Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 16 : Role.15 – Interweave

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    4 ต.ค. 63

Role.15 - Interweave

 

แผนกแพทย์หน้าตาแตกตื่นเมื่อเห็นบาดแผลสาหัสของลูเซียสเธอได้รับการปฐมพยาบาลพร้อมกับนำเข้าแคปซูลแมชชีนรุ่นล่าสุดของเอ็นเลสทันที น่าเสียดายที่อัลบาไม่มีเวลามากพอจะอยู่รอจนการรักษาเสร็จสิ้น เขาต้องออกไปกับหน่วยเพื่อจัดการผู้บุกรุกที่ท้าตายเข้ามายังเขตศูนย์บัญชาการเอ็นเลส ไม่ได้มีพวกบ้าบิ่นบุกรุกพื้นที่อันตรายของกลุ่มทหารรับจ้างถูกกฎหมายแบบนี้มานานมากแล้ว

“ท่านอาซาไรคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” ท่านทูตได้รับการรักษาจากเครื่องสแกนสำหรับรักษาบาดแผลภายนอกขนาดเล็ก ไม่กี่นาทีอาซาไรก็กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนไม่เคยมีบาดแผลมาก่อน

ประตูห้องเปิดอีกครั้งก็เป็นอาซาฮีที่วิ่งเข้ามาแล้วคล้องสานแขนคู่รองกับผู้เป็นพี่ชายด้วยความเป็นห่วง ชาวดาวพวกเขาไม่มีวัฒนธรรมการกอดนี่เป็นวิธีแสดงความรักในครอบครัวรูปแบบหนึ่งของโคคิวรีอุรีปุส

“พี่ใช้น้ำเลี้ยงที่แขนคู่รองไปแล้วสินะคะ” อาซาฮีมองลูเซียสในแมชชีน ปากแผลสาหัสถูกเคลือบด้วยของเหลวหนืดใสออกฟ้าทำให้เลือดไม่ทะลักออกมา ทว่ามันไม่ได้มีอำนาจในการฟื้นฟูแต่อย่างใด

“มันเป็นวิธีห้ามเลือดที่ไวที่สุด” อาซาไรไม่ได้ใส่ใจนัก เขารู้ดีว่าการเลือกทำแบบนี้จะส่งผลให้โอกาสรอดชีวิตของหญิงสาวผู้จะเป็นมิวแทนท์ที่แข็งแกร่งที่สุดในดาวโลกสูงขึ้น กระสุนหัวระเบิดทำให้มีแผลฉกรรจ์ถึงห้าแห่งหากไม่รีบทำให้เลือดหยุดไหลเธอได้ลาโลกนี้ไปในสามนาทีแน่

“แต่แบบนี้น้ำเลี้ยงที่แขนของพี่ก็จะไม่สามารถใช้ได้ไปอีกสี่สิบวันเลยนะคะ ถ้าเกิดระหว่างนั้นถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บก็จะห้ามเลือดตัวเองไม่ได้แล้วนะคะ” อาซาฮีถอนหายใจเล็กน้อย สำหรับเธอแล้วค่อนข้างเป็นตัวเลือกที่ได้ไม่คุ้มเสีย โดยทั่วไปแล้วพวกเขามักจะใช้น้ำเลี้ยงทาแผลตัวเองเพื่อห้ามเลือด น้ำเลี้ยงด้านในรยางค์ซึ่งเป็นแขนคู่รองของพวกเขานั้นหากใช้กับตัวเองจะมีฤทธิ์ในการเร่งสมานแผล แต่ถ้าใช้กับชาวดาวอื่นมักจะเป็นเพียงการเคลือบปากแผลให้เลือดหยุดไหลเพียงเท่านั้น

“ไม่ต้องกังวลไปน้องสาวเอ๋ย เอ็นเลสนั้นพร้อมสรรพไปด้วยหน่วยพยาบาลและเครื่องจักรทางการรักษา และพวกเราเองก็อยู่ในตาพายุ ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะกลุ่มอนุรักษนิยมหัวรุนแรง หรือกลุ่มนักการเมืองฉ้อโกงที่พยายามหาทางเอาคืน ก็ต้องฝ่าความวุ่นวายที่รายล้อมพวกเราเข้ามา” อาซาไรกระตุกยิ้มเล็กน้อย เขารู้ดีว่าตัวเองถูกหมายหัวจากกลุ่มชาวดาวพื้นเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับการให้เพื่อนบ้านห่างไกลอย่างเขาขึ้นนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีพิเศษซึ่งมีอำนาจเป็นรองท่านนายกโลก

