับลูเซียสสมาชิกสี่แฉกม่วง แม้สมาชิกจะน้อยไปหน่อยแต่บอสของพวกเขาก็พยายามตามหาสมาชิกคนใหม่มาเพิ่มเติมเสริมหน่วยอยู่เป็นนิจ แต่ก็อย่างที่ทุกคนรู้ตัวกันดี บอสใหญ่ถูกใจคนยาก เขาใช้เวลาในการเลือกนาน ทว่ายังดีที่ผลลัพธ์แต่ละครั้งนั้นออกมาเหนือความคาดหมายทุกครั้ง

การแบ่งหน่วยของพวกเขาในองค์กรเอ็นเลสนั้นหน่วยปราบปราม คุ้มครอง และกำจัดจะถูกแทนด้วยสี

เซทซีโร่คือสีม่วง และแบ่งแฉกดาวตามหน้าที่อย่างกว้าง สี่แฉกคือภาคสนามคนที่ลงภารกิจอยู่ในแนวปะทะมีโอกาสถูกโจมตีสูง ห้าแฉกคือหน่วยข้อมูลและสนับสนุนต่าง ๆ ทั้งพยาบาล เอกสาร ฐานข้อมูล และสุดท้ายเจ็ดแฉกรู้กันทั่วว่าเป็นกลุ่มหัวหน้า และผบ.ผู้มีสิทธิ์ในการออกคำสั่ง สามารถเอาตัวเองไปอยู่ในหน่วยย่อยไหนก็ได้ไม่ว่าจะแนวปะทะหรือกลุ่มสนับสนุน จาฮาราเองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของเอ็นเลส จะให้กล่าวก็คือเขาเป็นมือขวาของดีโลไลน์ และเป็นรองหัวหน้ากลุ่มเซทซีโร่

ทว่าในสายตาของลูเซียสเขาก็เป็นแค่คุณลุงเห่อหลานเท่านั้นแหละ...

 

[Aooo Aooo] เสียงไซเรนเตือนดังขึ้นแจ้งเตือนสมาชิกองค์กรทุกคนให้อยู่ในสภาวะตื่นตัว สมาชิกในห้องต่างโดดขึ้นจากโซฟา เตรียมออกตัวหากชื่อหน่วยที่ประกาศเป็นเซทซีโร่ แต่หลังจากไฟประกาศปรากฏออกมาเป็นสีเหลืองพวกเขาก็นั่งลงอย่างสงบ

 

[รับแจ้งจากตำรวจสากลและประชาชน มีการบุกรุกเขตอาศัยด้วยรถเกราะหนักบรรจุอาวุธSET IV ขอให้ออกปฏิบัติภารกิจทันที โรงจอดอัลฟ่า ขอย้ำ...] เสียงประกาศดังขึ้นสองครั้ง

 

สัญญาณไฟลำดับต่อมากลายเป็นเขียวอ่อน

 

[ภารกิจระดับกลาง SET III ขอให้ออกปฏิบัติภารกิจเขตตะวันออกเฉียงเหนือของโดม ถนนเมเปิ้ล เกิดเหตุลักพาตัว ตำรวจเข้าถึงสถานที่แล้ว เป็นคดีมังกรขอให้ผู้เกี่ยวข้องออกตัวในทันที โรงจอดเบต้า ขอย้ำ...]

 

[ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ]

 

ประกาศของเอ็นเลสจะดังซ้ำสองครั้งเสมอก่อนจะดับลง เมื่อได้ยินว่าไม่ใช่งานส่วนของตนลูเซียสที่ทิ้งตัวลงโซฟาตั้งแต่เห็ฯไฟแจ้งเป็นสีเหลืองก็ตั้งใจละเลียดขนมหวานต่อไป

เธอได้เรียนรู้ถึงระบบการทำงานที่นี่ และเรียนรู้ว่าอาซาฮี ริน กับดีโลไลน์ชอบที่เธอทำตัวว่านอนสอนง่าย และถ้าตนพูดย้ำสองครั้งด้วยคำออดอ้อน ก็มักจะได้ในสิ่งที่ต้องการเสมอ

หากอยู่กับจาฮาราจะต้องมีวินัย คิดให้ไว พิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคยดีในการรับคำสั่ง

ส่วนแฟร์ตราบใดที่เธอว่องไว และเหลี่ยมจัดหาทางตลบหลังศัตรูได้เขาก็มักจะยิ้มแย้มและหัวเราะอย่างถูกใจ

