Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 12 : Role.11 - Take a leaf out of book

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

Role.11 - Take a leaf out of book

มีอะไรบางอย่างกวนใจเธอ มากกว่าที่สองหูสองตาสัมผัสถึง อะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกคันขึ้นมาในใจ ลูเซียสคุ้มครองเหยื่อใต้การควบคุมของปลอกคอประหลาดไปถึงมือพวกผู้สนับสนุน เกือบไม่ทันกับอาการเสียเลือดอย่างหนักหลังจากปลอกคอปริแตกออกจนทำให้เกิดรูที่หลังคอ นับว่ายังดีที่การแพทย์แสนทันสมัยนั้นสามารถประคับประคองชีวิตชายมิวแทนท์ให้ไปถึงศูนย์การแพทย์ใกล้เคียงได้

“มีกลุ่มอื่น...” ลูเซียสลูบหลังคอตัวเองเล็กน้อยเมื่อครุ่นคิดดีแล้วถึงสิ่งที่รบกวนจิตใจของเธออย่างประหลาด

เธอเป็นอาวุธ ไม่ควรรู้สึก แต่ว่าคนรอบ ๆ ต่างอยากให้เธอเป็นมนุษย์ ใช้ใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงกับคนปกติที่สุดแม้ว่าทั้งพละกำลังและความสามารถของเธอจะไม่ใกล้เคียงกับคำว่าคนปกติเลยก็ตาม

ทว่าสิ่งที่เธอทำได้ดีก็คือ...การเลียนแบบ รินกับอาซาฮีมักจะมองย้อนกลับไปที่การเคลื่อนไหวของคนร้าย เขาอยู่ตรงไหน มาจากยานพาหนะไหน ถนนเส้นไหน และสุดท้ายเริ่มปรากฏตัวที่ใด หญิงสาวสับขาไปที่เจ้าหน้าที่

“กล้องวงจรปิดแถวนี้ยังทำงานอยู่ไหม?” ลูเซียสแตะไหล่เจ้าหน้าที่แผนกไอทีที่กำลังตรวจเช็กกล้องอยู่พอดี

“ครับ มีบางส่วนถูกสั่งปิดการทำงานบางส่วนเสียหายกำลังรวบรวมตำแหน่งทั้งหมด” รินกับอาซาฮีเองก็เข้ามาร่วมมองผลการตรวจสอบนั่นด้วย

“ก็ยังดีที่พวกมันไม่ฉลาดเท่าไหร่ ตรวจย้อนลำดับการเสียหายและสั่งปิดดูว่าพวกมันมาจากซอกหลืบไหน” อาซาฮีสั่งการต่อทันที

“อาซาฮี... เขามาจากแล็บ” ลูเซียสเงยหน้ามองเพื่อนร่วมทีมต่างดาวตัวสูง อีกฝ่ายรับฟังและพยักหน้า

“ค่ะ เขามาจากแล็บแน่นอน ปลอกคอนั่นเป็นรุ่นที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน คนละประเภทกับที่ลูเซียสเคยใส่ด้วย ทีมตรวจสอบกำลังประเมินความสามารถของมันอยู่ ดูเหมือนในโดมของเราจะยังมีแล็บเถื่อนซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียน... แต่หลังจากวันนี้อีกไม่นานก็จะถูกลากออกมาแน่นอนค่ะลุกซ์” เอเลี่ยนสาวมอบความมั่นใจให้กับเธอว่าเรื่องนี้จะจบโดยไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

“มีแล็บเยอะเหรอ?” หญิงสาวสงสัย

“เยอะมากค่ะลุกซ์... และบางแห่งก็อยู่นอกโดม เป็นพวกนอกกฎหมายโดยแท้จริงสร้างพยานอยู่อาศัยปลอมขึ้นมาแสร้งว่าอยู่อาศัยในเขตสีเทา แต่กลับซุกซ่อนและฝังเทคโนโลยีในการทดลองลงใต้ดินเพื่อหลบซ่อนจากภาพถ่ายดาวเทียม” อาซาฮีเหลือบมองข้อมูลที่วิ่งผ่านจอ

