- - ใกล้แสนไกล - - สนพ. ฟาไฉ

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62

** นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งจบและตีพิมพ์นานแล้ว เราแค่เอามารีอัพในเว็บเด็กดีเฉยๆ นะคะ **


ตอนที่6 ฝันเฟื่อง

และแล้วก็ครบรอบหนึ่งวันที่พวกเราคบกัน...กระผมนายธรรมดาขับรถ(ของกันย์)ไปส่งกันย์ที่คณะ จากนั้นก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอของตัวเอง โดยไม่ลืมเปลี่ยนน้ำให้ช่อดอกทานตะวันที่ซึ่งแอบออกไปเอากลับมาตั้งแต่เมื่อวานตอนที่กันย์หลับ

 ผมใช้เวลาอยู่ไม่นานนักเพราะอยากจะเจอหน้ากันย์ที่มหาลัยใจจะขาด ก่อนแยกกันเขาบอกให้ผมไปหาเขาที่โรงอาหารคณะบริหารด้วย

เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้วผมก็รีบซ้อนวินออกจากหอทันทีโดยไม่ลืมแวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งเจ้าประจำ

เมื่อผมมาถึงคณะบริหารก็ยืนเก้ๆกังๆอยู่พักใหญ่เพราะว่าผมไม่เคยมาที่นี่มาก่อนแถมเด็กผู้หญิงคณะนี้ก็พากันมองมายังผมเป็นตาเดียว เล่นเอาผู้ชายอกสามศอกคนนี้เสียความมั่นใจต้องยกมือมาเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ”สุดท้ายก็พบเหยื่อที่จะถามทาง ร่างสูงของเด็กต่างคณะสาวเท้าเข้าไปยังโต๊ะของนักศึกษาชายตัวเล็กๆท่าทางเป็นมิตรกลุ่มหนึ่ง

พวกเขาหันมามองผมแบบมึนงงก่อนหนึ่งในนั้นจะยกมือขึ้นปิดปากแล้วก็ร้องวี๊ดว๊าย(?)ขึ้นมาว่า

“ต๊าย!!! พี่นายอ่ะแก พี่นายวิศวะคนนั้นทักกูด้วย กรี๊ดดดด”

“ทักหล่อนที่ไหน ทักชั้นต่างหาก ใช่ไหมคะพี่นาย”อีกคนขัดคอขึ้น ก่อนสงครามนางฟ้าจะเกิดผมก็รีบขัดตาทัพทันหวุดหวิด

“โรงอาหารไปทางไหนเหรอ?”ที่เขาบอกว่าความรักทำให้คนตาบอดเห็นจะจริง เพราะอะไรผมถึงมองเด็กกลุ่มนี้เป็นผู้ชายไปได้นะ

“มาหาใครคะ”เด็กคนเดิมลุกขึ้นยืนกอดอกเชิดหน้ามองผมซึ่งตัวสูงกว่าเขาสิบกว่าเซ็นต์เห็นจะได้

“อ่า...อยากรู้ไปทำไมเหรอครับ”เป็นคำสุภาพของคำว่าอย่าเสือกครับน้อง

“ถามหาโรงอาหารแสดงว่ามากินข้าว แต่ในมือพี่มีถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งที่กินหมดแล้วอยู่ แสดงว่าต้องมีจุดหมายอื่น...และการที่พี่มาเองคนเดียวแต่เช้าแบบนี้ก็หมายความว่ามาหาคน...และคนคนนั้น...ต้องเป็นคนพิเศษ!!!”

“ธะ...เธอ...เป็นใครกันแน่!?