“ลุกซ์คะ วันนี้พี่สาวจะพาออกไปซื้อของนะคะ มื้อเที่ยงมีใครอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมน้า~” อาซาฮีอมยิ้มเอามือค้ำเข่าย่อตัวลงมองคนที่ถูกพาดพิงชื่อแสดงว่าทีว่าอยากให้ลูเซียสเป็นคนตอบ ส่วนรินเองก็พยายามยกไม้ยกมือขอไปด้วยเต็มที่น่าเอ็นดูด้วยรูปร่างของเพนกวิน

“เนื้อปลา! ชิ้นใหญ่ๆ” เธอไตร่ตรองถึงเมนูที่ไม่ค่อยได้ทานนักก็เอ่ยออกมา โดมจำลองเขตเมืองเก่าหมายเลข4 อยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินอาหารที่ขนเข้ามาจึงมีประเภทอาหารทะเลน้อย ไม่เหมือนเนื้อสัตว์ที่มีโดมเขตปศุสัตว์และเพาะปลูกอยู่ใกล้ๆ

“เข้าใจแล้ว เนื้อปลาสินะงั้นเราสามคนไปห้างสรรพสินค้ากันเถอะ~” อาซาฮีพิมพ์ข้อความแจ้งไปยังหัวหน้าดีโลไลน์ว่าตนเองจะพาสมาชิกเฉพาะสาว ๆ ออกไปข้างนอก

หัวหน้าใหญ่ของพวกเขาก็ไม่ต่างจากจาฮารานัก อาซาฮีหันอุปกรณ์สื่อสารไปทางลูเซียสแล้วกดเปิดข้อความเสียง

[ตัวเล็กของคุณพ่ออยากกินปลาเหรอ ได้เลย~ เบิกเงินไปด้วย~ กินให้อร่อยนะครับลูกสาว~ อยากซื้ออะไรซื้อมาเลยน้า~] ลูเซียสที่ได้ยินเสียงของผู้อุปการะตนก็พยักหน้าหงึกหงัก

“รับทราบ!”

อาซาฮีเหล่มองแล้วหัวเราะคิกคักนึกชอบลูเซียสขึ้นเรื่อย ๆ เธอซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง และเลี้ยงง่าย คุยด้วยเหตุผลรู้เรื่อง แถมยังเก่งเอามาก ๆ ตัวเธอชาวดาวโคคิวรีอุนีปุสที่นิยมชมชอบสิ่งมีชีวิตเก่งกาจปรับตัวไวจึงประทับใจในตัวลูเซียสไปด้วย แม้ว่าดั้งเดิมจะเป็นเพียงมนุษย์เผ่าที่เกือบอ่อนแอที่สุดในจักรวาลก็ตาม แต่ว่าทั้งตัวลูเซียสถูกทดลองและเลี้ยงมาเยี่ยงอาวุธ จะหาความอ่อนแอของลูเซียสก็คงมีอยู่ไม่กี่อย่าง

ข้อความของจาฮาราเด้งขึ้นมาในกลุ่มแชทหน่วยเซทซีโร่ ลูเซียสจึงยกอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กที่สั่นแจ้งขึ้นมาสไลด์เปิดข้อความวิ่งบนอากาศ[จะออกไปข้างนอกระวังตัวด้วย ถึงจะเป็นห้างแต่ช่วงนี้มีคดีมังกรกระจายไปทั่ว]

ตอนนี้ ‘คดีมังกร’ เป็นที่พูดถึงกันทั่วโดมจำลองเขตเมืองเก่าที่ 4 เขตนี้เป็นสภาพอากาศอบอุ่นมีสี่ฤดู และจำลองบ้านเรือนของประเทศแถบยุโรปเอาไว้ คดีที่ว่าเป็นการลักพาตัวต่อเนื่องของกลุ่มผู้ไม่หวังดีรายหนึ่งพวกเขาเรียกมันว่านักล่ามังกร เหล่ามังกรสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ถูกลักพาตัวไปล้วนไม่มีเบาะแสใดสาวถึง ขอแค่เป็นมังกรไม่ว่าจะเป็นระดับมีสติปัญญาสูงอย่างสายเลือดโบราณ หรือสัตว์เลี้ยงดัดแปลงยีนตัวเล็กขนาดไม่เกินสองเมตรพวกมันก็ล่าลักเอาไปหมด ตอนนี้ในเขตเมืองเก่า4 แทบไม่มีมังกรเหลืออยู่อีก