“ถนนที่หนึ่ง ตรงนั้นเป็นอาคารเก็บของเยอะ อาจจะทำชั้นใต้ดินผิดกฎหมายเอาไว้ ไปตรวจสอบกันเถอะค่ะ” อาซาฮียิ้มแย้ม ไร้ความกังวลบนใบหน้า

พวกผู้ร้ายตัวเล็กตัวน้อยโดนรวบจับอย่างรวดเร็วหลังจากที่หัวหน้ากลุ่มย่อยถูกจัดการ แต่ว่ามันไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้

“ไอ้ระยำนั่นทั้งที่เร็วที่สุดในแล็บแท้ ๆ ไร้ประโยชน์!! พวกเราเสียเงินไปกับแกตั้งเยอะ!” ชายสวมผ้าคาดหัวปิดบังใบหน้าด้วยแว่นกันลมและหน้ากากกันแก๊ส

“ส่งไอ้รัฐมนตรีสภาดาวห่าเหวอะไรนั่นออกมา พวกเราจะไม่ยอมให้โลกถูกปกครองด้วยเอเลี่ยนหรอกนะโว้ย! พวกแกทำงานบริหารกันยังไง!” จากคำพูดแล้วเขาคงเป็นตัวตั้งตัวตีในการก่อจลาจลและกลุ่มประท้วงหน้ารัฐสภาย่อยประจำเขตก่อนหน้า

ในมือของเขาถือกระบอกปืนจ่อไปที่ขมับของตัวประกันในแขนซึ่งเป็นเพียงแค่เด็กที่ร้องไห้จ้าเท่านั้น นั่นเป็นคำตอบว่าพลเรือนในพื้นที่ที่เหลือหายไปไหน

“อย่าให้ต้องพูดซ้ำหลายรอบ!!” เขาตะโกนด้วยน้ำเสียงดุดันไร้การลังเลหรือแววอ่อนข้อ “เอามันมาแลกกับตัวประกันทั้งหมด!” นั่นเป็นข้อตกลงที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยื่นเงื่อนไขใส่เจ้าหน้าที่ทั้งรัฐบาลและเอกชน

ลูเซียสมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย นึกประหลาดใจในความย้อนแย้งของตัวเอง กับตัวทดลองด้วยกันแล้วพอรอดมาได้เธอรู้สึกว่าไม่อยากให้พวกเขาหรือเธอเหล่านั้นต้องกลับไปมีชีวิตในห้องทดลองผิดศีลธรรมนั่นอีก กลับกันเมื่อเทียบด้วยประชาชนธรรมดาที่เพียงถูกปืนจี้ตัวเธอเองกลับไม่รู้สึกสงสารสักนิดเดียว จากนั้นเธอก็คิดขึ้นมาว่าหรือว่านี่จะเป็นความซับซ้อนทางจิตใจของเธอที่เป็นมนุษย์ขึ้นมาอีกนิด อิจฉา? เมินเฉย? เธอสลัดความคิดพวกนั้นออกจากหัวหลังจากที่ถูกเรียกให้แยกตัวออกมาจากแนวเจรจา

เธอและแฟร์ถูกสั่งให้ย้อนเส้นทางกลับไปเพื่อตรวจสอบฐานลับของพวกมันและจัดการพวกที่สั่งการปิดกล้องวงจรปิดระยะไกล จะมีเจ้าหน้าที่มิวแทนท์จากรัฐและหน่วยสนับสนุนจะไปกับเธอ หน้าที่ของเธอคือเก็บกวาดกลุ่มฝั่งผู้ก่อการร้ายที่ห่างออกไปจากจุดยุ่งเหยิงนี้และรอคำสั่ง

พวกเธอออกมาทันทีที่ดีโลไลน์บัญชาการ แผนการขั้นถัดไปไม่ได้ถูกบอกเอาไว้ ในตอนนี้มีแค่เรื่องเดียวให้ลงมือ

ทำให้มั่นใจซะ ว่าจะไม่มีกำลังเสริมออกมาจากรังของพวกมันอีก งานของเธอคือทำให้พวกมันทุกตัวสลบ และถ้าเจอผู้ร้ายในหมายจับตายจะฆ่าไปก็ไม่เป็นปัญหา มิวแทนท์ลูกผสมขยับแว่นเพื่อเปิดระบบจับรังสีความร้อน

