เงากลางทรวง

ตอนที่ 26 : หัวใจดวงเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 ก.ย. 62

“แต่เรามาที่นี่เพื่อทำงานไม่ใช่หรือไงคะ” เธอย้อนเสียงแข็ง

“เรื่องงานมันเป็นผลพลอยได้ ผมอยากพาคุณมาคลายเครียดต่างหาก”

คนฟังชะงักรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ทำไมต้องทำดีกับเธอด้วย ในเมื่อตอนนั้นเขาไม่ไยดีต่อความรู้สึกเธอสักนิด

“จะสนใจว่าฉันรู้สึกยังไงทำไม ในเมื่อคุณไม่คิดจะแคร์” หญิงสาวตอกกลับเสียงแผ่ว กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วปล่อยร่างบางเป็นอิสระ ก่อนยกท่อนแขนเพื่อดูเวลา ใกล้หนึ่งทุ่มแล้ว จับข้อมือบางรั้งให้ก้าวตามมาถึงลานด้านหน้าบ้านพัก เสียงน้ำตกไหลเอื่อย เมฆเป็นสีส้มอ่อนจวนค่ำแล้ว โคมไฟตรงเสาไม้เปิดส่องสว่าง กลิ่นจันทร์กวาดตามองรอบๆ ด้วยความชื่นชมในทัศนียภาพ ซึ่งไม่ได้พบเจอมานานแล้วหลังจากกลับจากต่างประเทศ

“นั่งลงก่อน” เขาบอก แล้วกดไหล่ให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้สีน้ำตาลเข้ม ส่วนเจ้าตัวไปหย่อนกายลงอีกฝั่ง

กลิ่นจันทร์ขมวดคิ้ว พยายามไม่คิดอะไรกับการกระทำใส่ใจราวกับเธอเป็นคนรักเช่นนี้ เพราะกลัวใจตัวเองหากหลงระเริงสักวันต้องพบกับความเจ็บปวดยิ่งกว่านี้แน่นอน

“จะบอกได้หรือยังคะว่าเรามาทำอะไรกันที่นี่”

“มาทำงานไงครับ” เขายังคงยืนยันคำเดิม

“ฉันเป็นเลขาคุณนะคะ ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้เลยว่าคุณจะมาทำงานที่เลยแบบนี้”

เขายิ้มกว้าง ส่งสายตาวาววับไปหาอีกคน

“ที่นี่ไงกลิ่น ที่ที่ผมต้องการ”

หญิงสาวชะงัก สงสัยคำพูดของเขา ก่อนครุ่นคิด หรือคิมหันต์ต้องการซื้อที่นี่เป็นของตัวเอง

“คุณจะซื้อที่นี่เหรอคะ”

“ใช่ ผมต้องการซื้อรีสอร์ทนี้”

“คุณต้องการซื้อแล้วพาฉันมาทำไม มันไม่เกี่ยวกับงานเลยนะคะ” หญิงสาวแย้งด้วยเหตุผล

“เกี่ยวสิ เพราะผมกำลังตัดสินใจทำอสังหาริมทรัพย์อีกอย่าง”

กลิ่นจันทร์เม้มริมฝีปาก เขาเก่งเธอเข้าใจดี แต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร นอกจากเรื่องงาน อีกอย่างอสังหาริมทรัพย์ที่เขาคิดทำ มันคนละเรื่องกับงานที่บริษัท เธอไม่ได้ถูกจ้างให้ทำงานด้านนั้นด้วยนี่

“ฉันเป็นเลขาให้บริษัทเจเคเอ็นค่ะ ไม่ใช่บริษัทอสังหาใหม่ของคุณ”

“ถ้างั้นผมจะเพิ่มเงินเดือนให้ พอใจหรือยังครับคุณเลขา” เขาทำเสียงยานคาง จนคนฟังเริ่มปั่นป่วนในหัวใจ