“...แต่พวกเราไม่มีใครเป็นมังกรสักหน่อยทำไมต้องระวัง?” ลูเซียสขมวดคิ้วเป็นปมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

“สงสัยอยากจะบอกว่าระวังตัวหน่อยเป็นห่วงแต่ดูลอยเกินไปเลยยกคดีมาอ้างละมั้งค้า~” รินเอ่ยเสียงใสรัดสายกระเป๋าเงินกับลำตัวอย่างแน่นหนาพร้อมจะไปเที่ยวทุกเมื่อ

“นั่นสิน้า แต่พี่ว่าเพราะนิสัยพุ่งไปบวกผู้ก่อการร้ายของลุกซ์มากกว่าที่ทำให้ท่านจาฮาไรเป็นห่วงน่ะ ความจำลูเซียสดีมาก ๆ เลยนี่นา” อาซาฮียิ้มแป้น

“เพราะว่าทุกคนต่างกัน...” ลูเซียสตอบและยังคงไม่เข้าใจว่าเธอต่างจากคนอื่นตรงไหน ก็เห็นกันอยู่ว่าใบหน้าของทุกคนไม่เหมือนกันเลย การจะจำแนกจึงง่ายมากแม้เพิ่งจะเคยได้รู้จักเพียงครั้งก็ตาม ทว่าลูเซียสกลับไม่ได้รับรู้ถึงศักยภาพนี้ของตนว่าพิเศษกว่าความทรงจำปกติของมนุษย์คนอื่น

เธอโตมาในรังที่มีแต่พวกเหนือมนุษย์เท่าจึงมีชีวิตรอด และถึงจะออกมาจากจุดตรงนั้นได้ในเวลานี้รอบตัวเธอก็มีแต่พวกเหนือมนุษย์ในหลาย ๆ ด้าน การที่เธอรู้สึกว่าความสามารถแบบนี้ธรรมดาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เธอมองไปที่อาซาฮีที่มีมันสมองพิเศษในการคำนวณไม่ว่าอะไรที่เคยผ่านตาก็สามารถจดจำได้อย่างแม่นยำ หรือจะรินที่มีความทรงจำเรื่องเส้นทางดีเลิศทั้งในรูปแบบสองหรือสามมิติ

รินยกมือเล็ก ๆ ทาบแก้มเอียงคอที่แทบไม่มีอย่างน่ารักน่าเอ็นดูกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงครุ่นคิดจริงจัง

“สงสัยว่าเราต้องพาน้องลุกซ์ไปเจอมนุษย์ปกตินอกระดับพวกหัวกะทิซะแล้วล่ะค่ะ”

“อืมสงสัยจะอย่างนั้นละจ้ะ”

ลูเซียสเอียงคอเลียนแบบพวกเธอที่ทำหน้าคิดหนัก ขณะที่ตัวเองก็ยังคงไม่เข้าใจถึงความแตกต่างเหล่านั้น

 

 

ที่ห้างสรรพสินค้าทั้งสามสาวนั่งอยู่ตรงบาร์หรูหราของร้านอาหารชื่อดัง พวกเขาเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครที่มาทอดน่องพักผ่อนหย่อนใจในห้างด้วยเผ่าพันธุ์ ส่วนลูเซียสอาจจะเพราะแผลเป็นจากการถูกฟ้าผ่าเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวไม่เคยใส่ใจว่าใครจะมองมันด้วยความรู้สึกแบบไหน

ส่วนเหตุผลของรินก็เพราะเผ่าแพนกวินต่างดาวนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากด้วยความสามารถทางวิศวกรรมการเขียนพิมพ์เขียว ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะปรากฏตัวในที่สาธารณะเพราะมักจะหมกมุ่นกับงานสร้างแบบเปลนในห้องที่พวกเขาเรียกว่ารังมากกว่า ทว่ารินต่างออกมาเธอไม่ได้มีความสามารถในการสร้างพิมพ์เขียวอาคารขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเลิศในการวิเคราะห์โครงสร้างอาคารว่าอาจจะมีห้องลับหรือกลไกพิเศษถูกซ่อนเอาไว้หรือไม่

ทางด้านอาซาฮีเองเป็นเพราะชาวเผ่าโคคิวรีอุนีปุสบนดาวโลกมีอยู่เพียงสามตนเท่านั้นในเวลานี้ เป็นบุคคลหามองได้ยากอย่างไม่ต้องสงสัย หนึ่งคือเธอผู้ประจำการอยู่เอ็นเลส อีกสองท่านตอนนี้กำลังอยู่ทำงานกับทางรัฐบาลในฐานะท่านทูตและรองท่านนายกโลก

ลูเซียสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับรสหวานของเนื้อปลาสด ตรงหน้ามีหม้อต้มเล็ก ๆ ฝังที่โต๊ะ ตรงหน้ามีสายพานที่มีทั้งเนื้อดิบและผักสด บางครั้งก็มีซูชิหรืออาหารเครื่องเคียงพอดีคำเวียนมาถึง

“ขอปลากะพงขาวอีก สองที่...ค่ะ” ลูเซียสเงยขึ้นแจ้งพนักงาน เมื่อออกมาด้านนอกก็พยายามที่จะสุภาพตามที่อาซาฮีได้สอนเอาไว้อย่างเต็มที่แม้จะไม่ชินก็ตาม

“ครับผม” เขาตื่นเต้นเล็กน้อยกับแขกที่ไม่คาดฝันในระยะประชิด ทั่วทั้งโลกไม่มีใครไม่รู้จักอาซาฮีโคคิวรีอุนีปุสสาว จะเรียกว่าเป็นชาวเพื่อนบ้านที่โด่งดังในยามนี้ก็ว่าได้

“ขอปลาหมึกเพิ่มด้วยค่า~ สามไปเลย~” รินเองก็สั่งเพิ่ม

“ทางนี้ขอเผือกกับมันฝรั่งเพิ่มด้วยค่ะอย่างละหนึ่งก็พอ” อาซาฮีก็เอากับเขาบ้าง

ลูเซียสชะงักไปเล็กน้อยตอนเงยหน้าขึ้นมองของประดับรอบร้านที่แวววาว เธอชี้ตะเกียบขึ้นแล้วไกวไปมาเล็กน้อย

“ลุกซ์?” อาซาฮีประหลาดใจในท่าทีนั้นก่อนจะหันไปด้านหลังเพราะได้ยินเสียงเอะอะหน้าร้าน

ชายผู้หนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ เขาร้องออกมาเสียงดังพยายามอย่างยิ่งที่จะดิ้นรนให้หลุดจากสถานะที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการได้ เหมือนถูกตัดขาดจากแรงโน้มถ่วงทั้งมวล

เขาถูกพลังจิตของลูเซียสเขย่าอย่างไร้ความปรานีก่อนที่จะทิ้งเขาลงกับพื้นเพราะวิงเวียนจะลุกไม่ขึ้น

“ตายแล้ว นั่นใครอีกคะเนี่ย?” อาซาฮียกมือป้องปากถอนหายใจเล็กน้อย

“อือ... อา... อะไรน้า...” ลูเซียสมีความสามารถในการจดจำที่ดีเธอครุ่นคิดอยู่ราวสามนาทีก็เอ่ยออกมา “ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวเนื่องคดีมังกร แฟ้มเอกสารสีม่วงแน่ะ...ค่ะ” เธอกลอกตาไปมาพยายามทบทวนภาพจำเก่าในหัวก่อนจะหมุนตะเกียบไปมาอย่างไร้จุดหมาย

“...ปลาสุกแล้ว” ลูเซียสตัดสินใจทานอาหารต่อไปเพราะยังไงเธอก็โยนคนร้ายไปมาเสียสลบแล้วแถมรปภ.กับลูกค้าที่เป็นคู่กรณีก็วิ่งตามมารวบตัวชายผู้นั้นเรียบร้อย

“งั้นฉันจะไปบอกให้เขาส่งตัวมาให้เราในภายหลังเสร็จสิ้นคดีลักวิ่งชิงปล้นนะคะ” รินคาดเดาเหตุผลที่มีผู้หญิงวิ่งไล่ตามชายคนนั้นมากับรปภ. กระโดดลงจากเก้าอี้เตาะแตะด้วยขาสั้นป้อมอย่างสุดความสามารถก่อนจะเตาะแตะกลับมาสีหน้าตื่น ๆ

“ดูเหมือนว่าต้องกลับแล้วละค่ะทั้งสองคน ผู้หญิงที่วิ่งตามเขามาเป็นผู้เสียหายคดีมังกรสองแฟ้มก่อน...” รินถอนหายใจมองหม้อที่เดือดปุดอย่างเสียดาย

“อยากจะซื้ออะไรก่อนกลับไหมคะลุกซ์?” อาซาฮีหันไปถามเด็กใหม่ของกลุ่มด้วยสายตาเอ็นดู

