[Fic Harry] Don't call me "Dad" (SS & HP)

ตอนที่ 4 : First Year Part III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

 

First Year Part III

 

                แฮร์รี่ได้ผ้าคลุมล่องหนของเขาคืนมาก่อนเปิดเรียนไม่นาน อันที่จริงเซเวอรัสส่งผ้าคลุมคืนมาแทบจะทันทีหลังเขาส่งจดหมายที่แนบมากับผ้าคลุมนี่ไปให้อีกฝ่ายอ่านด้วย แฮร์รี่คาดเดาเอาว่าเซฟน่าจะรู้จักกับเจ้าของจดหมายถึงได้ยอมส่งคืนผ้าคลุมกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

                และเมื่อได้ผ้าคลุมกลับมาแล้วการจะออกไปไหนยามวิกาลย่อมทำได้ง่ายขึ้น นั่นรวมถึงการแอบออกไปหาแฮกริดที่กระท่อม

 

                แต่โชคไม่เข้าข้างพวกเขาเท่าไหร่เมื่อมัลฟอยที่ไม่รู้ว่ามาที่กระท่อมแฮกริดได้อย่างไรรีบวิ่งไปฟ้องศาสตราจารย์มักกอนนากัลในทันที และทำให้พวกเขาทั้งหมดถูกลงโทษกักบริเวณกับแฮกริดที่ป่าต้องห้าม รวมถึงตัวมัลฟอยที่เป็นคนฟ้องเองด้วย (และนั่นทำให้แฮร์รี่พอใจมาก)

 

                โชคร้ายของเขายังไม่หมดเท่านั้น เมื่อเขาแยกกลุ่มกับแฮกริดไปตามหายูนิคอร์นที่โดนทำร้าย และเขาก็ได้เจอสิ่งนั้นมันกำลังดื่มเลือดของยูนิคอร์นที่มันฆ่า แฮร์รี่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรสัตว์หรือคน แต่ที่แน่ๆเมื่อมันเห็นเขามันพุ่งตรงเข้ามาจะทำร้ายเขาด้วย ยังมีโชคดีเหลืออยู่บ้างที่เขาถูกเซนทอร์ตนหนึ่งช่วยเอาไว้

 

                ในคืนนั้นเมื่อได้กลับเข้าหอพักแฮร์รี่ได้เขียนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในป่าให้เซเวอรัส เขาอยากรู้ความเห็นของอีกฝ่ายว่าสิ่งที่เขาเจอในป่านั่นคืออะไร ใช่อันตรายที่เคยพูดไว้หรือไม่ เด็กชายคิดไว้ว่าคงได้นำจดหมายไปส่งในรุ่งเช้า

 

                หากแต่ทันทีที่เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงเสียงเคาะกระจกก็ดังขึ้น อีกาตัวที่คุ้นเคยยืนอยู่ตรงนั้น แฮร์รี่รีบเปิดกระจกเพื่อให้เขาเข้ามาแล้วรับโน้ตสั้นๆที่เขาคาบมาด้วยขึ้นมาอ่าน

 

ใส่ผ้าคลุมของเธอแล้วตามฉันออกมา

เรามีเรื่องต้องคุยกัน

 

                แฮร์รี่รู้ได้ในทันทีว่าผ้าคลุมที่ว่าคือผ้าคลุมล่องหน น่าแปลกใจมากกว่าที่เซเวอรัสเป็นฝ่ายเรียกเขาออกไปนอกเตียงเองทั้งที่ถึงเวลาเคอร์ฟิว แต่เมื่อเซฟเป็นคนเรียกนั่นแปลว่าเขาไม่ผิดที่จะออกไปยามวิกาลจริงไหม? เด็กชายจึงดึงผ้าคลุมผืนเก่าออกมาห่มร่างและเดินตามนกกาสีดำออกไปนอกหอนอน

 

                ทันทีที่พวกเขามาถึงหน้าห้องพักของศาสตราจารย์ปรุงยา เซเวอรัสจึงกลับร่างเป็นคนก่อนเปิดประตูให้แฮร์รี่ในผ้าคลุมล่องหนเดินนำเข้าไป

 

                “ถอดผ้าคลุมของเธอได้แล้วแฮร์รี่” ชายร่างสูงพูดขึ้นทันทีที่ประตูถูกปิดลง แฮร์รี่จึงถอดผ้าคลุมออกแล้ววางพาดเอาไว้บนเก้าอี้ทำงาน

 

                “ผมประหลาดใจมากที่เซฟเป็นคนเรียกผมออกมาเอง” เด็กชายพูดโดยไม่เก็บความดีใจเอาไว้สักนิด เซเวอรัสถอนหายใจเล็กน้อยก่อนเดินไปนั่งที่โซฟา และเมื่อเห็นอย่างนั้นแฮร์รี่จึงตามไปนั่งด้วย

 

                “แฮกริดบอกฉันแล้วเรื่องที่เธอโดนโจมตี เธอเห็นไหมว่าคนที่โจมตีเธอหน้าตาเป็นยังไง”

 

                “อย่าว่าแต่หน้าตาเลย ผมไม่แน่ใจว่านั่นใช่คนไหมด้วยซ้ำฮะ” แฮร์รี่ตอบกลับพลางนึกย้อนสิ่งที่เขาเจอ “แต่ตอนนั้นผมเจ็บแผลเป็นมากๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยล่ะ”

