Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 14 : Role.13 - Weather The Storm

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ก.ย. 63

Role.13 - Weather The Storm

 

ท่านทูตอยู่โยงรับข้อมูลจากเอ็นเลสที่สืบสาวกลุ่มแล็บเถื่อนและกลุ่มหัวอนุรักษนิยมหัวรุนแรงเขาต้องเข้าถึงมันหลังจากขึ้นรับตำแหน่งอยู่แล้ว การได้มันมาก่อนแม้จะขัดกับลำดับก่อนหลังของการเข้าถึงข้อมูลระดับสูงแต่นี่ก็เป็นหนึ่งในงานที่ท่านรัฐมนตรีจากสภาดวงดาวเป็นผู้มอบหมายภารกิจให้อาซาไรเพื่อประเมินว่าเขาจะสามารถรับมือกับชาวโลกได้หรือไม่

ลูเซียสถูกพักงานหนึ่งอาทิตย์หรืออาจจะมากกว่านั้นขึ้นกับการปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายหลังจากการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อน เรื่องราวและการรอดชีวิตของเธอเป็นที่ถกเถียงในนักพันธุศาสตร์อยู่นานทีเดียว มันบ่งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์นั้นมีศักยภาพมากกว่าที่คิด แต่จากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในแล็บเถื่อนต่าง ๆ ซึ่งได้ปิดคดีและยึดทรัพย์ทั้งหมดมานั้นเอ็นเลสกับรัฐบาลได้ลงความเห็นเดียวกันว่าถึงโอกาสสำเร็จจะมีแต่โอกาสล้มเหลวนั้นสูงกว่าชนิดตัวทดลองที่ประสบผลสำเร็จนั้นเทียบไม่ติด และตัวทดลองก็มีอะไรบางอย่างเหมือน ๆ กัน ซึ่งพวกเขาคาดว่าเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ตัวทดลองไม่สมองระเบิดตายไปก่อนหลังการถูกปรับปรุงโครงสร้าง DNA โดยพวกไบโอคิเนซิสใต้ดิน

ตัวทดลองที่รอดชีวิตทั้งหมดที่รับการรักษาโดยส่วนกลางและรัฐบาลกระทั่งที่เริ่มใช้ชีวิตของตัวเองได้แล้วเหล่านั้นเป็นพวกมีสมองพิเศษกว่าคนทั่วไป เป็นกลุ่มที่ใช้สมองได้มากเป็นพิเศษทางใดทางหนึ่ง อย่างลูเซียสเป็นกรณีผู้มีความทรงจำภาพถ่ายที่เพียงมองครั้งเดียวก็สามารถบอกรายละเอียดทุกอย่างที่เห็นได้

กรณีของเหยื่อทดลองหมายเลข 236 ที่ปัจจุบันชื่อไอริส เธอเป็นมิวแทนท์มนุษย์ดัดแปลงเหมือนลูเซียส ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์กล้ามเนื้อ2.0เท่าของคนปกติ ผ่านการดัดแปลงรหัสพันธุกรรมด้วยพลังจิตจนทำให้ครอบครองพลังสามรูปแบบคือล่องหน เอมมพาธี และยกย้ายสิ่งของนอกเหนือกฎฟิสิกส์ ซึ่งไอริสเองก็มีการใช้งานของสมองมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า แม้จะไม่ใช้ในการจดจำเพียงครั้งเดียวที่ผ่านตาก็ตาม มันสมองของเธอนั้นเรียกได้ว่าอัจฉริยะ จากการทดสอบพบว่าเธอสามารถเรียนรู้ตรรกะเชิงตัวเลขและตรีโกณมิติได้อย่างรวดเร็ว ในการแก้ไขปัญหาเชาวน์ตัวเลขสามารถคำนวณคำตอบหลังจากได้รับคำถามเพียงไม่ถึงนาที

และในกรณีของเหยื่อทดลอง 104 ชายหนุ่มนามทริสก็มีมันสมองระดับไม่ธรรมดาเช่นกัน แต่เป็นอัจฉริยะเชิงมิติสัมพันธ์และองค์ประกอบกลไก หลังจากรับการรักษาและให้ได้เรียนจนเทียบเท่าคนวัยเดียวกันทักษะการเรียนรู้ของเขาก็ก้าวกระโดดไปไกลจนสามารถเป็นวิศวกรระดับสูงได้ แถมยังเชี่ยวชาญทั้งกลศาสตร์และไฟฟ้า มิวแทนท์ผู้ถือครองพลังสนามแม่เหล็กและคลื่นเสียงซึ่งมีประสาทหูดัดแปลงดีกว่ามนุษย์มนา

พวกเขาจึงสรุปสถิติด้วยข้อมูลน้อยนิดชุดนี้ว่ากลุ่มคนที่จะสามารถข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ที่มีพลังจิตเพียงประเภทเดียวต่อคนนั้นจำต้องเป็นพวกที่ใช้สมองในบางส่วนถึงขีดสุดเกินระดับคนธรรมดา เพราะเหยื่อทดลองที่รอดมานั้นล้วนเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสมองหนักเป็นพิเศษ บางคนเท่านั้นที่ถูกดัดแปลงร่างกายเพิ่มส่วนสำหรับรองรับการต่อสู้ภาคสนาม