“หึ...ถึงตัวจะเป็นตุ๊ดแต่ก็มีสมอง ชื่อของหนูก็คือโคนัน!!!”ร่างเล็กบางผิวขาวหน้าตาน่ารักตามประสาลูกคนรวยยืดเท้าสะเอวหัวเราะร่าเริง เด็กนี่ไม่บ้าก็บ้าล่ะครับ... ผมอยากจะโดดหนีไปถามทางจากคนอื่นแต่ก็สายเกินไปเธอกรีดนิ้วชี้ไปทางด้านหลังของผม

“เดินไป เลี้ยวซ้ายสองครั้งก็จะเจอที่ที่พี่ตามหา...อ่อ แล้วหนูชื่อโคนันจริงๆไม่ได้ล้อเล่น สมัยหนูเกิดพ่อตามอ่านเรื่องนี้อยู่ ตอนนี้หนูก็อ่านนะพี่สนใจจะไปอ่านกับหนูมั้ย โฮะๆๆๆ”เด็กชื่อเหมือนพระเอกการ์ตูนดังยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเหมือนพวกเลดี้ในฝรั่งเศสสมัยก่อน ถ้าใส่ชุดราตรีกับมีผมม้วนนี่ใช่เลย

เหอๆ ผมยิ้มแหยๆให้รุ่นน้องคณะของกันย์แล้วก็ถอยทัพออกมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อเดินมาตามทางที่เด็กคนนั้นบอกผมก็พบกับโรงอาหารคณะบริหารซึ่งเป็นโรงอาหารที่ใหญ่พอสมควร เพราะเด็กคณะนี้มีเยอะ ทำให้เวลาเช้าแบบนี้มีคนมาจับจองพื้นที่แน่นเอียด บางคนก็ทานข้าว บางคนก็นั่งปั่นงาน

นัยน์ตาสีดำขลับกวาดมองไปรอบบริเวณเพื่อตามหาใครบางคน

“กันย์”

“กันย์!”ร่างโปร่งบางหันมามองผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขาคงไม่คิดว่าผมที่แยกตัวไปไม่นานกลับมาปรากฏตัวเร็วขนาดนี้ ความอยากเจอมันก็เอาชนะทุกสิ่งผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังโต๊ะที่ร่างบางและผองเพื่อนนั่งกันอยู่

เพื่อนของกันย์ในที่นี้มีสองคน คนหนึ่งหน้าซีดๆตาตี่ๆ ส่วนอีกคนหล่อเอาเรื่องแถมยังสูงหุ่นดีอีกต่างหาก ผมชะงักขาเมื่อเพื่อนของเขาต่างอ้าปากค้างแล้วก็มองผมเหมือนเห็นผีแถมยังชี้นิ้วมาที่หน้าหล่อๆ(มั่นมาก)ของผมอีก

“อ่า...”เมื่อผมหยุดขาลงเพราะไม่มั่นใจว่าควรเข้าไปยุ่งกับเวลาส่วนตัวของแฟนหรือเปล่านั้นเอง กันย์ก็กวักมือให้ผมเดินไปนั่งข้างๆเขา ผมเลยส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้ผองเพื่อนของกันย์ซึ่งยังจ้องมาที่ผมด้วยสายตาคมกริบ

“กินข้าวยัง”กันย์ถาม

ผมพยักหน้า”กินข้าวเหนียวหมูมาแล้ว”

กันย์พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจกับคำตอบของผมนัก เขาหันไปกินข้าวต้มในชามตรงหน้าตัวเองต่อ ท่าทางตอนห่อปากหน่อยๆเพื่อเป่าอาหารนั่นน่าจับมาจูบชะมัด แต่ผิดคาดกันย์ไม่ได้ตักมันเข้าปาก เขายื่นมาตรงหน้าผมซึ่งถูกดวงตาคู่หวานโจมตีเข้าเต็มๆจนผงะถอย สีหน้ามึนงงไปชั่วขณะ

อย่าบอกนะว่าเขาจะป้อนข้าวผมกลางโรงอาหาร!?