ทว่าในการทำงานจริงแล้วเขาก็ไม่ได้มีอำนาจอะไรไปมากกว่าการเป็นเลขาหรอก เพราะข้อมูลที่ถูกกลั่นกรองทั้งหมดนั้นจะต้องส่งไปให้ท่านนายกรับรู้และเห็นชอบเสียก่อนจะดำเนินโครงการอะไร อีกอย่างเขามีหน้าที่หลักแค่ขับเคลื่อนการฟื้นฟูและคงสภาพทรัพยากรเท่านั้นไม่ได้มีอำนาจชักนำการค้าขายส่งออกแต่อย่างใด ทว่าในบรรดามนุษย์บนโลกนั้นก็ยังมีคนที่เข้าใจผิดเรื่องหารทำงานของเขาอยู่มากโข เคยคิดที่จะอธิบายให้เข้าใจแต่ท่านรัฐมนตรีคนก่อนที่มากวัยกว่าก็ห้ามเขาเอาไว้

‘การเข้าใจผิดนั้นเป็นข้อมูลที่เอื้อประโยชน์กับพวกเรามากกว่า ทำแบบนี้ต่อไปพวกที่คิดว่าตัวเองฉลาดแล้วใช้หลักฐานเท็จมาใส่ความก็จะแพ้ภัยตัวเองไปในที่สุด’

อาซาไรไม่คิดว่าทางเลือกนั้นยากเย็นหรือส่งผลเสียอะไรนักเพราะกับตัวเขาเองแล้วชื่อเสียงและยศตำแหน่งนั้น ก็ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าชื่อเล่นที่สามหรือสี่

เมื่อพยาบาลขอตัวออกไปหลังจากเข้ามาส่งอาหารเสริมแบบดื่ม อาซาฮีก็ถกเถียงกับพี่ชายตัวเองอีกรอบ

“ถึงจะชอบลูเซียสมากแต่รู้ใช่ไหมคะว่าทางกายภาพแล้วพวกพี่ไม่สามารถสร้างทายาทรุ่นถัดไปได้” เอเลี่ยนสาวนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ในทางกายภาพน่ะนะ” อาซาไรตอบรับคำถามนั่นด้วยรอยยิ้ม เขาดูอารมณ์ดีกว่าที่เคย

“พี่ลงมาที่ดาวโลกหลังฉันแท้ ๆ แต่กลับเลือกผสานเลือดกับลูเซียสไปซะแล้ว แถมยังเคลือบแผลให้เธออีก ถึงจะชอบก็ไม่คิดว่าจะตัดสินใจอย่างเสียประโยชน์แบบนี้เลยนะคะ เพราะทางรองกระทรวงการทูตก็ดูเพ่งเล็งพี่ชายเอาไว้ การบุกรุกครั้งนี้ถ้าเทียบฐานข้อมูลเก่าเรื่องการเข้าถึงแผนผัง ข้อมูลศูนย์บัญชาการเอ็นเลส กับประวัติการทำงานและอายุแล้ว หากไม่ใช่เขายังไงก็คงไม่พ้นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม หรือรัฐมนตรีกระทรวงป่าไม้” อาซาฮีนวดขมับเล็กน้อย

“อืม รู้อยู่แล้วล่ะว่าครั้งนี้เป็นคนของกระทรวงป่าไม้ แต่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงไป พวกเขาคงกำลังเครียดกับการตัดหางลูกน้องที่พลาดท่า...” เอเลี่ยนหนุ่มขอบตาล่างโค้งขึ้น “ดังนั้นด้วยนิสัยของรัฐมนตรีคนนั้นเขาจะเงียบไปอีกพักใหญ่เรื่องการลอบจู่โจมแต่จะหันไปเร่งโครงการเพื่อแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นแทน”

การบุกรุกศูนย์กลางเอ็นเลสอย่างหนึ่งในตึกของฐานบัญชาการเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งในอดีตแต่ละครั้งไม่เคยสำเร็จ และพวกมันก็ทิ้งระยะห่างเกินช่วงอายุคนธรรมดา กล่าวได้ว่าแทนที่จะเรียกว่าไม่เข็ดหลาบก็ให้เรียกว่าไม่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาดของประวัติศาสตร์มากกว่า