ดังนั้นทั้งรัฐบาลและเอกชนจึงร่างสัญญาและลงนามภายใต้บัญญัติฉบับหนึ่งว่าด้วยเรื่องของการจะไม่สร้างโครงการทดลองวิจัยเพิ่มขีดจำกัดพลังจิตในตัวมนุษย์ให้มากกว่าหนึ่งขึ้นมา และรับรองว่าจะให้ความคุ้มครองเหล่ามิวแทนท์ที่มีพลังสองสายขึ้นไปเป็นกรณีพิเศษ โดยตั้งใจจะรับเข้าทำงานทั้งหมดแบ่งกระจายไปตามหน่วยงานของทั้งรัฐบาลและเอกชนที่จะสามารถใช้พลังของพวกเขาได้ มีสวัสดิการตามตำแหน่งปกติพร้อมทั้งที่พักอันจะปลอดภัยในเขตพิเศษเนื่องจากพวกนั้นยังมีสิทธิ์จะถูกหมายหัวจากกลุ่มวิจัยเถื่อนอยู่

พวกเขารู้เงื่อนไขในการทำให้มนุษย์นั้นมีพลังจิตสองแขนงขึ้นไปสำเร็จแล้วก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรอดจากการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อนครั้งที่สองหรือสาม ด้วยสถิติข้อมูลที่ยึดมาได้กลุ่มมิวแทนท์ที่ถูกจับไปทดลองนั้นมีอยู่มากที่ครอบครองมันสมองซึ่งค่อนข้างพิเศษกว่าคนอื่น แต่พวกเขาก็ไม่รอด การมีสมองที่พิเศษนั้นเป็นเพียงปัจจัยที่ทำให้โอกาสไม่ตายขณะดัดแปลงพันธุกรรมเท่านั้น แต่ร่างกายพวกเขาจะทนรับไหวหลังจากกลายพันธุ์ไหมก็เป็นอีกเรื่อง

ข้อมูลบางส่วนได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ออกไปเพื่อคลายความสงสัยแคลงใจของเหล่าประชาชนใต้การดูแลของรัฐบาลโลก เพื่อตอบคำถามของนักสิทธิต่าง ๆ ว่าถ้ามีคนที่สามารถได้รับพลังที่สองหรือสาม ทำไมคนอื่นจึงไม่ได้รับความเท่าเทียมนั้นกับตัวด้วยในฐานะประชาชนใต้รัฐเดียวกัน ซึ่งเมื่อได้เผยแพร่เงื่อนไขที่จะทำให้ทนรับการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อนออกไปพร้อมทั้งระบุอัตราการรอดตายจากร่างกายที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงไหวอยู่ที่ราว 1.3% แน่นอนว่ามันดันต่ำเสียจนผู้คนเลิกคิดจะพูดถึงประเด็นนี้อีกและโล่งอกไปกับโชคดีของเหยื่อที่รอดชีวิตมาได้ แน่นอนว่าสิ่งที่ประกาศออกไปนั้นยังไม่นับรวมถึงสภาพร่างกายของเหล่ามิวแทนท์ผู้มีพลังจิตมากกว่าหนึ่งประเภทจะมีอาการผิดปกติอื่นพ่วงมาด้วย เช่นร่างกายที่ต้องการพลังงานมากกว่าปกติและโดสยาทั่วไปใช้ไม่ได้ผลกับพวกเธอ

 

 

ข่าวในช่องโลกเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับเรื่องอื่นอย่างรวดเร็วหลังจากประชาชนเห็นหลักฐานที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือไม่กล่าวถึงหรือครหาอะไรในเรื่องนั้นอีก ในตอนนี้พวกเขาจึงหันมาสนใจประเด็นร้อนเกี่ยวกับกลุ่มผู้ประท้วงอนุรักษนิยมเก่าหัวรุนแรงซึ่งต่อต้านทั้งสายเลือดโบราณและเพื่อนบ้านห่างไกล ให้เหตุผลว่ารัฐบาลที่ประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิตพิลึกจากสองกลุ่มนี้สมคบคิดรวมหัวกันกดประชาชนคนธรรมดาให้โงหัวไม่ขึ้นมานานแล้ว การที่ให้เอเลี่ยนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารบ้านเมืองนั้นเป็นเรื่องที่หยาบคายและล่วงเกินดาวโลก

ลูเซียสนอนก่ายเก้าอี้เม็ดถั่วในเซฟรูมของตัวเองไม่ว่าจะกดเปลี่ยนช่องไปสำนักข่าวไหนก็จั่วหัวประเด็นดังกล่าวก่อนจะไปหยุดที่รายการหนึ่งซึ่งเชิญทั้งท่านทูตและท่านรัฐมนตรีจากสภาดวงดาวเข้าให้สัมภาษณ์กับนักข่าวซึ่งเป็นไฮบริดและมนุษย์ธรรมดา

