- - 38 องศา - - สนพ. RAINY NIGHT

ตอนที่ 13 : [ CHAPTER 11 ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,131 ครั้ง
    23 เม.ย. 61

ตอนที่11

ณ ถนนฝั่งตรงข้ามมหาลัย

วันนี้คือวันที่พี่รหัสผมนัดเลี้ยง เป็นความบังเอิญที่หวานเองก็เป็นน้องรหัสของกลุ่มเพื่อนพี่เขาด้วย พวกเรานัดเจอกันตอนหกโมงเย็นเพราะต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอก่อน ขืนใส่ชุดโทรมๆไปกินบุฟเฟ่ต์โรงแรมหัวเป็นพันๆได้ถูกพนักเฉดหัวส่งออกมาพอดี

รอสักพักพวกพี่เขาก็ทยอยมา

กลุ่มพี่เฟิงมีอยู่แปดคนรวมน้องรหัสด้วยก็เป็นสิบหก กลุ่มใหญ่พอสมควร แต่มีปีหนึ่งบางคนยังไม่มาพวกเราเลยยังจับกลุ่มคุยกันอยู่

“เป็นไงมั่ง เรียนยากไหม”

“ก็เรื่อยๆครับ พอถูไถ”บทสนทนาสุดคลาสสิคของผมและพี่เฟิง

ขณะที่ก๊วนเด็กเภสัชกำลังยืนคุยเล่นกันครื้นเครงก็มีเสียงของแขกที่ไม่ได้รับเชิญดังขึ้น

เจอแล้วววว!

ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งที่เข้ามาใหม่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนในคณะผมแหงๆ ประการแรกคือเสื้อช็อปที่พาดอยู่บนไหล่และท่าเดินที่บอกยี่ห้อนักเลงหัวไม้ ไหนจะรอยสักตรงต้นคออีก ไม่นับรวมสีแดงๆตรงปลายผมน่ะนะ คนมาใหม่แทรกเข้ามาในวง หยุดยืนข้างกายผม แลบลิ้นเลียริมฝีปากขณะกวาดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

น่ากลัวว่ะ ใครหงะ!?

ผมผงะถอยหลังสองสามก้าวตามสัญชาติญาณ สีหน้าพี่เฟิงเรียบตึงขึ้นมาทันที

“เจอร์มาทำอะไรที่นี่ นารายณ์ไม่ได้บอกเหรอว่างานนี้เราไม่เกี่ยว”

“โห่ยยย พี่เฟิง อย่าพูดจาไร้เยื่อใยอย่างงั้นสิคร๊าบบบบ ดูดิ พี่รหัสมีโรงแรมเป็นของตัวเองทั้งหลังแต่กลับเลี้ยงน้องตัวเองข้างถนนแล้วให้ใครก็ไม่รู้ไปกินในราคาพิเศษ ผมน้อยใจนะ เน๊อะเพลินเน๊อะ”หน้าแม่งโคตรกวนตีนอ่ะ ไม่มีแววตัดพ้ออย่างปากพูดสักนิด

มันสูงกว่าผมไม่มากผมเลยไม่ต้องเงยหน้าคุยกับมัน แต่ถึงตัวจะพอๆกันแต่ก็กลบความหวาดหวั่นของผมไม่มิด

“กลับไปเลย ไว้ให้นารายณ์มันพาไปเลี้ยงวันหลัง”พี่เฟิงกล่าวเสียงเรียบ

“ม่ายกลับ~

ทั้งสองคนจ้องตากันเขม็ง

สุดท้ายพี่เฟิงก็แพ้ กดโทรศัพท์หาเพื่อนตัวเองรายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน ตอนนี้ผมย้ายตัวเองมายืนอยู่ข้างหวานเพราะทนสายตาแปลกๆที่เจอร์มองมาไม่ได้

ตุ๊ดสัส หลบหลังผู้หญิง

“เพลินรู้จักป่ะ”หวานกระซิบถาม

“ไม่อ่ะ”