 

                “เธอเคยเจ็บแผลเป็นแบบนี้มาก่อนไหม ไม่เห็นเธอเคยเล่าให้ฟัง”

 

                “พึ่งจะเริ่มมาเจ็บช่วงที่เข้ามาในโรงเรียนนี่ล่ะฮะ แต่นี่เป็นคืนแรกเลยนะที่แผลเป็นผมเจ็บขนาดนี้” เด็กชายว่าพร้อมถูแผลเป็นบนหน้าผากอย่างเคยตัว ในขณะที่เซเวอรัสนิ่งเงียบไปเมื่อได้ฟังอย่างนั้นราวกับเขากำลังคิดวิเคราะห์บางอย่างอยู่

 

                “มันใช่อันตรายที่เซฟพูดถึงก่อนหน้านี้หรือเปล่า?”

 

                “เกรงว่าอาจจะใช่ และฉันได้คุยกับแฮกริดแล้วเรื่องที่พวกเธอกำลังค้นหาศิลาอาถรรพ์นั่น ฉันต้องบอกให้เธอหยุดคิดถึงมันเดี๋ยวนี้ ศิลานั่นโดนปกป้องอย่างดีแฮร์รี่ไม่มีความจำเป็นที่เธอต้องกังวลเกี่ยวกับมัน”

 

                “แต่ว่า... เพื่อนผมคิดว่ามันเป็นคุณที่จะขโมยศิลานี่นา และผมต้องการพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด” เด็กชายพูดอย่างดื้อดึง แต่ว่าก็ต้องยอมสงบท่าทีลงเมื่อดวงตาสีเข้มคู่นั้นหรี่มองดุลงมาโดยไม่ต้องพูดอะไร

 

                “เรื่องนั้นฉันไม่สนใจ ฉันไม่เดือดร้อนเท่าไหร่กับการที่นักเรียนจะไม่ชอบหน้าฉัน”

 

                “ผมเห็นแล้ว...” แฮร์รี่พยักหน้า เขารับรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างดีทีเดียวจากในชั้นเรียน “แต่เซฟผมยังสงสัย แล้วใครกันที่อยากจะขโมยศิลานั่น ใครในโรงเรียนนี้ที่อยากจะคืนอำนาจให้โวล—”

 

                “หยุดพูดชื่อนั้น!” เซเวอรัสขึ้นเสียงขัดในทันทีจนแฮร์รี่สะดุ้งด้วยความตกใจ

 

                “ขะ...ขอโทษฮะ” เด็กชายไม่แทบจะไม่เคยโดนเซฟเสียงดังใส่ยกเว้นเวลาที่เขาโมโหมากจริงๆ และนั่นจะยิ่งทำให้เซเวอรัสหัวเสียหลังการตะโกนเพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนโทเบียสผู้เป็นพ่อที่แย่ของเขา

 

                “ไม่... ฉันไม่ควรเสียงดังใส่เธอ แต่คราวหลังห้ามพูดชื่อนั้น เข้าใจไหม?” ชายหนุ่มลูบจมูกตนเองเบาๆทั้งยังไม่คลายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม แฮร์รี่จึงรีบพยักหน้ารับทันที เขาไม่อยากให้เซเวอรัสหัวเสียไปมากกว่านี้ และเขายังต้องถามสิ่งที่เขาอยากรู้

 

                “ไม่พูดแล้วฮะ แต่เซฟ แล้วใครกันที่อยากจะคืนอำนาจให้คนที่ไม่ควรเอ่ยชื่อ คุณพอจะรู้บ้างไหม?”

 

                “ฉันยังพูดไม่ได้ ฉันยังไม่แน่ใจว่าจะใช่คนที่ฉันสงสัยหรือไม่ หรือต่อให้ใช่จริงก็ไม่ใช่ธุระของเธออยู่ดีที่จะไปข้องเกี่ยวกับศิลา” ถึงจะไม่ใช่คำตอบที่น่าพอใจนักแต่แฮร์รี่ก็ยอมพยักหน้ารับโดยดี

 

                “ผมไม่ยุ่งก็ได้ฮะ แต่ทำไมคุณมั่นใจจังว่าไม่มีใครขโมยศิลาไปได้”

 

                “มันถูกป้องกันหลายชั้น จากเหล่าอาจารย์ทั้งหมดในฮอกวอตส์ และจากดัมเบิลดอร์ผู้เป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเชียวนะ เธอคิดว่ามันจะไม่ปลอดภัยหรือ?”

