Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 15 : Role.14 - Shambolic

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

Role.14 - Shambolic

 

“เพิ่มงบประมาณวิจัยแคปซูลแมชชีนฟื้นสภาพเซลล์เฉพาะทางด้วย มันก้าวกระโดดมาได้อย่างน่าสนใจทีเดียว อีกไม่นานคงสร้างอวัยวะที่ขาดหรือเสียหายมากได้ ไม่ต้องไปเร่งพวกนักวิจัยแค่บอกไปว่าโบนัสเพิ่มตามความเร็วกำหนดคือภายในสองปีนับจากที่เพิ่มงบลงไป” ดีโลไลน์นั่งประชุมอยู่กับกลุ่มผู้บริหารหลักสาขาพื้นผิวโลกจะนั่งทางขวามือของเขาส่วนซ้ายมือเป็นโฮโลแกรมกลุ่มผู้บริหารระดับสูงจากเอ็นเลสภาคดาราจักร

“ไม่ขัดข้อง เพราะยิ่งสร้างได้ไวเท่าไหร่ก็เป็นประโยชน์กับพวกเราที่งอกอวัยวะใหม่ไม่ได้เท่านั้น แล้วเรื่องนาโนชิปที่เสนอให้ปลูกถ่ายกับเนื้อเยื่อโดยตรงล่ะ?” ดีวาเลนทักอีกโครงการที่เริ่มมีการวิจัยกันแล้ว

“ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาค่อนข้างเข้ากันได้ดีกว่ากลุ่มมิวแทนท์และไฮบริดครับ สองกลุ่มหลังระบบภูมิคุ้มกันค่อนข้างไวและต่อต้านสิ่งแปลกปลอมมากกว่ามนุษย์ธรรมดา แล้วก็มีปัญหาเรื่องการซ่อมแซมตัวเองครับ ร่างกายของผู้ยินยอมทดลองนั้นต้องการธาตุเหล็กมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และในปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมทิศทางการเคลื่อนไหวของนาโนชิปบางส่วนได้ครับ เว้นแต่จะเป็นมิวแทนท์โลหะแต่กลุ่มนี้ทั้งความเข้ากันและอัตราการหลุดการควบคุมต่ำมากเพราะสามารถเคลื่อนย้ายชิปเสียด้วยพลังจิตเองได้ ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์กับหัวข้อปรับปรุงพัฒนาศักยภาพมนุษย์กลุ่มไร้พลังครับ” สรุปรายงานจากหัวหน้าโครงการวิจัยทำให้พวกเขาคิดหนัก

“มันก็ดีถ้านาโนชิปสามารถหยุดเลือดจากแผลได้ทันที แต่ถ้าควบคุมบางส่วนไม่ได้แม้จะเพียงเล็กน้อยมันก็มีความเสี่ยงที่จะสะสมอยู่บางแห่งในร่างกายจนเกิดผลกระทบภายหลังสินะ... เราอาจต้องชะลอโครงการนี้ไปและเริ่มหัวข้อวิจัยอื่นที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มมนุษย์ธรรมดาอื่น ส่วนนาโนชิปนี้ส่งต่อให้รัฐบาลเผื่อพวกเขาจะเอาไปใช้ในทางการทหารหรือการแพทย์” ดีวาเลนออกความเห็นส่วนตัว พวกเขามีงบประมาณจำกัด และมุ่งหวังผลประโยชน์ที่จะทำให้มนุษย์กลุ่มไร้พลังมีศักยภาพใหม่ไม่ให้พวกเขาถูกทิ้งให้ไร้วิวัฒนาการไว้ข้างหลัง ทว่าจากบรรดาโครงการทั้งหมดนี้ก็ยังไม่พบหัวข้ออะไรที่จะสามารถยกระดับพวกเขาได้นอกจากนาโนชิปซึ่งในตอนนี้ยังไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

“เห็นด้วยค่ะ หากว่าการหาวิธีปรับปรุงพัฒนาเพื่อยกระดับเพื่อนมนุษย์ในกลุ่มอื่นไม่ได้ งั้นก็ทุ่มการวิจัยให้โครงการที่จะช่วยพัฒนาการรักษาฟื้นฟูที่แม่นยำรวดเร็วหรือโครงการสนับสนุนอื่นดีกว่า ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มค่อนข้างตึงเครียดหลังจากที่ไม่มีสงครามมมาหลายร้อยปี ทำให้พวกเขามองว่ากลุ่มผู้มีพลังเองนั่นแหละที่จะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากอย่างสงครามภายในขึ้นมาในภายหลัง” อาซาฮีสไลด์จอแท็บเล็ตของตน เธอประเมินว่าไม่ช้าเร็วเรื่องความขัดแย้งระหว่างกลุ่มย่อมต้องเกิดขึ้นโดยความเหลื่อมล้ำจากกลุ่มที่อ่อนแอที่สุด มันไม่เหมือนความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นหรือกฎหมายที่แก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ในปัจจุบันตำแหน่งหน้าที่การงานในโลกนั้นรับเอาคนเข้าทำงานโดยไม่สนกลุ่ม มีบ้างกับบางบริษัทที่ค่อนข้างหัวอนุรักษนิยมรับแต่กลุ่มไร้พลัง ทว่าไม่ว่าจะกลุ่มสายเลือดโบราณ มิวแทนท์ ไฮบริด กระทั่งเพื่อนบ้านห่างไกลก็ไม่มีใครได้รับสิทธิ์พิเศษมากกว่ามนุษย์ธรรมดาอยู่แล้ว

การมีพลังมากขึ้นภาระการงานย่อมมากตาม ส่วนเงินเดือนก็ขยับขึ้นจากปกติเล็กน้อยโดยเป็นไปตามมาตรฐานของกฎหมายกำหนด และการที่พวกเขาได้เงินเดือนดีกว่าก็เพราะหน้าที่ที่มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง มันไม่ใช่เพราะมีพลังถึงได้เงินมากโดยไม่ต้องทำอะไร เพราะงานเนื้อหาแยกจากพลังพิเศษเหล่านั้นจะถูกกำหนดให้พวกเขาทำตามบริบทองค์กรที่สังกัดไปโดยปริยาย ทว่าก็ยังมีมนุษย์บางกลุ่มที่ไม่เข้าใจถึงเหตุผลและกล่าวอ้างว่าพวกเขาถูกทอดทิ้งให้อยู่ ณ ล่างสุดของวรรณะ