ทีมชั่วคราวของเธอบุกรุกเข้าไปในเขตโกดังอย่างเงียบเชียบ ไม่มีคนเฝ้าแน่นหนาเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับจำนวนกลุ่มปะทะกลางเมืองเขตเหนือ

“ตรงนั้น...” ลูเซียสใช้เลเซอร์พ้อยท์ความร้อนชี้ไปยังตำแหน่งคนเฝ้ายามทางขวาของประตูโกดังในชุดเกราะพกอาวุธ แฟร์และคนอื่น ๆ สวมแว่นจับรังสีแล้วขานรับว่าเห็นเป้าหมายเดียวกัน

“อาชญากรข้ามเขตวิลสัน หมายจับตาย” ลูเซียสกะพริบตา เครื่องทุ่นแรงในแว่นทำให้ซูมภาพเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปได้นอกโหมดจับรังสีความร้อน

“จริงด้วย...งั้นหมอนั่นก็ไม่ต้องออมมือ” แฟร์กระตุกยิ้ม

“งั้นมีชี้เป้าหมายกันว่าเราเห็นเหมือนกันหมดไหมก่อนลงมือ” แฟร์ปรับโหมดแว่นและใช้เลเซอร์พ้อยท์ความร้อนชี้เป้าหมายทีละคนที่ยืนเวรยามเฝ้าโกดังสีเขียว กองกำลังด้านนอกโกดังมีหกคน พวกเขากันมาแค่สี่ ซึ่งแฟร์และลูเซียสจะเป็นคนเก็บเป้าหมายที่เกินมาเอง

“ในโกดังมีคนเฝ้าอีกสี่ค่ะ ให้เกิดเสียงดังคงไม่ดี” เจ้าหน้าที่หลินผู้มีพลังจิตในการมองไกลออกไปและมองทะลุสิ่งของในระยะรายงานจำนวนเป้าหมายเพิ่มเติม “อยู่ตรงทางเข้าไปยังใต้ดินกลางโกดังหลังตู้คอนเทนเนอร์สองคนและบันไดระเบียงอีกสองคน”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเธอจัดการข้างนอก ฉันจัดการข้างในเอง” แฟร์ยักไหล่ไม่เห็นว่าเหลือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่นัก เขาเป็นพวกมีพลังเคลื่อนที่ในพริบตา ในไม่ใช่เรื่องยากกับการจัดการคนหลายคนในเวลาสั้น ๆ

“เพราะงั้นพวกเธอข้างนอกก็จัดการไปคนละสองทีนี้ก็ลงตัวละ” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มขี้เล่นและไม่ยอมให้ลูกทีมปฏิเสธเพราะดันหายตัวไปทันทีที่พูดจบความต้องการของตัวเอง

“คุณแฟร์เนี่ยเป็นพวกเอาแต่ใจเรื่องแย่งรับภาระไม่เปลี่ยนเลยแฮะ” เจ้าหน้าที่ไฮบริดเสือดาวร็อกบ่นออกมาและกระโจนออกไปจากจุดซ่อนตัวด้วยความรวดเร็วตามศักยภาพพิเศษของกลุ่มร่างกายครึ่งสัตว์ที่มีกล้ามเนื้อยืดหยุ่นอันเยี่ยมยอด

ทั้งหลินและลูเซียสจึงพุ่งตัวออกไปตามหลังเขาก่อนจะแยกออกไปคนละทางเพื่อจัดการเวรยามแต่ละจุด พวกมันรู้ตัวทันทีเพราะพวกเขาไม่ได้ซ่อน แต่เลือกเข้าปะทะตรง ๆ ราวกับวู่วาม

จุดแดงและเส้นแสงสีเดียวกันปรากฏในสายตาของลูเซียสอีกครั้งด้วยความเร็วของเธอมันจึงไม่เป็นปัญหาในการหลบเลี่ยงวิถีประสุน คนแรกที่เธอจัดการคืออาชญากรที่มีหมายจับตาย ก่อนจะผละจากศพที่ไร้หัวเพราะคมดาบไปยังคนเฝ้าโกดังอีกข้าง เธอหมุนคมดาบเข้าหาตัวเพื่อใช้สันดาปกระแทกรอยต่อระหว่างเกราะและหมวกกันกระแทก ด้วยพลังไฟฟ้าของดาบทำให้เขาถูกช็อตจนสลบโดยไม่ต้องใช้พลังจิตของลูเซียสสักนิด

