- - แม่น้ำลั่วสามพันลี้ - - สำนักพิมพ์พันแสง (END)

ตอนที่ 8 : บทที่ ๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,038 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

บทที่ ๗

 

 

“ไยเมื่อครู่ข้าถึงไม่...”

ไยถึงไม่ผลักรุ่ยอ๋องออกไป

เถียนจิ้นอันตกเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความฟุ้งซ่านไปแล้วเรียบร้อย ใบหน้างดงามปรากฏความสับสนอย่างเห็นได้ชัด

รุ่ยอ๋องจับสังเกตเห็นความผิดปกติดังกล่าวได้ ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปลูบศีรษะคนอายุน้อยกว่า “คืนนี้พวกเราจิบสุราสนทนากันอยู่ในตงหนานเฟิงจนถึงรุ่งสางเลยดีหรือไม่”

“ใครอยากอยู่กับท่านนานๆ กัน!” เถียนจิ้นอันดึงสติกลับเข้ามาได้สำเร็จเพราะคำพูดแสนกำกวมของรุ่ยอ๋อง มือเรียวยกขึ้นปัดฝ่ามือที่วางค้างอยู่บนศีรษะออกอย่างเย็นชา

“ตงหนานเฟิงเป็นภัตตาคาร หาใช่หอนางโลมหรือโรงเตี๊ยม ดังนั้นข้าไม่ล่วงเกินเจ้าแน่นอน” รุ่ยอ๋องทำหน้าประมาณว่าไม่มีใครเขาเกิดอารมณ์ในห้องอาหารหรอกน่า อย่าคิดเล็กคิดน้อยนักสิ ทว่าเถียนจิ้นอันกลับหน้างอยิ่งกว่าเดิม

“เมื่อครู่ก็เพิ่งล่วงเกินข้าไปไม่ใช่รึ” ริมฝีปากชมพูอ่อนเชิดรั้นขึ้นอย่าง แง่งอน “สวรรค์ช่างใจร้ายกับข้านัก ไยวันนั้นข้าต้องเปิดประตูเข้าไปเห็นท่านกับคณิกาชายคนนั้นด้วยนะ”

เห็นคนตัวเล็กกว่าบ่นไปพลางโทษฟ้าโทษดินไปพลาง รุ่ยอ๋องก็อดมองด้วยความเพลิดเพลินไม่ได้

กระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่งเถียนจิ้นอันถึงเพิ่งรู้สึกตัว ว่าตนโดนจ้องเอาๆ มาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

ใบหน้าหวานละไมพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ “เลิกมองหน้าข้าได้แล้ว! รีบๆ กินอาหารที่สั่งเข้ามาเสียที ข้าจะได้กลับไปพักผ่อน!”

รุ่ยอ๋องเพียงแค่หัวเราะ “หึๆ” ในลำคอ หลังจากนั้นก็นั่งจิบสุราชมทิวทัศน์นอกระเบียงเงียบๆ มีเพียงเถียนจิ้นอันเท่านั้นที่ตั้งหน้าตั้งตากินกับแปดอย่างน้ำแกง สองอย่างที่รุ่ยอ๋องเป็นผู้สั่งมา

ในใจของเถียนจิ้นอันก่นด่าสาปแช่งรุ่ยอ๋องไปด้วย

สั่งของแพงมาตั้งมากมายแต่กลับกินเพียงแค่ไม่กี่คำ ที่เหลือก็ทิ้งเนี่ยนะ ทำตัวได้สมกับที่เกิดมาบนกองเงินกองทองดีนี่!

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่เจ้ามือมื้อนี้คือเถียนจิ้นอัน!