“ไม่ชอบพวกที่มีความคิดแนว ๆ ข้ามแม่น้ำรื้อสะพานเลยนะ...” ดีโลไลน์ถอนหายใจ เพราะปัจจัยนี้ทำให้กลุ่มใต้ดินหลายกลุ่มนิยมอาวุธมีชีวิตที่ไร้จิตใจหรือถูกสะกดอยู่ใต้อำนาจของผู้สั่งการ เพราะเมื่อหมดประโยชน์ก็จะกำจัดทิ้งเหมือนสิ่งของที่พังลงชิ้นหนึ่ง ผลพวงจากสงครามในอดีตทำให้ลูกหลานของอาวุธเหล่านั้นกลายมาเป็นพลเมือง พวกคลั่งชาติเก่าไม่น้อยที่รู้สึกรังเกียจมนุษย์อีกสองกลุ่มที่มีพลังเพื่อการต่อสู้

“ทั้งที่การใช้พลังจิตก็มีความเหน็ดเหนื่อยไม่ต่างจากการใช้ความสามารถแขนงใดแขนงหนึ่งของกลุ่มไร้พลังนะคะ แต่ก็ยังไม่อยากยอมรับเพราะมันดูง่ายและไม่มีผลกระทบอะไร” ผู้บริหารจัดการบุคคลร่วมวงถอนหายใจแล้วอ่านสรุปเนื้อหาของแผนกตนขึ้นมาบ้าง “ตอนนี้พนักงานของเราเทียบอัตราส่วนแล้วสมาชิกของทุกกลุ่มแทบจะเท่ากันค่ะ การเปิดรับกลุ่มเพื่อนบ้านห่างไกลเข้ามาร่วมองค์กรทำให้ได้รู้อะไรใหม่ ๆ และการทำงานใหม่ที่รวดเร็วขึ้น ปัญหาอย่างเดียวในตอนนี้ก็คืองานจ้างวานยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถึงจะปรับขนาดองค์กรแล้วก็ยังมีพนักงานต้องทำโอทีอยู่ค่ะ”

“...เราอาจต้องปรับระบบการทำงานใหม่ ตรวจสอบให้ผมด้วยว่าติดขัดที่ส่วนจัดการตรงไหนเราจะได้ขยับขยายหรือเปลี่ยนการทำงานตรงส่วนนั้น” ดีโลไลน์ออกคำสั่งและรอรายงานแผนกต่อไป

“อาชญากรรมในโดมอื่นและโดมสี่ลดลงอย่างมีนัยหลังจากทำลายท่อน้ำเลี้ยงของพวกคอร์รัปชันไปได้กลุ่มใหญ่ เรื่องนี้ยกให้ท่านทูตจัดการสืบสวนต่อกับทางรัฐบาลอยู่ แต่เขาขอความช่วยเหลือข้อมูลด้านคดีที่องค์กรของเราเป็นผู้รับผิดชอบครับ” เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ดูแลเรื่องข้อมูลคดีรายงานบ้าง เพราะเอ็นเลสนั้นกลายเป็นศูนย์คล้ายทหารรับจ้างถูกกฎหมายขนาดใหญ่การคุ้มครองเป้าหมายจากกลุ่มใต้ดินจึงแทบจะเป็นงานหลักของที่นี่ไปแล้ว

“ไม่มีปัญหาแบ่งให้เขาเท่าที่ต้องการได้เลย จะหลุดไปถึงรัฐบาลบางส่วนก็ไม่เป็นอะไร พวกเราตรวจสอบได้เสมอนั่นแหละ เพราะแบบนั้นพวกเราถึงน่าเชื่อถือว่ารัฐบาลโลกเสียอีก” ท่านประธานสาขาผิวโลกว่าขำ ๆ

“แล้วที่เราส่งประมูลเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาของเดอะวันล่ะ ไปถึงไหนแล้ว” ดีวาเลนเอ่ยถามผ่านการติดต่อทางไกล เขาสนใจการสร้างเกาะเทียมขนาดใหญ่เทียบเท่าเมืองมากเนื่องจากพื้นที่ในมหาสมุทรนั้นไพศาลการเพิ่มเกาะลงไปน่าจะเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่โล่งเหนือน้ำได้ดีที่สุด

“ทางรัฐบาลโลกออกคำสั่งให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องคำนวณน้ำหนักและพื้นที่ที่จะสร้างเดอะวันแล้วระดับน้ำทะเลอาจจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่โครงการในพื้นที่ที่เราส่งประมูลไปห้าแห่งถูกรับเลือกอยู่สามแห่งครับ เป็นเขต A กลางเกาะ เขต C ที่ถัดออกมาจากศูนย์กลางเล็กน้อย และเขต I โซนท่าเรือทางตะวันออกครับ” ในห้องประชุมการรายงานความคืบหน้าต่าง ๆ ของแขนขาเอ็นเลสดังขึ้นสลับกับการตัดสินใจของผู้นำทั้งสองผ่านการปรึกษากับเหล่าผู้บริหารระดับสูง

“งั้นก็ใช้วัสดุที่ดังที่สุดคงทนที่สุดและเบาที่สุด ราคาไม่เกี่ยงยังไงซะเราก็จะเอาตึกในเขตเอมาอยู่แล้ว ศูนย์บัญชาการใหม่ของพวกเราจะมีในเขตพิเศษเดอะวันด้วย ในเมื่อมันเป็นเกาะสร้างที่จะกลายเป็นพื้นที่รวมประชากรทุกกลุ่ม มนุษย์ที่ไร้พลังน่าจะต้องการบอดี้การ์ดมากกว่าปกติ และกลุ่มเพื่อนบ้านบางดาราจักรเองก็คงรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อพบกับดาวศัตรูเก่า” ดีวาเลนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เขตพิเศษเดอะวันจะกลายเป็นแหล่งทำเงินใหญ่อีกแห่งของพวกเขานอกจากการส่งออกพืชไปยังต่างดาว