ทั้งหลินและร็อกต่างก็เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง พวกเขาใช้เวลาใกล้เคียงกับลูเซียสในการจัดการสองคนเพื่อจบงาน

ร็อกถอนหายใจ หลินสำรวจโดยรอบด้วยพลังจิตเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบซ่อนอยู่อีกในส่วนดัดแปลงลับตรงไหนของโกดัง

“หมดแล้วค่ะ ชั้นใต้ดินเป็นผังฐานลับทั่วไปมีส่วนพักผ่อน ห้องเก็บข้อมูลกับอาวุธ ไม่มีส่วนเชื่อมแล็บตรงไหนเลย” หลินส่ายหัว เธอไม่ได้อยู่ในระยะที่จะได้ยินแกนนำตะโกนอย่างหัวเสียก่อนมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่ามิวแทนท์ผู้สวมปลอกคอคนนั้นถูกซื้อมาจากแล็บต่างหาก

ไม่ทันได้หารืออะไรแฟร์ก็ติดต่อมาทางอุปกรณ์สื่อสารให้ลากคนเฝ้าเวรลงมาด้านในโกดังเพราะเขาจะใช้พลังเคลื่อนย้ายขนสมาชิกกลุ่มอะไรสักอย่างไปที่หน่วยสอบสวนกลางก่อน แต่ไม่จำเป็นต้องนำศพหนึ่งเดียวในที่นี่กลับไป ร่างของเขาจะกลายเป็นการยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้ถูกบุก แต่การที่หน่วยเฝ้ายามหายไปมักจะทำให้คนที่กลับมายังฐานพร้อมปะทะและเข้าไปติดกับบ่อยครั้ง ร็อกและแฟร์ได้แต่หวังว่าครั้งนี้เป้าหมายของพวกเขาจะเป็นเช่นนั้นด้วย

[เฮลโหลว~ ทีมทำความสะอาดได้ยินไหมเอ๋ย?] เสียงของดีโลไลน์ดังออกมาจากอุปกรณ์สื่อสารของทุกคน

“ท่านประธาน...” ร็อกพูดไม่ออกเขารู้ว่าคนตำแหน่งใหญ่สุดในเอ็นเลสสองคนเป็นพวกขี้เล่นแต่ไม่คิดว่าจะกระทั่งในขณะภาคสนามด้วย

“ได้ยิน...ค่ะ” ลูเซียสขานรับทันที

“สัญญาณไม่มีสะดุดเลยค่า” หลินกลั้นหัวเราะ

[อีกราวสิบนาทีเป้าหมายจะไปถึงฐาน หลิน ร็อก หาสถานที่เหมาะกับการซ่อนตัว ทำให้ห้องเก็บเอกสารกระจุยกระจายซะ จากนั้นคอยสนับสนุนแฟร์เขากำลังจะกลับไปคงอีกสามนาที ส่วนลูเซียส...หน้าที่ของเธอ ปล้นท่านทูตมาจากแกนนำแบบบาดเจ็บน้อยที่สุดทั้งสองฝ่าย]

“...รับทราบ?” ลูเซียสขมวดคิ้วกับคำสั่ง ปล้นท่านทูตมาจากแกนนำ? ทางทีมเจรจายอมให้อาซาไรถูกแลกกับตัวประกันมนุษย์สินะ เธอไม่คิดว่ามันแปลกเท่าไหร่กับเรื่องเสียส่วนน้อยเพื่อส่วนรวม

แต่นี่นับเป็นการกลับคำพูดหรือเปล่า? ก็ให้ท่านทูตเพื่อแลกตัวประกันไปแล้วแต่มาดักชิงตัวคืนทีหลังเนี่ย ดูไม่เป็นคนดีเหมือนความถูกต้องอะไรทำนองนี้เท่าไหร่เลย ศีลธรรมนั้นกำหนดสืบทอดกันมาว่าการสับปลับย่อมเป็นเรื่องราวของการหลอกลวง ไร้ความน่าเชื่อถือ ในเมื่อเป็นการหลอกลวงจึงไม่นับเป็นศีลธรรม

