Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 1 : Role.0 - Endless 00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

Role.0 - Endless 00

 

โลกของมนุษย์? ถ้อยคำที่กลืนหายไปตั้งแต่ช่วงที่โลกได้ถูกมนุษย์ด้วยกันเองทำลายสมดุล สภาพอากาศวิปริต คุณภาพของดินและน้ำที่เสื่อมถอย เทคโนโลยีที่ทำใช้มนุษย์ช่วงชิงความสมดุลออกจากธรรมชาติที่จากมา โลกนั้นไม่ได้เป็นของเรา มันอยู่และหมุนไปตามกฎของธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตที่ต้องรับบาปของมนุษย์ สัตว์ป่าที่ถูกไล่ต้อนทำให้สูญพันธุ์ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สาม สภาพของโลกถูกผลกระทบตกค้างทำให้เปลี่ยนไปอย่างมาก

ภายหลังการฟื้นฟูอันเหมือนไม่สิ้นสุด มนุษย์ครึ่งหนึ่งได้เลือกจะค้นหาดวงดาวใหม่ พลังงานใหม่ อีกครึ่งเลือกจะปักหลักวิจัยฟื้นฟูโลกใบเดิมที่อยู่มานาน ด้วยความเติบโตของเทคโนโลยีเราได้รับการติดต่อจากดวงดาวที่ห่างไกลออกไป

เพราะการสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาในบรรทัดฐานของพวกมนุษย์พวกเขาได้ทำการติดต่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร

โดยไม่รู้ว่าชาวต่างดาวที่เข้ามาตีสนิทเป็นพวกซิกเอมม์ สายพันธุ์ล่าทรัพยากรดวงดาวกระทั่งมันนำไปสู่สงครามระหว่างดาวเคราะห์

โลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สิ่งมีชีวิตทรงพลังและลึกลับมากมายปรากฏตัวขึ้นเลิกที่จะหลบซ่อนแฝงตัวปะปนกับเหล่ามนุษย์ ราวกับมาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์

แต่แท้จริงแล้วไม่... พวกเขาต่างปรากฏขึ้นเพื่อปกป้องบ้านเกิดตัวเอง สงครามที่ทำให้มนุษย์ตระหนักรู้ มนุษย์ไม่ใช่เจ้าของโลก หรือเพียงกลุ่มสปีชี่ย์เดียวที่มีภาษาเป็นของตนและสติปัญญาสูง ไม่ใช่ผู้เดียวที่มีวิทยาการ และวิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นวิทยาการเดียวบนโลก

เลิกที่จะซ่อนเร้นในโลกที่มนุษย์คิดว่าตนเองครอบครอง ปรากฏตัวภายใต้เงื่อนไขเดียวที่ให้ความช่วยเหลือ

‘จงเลิกครอบครองโลกไว้แต่เพียงผู้เดียว’

ในสงครามมนุษย์ดิ้นรนจะมีชีวิตจึงได้ทดลองอย่างผิดศีลธรรมเพื่อสร้างไฮบริดขึ้น มนุษย์ที่แข็งแกร่งและมียีนสัตว์ทรงพลังไหลเวียน ร่างกายที่ผิดแปลกไปเกือบจะกลายเป็นยุคสมัยการเหยียดแบ่งแยกชนชั้นของทหารไฮบริดกับพลเมืองมนุษย์ปกติ

โลกดิ้นรนจะหลีกเลี่ยงการสูญสิ้นชีวิตบนพื้นผิวดาวไม่ว่าจะด้วยบังเอิญหรือเป็นความจงใจใด มนุษย์ที่มีพลังพิเศษอย่างลับ ๆ เหล่านั้นเคยถูกเรียกว่าผู้มีพลังจิต ระหว่างที่ถึงคราววิกฤตบนโลกเหล่ามนุษย์ก็ได้วิวัฒนาการก้าวกระโดด เกิดการมิวแทนท์ทั้งที่เคยเป็นคนปกติ และทวีจำนวนกลายเป็นว่ามีผู้มีพลังจิตในประชากรร้อยละห้าสิบของทั้งหมด