“ด้วยโครงสร้างเกาะลอยการใช้อาคารใต้ดินเพื่อซุกซ่อนแล็บทดลองเถื่อนจะทำได้ยากกว่าโดมจำลองเมืองเก่า... แต่ก็ไม่อาจละเลยได้ โครงสร้างเกาะลอยที่สรุปออกมาล่าสุดเป็นทรงคล้ายภูเขาน้ำแข็ง พวกเขาจะเก็บการควบคุมเกาะต่าง ๆ เอาไว้ที่ริมขอบและใต้น้ำ น่าจะมีพื้นที่เหลือเฟือหากจะซ่อนอะไรเอาไว้ถึงจะเสี่ยงกับความปลอดภัยของพวกเราเองก็เถอะ” ดีโลไลน์นวดคางครุ่นคิด ในอนาคตที่เขาเห็นยังมีเรื่องอีกมากมายรออยู่ แต่ตอนนี้ในปัจจุบันที่ยังไปไม่ถึงภาพอันวุ่นวายนั้นเขาก็ได้แต่รักษาสภาพ และจัดการเรื่องความปลอดภัยล่วงหน้าไปทีละนิดตามสถานการณ์

“คอนโดมิเนียมในเขต C ที่ถูกเลือกจะดำเนินตามแผนที่เสนอเลยใช่ไหมครับ?”

“เอาตามนั้นแหละ คอนโดฯเพื่อมนุษย์กลุ่มไร้พลัง การรักษาความปลอดภัยต้องเข้มงวด และมีห้องนิรภัยเผื่อสำหรับการถูกบุกรุก ติดตั้งสัญญาณเอาไว้ให้ส่งตรงมาที่เอ็นเลสได้เลย ระบบไฟฟ้าคงต้องรบกวนให้ทีมวางแผนก่อสร้างช่วยกันดูอีกทีว่าพอจะสร้างแหล่งสร้างกระแสไฟฟ้าสำรอง นอกเหนือที่ได้รับจ่ายจากส่วนกลางเพิ่มได้เท่าไหร่โดยไม่ผิดกฎของพวกเขาได้ไหม ถึงจะเป็นเขตปกครองพิเศษที่จะเจริญกว่าย่านโดมอื่นแต่ก็ประมาทเรื่องการใช้ไฟฟ้าเกินลิมิตไม่ได้” คนกุมอำนาจสรุปความต้องการอีกครั้งก่อนจะไปหัวข้ออื่น

ลูเซียสยืนอยู่หน้าห้องประชุมกับอัลบาชายผู้รั้งตำแหน่งนักปราบปรามอันดับหนึ่งของเอ็นเลสในขณะนี้ เขาเหลือบมองรุ่นน้องอย่างสนใจ ในองค์กรมีเรื่องซุบซิบมากมายเกี่ยวกับลูกสาวบุญธรรมของท่านประธานในทางไม่ดี แต่พอมาเจอกับตัวเขากลับรู้สึกว่าเธอก็ยังเป็นแค่เด็ก และกับลางสังหรณ์ของอัลบาเขาคิดว่าหญิงสาวผมซีดคนนี้จะไปได้ไกลกว่านี้อีกถ้าถูกเสี้ยมสอนให้ถูกศักยภาพ ดูยังไงก็เหมาะจะเป็นนักฆ่า ไม่ใช่นักคุ้มครอง...

“หลังจากนี้มีเวลาว่างไหม?” อัลบาเหลือบมองสมาชิกทีมเซทซีโร่ที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง อัลบาเองก็เช่นกัน มันเป็นหน่วยที่ขึ้นตรงต่อท่านประธาน และเป็นทีมที่ถ้าลงสนามเมื่อไหร่ไม่ว่ารับช่วงต่อจากกลุ่มหรือหน่วยงานไหน ภารกิจต้องสิ้นสุดภายใต้การจัดการของพวกเขา นั่นหมายถึงเป็นหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไม่มี...ค่ะ” ลูเซียสลังเลจะใช้คำพูดสุภาพ อันที่จริงเธอเคยชินกับการพูดโดยไม่มีหางเสียงแต่ที่พูดบ้างเป็นบางครั้งก็ขึ้นกับคู่สนทนาอย่างอาซาฮีที่จะไม่ยอมตอบเธอหากไม่มีหางเสียง ส่วนดีโลไลน์เธอพูดแล้วเขามีความสุขเธอก็เลยมักจะมีหางเสียงกับเขาเท่านั้น

“ดี ไปห้องฝึกกัน”

“นี่นั่นคือการฝึกสอน เหรอคะ?” ลูเซียสเหลือบมองอีกฝ่ายครู่หนึ่งก่อนจะกวาดสายตาไปรอบด้านและทำหน้าที่ของตนต่อไป

“ใช่...การฝึกสอน” อัลบาไม่ชอบที่หล่อนเข้าร่วมกับเซทซีโร่โดยที่ไม่มีการทดสอบจะเรียกว่ารู้สึกถูกมองข้ามไปก็ได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าอะไรทำให้เอ็นเลสนั้นอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ สายตาของท่านประธานทั้งสองยังไงล่ะ...สายตาของสายเลือดโบราณผู้ซึ่งเห็นอนาคตได้

พวกเขายืนเฝ้าทางเข้าออกห้องประชุมอยู่อย่างนั้นอีกราวสองชั่วโมงผู้บริหารด้านในจึงทยอยออกมาและกลับแผนกของต้นพร้อมกระจายภาระงานใหม่ไปยังลูกน้องของตน

ดีโลไลน์ตบบ่าคนเฝ้าประตูทั้งสองและคลี่ยิ้มซุกซน “เก่งมากเบอร์หนึ่งเบอร์สอง หลังจากนี้จะไปทำอะไรก็ทำ แล้วอีกสามวันมาพบฉันที่ห้องประชุมตอนสิบโมงด้วยนะ ทั้งคู่”

คล้ายกับคำอนุญาตนั่นทำให้อัลบามั่นใจมากขึ้นว่าท่านประธานไว้ใจเขามาก แต่ก็มั่นใจในตัวเด็กใหม่มากถึงขนาดเรียกเธอว่าเป็นเบอร์สองรองจากเขา มันทำให้เขาอยากจะรู้ศักยภาพของเธอมากขึ้นไปอีก