“คุณคิดเห็นอย่างไรกับกระแสวิจารณ์ด้านลบในตอนนี้ครับท่านรัฐมนตรี? การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารในดาวดวงอื่นเป็นเรื่องปกติของทางสภาดวงดาวสินะครับ? สำหรับพวกผมที่เข้าใจเนี่ยมันเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันวิทยาการระหว่างดาวเพื่อฟื้นฟูหรือส่งเสริมการคงสภาพดาวทรัพยากรเอาไว้เป็นแบบนั้นใช่ไหมครับ?”

“คุณไรฮาร์กล่าวได้ถูกต้องแล้ว สมาชิกตัวแทนของสภาดวงดาวนั้นมีหลายหน่วยงานด้วยกันทำงานคล้ายระบบของพวกคุณนี่แหละ แต่ทั้งผมทั้งท่านทูตที่กำลังจะมารับช่วงต่อท่านนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกหน่วยงานการฟื้นฟูดาวทรัพยากรและสนับสนุนการส่งออก อย่างที่พวกคุณทราบกันดีว่าพืชหลายสายพันธุ์บนดาวโลกล้วนเป็นสินค้าราคาสูงในดาวที่ห่างไกลออกไปด้วยความหายากและความเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมบนแผ่นดิน การที่ตัวแทนสภาดวงดาวเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการจัดการบริหารนั้น...”

ชาวดาวโคคิวรึอุนีปุสที่นั่งเก้าอี้หนึ่งในรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจสั่งการเป็นรองแค่ท่านนายกโลกนั้นอธิบายถึงหลักการทำงานของสภาดวงดาวต่อดาวเคราะห์ที่ยังคงมีทรัพยากรและสามารถส่งออกได้ โดยเน้นไปที่การฟื้นฟูและคงสภาพ หากทำให้กลับมาเป็นดาวที่อุดมสมบูรณ์ได้ก็จะทำ แต่ถ้าเกินกำลังชาวดาวก็จะลดเพดานลงมาเป็นการคงสภาพไม่ให้ทรัพยากรจากดวงดาวร่อยหรอไปกว่านี้ ดังนั้นแล้วการเกษตรเพื่อบริโภคนั้นจึงกลายเป็นตึกไร่แทนใช้พื้นที่ในระนาบกว้างอย่างสมัยก่อนที่แต่ละประเทศมีที่ดินกว้างใหญ่

แม้จะเกิดการถกเถียงกันในฝั่งของกลุ่มอนุรักษนิยมที่ต่อสายมาคุยด้วยโฮโลแกรมว่าการส่งออกเป็นการเฉือนเนื้อดาวโลกออกไป แต่นั่นก็เป็นการพูดเหมารวมโดยไม่ได้เข้าใจถึงขั้นตอนการทำงานระหว่างกระทรวงและเจ้าหน้าที่ตำแหน่งต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์ โชคดีที่เพื่อนบ้านห่างไกลที่พวกเขากำลังโต้ตอบแลกเปลี่ยนความเห็นอยู่ด้วยนั้นเป็นพวกที่มีความสามารถในการจดจำดีเยี่ยมทั้งยังสามารถประเมินข้อมูลต่าง ๆ เปรียบเทียบเป็นเชิงตัวเลขได้อย่างรวดเร็วราวคอมพิวเตอร์อยู่ด้วย และยังใจเย็นเอามาก

พวกเขาจึงแจกแจงทั้งงบประมาณและโครงการฟื้นฟูที่ดำเนินการอยู่รวมไปถึงแผนดำเนินงานอื่นสำหรับการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างดาวโดยให้ส่งผลกระทบกับชาวดาวดั้งเดิมให้น้อยที่สุด ซึ่งโครงการการสร้าง ‘เดอะวัน’ เมืองท่องเที่ยวกลางทะเลซึ่งเป็นเกาะเทียมนั้นรัฐบาลโลกเองได้วางแผนกันมาหลายปีแล้ว ขาดก็แต่วิทยาการที่จะทำให้มันสำเร็จ ซึ่งภายหลังที่คลังสมบัติมังกรถูกเปิดเผยว่าเป็นประวัติศาสตร์และความรู้บางส่วนที่ศูนย์หายไปในรอยต่อยุคสมัยก็ได้บังเอิญมีองค์ความรู้บางอย่างที่สามารถจะเติมเต็มสมการของการสร้างเกาะลอยน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาให้เป็นจริงได้ในเร็ววัน

“ลู! ทายซิฉันมีข่าวดีอะไร!” แฟร์เข้ามาในเซฟรูมของลูเซียสหลังจากสแกนรหัสที่กำไลข้อมือ

“...” หญิงสาวเคี้ยวขนมกรุบกรอบจ้องแขกที่มาเยือนเธอประเมินว่าเขาอารมณ์ดีในระดับเดียวกับตอนที่เงินเดือนออกและมีโบนัสเพิ่มจากปกติ ดังนั้นเธอจึงทายออกไปแม้ว่ายังจะไม่ถึงเวลาเงินออกก็ตาม “โบนัสเหรอ?”