เมื่อสงครามดวงดาวดำเนินมาระยะหนึ่งเราก็ได้รู้จักกับสภาดาวดวง ซึ่งเป็นสมาคมปกป้องดาวทรัพยากรล้าหลังจากพวกล่าสินค้าดาวเคราะห์ไม่ว่าทางเชื้อเพลิงแกนดาว ทรัพยากรมีชีวิตหรือไร้ชีวิต พวกเขาส่งเจ้าหน้าที่ต่างดาวหลากหลายเชื้อพันธุ์มาช่วยขับไล่ จนในที่สุดพวกซิกเอมม์ถูกขับไล่หายไปที่ปลายขอบกาแล็กซี่

การสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาสูงเหนือบรรทัดฐานของพวกมนุษย์ พวกเราได้ตกลงอยู่ในรายชื่อดาวทรัพยากร และเริ่มทำการติดต่อแลกเปลี่ยนร่วมไปกับการฟื้นฟูผิวดาว

หลังจากสงครามดวงดาวครั้งที่หนึ่ง โลกได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง เทคโนโลยีต่างดาวล้ำหน้าที่นำมาเกื้อหนุนกัน อุดช่องโหว่ของคำว่าเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริง

หน่วยงานลับของโลกที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไปได้เปลี่ยนจากชื่อของภาคีผู้มีพลังพิเศษเพื่อปกป้องผู้มีพลังพิเศษ กลายมาเป็นEndless หน่วยงานที่ไม่ขึ้นต่อรัฐหรือประเทศใด จัดขึ้นเพื่อรวบรวมผู้คนที่ต้องการจะปกป้องบางอย่าง จากบางสิ่ง ภายใต้นโยบายแสนแง่ดี

‘หน่วยงานของโลก ผู้มีหน้าที่ปกป้องทุกชีวิตบนโลก จากทุกสิ่งที่หมายเอาชีวิตอย่างผิดกฎหมาย’

หน่วยงานเอกชนที่มีเงินสะพัดและอัตราการจ้างวานบ่อยครั้ง Endless กลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนศักยภาพ และบุคลากรมีความสามารถกระจายไปยังหน่วยงานของรัฐ และเอกชนทั่วโลก

เมื่อความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นทั้งภายในโลกและนอกโลกที่มาเยือน การปรับตัวครั้งใหญ่ทำให้ทิวทัศน์ของเมืองผสมปนเปอย่างยุ่งเหยิง อาคารบนดินก่อสร้างคล้ายเดิมในโดมทรงดอกเห็นขนาดยักษ์ ผู้อาศัยชั้นบนนั้นจะได้อยู่ในเขตจำลองเหมือนเก่าที่คล้ายก่อนสงคราม แต่ประดับไปด้วยพืชพรรณปกคลุมตามหลังคาหรือกำแพงอาคาร ลำต้นดอกเห็ดเป็นชั้นและห้องอาศัยที่เล็กลดหลั่นลงมาตามฐานะผู้อาศัยเพียงพอสำหรับมีชีวิตอย่างไม่ฟุ่มเฟือย มียานพาหนะที่ไม่มีล้อสัมผัสกับพื้นผิวขณะวิ่ง ไร้คนขับ และในปัจจุบันพวกเรายังมีศูนย์บัญชาการ และยานอาศัยที่ลอยเคว้งอยู่ในวงโคจรอีกหลายลำเรือ เป็นบ้านให้กับมนุษย์สามจำพวก สายเลือดโบราณ และเพื่อนบ้านห่างไกลที่มาท่องเที่ยวเยี่ยมเยือน

Endless มีฐานที่มั่นทั้งบนภาคพื้นดินช่วงเขตใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลกที่โดมจำลองเก่าหมายเลข 4 และยานขนาดใหญ่นอกวงโคจร ทั้งสองที่ต่างใช้เป็นศูนย์หลักได้ทั้งคู่ เพื่อส่งคำสั่งไปยังฐานที่มั่นย่อยตามภูมิภาคต่าง ๆ หรือยานลูกในระหว่างสำรวจ ผู้คนมักคิดว่าผู้บัญชาการสูงสุดถูกแยกออกเป็นสองนั่นเป็นคนคานอำนาจกันและกัน เพื่อไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งฝ่าฝืนทำลายกฎขององค์กรขนาดใหญ่ ทั้งที่จริงแล้วหากได้มาทำงานที่เอ็นเลสละก็ คุณจะพบว่าเรื่องความสัมพันธ์ของผู้บัญชาการใหญ่ภาคพื้นดินกับภาคดาราจักรนั้นไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด ก็แค่ไม่มีคนพูดกันเท่านั้น