“เนื้อปลา...เยอะเท่านี่เลย” สาวน้อยที่เริ่มเรียนรู้โลกภายนอกกางแขนออกเพื่อบอกอธิบายปริมาณคำว่า‘เท่านี่’ ของตนเอง ด้วยท่าทีนั้นทำให้คนที่เห็นบ้างก็ยิ้มเอ็นดู บ้างก็หรี่มองอย่างดูถูกในสติปัญญา

“แหม อยากกินเยอะขนาดนั้นก็ต้องซื้อมากุโร่ทั้งตัวแล้วมั้งคะ แต่ก็ไม่มีปัญหาหรอกเนอะ ถึงจะเสียดายอาหารที่เหลือไม่ควรทิ้งขว้างแต่ยังไงงานก็ต้องมาก่อนอยู่ดี” อาซาฮีลุกขึ้นเตรียมจะไปจ่ายเงิน

“กรุณารอสักครู่นะครับ! ถ้าไม่รังเกียจผมจะนำหม้อของพวกคุณทำแบบเทคโฮมให้ คุณเพิ่งมาได้ไม่ถึงยี่สิบนาทีเลย...เอ่อ” พนักงานหน้าบาร์ของพวกเธอเสนอขึ้นอย่างเลิ่กลั่กเขินอายก่อนจะยกมือปิดหน้าเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป นี่ไม่ใช่สวัสดิการที่มีในร้านนี้

อาซาฮีหัวเราะในลำคอกับริน ลูเซียสโคลงหัวไปมาเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ

“เอาสิคะ แล้วก็รบกวนจัดชุดหม้อไฟทะเลสำหรับห้าคนให้อีกชุดด้วยนะคะ ทั้งหมดส่งไปที่ตึกเอ็นเลสแจ้งว่าส่งให้กลุ่มดาวม่วงค่ะ” อาซาฮีหยิบนามบัตรของตนออกมาเขียนด้านหลังทั้งรายการที่สั่งและจ่าหน้าถึงกลุ่มดาวม่วง “ไปถึงที่ตึกแล้วยื่นสิ่งนี้ให้พนักงานต้อนรับก็จะทราบเองค่ะว่าต้องทำยังไงต่อรบกวนด้วยนะคะ” ถัดจากเอเลี่ยนสาวสวย เอเลี่ยนแพนกวินสุดน่ารักก็กำลังรูดบัตรจ่ายค่าอาหารทั้งหมดเช่นกัน ลูเซียสเดินตามรินไปเหมือนลูกเป็ดด้วยความเคยชิน

พวกเธอ ชายผู้ต้องหา และหญิงสาวผู้เสียหายในคดีสองแฟ้มก่อนตรงไปที่ตึกบัญชาการเอ็นเลส อาซาฮีไปนำแท็บเล็ตใสและโหลดข้อมูลแฟ้มคดีมังกรทั้งหมดมา

ดีโลไลน์ถูกเรียกตัวเข้าศูนย์บัญชาการกะทันหัน พร้อมจาฮารา แฟร์ขึ้นลิฟต์ขนส่งจากโกดังขึ้นมาพร้อมอุปกรณ์สอดแนมหนึ่งลัง

“งั้นก็เหมือนเดิม...ไม่สิ ฮาซาฮีกับแฟร์พวกนายไปกับทีมสอบสวน รินเช็กกล้องวงจรปิดในห้างดูว่ามันมาจากไหนแล้วย้อนรอยไปหารังของมัน ...จาฮารานายพาลูเซียสไปห้องสังเกตการณ์”

““รับทราบ!””

แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปตามคำสั่งและหน้าที่ของตน จาฮาราดันหลังลูกเซียสให้เดินออกไปเช่นกัน พวกเขาจะไปยังห้องสังเกตการณ์ระหว่างสอบสวนอีกฝั่งของกระจก รอฟังการสอบสวนที่จะเกิดขึ้น

“ลูเซียสต่อไปนี้จะเป็นการสอบสวนโดยทีมสนับสนุนของหน่วยเรา แล้วก็จะมีแฟร์กับอาซาฮีเข้าไปด้วย ถ้าเกิดสงสัยตรงไหนก็ถามได้นะ เพราะในอนาคตเธอก็อาจจะต้องสอบสวนผู้ต้องหาด้วยเหมือนกัน” จาฮาราเอ่ยและเปิดจอข้อมูลคดีมังกรที่เกี่ยวข้องขึ้นมา

