Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 18 : Role.17 - support

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

Role.17 - Supptor

 

หลังจากแบ่งผลไม้วันนั้นลูเซียสก็ยังไม่ได้เจออาซาไรอีกแม้จะอยู่ในตึกเอ็นเลสเดียวกัน ท่านทูตมีงานทั้งลากทั้งสาวไส้นักการเมืองคอร์รัปชันออกมาเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความสามารถในการขึ้นรับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษจากชาวดาวเขาที่ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าอยู่ในขณะนี้

รินกำลังพาหญิงสาวทัวร์รอบอาคารส่วนต่อเติมใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยของพนักงานในเอ็นเลสเอง ซึ่งจะทยอยสร้างห้องหลบภัยตามแต่ละจุดในตึก แน่นอนว่าโครงการที่เดอะวันซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นก็ใช้ระบบโครงสร้างใหม่ที่มีห้องนิรภัยแทบทุกชั้นเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่เช่นกัน

ข่าวการประท้วงขับไล่ชาวเพื่อนบ้านห่างไกลยังคงมีอย่างต่อเนื่องจากชุดความคิดอคติซึ่งฝังใจว่าเอเลี่ยนต่างดาวนั้นตั้งใจจะมายึดครองดาวบ้านเกิดของพวกเขา และใช้ตำแหน่งหน้าที่ฟื้นฟูดาวในการอำพรางเจตนาเพื่อเข้าถึงทรัพยากรละตำแหน่งสิ่งต่าง ๆ บนโลก

ชาวโลกจำนวนมากยังคงฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชาวซิกเอมม์ยังคงรอคอยจะเข้ามากัดกินดาวโลก ทว่าแม้เจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องระดับสูงจะออกมายืนยันแล้วว่าชาวดาวซิกเอมม์นั้นถูกแบนและขับไล่ไปไกลโพ้น ก็ยังไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวโลกบางส่วนได้

“...? ตรงนี้ไม่มีในพิมพ์เขียวนี่?” ลูเซียสทักขึ้นหลังจากที่รินใช้ครีบตบแจกันที่สุดทางเดินคอหักผนังก็ยุบเข้าไปและเผยเส้นทางลับเล็ก ๆ เพียงพอดีจะผ่านได้ทีละคนต่อสายตา

“ในแต่ละชั้นจะมีพื้นที่นิรภัยที่มีอยู่และไม่มีอยู่ในพิมพ์เขียว เจ้าหน้าที่ที่ได้รับความไว้วางใจว่าไม่ใช่คนนอกหรือมีโอกาสหลุดความลับของตึกออกไปเท่านั้นถึงจะสามารถรับรู้ตำแหน่งห้องลับที่ไม่มีในพิมพ์เขียวแต่ละชั้นได้นะค้า~” ชาวแองกลาสอัสตินผู้ใจดีเอ่ยทิ้งท้ายประโยคยานคางอย่างเป็นเอกลักษณ์นิสัย

“เพราะฉะนั้นจำตำแหน่งของแต่ละชั้นกับวิธีเปิดเอาไว้นะค้า ฉันรู้ว่าลูเซียสของเราน่ะเก่งที่สุดอยู่แล้ว” รินเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ออกจะพิกลไปหน่อยสำหรับชาวมนุษย์พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่าย ลูเซียสเป็นผู้ก้มหัวยอมให้เธอทำตามใจได้อย่างชมชอบพอตัวกับการถูกเอ็นดู

“เข้ามาดูข้างในด้วยกันสิคะจะได้เช็กสภาพไปในตัวด้วยว่าถ้าขาดเหลืออะไรจะได้รู้ว่ามีคนเคยเข้าออกแล้วรึยัง~” รินเผยครีบปีกของตนเข้าไปด้านในเป็นห้องวงกลมขนาดไม่ใหญ่นักแต่ก็มีสุขาและอาหารแห้งกับน้ำดื่มเตรียมไว้พร้อมที่ชั้นวาง อุปกรณ์สำหรับยังชีพสำหรับคนสองถึงสามคนปริมาณหนึ่งอาทิตย์