 

 

ศูนย์ช่วยเหลือกลางส่งตัวหญิงสาวเข้ามาในอาคารหลักของเอ็นเลส พนักงานที่รับเรื่องเอาไว้ก็ทักทายพนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตาด้วยหน้าที่ นำทางพวกเขาไปยังห้องรับรองขนาดใหญ่ โถงรับแขกสีขาวโพลน แซมด้วยสีเขียวเฉดต่างกันไปตามกระถางรอบห้องบนผนัง ในขณะนี้เป็นฤดูร้อน อากาศด้านนอกอบอ้าวก็จริง แต่เมื่อก้าวเข้ามาในอาคารมวลอากาศเย็นก็ห่อหุ้มร่างของผู้มาเยือนเอาไว้ขับไล่ความเหนื่อยล้ากับสภาพอากาศให้หายไป

“นัมเบอร์ 213 รออยู่ที่นี่จนกว่าจะมีคนมารับ” พนักงานศูนย์ช่วยเหลือออกคำสั่งกับหญิงสาวที่มาด้วยกัน เธอพยักหน้ารับคำสั่งนั้นและนั่งหลังตรงรอบนเก้าอี้ทรงไข่

ไม่กี่นาทีถัดจากเจ้าหน้าที่ส่งคนออกไป คนที่รับช่วงต่อก็เปลี่ยนหน้าเดินเข้ามา

“พี่! ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปแกล้งเด็กใหม่!” เสียงเอะอะดังขึ้นพร้อมกับประตูเลื่อนที่เปิดออกอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าโวยวายออกมา เขากระฟัดกระเฟียดและหันไปตีหน้าบึ้งใส่คนที่เดินตามมา เขามีปากกระจับหยักสวยที่กำลังยิ้มแสดงอารมณ์สนุกสนานเจ้าเล่ห์ ใบหน้าของเขาถูกผมหน้าน้ำตาลแดงไว้บังแนวดวงตามิด ด้านหลังครึ่งหัวบนรวบสูงปล่อยผมที่ยาวทิ้งตัวลงมาอย่างเป็นเอกลักษณ์ยิ่งกับที่เขาไถผมจนเห็นหนังหัวที่ครึ่งล่าง สูทดำพาดพักไว้บนไหล่ทั้งสองตัดกับเชิ้ตสีชมพูแสบตาและสายเอี๊ยมดำกับเนกไทและกางเกงสีเดียวกัน มันบ่งบอกว่าเขาเป็นคนมีสไตล์การแต่งตัวค่อนข้างจัดทีเดียว รวมไปทั้งรองเท้าสีเหลืองแสบสันที่ถ้าปิดไฟก็น่าจะเรืองแสงไปด้วย

“เอาน่า นิดหน่อยเอง นายเคร่งเกินไปลูกน้องจะกลัวเอานะดีวาเลน” คนที่ถูกต่อว่ายิ้มแย้มแล้วตบบ่าคนที่สูงกว่า

“ทำตัวให้สมเป็นคนใหญ่คนโตหน่อยสิพี่ ปาเข้าไปจะห้าสิบหกแล้วนะ” ดีวาเลนปากคว่ำใส่พี่ชายที่ส่วนสูงน้อยกว่าหนึ่งช่วงหัว คนเป็นน้องเทียบกันแล้วค่อนข้างแต่งตัวภูมิฐานเน้นไปทางสีกรมท่าตัดขาว ลูกน้องที่ตามทั้งคู่มาต่างมีใบหน้าสูงวัยกว่าและกำลังทำสีหน้าเอือมระอาเล็กน้อย อายุจริงของบอสพวกเขานำไปไกลกว่าใบหน้ามาก อาจเพราะทั้งคู่มีสายเลือดของสายเลือดโบราณไหลเวียนอยู่ เรื่องสภาพร่างกายและอายุขัยจึงยืนยาวกว่ามนุษย์ปกติรวมไปทั้งอัตราการเจริญเติบโตทางกายที่ชะลอตามไปด้วยยังดูเพียงสามสิบกว่าเท่านั้น

“แขกอยู่ในห้องด้วยนะครับท่าน” คนสนิทด้านหลังกระแอมเลือกจะพูดออกมา สองคนด้านหน้าถึงนิ่งไปและหันไปให้ความสนใจกับหญิงสาวคนเดียวในห้องที่มองมาโดยไม่แสดงสีหน้าใด