กันย์มุ่ยหน้าอย่างขัดใจเมื่อผมเบือนหน้าหนี

“กินไม่หมด ช่วยกินหน่อยดิ”เสียงหวานเอ่ย ปลายเสียงติดอ้อนหน่อยๆ ตายสินาย มีกี่ชีวิตก็เอามาตายซะให้หมด นอกจากเสียงแล้วยังช้อนตามองอีก อื้อหือออออออออ

ไม่รอช้า ก่อนหมาจะคาบไปแดกผมก็รีบงับข้าวเข้าปากไปด้วยท่าทางเก้อเขินหน่อยๆเมื่อในที่นี้ไม่ได้มีเพียงพวกเราสองคน ปฏิกิริยาตอบสนองของผมเรียกรอยยิ้มเต็มแก้มของเดือนคณะบริหาร...แค่ยอมกินข้าวที่ป้อนให้ไม่ต้องยิ้มน่ารักขนาดนั้นก็ได้

“กันย์ก็กินด้วยสิ ข้าวเช้าสำคัญต่อร่างกายนะ”ผมดุเด็กเอาแต่ใจ ถึงแม้ว่าข้าวต้มถ้วยนี้จะไม่อร่อยเท่าข้าวต้มที่ผมทำให้เมื่อวานก็เถอะ แต่เขาก็ควรกินให้หมด ดูในชามสิ พร่องไปแค่นิดเดียวเอง

“ป้อน”

“หา?

“อ้า...”กันย์ส่งช้อนให้ผมแล้วก็อ้าปากนิดๆ

 

เช้านี้เป็นเช้าที่ดีที่สุดในรอบยี่สิบปีของผม ร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่สุดในภาควิชา เดินยิ้มแฉ่งแข่งกับแสงตะวันเข้ามาในห้องบรรยาย เพราะมัวแต่เดินไปส่งแฟนถึงหน้าห้องเรียนเลยทำให้ผมมาสาย แต่นั่นก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

พวกโง่ทั้งหลายที่มองตามผมที่เปล่งออร่าสีชมพูกันตาเหลือกอีก

“เห้ย!? มึง...”ไอ้เบสชี้หน้าผมซึ่งหยุดเรียนไปหนึ่งวันเต็มๆด้วยท่าทงตกใจ

เมื่อวานนี้พวกเพื่อนๆโทรมาเกือบร้อยสายเพราะคิดว่าความปากพร่อยของพวกมันทำให้ผมช้ำหนักถึงขนาดหยุดเรียน ผมก็แชทบอกในไลน์กลุ่มไปแล้วว่าสบายดี แถมชีวิตดี๊ดีอีกต่างหากแต่พวกมันดันคิดว่าผมประชด

จะบ้าตาย ไอ้บิ๊กถึงกับไปหาผมถึงหอแต่มันก็ไม่เจอเพราะเมื่อวานผมก็ค้างที่คอนโดของกันย์...อะแฮ่ม แค่ค้างเฉยๆนะครับไม่ได้ทำอะไร กันย์ยังมีไข้ลุมๆผมเลยอาสาดูแล

“ไงเพื่อนรัก”

“มึง!?”เบสกล่าวตาถลน

ความดีความชอบที่ทำให้ส้มหล่นได้คบกับกันย์ผมขอยกให้ความเสือกพวกมันเต็มๆ ถ้าพวกมันไม่ปากหมาจนผมเฮิร์ทขั้นเสียสติก็คงไม่กล้าหาญทำแบบนั้นลงไปหรอก

มังกรหรี่ตามองใบหน้าชื่นมื่นของผมอย่างจับผิดระคนสงสัย

“มึง!!”ส่วนไอ้เบสก็พูดเป็นแค่คำนี้

แต่พวกมันที่อยากจะกระโจนเข้ามาคว้าคอเสื้อของผมเพื่อเค้นหาความจริงก็ต้องกลับไปนั่งเรียนเมื่อหลายคนที่นั่งรอบตัวหันมามองตาเขียวเพราะรำคานเสียงของพวกเรา