ก่อนที่อาซาฮีจะมาที่นี่ท่านประธานเองก็อนุญาตให้เธอลางานด้วยรอยยิ้มขี้เล่น รอยยิ้มขี้เล่นในเวลาจริงจังของดีโลไลน์นั้นมันหมายความว่าเขารู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้น

อาซาฮีรู้สึกทึ่งทั้งความสามารถของเผ่าร้อยตาที่มีพลังจิตในการมองเห็นอนาคตสูงลิ่วและการตัดสินใจของท่านประธาน ทึ่งมากว่าใจแข็งกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก แน่นอนเขามักจะพูดย้ำคำเดิมเสมอว่ามันไม่ใช่อนาคตที่เขาหวังไว้แต่ถ้าอยากให้ลูเซียสรอดก็ต้องยอมให้เรื่องมันเกิดขึ้น

“...ไม่ใช่ว่าพิสทิลของมนุษย์ไม่สามารถรับการผสมกับอันเธอร์ของชาวเราได้หรอกเหรอคะ?” เธอเอ่ยถามเรื่องสำคัญไป โดยทั่วไปแล้วการผสมข้ามสายพันธุ์ไม่ว่ากับสปีชี่ย์ใดใดนั้นมักจะไม่สามารถให้กำเนิดทายาทรุ่นถัดไปได้ และถึงจะได้ก็มักเป็นหมัน ยกตัวอย่างเช่นไลเกอร์จากการเสือและสิงโต

ชาวโคคิวรีอุนีปุสนั้นมีลักษณะทางกายภาพต่างจากมนุษย์แทบจะโดยสิ้นเชิง และการจับคู่เพื่อให้กำเนิดทายาทรุ่นถัดไปก็ไม่เหมือนกับมนุษย์ด้วย พวกเขาไม่มีขั้นตอนที่ลึกซึ้งไปมากกว่าการเปลี่ยนถ่ายส่วนหนึ่งของยีนเพื่อสร้างตัวอ่อนผ่านการลำเลียงเซลล์พิเศษด้วยหนึ่งในรยางค์ของแขนคู่รองและส่วนหนึ่งของรยางค์เพื่อสร้างอุณหภูมิที่เหมาะสม

พิสทิลที่แทนเพศหญิงในมนุษย์นั้นจะสละรยางค์ส่วนหนึ่งพร้อมเซลล์พิเศษในการให้กำเนิดครึ่งหนึ่ง ส่วนอันเธอร์ที่แทนเพศชายในมนุษย์ก็จะทำเช่นกัน และด้วยอำนาจการสมานแผลฟื้นฟูเซลล์ของพวกเดียวกันรยางค์ทั้งสองจะเชื่อมปากแผลติดกันจึงค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างไปคล้ายไข่แสนยืดหยุ่นใบหนึ่ง ส่วนเซลล์ให้กำเนิดสองส่วนตรงกลางจะผสานเข้ากันกลายเป็นตัวอ่อน ซึ่งจะเติบโตขึ้นโดยครรภ์ภายนอกซึ่งบนดาวบ้านเกิดของพวกเขาคือต้นไม้พิเศษโดยจะเจาะลำต้นเพื่อนำไข่เข้าไปฝังภายใน น้ำเลี้ยงของต้นไม้จะกลายเป็นอาหารให้ทารกชาวโคคิวรีอุนีปุสเหล่านั้นจนกว่าจะถึงเวลาที่สมควรจึงคลานออกมาจากโพรงไม้หลังเปลือกอันอ่อนนุ่มที่คุ้มครองพวกเขาอยู่นั้นแตกออก

“ตอนนี้วิทยาการครรภ์เทียมของมนุษย์นั้นรุดหน้าไปมากถึงจะไม่สามารถผสานกันได้โดยตรง ด้วยเสาครรภ์เทียมก็น่าจะสามารถทำให้เกิดความเป็นไปได้อยู่” อาซาไรออกความเห็น “ส่วนเรื่องผสานเลือดไม่เป็นอะไรหรอก เพราะลูเซียสเป็นกรุ๊ปเอปกติ แล้วท่านรัฐมนตรีที่อยู่ฝ่ายเราประมาณครึ่งหนึ่งบังเอิญอยู่ในประเภทกรุ๊ปเอพอดี”

“วางแผนเอาไว้อยู่แล้วเหรอคะ?” อาซาฮีขมวดปลายคิ้ว

“จะว่าแบบนั้นก็ได้ แต่หล่อนไม่รู้หรอกว่ารักหรือชอบคืออะไร ลูเซียสยังไม่สามารถแยกแยะมันได้ในตอนนี้” อาซาไรลอกเลียนกิริยายักไหล่ของพวกมนุษย์เป็นการสื่อสารว่ามันยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของเขา ณ ปัจจุบัน