“แล้วทำไมมันตรงปรี่เข้าไปหาเพลินอย่างงั้นอ่ะ ไอ้เราก็นึกว่าเพื่อน มองไม่วางตาเลย ขนลุกว่ะ ไปยืนไกลๆดิ๊มาเกาะหลังกันแบบนี้เราพลอยโดนมองไปด้วย”

โคตรรักกันเลยว่าที่แฟนใครเนี่ย

รอไม่ถึงสิบนาทีพี่นารายณ์ก็มา ตอนนี้เลยหกโมงมาสักพักแล้วแต่ปีหนึ่งยังขาดอยู่คนนึง เห็นพี่รหัสเจ้าตัวโทรเร่งยิกเลยแต่ได้ยินว่าหอมันอยู่แถวอนุโน่นมาช้าก็ไม่แปลกพวกเราเลยทนรอกันไม่มีใครบ่น ยกเว้น...
                “เมื่อไหร่จะไปกันอ่ะพี่
!”ไอ้เจอร์

“หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ จะแดกหรือจะกลับมึงเลือกเอา”พี่นารายณ์โคตรโหดอ่ะ ตั้งแต่พี่เขามาไอ้เจอร์ก็สงบเสงี่ยมลงเยอะ ไม่จ้องผมปานจะกลืนกินแล้ว แต่มีแอบมองเป็นระยะๆพอโดนสายตาเย็นๆของพี่นารายณ์ตวัดมองมันก็เบนสายตาไปทางอื่น

“เมื่อยอ่ะ ไปนั่งโน่นกัน”หวานชี้ไปยังป้ายรถเมล์ซึ่งคนเริ่มบางตาแล้ว พอทิ้งก้นนั่งหวานก็ควักมือถือออกมาทันที แอบเห็นชื่อแชทที่ส่งมาเป็นเพื่อนผมเองก็ลอบยิ้มมุมปาก คู่นี้แม่งน่ารักเว้ย

“อ๊ะ...นั่น”คนที่ก้มหน้าก้มตามองมือถือตัวเองอยู่นานสองนานสะกิดเรียกผม ปลายนิ้วของเธอชี้ไปยังร่างสูงของใครบางคนที่แอบมองผมอยู่ห่างๆอย่างลังเลว่าจะเข้ามาทักดีหรือไม่ ครอสนั่นเอง

พอผมส่งยิ้มให้มันก็เดินเข้ามาใกล้

“ยังไม่กลับอีกเหรอวะ”ผมถาม

“โดนเพื่อนลากมากินปังเย็น ว่าแต่มึงเหอะ ทำไมยังไม่ไป”

“คนขาดไปคนนึง โน่น...พวกพี่เขายืนรอเงกอยู่โน่น...”ผมบุ้ยหน้าไปทางกลุ่มพี่ๆทว่ารอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าของครอสเมื่อสายตาก็มันฉายภาพของพี่นารายณ์

เมื่อวันก่อนผมบอกมันว่างานนี้ไม่มีพี่นารายณ์ แม้จะไม่ตั้งใจแต่ก็คือการโกหก

ผมทำหน้าไม่ถูกหวานเลยเอ่ยขึ้นมาอย่างรู้งานว่า”น้องรหัสเขางอแงอยากไปด้วย พี่นารายณ์เลยต้องมา ไม่อยู่ในแพลน”

กู๊ดจ็อบ! ว่าแต่หวานกล้าใช้คำว่างอแงกับคนอย่างเจอร์!?

“ไม่เป็นไรไม่คิดมาก แค่จะบอกว่าถ้ามันดึกแล้วไม่มีคนมาส่งพี่เขาเปิดห้องให้ก็นอนกับเพื่อนนะ กับชื่ออะไรนะ หวานใช่ไหม ดูแลมันด้วย มันชอบเด๋อๆด๋าๆให้คนเขารู้ว่าอ่อน กินเหล้าได้แต่อย่าเมา ที่สำคัญคือห้ามโบกแท็กซี่กลับเองคนเดียวเด็ดขาด โอเค๊?

