- - แม่น้ำลั่วสามพันลี้ - - สำนักพิมพ์พันแสง (END)

ตอนที่ 4 : บทที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,362 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

บทที่ ๓

 

 

“เจ้านี่ยิ่งดูก็ยิ่งเพลินตานะ สมแล้วที่ได้คะแนนสอบเป็นอันดับหนึ่งในปีนั้นแท้ๆ แต่กลับไม่ได้เป็นจ้วงหยวน [1] ” ร่างสูงกล่าวพลางลอบสังเกตอาการของ จิ้นอันไปด้วย

คนอายุน้อยกว่าไม่แสดงท่าทีตกใจ ใบหน้างามเพียงแค่พยักขึ้นลงเงียบๆ ทว่าแอบประหลาดใจเล็กน้อยที่รุ่ยอ๋องสามารถขุดประวัติของตนมาได้ในเวลาสั้นๆ

“เจ้าไม่โกรธแค้นเลยหรือ” สุดท้ายรุ่ยอ๋องก็ถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

ในปีนั้น ผลสอบที่ประกาศออกมาระบุชัดเจนว่าเถียนจิ้นอันได้เป็นทั่นฮวา

แม้ทั่นฮวาจะเป็นตำแหน่งอันดับสาม แต่คนทั่วไปก็รู้ดีว่าบัณฑิตที่ได้รับตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องได้คะแนนสอบเป็นอันดับสาม ขอแค่หน้าตาดีที่สุดในรุ่น ต่อให้สอบได้ที่สุดท้ายแบบฉิวเฉียดก็เป็นทั่นฮวาได้

ที่โหล่ได้รับตำแหน่งทั่นฮวาย่อมน่ายินดี

แต่ที่หนึ่งต้องชวดตำแหน่งจ้วงหยวน เพียงเพราะหน้าตาเหมาะสมกับตำแหน่งทั่นฮวามากกว่า มันน่าเจ็บใจออกไม่ใช่หรือ

“ไปร้องเรียนแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้” เถียนจิ้นอันสะบัดหน้าไปทางอื่น

“เพราะพี่ชายของเจ้าสอบหลายปีก็ไม่ผ่านจนต้องใช้เส้นสายถึงได้รับราชการ แต่เจ้าสอบเพียงปีเดียวก็ได้อันดับหนึ่ง บิดาจึงไม่อยากให้เจ้าซึ่งเป็นลูก คนรองเกินหน้าเกินตาพี่ชาย เลยไปติดสินบนกรรมการให้ลดอันดับของเจ้าสินะ”

“...”

“แค่เกิดมาทีหลังก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาพี่ชายไม่ได้เรื่องไปตลอดกาล แบบนี้เจ้าไม่เจ็บใจเลยหรือ”

“ทำไม ท่านจะชวนข้าก่อกบฏหรือไง” เถียนจิ้นอันแค่นเสียงถามอย่างไม่สบอารมณ์ เขาหงุดหงิดรำคาญที่โดนรุ่ยอ๋องตอกย้ำปมในใจ แต่ที่พูดออกมาเช่นนี้มาจากสาเหตุอื่น

ถ้าหากฟังดูดีๆ ในน้ำเสียงของรุ่ยอ๋องมีความคับแค้นใจเจืออยู่

แม้จะบางเบาแต่ก็สัมผัสได้

แค่เกิดมาทีหลังก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาพี่ชายไม่ได้เรื่องไปตลอดกาล

คำพูดประโยคนี้ ไม่สมควรเปล่งออกมาจากปากของรุ่ยอ๋อง ซึ่งเป็น พระอนุชาร่วมสายพระโลหิตของฮ่องเต้ที่สุด

“ฮ่าๆ เจ้าคิดเป็นจริงเป็นจังเกินไปแล้ว” รุ่ยอ๋องหัวเราะออกมาด้วยท่าทางสบายๆ “ข้าแค่จะชวนเจ้าออกไปดื่มชาทานของหวานในเมืองก็เท่านั้น”