“ว่ากันตามตรงฉันก็ดีใจหรอกนะถ้าลุกซ์จะสนิทกับพวกเรามากขึ้น แต่ว่าฉันไม่อยากให้เธอถูกเสี้ยมสอนอะไรแปลก ๆ หรอกนะคะพี่ชาย” ฝ่ายน้องสาวนิ่วหน้า มันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับการชี้นำลูเซียสอย่างผิด ๆ ในระหว่างที่เธอกำลังเรียนรู้ทุกอย่าง

“ไม่หรอก เพราะว่าโดนพื้นฐานของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิแต่มีความต้องการในการอยู่ร่วมกันเพื่อพึ่งพาอาศัยผู้อื่น ใช้ประโยชน์ในสิ่งที่ผู้อื่นทำได้ดีกว่าตน มักจะแสวงหาทั้งคำตอบและสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ตัวเอง ซึ่งแต่ละคนก็ต่างเป็นปัจเจกบุคคลต่างกันไป และในบรรดาคนแต่ละคนนั้นก็มีความต้องการคู่ที่อาจจะแตกต่างหรือเหมือนกันต่างออกไปตามอุปนิสัยเหล่านั้น...” อาซาไรพูดอะไรยืดยาวเกริ่น “และลูเซียสมีความเป็นไปได้สูงที่จะชอบหรือประทับใจผู้ที่เก่งกว่าตัวเองในบางแง่มุม ซึ่งสำหรับแง่การต่อสู้นั้นคงไม่มีใครจะเก่งไปกว่าเธออีกแล้วในอีกสามถึงสี่ปีข้างหน้า แต่ถ้าเป็นด้านภูมิความรู้และการวิเคราะห์ ย่อมไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าผม ไม่คิดแบบนั้นเหรอน้องสาวเอ๋ย?”

“มันก็ใช่แต่ว่าพี่ชายก็ต้องไม่ลืมนะคะว่าบางครั้งก็มักจะเกิดในสิ่งที่ไม่สามารถคำนวณได้ขึ้นมา” อาซาฮีคลี่ยิ้ม

“แน่นอน และเพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดฝันดังนั้นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันและเรียนรู้อีกฝ่ายจึงจำเป็นสำหรับทั้งผมและลูเซียสในขณะนี้” ท่านทูตยิ้มตาปิด เขาชอบลูเซียส ชอบอย่างที่ไม่เคยชอบในมนุษย์หรือพวกเดียวกันคนไหน สำหรับสติปัญญาที่ใกล้เคียงกันและคู่ควรได้รับการขัดเกลา สำหรับมันสมองเป็นเลิศในด้านความทรงจำ และสำหรับอุปนิสัยกล้าหาญไม่ว่าทั้งการกระทำหรือความคิด สำหรับความตรงไปตรงมาที่ไม่ทำให้เขาเบื่อ

อาซาไรไม่ชอบพวกที่ก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งอย่างเดียวในเมื่อเปิดโอกาสให้เสนอความเห็นอื่น เมื่อเทียบกับลูเซียสในยามปกติที่มักจะท้วงถามหรือขัดเขาไปเสียทุกครั้งเมื่อคิดว่าแผนการหรือความคิดของเขามันไม่ช่องโหว่ มันทำให้เวลาทำงานไม่น่าเบื่อสักครั้งเดียว ชาวดาวเขานั้นเป็นจุดสูงสุดของการสกัดข้อมูลและวิเคราะห์ก็จริงแต่พวกมันนั้นเป็นสถิติ สถิติที่หลายครั้งเมื่อใช้กับสิ่งมีชีวิตที่มักจะยึดอารมณ์เป็นหลักมากกว่าเหตุผล ก็ทำให้ผลลัพธ์ออกมาต่างจากที่คาดการณ์เอาไว้

อย่างเช่นการที่ลูเซียสไม่หลบกระสุนในห้องวีไอพี... การเคลื่อนไหวของลูเซียสนั้นรวดเร็วแม่นยำเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ทันสังเกตถึงท่าทางของพวกล่องหนที่อยู่ในลักษณะถือปืน จนเลินเล่อกระทั่งการหลบเลี่ยงกระสุน