“มิวแทนท์พลังผสม ระดับซิริอัสยี่สิบสามถึงยี่สิบแปดครั้งต่อวันขึ้นกับขนาดพลังจิตที่ใช้... ครอบครองเอมพาธี รีดดิ้งออร่า กราวิตี้ และอิเล็กโทรคิเนสิส...ถูกต้องไหม?” อัลบาเดินนำรุ่นน้องไปที่ตึกฝึกซ้อมและทำเรื่องเข้าใช้ แค่ชื่อของเขากับลูเซียสขึ้นในประวัติการใช้งานไม่ถึงสามนาทีก็มีพนักงานมากหน้าหลายตาเข้ามาเป็นพยานการฝึกฝนครั้งนี้

“ร่างกายเป็นเซลล์ดัดแปลงกล้ามเนื้อขนาดเล็ก 2.5 เท่า และความทรงจำแบบภาพถ่าย และตอนนี้เอมพาธีไม่ได้เป็นพลังจิตแล้วแต่เป็นซินเนียทีเซียแบบกลายพันธุ์จากการรับรับรู้ร่วมที่ประสาททำงานร่วมกันมากเกินไป” ลูเซียสเติมข้อมูลนอกเหนือที่อันดับหนึ่งแห่งหน่วยปราบปรามเอ็นเลสใช้อธิบายถึงเธอ

“ซินเนียทีเซียกลายพันธุ์ระดับหนึ่งก็ว่าหายากในหายากแล้ว นี่กลายพันธุ์ระดับสองเหรอ? พลังของไบโอคิเนสิสนี่น่ากลัวชะมัด” อัลบาพึมพำ เขาไม่ได้อิจฉาแต่รู้สึกทั้งกลัวและสงสาร การทำงานของพลังจิตหนึ่งชนิดนั้นใช้จนเกินตัวจะก่อผลให้เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนสลบ นั่นคืออย่างน้อยที่ต้องเผชิญ ไม่อาจทราบได้เลยว่าตื่นขึ้นมาจะเกิดอาการข้างเคียงอะไรบ้าง และในกลุ่มผู้มีพลังจิตควบนั้นส่วนใหญ่ทุกครั้งที่เปลี่ยนไปใช้พลังอีกแขนง จะเกิดอาการเจ็บปวดตามอวัยวะที่เกี่ยวข้องโดยตรงเสมอ ทว่าลูเซียสนั้นไม่มีการแสดงออกถึงความเจ็บปวดพวกนั้นแม้แต่น้อย

“มาเริ่มกันเถอะ การฝึกสอนจากฉัน เราจะซ้อมต่อสู้กันและใช้พลังจิต วันนี้ไม่มีตารางแล้วถึงจะมีภารกิจแทรกด่วนมาในภายหลังตอนนี้ทุกหน่วยก็อยู่ในสภาพพร้อมออกปฏิบัติภารกิจคงไม่ต้องถึงมือฉันหรือเธอ” ชายตัวสูงกดแป้นสั่งการตั้งค่าห้องฝึกซ้อมให้มีการรบกวนผู้ฝึกด้วยการยิงกระสุนสี และเลือกตู้อาวุธระยะประชิดออกมา

อัลบาคิดว่าเซลล์กล้ามเนื้อสองจุดห้าเท่าของหญิงสาวนั้นจะได้เปรียบเป็นพิเศษถ้าใช้อาวุธระยะประชิด ความเร็ว ความรุนแรง และพลังแรงโน้มถ่วง ทั้งสามอย่างหากใช้ประสานกันได้อย่างเหมาะสมแค่ขาบาง ๆ ของลูเซียสก็สามารถเตะชายร่างยักษ์ให้กระเด็นไปซบกำแพงจนร้าวได้

และด้วยความเร็วกับพลังแรงโน้มถ่วงนั่นหากเธอใช้ถูกทริก การเป็นสุดยอดนักฆ่านั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเช่นกัน...

“จนกว่าจะมีใครสิ้นสภาพต่อสู้หรือสลบเพื่อตัดสินแพ้ชนะ ใช้พลังได้เต็มที่ไม่ต้องห่วงว่ามันจะไม่ยุติธรรมกับฉัน เห็นแบบนี้แต่ประสบการณ์ในสนามรบฉันเยอะกว่าเธอ” เขาเลือกดาบยาวออกมาจากชั้นวางเป็นดาบที่ตีจากเหล็กต้านไฟฟ้า ขณะที่ลูเซียสหยิบดาบที่จากตีเหล็กนำไฟฟ้าชั้นดีและทนความร้อนออกมาจากตู้

ชาวเอ็นเลสมุงต่างพากันจับจ้องถ่ายทอดสดจากห้องซ้อม บ้างก็ยืนดูอยู่ที่ระเบียงสังเกตการณ์หลังกระจกนิรภัยเหนือขึ้นไปจากพื้นที่ฝึกซ้อม พวกเขาคุยอย่างออกรสออกชาติกับมวยคู่เอกที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น ลูกรักท่านประธานกับมือหนึ่งหน่วยปราบปรามที่นั่งเก้าอี้ชายที่เก่งกาจที่สุดในเอ็นเลสมาหลายปี ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรพวกเขาก็จะเป็นพยานในความแข็งแกร่งของคนทั้งคู่ให้เอง

เหล่าพนักงานรุ่นเก๋าที่ทำงานมาหลายปีทราบดีว่าท่านประธานเลือกใครเข้ามาล้วนมีเหตุผล โดยเฉพาะการมอบตำแหน่งสำคัญในหน่วยเซทซีโร่หรือยืนยันอันดับของนักปราบปรามในองค์กร

หุ่นปืนกลทำหน้าที่สุ่มการโจมตีโดยมีผู้ใช้ห้องซ้อมทั้งสองเป็นเป้าหมายอยู่ในสภาพพร้อมทำงานทันทีหากมีการเคลื่อนไหว