 

                “เข้าใจแล้วฮะ” แฮร์รี่พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน

 

                “ดี งั้นตอนนี้ฉันควรไปส่งเธอกลับหอนอนได้แล้ว” ชายหนุ่มตอบรับอย่างพึงพอใจก่อนหยัดตัวลุกขึ้นจากโซฟา แฮร์รี่จึงต้องลุกขึ้นตามด้วย

 

                “ผมคิดว่าผมกลับเองได้นะ” คำพูดจากเด็กชายทำเซเวอรัสหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ ในเมื่อเจ้าเด็กนี่เมื่อครั้งก่อนยังงอแงให้เขาไปส่งอยู่เลย มาหนนี้บอกว่าจะกลับเองเสียอย่างนั้น

 

                “ไม่ใช่ว่าจะไปเถลไถลที่ไหนนะคุณพอตเตอร์”

 

                “ไม่ฮะ” แฮร์รี่รีบส่ายหน้า “ผมแค่ไม่อยากให้เซฟโดนสงสัยนี่นา ในเมื่ออาจจะมีคนของคนที่ไม่ต้องเอ่ยชื่ออยู่ในโรงเรียนผมเดินกลับไปคนเดียวจะปลอดภัยกว่า”

 

                เซเวอรัสเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเด็กนี่ดูจะมีความคิดที่โตขึ้นอย่างน่าประหลาด “อย่าให้เป็นแค่ข้ออ้างของเธอล่ะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอนอกลู่นอกทางไม่ตรงกลับไปที่หอกริฟฟินดอร์ทันทีล่ะก็ อย่าหวังว่าคราวหน้าฉันจะยอมให้เธอออกมาแบบนี้อีก”

 

                “ไม่เถลไถลแน่นอนฮะ~ ราตรีสวัสดิ์นะฮะเซฟ”

 

                “ราตรีสวัสดิ์” ชายหนุ่มตอบกลับ มองเด็กชายยิ้มแป้นก่อนหยิบผ้าคลุมขึ้นคลุมร่างแล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องไป

 

--------------------

 

                เวลาผ่านไปหลายเดือน ทั้งแฮร์รี่และเพื่อนก็ดูจะสงบเสงี่ยมลงมากหลังจากการคุยกันคืนนั้นเมื่อเซเวอรัสไม่ได้รับข่าวเรื่องที่เด็กชายพยายามตามหาศิลาอาถรรพ์อีก

 

                กระทั่งค่ำวันหนึ่งเมื่อมิเนอว่ามาเล่าให้เขาฟังเรื่องที่แฮร์รี่มาพูดกับเธอว่าศิลากำลังจะถูกขโมย และนั่นทำให้เซเวอรัสรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดบนขมับขวาที่กำลังเต้นด้วยความปวดหัว

 

                “ผมบอกเขาแล้วมิเนอว่า เห็นเขาสงบเงียบมาหลายเดือนผมก็คิดว่าเขาตัดใจเรื่องนี้ไปแล้ว”

 

                “และฉันก็เตือนเขาไปแล้วอีกหนเช่นกันเซเวอรัส แต่ลูกชายคุณดื้อรั้นจริงเชียว...”

 

                “เขาไม่ใช่ลูกชายผม” เซเวอรัสแย้ง แต่หญิงชราไม่ได้ใส่ใจและเริ่มพูดต่อ

 

                “ฉันคิดว่าเขาจะต้องพยายามไปที่ชั้นสามแน่ คุณควรเรียกเขามาคุยให้หยุดการกระทำไร้สาระนั่น”

 

                “ผมจะไปเรียกเขามาคุยคืนนี้” เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้นมิเนอว่าจึงพยักหน้ารับอย่างพอใจก่อนที่เธอจะลุกขึ้นเดินกลับห้องพักของเธอไป

 

                เมื่อหญิงชราเดินออกจากห้องไปแล้วเซเวอรัสจึงผ่อนลมหายใจยาว นึกอยากจับเจ้าเด็กตัวปัญหานั่นมาลงโทษให้หนัก แต่เวลานี้เขายังทำอะไรไม่ได้ มือเรียวจึงดึงกระดาษออกมาแผ่นหนึ่งเขียนจดหมายหาเด็กชายที่เขาคาดว่าเขาน่าจะต้องนำมันไปส่งด้วยตัวเองในคืนนี้

 

                แต่เจ้าเด็กตัวดีกับเพื่อนนั่นน่าปวดหัวกว่าที่เซเวอรัสคาด เพราะทันทีที่เขามาถึงหน้าต่างห้องของแฮร์รี่ เซเวอรัสก็ได้พบว่าทั้งแฮร์รี่และเจ้าเด็กหัวแดงนั่นไม่ได้อยู่ที่เตียงแล้ว กริฟฟินดอร์ที่โง่เขลา! เซเวอรัสแทบจะสบถในร่างนก แล้วเขาจะทำอะไรได้อีกนอกจากรีบตามเจ้าเด็กงี่เง่านั่นไปที่ชั้นสาม

 

                กว่าเซเวอรัสจะมาถึงเขาก็ได้พบเกรนเจอร์กับวีสลีย์ที่ห้องหมากรุกของมักกอนนากัล น่าทึ่งอยู่มากที่เจ้าเด็กพวกนี้ดูจะชนะการเดินหมากที่มักกอนนากัลวางไว้ได้ แต่ก็บาดเจ็บกันน่าดูเมื่อเจ้าเด็กหัวแดงนั่นนอนไม่ได้สติอยู่ข้างเด็กสาว

 

                “พอตเตอร์อยู่ไหนคุณเกรนเจอร์?” เด็กสาวเจ้าของชื่อเบิกตากว้างทันทีที่เห็นเขา ดูท่าจะปักใจน่าดูว่าเขาต้องเป็นคนขโมย แต่พอเจอเขาอยู่ที่นี่จึงสับสนอยู่มากทีเดียว

 