ถ้าสั่งมาแล้วกินจนหมดเถียนจิ้นอันจะไม่หงุดหงิดเท่านี้

ในขณะที่คนแซ่เถียนกำลังใช้ความพยายามยัดอาหารเข้าไปในกระเพาะจนแทบจะอ้วกเอาของเก่าออกมาอยู่รอมร่อ รุ่ยอ๋องก็แอบมองอย่างอารมณ์ดี

“เสี่ยวอัน ค่อยๆ กิน เดี๋ยวติดคอ”

เถียนจิ้นอันอยากจะเอาตะเกียบจิ้มตาใครบางคนแถวนี้

“ตงหนานเฟิงมีบริการห่ออาหารที่เหลือกลับบ้านนะ เจ้าไม่ต้องยัดทั้งหมดนี่เข้าไปก็ได้” รุ่ยอ๋องกล่าว

“เข้ามานั่งในภัตตาคารตงหนานเฟิงแต่สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ห่อของที่กินเหลือกลับบ้านราวกับร้านบะหมี่ข้างทางเนี่ยนะ แสดงพฤติกรรมตระหนี่ถี่เหนียวเกินกว่าเหตุเช่นนี้มีหวังโดนเอาไปนินทาลับหลังแน่” ใต้เท้ารูปงามผู้นี้สนใจเรื่องหน้าตาในแวดวงสังคมอย่างมาก

“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ข้าก็ทำออกบ่อย” แต่รุ่ยอ๋องนั้นไร้ยางอายอย่าง ไร้ขีดจำกัด สิ่งที่ปัญญาชนทำ รุ่ยอ๋องไม่ทำสมคำร่ำลือ

“คนอย่างท่านนี่มัน...”

“ข้าอยากชิมกับหลายอย่าง ไยต้องสั่งมาเพียงอย่างสองอย่างด้วยเล่า ไม่สู้สั่งมาให้มากหน่อย ตักชิมจนครบทุกอย่างที่อยากจะชิม ส่วนที่เหลือก็ห่อกลับไปให้บ่าวไพร่ในเรือนไม่ดีกว่าหรือไง นอกจะตอบสนองความต้องการของตนเองได้อย่างครบถ้วน พวกบ่าวยังมีวาสนาได้ลิ้มรสของดีอีกต่างหาก” รุ่ยอ๋องย้อนถาม

เมื่อมาคิดดูอีกที เถียนจิ้นอันก็พบว่าวิธีการของรุ่ยอ๋องนั้นไม่แย่

สั่งกับแปดอย่างน้ำแกงสองอย่างมากินคนเดียวนั้นดูฟุ่มเฟือยเกินใช่เหตุ

ห่อกับที่เหลือกลับบ้านก็ดูตระหนี่ถี่เหนียวเกินใช่เหตุ

ไม่ว่าจะทิ้งหรือเก็บ คนที่ทำเรื่องพรรคนี้ย่อมโดนมองไม่ดี ทว่ารุ่ยอ๋องกลับกล่าววาจาเพียงไม่กี่คำก็สามารถเปลี่ยนมุมมองของเถียนจิ้นอันได้สำเร็จ

“ดูเหมือนท่านจะเชี่ยวชาญการล่อหลอกผู้อื่นให้คล้อยตามแล้วจริงๆ” เถียนจิ้นอันกล่าวพลางหัวเราะ

แต่ก็หัวเราะออกมาได้เพียงไม่นาน

“ถ้าเช่นนั้นข้าเรียกเก็บเงินเลยแล้วกันนะ ส่วนของที่เหลือนี่คนขี้อายอย่างเจ้าคงไม่กล้าถือกลับไป เช่นนั้นยกให้ข้านำไปแจกบ่าวไพร่ในตำหนักแทนก็แล้วกัน”

รุ่ยอ๋อง! ไอ้ตัวบัดซบ!

ข้าเสียเงิน ส่วนท่านได้หน้ากับบ่าวไพร่!

เถียนจิ้นอันอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะ เมื่อครู่เขาหลงเชื่อคารมของรุ่ยอ๋องไปได้อย่างไร คนผู้นี้น่ะหรือจะเป็นคนดี ไม่มีทาง! ที่สั่งกับมาเป็นสิบอย่างก็เพราะอยากจะขูดรีดเขาจนหมดตัวเท่านั้นเอง!