แต่แม้จะสงสัยว่าทำไมเบื้องบนจึงมีคำสั่งย้อนแย้งกับการแสดงออกต่อหน้าแกนนำผู้ก่อความไม่สงบ เธอก็เก็บงำความคับข้องใจนั้นไว้ถามอาซาไรหรือพ่อบุญธรรมคนนั้นภายหลังได้

เธอจัดระดับศีลธรรมไว้หลายระดับจากนั้นลูเซียสจึงเข้าใจและตอบคำถามได้ด้วยตัวเอง ศีลธรรมนั้นจะไม่ยอมลงให้กับการโกหกหลอกลวง หรือเสียสัจจะ ทว่าชีวิตหนึ่งนั้นสำคัญกว่าความซื่อสัตย์มากนัก การช่วยชีวิตตัวประกันเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าตัวประกันนั้นจะเป็นใครหรือยืนอยู่ฝั่งใดก็ตาม

เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นศพของอาชญากรข้ามโดมบนพื้น เกิดความลังเลขึ้นมาว่าแล้วพวกเขาล่ะ ยังเป็นกลุ่มที่ควรจะไว้ชีวิตหรือไม่?

 

อาซาไรถูกควบคุมด้วยกลุ่มแกนนำกับลูกน้องกลับมายังฐานลับ เมื่อเห็นศพที่หน้าทางเข้าผู้เป็นหัวหน้าจึงหัวเสียอย่างรุนแรงและใช้ให้กลุ่มคุ้มกันลงไปตรวจสอบ ไม่นานนักก็ได้ความว่ามีผู้บุกรุกและค้นเอาเอกสารสำคัญไปหลายอย่าง ไม่พบพวกที่เหลือเป็นไปได้ว่าจะยังมีชีวิตถ้าไม่ถูกจับไปก็คงกำลังไล่ล่าผู้บุกรุกอยู่

ชายแก่เดาะลิ้นเสียงดังกลอกตาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ เพราะลูกน้องของเขาที่ลงไปก็ไม่ได้โดนเก็บเจ้าหน้าที่น่ารำคาญพวกนั้นไม่น่าจะอยู่แถวนี้

“เอาไอ้สัตว์ประหลาดนี่ลงไปใต้ดิน ทำให้แน่ใจว่ามันจะหลับสนิทในแคปซูลเคลื่อนย้าย” แกนนำหัวรุนแรงออกคำสั่งให้ลูกน้องจัดการไปตามต้องการ อาซาไรไม่มีท่าทีขัดขืนต่อต้าน เขายอมให้ฉุดลากไปแต่โดนดี

“รูปร่างน่าขยะแขยงแต่อ่อนแอสิ้นดี ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรนักหนาขนาดให้นั่งเก้าอี้เป็นรองท่านนายก” ชายแก่ถ่มน้ำลายลงพื้นหน้าโกดัง

ที่ชั้นใต้ดินมีห้องเก็บอาวุธและแคปซูลแมชชีนทางการแพทย์เตรียมเอาไว้ พวกเขาดูรีบร้อนไม่น้อย และค่อนข้างตึงตังกับท่านทูตตัวสูงผิวฟ้าอมม่วง ไม่ได้ปฏิบัติด้วยอย่างอ่อนโยนเท่าไหร่

“ยาสลบจะได้ผลกับมันแน่เหรอครับ...” ลูกน้องคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับหัวหน้ากลุ่มย่อยตัวเอง

“ยิง ๆ ไปเหอะ ข้างบนสั่งให้จัดการยังไงก็ทำไปตามนั้น” หัวหน้าสั่นหน้าไม่ใส่ใจเท่าไหร่

อาซาไรขยับตัวหนีแต่ก็ช้ากว่าปืนยิงยาสลบขนาดเล็กเจาะเข้าหลังคอ พวกลูกน้องถือปืนยิงยาสลบคนละกระบอกและใช้จังหวะที่เอเลี่ยนสูงโย่งมัวแต่มองข้างหน้าสบโอกาสจัดการ อาซาไรกุมหัวโงนเงนเล็กน้อยและล้มลงกับพื้น