                “มะ...ไม่รู้ค่ะ หนูมาที่นี่กับรอนแค่สองคน และ...และเราผ่านไปไม่ได้ หนูคิดว่าหนูกำลังจะกลับออกไป” เซเวอรัสต้องยอมรับว่าเกรนเจอร์เป็นเด็กที่มีไหวพริบดีทีเดียว เมื่อยังไม่แน่ใจว่าเขาไว้ใจได้จึงเลือกที่จะโกหกไปก่อน

 

                “ฉันรู้ว่าพวกเธอมาด้วยกัน แสดงว่าเจ้าเด็กนั่นเข้าไปข้างในแล้วสิ” เด็กหญิงอ้ำอึ้งไปสักพักก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

                “แต่ยาที่จะผ่านไฟเข้าไปนั่นหมดแล้วนะคะ หนูว่าเราควรรีบกลับออกไปหาอาจารย์ใหญ่ก่อนดีกว่า”

 

                “เธอคงลืมไปว่าด่านนั้นฉันเป็นวางไว้เอง และฉันรู้วิธีที่จะผ่านมันไป เธอควรพาคุณวีสลีย์ออกไปตามอาจารย์ใหญ่ก่อนจะดีกว่า ฉันไม่แน่ใจหรอกนะว่าอะไรที่อยู่กับแฮร์รี่ตอนนี้” เกรนเจอร์เม้มริมฝีปากของเธออย่างชั่งใจก่อนจะยอมพยักหน้ารับโดยดี ดูอาจารย์ตรงหน้าเธอนี้ก็ร้อนรนไม่แพ้กันถึงได้หลุดเรียกชื่อต้นของเพื่อนเธอออกมา

 

                “เข้าใจแล้วค่ะ หนูจะรีบไปตามอาจารย์ใหญ่มา” เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วเซเวอรัสจึงทิ้งเด็กทั้งสองไว้แล้วเดินเข้าไปในห้องที่ตัวเขาเองเป็นคนวางกลไว้

 

                การเดินผ่านไฟไม่ใช่เรื่องยากในเมื่อเขาเป็นคนวางกับดักนี่เอง แต่เมื่อเขามาถึงห้องสุดท้ายเขาก็ได้พบกำแพงไฟอีกอันที่เขาไม่ได้เสก มันเป็นเพียงไฟธรรมดาไม่ใช่ไฟสีดำอย่างของเขาแค่คาถาเกราะวิเศษก็เพียงพอที่จะเดินผ่านมัน ก่อนเสียงร้องโหยหวนของบางสิ่งจะดังขึ้นพร้อมเสียงร้องของเด็กชาย โดยไม่ต้องคิดเซเวอรัสร่ายคาถาเกราะครอบคลุมร่างก่อนจะกระโดดข้ามกำแพงไฟเข้าไป

 

                ภาพตรงหน้าเซเวอรัสคือกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง และไม่ไกลจากมันมีร่างของเด็กชายนอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น เซเวอรัสใจหล่นหายทันทีที่เห็นภาพนั้น ราวกับภาพร่างไร้วิญญาณของลิลี่ซ้อนทับขึ้นมา ชายหนุ่มรีบวิ่งไปหาแฮร์รี่ด้วยความหวาดกลัว ไม่ได้สนว่าศัตรูจะยังอยู่ที่นี่หรือไม่

 

                มืออันสั่นเทาโอบอุ้มร่างเด็กชายขึ้นมาสำรวจลมหายใจ ลมหายใจยังปกติ ชีพจรยังมี เด็กชายคงเพียงแค่สลบไป... ความดีใจแล่นพล่านในอกพร้อมๆกับความโกรธเจ้าเด็กที่อยู่ในอ้อมแขน ศิลาอาถรรพ์ในมือเด็กชายบ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ช่างโชคดีเหลือเกินที่ไม่เป็นอะไร

 

                ดวงตาสีเข้มมองกวาดสำรวจรอบโดยรอบ แล้วเขาก็ได้พบเสื้อผ้าของควีเรลล์ที่กองอยู่บนพื้นและถูกทับถมด้วยทรายแปลกประหลาด แม้ไม่รู้ว่าแฮร์รี่ทำอะไรลงไปแต่เซเวอรัสก็คาดคะเนได้ว่าควีเรลล์คงตายไปแล้ว และแฮร์รี่อาจจะใช้พลังจนหมดสติไป

 

                “ตื่นมาเมื่อไหร่เธอโดนดีแน่เจ้าเด็กเหลือขอ” เซเวอรัสกระซิบกับเด็กของเขาแผ่วเบาก่อนอุ้มร่างเด็กนั่นกลับออกไป

 

********************

 

                แฮร์รี่ตื่นมาอีกครั้งหลังจากนั้นสามวัน เขาได้คุยกับดัมเบิลดอร์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเขาหมดสติไป และก็ได้รับรู้ว่าเซเวอรัสเป็นคนไปเจอเขาพร้อมกับยื่นจดหมายฉบับหนึ่งมาให้

 

ไอ้เด็กเวรโง่เง่า!

ฉันพูดเตือนเธอแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง

เธอเกือบพาตัวเองไปตาย และนั่นทำให้ฉันโกรธมาก

น่าเสียดายที่ปิดเทอมนี้เธออาจจะไม่ได้อยู่กับฉัน

ไม่อย่างนั้นเธอต้องได้ทำงานชดใช้ความผิดครั้งนี้แน่

ส่วนรายละเอียดเรื่องปิดเทอมฤดูร้อนอาจารย์ใหญ่จะบอกเธอเอง

 

ปล.ฉันจะไปเยี่ยมเธอได้เมื่อมาดามพอมฟรี่ย์อนุญาตแล้ว

 

                เด็กชายแทบจะรู้สึกเหมือนได้เสียงเย็นๆที่เซเวอรัสมักใช้ประจำเป็นเวลาโมโหเขาผ่านตัวอักษร แต่ที่บอกว่าปิดเทอมนี้เขาจะไม่ได้กลับไปบ้านด้วยกันนั่นทำให้แฮร์รี่หวาดกลัวมากกว่า นี่คงไม่ใช่การลงโทษเขารูปแบบหนึ่งใช่ไหม?

 

                “ศาสตราจารย์ครับ ทำไมในจดหมายบอกว่าผมจะไม่ได้อยู่กับเซฟล่ะครับ?” นัยน์ตาสีเขียวเงยขึ้นสบมองชายชราที่ยืนอยู่ปลายเตียงด้วยความสงสัยระคนไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง

 

                “อา... หลังการกลับมาโลกเวทมนตร์ของเธอฉันก็ได้พบว่ามีพวกสอดรู้สอดเห็นเยอะทีเดียว เพราะมีข่าวลือแพร่ออกไปต่างๆจนฉันเกรงว่าบ้านที่ปลายถนนสปินเนอร์จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป” แฮร์รี่นั่งหลังเหยียดตรงทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น แต่เด็กชายก็ยังคงนิ่งเงียบให้ชายชราพูดต่อ “ดังนั้นฤดูร้อนนี้ฉันจะส่งเธอกลับไปอยู่กับลุงและป้าของเธอที่ซอยพรีเว็ตแทน”

 

                “ลุงและป้าของผมเหรอครับ?” แฮร์รี่ทวนคำอย่างสงสัย หากเขามีลุงและป้าอยู่แฮร์รี่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าทำไมเซฟถึงไม่เคยพาเขาไปเยี่ยมทั้งสองคนสักครั้ง

 

                “แพตทูเนียเป็นพี่สาวแท้ๆของแม่เธอแฮร์รี่ น่าเสียดายที่เมื่อเธอยังเด็กเขาไม่สามารถรับดูแลเธอได้เพราะเขาต้องดูแลลูกเล็กอีกคน แต่จากที่ฉันไปคุยมาอีกครั้งพวกเขาก็รับปากที่จะดูแลเธอในช่วงฤดูร้อนทุกปีหลังจากนี้” เมื่อได้ฟังอย่างนั้นแฮร์รี่ต้องพยายามเก็บอาการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ดูต่อต้านจนเกินไป

 

                “ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเจอป้านะครับแต่... ผมอยากอยู่กับพ่อของผมมากกว่าอยู่ดี”

 

                ดัมเบิลดอร์ยิ้มจางๆโดยไม่ได้ว่าอะไรกับท่าทีไม่พอใจที่ปิดไม่มิดนั่นก่อนลูบผมเด็กชายเบาๆ “ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่มันเสี่ยงมากจริงๆที่จะยังรั้นให้เธออยู่ที่บ้านหลังนั้นแฮร์รี่”

 

                เด็กชายเม้มปากอย่างชั่งใจ แน่นอนว่าเขาต้องการอยู่กับเซเวอรัส แต่การที่ดื้อรั้นอย่างนั้นแล้วอาจทำให้อีกฝ่ายเป็นอันตรายไปด้วยแฮร์รี่ก็คิดหนัก การปรากฏตัวของโวลเดอมอร์ทำให้แฮร์รี่รู้ว่าสิ่งที่อาจารย์ใหญ่และเซเวอรัสกังวลไม่ใช่แค่เรื่องที่ระแวงไปเอง แต่พอคิดว่าที่โรงเรียนก็แทบคุยไม่ได้ ปิดเทอมยังจะไม่ได้เจอกันอีกก็เด็กชายก็อดรู้สึกอยากที่จะเอาแต่ใจไม่ได้ อารมณ์กับเหตุผลตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัวทำให้คิ้วเรียวขมวดจนแทบเป็นปม

 

                “แล้วผมต้องย้ายไปอยู่กับป้าและลุงถาวรเลยหรือเปล่าครับ?” ร่างเล็กบนเตียงเงยหน้าขึ้นสบมองคนเป็นอาจารย์ ดวงตาสีเขียวฉายแววอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร

 

                “ฉันเกรงอยู่ว่าอาจจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างที่เธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับควีเรลล์ เลือดของแม่เธอจะปกป้องเธอไว้ และนั่นคือสิ่งที่ป้าเธอมีเช่นกัน”

 

                “เข้าใจแล้วครับ” แฮร์รี่ยอมรับปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักแต่เหตุผลที่ดัมเบิลดอร์ว่ามาเขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งจะไปสู้อยู่ดี จึงทำได้แค่นั่งคอตกอย่างยอมจำนน

 

