- - แม่น้ำลั่วสามพันลี้ - - สำนักพิมพ์พันแสง (END)

ตอนที่ 10 : บทที่ ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,046 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

บทที่ ๙

 

 

เถียนจิ้นอันได้รับการนำทางโดยลิ่งอี๋จนสามารถผ่านประตูเล็กสำหรับพนักงานเข้ามาภายในหอนางโลมได้

ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบเที่ยว ประกอบกับคราวก่อนที่มานั้นเวลาค่ำแล้ว คราวนี้ได้มาเห็นยามกลางวันเถียนจิ้นอันจึงรู้สึกแปลกตาแปลกใจกับสถานที่เล็กน้อย

รสนิยมดีสมคำร่ำลือ

ดวงตาสีดำขลับกวาดมองไปรอบด้าน เคยมีคนบอกว่ารุ่ยอ๋องเป็นบุรุษที่มีรสนิยมดี ตัวเรือนและสวนจึงถูกออกแบบและประดับด้วยสิ่งต่างๆ ทั้งดอกไม้และภาพแขวนแบบไม่เยอะและไม่น้อยเกินไป มองแล้วให้ความรู้สึกสงบใจอย่างมาก

ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างรุ่ยอ๋องจะมีรสนิยมชมชอบความสงบเช่นนี้

คิดว่าจะเป็นพวกชอบอะไรที่มันฉูดฉาดเสียอีก

“ใต้เท้า! ทางนี้ๆ” ลิ่งอี๋กวักมือเรียกจิ้นอันอย่างกระตือรือร้น

ร่างเล็กยืนอยู่หน้าเรือนหลังหนึ่ง เรือนนี้ไม่ใช่เรือนสำหรับรับรองแขก คาดว่าเป็นที่ทำงานของคนคุมบัญชี ใต้เท้าเถียนที่มีธุระเกี่ยวกับการทวงภาษีจึงเดินตามลิ่งอี๋เข้าไปด้านในแบบไม่ทันคิด

ทว่าเมื่อก้าวเท้าเข้ามาด้านใน นึกอยากจะย้อนกลับไปก็ไม่ทันแล้ว

“รุ่ยอ๋อง” เถียนจิ้นอันใช้น้ำเสียงราบเรียบเปรยเรียกชื่อของบุรุษที่นั่ง เท้าคาง ถือจอกสุราแกว่งไปมาอยู่หน้าโต๊ะเตี้ยตั้งพื้นตัวหนึ่ง

เถียนจิ้นอันจำต้องเดินไปนั่งอยู่ด้านตรงข้ามของอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้

“ใต้เท้าเถียนมาทวงหนี้ท่าน” ลิ่งอี๋ทิ้งตัวลงนั่งข้างรุ่ยอ๋อง จัดแจงรินเหล้าให้อีกฝ่ายอย่างเชี่ยวชาญ

ทางด้านรุ่ยอ๋องเองก็ไม่ปล่อยให้ลิ่งอี๋นั่งอย่างเดียวดาย แขนแกร่งตวัดเกี่ยวเอวบางเข้าหาตัว

“อย่าสิ มันจั๊กจี๋นะ” ลิ่งอี๋หัวเราะคิกคักยามที่ร่างสูงก้มหน้าลงไปซุกไซร้บริเวณซอกคอขาว

เถียนจิ้นอันไม่สามารถระบุได้ว่าความรู้สึกภายในใจยามนี้เป็นเช่นไร

มองภาพคนสองคนคลอเคลียกันไปได้สักพักก็ต้องเบือนสายตาไปทางอื่น

“ใต้เท้าเถียนหึงท่านใหญ่แล้ว” กลับเป็นลิ่งอี๋ที่พูดเจื้อยแจ้วออกมา

“เห...” รุ่ยอ๋องหยุดการกระทำของตนและหันกลับมามองใบหน้างาม

เมื่อโดนดวงตาทั้งสองคู่จับจ้อง เถียนจิ้นอันก็เริ่มนั่งไม่ติด ร่างโปร่งขยุกขยิกไปมาอย่างมีพิรุธ

“ข้าเปล่า”

“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เราได้พบกันโดยที่เจ้าเป็นฝ่ายมาหาข้าก่อน” รุ่ยอ๋องอี้เทียนกลับไม่สนใจคำปฏิเสธอันแสนแผ่วเบาของเถียนจิ้นอัน