“ปัดโธ่! ไม่ใช่สิวันนี้เงินไม่ออกนะลู! เรื่องย้ายที่ทำงานต่างหาก!” แฟร์อวดแฟ้มเอกสารสีม่วงที่ซ่อนไว้ด้านหลังเปิดอ่านด้วยท่าทีเป็นทางการระคนโอ้อวด

“อะแฮ่ม... นางสาวลูเซียส โลเวเร เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามพิเศษสังกัดกลุ่มเซทซีโร่ได้รับการบรรจุอย่างเป็นทางการนับจากนี้ไปในหน่วยแนวหน้า...” แฟร์ที่ขึงขังเหลือบมองปฏิกิริยาจากคุณน้องสาวของทุกคนในหน่วย เธอแค่กะพริบตาคล้ายงงว่าแล้วมันทำไมก่อนจะตอบสนองเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจอย่างเรียบเฉย

“...เย่”

“ช่างเป็นการร้องเย่ที่แห้งแล้งเสียเหลือเกิน! เอาล่ะข่าวดียังไม่หมดแค่นี้! แฮ่ม!” แฟร์กระแอมอีกครั้งแล้วพลิกเอกสารไปหลายหน้า ส่งผลให้เจ้าลูกแมวสองตัวในห้องที่ได้ยินเสียงตะโกนโดดเข้าไปซ่อนในบ้านแมวบนคอนโดแมว

“หน่วยปฏิบัติการเซตซีโร่ขอให้ย้ายการประจำการจากโดมจำลองเมืองเก่าหมายเลขสี่ไปยังเกาะกลางทะเลเดอะวันหลังจากตึกสำนักงานก่อสร้างเสร็จสิ้น ทั้งนี้การคุ้มครองท่านทูตจะยังคงมีผลไปจนกว่าตัวแทนสภาดวงดาวนั้นเข้ารับตำแหน่ง ‘ท่านรัฐมนตรีกระทรวงจัดการทรัพยากรระหว่างดวงดาว จากสภาดวงดาวเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากร’ ซึ่งจะมีพิธีอย่างเป็นทางการที่เดอะวันเช่นกัน ข่าวนี้เป็นไง?” แฟร์ปิดแฟ้มแล้วมองอีกฝ่าย

น่าเสียดายที่ลูเซียสก็ยังไม่มีท่าทีตื่นเต้นแต่อย่างใด เธอไม่เข้าใจว่าย้ายที่ทำงานแล้วมันน่าดีใจตรงไหน...

“ทำไมถึงดีใจขนาดนั้นล่ะ?” เธอจึงถามเพื่อคลายความสงสัย

“เพราะว่าสำนักงานใหม่จะใหญ่และปลอดภัยกว่าเก่า! นอกจากนี้ยังเป็นเขตปกครองพิเศษ ซึ่งหมายถึงของกินใหม่ ๆ จากต่างดาวหาได้ง่ายขึ้น นักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มีแต่มนุษย์~ นั่นสินะลูคงไม่รู้เพราะไม่ได้เรียนในสถาบันระดับพื้นฐาน หลายโดมน่ะยังมีพวกเหยียดสายพันธุ์หรือกลั่นแกล้งเพราะว่าต่างกลุ่มกันด้วย แต่ที่เดอะวันจะเป็นแหล่งอาศัยใหม่ที่จะมีคนพวกนี้น้อยลงยังไงล่ะ แล้วก็ถ้าไปที่เดอะวันพวกเราจะได้ห้องใหม่ของเอ็นเลสอีก คราวนี้แต่งห้องได้ตามใจเลย! เพราะว่าสร้างใหม่ทั้งหมด! เรามาแต่งห้องของน้องเล็กกันเถอะ~” แฟร์กอดคอลูเซียสอย่างสนิทสนม

“ทำอะไรกับห้องตัวเองก็ได้?” ลูเซียสจับแขนของแฟร์ที่คล้องคอตัวเองแล้วเอียงหัวเล็กน้อย

“แม่นแล้วยัยน้องเล็ก” แฟร์พยักหน้าแล้วยีผมอีกฝ่ายจนยุ่งเหยิง

“ปูพรมนุ่ม ๆ ทั้งห้องก็ได้เหรอ?” มิวแทนท์พลังผสมตาลุกวาว เธอขี้เกียจลากสังขารตัวเองไปที่เตียงมากดังนั้นการนอนแปะได้ทุกที่ในห้องคือความฝันของเธอ

“แน่นอน ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เธอจะเอาพรมสีอะไร หนานุ่มหรือกันน้ำก็ได้ทั้งนั้น” แฟร์ขายฝันให้หญิงสาวที่เริ่มตื่นเต้นกับเขาบ้างปล้ว