“ดื่มชาทานของหวานมันเกี่ยวกับหัวข้อสนทนาของเราตรงไหน ที่สำคัญท่านจะชวนข้าโดดงานทั้งๆ ที่เพิ่งตำหนิข้าเรื่องกลับเข้ากรมช้างั้นรึ!” คนผู้นี้เดาทางยากยิ่งกว่าสายลมเสียอีก

“เสี่ยวอัน หากขมวดคิ้วมากไปหน้าจะแก่เร็วนะ”

“ข้าไม่ไปไหนมาไหนกับท่านให้คนเข้าใจผิดอีกแน่ แล้วก็อย่ามาเรียกข้าด้วยชื่อเหมือนเด็กเช่นนั้นอีก” คนโดนเรียกว่าเสี่ยวอันหน้าแดงเถือก

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้

ใต้เท้าเถียนไม่ใช่คนคร่ำครึหัวโบราณ

ไม่ใช่คนเคร่งครัดในกฎระเบียบ

เห็นเชาชอบหลบมุมไปยืนอยู่คนเดียวก็เพราะเขาเป็นคนเรียบร้อยและค่อนข้างขี้อาย การสนทนากับคนไม่คุ้นเคยนั้นยากแสนยาก ยิ่งคนที่ว่าคือรุ่ยอ๋องแล้วความยากยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า

เห็นใบหน้าของเถียนจิ้นอันเปลี่ยนสี รุ่ยอ๋องก็พึงพอใจไม่น้อย

“เจ้าไม่ไปงั้นข้าไปคนเดียวก็ได้”

“เชิญ ข้าไม่ส่ง” เถียนจิ้นอันเห็นร่างสูงลุกขึ้นยืน ก็รีบวิ่งไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของตัวเองราวกับเด็กกลัวโดนแย่งของเล่น

รุ่ยอ๋องส่ายหน้าไปมา ทำตัวน่าเอ็นดูขนาดนี้ก็อดแกล้งต่อไม่ได้

“ข้าจะซื้อขนมบัวลอยมาให้เจ้าทานเป็นของว่างยามบ่าย ดีหรือไม่”

“ไม่!”

“เวลาเลิกงานให้เจ้ารอข้าอยู่ในนี้ เดี๋ยวข้าจะมารับเจ้าไปทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารตงหนานเฟิงดีหรือไม่”

“ไม่!!”

“อืม ตกลงตามนี้” ร่างสูงพยักเหมือนเข้าใจ แล้วก็เดินจากไป

เถียนจิ้นอันถึงกับฟุบหน้าลงบนโต๊ะหลังจากลมพายุหมุนที่มีนามว่ารุ่ยอ๋องพัดจากไปแล้ว คนผู้นี้แค่ฟังพฤติกรรมของเขาจากปากของผู้อื่นก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว บัดนี้ต้องมาประสบพบเจอด้วยตนเอง เถียนจิ้นอันรู้สึกหัวหมุนจะแย่

“แต่ก็ดี อย่างน้อยเขาก็ยอมฟังคำปฏิเสธของข้า”

เถียนจิ้นอันลูบอกปลอบขวัญตนเอง

พอบอกว่าไม่เอาขนมบัวลอย และไม่ไปทานมื้อค่ำด้วยรุ่ยอ๋องก็ยอมเข้าใจและจากไปโดยไม่บังคับฝืนใจ

“ยังนับว่าพูดภาษาคนรู้เรื่อง”

ใต้เท้าเถียนเริ่มต้นทำงานของตนเองอย่างขยันขันแข็งอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง เพราะมีนิสัยรักสงบเถียนจิ้นอันจึงไม่ได้จ้างคนรับใช้มาช่วยฝนหมึก เขาใช้เวลาช่วงเช้าทำงานเพียงลำพัง เมื่อเวลาพักกลางวันมาถึง ก็หยิบกล่องข้าวกลางวันขึ้นมาวางบนโต๊ะ เริ่มลงมือรับประทานเงียบๆ จากนั้นก็เริ่มทำงานต่อในช่วงบ่าย