ลูเซียสเฝ้ามองทุกอย่างจากบนเพดานแฝงตัวในความมืด พวกมันไม่มีใครเป็นรีดดิ้งไม่งั้นคงจะพบเธอตั้งแต่เข้ามาแล้วเพราะเธอใช้พลังแรงโน้มถ่วงดึงตัวเองให้นอนราบกับเพดานที่สูงขึ้นมาแต่ไม่มีอะไรให้เกาะเกี่ยวทรงตัว ไม่มีใครเอะใจว่ามีมากกว่าพรรคพวกของตัวเองอยู่ในฐานใต้ดินด้วย

“เราต้องส่งตัวมันต่อให้เร็วที่สุดแล้วแยกย้ายกบดาน” ชายแก่คว้าข้าวของยัดใส่เป้และเปิดเซฟที่ซ่อนเอาไว้ในผนังหลังโซฟา พวกมันเป็นเอกสารบางอย่างกับทองคำแท่ง

พลังของลูเซียสกำลังจะหมดเวลาแสดงผลอีกสิบวินาทีเศษเธอจะร่วงลงไปด้านล่างกลางรังโจร แต่นั่นก็คิดทางรับมือเอาไว้แล้ว... เธอเองก็ไม่ได้ตัวคนเดียว

“รีบเอามันใส่แคปซูลขนของแล้วไป!” 

ร่างของลูเซียสหล่นมากลางวงหลังจากที่พวกลูกน้องปิดฝาแคปซูลการแพทย์ทำราวกับขนส่งผู้ป่วยทั่วไป

“แก!! ยิงมัน!!!” ชายแก่สบถลั่นเมื่อเห็นว่าใครร่วงลงมาจากเพดาน

“อ่อนแอ... ไม่ระวังตัว” ลูเซียสพ่นลมหายใจใช้สองคำนี้ประเมินชายมีอายุตรงหน้า ก่อนที่กระสุนจะถึงตัวเธอเลือนเหมือนภาพเบลอแล้วเข้าจู่โจมลูกน้องรอบด้านที่ถืออาวุธหนักให้ล้มลงก่อนใคร แฟร์ปรากฏจากความว่างเปล่าเข้าจับกุมชายแก่ให้หมอบกับพื้น หลินและร็อกพุ่งตัวออกจากล็อกเกอร์ใส่ชุดปะทะกับพวกพกอาวุธเบา

เดิมทีหากพลังแรงโน้มถ่วงมีระยะเวลาในการพักใช้งานสั้นกว่านี้ลูเซียสจะเลือกดึงพวกเขาให้กระแทกผนังจนสลบอย่างไม่ต้องสงสัย เธอฝึกใช้พลังมาหลายรูปแบบเพื่อรับมือสถานการณ์ตึงเครียดต่าง ๆ และกรณีสร้างพื้นที่แรงโน้มถ่วงนอกแนวระนาบปกติจำนวนมากที่สุดเธอสามารถสร้างได้ถึงหกแห่ง

ลูเซียสเอี่ยวตัวหลบวิถีกระสุนที่มองเห็นจากเอกลักษณ์การกลายพันธุ์ของเอมพาธีและกระโดดขึ้นหมุนตัวกลางอากาศเพื่อเปลี่ยนวิธีการโจมตี ในตอนนั้นเองสิ่งที่ดูเหมือนกับดักก็ทำงานขึ้นผนังฐานใต้ดินเด้งออกเป็นช่องเล็ก ยิงลูกศรปลายแหลมออกมา

หน่วยของเอ็นเลสนั้นถูกจัดให้มีประสิทธิภาพและเล็กที่สุดเท่าที่ศักยภาพโดยรวมของทีมจะอำนวย นั่นเป็นที่มาของหน่วยเซตห้า ยกเว้นหน่วยซีโร่ที่สมาชิกแต่ละคนสามารถกระจายไปทำงานเดี่ยวกับทีมอื่นได้ นั่นเป็นเพราะสมาชิกหลักของทีมเซทซีโร่นั้นมีความสามารถมากพอจะเอาตัวรอดในภาคสนามได้แม้จะอยู่คนเดียวก็ตาม