                “ฉันดีใจที่เธอเข้าใจเหตุผล งั้นตอนนี้ฉันจะปล่อยให้เธอใช้เวลากับขนมที่เพื่อนๆเธอเอามาฝากก็แล้วกัน” ชายชรายิ้มให้อย่างใจดีอีกครั้งก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องพยาบาลไป ทิ้งให้แฮร์รี่นั่งมองขนมโดยไร้ซึ่งความอยากเพราะเรื่องที่พึ่งคุยกัน

 

********************

 

                ในคืนที่สามหลังแฮร์รี่รู้สึกตัว เซเวอรัสก็ได้เข้ามาเยี่ยมเขาในตอนกลางดึก แฮร์รี่คิดว่าชายหนุ่มจงใจเลือกที่จะมาหาเขาวันนี้เพราะในห้องพยาบาลนั้นไม่มีนักเรียนคนใดมานอนพักอยู่เลย และน่าสงสัยมากว่าอีกฝ่ายไปคุยกับมาดามพอมฟรีย์อย่างไรถึงได้สามารถมาหาเขาได้กลางดึกโดยไม่จำเป็นต้องใช้ร่างอนิเมจัส

 

                “รู้ตัวใช่ไหมว่าเธอทำฉันโกรธมาก” นั่นคือประโยคแรกที่อีกฝ่ายทักทายทันทีที่เซเวอรัสได้เห็นหน้าเขา

 

                “รู้ฮะ” แฮร์รี่ตอบเสียงเบาทั้งยังจับชายเสื้อคลุมของคนที่มาเยี่ยม “เพราะผมดื้อหรือเปล่าฮะผมเลยต้องย้ายไปอยู่บ้านลุงกับป้า”

 

                ชายหนุ่มชะงักทันทีที่ได้ยินคนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้ออย่างนั้น “อาจารย์ใหญ่คุยกับเธอแล้วไม่ใช่หรือเรื่องนี้?”

 

                “ก็คุยแล้ว แต่ว่า...ไม่ใช่เพราะเซฟโกรธจนไม่อยากให้ผมอยู่ด้วยจริงๆใช่ไหมฮะ? หรือเพราะว่าผมมีเวทประหลาดจนทำให้ศาสตราจารย์ควีเรลล์หายไปหรือเปล่าฮะ?” เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ จนคนอยากโกรธก็ทำใจโกรธต่อไม่ลง

 

                “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง” เซเวอรัสพูดพร้อมทั้งลากเก้าอี้มานั่งลงที่ข้างเตียง “เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าฉันโกรธเธอเพราะอะไร?”

 

                “เพราะผมไม่เชื่อฟังที่เซฟสั่ง?” แฮร์รี่ตอบพลางก้มหน้างุดอย่างกลัวความผิด

 

                “เปล่าเลยแฮร์รี่ ฉันโกรธเพราะเธอเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายต่างหาก” สิ้นคำพูดนั้นดวงตาสีเขียวจึงเงยขึ้นสบมอง

 

                “เธอเข้าใจหรือเปล่าว่าฉันรู้สึกยังไงที่เข้าไปเจอเธอนอนอยู่ตรงนั้น ถ้าเธอที่นอนอยู่ไม่ใช่เธอที่มีลมหายใจนั่งอยู่ตรงนี้” ฟังไปแฮร์รี่ก็สังเกตได้ว่ามือข้างที่มักกุมไม้กายสิทธิของเซเวอรัสนั้นสั่นไหวอย่างที่คนพูดก็คงไม่ทันรู้สึกตัว จนเด็กชายอดไม่ได้ที่จะกุมมือข้างนั้นไว้อย่างรู้สึกผิด

 

                “ผมขอโทษจริงๆนะฮะ จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” แฮร์รี่รู้สึกผิดจริงๆ เขาเข้าใจเซเวอรัสได้ไม่ยากเลยว่ามันเป็นยังไง หากคิดภาพว่าเป็นเขาเองที่ต้องเจออีกฝ่ายนอนไร้ลมหายใจอยู่เขาก็คงหวาดกลัวไม่ต่างกัน

 

                “ฉันจะรอดู ไม่ค่อยอยากเชื่อเธอสักเท่าไหร่” แต่ที่เซเวอรัสตอบกลับทำให้แฮร์รี่ต้องมุ่ยปากที่อีกคนดูจะไม่เชื่อถือเขาเอาเสียเลย แต่เขามีอีกเรื่องที่ต้องพูดกันก่อน

 

                “แล้วปิดเทอมฤดูร้อนผมจะไม่ได้เจอเซฟเลยจริงๆเหรอฮะ มันไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆเหรอ? อย่างเช่นว่า เราย้ายบ้านหนีกันเลยได้ไหม?”