แต่ตำแหน่งที่ลูเซียสจำต้องจำเพื่อตรวจสอบไม่ใช่อาหารและน้ำแต่เป็นอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือและอาวุธขนาดเล็กที่ซุกซ่อนเอาไว้หลังชั้นวางอย่างแนบเนียน

ใช้เวลาอยู่เกือบทั้งวันกับการเดินไปมาตามชั้นเพื่อทราบถึงวิธีเข้าห้องนิรภัยนอกพิมพ์เขียวและตรวจสอบสิ่งของจำเป็นภายใน ลูเซียสกับรินจึงใช้บริการโรงอาหารแทนเลาจน์หน่วยอย่างทุกทีก็เจอเข้ากันหน่วยอื่นและกลุ่มภาคสนามเซทซีโร่อีกสองคนที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจรวมกับกลุ่มอื่น

“วันนี้ตารางของเธอทำอะไรน่ะ ทำไมลงมาโรงอาหารได้?” แฟร์ย่นคิ้วทันทีที่เห็นน้องเล็กเดินตรงมาทางเขา

“ทำงานเดินตรวจทั่วตึก” ลูเซียสตอบสั้น ๆ โดยไม่ได้พูดอย่างละเอียดไปเนื่องจากเป็นส่วนพื้นที่เฉพาะที่คนนอกไม่อาจรับรู้ได้จึงเลือกจะย่อประโยคให้กระชับลงแต่ก็ยังรู้อยู่ว่าทำอะไรมา แฟร์เลิกคิ้วก่อนจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไรเพราะเขากับจาฮาราก็ไปกันมาก่อนแล้ว

“มา ๆ นั่งกินมื้อเย็นกัน วันนี้มีเมนูให้เลือกเยอะมากไม่ว่าลูน้อยอยากกินอะไรก็มีทั้งนั้น!” แฟร์ตบที่นั่งข้างตัว

“เกาลัด?” ลูเซียสโพล่งถามของกินเล่นออกไปหนึ่งอย่าง

“นั่นไม่ใช่อาหารหลักสักหน่อย แล้วก็ต้องรีเควสด้วยไม่ใช่ฤดูน่าจะมีให้กินแค่แบบถุงปิดผนึกนะ?” แฟร์ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเปิดไอดีเอเพื่อใช้แสดงเมนูอาหารของโรงครัวเอ็นเลสในวันนี้ให้รุ่นน้องดู

และเมื่อลูเซียสเห็นว่าไม่มีปูหรือปลาเธอก็กินได้ทั้งหมดไม่มีรักหรือชังเป็นพิเศษนอกเหนือจากนั้นก็สุ่มจิ้มเมนูที่ยังไม่เคยกินขึ้นมา รินเองก็กดสั่งเมนูเฉพาะซึ่งเป็นปลาดิบและจะมีให้ทุกวันแน่ ๆ สำหรับชาวดาวแองกลาสอัสตินอย่างเธอ ผู้นอกจากรูปร่างภายนอกจะคล้ายแพนกวินก็ยังมีอาหารหลักคล้ายแพนกวิน

ชาวเพื่อนบ้านห่างไกลหลายสายพันธุ์ต่างมีไม่น้อยที่ต้องกินอาหารเฉพาะ แม้จะไม่หลากหลายเท่าชาวโลกแต่ก็ทำให้พวกเขาในเอ็นเลสรู้สึกว่าการทำงานในองค์กรนี้ดูสมกับเป็นยุคสมัยที่โลกมีเพื่อนบ้านห่างไกลมาเยี่ยมเยือนและปักหลักทำงานบ้าง มันคงจะเป็นทิวทัศน์ที่หลากหลายกว่านี้หากย้ายศูนย์บัญชาการหลักไปที่เดอะวันในอนาคต พวกเขาคงจะเห็นเอเลี่ยนเดินไปมาตามถนนมากกว่าโดมจำลองเมืองเก่า