เวลาเรียนผ่านไปแบบเชื่องช้า น่าเบื่อมาก ผมที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ก็แทบแย่ขึ้นมาเปิดแอพลิเคชั่นแชทและห้องสนทนาแรกที่ผมเรียกขึ้นมาดูก็คือห้องแชทของกันย์ แล้วผมก็ต้องแปลกใจเมื่อมันมีข้อความจากกันย์ค้างไว้อยู่แล้ว

ไม่รอช้าผมรีบเปิดเข้าไปอ่านทันที

...นายๆ เรียนอยู่ป่าว เรียนเสร็จแล้วค่อยอ่านก็ได้นะ

เปลี่ยนชื่อเฟสให้หน่อยได้ไหม กันย์ก็อยากเปลี่ยนนะแต่ยังคิดไม่ออก...

ผมอ่านแล้วก็ยังงงอยู่ก็เลยส่งถามกลับไปว่า

...หมายถึงให้นายเปลี่ยนชื่อเหรอ เป็นอะไรล่ะ...

แล้วเขาก็อ่านทันทีเหมือนเปิดเล่นอยู่ตลอดเวลา แย่จริงๆ เด็กเกเรไม่ยอมตั้งใจเรียนนี่ สงสัยเจอกันผมต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว พอคิดมาถึงตรงนี้ก็เรียกรอยยิ้มที่มุมปากของผมจนไอ้พอสที่นั่งอยู่ข้างๆเหลือบมองแบบสงสัย

มันพยามยื่นหัวเข้ามาดูว่าผมคุยกับใครอยู่ ด้วยความกวนตีนก็เลยแกล้งชักหลบ มันก็จิ๊ปากแล้วก็หันไปตั้งใจเรียนต่อเพราะวิชานี้เป็นวิชาชอบของมัน เมื่อกำจัดตัวรบกวนออกไปสำเร็จแล้วนายธรรมดาก็ก้มหน้าลงไปอ่านข้อความ

ก่อนจะต้องยิ้มแก้มแทบแตก

...เจ้านาย ปากกา พัดลม ปืน ...

อ๊ากก ย๊ากกก...กรีดร้องไม่เป็นภาษาอยู่ในใจ ผมรีบฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันทีเพราะไอ้พอสมันหันมาเหล่

เผื่อใครไม่รู้เดี๋ยวผมแปลให้ อ่ะนี่...เจ้านายเป็นแฟนกัน(ย์)...

ผมใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่สามวิแล้วก็เงยหน้าขึ้นมารัวนิ้วเปลี่ยนชื่อเฟสตามคำขอเหมือนโดนเวทมนต์สะกด จากนายธรรมดาเปลี่ยนเป็น เจ้านายปากกาพัดลมปืน ถ้าเป็นคนอื่นขอล่ะก็ผมไม่มีทางเปลี่ยนเป็นชื่อบ้าปัญญาอ่อนแบบนี้หรอกนะ

แต่นี่น่ะมัน...

“เบส ไอ้นายเป็นบ้าไปแล้ว”

เป็นบ้าเชี่ยไรของมึงพอส กูเป็นแฟนกันย์ต่างหาก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ(บ้าจริง)

ผมรีบตวัดสายตามองขวับไอ้สองคู่หูที่หันไปกระซิบกระซาบกันหน้าเครียด ไอ้เบสวางปากกาแล้วก็หันมาพิจารณาใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของผมอย่างเคร่งเครียดแล้วมันก็พยักหน้าหงึกหงัก

“นายกูขอโทษ เมื่อวันก่อนกูเสือกมากไปหน่อย”เบสพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดส่วนผมตีหน้าเพลียใส่พวกมัน ด้านไอ้มังกรมันไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยเลยไม่มีบท

“เมื่อกี้มันเปิดเฟสทำไรก็ไม่รู้ด้วย”ไอ้พอสรีบรายงานคู่ขา เอ๊ย คู่หูของมัน

เบสรีบเปิดหน้าจอมือถือเช็คข้อมูลทันที มันเข้าเฟสผมซึ่งเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ไอ้สองตัวตอนแรกพิมพ์ชื่อนายธรรมดาแล้วกดค้นหาไม่เจอเลยตกใจคิดว่าผมช้ำจนปิดบัญชีแต่พอลองหาในแท็กรูปแล้วพวกมันก็ถอนหายใจโล่งอกที่ผมยังอยู่