“ท่านเสนาบดีบอกว่าหอนางโลมของท่านขาดจ่ายภาษี จึงส่งข้ามาทวง”

“นั่นเป็นข้ออ้างในการมาพบหน้าข้าของเจ้างั้นหรือ” เสียงทุ้มถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาคู่คมจับจ้องมาที่เถียนจิ้นอัน ในขณะที่แขนข้างหนึ่งยังคงโอบเอวของลิ่งอี๋อยู่

อ้อมแขนไม่ได้ว่าง แต่กลับมานั่งส่งสายตารุ่มร้อนให้ผู้อื่น

น่ารังเกียจ

นี่คือคำที่ผุดขึ้นมาในหัวของเถียนจิ้นอัน

“เสี่ยวอัน เจ้าคงไม่ได้พลาดท่าหลงเสน่ห์ของข้าแล้วหรอกนะ”

“ข้าบอกแล้วไงว่ามาทำงาน!”

“แต่ข้าส่งคนไปมอบตั๋วเงินให้กรมคลังแล้วนะ” รุ่ยอ๋องอี้เทียนทำหน้าตาประมาณว่าเงินข้าก็จ่ายไปแล้ว เจ้ายังจะมาทวงสิ่งใดจากข้าอีก

คำตอบของรุ่ยอ๋องอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเถียนจิ้นอันแล้ว

“ตะ แต่ท่านเสนาบดีบอกข้าว่า... ไม่สิ ท่านให้คนนำตั๋วเงินไปจ่ายเมื่อใด”

“เมื่อครู่”

ก็แปลว่าเขาสวนกับคนนำตั๋วแค่นิดเดียว

“งั้นข้าก็ไม่มีธุระที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกแล้ว” เถียนจิ้นอันอยากจะออกไปจากสถานการณ์แบบนี้ใจจะขาดจึงตัดสินใจกล่าวลาและทำท่าจะลุกขึ้นยืน

ทว่าลิ่งอี๋ที่อยู่ในอ้อมแขนของรุ่ยอ๋องกลับกระโจนเข้าใส่อย่างสุดตัว เด็กหนุ่มกอดแขนเถียนจิ้นอันเอาไว้แน่น ดวงตาคู่โตสั่นไหว ริมฝีปากเบะออกอย่างงอแง

“เดี๋ยวก่อนสิ ใต้เท้าอย่างเพิ่งไป!”

“เจ้านายของเจ้ากำลังแกล้งปั่นหัวข้าเล่นอยู่ เขาจงใจเบี้ยววันจ่ายภาษีเพื่อหลอกให้ข้ามาที่นี่ ข้าจะยังอยู่เป็นตัวตลกให้เขารังแกอีกทำไม ลิ่งอี๋ เจ้าปล่อยข้าเถอะ” เถียนจิ้นอันพยายามแงะแขนของคนอายุน้อยกว่าออก

แต่ลิ่งอี๋กลับส่ายหน้าไปมา

ร่างเล็กเขย่งปลายเท้าเพื่อกระซิบคำพูดบางอย่างกับเถียนจิ้นอัน

“หลายวันมานี้เขาอารมณ์ไม่ดีอยู่ตลอด ข้ารู้สึกกดดันมากๆ แต่พอท่านมาบรรยากาศรอบตัวเขาก็สดใสขึ้น หากที่พวกท่านสนทนากันเมื่อครู่เป็นความจริง ข้าคิดว่าเขาต่างหากที่อยากพบท่านแต่มัววางมาดหาข้ออ้าง...”

“ลิ่งอี๋ หากเจ้ายังไม่หยุดกล่าววาจาเลอะเลือนพวกนั้นอีก ข้าจะส่งเจ้าไปรับแขกที่เรือนหน้าตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป” ถึงอย่างไรรุ่ยอ๋องก็มีวรยุทธสูงส่ง ต่อให้ ลิ่งอี๋พยายามเบาเสียงอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจรอดหูชายหนุ่มไปได้

เมื่อมีคำประกาศิตมาจากผู้เป็นเจ้าชีวิตแล้วลิ่งอี๋ก็จำต้องหุบปาก

ชั่วพริบตานั้นเถียนจิ้นอันเห็นว่าแววตาของลิ่งอี๋ดูหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ แต่พอลิ่งอี๋หันกลับไปหารุ่ยอ๋อง รอยยิ้มกว้างก็กลับมาประดับบนใบหน้างามดังเดิม