“อื้ม”

“ดีๆ กูไปละ บายยยย”ครอสทำตัวเหมือนพ่อผมไปอีกคนละ ผมไม่ได้อ่อนขนาดนั้นสักหน่อย แต่พอมันยิ้มผมก็ยิ้มตามอย่างช่วยไม่ได้ โบกมือหยอยๆยืนมองมันจนลับตา

“เพลิน!หวาน! มาครบแล้วไปกันเถอะ”ถึงคราวผมต้องไปบ้างล่ะ

 

โรงแรมของพี่นารายณ์หรูหราเว่อวังอลังการดาวล้านดวงมาก โรงแรมนี้พวกลูกค้าจากจีนของบริษัทพ่อก็เคยมาพักอยู่แต่เขาบ่นว่าแพงไปต้องรวยกว่านี้ถึงจะมาพักไม่คิดเลยว่าจะเป็นของพี่นารายณ์ พวกเราเดินเด๋อด๋าเข้ามาด้านใน โดยเฉพาะน้องรหัสของพี่นารายณ์ที่ผิวปากวี๊ดวิ๊วยังกับบ้านนอกเข้ากรุง โชคดีที่มากับลูกเจ้าของเลยไม่มีใครมองเหยียด

กว่าจะมาถึงก็ทุ่มกว่าแล้วกว่าจะกินเสร็จคงเกือบสี่ทุ่ม

เหมาครับ!

งานนี้คุณลูกเจ้าของเขาจองทั้งร้านไว้สำหรับพวกเราโดยเฉพาะ เสียงดังกันได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจใคร ไอ้เจอร์ตะโกนสั่งเหล้าคนแรกเลย มีพี่คนอื่นเอาตามด้วยแต่พวกปีหนึ่งยังเหนียมอยู่

“เพลินมานี่ๆ”พี่เฟิงเรียกผมให้ไปนั่งด้วยผมเลยต้องแยกกับหวานที่ไปนั่งกับพี่รหัสของตัวเองเหมือนกัน ที่โต๊ะมีกันสี่คนครับคือผม พี่เฟิง ไอ้เจอร์และพี่นารายณ์

เหี้ยนะแต่ไม่แสดงออก

ไอ้เจอร์ซัดเหล้าซัดไวน์ซัดแชมเปญยังกับน้ำเปล่า เรียกว่ามาครั้งนี้มันคุ้มสุด แต่ก็ดีเพราะมันมัวแต่สนใจเหล้าเลยเลิกมองหน้าผมสักที ส่วนพี่นารายณ์ก็นั่งกินเงียบๆตามประสาคนมาบ่อยจนชิน ร้านนี้สำหรับพี่แกคงไม่ต่างจากครัวหลังบ้าน ด้านพี่เฟิงที่บ้านเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นก็เลือกตักแต่อาหารฝรั่งมากิน

มีพี่คนนึงเปิดไมค์ร้องคาราโอเกะด้วย หลายคนลุกขึ้นไปเต้นแจม ทำลายภาพลักษณ์โรงแรมห้าดาวพินาศสิ้น เชื่อว่าจุดนี้ความเมากลบมารยาทมิดแล้ว เห็นหวานเดินไปตักอาหารแบบเป๋ๆสงสัยคงเมาตามพี่รหัสมันไปละ

“คืนนี้คงต้องให้ค้างที่นี่...”เสียงทุ้มรำพึงกับตัวเอง ทั้งโต๊ะมีผมคนเดียวที่ยังสติดีอยู่เพราะจิบไวน์ไปแค่แก้วเดียวแล้วรู้สึกไม่ถูกปาก พี่เฟิงโดนไอ้เจอร์กลอกเหล้าจนฟุบไปแล้วส่วนเจ้าตัวก็เดินถือขวดเหล้าไปแย่งไมค์จากมือพี่ที่ร้องเกะอยู่

“รบกวนพี่รึป่าวครับ”ผมถามตามมารยาท

“ไม่หรอก ปีที่แล้วก็มีเรื่องประมาณนี้ ที่สำคัญนี่ก็ดึกแล้วด้วย”