ท่านทูตออกมาจากห้องทำงานพอเห็นว่าลูเซียสอยู่ตรงไหนก็ดิ่งมาหา กระทั่งเลขาต่างดาวอีกท่านที่ช่วยประสานงานก็เลิ่กลั่กและรีบก้าวยาว ๆ ตามไป

“ท่านทูตออกมาจากห้องเอกสารสักที~ แต่แบบนี้ยัยหนูก็ทำงานคุ้มกันสิ?” ซีโร่เลิกคิ้วหันไปมองแฟร์ที่พยักหน้า

“ไม่ต้องห่วงพวกเราก็อยู่ถึงจะเป็นช่วงพักแถมยังในตึกฐานก็ไม่น่าเป็นปัญห--”

พูดยังไม่ทันจบแฟร์ก็ยิ้มค้างกับการเห็นท่านทูตที่อุ้มลูเซียสขึ้นแขนโดยที่เจ้าน้องเล็กของหน่วยก็ทำหน้านิ่งไม่ได้ห้ามหรือแหกปากใดใด

“วันนี้มีผลไม้หวาน ๆ เยอะแยะเลยล่ะ” มิวแทนท์สาวเอ่ยปากทันที เธอไม่ได้แสดงท่าทีอยากจะลงหรือเขินอาย ทำราวกับพวกเขาแค่ยืนคุยกันอยู่

“งั้นเหรอครับ คุณเคยลองกินพวกมันแล้วสินะ?” อาซาไรเองก็ไม่ได้สนใจคนอื่นเช่นกันหลังจากอุ้มลูเซียสให้นั่งบนท่อนแขนของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งเดินหมุนไปหมุนมาอย่างไร้ประโยชน์ก็วางเธอลงที่เดิม

“ถ้าไม่เปรี้ยวเลยก็...” ลูเซียสก้มลงเปิดไอดีเอของตัวเองเพื่อแนะนำเมนูผลไม้ให้กับท่านทูตเขาเองก็ตั้งใจฟังแล้วก็เลือกสั่งตามที่ถูกแนะนำพ่วงด้วยองุ่นซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบอยู่เป็นทุนเดิม แต่กำชับว่าให้ไปส่งที่ห้องทำงาน นั่นหมายถึงเขาจะไม่อยู่พักรับประทานอาหารที่โรงอาคารแห่งนี้

อาซาไรลูบหัวและกรอบหน้าของลูเซียสแม้จะเสียดายที่ได้ใช้เวลาด้วยกันน้อยไปหน่อยแต่ว่าเขายังคงมีงานสุมท่วมโต๊ะ

“เติมพลังให้อร่อยนะครับลูเซียส” อาซาไรยิ้มทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินไปรับจานอาหารใหญ่ของตนและกลับไปที่ห้องทำงาน

เหมือนระเบิดลูกใหญ่ลงที่ทุกคนยังงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่หนึ่งในคนวางระเบิดกำลังกินมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยและจัดให้อาหารตรงหน้าขึ้นทำเนียบของโปรดในใจเพิ่ม

“ลู...” แฟร์เรียกน้องเล็กหน่วยให้หันมาสนใจเขาเสียหน่อย

“?” ซึ่งเธอก็ตอบสนองด้วยการหันไปหาทั้งที่เคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย

“เมื่อกี้มันอะไรน่ะ” คนเป็นดั่งพี่ชายเจ็บแปล๊บที่มารู้เรื่องนี้เอาพร้อมทุกคนตรงนั้น ความสัมพันธ์ของท่านทูตกับลูเซียสมันยังไงกันแน่

“เติมพลังงานแล้วไปทำงานต่อ” ลูเซียสกลืนอาหารลงไปก็ตอบอย่างกระชับได้ใจความ

“...” แฟร์ยกมือปิดปากแล้วขมวดคิ้วจ้องเธอกลับอย่างจับพิรุธ “ตั้งแต่เมื่อไหร่...”