ใต้เท้าเถียนฮึดฮัด

เสี่ยวเอ้อร์เดินเข้ามาภายในห้องส่วนตัว

“เก็บเงินที่เขา” รุ่ยอ๋องชี้นิ้วไปที่จิ้นอัน

“ข้ามีเงินไม่พอ! ท่านจ่ายไปก่อน!” เถียนจิ้นอันกัดฟันพูด ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาตอนนี้มีเงินอยู่แค่สามตำลึง แต่รายการอาหารสารพัดบนโต๊ะคงไม่ต่ำกว่าสิบตำลึงแน่นอน

“เห กรมคลังให้เบี้ยหวัดขุนนางเดือนละเท่าไหร่เนี่ย ไยค่าอาหารแค่สิบอีแปะ [1] ก็ไม่มีปัญญาจ่าย” รุ่ยอ๋องถามตาใส

“แค่สิบอีแปะที่ไหนกัน ตั้งสิบอีแปะต่างหาก!” เถียนจิ้นอันหันไปเถียงเสียงเขียว

ทว่าพอเห็นพนักงานร้านทำสีหน้าประหลาดเถียนจิ้นอันถึงได้สติ

สิบอีแปะ?

“ไม่ใช่สิบตำลึงหรอกรึ” ใต้เท้าเถียนถึงกับหันไปถามเสี่ยวเอ้อร์ย้ำเพื่อความแน่ใจ คำตอบที่ได้คือการพยักหน้าแบบมึนงง

ทางด้านเสี่ยวเอ้อร์เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพนักงานคิดเงินถึงบอกราคามาเท่านี้ ในเมื่อของบนโต๊ะไม่ว่าจะประเมินจากมุมไหนมันก็ต้องแพงกว่าสิบตำลึงแน่ๆ

“คิดผิดหรือเปล่า” เถียนจิ้นอันถามเสี่ยวเอ้อร์เพื่อให้ไปตรวจสอบ เขาเป็นคนดีมีคุณธรรมอยู่แล้ว

“นะ นั่นสินะขอรับ...” เสี่ยวเอ้อร์ก็ทำท่าจะวิ่งลงไปถามพนักงานคิดเงินด้านล่างจริงๆ

รุ่ยอ๋องที่มองดูการสนทนาระหว่างเสี่ยวเอ้อร์กับใต้เท้าเถียนผู้เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรมอย่างสนุกสนานหลุดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ไม่ต้องหรอก เก็บเงินใต้เท้าเถียนตามนั้นนั่นแหละ”

“ตะ แต่สิบอีแปะนี่ยังไม่ได้ค่าชาสักถ้วยเลยนะขอรับ...” เสี่ยวเอ้อร์แย้ง

“นี่มันร้านอาหารของข้า ข้าจะคิดเงินเท่านี้จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากเจ้าด้วยหรือ” คิ้วเข้มเลิกขึ้น “ข้าบอกพนักงานคิดเงินไว้แล้วว่าต้องทำอย่างไร เจ้าแค่รับเงินจากใต้เท้าเถียนไปให้เขาก็พอ”

“ขะ ขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์เพิ่งรู้ตัวว่าบุคคลที่อยู่ด้วยกันกับใต้เท้าท่าทางจริงจังก็คือรุ่ยอ๋อง หุ้นส่วนใหญ่ของภัตตาคารตงหนานเฟิงนี่เอง

“ได้แกล้งข้าแล้วรู้สึกสุขสำราญดีหรือไม่” เมื่อเสี่ยวเอ้อร์จากไปแล้ว เถียนจิ้นอันก็หันมาถามรุ่ยอ๋องด้วยน้ำเสียงจืดชืด

“อืม ยังคงอยากแกล้งต่ออีกนิด”