จริงด้วยวุ้ย! จะห้าทุ่มแล้วไม่รู้ตัวเลย พนักงานกับเชฟก็ทยอยกลับกันเกือบหมด

“งั้นเก็บของเลยแล้วกัน ที่จริงที่นี่ปิดสี่ทุ่มแต่เขาให้พี่เป็นกรณีพิเศษ แต่นี่ก็ดึกแล้วเราเลิกกันเถอะให้พนักงานได้กลับบ้าน”พี่นารายณ์ว่าพลางเดินไปเคลียร์เพื่อนและบรรดาน้องรหัสทั้งหลายที่เมาปลิ้น”เพลินไม่ต้อง เดี๋ยวพี่ตามคนมาช่วยแบก”พี่เขาห้ามผมที่ทำท่าจะไปประคองหวาน

พี่นารายณ์สั่งเปิดห้องหกห้องครับ จับไปกองๆรวมกันห้องละสามคน หวานนอนรวมกับพี่ผู้หญิงอีกสองคนผมเลยต้องหาที่นอนห้องอื่นซึ่งมันก็เหลืออยู่ห้องเดียวคือห้องของพี่เฟิงกับพี่นารายณ์นั่นแหละ

ผมสังเกตมาพักนึงละ สายตาที่พี่นารายณ์ใช้มองพี่เฟิงมันมากกว่าเพื่อนชัวร์ ที่สำคัญคือตอนที่พี่รปภ.ช่วยกันหิ้วปีกเหล่านักศึกษาอนาคตของชาติขึ้นมาพี่นารายณ์กลับบอกัดแล้วประคองพี่เฟิงขึ้นมาด้วยตัวเองอย่างทะ นุถนอม

แววอกหักมาแต่ไกลเลยกู

“เข้าไปอาบน้ำสิ พี่ให้คนเตรียมชุดไว้ให้แล้ว”พี่นารายณ์ซึ่งง่วนกับการจัดท่านอนให้พี่เฟิงดีๆกล่าวขึ้น ผมมองทั้งสองคนจนเหลียวหลัง เดินเหม่อเข้าห้องน้ำมาโดยลืมเอาชุดที่ว่าเข้ามาด้วย

“โอ๊ะ...”ผมฉุกคิดขึ้นได้เลยเปิดประตูออกมา แต่นั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต!

พี่นารายณ์กำลังจะจูบพี่เฟิง!

ผมไม่ได้มองผิดไปแน่ ร่างสูงที่กำลังโน้มตัวจรดริมฝีปากเนียนุ่มของร่างข้างใต้ผงะขึ้นมาสบตาผมอย่างตื่นตะลึง ไวเท่าความคิดพี่นารายณ์พุ่งปราดเข้ามาคว้าขอมือของผมแล้วฉุดให้เดินตามออกจากห้องไป! พี่เขาลากผมซึ่งอยู่ในอาการช็อคมายังโซนห้องนั่งเล่นของชั้น

“เพลิน! เรื่องเมื่อกี้...อย่าเอาไปบอกใครนะ...”

โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่น้ำตาก็ไหลอาบเต็มสองแก้มของผม

พี่เขามองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ สีหน้าเคร่งเครียดฉายแววงุนงง ผมยกมือปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ เสหน้ามองไปทางอื่นอย่างทนไม่ไหว...อย่างนี้พี่เขาก็รู้น่ะสิว่าผมรู้สึกยังไง

โถ่...ทำไมพี่เขาต้องมารู้ความรู้สึกของผมเวลาเดียวกับที่ผมรู้ความรู้สึกของพี่เขาด้วยนะ

พระเจ้าแม่งโคตรโหดร้ายอ่ะ...