“...” ลูเซียสเลิกคิ้วแล้วนับนิ้ว “ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน”

“อธิบายมาซิลู แบบนี้มันสั้นไป พวกเราไม่เข้าใจ...” แฟร์นวดขมับ

ลูเซียสหยุดเคี้ยวอาหารแล้วกลืนมันลงไป

“อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ชอบที่อยู่ใกล้ ๆ แต่เพราะต้องทำงานพอเจอกันก็เลยแตะตัวนิด ๆ หน่อยแล้วไปทำงานต่อ” เธออธิบายเพิ่ม

“ไม่ใช่เรื่องนั้นสิ พวกฉันหมายความว่าไปชอบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ต่างหาก แล้วนี่พวกเธอคบกันเหรอ?” ซีโร่เจาะถามอย่างไม่อ้อมค้อม เขาคิดว่าพูดอ้อมไปลูเซียสไม่น่าจะเข้าใจ เพราะเธอน่าจะยังไม่เข้าใจความหมายโดยนัยของคำหรือคำสแลงตามกาลสมัย

“...” ลูเซียสเอียงหัวเล็กน้อยคล้ายกำลังประมวลผลข้อมูลก่อนจะตอบออกมาอย่างฉะฉาน ไม่คิดว่ามันเป็นความลับแต่อย่างใด

“อาซาไรบอกว่าในเมื่อต่างฝ่ายต่างชอบที่มีอีกคนอยู่ด้วยและสบายใจที่เป็นแบบนั้น การตกลงคบกันและการปฏิสัมพันธ์จะทำเลยก็ได้ตามความสมัครในแม้ว่ามนุษย์บางกลุ่มอาจจะคิดว่าเร็วเกิดไปก็ตาม แต่ปัจจุบันในเมื่อมีความสุขดีก็ไม่มีปัญหาตรงไหน? ถ้ามันไม่กระทบกับงานของพวกเรา” ลูเซียสพูดจบก็กินมื้อเย็นต่อไม่ได้สนใจสายตามากมายที่มองมา เธอชินเสียแล้วจากทั้งการเข้าห้องฝึกและตอนออกภารกิจ

“นั่นก็จริงของเธอ” ซีโร่ไหวไหล่ “แต่แล้วจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันหืม?” เขาถามอีกเรื่อง

“จนกว่าจะเลิกชอบ แต่ว่ามีคนที่อัจฉริยะกว่าอาซาไรด้วยเหรอ?” ลูเซียสขยับหัวเล็กน้อย เธอคิดว่าไม่มี

“โฮ่ เธอเป็นพวกชอบคนที่เก่งไม่ก็แข็งแกร่งกว่าตัวเองสินะ” ซีโร่เข้าใจขึ้นมาในทันที

“โดยพื้นฐานแล้วการมีคู่ครองก็เพื่อสร้างรุ่นถัดไปที่ดีกว่าตัวเองขึ้นมา สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติจึงเลือกคู่ที่แข็งแกร่งอยู่แล้วนี่นา กับมนุษย์ก็เป็นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” เธอมุ่นคิ้วสงสัย

“ก็ใช่ นั่นก็เป็นความเข้าใจที่ไม่ผิดหรอก เพียงแต่สำหรับมนุษย์ส่วนมากแล้วการเลือกคู่เป็นชาวเพื่อนบ้านห่างไกลนั้นก็ยังสร้างความรู้สึกแตกต่างมากเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้อยู่น่ะ” ซีโร่อธิบายเสริม เขายักไหล่ “แต่ฉันไม่สนใจหรอกนะมันเป็นการตัดสินใจของคนสองคน คนนอกอย่างฉันไม่เกี่ยวสักหน่อย อย่างมากก็แค่เป็นที่ปรึกษาให้แค่นั้น”

“ถ้าหยิบยกหัวข้อเรื่องความแตกต่างแล้วชี้ชัดหมายถึงทางสรีระรึเปล่า?” ลูเซียสกลอกตานึกถึงประเด็นนี้ขึ้น