แม้จะมีชื่อแปลกๆก็เถอะ

“นาย มึงต้องตั้งสตินะ ชื่อเชี่ยไรของมึงเนี่ย อายเขาไหม”เบสถาม

“ไม่นิ”ผมตอบแบบขอไปทีแล้วก็หันไปตั้งใจเรียนต่อเพราะไม่อยากจะสนใจพวกมัน จากตอนแรกที่เบื่อๆใกล้ขาดใจตายกลับกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา และชั่วโมงเรียนอันสุขสันต์ก็ผ่านพ้นไปอย่างมีความสุข

ไอ้กรโงหัวขึ้นมาจากกองกระดาษ หน้าหล่อๆของมันมีรอยยับไม่น่าดู คู่หูเบสพอสเลยหัวเราะล้อ กรหน้าง่ำแล้วก็เก็บอุปกรณ์การเรียนซึ่งไม่ได้ใช้เลยลงกระเป๋า หยิบกระจกขึ้นมาเสยผมให้เข้าที่

ผู้ชายห่าอะไรพกกระจก

“ไปกันได้แล้ว กินข้าว!! นาย มื้อนี้พวกกูเลี้ยงมึงเอง”เบสพอสกอดคอกันเดินมากระแซะร่างสูงของเดือนภาค ผมพยามกลั้นไม่ให้หลุดหัวเราะขำการแสดงความรับผิดชอบแบบแปลกๆของพวกมัน

ทีแรกก็ว่าจะบอกพวกมันหรอกว่าชีวิตช่วงนี้ดีขนาดไหนแต่พอเห็นหน้าหมาหงอยของสองตัวนี้แล้วผมก็ขอแกล้งต่อสักหน่อยแล้วกัน

“อะไรของพวกมึงเนี่ย จู่ๆมาเลี้ยงข้าวกูทำไม”ปฏิเสธไปแบบทีเล่นทีจริงให้พวกมันคิดว่าผมแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรทั้งๆที่ในใจนั้นเจ็บ

นาย!!!!

ฉับพลันเสียงตะโกนเรียกชื่อของผมก็ดังลั่นมาจากประตูห้องบรรยายรวมซึ่งเพิ่งเลิกคลาสไม่นานทำให้ยังมีคนอยู่ในห้องเกินครึ่ง และคนเหล่านั้นก็ต้องตกใจกับบรรดาเพื่อนในกลุ่มซึ่งแยกย้ายไปอยู่ภาคอื่นของผมซึ่งแห่กันเข้ามาด้านใน

แม้แต่ผมเองยังตกใจ

“นายมึงเป็นไงมั่ง สบายดีมั้ย!?

ร่างสูงใหญ่ของบิ๊กรีบวิ่งตรงเข้ามาหาผมทันที มันเข้ามาลูบหัวลูบหาง สงสัยว่าการที่ผมหายไปแบบไร้ล่องลอยในวันนั้นจะทำให้พวกมันเป็นห่วงกันมาก

น่าซาบซึ้งจนแกล้งไม่ลงเลย...

ผมคิดว่าผมควรจะบอกความจริงเพื่อให้พวกมันสบายใจกันซักที

“เอ่อคือ...ความจริงแล้วกู...”

