- - ใกล้แสนไกล - - สนพ. ฟาไฉ

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

ตอนที่3 เผลอไผล

ผมกำลังจูบกันย์...

เปลือกตานวลเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงขณะที่ผมกำลังโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน นัยน์ตาสีเข้มล้อมกรอบด้วยแพขนตายาวรื้นด้วยคราบน้ำตาค่อยๆปรือลงอย่างยินยอมเมื่อริมฝีปากของเราแนบกัน ผมคลอเคลียกลีบปากบางอย่างเผลอไผลอยู่ไม่นานก็รู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่

ผมผละถอยออกมาอย่างอ้อยอิ่งด้วยความเสียดาย ค่อยๆคลายอ้อมแขนออก ใบหน้าของพวกเราค่อยๆแยกห่างออกจากกัน...

“อะ...เอ่อ คือว่า...”ไม่มีอะไรที่คนอย่างผมสามารถเปล่งออกมาเป็นคำได้เลย เมื่อหยาดน้ำตาที่ผมปรารถนาให้มันหยุดไหลนั้นกลับพรั่งพรูออกมาจากตาคู่สวยราวกับเขื่อนแตก

“นายนิสัยไม่ดี นายนิสัยไม่ดี นายนิสัยไม่ดี...”

“!!”

ในสถานการณ์อย่างนี้ สถานการณ์ที่คนที่ผมแอบรักมาเป็นปีๆกำลังยืนปาดน้ำตาร้องไห้โฮแล้วก็พร่ำต่อว่าผมซึ่งอุกอาจไปจูบเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนั้น...ผมควรจะทำยังไงดี

“กันย์...เอ่อ คุณ ผมขอโทษ เมื่อกี้นี้ผมก็แค่...จูบ...ปลอบ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ...”

ผมเอื้อมมือไปกำชับไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายซึ่งร้องงอแงเหมือนเด็กๆให้หันมาเผชิญหน้ากันก่อนจะรัวคำขอโทษไม่หยุดไม่หย่อนแต่ดูเหมือนการกระทำของผมจะไปกดสวิตซ์อะไรเข้า กันย์ของผมก็เลยขัดขืน ร่างโปร่งบางพยามขืนตัวเองออกมาจากการกอบกุมของผม

“สบายใจได้ผมไม่ได้ร้องให้เพราะจูบงี่เง่าของคุณหรอก เลิกมายุ่งกับผมได้แล้ว!”

“เดี๋ยวสิกั...”

กันย์หันมาตวาดใส่หน้าผมแล้วก็หันหลังก้าวเดินออกจากห้องน้ำไป หากแต่...

“เดี๋ยว! ถ้าอย่างนั้นคุณร้องไห้ทำไม...”อะไรที่ทำให้กันย์ของผมเสียน้ำตามากมายให้ขนาดนี้...

“ผมอกหัก...พอใจรึยังปล่อยผมไปได้แล้ว!”

เหรอ...อย่างนี้นี่เอง ผมระบายรอยยิ้มอุ่นตรงมุมปาก เจ้าของที่แท้จริงของดอกไม้ช่อนั้นคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดสินะ...

“ผมก็กำลังอกหักเหมือนกัน...”

คิดมาถึงจุดนี้ผมก็คงต้องยอมรับสักที

ผมรักกันย์...มันมากกว่าคำว่าหลงใหลตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นเขาในสวนนั้นแล้ว

ผมรักกันย์มาโดยตลอด...ไม่ว่าจะทำอะไรหรือกำลังคบกับใครคนเดียวที่สายตาของผมมองหาก็คือกันย์

“เราไปหาร้านดีดีนั่งดื่มกันไหม?

.

.

กันย์ก็ยังคงรวยสมแล้วที่เป็นกันย์ ผมบังคับพวงมาลัยของเจ้าบีเอ็มสีขาวป้ายแดงใหม่เอี่ยมเคลื่อนตรงไปตามทางที่ GPS บนคอนโซลบอกมา น่าแปลกใจที่ช่วงเวลาทุ่มเศษๆแต่บนท้องถนนกลับไม่ค่อยมีรถ จะเรียกว่าแม้แต่การจราจรก็ยังเป็นใจได้ไหมก็ไม่รู้เมื่อเจ้าของรถตัวจริงยังคงนั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่นั่งด้านข้างคนขับ

ตอนที่ผมใจกล้าบ้าบิ่นชวนกันย์ไปดื่มที่ร้านอื่นทั้งๆที่เขาก็อยู่ในร้านเหล้าอยู่แล้วแท้ๆผมก็อยากจะกัดลิ้นตายให้รู้แล้วรู้รอด ทว่ามือเรียวกลับยื่นกุญแจรถของเขามาให้ผมแล้วก็เดินไม่พูดไม่จานำมาที่รถ เปิดประตูเข้ามานั่งแล้วก็กดค้นหาสถานที่ด้วยตัวเอง

และไม่มีคำพูดใดๆ...