“พอเลย หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าจะกลับแล้ว อยู่กับเจ้าเกินครึ่งชั่วยามแล้วรู้สึกปวดหัว” เถียนจิ้นอันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเดินออกจากห้องอาหาร

“เสี่ยวอัน”

“อะไรอีก” เถียนจิ้นอันตวัดสายตาขุ่นเคือง

“อย่าเรียกข้าด้วยคำว่าเจ้าอีก”

“ขะ ขออภัย...” ร่างโปร่งปรับอารมณ์ไม่ถูก เพราะอีกฝ่ายทำตัวไม่น่าเคารพเชื่อถือมากเกินไป อีกทั้งหมู่นี้ก็เจอหน้ากันบ่อยๆ ทำให้เผลอพลั้งปากเรียกเชื้อพระวงศ์ราวกับเรียกเพื่อนเล่นไปเสียแล้ว

เถียนจิ้นอันเตรียมจะคุกเข่าขอขมาอย่างเป็นทางการ

แต่รุ่ยอ๋องกลับชิงพูดขึ้นก่อน

อี้เทียน

“หา?”

“หลังจากนี้อนุญาตให้เจ้าเรียกข้าว่าอี้เทียนได้”

“อี้เทียน...คืออะไร” จิ้นอันทำหน้างุนงง

“นามของข้าอย่างไรเล่า”

“อ้าว...” จิ้นอันอุทานออกมาครึ่งคำจากนั้นก็นิ่งงันไป

“เสี่ยวอันอย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้จักนามอันเป็นที่เลื่องลือของข้า” รุ่ยอ๋องถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ “ไม่สิ ดูจากสีหน้าเจ้าแล้ว เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้ามีนามว่ารุ่ยหรอกนะ”

“...”

“เสี่ยวอัน รุ่ยมันคือฉายาประดับยศชินอ๋องของข้าเฉยๆ”

“เรื่องแค่นั้นข้ารู้หรอกน่า! แค่ประหลาดใจที่พบท่านมาก็นานหลายวันแล้วแต่กลับไม่เคยถามชื่อท่านสักครั้ง จิ้นอันเสียมารยาทแล้ว ขอรุ่ยอ๋องอย่าได้ ถือสา” ใต้เท้าเถียนทำท่าประสานมือคาราวะ

คิ้วคมขมวดแน่น

“เจ้านี่กวนบาทากว่าที่คิดนะ ข้าเพิ่งบอกไปหมาดๆ ว่าให้เรียกข้าว่า อี้เทียน แล้วดูเจ้าสิ เปลี่ยนมาเรียกข้าว่ารุ่ยอ๋องเสียอย่างนั้น ดื้อแบบนี้มันน่าจับมาสั่งสอนนัก...”

“ข้าขอตัว!” เถียนจิ้นอันสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงรีบโค้งแบบส่งๆ และวิ่งออกจากห้องไป

ขณะที่วิ่งลงบันได เถียนจิ้นอันเห็นถางเส่าเจ๋อ บุตรชายคนเล็กของมหาเสนาบดีถางเดินสวนขึ้นมาพอดี ทั้งคู่นับว่าอยู่ในแวดวงตระกูลขุนนางเหมือนกันจึงพอจะรู้จักกันมาบ้าง

แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เคยข้องแวะกันเป็นการส่วนตัว

ถางเส่าเจ๋อเพียงแค่ขยับยิ้มมุมปากให้เถียนจิ้นอัน

ส่วนคนหน้าตายอย่างจิ้นอันนั้นทำแค่กระพริบตาใส่ถางเส่าเจ๋อไปทีหนึ่ง

คุณชายเจ้าสำราญอย่างถางเส่าเจ๋อถึงกับนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เกิดมาไม่เคยโดนใครเมินเฉยมากขนาดนี้มาก่อน