“อะแฮ่ม... ฉันดีวาเลน ผู้บังคับบัญชาการเอ็นเลสภาคดาราจักร” เขาแนะนำตัวหลังจากเสยผมให้เข้าที่เข้าทางและจัดสูทอย่างรวดเร็วเดินอ้อมแนวกำแพงต้นไม้ประดับมานั่งลงตรงข้ามแขกโดยเยื้องออกมาให้พี่ชายลงมานั่งคู่กันด้วย

“ดีโลไลน์ ผู้บังคับบัญชาการเอ็นเลสภาคพื้นผิวโลก” คนเป็นพี่โดดลงนั่งโซฟาตรงข้างกัน พวกเขาเงียบไปและรอให้อีกฝ่ายโต้ตอบ

“...” แต่รอจนจะครบสิบนาทีคนฝั่งตรงข้ามก็ทำเพียงแค่มองตรงไปที่พวกเขา และนิ่งเงียบ

“ดูเหมือนว่าจะร้ายแรงอย่างที่ทางศูนย์รายงานมานะครับ... นัมเบอร์213 รายงานตัว” คนสนิทดีโลไลน์ด้านหลังอ่านข้อความในบอร์ดสื่อสารภายในองค์กรขนาดเท่าฝ่ามือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยพกพาง่ายม้วนได้และเบา เขาออกคำสั่งกับเธอ และอย่างที่คาดการณ์ร่างนั้นมีการตอบสนองต่อคำสั่งเท่านั้น

“หมายเลข213 รายงานตัว สภาพร่างกายปกติ ภาวะพลังปกติ” เธอกะพริบตา และเอ่ยปากด้วยโทนเสียงราบเรียบไร้อารมณ์

“...” ดีโลไลน์ใบ้ไป เขาแบมือของบอร์ดเอกสารที่มีลักษณะคล้ายแผ่นพลาสติกค่อนข้างใสจากคนสนิท ไล่รายชื่อเปิดบันทึกและส่งให้หัวหน้าของตน ดีวาเลนก็ได้อ่านเอกสารจากลูกน้องของตนเช่นกัน ในรายงานระบุถึงการบุกทำลายฐานของผู้ก่อการร้ายกลุ่มที่มีกำลังทรัพย์พอจะวิจัยเถื่อนได้ซ่องสุมกองกำลังพิเศษแบบใช้แล้วทิ้งเอาไว้ รัฐบาลและเอ็นเลสได้ผนึกกำลังกันสืบสาวหาตำแหน่ง บุกโจมตีและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตทั้งหมด 16 คน

หมายเลข213 คือหนึ่งในบรรดา 16 ที่พบปัญหามากที่สุด ถูกเลี้ยงและทดลองมาเป็นหมากโดยแท้จริง หญิงสาววัยสิบแปดที่ไร้การตอบสนองทางอารมณ์ใดทางสีหน้า ไม่สนใจการถูกสัมผัส หรือทำร้ายร่างกาย แต่ถ้าถูกเรียกด้วยโค้ดเนมจึงจะมีการตอบสนอง อีกอย่างคือมีลักษณะของการเชื่อฟังคำสั่งไม่ขาดตกบกพร่อง ทางรัฐบาลโลกเอ่ยชื่นชมถึงการสลายกองกำลังนี่ได้ ก่อนจะมีการใช้หมากใช้แล้วทิ้งของกลุ่มผู้ก่อการร้ายนี้ หมายเลขที่อันตรายที่สุดสามคนถูกแยกไปบำบัด และส่งมาให้ทางเอ็นเลสตรวจสอบ เนื่องจากค่าพลังจิตแฝงในตัวที่มากผิดปกติจน พวกเขาเห็นควรให้หมายเลข213 อยู่ในความดูแลของเอ็นเลสโดยเอกฉันท์ ส่วนหมายเลข236 และ104 ถูกส่งไปยังศูนย์ช่วยเหลือบำบัดกลางและรัฐบาลโลกในภายหลัง