“เอาตู้เย็นได้ด้วย?” ลูเซียสเสนอคลังอาหารกินเล่นของตัวเองที่ปกติต้องเดินไปที่เลานจ์ด้านนอกของชั้นเซฟรูม

“...ปกติมีตู้เย็นในห้องนอนจะต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยกว่าปกตินะ แต่ก็เอาเถอะห้องใหม่น่าจะกว้างกว่าเดิมแล้วแยกสัดส่วนครัวเล็กก็น่าจะจัดอยู่ในห้องได้นะ” แฟร์คลายแขนแล้วลูบคางตัวเองครุ่นคิดเขาไม่ได้รับข้อมูลว่าห้องใหม่จะใหญ่แค่ไหนรู้แต่ขนาดตึกกับจำนวนชั้นที่กว้างกว่าสาขาโดมจำลองเมืองเก่าหมายเลขสี่หลายเท่าตัว

“แมชชีนรักษา?”

“เกินไปละลู... อันนั้นยังไงก็ต้องไว้แผนกการแพทย์ เธอจะเอามาตั้งไว้ในห้องนอนไม่ได้หรอกนะ” แฟร์คิ้วกระตุกแล้วยิ้มอ่อนอกอ่อนใจ คิดไปคิดมาทุกอย่างที่ลูเซียสอยากจับมาใส่ไว้ในห้องก็เป็นทุกอย่างที่เธอต้องใช้

‘คงกะจะไม่ก้าวขาออกจากห้องนอกจากเวลาภารกิจเลยสินะ...’ แฟร์เลิกคิ้ว แต่ว่ามันก็ทำให้เขาเอ็นดูเธอขึ้นมาอีกนิด เขาเป็นคนสอนให้เธอรู้จักเห็นแก่ตัวและใช้ชีวิตในแบบคนปกติที่ไม่ใช่อาวุธมีชีวิต สิ่งที่ลูเซียสแสดงออกมาอย่างเป็นมนุษย์ที่สุดสิ่งแรก คือความขี้เกียจ... แน่นอนว่าทุกคนคาดไม่ถึง

“...” ลูเซียสขมวดคิ้วเริ่มคิดเป็นจริงเป็นจังถึงของที่จะเอามาสุมในห้องพักส่วนตัวของเธอเอง

“ตู้อควาเรี่ยม เลดี้ แล้วก็เจนเทิล” ลูเซียสพูดถึงเจ้าลูกแมวสองตัวที่พอได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองเจ้าเจนเทิลสายพันธุ์เมนคูนก็รีบวิ่งมาหาส่วนเลดี้แค่โผล่หัวออกมาจากคอนโดแมว แต่หลังจากมันเห็นว่าเจ้าเจนเทิลถูกลูเซียสอุ้มมันถึงรีบลงมาจากคอนโดแมวพลางร้องประท้วงถึงความไม่เท่าเทียมนี้ เลดี้เป็นแมวขี้อิจฉาที่จะโวยวายทุกครั้งเมื่อเจนเทิลได้อะไรแล้วมันไม่ได้

ลูเซียสย่อตัวลงช้อนอุ้มคุณหญิงขี้วีนขึ้นแขนอีกตัวพอถูกอุ้มเธอก็ไม่โวยวายอีกแล้วซุกหน้าเกยไหล่เจ้าของอย่างพออกพอใจ หญิงสาวชอบพวกมันที่นุ่มนิ่มและตัวอุ่น ครั้งแรกที่รู้ว่ามนุษย์ชนชั้นกลางขึ้นไปมักจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงยอมสร้างภาระกับตัวเองทั้งที่พวกมันนั้นต้องได้รับการเอาใจใส่และอ่อนแอ แต่ครันมาไตร่ตรองดูแล้วสำหรับลูเซียสไม่ว่าจะใครก็ล้วนอ่อนแอทั้งนั้น มือของเธอลูบสางขนละเอียดบนตัวลูกแมวทั้งสองที่เชื่องและติดคน

“ฉันว่าสำหรับเธอคงต้องมีห้องแมวให้เด็ก ๆ สองตัวนี้แล้วล่ะ” แฟร์เท้าเอวออกความเห็น ตอนนี้ลูเซียสปล่อยให้พวกมันสองตัวใช้ห้องร่วมกับเธอ

“...คุณนายเธอไม่ชอบอยู่ในกรงหรือห้องกั้นถ้าฉันอยู่ในห้องด้วย” ลูเซียสนึกย้อนไปวันที่รับเจ้าลูกแมวสองตัวนี้เข้ามาใหม่ ๆ ในห้องของเธอมีอุปกรณ์เลี้ยงแมวอยู่เพียบจากการกว้านซื้อของดีโลไลน์ที่แวะเวียนมาเล่นกับลูกแมวด้วยเป็นครั้งคราว เลดี้เกาประตูกรงอยู่นานทีเดียวตอนเข้านอนสุดท้ายเพราะตนเสียงเล็ก ๆ ที่ร้องงอแงนั่นไม่ไหวก็เลยเปิดให้ทั้งสองตัวมานอนกับเธอบนเตียงตั้งแต่นั้นเจ้ากรงใหญ่เท่าโต๊ะกินข้าวก็กลายเป็นที่วางของไปแทน... ลูเซียสชี้ไปที่กรงมุมห้องที่แปรสภาพฟังก์ชันการใช้งานไปเสียแล้ว