เขามั่นใจว่ามันจะต้องมีอะไรมารั้งไม่ให้เธอหลบแน่นอน ทว่าไม่ว่าจะนึกหาถึงเหตุผลอย่างไรก็ไม่พบเหตุผลดังกล่าว จากวิถีกระสุนแล้วต่อให้หลบมันก็ไม่มีทางกระดอนมาถูกเขา อาจจะเฉียดแต่ไม่ได้รับบาดแผลร้ายแรง อย่างไรก็ไม่มีทางร้ายแรงเท่าที่ลูเซียสได้รับอย่างแน่นอน

“การมาที่โลกมนุษย์กลับเป็นเรื่องน่าสนุกตั้งแต่ได้เจอลูเซียส เพราะฉะนั้นจากการวิเคราะห์ตัวเองของผมแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะรักมากเป็นพิเศษ ก็ต้องเพราะสนใจเธอมากเป็นพิเศษ” เอเลี่ยนหนุ่มสรุปสั้น ๆ เป็นอันจบหัวข้อ

“แต่ลุกซ์จะชอบพี่ชายรึเปล่าก็เป็นอีกเรื่องนะคะ หุหุหุหุ” อาซาฮีป้องปากหัวเราะ ในสายตาเธอที่เป็นพี่เลี้ยงลูเซียสร่วมกันหน่วยมาหญิงสาวมนุษย์คนนั้นไม่ใช่พวกชอบอยู่นิ่ง ๆ เธอเต็มไปด้วยพลังชีวิตเปล่งประกาย การจะยอมทนนั่งนิ่ง ๆ อย่างที่เคยเป็นอาวุธมีชีวิตคงจะเป็นไปได้ยากจึงออกความเห็นที่คล้ายเยาะเย้ยผู้เป็นพี่เล็กน้อย “ชอบอะไรไม่เหมือนกันก็เหนื่อยหน่อยนะคะพี่ชาย”

“อาซาฮี ลงมาที่ดาวก่อนแต่ยังอ่อนหัดอยู่นะ... การชอบอะไรไม่เหมือนกันสำหรับมนุษย์ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่าเสน่ห์ดึงดูดเช่นกัน เป็นกลุ่มมีชีวิตที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่อย่างไรเสียถ้าจะให้พูดถึงสิ่งที่ชอบเหมือนกันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหรอกนะ” เขาลุกขึ้นและเตรียมไปดูอาการผู้คุ้มครองประจำตัวที่น่าจะถูกนำออกมาจากแมชชีนเพื่อพักเครื่องแล้ว อาซาฮีเองก็เดินตามไปด้วย

ที่ห้องปลอดเชื้อลูเซียสยังคงหลักลึกด้วยยาสลบ แพทย์ประจำเคสส่ายหน้ากับรายงานที่ไม่สามารถนำเครื่องแมชชีนของรัฐบาลมาเพื่อใช้ฉุกเฉินได้เพราะในตอนนี้เองก็กำลังใช้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนอยู่ ในเวลาเดียวกันกับที่เอ็นเลสถูกโจมตีทางรัฐบาลก็ไม่รอดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใต้ดินหรือการแสร้งสร้างความวุ่นวายฉากหน้า ก็ทำให้การรักษาลูเซียสต้องยืดออกไปและพักฟื้นยาวนานขึ้น

แมชชีนรักษาเซลล์พิเศษนั้นสามารถฟื้นฟูเนื้อเยื่อเฉพาะจุดอย่างอวัยวะภายในหรือดวงตา แต่ยังไม่ถึงขั้นสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนในเวลาอันสั้น ดังนั้นลำคอของลูเซียสที่ได้รับบาดเจ็บช่วงกล่องเสียงจึงไม่อาจรักษาให้หายขาดภายในครั้งเดียวที่ใช้แมชชีนทางการแพทย์

บาดแผลที่หลังจากกระสุนหัวระเบิดทั้งสี่แห่งถูกรักษาอย่างลวก ๆ สมานเส้นเลือด อวัยวะภายในที่ฉีกขาด และเซลล์กล้ามเนื้อบางส่วนเพื่อไม่ให้ตกเลือดภายในไปก่อน