“หมายเลข213 ใช้พลังของเธอกับแก้วบนโต๊ะ” ดีโลไลน์เหลือบมองหญิงสาวที่ราวกับหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ เธอขยับเล็กน้อยเพื่อมองแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำเปล่า สายฟ้าเส้นเล็กปรากฏขึ้นครอบคลุมแก้วนั่นอย่างไร้ที่มา กระแสไฟฟ้าเข้มข้นบีบอัดให้แก้วแตกออกพร้อมกับน้ำที่กระเซ็นไปทั่วโต๊ะสีขาว ผลึกสายฟ้าที่เกิดจากเศษแก้วชิ้นเล็กถูกหลอมด้วยความร้อนสูงของสายฟ้า กลายเป็นผลึกแข็งเมื่อเย็นตัวลง หมายเลข213 กะพริบตามองอีกสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามราวกับรอคำสั่งต่อไป

“ว่าไงดีวาเลน นายจะรับผิดชอบไหวไหม แต่ก็นะ พาสาวเข้าฐาน เรื่องถึงแฟนนายตายแน่...” พี่ชายแท้ ๆ ยิ้มแหย่น้องชายที่มีคนรักสวยดุอยู่บนยานฐานนอกวงโคจร นั่นต้องโทษนิสัยเก่าของดีวาเลนที่เคยเจ้าชู้ประตูดินมา เมื่อคดีเก่าสะสมนานวันเข้า คนรักของเขาจึงไม่อ่อนข้อให้แม้จะเป็นเด็กผู้หญิงจากงาน ดีวาเลนยิ้มเจื่อน

“เคลียร์เรื่องเมียจ๋าน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ท่าทางเธอควรได้รู้อะไรจากบนโลกก่อนคงจะดีกว่า อย่างพวกสามัญสำนึก หรือวิถีชีวิตประจำวัน จากการตรวจสอบเธอเป็นมนุษย์พี่ก็รับไปแล้วกัน พวกปัญหาบนโลกก็มีเยอะกว่าด้วยได้คนไปช่วยงานน่าจะดี พี่เองก็หนุ่มใหญ่แล้วถ้าไม่อยากแต่งงั้นหาเด็กไว้ต้อยก็ได้นี่” ดีวาเลนร่ายยาวแล้วพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าให้พี่ชายตัวเองรับงานนี้ไป ดีโลไลน์กุมขมับ แล้วกระดิกนิ้วเรียกคนสนิท

“ไปทำเรื่องบัตรประจำตัวหล่อนซะ แล้วก็ถ้าไม่ยุ่งยากอะไรหาเอกสารรับรองบุตรบุญธรรมมาให้ด้วย” ดีโลไลน์ออกคำสั่งลูกน้องของเขาก็เดินเรื่องให้ผ่านอุปกรณ์ในมือทันที ดีวาเลนนิ่งไปเล็กน้อย

“พี่...” ดีโลไลน์หันไปมองตามเสียงเรียก “ฉันไม่คิดจะรักใครนอกจากพี่สะใภ้แกที่จะมีคนเดียวตลอดไป แกก็เอาแต่ถามทุกเดือน ฉันก็ไม่คิดว่าการเลี้ยงเด็กที่ไม่เด็กแล้วจะทำให้ฉันเปล่งปลั่งได้เหมือนนายหรอกนะ แต่ก็เอาเถอะ... เพราะว่าเจ้าเด็กใหม่นี่ก็มีส่วนคล้ายมิเรียน่าอยู่บ้าง” ดีโลไลน์ถอนหายใจเบาๆ ดีวาเลนกวาดตามองคนที่กำลังจะมาเป็นญาติของเขา เรียกให้ถูกคงเป็น... หลาน? มิเรียน่าคนรักของพี่ตายไปเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้วอย่างกระทันให้ในการจลาจลของผู้อาศัยฝั่งหัวรุนแรงที่ห้างสรรพสินค้าดังกลางเมือง มิเรียน่าปกป้องเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่งจนตัวตาย เธอเป็นทหารหญิงที่รักคนอื่นยิ่งกว่าตัวเองมันจึงทำให้พี่ชายของเขาตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำ

“งั้นก็ตามนี้ เรื่องการประเมินสหภาพจากเผ่าโคคิวรีอุนีปุสก็ฝากเดินเรื่องต่อด้วย เลื่อนออกไป ฉันอยากให้เรื่องทำลายองค์กรล่ามังกรจบก่อน ส่งสาเหตุไปแบบนี้แล้วกัน” ดีโลไลน์ลุกขึ้นแล้วหันไปหาหมายเลข213