อา...ผมค่อนข้างมันใจว่าผมเป็นคนพูดเก่ง การขายของช่วยให้พบปะผู้คนหลากหลาย หากแต่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้ากันย์ผมกลับเสียการควบคุมแล้วก็พูดอะไรผิดพลาดเสมอ

เสียงเพลงสากลจากวิทยุช่วยลดความตึงเครียดของผมได้ไม่น้อย ผมเหลือบมองร่างบางซึ่งผินหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็ลอบถอนหายใจกับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเลี้ยวรถเข้าไปในร้านซึ่งระบบนำทางมาให้ผมก็พบเข้ากับปัญหาใหม่...ตามมารยาทแล้วคนชวนหรือฝ่ายชายควรจะเป็นเจ้ามือเลี้ยง แต่ตัวผมซึ่งมีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงหนึ่งพันบาทกลับถูกป้ายชื่อร้านรวมไปถึงรถและการแต่งตัวของลูกค้าอื่นๆฟาดจนหน้าชา...

ร้าน Euphonium ผับชื่อดังในแวดวงไฮโซ แค่น้ำแข็งเปล่าก็แก้วละห้าสิบแล้ว

เพราะอย่างนี้ไงถึงไม่อยากยุ่งกับกันย์นัก

“เหอๆ...”หัวเราะเสียงแห้งกับตัวเองขณะปิดประตูรถแล้วก็เดินอ้อมไปยังฝั่งซ้ายแล้วก็เปิดประตูให้คุณหนูตระกูลดังเดินลงจากรถได้สะดวก

ใบหน้าของกันย์กลับมาประดับด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง แม้มันจะดูหม่นหมองไม่น้อยก็ตาม ผมปิดประตูรถแล้วก็มองคนที่ตัวเล็กกว่าผมเป็นสิบเซ็นต์ซึ่งยืนพิงรถแล้วก็มองหน้าผมด้วยแววตาเป็นประกายอย่างไม่เข้าใจ

“ยิ้มอะไรเหรอ”ในที่สุดก็ทนสายตาคู่นั้นไม่ไหว เอ่ยถามอย่างใคร่รู้

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเสือผู้หญิงอย่างคุณจะอกหักกับเขาเป็นด้วย”กันย์พูดแล้วก็หัวเราะคิกคักกับตัวเองอย่างชอบใจ

เห้ๆ คุณครับ ถึงความจริงแล้วผมจะแอบอ้างว่าอกหักเพื่อหาเรื่องอยู่ต่อกับคุณก็ตามแต่...

“หัวเราะเยาะกันแบบนี้ไม่ดีนะ”ผมแย้งด้วยใบหน้าเจื่อนๆเมื่อเด็กโบกรถของร้านเดินฝ่าแสงสลัวๆของโรงจอดรถเข้ามาเพื่อเช็คดูว่าพวกเราเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือเปล่าเมื่อยืนอยู่นานแล้วไม่มีทีท่าว่าจะเข้าร้าน ผมเหลือบมองยามคนนั้นด้วยสาตาคมปราบ จะไปไหนก็ไปเลย คนกำลังคุยกันดีๆ

ว่าแต่ว่ากันย์ไปเอาข่าวมาจากไหนว่าผมเป็นเสือผู้หญิง?

นี่นายธรรมดานะ...

“เข้าไปกันเถอะ”

สถานที่บรรเทาอาการอกหักของกันย์ เพียงแค่ผมก้าวเท้าผ่านบานประตูสีดำขลับซึ่งถูกเฝ้าด้วยพนักงานต้อนรับชายในชุดสูทหูกระต่ายสองคน เสียงเพลงอึกทึกก็ดังกระทบโสตประสาต เสียงเพลงจากทั่วสารทิศและแสงไฟที่ถูกหรี่จนมืดสลัวคงเป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่สถานที่แห่งนี้มีเหมือนผับทั่วๆไป

สถานที่ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน หากเมื่อเดินสวนกับคนเหล่านั้นยี่สิบคนจะพบเข้ากับคนคุ้นหน้าคุ้นตาสักหนึ่งคน ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นางแบบนายแบบ หรือพวกลูกคนมีเงินทั้งหลาย แสงสปอร์ตไลท์สาดส่องไปทั่วส่องให้เห็นกลุ่มควันแล้วก็กลิ่นแอลกอฮอล์ที่อบอวน

กันย์เดินตามบริกรซึ่งนำทางไปยังโต๊ะ เบียดเสียดผู้คนหากแต่ไม่มีท่าทีประหม่า

แสดงว่ามาบ่อยสินะ...