“หลังเคสคุณลูเซียสทีมวิจัยได้เร่งมือกันเป็นพิเศษแน่ แต่นี่ก็ทำให้เราได้ข้อมูลการรักษาจริงที่เครื่องแมชชีนการแพทย์ในปัจจุบันทำได้จนถึงขีดจำกัด การผ่าตัดละเอียดก่อนสำหรับแมชชีนช่วยประหยัดเวลาในการซ่อมแซมเส้นเลือดได้มีประสิทธิภาพกว่ามือมนุษย์แต่ก็ยังต้องใช้ทีมแพทย์ชุดใหญ่เพื่อรับมือการตกแต่งบาดแผลต่อเมื่อเครื่องร้อนจัดจนต้องพักการใช้งาน ต่อจากนี้จะดำเนินการปิดปากแผลภายนอกชั่วคราวด้วยหนังเทียมเร่งการฟื้นฟูผิว จากนั้นเมื่อแมชชีนกลับมาทำงานได้อีกครั้งจะลอกหนังเทียมออกเพื่อทำการรักษาต่อ...” นายแพทย์เจ้าของไข้อธิบายลำดับที่พวกเขากำลังจะทำกัน มีแพทย์ผู้ช่วยออกความเห็นถกเถียงเรื่องการปิดปากแผลด้วยหนังเทียมชั่วคราวว่าควรจะทำให้ลอกง่ายที่สุดเพื่อรวดเร็วต่อการใช้แมชชีนอีกครั้งหรือไม่ เพราะอย่างไรเนื้อส่วนที่กระจุยหายไปจากแรงระเบิดให้แมชชีนสร้างใหม่เร็วกว่ารอร่างกายรักษาตัวเอง

“เรื่องกล่องเสียงละคะ?” แพทย์ผู้ช่วยที่สองถามอีกเรื่อง

“เรื่องกล่องเสียงเป็นส่วนที่พวกเราทำได้แค่รักษาจนสมานกันแต่เรื่องความเสียหายของรูปร่างอาจทำให้เสียงของเธอเปลี่ยนไป รอความเห็นเจ้าตัวน่าจะดีที่สุด... เร่งมือกันหน่อย” พวกเขาปรึกษากันขณะขยับมือเพื่อช่วยชีวิตคนไข้รายสำคัญ

อาซาไรและอาซาฮีนั่งฟังอยู่ในห้องสังเกตการณ์ถัดมาก็รู้สึกทั้งโล่งใจทั้งหนักอึ้ง แต่ไม่ว่าเสียงของลูเซียสจะเปลี่ยนไปอย่างไรอุปนิสัยของเธอก็ยังคงเดิม เป็นลูเซียสที่พวกเขานึกชอบเป็นพิเศษอยู่แล้ว

ดีโลไลน์เข้ามาในห้องสังเกตการณ์พอเห็นลูกบุญธรรมปลอดภัยครบสามสิบสองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารีบยกเลิกทุกนัดเจรจาเพื่อกลับมายังฐานบัญชาการ แน่นอนว่าท่านประธานรู้เรื่องการลอบโจมตีทั้งที่มีเป้าเป็นเอ็นเลสและรัฐบาลแล้ว ยังไงก็คงไม่พ้นปัญหาการเมืองภายในที่กำลังยื้อยุดกันอยู่

ชายผมสีน้ำตาลแดงกดเปิดอุปกรณ์สื่อสารที่เชื่อมไปในห้องปลอดเชื้อซึ่งกำลังวุ่นวายกันอยู่ “รักษาไปตามที่เห็นสมควร ส่วนเนื้อเยื่อหรืออวัยวะภายในที่สาหัสเดี๋ยวจะใช้แมชชีนเครื่องใหม่จากทีมวิจัย ถ้าการทดลองไม่มีความผิดพลดเป็นครั้งที่ห้าสิบจะยกขึ้นมาจากชั้นวิจัยยังแผนกการแพทย์”

ภายในห้องผ่าตัดปลอดเชื้อดูคึกคักขึ้นทันทีที่ได้ยินว่าแมชชีนรุ่นใหม่กำลังจะเข้าติดตั้งในแผนกการแพทย์ ตลอดมาแมชชีนที่ดีที่สุดสามเครื่องนั้นอยู่กับทางรัฐบาลหนึ่งเครื่อง ศูนย์การแพทย์กลางหนึ่งเครื่อง และเอ็นเลสหนึ่งเครื่อง เนื่องจากการเจ็บหนักจากสนามรบมักมาไม่ถึงเครื่องรักษาอันยอดเยี่ยมเหล่านี้ ทางรัฐบาลจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนามันมากไปกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์แพทย์ภาคสนามขนาดเล็ก