ทำงานในห้องแคบๆ เพียงลำพัง

กินข้าวในห้องทำงานแคบๆ เพียงลำพัง

คนนอกอาจมองว่าเป็นวิถีชีวิตที่น่าอับเฉา แต่สำหรับคนอย่างเถียนจิ้นอันแล้วมันคือช่วงเวลาอันแสนสงบสุขที่มีค่าดุจทองคำ

แต่ช่วงเวลาที่เถียนจิ้นอันรักก็ถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนผู้หนึ่ง

รุ่ยอ๋อง!

ไอ้คนไร้ยางอายผู้นี้อีกแล้ว!

มือเรียวกำพู่กันแน่นมาก เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ ยามเห็นร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง

“ข้าซื้อขนมบัวลอยมาให้เจ้าตามสัญญาแล้ว”

เถียนจิ้นอันอยากจะปาแท่นฝนหมึกใส่หัวคนสักครั้ง

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เอา”

“ก็บอกแล้วไงว่าจะซื้อมาให้”

เถียงกับใครก็เถียงได้ แต่อย่าเถียงกับคนหน้าหนาอย่างรุ่ยอ๋องเป็น อันขาด เขาเป็นบุรุษไร้ยางอายที่สามารถยกเหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลขึ้นมา แอบอ้างได้อย่างหน้าด้านๆ

หากบอกให้เขาไปทางซ้าย เขาเองก็รับปากว่าจะไปทางซ้าย แต่สุดท้ายเขาจะเดินไปทางขวาก็ไม่มีใครทำอะไรได้ เสียงก่นด่าสาปแช่งไม่เป็นผลกับคนผู้นี้

เถียนจิ้นอันมองขนมบัวลอยที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจออกมา

“ข้าจะยอมกินบัวลอยชามนี้ก็ได้ แต่ตอนเย็นข้าต้องกลับไปทานข้าวที่จวนของตระกูล ไปภัตตาคารกับท่านไม่ได้จริงๆ”

“ข้าไม่บังคับฝืนใจใครอยู่แล้ว” รุ่ยอ๋องที่นั่งจิบชาอยู่ตรงเก้าอี้รับแขกตอบหน้าตาเฉย เล่นเอาจิ้นอันแทบจะคว่ำชามบัวลอยทิ้ง

ก็ไอ้บัวลอยชามนี้นี่ไง หลักฐานแห่งการบังคับฝืนใจคนน่ะ

“ท่านจะพาข้าไปสาบานที่ศาลเจ้าหรือวัดก็ได้ ท่านจะได้สบายใจว่าข้าจะไม่เอาความลับของท่านไปแพร่งพรายแน่นอน” เถียนจิ้นอันกล่าวพลางตักขนม บัวลอยเข้าปาก

“อร่อยไหม”

“อย่าเปลี่ยนเรื่อง”

รุ่ยอ๋องถอนหายใจออกมาเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงของผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนว่า

“เสี่ยวอันเอ๋ย จิตใจของคนเราเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือน้อยที่สุดแล้ว คนที่เก็บความลับได้ดีที่สุดก็คือคนตาย ต่อให้เจ้าวิ่งไปสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปเป็นพันเป็นหมื่นที่ข้าก็ไม่อาจเชื่อถือเจ้าได้หรอก”

“...” เถียนจิ้นอันฟังแล้วก็รู้สึกว่าจริง ไหล่บางจึงห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด

“แต่ในเมื่อเจ้าพูดขนาดนี้ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูก็ได้”

“จริงหรือ!” เถียนจิ้นอันเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาเป็นประกาย “ท่านจะไม่มาวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวข้าแล้วจริงๆ หรือ!!”