ในสองแฟ้มก่อนหน้าเป็นคดีลักพาตัวสายเลือดโบราณผู้เป็นมังกรที่มีร่างมนุษย์ เขาหายสาบสูญไปในย่านดาวน์ทาวน์ กล้องวงจรปิดเห็นแค่เขาที่เข้าไปแต่ไม่เห็นตอนออกมา ไม่มีร่องรอยอะไรนอกเหนือจากถูกลักพาตัวไปและทำของหล่นเอาไว้ มีเพียงปากการาคาแพงที่ตกอยู่บนถนน และคนในนั้นก็ขโมยไปขายต่อ ทว่าปัจจุบันพวกเขาตามหาและอายัดมันเอาไว้ได้แล้ว

แน่นอนว่าผู้ต้องสงสัยปฏิเสธทุกการกล่าวหา

ลูเซียสได้แต่มองและพยายามทำความเข้าใจ

อาซาฮีคอยบอกข้อมูลการเคลื่อนไหวเพื่อบีบให้เขาร้อนรน ส่วนแฟร์ใช้วาทศิลป์ของเขาในการหลอกให้อีกฝ่ายหลุดข้อมูลออกมา สำหรับเธอที่ตรงไปตรงมา ไม่สามารถหลอกล่อใครได้ด้วยคำพูดอย่างแน่นอน ลูเซียสเชื่ออย่างนั้น เธอมาเป็นเส้นตรง ไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์ร่วม ไม่จำเป็นต้องรู้สึก และไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อปกปิดข้อมูลของตัวเอง

“ทำไมต้องถามต่อไปทั้งที่รู้ว่าเขาจะตอบว่าไม่ล่ะ...คะ?” ลูเซียสหันไปหาจาฮาราและไม่ลืมที่จะลงท้ายอย่างคนไม่ชิน

“เพราะเรารู้ว่าเบื้องหลังคำว่าไม่ของเขามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่น่ะสิ... คดีมังกรไม่ใช่เพื่อขายแน่นอน ถึงจะลักพาตัวไปมากมายแต่ส่วนที่ขายลงตลาดมืดมีแค่ชิ้นส่วนของพวกสัตว์เลี้ยง ไม่มีพวกเขาที่เป็นสายเลือดโบราณหลุดเข้าตลาดมืดสักนิด จับกลับไปเป็น ๆ เพื่อเป้าหมายบางอย่างที่แม้แต่พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าทำไม” จาฮาราใช้เลเซอร์ที่แหวนชี้ไปยังข้อมูลบนมอนิเตอร์ในห้อง

“...” ลูเซียสพยายามทำความเข้าใจว่าที่ต้องถามต่อก็เพราะไม่รู้ การถามเพราะไม่รู้นั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อครั้งที่ได้จาฮาราคอยสอนภาษากลาง เธอเองก็มีคำถามไม่สิ้นสุดเหมือนกัน ทำไมต้องคำนี้ ทำไมอ่านอย่างนี้ แล้วทำไมถึงต้องรู้

เสียงทุบโต๊ะโวยวายของชายผู้ต้องหาดังลอดออกมา ดูสิ้นไร้ไม้ตอก และแม้จะอับจนหนทางเพราะถูกรวบตัวได้แต่ก็ไม่ปริปากเอ่ยความลับของพรรคพวกตัวเองออกมา

ในสายตาของลูเซียสชายคนนี้เป็นคนธรรมดา ไม่มีทั้งพลังจิตอย่างชาวมิวแทนท์ จากลักษณะภายนอกและรูม่านตารวมไปถึงปริมาณกล่ามเนื้อเท่าที่เห็นก็ไม่มีทางเป็นพวกไฮบริดกลุ่มไหนได้ หรือหากจะเทียบกับพวกสายเลือดโบราณ... เขาไม่มีทั้งเอกลักษณ์ของทั้งแวมไพร์ แวร์วูฟ หรือกระทั่งเผ่าที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดยิ่งกว่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง

“ทำไมคนธรรมดาถึงเข้าร่วมกันนะ... แค่คิดจะสู้กับมังกรก็แพ้ตั้งแต่เลือกคู่ต่อสู้แล้วไม่ใช่เหรอ?” หนึ่งสิ่งที่ลูเซียสคิดอยู่ตลอดเวลาคือการประเมินความสามารถของฝ่ายตรงข้าม ในทุกครั้งเธอมักจะเผลอคิดขึ้นมาว่าถ้าเป็นตอนนี้ละก็เธอล้มเขาได้นะ หรือถ้าเป็นตอนนี้ละก็ถ้าจู่โจมไปจะต้องตายแน่