ดีโลไลน์ได้รับข้อความในไอดีเอที่ตั้งระบบสั่นเอาไว้ก็หยิบขึ้นมาอ่านข้อความสั้น ๆ การทดลองแมชชีนรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยเอ็นเลสเองนั้นประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีและกำลังเร่งสร้างอีกเครื่องเพื่อส่งมอบให้รัฐบาลตามข้อกำหนดกลางว่าด้วยการแบ่งปัญวิทยาการอันเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติแก่ส่วนกลาง

ชายมากวัยแต่ร่างกายไม่ได้แก่ตามหันไปมองสองพี่น้องต่างดาว

“เอาล่ะอาซาฮี มีงานใหม่ให้ทำ รวบรวมข้อมูลพวกที่บุกมาครั้งนี้ซะ ไม่ว่ามันจะมาจากใต้ดินหรือในสภาฉันก็จะลากคอมันออกมาเข้าระบบยุติธรรมของรัฐบาล ส่วนท่านทูตระหว่างที่นักคุ้มครองมือดีของเราเหลือแค่อัลบา กรุณาอย่าทำตัวเป็นเป้าล่อสักพักนะ...” ท่านประธานองค์กรเอกชนถอนหายใจตัวโยน

ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าแต่ละครั้งอาซาไรจงใจแอบปล่อยข่าวเพื่อดึงพวกตั้งใจจะฆ่าเขาให้ออกมา ดีโลไลน์เองไม่ได้รังเกียจวิธีการที่ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อนัก แต่ในภาวะที่ความปลอดภัยลดต่ำลงเช่นนี้การอยู่เฉย ๆ น่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวกับทุกฝ่ายมากกว่า

“ทราบดีครับท่านประธานเอ็นเลส แล้วก็ถ้าไม่รังเกียจเดี๋ยวผมจะส่งข้อมูลผู้บุกรุกในครั้งนี้และรายนามผู้เกี่ยวข้องให้กับอาซาฮีอีกทาง”

“ขอบคุณ” ร้อยตากล่าวกับท่านทูตต่างดาวและออกไปจากห้องสังเกตการณ์ทันที เขาทิ้งงานเจรจามาโดยให้จาฮารารับมือและนัดวันพบปะใหม่ ตอนนี้ที่ทำงานของเขาคงเริ่มมีเอกสารสูงเท่าหัวเขาได้แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องร้องเรียนและการขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากสมาคมการแพทย์ศูนย์กลาง

 

 

ลูเซียสฟื้นขึ้นมาในให้หลังสามชั่วโมงจากห้องผ่าตัดเมื่อฤทธิ์ยาสลบหมดลง เธอขยับแขนขาเพื่อเช็กสภาพร่างกายก่อนเป็นอย่างแรกด้วยความเคยชินของการเป็นอาวุธมีชีวิต

“ทำไมถึงไม่หลบกระสุน หืม?” อาซาไรถามสิ่งที่ตนเองคาใจในทันทีที่เธอตื่นขึ้น ท่านทูตนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างเตียงลดหนังสือลงพอได้ยินเสียงขยับจากหล่อน

“...” ลูเซียสขมวดคิ้วนึกย้อนไปว่าอะไรทำให้เธอตอบสนองช้าลง

“มัวแต่เกลียดรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอาซาไรอยู่เลยขยับช้าไปหนึ่งจังหวะ” เธอกะพริบตาเมื่อนึกได้ว่าอะไรทำให้เธอเสียสมาธิ

“... ขอโทษด้วยนะ” อาซาไรเบิกตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปาก บางที่ในหัวของเขากำลังบอกว่าตัวเองรู้สึกผิดอยู่ แต่บางที่ในหัวของเอเลี่ยนหนุ่มก็กำลังบอกว่าชอบที่อีกฝ่ายเป็นแบบนั้น

“คราวหน้าก็ลุกหนีซะล่ะ ถึงจะไปทันและปกป้องได้ ก็หัดทำอะไรเสียเวลาเปล่าอย่างการลุกหนีทั้งที่รู้ว่าต่อให้ไม่ลุกก็ไม่โดนอะไรอยู่แล้วบ้างนะ” หญิงสาวจ้องดวงตาคู่หลักของอาซาไรและกำชับเสียงหนักแน่น จากนั้นเธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเสียงของเธอเองก็เปลี่ยนไปจากปกติจนยกมือขึ้นลูบลำคอที่มีผ้าพันแผล