“หมายเลข213 ตั้งแต่นี้ไปเธอเป็นเจ้าหน้าที่หนึ่งดาวสี่แฉกม่วง โยนโค้ดเนมเก่านั่นทิ้งซะ ชื่อของเธอตั้งแต่นี้คือลูเซียส จำเอาไว้ ลูเซียส ถ้าเรียกต้องหันเข้าใจไหม” ดีโลไลน์กำชับแล้วเดินไปที่ประตู หมายเลข213ทวนคำพูดพวกนั้นและพยักหน้า

“ตามมาลูเซียส” หมายเลข213ลุกขึ้นตามคำสั่ง เดินตัวตรงตามหลังดีโลไลน์ออกไป

“ลูเซียส ตั้งแต่นี้ไปต้องเรียกฉันว่าหัวหน้า เข้าใจไหม ถ้าเข้าใจให้ตอบว่ารับทราบ” ดีโลไลน์โบกมือทักทายพนักงานตามระเบียงทางเดินของตึก

“...รับทราบ” ลูเซียสกล่าวรับปาก เธอค่อย ๆ จดจำหน้าที่ และตัวตนตั้งแต่นี้ไปของเธอเอง ตามทางเดินพวกเขาครึ่งหนึ่งอยู่ในชุดที่คล้ายกันไปหมด พวกเขาทั้งที่เหมือนมนุษย์และไม่เหมือนดังนั้นรายละเอียดเสื้อผ้าเพื่อการเคลื่อนไหวและสวมใส่จึงต่างกันออกไป ทว่ากวาดตามองก็ยังดูรู้ว่าเป็นเครื่องแบบจากองค์กรเดียวกัน พวกเขาใช้เป็นสีดำเป็นพื้น คาดแถบผ้าลายตรงสลับสีเทาอ่อนและเขียวใบไม้สด ส่วนดีวาเลนและลูกน้องคนสนิทของเขาอยู่ในเครื่องแบบคล้ายกันเป็นเซทเดียวทว่าสีหลักกลับเป็นขาว

“จาฮาราเรียกรวมหน่วยหน่อยเดี๋ยวจะแบ่งหน้าที่เลี้ยงดูให้” ดีโลไลน์ยกมุมปากแล้วหยุดเดินกะทันหัน ด้วยการตอบสนองชั้นเลิศของลูเซียสถ้าก็หยุดเดินในเสี้ยววินาทีต่อมาเช่นกัน

“ลูเซียส ต่อแต่นี้ไปพยายามอย่าทำตามคำสั่งของคนอื่นโดยไม่ผ่านการตัดสินใจของตัวเอง พยายามไม่ทำตามการปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเยี่ยมยอดด้วย เว้นแต่นั่นจะเป็นภารกิจ” ลูเซียสแสดงสีหน้าเป็นครั้งแรกด้วยการขมวดคิ้ว

“ทำไม?” ดีโลไลน์เลิกคิ้วและหัวเราะเสียงทุ้ม ใช้นิ้วเคาะลำคอคล้ายจะบอกเรื่องสิ่งที่เคยอยู่บนคอหญิงสาวซึ่งตอนนี้หลุดหายไปแล้ว “เป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่เดี๋ยวเธอก็จะค่อย ๆ เรียนรู้ไปเอง เอาปลอกคอสะกดใจกับคลายการสะกดจิตออกไปแล้วนี่ อาการจะดีขึ้นเองภายในเดือนสองเดือน”

 

 

 

ห้องรับแขกที่แบ่งเป็นสองโซนอย่างชัดเจนด้วยระดับพื้นยกตัว ตรงหน้าของประตูทางเข้าเป็นห้องโถงใหญ่ที่พบเห็นได้สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สาม ตกแต่งเลียนแบบแฟชั่นสมัยนั้น และพื้นยกด้านซ้ายตลอดแนวเป็นโซนรับแขกที่มีหลังคาวัสดุใสเปิดรับแสงธรรมชาติ พื้นยกกว่าเมตรนั้นใช้โทนการตกแต่งแบบประเทศอาทิตย์อุทัยสมัยก่อน ไม่มีโซฟาแต่มีเบาะรองนั่งพื้นและช่องให้หย่อนขา โต๊ะเตี้ยทรงยาวเครื่องเรือนเตี้ยๆ ต้นไม้ประดับเติบโตตามช่องของพื้นที่เป็นหลุมลงไปอย่างมีรูปแบบทั้งการใช้งานเลี้ยงดู รวมไปถึงความสวยงาม