“ไม่จริง ข้าก็โกหก”

“...”

“เห็นไหม คำพูดของมนุษย์มีน้ำหนักบางเบายิ่งกว่าขนนก ไม่อาจนับเป็นอะไรได้” รุ่ยอ๋องลุกขึ้นยืน เมื่อต้องเงยหน้ามองอีกฝ่าย เถือนจิ้นอันก็รู้สึกว่ารุ่ยอ๋องอยู่เหนือกว่าตนหลายขุมนัก ในแง่ของความไร้ยางอายน่ะนะ

“ขอบคุณที่สั่งสอนให้ข้ารู้จักความสับปลับของมนุษย์”

คำว่าสับปลับของจิ้นอันเจาะจงไปที่ตัวรุ่ยอ๋องโดยเฉพาะ

ได้ยินคนอายุน้อยกว่าจิกกัดตนผ่านวาจาและสายตารุ่ยอ๋องก็หัวเราะออกมาอย่างหน้าชื่นตาบาน

“ไม่เป็นไร คนกันเอง” พูดจบแล้วก็โบกมือไปมา ทำท่าเหมือนผู้ใจกว้าง และเดินออกไปอย่าผ่าเผย

“คนผู้นี้ ไปหัดกวนบาทามาจากไหนกัน!” คนแซ่เถียนฮึดฮัดอยู่ในห้องทำงานแคบๆ เพียงลำพัง

 

 

เถียนจิ้นอันเป็นคนซื่อสัตย์ เขาบอกรุ่ยอ๋องไปว่าคืนนี้ต้องกลับไปที่จวนสกุลเถียน เขาก็กลับไปจริงๆ แม้จะไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าแต่เขาก็กลับบ้านค่อนข้างบ่อย คนในจวนจึงไม่รู้สึกประหลาดใจใดๆ

“ท่านแม่! วันนี้พี่รองมาบ้านล่ะ!” เสียงของเด็กผู้หญิงดังเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล เถียนจิ้นอันที่เดินเข้ามาในจวนสกุลเถียนเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนที่เขาจะพบเด็กผู้หญิงวัยสิบปีสองนางพุ่งออกมาจากมุมหนึ่ง สวมกอดเขาเอาไว้แน่น

“เสี่ยวกั่ว เสี่ยวอิง” พวกนางคือน้องสาวของเถียนจิ้นอัน

เสี่ยวกั่วกับเสี่ยวอิงเป็นฝาแฝดที่มีใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดู

“คิดถึงท่านพี่ที่สุด” พวกนางประสานเสียงพูดอย่างพร้อมเพรียง

“เห วันนี้มาแปลกนะ ปกติเห็นหน้าข้าไม่เคยพุ่งเข้าใส่แบบนี้เลย มีเงื่อนงำซ่อนอยู่สินะ เอาล่ะ พวกเจ้าอยากได้อะไร ไหนลองว่ามาซิ” ร่าโปร่งย่อตัวลงไปลูบศีรษะน้องสาวทั้งสอง

เนื่องจากอายุห่างกันเป็นสิบปี เถียนจิ้นอันจึงรู้สึกเอ็นดูพวกนางเหมือนลูกเหมือนหลาน หากพวกนางมีของที่อยากได้ก็พร้อมจะหามาให้ได้ทุกอย่าง

ทว่าคำพูดของเด็กน้อยไร้เดียวสากลับทำให้รอยยิ้มของใต้เท้าเถียนชะงักค้าง

“เป็นความจริงหรือไม่ที่ท่านสนิทสนมกับรุ่ยอ๋อง”

“...”

“โอกาสหน้าที่ท่านกลับบ้าน ท่านก็พาเขามาด้วยกันสิ”

“ได้ยินว่าเขาหน้าตาหล่อเหลามาก หล่อระดับแผ่นดินสะท้าน ผืนฟ้าสะเทือน!”