“สมแล้วที่รุ่ยอ๋องติดใจ” เสียงทุ้มนุ่มพูดกับตนเอง

คิดขึ้นได้ว่าถ้าหากพบเถียนจิ้นอันที่นี่ก็มีความเป็นไปได้ว่ารุ่ยอ๋องเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน ถางเส่าเจ๋อจึงถามกับพนักงาน เขาเองก็มีหุ้นอยู่ในภัตตาคารแห่งนี้ ประกอบกับคนทั้งเมืองรู้ดีว่าเขากับรุ่ยอ๋องเป็นสหายสนิทกัน เสี่ยวเอ้อร์จึงนำทางถางเส่าเจ๋อมาพบกับรุ่ยอ๋องในเวลาต่อมา

“เส่าเจ๋อรึ” ยังไม่ทันเปิดประตูเข้าไป บุรุษที่อยู่ด้านในก็ส่งเสียงทักทายออกมาแล้ว

ถางเส่าเจ๋อสะบัดพัดในมือไปมา เดินเข้ามาด้านในห้อง ทิ้งตัวลงนั่ง ข้างกายรุ่ยอ๋อง ถือวิสาสะรินเหล้าใส่จอกเปล่าและยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดโดยไม่ขออนุญาตแม้แต่ครึ่งคำ

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า”

“เสียงฝีเท้าของเจ้าข้าได้ยินจนเบื่อแล้ว”

“แล้วเสียงฝีเท้าของใต้เท้าเถียนเล่า ได้ยินจนเบื่อหรือยัง” ถางเส่าเจ๋อถามด้วยใบหน้ามีเลศนัย “รีบเบื่อหน่อยก็ดีนะ”

“ทำไม”

“เพราะหมู่นี้เจ้าเอาแต่ขลุกอยู่กับเขา จนเริ่มมีคนสงสัยแล้วว่าเจ้ากำลังเกี้ยวใต้เท้าเถียนอยู่หรือเปล่า” ถึงอย่างไรเถียนจิ้นอันก็เป็นเด็กดีอยู่ในกรอบมาตลอด พวกผู้เฒ่าในราชสำนักล้วนให้ความเอ็นดู หลายคนจึงเริ่มระแคะระคายว่าเถียนจิ้นอันรู้จักกับคนอย่างรุ่ยอ๋องได้อย่างไร

ดูจากลักษณะนิสัยใจคอแล้วไม่น่าเป็นสหายกันได้

ถ้าหากไม่ใช่สหายแล้วจะเป็นอะไร

เริ่มมีคนคิดถึงความเป็นไปได้ไปต่างๆ นานา

“เจ้าเข้าใกล้ใต้เท้าเถียนเพื่อปิดปากไม่ให้เขาเปิดโปงความลับของเจ้า แต่ทำไปทำมาความลับจะแตกเพราะเจ้าเข้าใกล้ใต้เท้าเถียนมากเกินไป” ถางเส่าเจ๋อกล่าวเสียงเรียบ

“เรื่องนั้นข้ารู้”

“รู้แล้วไยเจ้ายัง...”

“กับเสี่ยวอันน่ะ อีกประเดี๋ยวข้าก็จะเลิกข้องแวะด้วยแล้ว” รุ่ยอ๋องอี้เทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ใบหน้าไม่มีเค้าลางแห่งความล้อเล่น

เส่าเจ๋อเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “จริงรึ”

“ข้าเคยหลอกลวงเจ้าด้วยหรือสหาย”

“สนทนากับรุ่ยอ๋องสิบประโยค ได้ความจริงมาสักครึ่งคำก็ถือว่าโชคดีแล้ว” ถางเส่าเจ๋อค่อนแคะ สร้างรอยยิ้มพึงพอใจให้แก่คนไร้ยางอายอย่างรุ่ยอ๋องได้เป็นอย่างดี

 

[1] อีแปะ หรือ เหวิน คือหน่วยเงินซึ่งมีค่าน้อยที่สุดในหน่วยเงินตราสมัยก่อนของจีน โดย 1000 อีแปะเท่ากับ 1 ตำลึง