ที่โซฟาชุดกลางห้องในส่วนอาคารมีคนนั่งพูดคุยกันอย่างออกรสหลายคน

“หัวหน้า~” หญิงสาวที่นั่งหันหน้าหาประตูเอ่ยทักเป็นคนแรก ร่างสมส่วนยืนขึ้นทำความเคารพผู้บัญชาการฐานภาคพื้นดิน ปลายผมสีฟ้าอ่อนที่ถักและม้วนรวบไว้เป็นทรงไหวตามการเคลื่อนที่ของเธอ เธอไม่ใช่มนุษย์สีผิวออกไปทางฟ้าอ่อนแกมม่วงดวงตากลมใสรูม่านตาเป็นจุดและขีดพาดทับ แนวคิ้วเป็นกระดูกนูนออกมาสีเข้มกว่าผิวปลายนั้นเหยียดยาวออกมาเป็นหนวดผีเสื้อกลางคืนที่ขยับเคลื่อนไหวสื่ออารมณ์แทนคิ้วเยี่ยงมนุษย์ทั่วไป มีดวงตาอีกคู่เล็กเหนือแนวกระดูกคิ้ว เขาแข็ง ผิวคล้ายกลีบดอกไม้งอกเงยจากลำคอเบ่งบานข้างศีรษะ เครื่องแบบของเธอต่างจากคนอื่น ครึ่งชุดด้านบนมีช่วงปิดแนวไหล่และคอที่ตั้งขึ้นสูงลาดเอียงลงตามแนวสัดส่วนบ่าทิ้งชายยาวเป็นผ้ามีน้ำหนักปิดตลอดแขน ดูเหมือนเธอจะมีแขนสองคู่แขนคู่แรกคล้ายมนุษย์แต่คู่ที่สองคล้ายแมลง การวิเคราะห์ของลูเซียสนั้นฉับไวผิดกับท่าทางเซื่องซื่อ เธอประเมินว่าภายใต้แขนคู่ที่สองนั่นเป็นบอดี้สูทเสริมเกราะเป็นท่อน น่าจะเพราะร่างกายช่วงนั้นเป็นผิวหนังและกล้ามเนื้อแบบยืดหยุ่นเป็นอย่างแกนกระดูกอ่อนแทนกระดูกแข็ง

“หัวหน้า~ ที่ว่ามีพนักงานใหม่นี่ผู้ชายหรือผู้หญิงกันค้า~” เสียงใสระฆังที่ชวนฟังเอ่ยถามขึ้นอีกเสียง แต่เจ้าของร่างนั่นไม่ใช่สิ่งที่คล้ายมนุษย์ยิ่งกว่า จากสรีระแล้วเธอมีรูปร่างคล้ายตุ๊กตาแม่ลูกดกที่มีรยางค์แทนแขนเป็นใบพายรูปร่างคล้ายใบไม้ส่วนปลายเท่านั้นแยกออกเป็นแฉกเหมือนจะใช้แทนนิ้วมือ ร่างกายปกคลุมด้วยขนสั้นหนาสีครามเทา เครื่องแบบสีโทนดำตัดด้วยเขียวอ่อนและเทาเหมือนทุกคนที่ฐานเอ็นเลส เพียงแต่เป็นลักษณะเฉพาะเน้นอวดให้รูปร่างที่น่ารักของเธอ ปลายขาแผ่ออกมีเล็บและพังผืดแบนสีออกส้ม ส่วนที่เป็นหน้าของเธอมีส่วนกระดูกพ้นผิวเนื้อออกมาเป็นจะงอยปากแหลมสีเหลืองส้ม ส่วนหัวมีเส้นขนงอกยาวออกมาทางด้านข้างเยื้องไปตามแนวขมับถูกริบบิ้นรวบเอาไว้

จากสายตามนุษย์คนอื่นที่ไม่ใช่ลูเซียสแล้วเธอไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตาแพนกวินน่ารักน่ากอดที่ขยับและพูดคุยได้