“ใช่ นั่นแหละ” ชายผมแดงพยักหน้า ส่วนแฟร์กำลังทั้งประหลาดใจทั้งสนใจ

“หรือก็คือเป็นห่วงว่าจะเป็นการจับคู่อย่างเสียเปล่าเพราะสร้างทายาทรุ่นถัดไปไม่ได้สินะ?” เธอสรุปความออกมาตามความเข้าใจของตัวเอง

พนักงานแถวนั้นพ่นน้ำที่กำลังดื่มอยู่และไอโขลกไม่ต่างกับแฟร์ที่สำลักน้ำลายตัวเองเสียดื้อ ๆ

“ก็อาจจะ” ซีโร่เหล่มองสมาชิกหน่วยที่กำลังไอตัวโยนแล้วยกมือลูบหลังอีกฝ่ายด้วยความเวทนา

“ด้วยสรีระทางกายภาพแล้วไม่มีทางสร้างทายาทรุ่นถัดไปได้อยู่แล้ว ก็วิธีให้กำเนิดของพวกเราต่างกันมากนะในสารคดีก็มีนี่ แต่ว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อาจสร้างทายาทรุ่นถัดไปได้เสียหน่อย มนุษย์มีอะไรที่คล้ายต้นแห่งการกำเนิดอยู่นะ ก็เสาครรภ์เทียมไง ถ้าเป็นนั่นละก็การผสมเทียมนอกร่างกายและการเติบโตของตัวอ่อนนอกร่างกายก็ทำได้สบาย เห็นการเปลี่ยนแปลงและปรับแต่งสภาพให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาการแทรกซ้อนและภาวะข้างเคียงของการตั้งครรภ์ข้ามสายพันธุ์ที่อาจทำให้เกิดอันตรายกับผู้ตั้งครรภ์อีกด้วย” สิ่งที่ลูเซียสพูดมานั้นไม่ผิดสักข้อเดียว แต่แทนที่พวกเขาคิดว่าเธอรู้เรื่องนี้เองกลับรู้สึกว่าท่านทูตน่าจะเป็นฝ่ายอธิบายให้เธอฟังเสียมากกว่า...

“อาซาไรเสนอแนวทาง?” ซีโร่เห็นแววตาสงสัยใครต่อใครก็ยกมุมปากขำขันและเอ่ยปากถามให้เสียเลย

“ก็ไม่นี่ ยังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลย แค่จำได้ว่าตอนเรียนบทเรียนเพศและสุขศึกษามีพูดถึงเอาไว้ แล้วเนื้อหาเรื่องการผสมข้ามสายพันธุ์ก็อยู่ในหมวดวิทยาศาสตร์แขนงชีวะที่อ่านไปด้วย” ลูเซียสมุ่นคิ้วสงสัยว่ามันแปลกตรงไหนในเมื่อทุกคนเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ได้

“ชอบเขาน่าดูเลยน้าคิดไปถึงขั้นนั้นด้วย” แฟร์เท้าคางถอนหายใจ น้องสาวตัวน้อยของเขาจะแต่งออกซะแล้วเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่นานเอง

“ก็ไม่นะ ถ้าอาซาไรกับป๊ะป๋าตกอยู่ในอันตรายละก็ต้องช่วยป๊ะป๋าก่อน” ลูเซียสเอียงคอเล็กน้อยเลือกอย่างชัดเจน

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” แฟร์ฟุบลงไปขำก๊ากกับโต๊ะที่นั่งอยู่ทันที ตามมาด้วยรินที่หัวเราะเบา ๆ เธอเองก็ฟังอยู่และคิดว่ายังไงลูเซียสก็ยังคงเป็นน้องเล็กที่น่ารักของพวกเธอเสมอ

“ท่านทูตช้ำใจตายแย่เลย” ซีโร่กลั้นหัวเราะไปด้วย

“ก็ป๊ะป๋าเก่งแค่มองอนาคตนี่นาเพราะงั้นลูเซียสก็ต้องไปช่วยสิ แต่อาซาไรน่ะไม่ปล่อยให้ตัวเองจนมุมโดยไม่มีแผนสำรองหรอกเพราะงั้นพอช่วยป๊ะป๋าเสร็จถึงที่ปลอดภัย เดี๋ยวค่อยไปช่วยอาซาไรก็ได้” ลูเซียสยกมุมปากอย่างพออกพอใจกับความมุ่งมั่นของตัวเอง