“ใช่ๆ ข้าได้ยินมาอีกว่าสตรีที่เห็นเขาเดินผ่านเป็นอันต้องหลงใหลจนเหลียวมองตามทุกนาง”

เถียนจิ้นอันยกมือขึ้นกุมขมับ “คนผู้นี้นอกจากจะเป็นตัวไร้ยางอายแล้วยังมีนิสัยสับปลับไม่น่าคบหา หากจะชอบพอบุรุษสักคนละก็ พวกเจ้าเลือกคนที่ดีกว่านี้เถอะ!”

“แต่ว่า...”

“ท่านแม่ ท่านก็พูดอะไรบ้างสิ!” เถียนจิ้นอันหันไปหาแนวร่วม

ฮูหยินเถียนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักยกมือขึ้นมาเกาแก้ม “แหม จิ้นอันละก็ ไม่เข้าใจจิตใจของสตรีเลยนะ นิสัยที่เจ้ามองว่าไร้ยางอายแล้วก็สับปลับนั่นแหละที่เป็นเสน่ห์ของรุ่ยอ๋อง”

“หา...”

“ลูกผู้ชายก็ต้องยืดได้หดได้จึงจะดี!” เสี่ยวกั่วกล่าวฉะฉาน

“ทื่อเป็นท่อนไม้แบบท่านพี่ต่างหากที่ไร้เสน่ห์” เสี่ยวอิงกล่าวเสริม

เถียนจิ้นอันได้ยินชื่อเสียของรุ่ยอ๋องมาจากสหายซึ่งเป็นบุรุษด้วยกันเท่านั้น ทำให้รับรู้มาแต่เรื่องแย่ๆ เรื่องเสื่อมเสียต่างๆ

ในสายตาของบุรุษผู้เป็นปัญญาชนมองท่านอ๋องผู้นี้เป็นขยะเปียก น่ารังเกียจ

แต่ในมุมของสตรีนั้น รุ่ยอ๋องก็แค่องค์ชายเจ้าสำราญที่มีวรยุทธเลิศล้ำ หน้าตาล้ำเลิศ!

แค่เปลี่ยนมุมจากมุมของบุรุษเป็นมุมของสตรี ตัวตนของคนคนหนึ่งก็เปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ...

จิตใจของพี่ชายแซ่เถียนแทบแตกสลาย

โดนน้องสาวที่รักดั่งแก้วตาดวงใจปรามาศว่าไร้เสน่ห์ไม่พอ ยังโดนเอาไปเปรียบเทียบกับบุรุษเสเพลอย่างรุ่ยอ๋องและโดนตัดสินว่าแพ้ราบคาบอีก

รุ่ยอ๋องผู้นี้ ขนาดตัวไม่อยู่ ยังสร้างความเดือดร้อนให้ได้

เถียนจิ้นอันรู้สึกนับถือ!

 

[1] จ้วงหยวนคือตำแหน่งของบัณฑิตที่มีคะแนนสอบเป็นอันดับหนึ่ง นับเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติอย่างมาก

 

รุ่ยอ๋องเขาก็มีฐานแฟนคลับของเขาอ่าเนอะ 5555555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.362K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

612 ความคิดเห็น

  1. #583 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 20:23
    ขำำ แฟนคลับพี่แกเยอะจริงง
    #583
    0
  2. #563 tang_thai°°° (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 10:02
    ก็เป็นผญ.ต่องชอบสิิิิิิิิิ
    #563
    0
  3. #561 MeNe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 09:05
    เกียดคำว่ายืดหดได้555555
    #561
    0
  4. #549 Oddy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 22:34