ดูเหมือนว่าภาพของกันย์ที่ผมเห็นกับกันย์ตัวจริงจะไม่ซ้อนทับกันเสียแล้ว

พอถึงที่หมายกันย์ก็จัดการสั่งของเพียงไม่กี่อย่าง ระหว่างรอของมาเสริฟผมก็เหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกายด้วยความเคยชิน โดยลืมไปว่าการแอบมองในระยะใกล้แบบนี้จะโดนจับได้

กันย์ยกยิ้มมุมปากปาก”มองอะไรเหรอ?”แล้วก็เย้าถามในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว เรียกรอยยิ้มมุมปากจากผมได้อย่างดี

“มองให้แน่ใจว่าตรงหน้านี้คือคุณตัวจริงหรือเปล่า”ผมเอนกายพิงพนักโซฟาสีแดงตัวใหญ่”ท่าทางเชี่ยวชาญโลกกลางคืนใช่ย่อย”

ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเที่ยว...ก่อนจะกลายเป็นนายธรรมดาผู้จัดระเบียบชีวิตของตัวเอง วางมือจากผู้หญิงและวงการชกต่อย นายคนนี้เองก็ถือว่าเป็นยอดนักรบผู้เจนจัดในสนามรบยามราตรีคนหนึ่งเลย

คนโดนแซวหัวเราะในลำคอพลางเอี้ยวตัวไปคีบน้ำแข็งใส่แก้วพร้อมเทเหล้าให้เสร็จสรรพก็ยื่นมาให้ผม

“ไม่เต้นเหรอ”เมื่อเหล้าลงคอ เราก็คุยกันง่ายขึ้น สุราแก้วที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ไหลลงคอจนเกลี้ยง ผมเอ่ยถามคนที่เอาแต่นั่งจิบเหล้าเงียบๆอย่างลองดี อยากจะเห็นร่างเพรียวบางบนฟลอร์เต้นรำ อยากจะเห็นยามเมามายบนเวทีแห่งแสงสี อยากจะเห็นอีกด้านของกันย์ที่ไม่เคยได้เห็นมากกว่านี้

แต่คนฟังกลับกระตุกรอยยิ้มแพรวพราวที่มุมปากแล้วก็ส่ายหัวไปมา

ท่ามกลางความเสียดายของผม ก็ได้กลิ่นหอมจางๆของคนข้างกายซึ่งเอี้ยวตัวเข้ามาใกล้

“คุณก็ลงไปสิ ผู้หญิงพวกนั้นคงดีใจ”เสียงหวานกระซิบข้างใบหู

ดูเหมือนกันย์ของผมจะคออ่อนเอาเรื่องเมื่อเจ้าตัวดื่มไปไม่ถึงสามแก้วดีแต่กลับเอาตัวเข้ามาออเซาะแขนกับบ่าของผมอย่างปล่อยตัวแล้วก็ช้อนนัยน์ตาคู่หวานเยิ้มมองพร้อมรอยยิ้มกริ่ม

ปากก็เอื้อนเอ่ยยุแยงให้ลงไปเต้นกับหญิงงาม แต่ข้อมือบางกลับเกี่ยวรั้งวงแขนของผมเอาไว้เสียแน่น

ให้ตายร้อยทั้งร้อยพวกคุณคิดว่าผมจะเลือกอะไร...ระหว่างผู้หญิงพวกนั้นกับ...

“กันย์”

เพราะพวกเราเจอกันในสถานะลูกค้ากับลูกจ้าง สรรพนามที่ใช้เรียกกันและกันจึงฟังดูห่างเหินนัก...