กับผู้ชายตรงหน้าผมเจอเขาครั้งแรกข้างสนามบาส ฉากการพบกันดาษๆในนิยายรักอย่างการที่ลูกบาสเจ้ากรรมบังเอิญหลุดจากมือของพี่นารายณ์กระดอนมาชนหัวผมเข้าพอดี

ถึงมันจะธรรมดาหรือดาษดื่นแค่ไหนแต่สำหรับผมมันโคตรพิเศษเลย

จนรู้ตัวอีกทีก็

“พี่คบกับพี่เฟิงอยู่เหรอ...”

“เปล่า...พี่แค่คนแอบชอบและคงเป็นได้เท่านี้...”

“ผมก็แอบชอบพี่อยู่นะ...”

!!

“เพลิน...นี่เรา...”

แล้วอยู่ดีๆใบหน้าของพวกเราก็เลื่อนเข้าหากันเรื่อยๆ ถึงผมจะไม่เมาเพราะสัญญากับใครบางคนเอาไว้แต่ไม่ใช่ว่าได้กินเลย พี่นารายณ์เองก็เหมือนกัน ผมว่าตอนนี้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เล่นงานเราสองคนแล้วล่ะ ไม่อย่างงั้นผมคงไม่ใจกล้ารอรับสัมผัสของพี่เขาแบบนี้ และหากมีสติครบพี่เขาก็คงไม่ทำแบบนี้เช่นกัน

มือหยาบเลื่อนมารั้งท้ายทอยของผม ริมฝีปากของเราอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเซ็นต์

คนใจง่ายแม่งเลวว่ะ

กึก!

!!

“พอเถอะ..แบบนี้ไม่เอา...”

ผมกำลังเมา พี่เขาก็กำลังเมา แต่ต่อให้ขาดสติแค่ไหนเรื่องพวกนี้ก็ไม่สมควรเกิด! ผมยันแผงอกของร่างสูงออกด้วยความตื่นตระหนก คำพูดของใครบางคนดังก้องอยู่ในหัวสลับกับใบหน้าของคนคนนั้น

“เพลิน...”สีหน้าของเดือนวิศวะก็ดูตระหนกไม่แพ้กัน นัยน์ตาสีดำเข้มของพี่นารายณ์สั่นพร่า ประกายที่สะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวบนเพดานฉายชัดถึงความรู้สึกผิด

แล้วน้ำตาของผมก็ไหลออกมาอีกรอบ

“ผมชอบพี่นะ...ฮึก...ตั้งแต่วันที่เก็บลูกบาสให้วันนั้น วินาทีที่พี่คว้าลูกบาสไปจากมือผมแล้วก็วิ่งกลับเข้าไปในสนาม หัวใจของผมก็ติดมือพี่ไปด้วย...แต่ว่า...ฮึก...ฮือ”ร่างกายของผมสั่นเทิ่มไปหมด เมื่อความละอายใจมันแล่นขึ้นมาจุกอก อึดอัดจนหายใจไม่ออก

กลัว...

ผมไม่รู้ว่ากำลังกลัวอะไรอยู่

“มันไม่ใช่แบบนี้...”

ผมรู้แค่ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ...ไม่ใช่เลยสักนิด!

“พี่ขอโทษ เพลิน พี่ไม่ได้...ตั้งใจ...”คำว่าไม่ได้ตั้งใจที่หลุดออกมายิ่งทำให้รู้สึกเจ็บ

ใช่ พี่เขาไม่ได้ตั้งใจ ตัวผมมันก็แค่เด็กจากไหนก็ไม่รู้ที่โผล่เข้ามาในจังหวะที่พี่เขากำลังหวั่นไหว เป็นแค่เด็กโง่ๆที่ร้องไห้แล้วก็พูดคำว่ารักใส่เขาซ้ำๆ

“ไม่เป็นไร ผมไม่เป็นไร พี่ไปเถอะ ผมไม่เป็นไรจริงๆ ผมขออยู่คนเดียวนะ พี่ไปนอนเถอะ ผมจะกลับแล้ว ผมไม่เป็นไร”เหมือนหุ่นยนต์เอาแต่พูดคำเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา พี่นารายณ์ไม่เชื่อคำโกหกโต้งๆของผมหรอก พี่เขายื้อแขนของผมที่พยามจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป

ทว่าผมก็สะบัดทิ้งและวิ่งหนีออกมา

วิ่งหนีจากความรักสี่ปีไปสู่ความว่างเปล่าของท้องถนนยามราตรี

ผมชอบพี่นารายณ์ จวบจนกระทั่งชั่วขณะที่ผลักพี่เขาออกไปหรือในตอนที่ออกมายืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่ริมฟุตบาทนี้ก็ยังชอบอยู่

ผมโบกแท็กซี่ที่แล่นผ่านมาพอดี บอกเส้นทางกับลุงคนขับที่ตกใจกับใบหน้าอาบน้ำตาของผู้โดยสาร ทั้งๆที่เมื่อเย็นเพิ่งมีคนห้ามไม่ให้ขึ้นรถแท็กซี่คนเดียวตอนกลางคืนแท้ๆ ดูเหมือนผมจะเป็นคนไม่ฟังคำพูดคนอื่นเลยสินะ

“เราเป็นคนไม่ดีสินะ”

ผมถอดรองเท้าออกเพื่อชันเข่าขึ้นมาสวมกอดอย่างคนต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว ท่าทางหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาก็ยังไหลออกมาเรื่อยๆ หากโดนปล้นหรือโดนพาไปที่ลับตาคนก็คงไม่มีทางรอดแต่ผมคงทำบุญมาดีเพราะใช้เวลาไม่นานรถโดยสารก็มาจอดเทียบหน้าทาวน์โฮมของผม

ผมจ่ายเงินและเดินเข้าบ้าน ทาวน์โฮมเล็กๆกลับดูกว้างและอ้างว้างขึ้นจนน่าใจหาย

หอบเอาอกซ้ายซึ่งกลวงโบ๋ขึ้นไปยังห้องนอนจนสำเร็จ

ผมอยากให้ใครสักคนช่วยปลอบ อยากโผเข้าไปกอดใครสักคนแล้วก็ร้องไห้จนสุดเสียง

น่าแปลกนะ...ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนแรกที่ผมนึกถึงคงเป็นซัง ทว่าวันนี้มือซึ่งถือโทรศัพท์เอาไว้กลับกดเลือกหน้าต่างแชทที่ไม่เคยมีบทสนทนาใดๆขึ้นมา

เ พ ลิ น ~ : พรุ่งนี้เลิกเรียนกี่โมงเหรอ                  01:21 น.

เ พ ลิ น ~ : อยากเจอ                                            01:34 น.

ผมกอดเข่านั่งมองหน้าจอซึ่งไร้การตอบสนองใดๆจนกระทั่งตีสอง มันคงนอนไปแล้ว ผมก็บ้าเนอะ ใครจะมานั่งตอบไลน์ผมเวลานี้กัน สุดท้ายผมก็เก็บเครื่องมือสื่อสารเข้าลิ้นชักหัวเตียงก่อนจะใช้ความพยามทั้งหมดเพื่อข่มตาหลับ

Cross xx : โทษทีๆ เมื่อกี้ปั่นงานอยู่ พรุ่งนี้มีพรีเซนส์         02:17 น.

Cross xx : ที่ตึกคณะห้อง 401 มาดูป่าว                             02:17 น.

Cross xx : เพลิน                                                                  02:19 น.

Cross xx : เป็นอะไรรึป่าว? ให้ไปหาตอนนี้เลยไหม           02:28 น.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.131K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,364 ความคิดเห็น