“ค่าตัวของเจ้า...เท่าไหร่หรือ”

“อะ เอ๋!?” ลิ่งอี๋แผดเสียงร้องออกมาด้วยความมึนงงเมื่อใต้เท้าเถียนที่ ตั้งท่าจะจากไปแล้วเดินกลับเข้ามาใหม่

“ข้าหมายถึงหากจะไถ่ถอนตัวเจ้าออกมา ต้องมีเงินเท่าไหร่” เถียนจิ้นอันคิดว่าตนกับเด็กคนนี้มีวาสนาต่อกันไม่มากก็น้อย หลังจากเห็นอาการหวาดกลัวที่จะโดนส่งไปรับแขกนั่นแล้วก็ไม่อาจมองผ่านไปได้

“ค่าอาหารหนึ่งมื้อในภัตตาคารตงหนานเฟิงยังไม่มีปัญญาจ่าย ริอาจมาถามราคาไถ่ตัวคณิกาในหอนางโลมของข้า เสี่ยวอัน เจ้าเป็นคนฟั่นเฟือนกว่าที่ข้าคิดนะ” ผู้ที่ตอบคำถามไม่ใช่ตัวลิ่งอี๋ แต่เป็นเจ้าของตัวลิ่งอี๋

“ข้าแค่ถาม ท่านจะช่วยตอบตามตรงไม่ได้หรือไง ไยต้องเล่นลิ้น”

“พันตำลึง เจ้าพร้อมจ่ายเงินจำนวนนี้แล้วออกจากตำแหน่งขุนนางหรือไม่”

เถียนจิ้นอันขมวดคิ้วให้กับคำพูดของรุ่ยอ๋อง เพราะฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก

“ขนาดข้าที่เป็นชินอ๋องเช่าตัวคณิกาชายแค่คืนเดียวยังต้องหวาดผวาว่าจะโดนถอดยศหรือไม่ เสี่ยวอันเอ๋ยเจ้ายังคิดว่าเจ้าจะลอยหน้าลอยตาอยู่ในราชสำนักหลังจากไถ่ตัวคณิกาชายออกมางั้นหรือ มองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว”

“ข้าไม่ทันคิด” เถียนจิ้นอันตอบตามตรง

เขาลืมนึกถึงกฎข้อห้ามที่ว่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางราชสำนักห้ามมีปฏิสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพศเดียวกันไปเสียสนิท

“ข้าคิดว่าเจ้าจะยอมทิ้งตำแหน่งลาภยศได้ เมื่อมีเหตุผลที่มากพอเสียอีก” รุ่ยอ๋องพูดเปรยๆ แต่เนื้อความคล้ายประโยคคำถามที่ต้องการคำตอบ

น่าเสียดายที่เถียนจิ้นอันไม่ทันเอะใจว่าในคำพูดของรุ่ยอ๋องมีความนัยลึกซึ้ง

เถียนจิ้นอันส่ายศัรษะและตอบตามตรง

“ข้ามักจะเก็บตัวอยู่ลำพังเสมอ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้มีตัวคนเดียว ข้างกายข้ายังมีบิดามารดา พี่ชายและน้องสาวอยู่ หากข้าที่มีตำแหน่งหน้าที่ การงานมั่นคงที่สุดในบ้านถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลเหล่านี้ สกุลเถียนจะสูญเสียเสาหลักไปหนึ่งคน และยังต้องอดทนกับถ้อยคำเหยียดหยามสารพัดที่จะตามมาอีก

ขอโทษนะลิ่งอี๋ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องรักษาตำแหน่งในตอนนี้ของตนเองเอาไว้ ส่วนเรื่องไถ่ตัวเจ้า ข้าจะลองหาทางอื่นดู” ต้นประโยคพูดกับรุ่ยอ๋อง ส่วนท้ายประโยคหันมาลูบหัวลิ่งอี๋

ใต้เท้าเถียนยังคงใบหน้าเรียบเฉย เพราะเจ้าตัวพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมาโดยคิดว่าเป็นเรื่องของลิ่งอี๋ ภายในใจจึงไม่บังเกิดความรู้สึกมากมายนัก

ตรงข้ามกับใครบางคนที่ฟังคำตอบแล้วรู้สึกสะท้านสะเทือนใจไม่ใช่น้อย

เมื่อเถียนจิ้นอันจากไป ลิ่งอี๋ก็ดูเศร้าซึมลงหลายส่วน

“จะดีหรือ”