“นาย... ไม่! มึงไม่ต้องพูดอะไร พวกกูเข้าใจดี”เบสกล่าว...ไม่ พวกมึงไม่เข้าใจ ให้กูพูดเถอะ

“ไม่ว่ามึงจะโดนใครทิ้งอีกสักกี่ครั้งพวกอยู่ก็จะอยู่เคียงข้างมึงตลอดไป”แม็กซ์กล่าว...ซึ้งสัด มึงมาจีบกูเองเลยมั้ยมา

“ยิ้มเว่ยเพื่อน”โจ้กล่าว...คือมึงไม่เห็นเหรอว่ากูยิ้มอยู่

“ไม่นะ กูไม่ได้เป็นอะไร...”ผมรีบอาศัยจังหวะพูดแทรกออกมาก่อนไอ้พอสจะเอามือมาปิดปากผมแล้วก็ทำเสียง จุ๊ๆ เหมือนหลอกเด็กให้เงียบ

เดี๋ยวสิ!! ให้กูได้พูดเถอะขอร้อง!!

เพื่อนรักนับสิบคนไม่มีใครเข้าใจความหมายที่ผมส่งไปทางสายตาแม้แต่คนเดียว นอกจากจะไม่เข้าใจแล้วยังไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ พวกมันลากคอผมให้เดินออกไปจากห้องเรียนเพราะเกะกะคนอื่นทั้งๆที่ปิดปากเอาไว้

ผู้ชายกลุ่มใหญ่สิบกว่าคนตกเป็นเป้าสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายภาควิชา น้อยครั้งนักที่จะเห็นเด็กต่างภาคมารวมตัวกันโดยนัดหมายมากมายขนาดนี้

“พวกมึงปล่อยกู!!!”นายธรรมดาพยามกรีดร้องแล้วก็ดีดดิ้นจนเพื่อนสู้แรงไม่ไหวต้องยอมปล่อยมือ ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพราะเมื่อกี้เหม็นมือไอ้บิ๊กเลยต้องกลั้นหายใจไว้

“กูไม่ได้เศร้าจริงๆ ชีวิตกูดีมาก ตอนนี้กูกำลัง...”

“นาย มึงหลอกพวกกูไม่ได้หรอกนะ มึงเสียใจขนาดไหนพวกกูรู้ดี”กรที่บทหายไปนานกล่าวแทรก ตอนนี้หน้ามันกลับมาเนี๊ยบเหมือนเดิมสงสัยที่หายไปเมื่อกี้คือแอบไปหวีผมมา

“กูไม่ได้เศร้า ทำไมกูต้องเสียใจด้วย พวกมึงฟังนะ...”

“นาย มึงอกหัก คนที่มึงรักเขาไม่ได้รักมึง อ๊ะ กูขอโทษที่ตอกย้ำ กูขอโทษ แต่มึงต้องยอมรับความจริงนะ ชื่อเฟสที่มึงตั้งมันอ่านว่า เจ้านายเป็นแฟนกันย์ใช่ไหม มึงเป็นแบบนี้ไม่ดีนะเว้ยเพื่อน ยอมรับความจริงสิ...”

กูเป็นแฟนกันย์”ผมกล่าวเสียงเรียบขัดไอ้พอสที่เริ่มเพ้อพก ใบหน้ากลับมานิ่งสงบอีกครั้งหลังจัดแต่งเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่

“โอ๊ย! ก็ถึงได้บอกอยู่นี่ไงว่าให้ยอมรับความจริง!!”แม็กซ์อดรนทนไม่ได้ตวาดใส่ผม ดีมันไม่เข้ามาตบหน้าให้ตาสว่างด้วย

“ก็ยอมรับอยู่นี่ไง ความจริงก็คือ กู! กำ! ลัง! คบ! กับ! กันย์!!!”

ผมกราดชี้หน้าพวกมันทีละคนแล้วก็พ่นความจริงอันจริงแท้แน่นอนผมไม่ได้ฝันไปใส่หน้าพวกมันซึ่งแสดงออกชัดเจนมากว่ากำลังเพลียกับฝันเฟื่องของผม

“มึงฝัน นาย พอเถอะ กูไม่อยากเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้”ไม้เดินเข้ามาตบบ่า ไอ้นี่พูดน้อยก็เลยไม่ค่อยสนิทกับมันเท่าไหร่ แต่ขนาดไม้ที่ไม่ค่อยพูดยังออกหน้ามาปลอบปะโลมผมขนาดนี้แสดงว่าในสายตาพวกมันแล้วการที่ผมจะได้คบกับกันย์นั้นคือปาฏิหาริย์ระดับมหากาลเลยสินะ

อยากจะถีบเรียกสติทีละคนแต่ก็คิดได้ว่าพวกมันทำแบบนี้เพราะหวังดี

แล้วผมจะทำอย่างไรให้พวกมันเชื่อดีล่ะเนี่ย...