    ไม่เป็นไรคนกันเอง 555555555555555 เจ้าจะพูดอะไรข้าไม่สน สิ่งที่ข้าสนมีดังนี้มากๆ

    #549
    0
  5. #523 เลดี้วาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 23:32
    55555 เอ็นดูสาวๆหลงรุ่ยอ๋องกันหมดแน้ววววว
    #523
    0
  6. #469 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 18:51
    สงสารน้องเรื่องพี่ชายอ่ะ ฮือออ
    #469
    0
  7. #414 Mojitt7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 18:44
    น่ารักก แต่ที่บอกว่าเพียงแค่เป็นบุตรคนรองเลยต้องอยู่ใต้เงาพี่นี่ท่านอ๋องพูดเหมือนมีปมบางอย่างในใจนะ
    #414
    0
  8. #343 blueeyes111 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 20:42
    จิ้นอัน ปวดหัวแทน5555
    #343
    0
  9. #303 nnnnnnnnnny (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 13:22
    คนพี่ก็คือตอแยน้องแบบสุดๆ สงสารน้องงง ไม่มีใคาเขาเข้าขางเลย
    #303
    0
  10. #203 จันทร์คราม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 18:16
    แงสงสารน้อง;-;
    #203
    0
  11. #121 DayIsBlue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 01:32
    ปวดหัวแทนน้องเลยค่ะ
    #121
    0
  12. #101 orn2515 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:02
    ฮาาโดน ทางบ้านทอดทิ้ง
    #101
    0
  13. #51 ssnam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 19:19

    เนี่ยพี่คือขี้แกล้ง เจ้าชู้ หน้าหนาในสายตาน้อง แต่มุมเราก็คือ เป็นแฟนคลับอิพี่ด้วยคนเจ้าค่ะ 5555555 คือเป็นตลกอะ เป็นผช.ที่โคตรมีบรรยากาศสุดสบายมาเติมเต็มให้น้องอะดีริ้วอิอิ แต่นี่ก็ยังสัมผัสได้ว่าพี่เศร้า แต่เรื่องอะไรก็ยังไม่อาจคอมเมนต์ได้ตอนนี้ แอ่ก

    #51
    0
  14. #44 Palm_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 23:38
    โอ้ยยสงสารน้องเลยค่ะ55555555555555555555555
    #44
    0
  15. #40 JUSTDOITYOLO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 15:12
    ชอบความกวนของอิพี่มาหเลยค่ะ น้องถึงกับต้องกุมขมับ
    #40
    0
  16. #30 NuNangAsawang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:01
    มวยถูกคู่สินะ ชอบๆ ท่านอ๋องช่างหน้าด้านยิ่ง
    #30
    0
  17. #26 naphwaree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 08:27
    รอค้าบบบ
    #26
    0
  18. #25 minteZang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 02:22

    555555 น่าร้ากกกกกก แต่แอบเจ็บใจเรื่องจ้วงหยวนนิดนิดแต่ทำใจได้เพราะน้องชั้นปลงแล้วววว
    #25
    0
  19. #24 zenandzun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 23:14
    fc ของรุ่ยอ๋องเยอะจริงๆ
    #24
    0
  20. #23 Srichanok-14 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 19:25

    เป็นกำลังใจให้ไรท์น้า
    #23
    0
  21. #21 zazamah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 16:08
    อีน้องต้องเข้าใจว่าที่สามีในอนาคตเป็นที่ต้องตาต้องใจของสตรี จงจำไว้นู๋ไม่ใช่สตรีนู๋เป็นว่าที่พระชายาเชยๆ แค่กๆๆ
    #21
    0
  22. #20 PuiPui--r (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:51
    โอ้ววววว ตระกูลเถียนมีแฟนเกิร์ลของรุ่ยอ๋องแฝงตัวอยู่ไม่น้อย ใจเย็นนะสาวๆเดี๋ยวสักหน่อยก็ได้เจอท่านพี่เขยตัวเป็นๆละ
    #20
    0
  23. #19 mikeooyuu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:37

    สงสารขนาดน้องตนเองยังบอกว่าแข็งทื่อ 😂😂😂 รอค่าาา ชอบมากกกก
    #19
    0