ทั้งแฟร์ ทั้งจาฮารา สองคนนี้เป็นพวกเสือซ่อนเล็บ คนหนึ่งก็ออกภาคสนามบ่อยจนร่างกายเคยชินกับจิตสังหารดี อีกคนเป็นเหมือนจะเป็นคนเหล็กทั้งที่ไม่ได้ถูกดัดแปลงร่างกายแท้ ๆ

รินเองมีกายวิภาคที่อ่อนแอ ไม่ถึงหนึ่งนาทีเธอสามารถเอาชนะเผ่าแพนกวินต่างดาวได้แน่

แต่กับอาซาฮีเอง เธอไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายมีความสามารถอะไรบ้าง แค่รู้สึกว่าไม่สามารถที่จะเอาตัวเองไปอยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างแน่นอน และกับพ่อบุญธรรมของเธอด้วย

ไม่เชิงรับมือไม่ได้ แต่เลือกจะไม่สู้ ลูเซียสเองก็ยังคงพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตนอยู่เสมอตั้งแต่เป็นตัวของตัวเอง และยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมเลือกที่จะไม่สู้กับสองคนนั้นด้วยตัวเองแม้ว่าจะมีโอกาสชนะมากกว่าครึ่งก็ตาม

“คิดอะไรออกหรือไง?” จาฮาราทักนักเรียนของตนขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเริ่มยกข้อนิ้วถูกริมฝีปากเบา ๆ นั่นเป็นท่าทีที่ติดตัวของลูเซียส เมื่อคิดอะไรบางอย่างออกแต่ไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่ จึงแสดงท่าทีด้วยการพยายามซ่อนริมฝีปากของตนเอาไว้

“ตัวล่อ?” ลูเซียสไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ธรรมดาถึงอาจหาญเผชิญหน้ากับมังกร

ไม่มีทางไหนเลยที่จะชนะ เพราะว่ามนุษย์ที่เธอรู้จักนั้นอ่อนแอ แค่ใส่แรงเท่าครึ่งของทั้งหมดในการโจมตีเดียวก็อาจถึงตายได้แล้ว

“ทำไมถึงคิดแบบนั้น?” จาฮาราเอ่ยถามเป็นเชิงอนุญาตให้เธอพูดออกมาได้ตามที่คิด

“มนุษย์...ไม่มีทางชนะมังกร ถึงจะเป็นร่างแปลงเลียนแบบมนุษย์แต่...มังกรก็คือมังกร” ลูเซียสหันไปมองจาฮาราอย่างต้องการคำตอบ เธอสงสัย

สงสัยว่าทำไมทั้งที่รู้ว่าจะแพ้แต่กลับเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าตนในทุกด้าน

“ฉันเองก็อยากรู้ ดังนั้นเราเลยพยายามถามเขาอยู่นี่ยังไงล่ะ” จาฮารากระตุกยิ้มเล็กน้อย นึกสนเท่ห์ในคำตอบของหญิงสาว

“เอาล่ะ ท่าทางจะยืดยาว... ถ้าเบื่อเมื่อไหร่จะออกไปหาท่านดีโลไลน์ที่ห้องพักก็ได้นะ” จาฮาราทิ้งท้ายเอาไว้ พวกเขาทั้งคู่ต่างยืนจ้องการสอบสวนราวกับต้องการจะเก็บทุกรายละเอียดตรงหน้าไม่ให้ตกหล่นไปสักนิดเดียว

‘ไม่บอกอะไรทั้งนั้น’

‘พวกเราทำเพื่อส่วนรวม’

‘เพื่อที่พวกนอกโลกจะไม่ต้องยื่นมือเข้ามาสอด’

‘ต้องเป็นมังกรเท่านั้น’

ลูเซียสทวนคำเหล่านั้นในใจก่อนจะเดินออกไปจากห้องสังเกตการณ์ทิ้งจาฮาราเอาไว้ เธอมุ่งหน้าไปที่เซฟรูมของตัวเองที่ดีโลไลน์มอบไว้ให้ใช้ตามสบาย ห้องสำหรับอยู่อาศัยที่มีห้องน้ำห้องนอน โซนรับแขกและห้องทำงานใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือและอุปกรณ์เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มากมาย