และในวินาทีสิบหกหลังจากที่พวกเขายืนประจันหน้ากันทั้งสองร่างก็พุ่งเข้าหากันด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ทั่วไปประกายของดาบที่เสียดผลักกันอย่างไม่มีใครยอมใครแตกปะทุพร้อมกระสุนสีที่ยิงมาหาพวกเขา

นี่เป็นระดับความยากที่อัลบาใช้ฝึกซ้อมเสมอมา ต่อสู้สองทาง ปะทะระยะประชิด และระวังการถูกลอบยิงจากพรรคพวกของคนร้าย ซึ่งในสถานการณ์จริงนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบทุกภารกิจเมื่อต้องปะทะกับพวกทหารรับจ้างเถื่อนหรือพวกแก๊งค้าอาวุธใต้ดิน

เสียงเหล็กกระหน่ำฟาดใส่กันดังปนไปกับเสียงลั่นไกปืนรอบด้าน ลูเซียสเบิกตาให้กว้าเท่าที่จะกว้างได้ นั่นเป็นนิสัยติดตัวของหล่อนในสนามรบ มองอย่างครอบคลุมในทุก ๆ พื้นที่ที่มองเห็นและพลังสื่อไปถึง หาจุดที่ปลอดภัย หาช่องว่างศัตรู หาพื้นที่เสี่ยงและสามารถใช้เป็นกับดัก เธอหมุนข้อมือยกดาบขึ้นปัดป้องตัวเองและถอยเท้าหนี พละกำลังไม่ใช่จุดอ่อนขณะปะทะกับอัลบา แต่เป็นเชิงดาบที่เธอไม่รู้จัก สมองของเธอประมวลผลเร็วจี๋ขณะหาลู่ทางชิงชัยก็ต้องชะงักกับลมหายใจของตัวเองที่หนักขึ้น

ออร่าขณะใช้พลังจิตไม่สามารถโกหกหรือปิดบังนักอ่านออร่าได้เธอจึงรู้ว่าเขาเป็นพวกแอโรว์คิเนสิส กลุ่มพลังจิตควบคุมอากาศรอบด้านรวมไปทั้งความกดอากาศ หรือกระทั่งออกซิเจนในอากาศ หญิงสาวตวัดสายตาจ้องอีกฝ่ายและตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่หลบออกมาให้ห่างกว่าเดิมเพื่อสูดหายใจทว่าอัลบาไม่ได้อ่อนข้อให้ขณะนั้น แม้ลูเซียสจะถอยห่างออกไปอากาศรอบด้านเธอก็ไม่ได้หนาแน่นขึ้นมันยังคงเป็นพื้นที่ออกซิเจนน้อย

แนวหน้ารู้กันดีว่ากล้ามเนื้อจะทำงานได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อได้รับออกซิเจนเข้าไปในเซลล์อย่างเพียงพอ การหายใจที่ถูกเพื่อนำเข้าออกซิเจนนั้นจำเป็นอย่างมาก ตัวเลขระบุสภาพต่าง ๆ ในห้องซ้อมปรากฏข้างจอถ่ายทอดสดทำให้นักมุงด้านนอกสูดหายใจกันอย่างตื่นเต้น

อัลบาไม่เคยใช้พลังลดความกดอากาศและผลักดันออกซิเจนขึ้นสูงแบบนี้กับการซ้อมของหน่วย ส่วนใหญ่เขาใช้พลังเพื่อการสนับสนุนพวกพ้องมากกว่าสร้างอุปสรรค

ลูเซียสประเมินในทันทีว่าเธอมีเวลาจำกัดในการจัดการเขาก่อนที่ออกซิเจนจะน้อยจนเธอหมดสติ ทั้งคู่ที่ถอยห่างจากกันยังรอจังหวะเข้าปะทะอีกครั้งต่างคอยหลบกระสุนสีจากปืนรอบห้องอยู่ แต่ว่า...

ตึง!

เธอใช้แรงโน้มถ่วงกดทุกอย่างในห้องให้ติดพื้นไม่เว้นแม้แต่ตัวเองที่ยืนอยู่ เธอเกร็งตัวทนรับแรงกดรออยู่จึงไม่ได้เข่าทรุดลงไปแบบอัลบา ออร่าของอัลบาแสดงครอบคลุมทั้งห้อง พลังจิตทั่วไปไม่สามารถสร้างหรือสลายสสารรอบด้านให้หายไปได้ ส่วนใหญ่คือการเคลื่อนย้ายดังนั้นหากว่าในระดับความสูงของมนุษย์ไม่มีออกซิเจนอยู่บนเพดานอาจจะมีอยู่อย่างหนาแน่น นับเป็นโชคดีที่เธอเดาถูก เธอจึงกลับมาหายใจได้อย่างปกติ พลังจิตของทั้งคู่หมดเวลาใช้งานลงพวกเขาจะปะทะกันด้วยแรงกายอีกครั้งจนกว่าจะสามารถใช้พลังจิตได้

เมื่อแรงกดในแนวดิ่งหายไปอัลบาจึงพุ่งใส่ลูเซียสได้ไวขึ้นกว่าเดิม เมื่อแขนขากลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อีกครั้ง สองคนที่ตอนนี้พูดได้อยากว่าใครเป็นอันดับหนึ่งในหน่วยปราบปรามก็เข้าโรมรันท่ามกลางกระสุนสี

ฝ่ายหญิงสาวรู้สึกสับสนเล็กน้อยนี่เป็นการฝึกซ้อมและอัลบาเองก็เอ่ยว่าเธอจะใช้พลังทั้งหมดก็ได้โดยไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเสียเปรียบ สำหรับเธอไม่ว่าจะกล่าวอย่างไรอัลบาก็คือฝ่ายที่เสียเปรียบ ไม่ต้องพูดถึงพลังจิตที่มีระยะเวลาต้องพักก่อนใช้งานอีกครั้ง สำหรับลูเซียสขอแค่เปลี่ยนไปใช้พลังแบบอื่นนอกจากแรงโน้มถ่วงเธอก็จะใช้ได้ในทันที เธอยังคงประวิงเวลาและจับจ้องไปที่อัลบาเพื่อเก็บรายละเอียดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