 

                “แล้วฉันจะเอาเงินจากไหนซื้อบ้านให้เธอหนีได้บ่อยๆกัน?” เซเวอรัสถอนหายใจให้ความคิดแบบเด็กๆนั่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจที่เจ้าเด็กนี่กำลังงอแงหรอกนะ

 

                “แต่ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไม่ได้เจอเซฟเลยจริงๆเหรอฮะ ที่โรงเรียนก็แทบจะคุยกันดีๆไม่ได้เลย” นัยน์ตาสีมรกตพยายามช้อนมองคนเป็นพ่ออย่างออดอ้อน แฮร์รี่รู้ว่าเซเวอรัสแพ้ดวงตาคู่นี้ ดังนั้นเวลาเขาอยากเอาแต่ใจจึงมักใช้ไม้นี้เป็นประจำ และมักจะได้ผลเสมอ

 

                “ไม่ได้แฮร์รี่” แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้

 

                “ทำไมล่ะฮะ?” เด็กชายเบ้ปากทันทีที่ลูกไม้ของเขาไม่ได้ผล

 

                “ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของอาจารย์ใหญ่ไม่ใช่ฉัน ถึงเธอจะอ้อนฉันไปก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอกนะ”

 

                “งั้นแค่สักสองอาทิตย์ก่อนเปิดเทอมก็ยังดี นะฮะ?” แฮร์รี่พยายามต่อรองอีกครั้ง และเขารู้ว่าครั้งนี้อย่างน้อยมันต้องได้ผลอะไรกลับมาบ้าง

 

                เซเวอรัสหรี่ตามองเจ้าเด็กช่างต่อรองแล้วถอนหายใจอย่างยอมแพ้ “ไว้ฉันจะลองคุยกับอาจารย์ใหญ่ดู”

 

                แฮร์รี่ยิ้มกว้างทันทีที่พ่อของเขารับปาก เด็กหนุ่มโน้มตัวจากเตียงเข้าไปกอดชายร่างสูงไว้โดยไม่กลัวตกแม้แต่น้อย ยังคงทำตัวราวกับตัวเองเป็นเด็กแค่7ขวบ

 

อาจจะเป็นเพราะอยู่กับคนคนนี้ทำให้เขาไม่สามารถรู้สึกว่าตัวเองโตแล้วได้จริงๆ เขายังชอบที่จะออดอ้อนอย่างเด็กๆ ชอบที่จะถูกลูบหัวอย่างเอ็นดู ชอบที่ถูกปั้นหน้าถมึงทึงแต่ก็ตามใจเขาทุกที ชอบที่ทำหน้าเหมือนไม่เต็มใจจะกอดเขาก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะกอดเขากลับ เพราะอย่างนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะยังทำตัวเป็นเด็กทุกครั้งไป

 

                “ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นเลย ฉันไม่รับปากเธอหรอกนะว่าจะต่อรองได้สำเร็จน่ะ” เซเวอรัสรีบพูดปรามขึ้นทันทีที่แฮร์รี่ดูจะดีใจเกินเหตุ เพราะเขายังไม่รู้เลยว่าอาจารย์ใหญ่จะยอมเห็นชอบด้วยมากน้อยแค่ไหน เด็กนี่ก็รีบดีใจไปก่อนแล้ว

 

                “เซฟต้องพูดให้สำเร็จนะ! ขอแค่ช่วงวันเกิดผมก็ยังดี” เด็กชายรีบเกาะแขนอ้อนต่อในทันที

 

                “นับวันยิ่งเอาแต่ใจนะ” เซเวอรัสบ่น

 

                “ผมเปล่าสักหน่อย อาจจะเพราะว่าผมเป็นเด็กติดพ่อเฉยๆก็ได้” เด็กชายว่าอย่างนั้นพร้อมยิ้มแป้นออกมาอย่างภาคภูมิใจจนเซเวอรัสอดไม่ได้ที่จะยีหัวยุ่งๆนั่นด้วยความหมั่นไส้ มันมีเด็กผู้ชายคนไหนเขาพูดว่าตัวเองติดพ่อด้วยความภูมิใจขนาดนั้นกัน?

 

                “แล้วฉันไปอนุญาตให้เธอเรียกฉันว่าพ่อตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

                “โธ่นิดๆหน่อยๆอย่าเอาไปใส่ใจเลยนะฮะ” แฮร์รี่รีบเฉไฉตีหน้าซื่อตาใสจนคนมองได้แต่อ่อนใจแล้วผลักหน้าผากเจ้าเด็กตัวดีให้กลับลงไปนอน

 

                “นอนได้แล้วแฮร์รี่ พรุ่งนี้เธอคงโดนเพื่อนๆก่อกวนแต่เช้า”

 

                แฮร์รี่ล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่ายแต่ยังไม่ยอมละสายตาจากชายที่ยืนอยู่ข้างเตียง “เซฟจะกลับแล้วเหรอฮะ? คืนนี้อยู่เฝ้าผมไม่ได้เหรอ?” ถึงจะไม่ได้เจ็บป่วยอะไรแต่พอต้องมานอนห้องพยาบาลแบบนี้แล้วก็อดทำให้นึกถึงตอนเด็กที่เขาไม่สบายแล้วอีกฝ่ายมานอนเฝ้าไข้ไม่ได้ แฮร์รี่ไม่ได้คาดหวังว่าเซเวอรัสจะตอบรับหรอกแต่เขาก็แค่อยากจะลองร้องขอดู

 

                เซเวอรัสมองเด็กชายอย่างชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยอมทิ้งตัวลงกลับมานั่งกอดอกที่ข้างเตียงอีกครั้ง “ฉันจะอยู่แค่จนกว่าเธอจะหลับ เพราะงั้นรีบๆนอนได้แล้ว”

 

                ถึงคนนั่งเฝ้าไข้จะทำหน้าบูดบึ้งเหมือนไม่เต็มใจแต่แฮร์รี่ก็ยังยิ้มกว้างให้ด้วยความดีใจอยู่ดี “งั้นราตรีสวัสดิ์นะฮะ”