 

ชอบความเพื่อนกันรู้แกวกันของสองคนนี้นะ ที่ถางเส่าเจ๋อบอกว่าคุยกับรุ่ยอ๋องสิบประโยคได้ความจริงมาแค่ครึ่งคำก็ดีใจแทบเป็นลมแล้ว 55555555

 

 

 

 

เรื่องนี้มีเล่มมินิที่เป็นตอนพิเศษขายคู่กับเล่มหลักด้วยนะคะ ตอนซื้ออีบุ๊กดูกันดีๆ นะ ส่วนรูปเล่มจะเปิดขายแบบพร้อมส่งประมาณวันที่ 20 ค่ะ

 

ซื้อ E BOOK ได้แล้วใน MEB์ [ จิ้ม ]

 

ฝากเพจจ้า :: https://www.facebook.com/nikkoustory

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.038K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

612 ความคิดเห็น

  1. #603 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 22:00
    เพ้ยย บอกจะเลิกยุ่งเเต่ไปจูบเขาเนี่ยนะ
    #603
    0
  2. #587 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 21:40
    แค่ความจริงครึ่งคำก็เยอะแล้ววว
    #587
    0
  3. #575 MeNe (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 06:29
    มองไม่เห็นหนทางที่จะเลิกยุ่งได้เรยค่ะท่านอ๋อง
    #575
    0
  4. #567 tang_thai°°° (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 10:24
    จริงหรอเพ่ที่บอกจะเลิกยุ่งกับน้อง
    #567
    0
  5. #551 Oddy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 23:45

    คนผีทะเล คนเชื่อไม่ได้!

    #551
    0
  6. #527 เลดี้วาย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 13:16
    เลิกยุ่งกับน้องจริงเร๊อะะะะะะะะะะ
    #527
    0
  7. #473 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 19:40
    ให้มันจริงนะคะคุณะพี่
    #473
    0
  8. #395 _fiona_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 14:30
    ตัดใจได้เหรอค่ะ อิพี่
    #395
    0
  9. #348 blueeyes111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:53
    จะเลิกยุ่งกับเขาจริงดิ
    #348
    0
  10. #333 aunaunmtyj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 07:46
    เลิกจีงงงงงงหยอออ
    #333
    0
  11. #305 nnnnnnnnnny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 13:49
    เชื่อได้เปล่าเนี่ยย
    #305
    0
  12. #277 Petitcat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 18:10
    จิงหรอๆท่านอ๋องจะคอยดูน้าาา อย่าให้เห็นว่ามาจิ๊จ๊ะลูกชั้นน้าาาาา
    #277
    0
  13. #161 JUSTDOITYOLO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 21:08
    ทำไมอิพี่ตะเลิกเต๊าะร้องแล้วล่ะะะะะะะพ
    #161
    0
  14. #105 orn2515 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:01
    นามของข้าอี้เทียนหลง
    #105
    0
  15. #77 plathanaphon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:33
    รออ่านเลยค่ะ😊
    #77
    0
  16. #73 F9tiss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:52
    อย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกันคุณรุ่ยอ๋อง
    #73
    0
  17. #70 PuiPui--r (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:09
    ทำให้ได้อย่างที่พูดละกัน
    #70
    0
  18. #69 PK JJ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 20:56
    เบื่อน้องลงเหรออออ
    #69
    0
  19. #67 Aonsung1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 17:17
    จะเบื่อจริง ๆ หรอคะ 555555
    #67
    0
  20. #66 bwp_k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:39
    แน่ใจรึว่าจะเบื่อแล้ว
    #66
    0
  21. #65 Jesus_05 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:13
    รุ่ยอ๋องขี้แกล้งงง;-;
    #65
    0
  22. #64 sunnie_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:10
    จะเลิกได้จริงๆเร้ออออรุ่ยอ๋อง 555555555555555
    #64
    0