“บอส~ ท่านรอง~ สมาชิกใหม่นี่เป็นทีมล่าไหมอ่ะ ผมทำงานคนเดียวเหนื่อยนา” หัวหน้าหน่วยย่อยชายเพียงคนเดียวในทีมของดีโลไลน์เอ่ยขึ้นกลิ้งไปมาบนโซฟาใหญ่

“สมาชิกทีมออกภาคสนามใหม่ ลูเซียส อดีตตัวทดลองของกลุ่มผู้ก่อการร้ายระหว่างดาราจักร ยกหน้าที่สั่งสอนการทำตัวเป็นมนุษย์และสามัญสำนึกปกติให้นายแฟร์ จาฮารารับหน้าที่สั่งสอนด้านวิชาการให้ อาซาฮีช่วยจัดการเรื่องการแต่งตัวเสื้อผ้า กับการปฏิบัติตัวให้สมเพศสภาพ ส่วนรินให้เธอช่วยหาที่อยู่ให้ลูเซียสหน่อย สอนที่ทางแถวนี้ซะอย่าให้หลงทาง” ดีโลไลน์ออกคำสั่งและหันไปมองลูเซียสที่กวาดตามองคนในห้อง

“เชื่อฟังรินกับอาซาฮีได้ไม่เป็นไร” เขาพูดปลูกถ่ายคำสั่งให้กับหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ลูเซียสรู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง เธอควรจะอยู่ในห้องพอดีการใช้งานไม่มีอะไรตกแต่ง ไม่มีรูมเมทหรือบัดดี้ นอกจากเพิ่มศักยภาพร่างกายและพลังจิตเสร็จก็แค่กินแล้วนอน

“นี่ลูเซียสจะมาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนใหม่นับแต่นี้ไป ช่วยแนะนำเธอด้วย... ตั้งแต่สอนพูดเลยแล้วกันคิดซะว่าเลี้ยงเด็กโข่งล่ะนะ การตอบสนองของลูเซียสดีมากอย่างไปแกล้งหนัก ๆ สภาพเธอไม่น่าจะรู้จักคำว่ายั้งแรง อีกอย่างเธอถูกสวมปลอกคอสะกดใจสิ่งประดิษฐ์ควบคุมระบบประสาท และพลังจิตประเภทสะกดใจ เพิ่งให้ศูนย์เอาออกให้ก่อนมาถึงนี่ เรื่องบาดแผลฝากอาซาฮีด้วย และลูเซียสคงเริ่มสอนได้ง่ายขึ้นหลังจากนี้...” ดีโลไลน์ร่ายยาวแล้วเกาท้ายทอยมองลูกน้องคนสนิทสามคนในห้อง

“ฉันตัดสินใจรับลูเซียสเป็นลูกบุญธรรม แต่เรื่องเอกสารคงต้องสอนให้เธออ่านออกเขียนได้ก่อนล่ะนะ” ดีโลไลน์ขยี้ผมสีบลอซ์นที่ซีดเทาของลูเซียสและเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว จาฮาราถอนหายใจเบาๆ เขาเก็บบอร์ดรายงานเข้ากระเป๋าเสื้อปรบมือดึงสติคนในห้อง

“ไปทำงาน ลูเซียสตามมาทางนี้ ก่อนอื่นก็ภาษากลางของโลกล่ะนะ” จาฮาราลอบถอนหายใจ

 

------------------------------------------------------------

จริงๆแล้วเรื่องนี้วางแพลนมาก่อนจะแต่งเรื่อง the controller ค่ะ แต่พ่ายแพ้ไปก่อนเพราะพล็อตหลวมเนื่องจากดึงเอาฝันไซไฟมาดัดแปลงใส่เนื้อหาเป้าหมายต่างๆลงไป ใช้เวลาอยู่นานทีเดียวเพื่อขุดโปรเจ็คนี้มาเขียนต่อค่ะ ฮา แล้วก็ช่วงที่วางเรื่องนี้ใหม่ๆ แทบไม่ได้แตะงานเขียนเลยค่ะยุ่งอยู่กับอย่างอื่น

ดึงกลับมาเขียนเพราะคิดถึงลูเซียสค่ะ! เจ้าน้อง! แต่จะทำควบไปกับรื้อฟิคเก่าด้อมkhrนะคะ U u U

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #1 light-wind (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:59
    ติดตามนะคะ❤️
    #1
    1
    • #1-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 1)
      20 มิถุนายน 2563 / 10:45
      ขอบคุณค่า❤️
      #1-1