“แล้วก็อาซาไรน่ะไม่เก่งเพราะงั้นถ้าไม่ชนะแน่ ๆ ก็จะไม่ลงภาคสนาม เหมือนป๊ะป๋ายังไงล่ะ ถ้าจะตกอยู่ในอันตรายก็แสดงว่าทั้งที่รู้แต่ก็หลับหูหลับตาแสร้งไม่รู้ คนที่ทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์อันตรายได้ต้องเป็นคนในเท่านั้น ซึ่งพวกเราน่ะไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน เรื่องที่ว่าทั้งคู่จะตกอยู่ในอันตรายพร้อมกันเลยเกิดขึ้นได้ยากมากๆ” มิวแทนท์สาวไว้ใจและประเมินไว้ดีแล้วว่าพรรคพวกในหน่วยเซทซีโร่ของเธอนั้นไม่เป็นอันตรายต่อทั้งเธอ พ่อบุญธรรม และอาซาไร

พวกเขาอยู่ด้วยกันมานาน และเข้าใจกันได้ดีในเวลาสั้น ๆ มองทะลุเปลือกนอกและรับรู้ถึงตัวตนของกันและกัน ความไว้วางใจของลูเซียสไม่ใช่เพราะการเลี้ยงดูแต่เพราะสัญชาตญาณที่เฉียบคมของเธอได้ตัดสินแล้วว่าพวกเขาไม่มีทางจะเป็นอุปสรรคบนเส้นทางที่จะอยู่อย่างมีความสุขด้วยกันกับครอบครัวเซทซีโร่

“เพราะงั้นลูเซียสจะช่วยงานทุกคนเอง แล้วมีชีวิตอยู่นาน ๆ หน่อยนะ” เธอฉีกยิ้มซื่อ ๆ ให้กับคนในหน่วย

“ฮือ ยัยน้องเล็ก ไม่ต้องห่วงนะฉันจะใช้พลังปกป้องพวกเราเอง!” แฟร์เป็นปลื้มกับรอยยิ้มที่ยากจะเห็นของลูเซียส

“ไม่อ่ะแฟร์ใช้ได้จำกัดนะน้อยกว่าลูอีก ลูเซียสปกป้องเองไม่ต้องห่วง! พี่แฟร์น่ะคอยสนับสนุนก็พอ!”

“พรืด” ซีโร่พ่นหัวเราะพลางตบไหล่คนซึมที่ถูกน้องสาวตอบปัดอย่างไม่ไยดี

“งั้นรินเองก็จะช่วยสนับสนุนเองน้า~” แองกลาสอัสตินสาวเองก็ขอมีส่วนร่วมกับวงสนทนาด้วย

“เอ แต่ฉันเพิ่งเข้ามา พลังก็คงไม่ไหวจะปกป้องใครหรอกนะแต่ถ้าให้สับขาหลอกหรือเป็นนกต่อก็ยินดีเลย~” ซีโร่ยิ้มมุมปากลูบหัวลูเซียสแม้จะเข้ามาทีหลังแต่ทั้งวัยและวุฒิภาวะที่มากกว่าทำให้ลูเซียสยอมรับให้เขาสามารถลูบหัวเธอได้

“ดีแล้ว จงรู้ตัวว่าทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้ ถ้าไม่ถนัดสู้ก็สนับสนุน ถ้าไม่ถนัดคิดก็จงใช้แรงงาน ทุกคนมีสิ่งที่ถนัดและทำได้ดีดังนั้นพออยู่ด้วยกันไม่ต้องทำทุกอย่างก็ได้ แค่ทำที่ทำได้ก็พอ” ลูเซียสเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย เธอถูกเสี้ยมสอนจากดีโลไลน์และจาฮารามาเช่นนี้ก็จะยึดมั่นมัน