นาย

ในขณะที่กำลังปวดหัวอยู่นั้นเอง เสียงหวานของกันย์ก็ดังแว่วเข้ามา

“!!!?

พวกเราทั้งกลุ่มหันขวับไปมองร่างโปร่งบางซึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มละไม ก่อนรอยยิ้มนั้นจะหายไปเมื่อสังเกตเห็นสายตานับสิบคู่ที่จ้องตนเขม็ง

กันย์ชะงักขาแล้วก็หันมามองหน้าผมตาปริบๆ”อ่า...กำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่เหรอ งั้นเดี๋ยวเราไปรอตรงนู้นนะ”นิ้วเรียวชี้ไปที่ที่นั่งกันย์ทำท่าจะไปนั่งรอไกลๆแต่ผมก็รีบเข้าไปคว้าข้อมือของเขาไว้ก่อน

เขาหันมามองผมสลับกับผองเพื่อนเหรอหรา พวกมันทำตัวไร้มารยาทอ้าปากค้างแล้วก็ชี้นิ้วมายังกันย์ซึ่งเสียความมั่นใจไปหมดแล้ว”เรา...ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า”เขากระซิบถาม

ผมคลี่ยิ้ม”ไม่มีอะไรหรอก พวกมันก็บ้าๆบอๆแบบนี้แหละ กันย์มาหานายทำไมเหรอ?

“ก็แชทมาชวนไปกินข้าวด้วยกันแล้วไม่ยอมอ่านก็เลยเดินมาตามนี่ไง แต่ไม่เป็นไรหรอก นายไปกินกับเพื่อนเถอะ”

“อ้อ ไม่ๆ กินกับกันย์ดีกว่า พวกนั้นก็แค่เห็นเราหายไปตั้งแต่เมื่อวันก่อนก็เลยหา วันที่นายไปกับกันย์ไง”ผมจงใจเน้นเสียงคำสุดท้ายให้พวกมันได้ยินกันชัดๆ

“อ๋อ”

“งั้นพวกมึง กูไปกินข้าวกับแฟนนะ บะบาย”ผมยกมือขึ้นโอบไหล่บางด้วยสีหน้าเปื้อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ในขณะที่ไม่มีใครตั้งสติเอ่ยถามอะไรออกมาได้สักคน พวกเราก็เดินออกมาจากที่นั้นแล้ว!





------------------------------------


#ใกล้แสนไกล



มีรูปเล่มวางจำนายแล้วกับสำนักพิมพ์ ฟาไฉ (ลิงค์สั่งซื้อ >> จิ้ม << ) 

และรูปแบบ E-BOOK ใน MEB ( ลิงค์ >> จิ้ม << ) มีเนื้อเรื่องหลักตั้งแต่บทนำจนถึงตอนจบ และตอนพิเศษที่ไม่ลงในเว็บค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #42 parinyadakhim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 16:39
    คืออ่านไปกลั้นยิ้มไป5555น่ารัก
    #42
    0
  2. #30 pinkyyyy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 17:49
    น่ารักจนไปสอยอีบุ๊คแล้วค่ะ ปริ่ม
    #30
    0
  3. #27 FantaCail (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 00:12
    เพื่อนมีความเป็นห่วงเว้ย แต่คือแบบ... //กุมท้อง ไม่ไหวแล้ว ถถถถถถถถ๔ถ๔ถถ
    #27
    0
  4. #26 Tipongi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 13:23
    ขำเพื่อนเจ้านาย55555
    #26
    0