แม้ว่าทุกคนในหน่วยจะยังติดพันกับผู้ร้ายคนอื่น ลูเซียสก็สามารถเปลี่ยนการเคลื่อนไหวกลางอากาศได้เหมือนแมวเก้าชีวิต ศรนั่นจึงปักเข้าไหล่ชายที่เธอสลัดไม่หลุดแทนก่อนจะล้มลงไปกับพื้นแน่นิ่ง ถ้าไม่ใช่ยาสลบอย่างแรงก็คงเป็นยาพิษที่ขึ้นรายชื่อห้ามค้าขายแน่นอน

“เคลียร์!” หลินตะโกนหลังจากทำให้เป้าหมายของเธอสลบไปได้ ร็อกตะโกนตามมาติด ๆ แฟร์กับลูเซียสมองหน้ากันแล้วพยักหน้าให้ร็อกนำท่านทูตออกมาจากแคปซูลแมชชีนได้

หลินเริ่มขมวดคิ้วรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ เพราะเท่าที่เธอสำรวจด้วยตาทิพย์ในครั้งแรกเธอไม่พบกลไกกับดักอยู่เลย สสารต่อต้านพลังจิตประเภทสอดแนม?

“อย่าคิดว่ามีแค่พวกแกที่ฉลาดสิเจ้าเด็กเมื่อวานซืน” ชายแก่แสยะยิ้ม ผนังฝั่งหนึ่งเด้งตัวออกพร้อมมิวแทนท์อีกหลายคนพุ่งออกมา หนึ่งในนั้นประชิดตัวลูเซียสเร็วยิ่งกว่าใคร ๆ เงื้อมมือที่ปราศจากอาวุธนั้นสัมผัสบีบใบหน้าของหญิงสาวอย่างแรงก่อนที่กระแสพลังจิตจะส่งผ่านถึงเธอโดยตรง ลูเซียสรู้สึกปวดหัวจี๊ดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพตรงหน้าเริ่มเบลอเหมือนจะสลบได้ทุกเมื่อ

แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เจ้าหล่อนก็ปัดมือข้างนั้นออกและใช้พลังแรงโน้มถ่วงขั้นรุนแรงกับมิวแทนท์ที่บุกเข้ามาใหม่ทันที โชคเหมือนจะเข้าข้างลูเซียสที่พวกเขามีกันแค่สี่คนทุกคนจะกระเด็นกระแทกเพดานเสียงดังก่อนจะถูกดึงตกลงมาบนพื้นอย่างแรง หากซี่โครงไม่ร้าวก็คงเป็นกรามหรือแขนขาแน่นอน เธอตั้งความแรงเอาไว้ที่ระดับจะสกัดการเคลื่อนไหวของศัตรู

“ลู!!!” แฟร์ทิ้งชายแก้ไว้กับร็อกแล้วรีบเข้าไปประคองหญิงสาวที่ถูกจู่โจมโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังอะไร “เธอเป็นอะไรลู!?” เขาร้อนรนจนไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าอาซาไรเองก็ยืนประคองลูเซียสอยู่

“ไม่ เคยเห็น...ออร่านั่น” ลูเซียสพยายามตอบและทรงตัวอยู่บนสองขาแต่บางอย่างในหัวของเธอหมุนวนจนเห็นห้องโคลงราวกับในใต้ท้องเรือ

“พลังวาร์ปของนายยังเหลือพาเธอกลับไปที่หน่วยพยาบาลเอ็นเลสแฟร์ พวกเราจะตามไปทีหลัง” อาซาไรออกคำสั่งส่งเธอให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างแฟร์

“เอาเด็กคนนั้นไปกับนายด้วย ต้องปลดปลอกคอเธอออกก่อนมันจะระเบิด ดีที่ผู้สั่งการไม่มีรีโมตในมือแล้ว” ท่านทูตเหลือบมองชายแก่ที่ถูกมัดมือไพล่หลัง

“บ้าอะไรวะ! ทำไมแกไม่สลบ!” เขาสบถลั่น

“เรียนคุณอลิสมัน ทุกสายพันธุ์ไม่อาจใช้ยาสลบโดสเดียวกันได้ และไม่อาจใช้ยาสลบที่มีองค์ประกอบเดียวกันได้...” อาซาไรคลี่ยิ้มใบแบบของเขาก่อนจะเมินเฉยต่อผู้นำกลุ่มย่อยนี้และเอ่ยต่อทันที “คุณหลินกับคุณร็อกรบกวนพวกเขาขึ้นรถด้านนอกโกดังไปกับผมด้วย ทางเอ็นเลสน่าจะส่งรถมาแล้วพร้อมกำลังเสริมในการเก็บกวาดข้อมูลอันมีค่าจากฐานแห่งนี้”