ทำในสิ่งที่ทำได้ เธอไม่สามารถคำนวณและหาคนผิดจากข้อมูลนับร้อยนับพันหน้ากระดาษที่เป็นข้อมูลโครงการและความประพฤติจากการสืบและจับตาของใครต่อใครได้แบบอาซาไร แต่สิ่งที่เธอจะทำให้เขาได้ก็คือการอยู่ข้าง ๆ และให้กำลังใจ ซึ่งอาจช่วยเหลือเรื่องปรับแก้ข้อมูลเท็จได้นิดหน่อย ตามพื้นที่จริงที่เคยลงไปเมื่อต้องทำภารกิจบริเวณใกล้เคียง

หากมีตรงไหนต่างออกไปจากภาพที่ถูกส่งมาหรือประเภทอาคารที่จำแนกเอาไว้ในบัญชีการครอบครองทรัพย์สินของใครบางคน เธอจะสามารถแย้งได้ในทันทีหากได้เห็นมาก่อน ด้วยความทรงจำภาพถ่ายที่ทำให้ทุกอย่างยังคงฝังรากลึกในสมองเล็ก ๆ เพียงหวนนึกถึงก็ราวกับยืนอยู่ตรงหน้าพวกมันอีกครั้ง

“ลูไม่ถนัดดักทางคนฉลาดหรอกนะ แต่ถ้าเป็นคนที่สู้เก่งล่ะก็สบายมาก...ถ้าจับคู่กับอาซาไรละก็ไม่ใช่ว่าพวกเราไร้เทียมทานเหรอ? ถ้าอาซาไรสามารถที่จะวางแผนได้อย่างรัดกุม กับลูที่สามารถทำให้งานภาคสนามอัตราความสำเร็จเป็นหนึ่งร้อย จะไม่มีใครทำอะไรพวกเราได้” หญิงสาวยิ้มซื่อ เธอตรงไปตรงมาและคิดอะไรเส้นตรงคล้ายเด็ก ทว่าก็เปี่ยมไปด้วยข้อมูลนับพันในหัวเล็ก ๆ

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูเซียสน่ากลัวขึ้นมาในบางครั้งรวมถึงตอนนี้

ทว่าเธอไม่ได้คิดจะระรานหรือรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของใครต่อใคร อันตรายที่น่ากลัวของการจับคู่จากมันสมองอันดับหนึ่งกับว่าที่นักปราบปรามอันดับหนึ่งจึงกลายมาเป็นไอดอลของใครต่อใครในอนาคตหลังจากที่พวกเขาถูกรู้จักเป็นวงกว้าง

 

--------------------------

ช่วงทอร์ค ขอประณามการใช้ความรุนแรงในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมโดยสันติค่ะ โดยหลักสากลแล้วเขาไม่สลายการชุมนุมยามวิกาลนะคะ โดยหลักสากลแล้วเขาไม่ใช้รถฉีดน้ำกับกลุ่มผู้ชุมนุมสันติที่ไม่ได้ก่อจลาจลนะคะ แล้วก็ไม่ฉีดใส่ตัวกับหัวคนด้วย คือช่วงสองสามวันมานี้โกรธจนน้ำตาจะไหล คำว่านายสั่งมาทำให้คนกลายเป็นหุ่นยนต์ได้ขนาดนี้เลยเหรอคะ ระบบการสร้างตำรวจกับทหารมันยังไงแล้วนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #41 zutto (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 19:22
    สนุกกกกกก
    #41
    0
  2. #26 faza205317 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 22:34
    ข่าวในที่ชุมนุม คือแบบ โกรธมากกกกก แล้วแม่โทรหาเพราะกลัวเราเข้าไปร่วมชุมนุม เขาบอกว่าอย่าไปเพราะเราคงหนีไม่ทัน รอไปพร้อมกัน 555 // น่ารักอ่ะ ทั้งลูทั้งอาซาไร และพวกพี่เลี้ยง โคตรน่าร้ากกกก
    #26
    0