ทางอัลบารู้ดีว่าเขาแพ้แน่ แค่พลังของเซลล์กล้ามเนื้อดัดแปลงนั่นก็ทำให้พละกำลังเขาตกเป็นรองอยู่แล้ว แต่นั่นก็ทำให้เธอต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นเช่นกัน เขาย่อมพร้อมเสี่ยงกับจุดอ่อนนี้ของเธอ เอมพาธีที่กลายพันธุ์ผสมไปกับซินเนียทีเซียทำให้เขาต่อสู้อย่างยากลำบากกว่าเก่าเพราะทันทีที่เผลอใส่จิตสังหารลงไปในดาบแม้แต่น้อยเธอจะขยับและรับรู้ล่วงหน้าได้ไวเทียบเท่าความมุ่งร้ายของเขา เป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะไม่ใส่ความมุ่งร้ายลงไปในการโจมตีแต่ละครั้ง

“ทำไมล่ะ...” ลูเซียสถามขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“แฟร์ไม่ได้สอนรึไงว่าคำถามต้องครบถ้วนชัดเจนเพื่อได้คำตอบที่ตรงกับความสงสัย” อัลบาเค้นหัวเราะขยับปากโตอบ

“...ทำไมถึงสู้ทั้งที่รู้ว่าจะแพ้?” เธอถามอีกครั้ง

“...น่าโมโหนะเนี่ย ถึงจะรู้มาว่าเธอเป็นพวกไม่มีนอกไม่มีในก็เถอะ” อัลบาคิ้วกระตุกพวกเขาผละออกจากกันหลังจากห่ากระสุนสาดมาเป็นจุดเดียวลูเซียสเอี่ยวตัวหลบกระสุนที่ยิงมาตรงอกและตวัดดาบเบนกระสุนที่พุ่งเป้ามาทางขาของเธอให้แฉลบลงพื้น

อัลบาไม่ปล่อยให้โอกาสจู่โจมนี้หลุดมือไป ทว่าก็เหมือนก่อนหน้านี้ ลูเซียสมีประสาทรับรู้สิ่งรอบข้างที่ดีเกินไปแค่ครึ่งทางอีกฝ่ายก็พร้อมตั้งรับเขาเสียแล้ว

“มีค่าให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์...” อัลบาตอบคำถามนั้น ลูเซียสสรุปในใจของเธอว่าเขาเป็นพวกบ้าภาคปฏิบัติใช้การฝึกซ้อมเก็บข้อมูลจริงของพวกพ้องและศัตรู

“และเธอยังไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าได้รับการขัดเกลาอีก” ชายหนุ่มยอมรับอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ อันดับหนึ่งของเอ็นเลสไม่ได้มาโดยลมปากหรือเพราะผ่านภารกิจเสี่ยงตายมานับครั้งไม่ถ้วน

จนถึงตอนนี้ไม่มีใครกล้าฝึกซ้อมกับเขาเพราะไม่ถึงสามนาทีด้วยหลักสูตรฝึกเดียวกับที่ทั้งคู่กำลังกวัดแกว่งดาบจริงในห้อง อัลบาก็ล้มคู่ฝึกได้

ตอนแรกด้วยอคติและทิฐิทำให้เขารู้สึกแคลงใจในเธอที่ถูกบรรจุเข้าหน่วยเซทซีโร่ทั้งที่ไม่ได้รับการสอบเลื่อนขั้น เมื่อปะทะกันโดยตรงถึงเข้าใจว่าการที่เธอร่วมทำงานกับแฟร์เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว พลังของเธอดึงดูดความสนใจได้ดีและยังรุนแรงมาก เมื่อจับคู่ลงสนามกับอันดับสองของเอ็นเลสแล้วยิ่งทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นแม้เขาจะไม่ได้ถูกบรรจุในนั้น แม้จะน้อยใจและสงสัยว่าทำไมอันดับหนึ่งอย่างเขาไม่ถูกรับเลือกให้เข้าไปอยู่ในเซทซีโร่ก็ตาม

“ดาบของคุณ... มีความลังเล” ลูเซียสเอ่ยขึ้นไม่ได้ตั้งใจสบประมาทแต่เธอพูดไปตามที่คิด อัลบาฉุนกึกก่อนจะถอนหายใจ ลูเซียสเป็นคนที่สี่ที่มองมันออก

“คงเพราะแบบนั้นฉันถึงไม่ถูกบรรจุเข้าเซทซีโร่สินะ...” อัลบาเอ่ยออกมา ผู้สังกัดหน่วยปราบปรามที่หนึ่งอย่างเขาได้รับอนุญาตในการวิสามัญคนร้ายก็จริงแต่จะต้องเป็นคนในรายชื่อจับตายเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วกว่าจะยืนยันเป้าหมายได้ว่าสามารถสังหารหรือต้องจับเป็นกลับไป เขาต้องยื้อถ่วงเวลาให้หน่วยข้อมูลยืนยันรูปพรรณคนร้ายเสียก่อนว่าอยู่ในลิสหรือไม่

“...ป๊ะป๋าน่าจะไม่ดึงคุณเข้ามาเพราะเรื่องอื่นมากกว่า” ลูเซียสออกความเห็นเธอเบี่ยงหัวหลบกระสุนและเอาหัวโหม่งอีกฝ่าย อัลบาลูบหน้าผากตัวเองที่แดงและถอยกลับไปตั้งหลักไม่คิดว่าจะถูกตอบโต้ด้วยวิธีนี้มาก่อน

ลูเซียสไม่ทิ้งเวลาให้เขาตั้งตัวเข้าประกบพร้อมพลังสายฟ้าที่แล่นอยู่ในดาบทันทีแต่เธอไม่ได้มีเป้าหมายที่อัลบาแต่เป็นกระสุนจริงที่เนียนอยู่ในเหล่ากระสุนสี เขามองอย่างงุนงงในตอนแรกแต่เมื่อได้ยินเสียงเหล็กกระทบใบดาบก็เข้าใจในทันทีว่าเกิดความผิดพลาดของการโหลดกระสุนขึ้นกับเครื่องยิงใดเครื่องยิงหนึ่ง