“หืม?”คนถูกเรียกเอนหัวมาซบบ่ากว้างแล้วก็ยกแก้วสุราแก้วขึ้นแนบริมฝีปาก

“ขอเรียกว่ากันย์ได้ไหม”หากแต่เสียงทุ้มที่เอ่ยคำถัดมาก็เรียกรอยยิ้มชวนเชิญให้คนมองเคลิบเคลิ้ม เจ้าของชื่อส่งเสียงงืมงำในลำคอแทนคำอนุญาต

 

“ขอโทษนะครับ วันนี้พวกเราจะกลับแล้ว”

เวลาล่วงเลยวันใหม่ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คนที่มากับผมก็ยกธงขาวยอมแพ้เสียแล้ว เห็นทีผมคงต้องประเมินกันย์เสียใหม่ ทีแรกหลงนึกว่าเชี่ยวเรื่องพวกนี้แต่พอลองสังเกตดูใหม่อีกรอบแล้ว...อ่อนมาก...แถมยังน่ารักอีกต่างหาก

ผมบอกปัดคำเชิญชวนของหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่ม ผิวขาวผ่องมีน้ำมีนวลกับเนินอกใหญ่ถูกเสป็ค หล่อนมีท่าทางกระเง้ากระงอดเหมือนไม่อยากปล่อยมือจากแขนของผม หากแต่การอ้อนวอนของเธอคนนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของผมสักนิด

“อย่าทำกับแนนอย่างนี้สิคะ เพิ่งเที่ยงคืนเองนะๆ”สาวเจ้าทิ้งตัวลงนั่งอย่างถือวิสาสะ คิ้วของผมเริ่มกระตุกแต่ก็ต้องยิ้มเข้าไว้เมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้หญิง

กันย์ซึ่งเมาได้ที่ขมวดคิ้วมองแนนเขม็ง ท่าทางเหมือนไม่พอใจแต่กลับไม่เอ่ยปากไล่ สงสัยจะเกรงใจผมอยู่ล่ะมั้ง

เนินอกสะท้านใจของหล่อนสัมผัสแนบชิดต้นแขนของผม สองมือของหล่อนโอบรอบคอคลอเคลียอย่างยั่วยวน ส่วนกันย์ก็ลุกขึ้นแล้วก็ขอตัวไปห้องน้ำด้วยสีหน้าอ่านยาก

“เดี๋ยว!”ผมฉุดข้อมือบางของคนที่กำลังจะเดินผ่านหน้าไปอย่างตกใจ ออกแรงรั้งเพียงนิดเดียวคนที่โดนโงนเงนอยู่แล้วก็เซล้มลงมานั่งซบอกผมได้ไม่ยาก!

“อะ...!?

สภาพของผมตอนนี้คือแขนซ้ายถูกผู้หญิงแต่ตัววาบหวามเกาะกุมไว้แน่น ส่วนมือขวาก็โอบรอบเอวบางของกันย์ซึ่งกำลังนั่งตักผมอยู่ด้วยสีหน้าตื่นตลึงพอกันทั้งสามคน!

 “นาย...”เสียงของกันย์หวานแหบพร่าแล้วก็แผ่วเบา เพียงแต่ระยะห่างระหว่างเรายามนี้หดสั้นลงเหลือไม่ถึงคืบ ไม่สิ มันใกล้กว่านั้น ใกล้ขึ้นเรื่อยจนรู้สึกถึงลมหายใจแผ่วร้อน มือนุ่มเอื้อมขึ้นมาประครองใบ้หน้าของผมไว้ก่อนกลีบปากบากจะแนบสัมผัสนุ่มละมุน

ขยับเรียวลิ้นเล็กควานหาความชุ่มชื้นตอบในโพรงปากนั่น... เหมือนโลกนี้เหลือกันอยู่แค่สองคน เสียงกรีดร้องของแนนกลืนหายไปพร้อมกับความเห่อร้อนในช่องท้อง

ลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดในโพรงปาก..   หยาดน้ำใสๆหยดรอดผ่านจากมุมปากของคนทั้งสองที่ไม่รู้ตัว...  มือแกร่งเลื่อนจับรั้งท้ายทายของร่างบางเพื่อให้ริมฝีปากปากแนบสัมผัสได้ง่ายและลึกซึ้งขึ้น...  

“อืม...”


------------------------------------


#ใกล้แสนไกล



มีรูปเล่มวางจำนายแล้วกับสำนักพิมพ์ ฟาไฉ (ลิงค์สั่งซื้อ >> จิ้ม << ) 

และรูปแบบ E-BOOK ใน MEB ( ลิงค์ >> จิ้ม << ) มีเนื้อเรื่องหลักตั้งแต่บทนำจนถึงตอนจบ และตอนพิเศษที่ไม่ลงในเว็บค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #39 Yanapat. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 22:54
    ต่างคนต่างเข้าใจกันผิดใช่ไหมเนี้ยย
    #39
    0
  2. #16 sichul (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 14:42

    อ๊ากก ค้างเลยยย ตกลงก็คือต่างคนต่างอกหักเพราะคิดไปเองงั้นสินะะ จะขำรึสงสารดีเนี่ยยยย
    #16
    0