“หืม” รุ่ยอ๋องแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ

“ระหว่างทางที่มาที่นี่ ข้าจับสังเกตอาการของใต้เท้าคนนั้นได้หลายอย่าง ท่าทางเขาจะชอบท่านไม่ใช่น้อย ส่วนท่านเองดูมีความสุขยามได้พบหน้าเขา ไม่สิ ท่านเจตนาเบี้ยวภาษีเพื่อให้ใต้เท้าเถียนมาทวงเงินกับท่านชัดๆ แล้วไยถึงปล่อยให้กลับไปทั้งแบบนั้นเล่า”

ลิ่งอี๋ไม่รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรมากนัก แต่เพราะถูกฝึกทักษะการสังเกตสีหน้าและอารมณ์ของแขกมาจากแม่เล้าตั้งแต่ยังเล็ก ลิ่งอี๋ถึงได้มองความในใจของคนทั้งคู่ออก

“ขืนรั้งเอาไว้ก็รังแต่จะทำให้เสี่ยวอันลำบากใจเปล่าๆ”

“ถ้าอยากให้ทุกอย่างมันสิ้นสุดลงเท่านี้จริงแค่ท่านไม่แวะเวียนไปให้ ใต้เท้าเถียนเห็นหน้าอีกก็จบแล้ว แต่ท่านกลับวางแผนล่อใต้เท้าเถียนมาที่นี่ มาให้ท่านเห็นหน้า” ลิ่งอี๋ย้ายก้นไปนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่เดียวกับที่เถียนจิ้นอันเคยนั่งเมื่อครู่

“ตลอดสิบวันที่ผ่านมาข้าก็ไม่ได้แวะไปจริงๆ เจ้าก็เห็นเพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด”

“นั่นทำให้ข้ารู้สึกรำคาญมาก และที่สำคัญสุดท้ายท่านก็ตบะแตก เป็นฝ่ายทนคิดถึงไม่ไหวก่อนจนต้องใช้วิธีอ้อมค้อมพาเขามาที่นี่ ข้าล่ะแปลกใจจริงๆ หากท่านไปขอร้องฝ่าบาทโดยตรงไม่ง่ายกว่าหรือ พระองค์น่าจะทรงอนุญาตนะ”

ลิ่งอี๋เห็นว่ารุ่ยอ๋องอี้เทียนกับจักรพรรดิหงอู่เป็นพี่น้องที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หากน้องชายขอร้อง พี่ชายก็น่าจะอะลุ้มอล่วยช่วยผ่อนผันกฎให้สิ

“ลิ่งอี๋เอ๋ย ไยเจ้าไม่ลองขอให้ข้าปล่อยตัวเจ้าเป็นอิสระดูสักครั้งล่ะ”

จู่ๆ รุ่ยอ๋องก็พาเปลี่ยนเรื่อง ลิ่งอี๋พลันสับสน แต่เพราะอยู่ในสถานะเป็นรอง จึงต้องยินยอมตอบคำถามตามตรง

“ขอไปก็ไม่มีประโยชน์ กฎย่อมเป็นกฎ ท่านไม่มีทางปล่อยข้าเป็นอิสระโดยไม่รับเงินไถ่ตัวครบตามจำนวนหรอก เพราะหากท่านปล่อยให้ไป คณิกาคนอื่นๆ ก็จะมาขอร้องท่านบ้าง สุดท้ายกิจการขอนางโลมจะไปรอดได้อย่างไร” น้ำเสียงของลิ่งอี๋มีความเศร้าหมองอยู่หลายส่วน

แม้ตนจะได้รับความเอ็นดูจากรุ่ยอ๋องมากเป็นพิเศษ แต่มีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่ไม่เคยกล้าร้องขอจากรุ่ยอ๋อง

“งั้นบัณฑิตหน้าตาดีที่มาเป็นลูกจ้างทำบัญชีชั่วคราวผู้นั้นกับเจ้า ความสัมพันธ์คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว” ร่างสูงกล่าวเรื่องใหญ่โตออกมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ ตามแบบฉบับ