“งั้นแต่งเติมแค่ของเล่นแมวแบบบิวท์อินแล้วกัน มีสะพานแขวน คอนโดแมว แต่เลี้ยงแมวแล้วปูห้องด้วยพื้นพรมเนี่ย... จะดีเหรอ?” แฟร์ทำสีหน้าปั้นยากเขาไม่รู้ว่าเจ้าสองตัวขนฟูที่เกาะลูเซียสเป็นตุ๊กแกมีนิสัยในการเข้าห้องน้ำหรือกินอาหารเละเทะหรือเปล่า

นั่นทำให้เจ้าของเซฟรูมนิ่งคิดไปเช่นกันเธอนึกถึงเจ้าสองตัวอุ่นบนแขน ทั้งสองตัวค่อนข้างเรียบร้อยเข้าห้องน้ำเป็นแล้วก็ไม่ทำเลอะเทอะ ส่วนเรื่องกินอาหารเป็นอะไรที่ต่างออกมาเลดี้ชอบคาบมาไว้บนพื้นก่อนค่อยกินทั้งที่ชามก็ไม่ได้สูงอะไร

“คุณนายเขาชอบคาบมาวางบนพื้นค่อยกินล่ะ ...ต้องแบ่งพื้นที่ปูพรมแล้ว” ลูเซียสมุ่นคิ้ว “แล้วก็ต้องปูพื้นที่สะอาดเอาไว้แถวชามข้าวคุณนาย” เจ้าแมวขี้อิจฉาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าถูกพูดถึงอยู่เพราะลูเซียสไม่ได้เรียกพาดพิงว่าเลดี้

“ตัวแค่นี้กินเลอะเทอะน่าดูเลยนะเนี่ย” แฟร์ลูบหัวเจ้าแมวน้อยที่ย่นคอหนีแล้วตบมือของแฟร์อย่างดุร้าย

“เลดี้ห้ามลูบหัวน่ะ...” ลูเซียสเอ่ยเตือนช้าไปมือของแฟร์จึงมีรอยแดงสามขีดบาง ๆ ชายหนุ่มมองเจ้าลูกแมวที่ดูไร้พิษไร้ภัยดันเชื่องเลือกคนเสียอย่างนั้น...

“เอาเถอะ ๆ แล้วแต่เธอเลยยัยน้องเล็ก แล้วก็คราวหน้าอย่าไปเที่ยวจับมือผู้ชายที่ไหนแนบแก้มอีกล่ะ” แฟร์ยีผมสีซีดของหล่อน ลูเซียสมองตอบเขานิ่ง ๆ และกำลังประมวลผลอยู่...

“มือคู่รองอาซาไรเป็นถุงเย็น...” เธอจัดลำดับให้ท่านทูตใจดีพี่ชายของอาซาฮีเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกของเธอไปพร้อมกับเป้าหมายคุ้มครอง

“เดี๋ยวเถอะ” แฟร์ดึงแก้มคู่สนทนา “ไม่ได้นะทำแบบนั้นเดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอกลู แบบนั้นน่ะเขาเอาไว้ทำกับแฟน!” แฟร์กอดอกขมวดคิ้ว

“ความสัมพันธ์เชิงสร้างทายาทลำดับต่อไป???” ลูเซียสเอียงหัวเล็กน้อยก่อนจะเปรยเป็นเชิงถาม

“จะว่าแบบนั้นก็ได้อยู่หรอก อ๊ะ แต่ถ้าลูชอบท่านทูตฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ!” แฟร์ที่ทำตัวเป็นพี่ชายยิ้มแป้น เขาไม่สนใจหรอกว่าลูเซียสจะชอบหรือรักใครสักคน ไม่เกี่ยงว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนจากกลุ่มไหนขอแค่เป็นคนดีและจะไม่ทำร้ายทั้งกายใจของลูเซียสก็พอ

“ชอบทุกคนเลยทั้งคุณพ่อ อาซาฮี แฟร์กับรินแล้วก็ลุง ท่านทูตด้วย เจนเทิลกับเลดี้และเจ้าหมายเลขหนึ่งถึงสิบสอง...” ลูเซียสมองไปที่ตู้ควาเรี่ยมในห้องซึ่งมีกุ้งและปลานีออนอาศัยอยู่ฝูง