ลูเซียสเพิ่งรู้ว่าที่เขาไม่มีทีท่าตกใจ ไม่ใช่เพราะพวกเธออยู่กันครบถ้วนพร้อมชิงตัว แต่เพราะรู้ว่ายาสลบที่พวกมันจะใช้กับเขาเป็นยาที่ไม่ได้ผล อีกอย่างแคปซูลแมชชีนเป็นระบบนิรภัย อยู่ข้างในตอนเกิดการปะทะปลอดภัยยิ่งกว่าหลบอยู่หลังกำแพงเสียอีก

แผ่นหลังของท่านทูตที่สั่งการต่าง ๆ เป็นภาพสุดท้ายที่ลูเซียสเห็นก่อนจะหมดสติไป

 

 

--------------------------

ชื่อบทเป็นสำนวนค่ะ Take a leaf out of book = เลียนแบบการกระทำคนอื่น

ช่วงทอร์ค :: ลงเลทแบบไม่มีนิยายมากั้น พอดีเห็นอาร์ตคนเกาหลีนิยายเรื่องหนึ่งมานานมากๆแล้วอยากอ่านมาตลอดเลยแต่ภาษาอังกฤษก็ไม่แข็ง ภาษาเกาหลีก็ไม่เป็นเลยได้แต่ไถชื่นชมแฟนอาร์ตและภาพประกอบนิยายกับมังฮวาเรื่องนั้นอยู่บ่อยครั้งจนกระทั่งมีเพจแปลมังฮซาเรื่องนั้นแบบไทย เพิ่งลงตอนแรกไปไม่นานแล้วมีอีกคนมาแชร์นิยายแปลของเรื่องเดียวกัน ก็เลยอ่านตาแฉะ 137 ตอนในสองวันค่ะ 55555555555555555555555555555555555555555555 

ได้แต่คิดว่า Endlessน่ะจะไม่ทันเดดไลน์แล้วนะ! อีกใจหนึ่งของเรามันก็บอกว่าเหยแกร ลงอาทิตย์ล่ะตอนตราบใดที่ไม่ข้ามไปวีคหน้ามันก็นับเป็นวีคละตอน!! ตัวฉันที่อ่อนแอก็เลย ได้ มาอ่านน้องเคลรวดให้จบ137ตอนที่แปลปัจจุบันกันเถอะจะได้ไม่ต้องมานั่งไล่อ่านวันละนิดละหน่อยแล้วต้องเปลี่ยนตารางเวลาใหม่… แทรกมันทั้งยวงไพเรย/โดนตี

ไปติดเรื่องนี้มากค่ะ > คุณ​ชายไม่เอาไหน​แห่งตระกูล​ท่านเคานต์ (Trash Of The Count's Family)

เห็นอาร์ตมานานได้อ่านหนำใจสักที ชอบตัวเอกแบบน้องเคลมาก ให้อารมณ์โมเดลจอมขี้เกียจของเอซ(ลูกเราอีกเรื่อง)มากๆ แต่ต่างกันหน่อยเรื่องเป้าหมาย อยากอ่านต่อแต่เจอแต่เว็บจ่ายเงินซึ่งเป็นเถื่อนไม่ได้ขึ้นกับสนพ.แล้วเงินไม่เข้านักเขียนก็เลยกดปิดเว็บอย่างช้ำใจ ฮือ ได้แต่หวังให้มีสำนักพิมพ์รีบ ๆ ไปLCฉบับนิยายมาเหมือนSolo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #16 faza205317 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 07:33
    เราปิดเน็ตเลยไม่ได้เข้ามาอ่านนนน เราขอโทดดด
    #16
    2
    • #16-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 12)
      7 กันยายน 2563 / 09:29
      แง มีคุณfazaคอยคอนเม้นเป็นกำลังใจเรื่องนี้ไม่ให้เหงาก็ดีใจมากๆแล้วค่ะYY
      #16-1