“ป๊ะป๋าเลือกคนที่ถึงตายก็จะไม่มีเรื่องอาลัยอาวรณ์เอาไว้ในเซทซีโร่ต่างหาก... คุณที่มีครอบครัวไม่สามารถตายตาหลับในสนามรบได้หรอก” ลูเซียสเหลือบมองอัลบาที่พุ่งไปยังแป้นสั่งการเพื่อหยุดการยิงกระสุนเหล่านั้นแม้ตัวจะเปื้อนสี ขณะที่ลูเซียสตรงไปยังเครื่องยิงกระสุนที่เกิดข้อผิดพลาดและในรางอัดแน่นไปด้วยกระสุนเหล็ก การทำงานของมันชะงักลงในวินาทีที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีกซึ่งเป็นวินาทีเดียวกันกับที่คำสั่งหยุดถูกป้อนไป

กระนั้นความวุ่นวายก็ไม่ได้หายไป เสียงระเบิดกึกก้องดังขึ้นจนอาคารสั่น ตึกฝึกซ้อมนี้เป็นตึกแยกกับอาคารเอ็นเลสหลัก เหล่าเอ็นเลสมุงเริ่มแตกตื่นวิ่งวุ่นวายและกรีดร้องเมื่อเห็นศพพวกเดียวกันโดยไม่รู้ฝีมือตัวการ

ลูเซียสเงยหน้าขึ้นไปมองความวุ่นวายเหล่านั้น จ้องเขม็งปรอบด้านและหยุดที่จุดหนึ่งก่อนจะพุ่งไปผลักอัลบาให้ล้มลงและฉุดกระชากให้เขาลุกตั้งตัวหลบหนีอะไรบางอย่างไปกับเธอ ที่กำแพงในทิศทางของกระสุนหากอัลบายังยืนอยู่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาได้ตีตั๋วเที่ยวเดียวไปปรโลกแน่ อัลบาซึ่งเจนสนามรบจึงไม่พูดพล่ามอะไรให้เสียเวลาสั่งการตู้อาวุธอีกหลังเพื่อหยิบปืนกลเบาหนึ่งมีออกมาใช้งานทันทีและสั่งให้พวกมันกลับลงไปใต้พื้นห้องฝึกอีกครั้ง ลูเซียสเป็นพวกถนัดสองมือจึงถือดาบและปืนข้างละชนิด

“พวกล่องหน...” ลูเซียสเอ่ยขึ้น อัลบาเข้าในสถานการณ์ในทันที

“ผู้บุกรุก? ในเอ็นเลสเนี่ยนะ... ตึกฝึกซ้อมไม่มีอะไรให้พวกมันปล้นสักหน่อย” อัลบานิ่งไปก่อนจะมองตู้อาวุธที่อยู่ในห้องซ้อม แต่ลูเซียสไม่คิดอย่างนั้น

“ถ้าไม่ดึงความสนใจ... ก็ใครสักคนบนชั้นสอง” เธอออกปาก

“ท่านทูตอาซาไรกำลังอยู่ในห้องสังเกตการณ์วีไอพี...” ลูเซียสย่นคิ้วในทันที

“...เขาไม่ควรอยู่ที่นี่สิ!” อัลบาร้อนรนและรีบวิ่งออกไปเพื่อขึ้นไปยังห้องนิรภัยนั่น ลูเซียสมีวิธีที่ไวกว่านั้น เธอถีบตัวกับกำแพงและสร้างเส้นทางแรงโน้มถ่วงสูงขึ้นมาจนทำให้วิ่งไต่กำแพงได้อย่างผิดหลักฟิสิกส์ ออร่าผู้บุกรุกที่ล่องหนอยู่นั้นกำลังเปิดประตูห้องนิรภัย ท่านทูตต่างดาวกลับยังนั่งยิ้มอยู่โดยไร้ท่าทีร้อนใจ

ลูเซียสคิดว่าเธอพบสิ่งที่เกลียดเข้าให้หนึ่งอย่างแล้ว...

ท่าทีไม่เดือดร้อนและมั่นใจว่าเธอจะไปถึงตัวเขาเพื่อปกป้องได้ทันก่อนอาชญากรจะเข้าถึงตัวเขานั่นแหละที่เธอเริ่มเกลียดมัน...

กระจกนิรภัยไม่อาจต้านทานแรงกดของอำนาจคลื่นโน้มถ่วงผสมกับการฟาดด้ามดาบด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงได้จึงแตกสลายออกเป็นทราย ผู้บุกรุกสะดุ้งตัวโยนและหันอาวุธอะไรบางอย่างที่ลูเซียสเองก็ไม่เห็นมาทางเธอ แต่เวลาให้ตัดสินใจน้อยเกินไป เกินกว่าที่คนอย่างเธอจะรอบคอบ จึงไม่แม้แต่ละหลบและตวัดดาบออกไป

ปัง!

คลุ้งกลิ่นเหล็กจากเลือดมนุษย์ฟุ้งไปทั่วห้อง ผู้บุกรุกแขนขาดและรอยตัดเนียนสนิทกรีดร้องจะเป็นจะตายด้วยความเจ็บปวด อัลบาตามขึ้นมาทุบให้มิวแทนท์ล่องหนสลบในทันที จากนั้นจึงสังเกตว่ากระสุนที่เจาะเข้าไปในร่างของลูเซียสนั้นสาหัสไม่ธรรมดาเพราะเป็นกระสุนหัวระเบิดลูเซียสถูกยิงที่ช่วงต่ำกว่าบ่าซ้ายก็จริงแต่เลือดที่กระเซ็นเปื้อนผนังนั้นมากจนน่ากลัว แถมปลายกระสุนที่ระเบิดออกนั้นยังสร้างบาดแผลสาหัสให้หลายแห่งหนึ่งในนั้นเป็นคอที่คล้ายถูกคว้านเนื้อออกไปแม้จะไม่ถูกหลอดเลือดใหญ่หรือหลอดลมอย่างปาฏิหาริย์ แต่เธอจะตายเพราะเสียเลือดในเวลาไม่นานแน่นอน

นี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนแสดงความเจ็บปวดออกทางสีหน้าก่อนจะล้มลง อาซาไรยื่นมือออกไปช้อนร่างนั้นอย่างกระวนกระวาย เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะออกมาในรูปแบบนี้ลูเซียสนั้นตอบสนองว่องไว ไม่ปกติเลยที่เธอจะไม่หลบกระสุนที่เล็งไปทางเธอ