ลิ่งอี๋ตกใจจนหน้าซีดเผือด ไม่คิดว่ารุ่ยอ๋องจะรู้เรื่องนี้ด้วย

ลิ่งอี๋ยามนี้แอบชอบบัณฑิตยากจนผู้หนึ่งอยู่ บัณฑิตผู้นี้เดินทางมา เมืองหลวงเพื่อรอสอบรับราชการปลายปี ระหว่างรอสอบก็มาทำงานพิเศษ เป็นคนคุมบัญชีประทังชีพอยู่ในหอนางโลมแห่งนี้

“ขะ ข้าจะไปกล้าทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร กะ ก็ข้าเป็นคนของท่าน” ลิ่งอี๋รีบคุกเข่าอ้อนวอน ร่างกายสั่นเทิ่มด้วยความหวาดกลัว

ลิ่งอี๋กลัวว่ารุ่ยอ๋องจะไม่พอใจที่ตนแอบไปชอบบุรุษคนอื่น เป็นเหตุให้หมดความโปรดปราน และเขี่ยตนออกไปรับแขกที่เรือนหน้า

“ข้าอนุญาตนะ”

“!!”

“เจ้าจะคบหากับบุรุษผู้นั้นก็ได้ ข้าไม่ส่งเจ้าไปเรือนหน้าเพราะเหตุผลแค่นี้หรอก” รุ่ยอ๋องจัดแจงรินเหล้าให้ตนเองด้วยตนเอง จากนั้นก็ยกขึ้นจิบด้วยใบหน้าสุขสำราญ

“ไม่ได้...” ลิ่งอี๋อึกอัก

ยามนี้แม้แต่ลิ่งอี๋ก็เดาใจของชายหนุ่มไม่ออกแล้ว

“อะไรที่ว่าไม่ได้”

“เขาเข้ามาเมืองหลวงเพื่อสอบรับราชการ ข้าคิดว่าเขาเป็นบัณฑิตที่มีปัญญาหลักแหลม เขาต้องได้เข้าทำงานในราชสำนักแน่นอน และถ้าหากเป็นเช่นนั้นข้าที่เป็นบุรุษ ก็ไม่ควรไปเกะกะ...” ลิ่งอี๋ตัดสินใจตอบตามตรง เพราะการโกหกกับรุ่ยอ๋องไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี หากโดนจับได้ผลลัพธ์จะยิ่งเลวร้าย

“เจ้าก็รู้นี่คำตอบทั้งหมดแก่ใจแล้วนี่”

“หือ”

“คำตอบของคำถามที่ว่าทำไมข้าไม่ลองไปขอร้องฝ่าบาทเรื่องเสี่ยวอัน หรือทำไมข้าไม่ควรผูกสัมพันธ์กับเสี่ยวอันลึกซึ้งไปกว่านี้อย่างไรเล่า”

“แต่ท่านก็หลอกใต้เท้าเถียนให้มาหาวันนี้”

“เจ้าเองก็แอบไปด้อมๆ มองๆ อยู่ที่ห้องทำบัญชีเป็นประจำ”

“นั่นเพราะข้าคิดว่าแค่ได้เห็นหน้าเขาสักประเดี๋ยวก็ยังดี”

“นั่นปะไร เจ้ารู้คำตอบทั้งหมดเลย แล้วยังจะมาถามข้าอีก หึหึ” รุ่ยอ๋อง อี้เทียนส่ายหน้าไปพลาง หัวเราะในลำคอไปพลาง

ลิ่งอี๋พยายามมองลึกเข้าไปในดวงตาของรุ่ยอ๋อง เพื่อคาดเดาความรู้สึก แต่เพราะรุ่ยอ๋องมีทักษะในการหลอกคนสูงส่ง ลิ่งอี๋จึงไม่รู้ว่าตกลงแล้วคนเสเพลอย่างรุ่ยอ๋องให้ค่ากับบทสนทนาเมื่อครู่มากน้อยขนาดไหน

 

รักที่รักไม่ได้ ซิงใหม่ getsunova

 

เรื่องนี้มีเล่มมินิที่เป็นตอนพิเศษขายคู่กับเล่มหลักด้วยนะคะ ตอนซื้ออีบุ๊กดูกันดีๆ นะ ส่วนรูปเล่มจะเปิดขายแบบพร้อมส่งประมาณวันที่ 20 ค่ะ

 

ซื้อ E BOOK ได้แล้วใน MEB์ [ จิ้ม ]

 

ฝากเพจจ้า :: https://www.facebook.com/nikkoustory

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.046K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