  1. #1351 baekbow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 20:16
    แงงงง สงสารเพลินอ่ะ คงเจ็บมากแน่เลย เห็นตำตาขนาดนั้น ถึงจะพอดูออกก็เถอะ แต่ไม่เป็นไรนะ ถือว่าเป็นโอกาสตัดใจสักที สู้ๆ
    #1,351
    0
  2. #1334 พราวจันทร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:31
    เข้าใจเพลินนะ แต่ก็สงสารครอสด้วย น้อนเพลินลูก หนูต้องตัดใจนะะะ
    #1,334
    0
  3. #1317 Darin56 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:59
    ดีสุดๆ อะลูก เพลินแกเปลี่ยนใจเด๋วนี้
    #1,317
    0
  4. #1278 Yokyuki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 01:18
    จุกอะะะ
    #1,278
    0
  5. #1209 maybee23 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 03:52
    เจ็บวะ
    #1,209
    0
  6. #1149 ;เซฮาน △ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 23:01
    โอ่ยยย ไม่รู้จะสงสารใครดี น้องหันมาชอบครอสเหอะลูก
    #1,149
    0
  7. #1074 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 13:15
    แงยัยน้องเพลินนน
    #1,074
    0
  8. #1042 Ppjk0109 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 00:06
    จะเปิดรับครอสแล้วใช่ไหม ><
    #1,042
    0
  9. #1002 maaminddd (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:41
    น้องเพลินน
    #1,002
    0
  10. #984 PPSnook (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 18:54
    สงสารอะ
    #984
    0
  11. #973 sainam_ww (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 15:13
    ตอนอยู่โรงแรมนี่ก็ระแวงเจอร์มาก กลัวจะมาทำอะไรเพลิน แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพลินจะได้ตัดใจจากนารายณ์ได้สักที
    #973
    0
  12. #939 NuMuE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 17:37
    งื้ออออออ
    #939
    0
  13. #743 pcy921 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 21:09
    น้องเพลินทำถูกแล้วลูก รู้ว่าเราไม่ใช่คนในใจเขาก็ถอยออกมา ถอยออกมา
    #743
    0
  14. #699 Kimhunlmm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:28
    สงสารครอส แอบชอบเขาเหมือนกัน รับรู้ว่าเขาชอบคนอื่น แล้วยังมาเป็นคนรระบายความรู้สึกอีก แต่ให้ทิ้งไปก้ไม่ได้ คนมันรู้สึกมากกว่า แย่ในแย่
    #699
    0
  15. #685 TheViper_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 13:29
    สงสารน้องง
    #685
    0
  16. #665 Anatsata Oil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 14:08
    อ่านตอนแรกนึกว่าฟิลกู๊ดน่ารักๆแอบชอบกัน จนมาถึงตอนนี้กลิ่นมาม่าเริ่มมาละ หยุดอ่านก็ไม่ได้อีกตอนนี้
    #665
    0
  17. #547 Miki_milky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 00:19
    โอ้ยๆๆๆเพลินอย่าเสียใจไปเลย
    #547
    0
  18. #456 mai146 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 16:53
    ถอนหายใจแป๊ป
    #456
    0
  19. #434 perfume-chnk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 17:12
    นึกถึงคำของซัน.....เห้อ เเต่ก็ไม่เป็นไรหรอกหลังจากนี้คงจะถึงเวลาของครอสเเล้ว
    #434
    0
  20. #392 vavannn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 06:04
    มันเหมือนเห็นแก่ตัวนะ ที่มาเรียกหาครอสเอาตอนนี้อ่ะ แต่ถ้านี่เป็นครอส ถึงจะเจ็บที่เพลินร้องไห้เพราะคนอื่น แต่ก็จะดีใจอ่ะ ที่อย่างน้อยเพลินก็ยังนึกถึงตัวเองตอนที่เสียใจ
    #392
    0
  21. #331 PareWaPkh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 08:59
    น้องงงงง เกือบไปแล้ววว
    #331
    0
  22. #276 ไอแนน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 21:55
    ครอสดูแลเพลิรดีๆนะ
    #276
    0
  23. #221 -Imreader- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 14:24
    เง้อออ
    #221
    0
  24. #207 นี่เราวาย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 19:37
    เพชินเรียกหาคลอสเวลานี้จริงๆหรอ เห็นแก่ตัวไปมั้ยอะ
    #207
    0
  25. #164 toffy34 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 11:22
    ฮึบไว้นะลูกก
    #164
    0