แผ่นหลังเล็ก ๆ เต็มไปด้วยเลือด และแผลเปิดจากหัวกระสุนที่ควงสว่านออกมา

“ลูเซียส!” ท่านทูตเสียอาการเป็นครั้งแรกไม่กล้าเขย่าปลุกเธอ อัลบาเองก็ไม่กล้าเคลื่อนย้ายร่างของเธอเพราะเลือดจะยิ่งไหลออกหนักกว่าเดิม ที่เขาทำคือการพยายามห้ามเลือดด้วยการกดแผลแต่มันก็สาหัสเกินกว่าจะยับยั้ง

อาซาไรใช้สมองอย่างรวดเร็วยิ่งกว่านั่งคำนวณข้อมูลทรัพยากรดาวโลกเขากรีดบอดี้สูทที่ครอบคลุมรยางค์แขนคู่รองถอดเกราะแขนที่ใช้เป็นกระดูกภายนอก กัดที่ข้างหนวดสองสามเส้นจนของเหลวด้านในไหลออกมาและใช้มันช้อนตัวลูเซียสขึ้นรัดหนวดเกือบใสที่เคลือบไปด้วยของเหลวบางอย่างกับร่างของลูเซียสแน่น อัลบาชะงักไปกับการกระทำของท่านทูตก่อนจะสังเกตถึงอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดเอามาก... เลือดของเธอหยุดไหลแล้ว... และตัวเธอก็ไม่ซีดเท่าเมื่อครู่

เทนทาเคิลของท่านทูตที่เกือบใสนั้นทำให้เห็นว่าเลือดของพวกเขากำลังผสมกันแต่ดูเหมือนของเหลวจากรยางค์ท่านทูตจะมีอำนาจแรงกว่าเลือดของมนุษย์เขาจึงเห็นแผลได้ชัดเจนแทนที่จะเห็นเลือดที่ไหลนองเลอะหนวดพวกนั้น

“คุณอัลบาเรามีเวลาไม่มาก” อาซาไรแน่ใจว่าของเหลวในเลือดของเขาและที่เคลือบอยู่บนผิวหนวดครอบคลุมบาดแผลทั้งหมดของลูเซ๊ยสแล้วก็เอ่ยขึ้นเสียงเครียด

“! ทางนี้เลยครับ!” แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่อัลบาเชื่อว่าไว้ถึงหน่วยแพทย์เขาจะได้รู้ว่าท่านทูตจากต่างดาวมีพลังอะไรพิเศษกันแน่

 

--------------------------

ช่วงทอร์ค

ชื่อบทครั้งนี้เสนอคำว่า shambolic = โกลาหล ,อลม่าน หลังจากเดินเรื่องน้องน้อยของเราไม่ได้เจ็บหนักเลยเนอะ---

ป.ล. ดราฟแรกที่ลงให้อ่านนี้คิดว่าพอรีไรท์แล้วจะทำให้กระชับ+ใส่รายละเอียดเพิ่มเติมยิบย่อยอีกครั้งค่ะ

ป.ล. 2 ระยะนี้ไรท์ติดเกมมากเลยค่ะ55555555(Arknights ,kawaii home ,among us) ติดวาดรูปด้วยเพื่อคงที่ลายเส้นสำหรับชาเล้นท์ในเดือนตุลาคม แต่ปีนี้คงไม่ใช่อิ้งโทเบอร์ของทางอฟช.แต่สร้างตารางขึ้นวาดเองเพราะส่วนใหญ่ยังคงแบนอฟช.อิ้งโทเบอร์ที่เขาไปลอกงานศิลปินท่านอื่นทำหนังสือสอนวาดรูปขายอยู่ แล้วคอมมูก็เริ่มกลับมาแอคทีฟช่วงนี้พอดีอีก งาน(เล่น)รัดตัวแท้ ฮาาาาา เดือนหน้าต้องแห้งตายแน่ ๆ พลังกายที่แห้งตายแต่จิตใจได้รับความชุ่มชื้นจากการวาดรูปทุกวัน <3 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #20 faza205317 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 00:57
    อาซาไรเริ่มหลุดอาการแล้ววววว หนวดท่านเป็นเครื่องทำความเย็นกับกล่องปฐมพยาบาลฉุกเฉิน 5555 \\ ช่วงนี้ฝึกแต่งนิยายแชทเพราะเราบรรยายไม่ค่อยเก่ง ไรท์พอแนะนำเรื่องการบรรยายได้ไหม
    #20
    6
    • #20-4 DarkSoul.(จากตอนที่ 15)
      28 กันยายน 2563 / 09:11
      ถ้าติดปัญหาเรื่องการบรรยายอารมณ์ตัวละครบางทีปัญหาน่าจะอยู่ที่คลังศัพท์ก็ได้นะคะ ถ้ารู้กจักหลากหลายขึ้นก็น่าจะช่วยได้มากขึ้น ถึงวิธีง่ายที่สุดคือคำพูดก็ตามทีฮาาาา
      ( https://www.facebook.com/WriteNovelSAW/photos/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2-3%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%9A/259628281366242/ )

      หรือลองหาอะไรแบบนี้อ่านสะสมแนวการบรรยายไว้ก็ได้ค่ะ
      https://www.readawrite.com/a/905c65441a8bb4042dbd09b63681f6e9
      https://writer.dek-d.com/mer-Q/writer/view.php?id=835572
      #20-4
    • #20-6 DarkSoul.(จากตอนที่ 15)
      28 กันยายน 2563 / 09:17
      ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยได้ก็ยินดีน้า ตอนนี้ยังว่างอยู่พอดีเลยรีบอาศัยว่างหามาแปะให้ 55555 เพราะบางวันจะเข้ามาเช็กคอมเม้นท์อีกทีก็เย็นๆเลย ฮาาาาา
      #20-6
  2. #19 BLOODY BABY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 21:56
    หนวดท่านทูตช่างสารพัดประโยชน์
    #19
    1
    • #19-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 15)
      27 กันยายน 2563 / 21:59
      ฟามลับพลังของท่านทูตเรื่องที่หนึ่ง~~~
      #19-1