“ไม่ใช่แบบนั้นสิลู” แฟร์ยิ้มเจื่อนลูบปลายจมูกตัวเองเก้อเขินที่ถูกบอกว่าชอบตรง ๆ เขาดีใจที่อีกฝ่ายเห็นเขาเป็นส่วนหนึ่งขอครอบครัวพูดให้ถูกก็คือหน่วยเซทซีโร่ทั้งหน่วยที่มีเพียงหยิบมือนั่นแหละเป็นครอบครัวหนึ่งเดียวของลูเซียส แฟร์เป็นเด็กกำพร้าเคยชินกับการเลี้ยงคนอื่นในสถานสงเคราะห์ออกมาอยู่ตัวคนเดียวก่อนที่ท่านประธานดีโลไลน์จะมารับเขาเข้าหน่วยหลังจากถูกชะตาที่ร้านสะดวกซื้อ แน่นอนว่าเขาเองก็ชอบครอบครัวเซทซีโร่นี้มากเช่นกัน

“...” ลูเซียสขมวดคิ้วพยายามหาคำอธิบายอื่นมา

“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจว่าระดับความชอบมันมากน้อยต่างกันยังไง?” ลูเซียสโคลงหัว

แฟร์ไม่มั่นใจว่าลูเซียสเป็นกลุ่มพวกที่ไม่มีความสนใจหรือฝักใฝ่ทางเพศ(Asexual)รึเปล่า หรือเธอเพียงไม่ได้ชอบอาซาไรแบบคนรักก็เท่านั้น เพราะถ้าลูเซียสเป็นเขาก็ไม่รู้จะแนะนำให้เธอแยกแยะความรู้สึกที่ซับซ้อนนั่นอย่างไรดี มันไม่ได้ผิดปกติ คนกลุ่มนี้ยังคงมีความรัก อารมณ์ความรู้สึก เกลียดชัง และเสียใจเป็น เพียงแต่ไม่ต้องการสายสัมพันธ์ทางกายลึกซึ้งระหว่างคนรักก็เท่านั้น

“ฉันเองก็ไม่รู้จะยกคำถามไหนมาช่วยเธอแยกนี่น่ะสิ...” แฟร์นวดคางมุ่นคิ้วตัวเองอย่างหนัก

“แต่ก่อนอื่นก็รอผ่านหกเดือนแรกไปก่อนแล้วกัน” ลูเซียสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบและเมื่อแฟร์เลิกคิ้วสงสัยเธอจึงอธิบายด้วยเสียงราบเรียบราวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่กำลังบรรยายข้อมูลชุดใหญ่

“สมองของมนุษย์โดยปกติแล้วในช่วง 15-18 ปียังคงใช้อารมณ์เป็นหลักและเจริญเติบโตไม่เต็มที่ และเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไปสมองส่วนหน้าก็จะพัฒนาเต็มที่ทำให้มีความรอบคอบมากกว่า นอกจากนี้ในจะหลั่งสารออกมาในช่วงที่มีความรักซึ่งแบ่งออกเป็นหกสารหลักในความสัมพันธ์ ยกตัวอย่างเช่นอาการตกหลุมรักแรกพบนั้นเป็นการทำงานร่วมของฮอร์โมนเพศที่ดึงดูดเพศตรงข้าม อะดรีนาลีนที่ทำให้ใจเต้นเร็ว ประหม่า และโดพามีนฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มหลงรักรู้สึกดี ในกรณีทั่วไปนั้นจะแบ่งระยะเวลาการตกหลุมรักใครบางคนเป็นสามช่วง ช่วงโปรโมชั่น หมดโปรโมชั่น แล้วก็ผูกพั—” ลูเซียสอธิบายอย่างจริงจังพลางมองแฟร์ล้วงหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าแล้วพอเจอขนมก็อุดปากให้เธอหยุดพูดด้วยเวเฟอร์เคลือบน้ำตาล... แน่นอนว่าหล่อนยอมหยุดพูดแต่โดยดีแล้วตั้งหน้าตั้งตากินขนม

“ลู... เธอก็รู้ว่าเรื่องบางเรื่องนั้นใช้ความรู้อ้างอิงไม่ได้หรอกนะ” แฟร์ลูบหน้าปลงตก

“...” คนถูกเรียกชื่อเคี้ยวขนมเต็มปากพลางชูซองขึ้นสูงหลังจากเจ้าแมวสองตัวเริ่มดมกลิ่นอะไรหวาน ๆ จากของในมือลูเซียส เธอจึงตัดสินใจย่อตัวปล่อยพวกมันลงกับพื้นเมื่อไม่ให้เลดี้กับเจนเทิลมารบกวนการกินของเธอ

“เอาแบบนี้เพราะฉันว่าเคสเธอต้องต่างแน่ ตอนอยู่กับอาซาไรประหม่าไหม?” แฟร์ยิงคำถามแรกใส่ ลูเซียสส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“ให้เปรียบเทียบความรู้สึกกับคำศัพท์ต่าง ๆ แล้วน่าจะใกล้เคียงกับคำว่าปลอดภัยหรือสบายใจมากกว่า เรื่องประหม่าขอใช้คำว่าตกใจในชั่วครู่เวลาอาซาไรพยายามทำให้กลัวแล้วบอกว่าการไม่กลัวของลูมันไม่ปลอดภัย” ลูเซียสตอบอย่างไม่ใส่ใจว่ามันเป็นความลับหรืออะไรไหม เธอกินเวเฟอร์หมดห่อก็ช้อนตามองแฟร์