 

                “ราตรีสวัสดิ์แฮร์รี่”

 

====================

 

Talk: เหมือนจะไม่เต็มใจแต่สุดท้ายป๋าก็ยังตามใจอยู่ดีค่ะ (ฮา) จบกันไปแล้วนะคะกับภาคศิลาอาถรรพ์ ตอนหน้าน้องรี่เราจะโดนย้ายบ้านซะแล้ววว มารอดูกันนะคะว่าน้องจะงอแงขนาดไหน ป๋าเซฟเราจะรับมือน้องไหวไหม

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

75 ความคิดเห็น

  1. #75 Bammm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 03:04

    รอตอนต่อไปแบบมากกกกๆๆๆๆอ่านเพลินมากเรยค่ะชอบมากๆด้วยรอตอนต่อไปอยู่นะคะงื้ออออ

    #75
    0
  2. #74 Rinovel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 19:57
    ฮือออออ ไอเด่กแสบ ขี้อ้อนแต่ต่อรองเก่ง สมกับเป็นกริฟฟินดอร์ที่เกือบถูกส่งไปสลิธีริน ไรท์เขียนได้น่ารักมากเลยค่ะะะ แงงง โทนมันฟุ้งไปหมด น่ารักจนใจเจ็บ ชอบมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ แงงง รอตอนต่อไปนะคะ! ให้กำลังใจคุมไรท์ มาต่อไวๆนะคะะ รออๆๆ
    #74
    0
  3. #69 MorganK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 01:27
    ไม่อยากให้น้องไปอยู่บ้านนั้นเลยอ่ะแงงงงง
    #69
    0
  4. #68 ^_Picha_^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:05
    น้องตัลล้ากมักๆเยยยยย
    ปล.1 ไรท์สู้ๆนะคะ สนุกมากกกกก
    ปล.2 พ่อเสนปชื่อโทไบอัส นะคะ
    #68
    0
  5. #67 feb16 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 23:47
    สาธุภาคเจ็ดคุณพ่ออย่าตายนะคะ;__; อย่าเป็นตามออรินะคะ เราขาดใจตายแน่ ฮือ
    #67
    0
  6. #66 Dobbby (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 07:11
    น้องน่ารักมากกกกก รอตอนต่อไปนะคะ
    #66
    0
  7. #65 Darby (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 21:31

    งื้อออ~ น้องนั่ลล้ากกกก //คุณพ่อก็ด้วยค่ะ แหะๆ


    ปล. ภาคเจ็ดคุณพ่อจิไม่ตายใช่มั้ยย~ T.T

    เห็นพวกนางอยู่ด้วยกันแล้วน่าร้ากก ไม่อยากให้แยกจากกันเลย ฮืออ


    ---ภาคเจ็ดคุณพ่อต้องไม่ตายยย //กราบไหว้บูชาไรท์ด้วยดอกไม้ธูปเทียน(?) พวงมาลัย(?) และของเซ่นไหว้ใดๆก็แล้วแต่(???)


    #65
    0
  8. #64 THEBLUEDOG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 21:09
    น่ารักกกกก น้องอ้อนเก่ง รอตอนต่อไปนะคะ
    #64
    0
  9. #63 Mi55.PP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 17:12
    ฮืออออออ ตาหนูลูก อ้อนเก่งงงงงงแต่ดื้อมาก ปวดหัวแทนพ่อเซฟเลย หัวใจพ่อแทบวาย /ยื่นยาดมให้ป๋าเซฟ สู้ๆนะคะคุณพ่อ
    #63
    0
  10. #62 GOTFAFA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 14:54
    ฮืออออออออออออออออออออออออออออน้องลูกกกกกกกกอ้อนเก่งจังค้าบบบบบบบ

    ป๋าก้คือตามใจน้องมากกกกกก(น่ารักทั้งพ่อทั้งลูก)

    คิดถึงอนาคตเเล้วก้ได้เเต่จะหัวใจวายเเทนป๋า555 น้องมันดื้อค่ะป๋า ต้องทำใจ

    ##ดีใจมากที่เห็นไรท์อัพ
    ###รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    ####ดูเเลตัวเองนะคะไรท์
    #62
    0
  11. #61 -Astrophile- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:56
    งื้ออออออออ ขอบคุณนะคะไรต์! ดีใจมากเลยยยย ชอบทั้งคู่เลย ชอบไรต์ที่เขียนเรื่องเเต่ก็ยังเป็นในไทม์ไลน์เดิม❤❤❤ ขอบคุณนะคะะะะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ รอตอนต่อไปเลยค่าา
    #61
    1
    • #61-1 raining(จากตอนที่ 4)
      28 มีนาคม 2563 / 13:06
      ขอบคุณนะคะ จริงๆช่วงนี้แอบป่วยๆนิดหน่อย แต่ยังไม่เป็นโควิดนะ! 5555
      #61-1
  12. #60 ชาชามารุ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:50
    ละมุนนน้องงง
    #60
    2
    • #60-1 raining(จากตอนที่ 4)
      28 มีนาคม 2563 / 13:05
      น้องเอาแต่ใจเก่งค่ะ 555
      #60-1