ต้องเป็นมังกรเท่านั้น มีอะไรที่มีเพียงเผ่ามังกรมีแต่เป่าอื่นไม่มี ลูเซียสไล่ตำราในห้องและบทความวิจัยสายเลือดโบราณเผ่ามังกรจากคลังความรู้ในหัวและในห้องออกมาวิเคราะห์ เธอจดจ่ออยู่กับการควานหาข้อมูลในทะเลลึกหลายชั่วโมง อาซาฮีจึงเข้ามาตามให้เตรียมตัวสำหรับมื้อเย็น เอเลี่ยนสาวรู้สึกประทับใจกับภาพที่หญิงสาวกำลังพยายามช่วยงานคนในหน่วยด้วยการมาทำความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองไม่รู้

“ลุกซ์จ๊ะ ใกล้ได้เวลากินข้าวกับทุกคนแล้วนะ”

“อื้อ... ขออีกสิบห้านาที...ค่ะ” ลูเซียสขานรับแล้วผัดผ่อนเวลาออกไปอีกครู่เพื่ออ่านบทความในมือให้จบและเผื่อเวลาเก็บข้าวของเอาไว้

“พี่สาวจะช่วยเก็บของเพราะงั้นเหลือแปดนาทีนะจ๊ะ” อาซาฮีเข้ามาส่งยิ้มและหยิบเอาตำรากับแท็บเล็ตบนพื้นใกล้ตัวไปคืนตำแหน่งของมันบนตู้หนังสือ

จากนั้นระหว่างที่รับประทานอาหารร่วมกันทั้งหน่วยบนโต๊ะยาว ณ ห้องรับรองพิเศษของหัวหน้าใหญ่อย่างดีโลไลน์ ลูเซียสก็พึมพำออกมาเมื่อสรุปข้อมูลในหัวได้แน่นอนแล้วว่าอะไรที่ต่างออกมาจากเผ่าอื่น

“...ร่างที่สาม ความทรงจำมังกรที่ถ่ายทอดให้สายเลือดได้”

“แหม แบบนี้เองสินะคะ คงจะเป็นอะไรที่น่าสนุกมากแน่เลย” อาซาฮีด้านข้างฟังแล้วก็เข้าใจในทันที กลุ่มลักพาตัวคดีมังกรกำลังหาอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่เผ่ามังกรโบราณเก็บงำเอาไว้ เพราะอย่างนั้นจึงจำต้องจับกลับไปเป็น ๆ เท่านั้น เพื่อเข้าถึงความทรงจำเหล่านั้นด้วยมิวแทนท์พิเศษ

 

--------------------------

จะว่าไปแล้ว ลูเซียสคนนี้ในฝันตอนนั้นก็ค่อนข้างจะOPกว่านี้เยอะเลย

แต่ว่าพอปรับมาจะเขียนเป็นนิยายก็เลยหาพลังอ้างอิงพวกพลังจิตเพิ่มขึ้นด้วยเลยทั้งลดทอนแล้วก็เปลี่ยนประเภทพลังไป

โดยส่วนตัวแล้วเราชอบตัวเอกที่มีพลังOPแต่เอื่อยเฉื่อยค่ะ มีพลังแต่ไม่อยากจะทำอะไร ไม่ได้ใช้เรี่ยราด หรือถ้าใช้เรี่ยราดก็เรื่องไร้สาระส่วนตัวล้วนๆ เป็นประเภทตัวละครที่ไม่ได้เหลิงตัวเองเพราะมีพลังเยอะ ก็ยังใช้ชีวิตปกติ(?)ต่อไป

แอบวาดคุณพี่สาวอาซาฮีเอาไว้ด้วยแต่ยังไม่ได้ลงสี เพราะคงไม่ต่างจากอาซาไรเท่าไหร่ ผมยาวถัดเปียแล้วม้วนไว้ข้างหัว น่าร้ากกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #2 light-wind (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 18:36

    ชอบการออกแบบ+ภาพประกอบมนุษย์ต่างดาวของไรท์มาก ทำให้เข้าใจเวลาอ่านได้มากขึ้น
    #2
    2
    • #2-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 2)
      2 กรกฎาคม 2563 / 18:47
      ดีใจที่ชอบนะคะ♥ ตอนแรกก็ว่าจะไม่วาดแต่มันคงจะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เห็นภาพตรงกันด้วยแค่คำอธิบายลักษณะโดยรวมของเขา;;; เพราะคิดว่าแค่คำว่าผิวช่วงคอขึ้นไปคล้ายกลีบดอกไม้ผู้อ่านแต่ละคนก็น่าจะตีความต่างกันแล้ว
      #2-1