อีกคนอ้าปากค้างคิดต่อปาก ทว่าพนักงานดันนำบาร์บีคิวมาเสริฟ์เสียก่อน เนื้อสัตว์สไลด์ความบางพอดี อาหารทะเลหลายอย่างถูกนำมาวางตรงหน้า ก่อนพนักงานจะก้มศีรษะแล้วเดินเลี่ยงออกไป บรรยากาศแบบนี้อย่างไรก็ต้องบาร์บีคิวกลางแจ้งนี่ล่ะ

“เดี๋ยวผมย่างให้คุณรออย่างเดียวก็พอ” พูดจบคนอาสาหยิบถาดใส่ของสด นำเนื้อสัตว์อาหารทะเลลงเตาทันที

ภาพแผ่นหลังของชายที่เธอรักอยู่ในสายตา เขากำลังง่วนอยู่กับการทำหน้าที่ของพ่อครัว น้ำตากำลังรื้นอยู่รอบๆ ในอกมันจุกแน่นไปหมด เวลานี้เธอตอบได้เต็มปากว่ามีความสุขมาก หากอยู่ที่นี่ไปตลอด ไม่ต้องคิดถึงสถานะใดๆ ได้ก็คงดี  นิ้วเรียวถูกยกกรีดน้ำตาออก ความจริงก็คือความจริง ไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้ เขามีเจ้าของแล้ว และเธอเป็นแค่ผู้หญิงในความมืด ต้องเก็บทุกอย่างให้เป็นความลับ สังคมสมัยนี้รังเกียจเมียน้อยยิ่งกว่าอะไรดี เธอไม่อยากโดนประณาม

เนื้อสัตว์ที่สุกแล้วถูกนำมาเสริฟ์ เขาตักมันใส่จานให้กับคนสวย กลิ่นจันทร์ตักใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย เธอปล่อยความคิดชวนให้เครียดออกไป ขอเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดีๆ ไว้ในความทรงจำก็พอ จบมื้ออาหารสองร่างเดินเคียงกันเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นจันทร์ขึ้นมาบนชั้นสอง มองประตูห้องนอนสองห้อง เธอควรนอกแยกกับเขา ตัดสินใจก้าวยาวไปอีกห้องแต่ข้อมือกลับถูกรั้งไว้เสียก่อน

“นอนด้วยกันเถอะ” แววตาคมกล้ามองมาทำเอาใจสาวสั่นสะท้าน กลิ่นจันทร์เม้มริมฝีปากแน่น

“มันคงไม่ดีหรอกค่ะ ถ้าคนของคุณรู้เข้าจะเกิดเรื่องเอานะคะ” ต่อให้รู้สึกตื่นเต้นแค่ไหน แต่อีกใจมันก็ไม่กล้า อย่างไรเขาก็มีคนขับรถติดมาด้วย

“บ้านหลังนี้มีแค่เราสองคนอยู่กลิ่น ผมขอแค่ตอนนี้ได้ไหม ให้เราได้มีความสุข”

“แต่ว่า...” คนตัวเล็กอึกอัก

ร่างบางถูกกระชากเข้าหา ริมฝีปากถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนกำลังกระหวัดควานหาความหวาน มือบางกำไหล่เขาไว้แน่น ร่างกายมันกำลังร้อนไปหมด ใช่ว่าไม่ต้องการ ความแปลกใหม่ของสถานที่ บรรยากาศ และความรู้สึกภายใน มันเชื้อเชิญให้เธอมอบใจมอบกายให้เขาอย่างไม่หวงแหน เพียงแต่เธอกระดากเท่านั้น เมื่อนึกถึงสถานะตนเอง

แต่ในตอนนี้หัวสมองกำลังขาวโพลน สติเลือนหายเพราะความต้องการทางกายเข้าแทรก เขาทำให้เธอร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา ร่างกายตอบสนองไปกับรสรัก เธอกำลังพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง พ่ายแพ้จนหมดรูป ไม่อาจต่อต้านความรู้สึกลึกล้ำภายใน คิมหันต์ทำให้เธอติดบ่วงครั้งแล้วครั้งเล่า จนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

14 ความคิดเห็น