“งั้นเราไปเลานจ์กัน ฉันไม่ใช่ตู้ขนมนะลู...” แฟร์พ่นลมหายใจขำ ๆ กระนั้นลูเซียสก็ยังชูซองขนมแล้วมองเขาพลางย่นคิ้ว แฟร์ขัดแย้งกับการกระทำ เขาพูดว่าตัวเองไม่ใช่ตู้ขนมแต่กลับพกขนม...

“ฉันก็เห็นด้วยนะว่าการไม่กลัวอะไรเลยของเธอมันอันตราย” แฟร์ลูบคางเหล่มองอีกฝ่ายเมื่อทั้งคู่กำลังออกจากเซฟรูมมุ่งไปที่เลาจน์

“ทำไมล่ะ พวกเราเป็นแนวหน้าไม่ใช่ว่าควรไร้ความกลัวเหรอ?” ลูเซียสย่นคิ้วเล็กน้อยสีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปมากทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความคับข้องใจ

“ความกลัวทำให้สิ่งมีชีวิตรอดชีวิต ทำให้สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ทำให้เกิดลางสังหรณ์ และก่อให้เกิดความระมัดระวังตัวรอบคอบ ดังนั้นแล้วความกลัวเองก็นับเป็นเงื่อนไขที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งเช่นกัน” แฟร์อธิบายพลางทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาที่เลาจน์ ปล่อยให้ลูเซียสเดินไปหยิบของว่างขนมขบเคี้ยวมานั่งกินที่โซฟาอีกตัว

“มีความกลัวอยู่กับตัวไม่ใช่ความอ่อนแอหรอกนะลู... แต่เอาไว้เราค่อย ๆ เรียนรู้กันต่อไปก็ได้ว่าความกลัวของเธอจะปรากฏในรูปแบบไหน” เขายกยิ้มแล้วเปิดทีวีที่เลาจน์

ข่าวที่กำลังออกอากาศเป็นรายงานการจับกุมสส. และสว.ที่คอร์รัปชันในโครงการสัมปทานก่อสร้างเดอะวัน โดยใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่เทียบเท่ามาตรฐานซึ่งตกลงกันไว้และยักยอกส่วนต่างไปเป็นของตน เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดโปงขึ้นจึงกลายเป็นกระแสประมูลสัมปทานการก่อสร้างเดอะวันขึ้นใหม่โดยรับบริษัทรายย่อยมากมายเข้าร่วมด้วย เพราะทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้นั้นเสนอให้แบ่งการก่อสร้างออกเป็นหลายส่วนเพื่อเร่งระยะเวลาการดำเนินการและกระจายความเสี่ยงที่อาจเกิดจากบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

“ครั้งแรกเป็นคนในหมายจับมา ครั้งที่สองก็หิ้วมังกรแปลงกายกลับมา ครั้งที่สามผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา น่าเสียดายที่ครั้งสี่หิ้วมิวแทนท์น่าสนใจกลับมาแต่ไม่ใช่ขณะเดินเล่น” แฟร์เย้าหยอกหญิงสาว

“งั้นไปเดินเล่นครั้งที่สี่กันไหม?” ลูเซียสเอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไรเพราะแฟร์ดูสนุกเธอก็รู้สึกพอใจที่เขามีความสุขต่อการกระทำของเธอ

“ไม่เอา~ รอลุ้นอยู่ที่ฐานสนุกกว่าตั้งเยอะ~” เขาฉีกยิ้มขี้เล่นและเพียงนั่งเฝ้าน้องเล็กเติมพลังงานด้วยการกิน กิน และกิน

 

 

--------------------------

ช่วงทอร์ค

Weather The Storm = เชิงสำนวนจะหมายถึงเผชิญปัญหา หรืออาจใช้ในการบอกว่าให้อยู่นิ่งๆจนกว่าพายุจะสงบ/ผ่านไปก็ได้ค่ะ

 

ส่วนเรื่องฮอร์โมนกับสารที่หลั่งในสมองสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์ค่ะ เผื่อใครสนใจนำไปใช้ต่อยอดอะไร

https://www.bangkokhospital.com/content/love-hormone

https://www.trueplookpanya.com/blog/content/71260/

https://thematter.co/thinkers/oxytocin-love-make-hatred/49833

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #18 faza205317 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 00:21
    ชอบยัยน้องกับน้องแมว น่ารักกก ฮือออ
    #18
    1
    • #18-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 14)
      20 กันยายน 2563 / 18:19
      ความนุ่มนิ่มฮีลลิ่งงงง
      #18-1