612 ความคิดเห็น

  1. #578 MeNe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 06:45
    แงงๆๆๆ🥺
    #578
    0
  2. #569 tang_thai°°° (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 10:34
    เอากฎนี่ไปทิ้งได้ไหม
    #569
    0
  3. #553 Oddy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 00:00

    ฮรือออ ใจเจ็บไพหมดดด

    #553
    0
  4. #529 เลดี้วาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 13:47
    แงงง ชอบกันแหละ ติดแค่กฏบ้าบอนี่เท่านั้นเองงง
    #529
    0
  5. #474 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 19:51
    จากนิยายขำๆ กลายเป็นเศร้าไปแล้วใฮืออออ
    #474
    0
  6. #397 _fiona_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 14:47
    โว้ย อิพี่เเอบดี
    #397
    0
  7. #351 blueeyes111 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:24
    แล้วเขาจะรักกันได้จะได
    #351
    0
  8. #335 aunaunmtyj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:49
    แต่ก็เศร้าสุดๆๆ
    #335
    0
  9. #334 aunaunmtyj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:48
    คิดถึงกันมาก ดูออก
    #334
    0
  10. #307 nnnnnnnnnny (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 14:02
    สงสารร
    #307
    0
  11. #232 Pang_0409 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 22:41
    มุ้แง้ หอมหัวรุ่ยอ๋องเยย
    #232
    0
  12. #205 จันทร์คราม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 19:12
    ความสัมพันแบบคู่ขามานั่งปรับทุกข์เรื่องคนรัก ฮือตร่กปนเอ็นดู
    #205
    0
  13. #163 JUSTDOITYOLO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 21:20
    หนับหนุนให้อิพี่ฉุดน้องเลยค่ะ555555
    #163
    0
  14. #133 choompoo2424 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 12:51
    แงงง ทำไมเศร้า
    #133
    0
  15. #112 Aisa-Mee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 22:52
    จะจบลงเศร้ามั้ยอ่ะไร. ไม่อยากกินมาม่าเลยจริงๆนะ
    #112
    0
  16. #109 AnnyElf (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 20:40
    น้องอันจะชอบรุ่ยอ๋องเร็วไปไหม

    แบบแค่10วันเอง แล้วทั้งที่ก่อนหน้านี้ แบบว่าไม่ชอบเลย ถ้าระยะเวลานายกว่านี้ คงจะสมเหตุสมผลกว่านี้ แต่ชอบมากค่ะ เดินเรื่องได้ดี ดูเป็นคนมีเหตุผลในการกระทำหลายๆอย่างของตัวละคร
    #109
    1
    • #109-1 monster_evil(จากตอนที่ 10)
      26 พฤษภาคม 2563 / 22:31
      10วันที่ว่าคือพอ.ห่างหายจากนอ.ค่ะ ก่อนหน้านะจะหลายเดือนอยู่นะเราว่า
      #109-1
  17. #106 orn2515 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:11
    จะเอาอยางไงกันแน่
    #106
    0
  18. #98 Centul2y (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:16
    กบฏ ยึดบัลลังค์ ตั้งตัวเองเป็นฮ่องเต้ แล้วเปลี่ยนกฏเอง!!!!!!

    .
    .
    .
    ล้อเล่นฮะ

    ต้องใจเย็นๆเน้ออ
    #98
    0
  19. #97 nanny_Hh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:28

    เข้าใจรุ่ยอ๋องนะ แต่ทำงี้คือสงสารเถียนด้วยอะ


    #97
    0
  20. #96 bwp_k (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:37
    หลบๆซ่อนๆไง
    #96
    0
  21. #95 To.you (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:22
    เปลี่ยนกฏสะสิถึงจะยากมากก็เถอะแต่รุ่ยอ๋องนายเป็นพระเอกนะพยายามเข้าาา
    #95
    0
  22. #94 PK JJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 18:33
    ต้องมีวิธีสิ!!
    #94
    0
  23. #93 PuiPui--r (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:39
    มันต้องมีสักทางสิน่า รุ่ยอ๋องฉลาดแกมโกงเจ้าเล่ห์กลอกกลิ้ง(ทั้งหมดคือคำชม)ลองพยายามดูก่อน
    #93
    0
  24. #92 whtrudng? (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:58
    เอาใจช่วยรุ่ยอ๋อง ฉลาดหลักแหลมนัก ลิ่งอี้ก็น่ารักมากๆ มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #92
    0
  25. #91 yaoikiller (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:30
    สู้ๆน้าาาา
    #91
    0