“อยากได้เสียงเดิมคืนไหม? แมชชีนแบบใหม่จะติดตั้งเสร็จในวันพรุ่งนี้ ทุกคนรอให้เธอตัดสินใจ” อาซาไรปิดหนังสือและวางกับตัก ดวงตาทั้งสี่จับจ้องไปที่หญิงสาวผู้กำลังนิ่งคิดราวกับเหม่อลอย เธอโคลงหัวสองสามครั้งก่อนจะหันมาจ้องเขาราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง

“... ไหน ๆ กล่องเสียงก็เสียหายแล้วแมชชีนแบบใหม่คงเป็นแบบสร้างอวัยวะทดแทน เพราะที่มีเป็นพวกซ่อมกับสร้างเซลล์เพิ่มเติมจากที่มีอยู่” ลูซียสวิเคราะห์โดยอ้างอิงคำว่าแบบใหม่ที่ไม่ใช่คำว่ารุ่นใหม่ของอาซาไร

“แล้ว?...” อาซาไรปล่อยให้อีกฝ่ายพูดความต้องการให้จบโดยเป็นเพียงผู้ฟังที่ดี

“ถ้าดัดแปลงกล่องเสียงให้ใกล้เคียงกับแบบอาซาไรแล้วทีนี้ฉันจะสามารถเรียกชื่อที่แท้จริงของนายได้รึเปล่า?” ลูเซียสตั้งคำถามขึ้นโดยไม่สนใจถึงผลข้างเคียงและการใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง แน่นอนว่าความไม่กลัวเหล่านั้นเป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของหล่อน

อาซาไรก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาในใจว่าคงไม่มีใครทำให้เขาประหลาดใจระคนเป็นสุขได้เท่าลูเซียสอีกแล้ว

“ชื่อที่แท้... ของผมสินะ” อาซาไรคลี่ยิ้มชัดเจนมากกว่าทุกครั้ง

“ใช่ อยากจะเรียกชื่อที่ถูกต้องของอาซาไร” ลูเซียสยืนยันความต้องการของตนอีกครั้งโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น การกระทำโดยไร้ประโยชน์ของเธอทำให้ท่านทูตใจเต้นเล็กน้อย

“การกระทำโดยไร้ประโยชน์บางครั้งก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว... ครั้งหน้าผมจะลุกหนีทั้งที่ยังไงก็รอดแล้วกันนะลูเซียส” ท่านทูตชอบการกระทำที่ไร้ประโยชน์อย่างการย้ำคำตอบเดิมของลูเซียสเมื่อกี้มากเอาการ...

 

--------------------------

ช่วงทอร์ค

ชื่อบทครั้งนี้เสนอคำว่า interweave = ร้อยเข้าด้วยกัน ,ผสมผสาน , สานสัมพันธ์

หลังจากนี้น่าจะได้เริ่มฉากหวาน(?)มากขึ้นค่ะ หวานแบบตรงไปตรงมา(?)ของทั้งลูเซียสและอาซาไร

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #39 zutto (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 18:56
    รุกหนักมากจ้า
    #39
    0
  2. #23 faza205317 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 16:01
    ชอบช่วงใจเต้นตอนท้ายจัง เอ็นดูแท้ หื้ออออ
    #23
    1
    • #23-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 16)
      4 ตุลาคม 2563 / 19:33
      ความน่ารักของคนไม่น่ารักทั้งสอง <3
      #23-1
  3. #22 light-wind (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 12:21
    อุแง้ ฉากที่รอคอยยย
    กลับมาแล้วค่าา เพิ่งสอบเสร็จได้กลับมาตะลุยอ่านแล้ววว สนุกที่สุดเลยค่าา

    คุณพ่อเนี่ยถึงแม้จะมองเห็นอนาคตได้ แต่ก็ต้องเลือกหนทางที่เจ็บปวดอยู่เสมอเลยนะคะ ถึงจะเป็นทางที่เจ็บปวดน้อยที่สุดก็เถอะ
    #22
    1
    • #22-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 16)
      4 ตุลาคม 2563 / 19:32
      ขอให้ผลสอบออกมาดีคะแนนเยอะๆเลยนะคะ ,,U u U,,เพี้ยงๆ

      ขอบคุณที่คอยติดตามน้า
      #22-1
  4. #21 BLOODY BABY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 12:21
    น้องงงงงงง อย่าหมั้นไส้จนหลบไม่ทันสิ 55555
    #21
    1
    • #21-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 16)
      4 ตุลาคม 2563 / 19:32
      มุมน้องๆของเจ้าลูเซียส <3
      #21-1