[Fic Harry] Don't call me "Dad" (SS & HP)

ตอนที่ 3 : First Year Part II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    16 ก.พ. 63

First Year Part II

 

ช่วงเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานวันฮาโลวีนก็ได้มาถึง แฮร์รี่ไม่เคยเห็นงานฉลองฮาโลวีนแบบพ่อมดมาก่อน เมื่อครั้งยังเด็กก็จะมีบ้างที่เขาแต่งตัวเป็นผีต่างๆไปเคาะประตูขอขนมตามบ้าน มันก็สนุกดีในยามนั้นแต่เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่นี้

 

            เด็กชายมองรอบห้องที่ถูกตกแต่งด้วยเวทมนตร์ทั้งท้องฟ้าทั้งฟักทองรวมถึงค้างคาวเป็นๆบินอยู่บนเพดาน และอาหารบนโต๊ะที่ถูกตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศ แฮร์รี่ตื่นเต้นมากซะจนลืมไปเลยว่าเขากับรอนควรไปตามหาเฮอไมโอนี่ตามที่คุยกันไว้ก่อนหน้า มัวแต่เพลิดเพลินไปกับอาหารและบรรยากาศ

 

            กระทั่งประตูถูกเปิดออกพร้อมร่างของควีเรลล์ที่วิ่งถลาเข้ามาในห้อง

 

            “โทรลในคุกใต้ดิน!! คิดว่าท่านควรรู้—” แล้วเขาก็สลบลงไปทั้งอย่างนั้น เด็กๆต่างร้องอย่างตื่นตกใจ แต่เพียงไม่นานทุกอย่างก็สงบลงเมื่อดัมเบิลดอร์ออกคำสั่งให้พรีเฟคพานักเรียนทุกคนกลับหอนอน แฮร์รี่และรอนเดินตามไปอย่างว่าง่ายก่อนเด็กชายจะฉุกคิดขึ้นมาได้

 

            “รอนเฮอไมโอนี่ล่ะ? เธอไม่รู้เรื่อง” รอนเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินแฮร์รี่พูดอย่างนั้นก่อนที่พวกเขาจะแอบนอกแถววิ่งกลับไปที่ห้องน้ำหญิงเพื่อตามหาตัวเพื่อนสาว

 

            จะเรียกว่าโชคช่วยหรืออะไรดีเมื่อพวกเขาทั้งสองช่วยเฮอไมโอนี่จากโทรลได้ แถมยังสามารถเอาชนะจนทำให้มันสลบไปได้ด้วย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องมักกอนนากัลโกรธแค่ไหนที่มาเจอพวกเขาพร้อมโทรลที่สลบอยู่ แต่สำหรับแฮร์รี่แล้วสิ่งที่น่ากลัวว่ามักกอนนากัลคือเซฟที่ยืนถลึงตาใส่เขาทันทีที่ตามมาเห็นผลงานของเขาและรอน ถึงเฮอไมโอนี่จะพูดแก้ตัวให้พวกเขาแต่แฮร์รี่รู้ได้เลยว่าเซฟไม่เชื่อคำแก้ตัวนั้นแน่ๆ

 

            “พวกเธอควรกลับหอนอนกันไปได้แล้ว และหวังว่าคราวนี้พวกเธอจะไม่ไปหาเรื่องที่ไหนอีก” ทันทีที่ได้ยินอาจารย์ประจำบ้านไล่อย่างนั้นแล้วทั้งสามคนจึงรีบก้าวเท้าเดินกลับไปที่หอนอนอย่างว่าง่าย แต่ก่อนจะได้ไปไหนไกลศาสตราจารย์สาวสูงวัยก็เรียกรั้งไว้ “คุณพอตเตอร์! เธอต้องไปกับฉันก่อน ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับเธอสักหน่อย”

 

            แฮร์รี่รู้ได้เลยว่าไม่ใช่มักกอนนากัลหรอกที่อยากคุยกับเขา เป็นชายชุดดำที่ยืนหน้าถมึงทึงข้างเธอมากกว่าที่อยากคุยกับเขา แฮร์รี่จึงหันไปพยักหน้าให้รอนที่มองเขาอย่างเป็นห่วง คงสงสัยว่าทำไมเป็นเขาที่โดนเรียกไว้ แฮร์รี่คิดว่าเขาค่อยไปหาเรื่องเล่าแก้ตัวเอาทีหลัง

 

            “ไปที่ห้องทำงานของฉัน” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลว่าก่อนจะเดินนำออกไป แฮร์รี่หันกลับไปมองทางเซเวอรัสเล็กน้อยแต่อีกฝ่ายไม่ได้เดินตามเขามาด้วย จนเด็กหนุ่มเริ่มสับสนว่าไม่ใช่เซฟหรือที่อยากคุยกับเขา แต่ก็ทำได้เพียงแค่สงสัยและหันกลับไปเดินตามมักกอนนากัลโดยดี

 

            “รออยู่ที่นี่ก่อนคุณพอตเตอร์ อีกสักพักเขาคงจะตามมา” อาจารย์ผู้เป็นเจ้าของห้องว่าอย่างนั้นก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องทำงานของเธอไป ทิ้งให้แฮร์รี่นั่งรออยู่คนเดียวสักพักใหญ่ 

 

            กระทั่งมีอีกาตัวหนึ่งบินเข้ามาในห้อง ร่างของกาตัวนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นร่างสูงผอมในชุดคลุมสีดำที่เด็กหนุ่มคุ้นเคย

 

            “ว้าวคุณเท่จัง” แฮร์รี่ร้องออกมาอย่างอดทึ่งไม่ได้ เขารู้ว่ามันเรียกว่าอนิเมจัสจากการที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเคยแสดงให้ดู แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าพ่อของเขาก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

            “การชมฉันไม่ได้ทำให้ความผิดของเธอลดลงนะคุณพอตเตอร์” น้ำเสียงกดดันเย็นเหยียบจนทำคนฟังรู้สึกหนาวสั่น และก่อนที่แฮร์รี่จะได้แย้งอะไรร่างสูงนั้นก็โบกไม้กายสิทธิ์เพื่อปิดล็อกห้องและกั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไป

 

            “ผมไม่ผิดนะจริงๆ” แฮร์รี่กล่าวเสียงอ่อนทันทีที่บานประตูหน้าต่างถูกปิดหมดแล้ว

 

            “เล่ามาว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น” เซเวอรัสสั่งเสียงเฉียบขาดพร้อมก้มมองเด็กชายอย่างคาดคั้น

 

            “ก็แค่...พวกผมรู้ว่าเฮอไมโอนี่ร้องไห้อยู่ในห้องน้ำหญิงเพราะรอนพูดไม่ดีใส่เธอก่อนหน้านั้น แล้วตอนที่โทรลหลุดมาเธอก็ไม่รู้เรื่องพวกผมเลยแค่จะไปตามเธอแค่นั้นฮะ แต่ว่า...ตอนไปถึงโทรลก็อยู่ที่นั่นแล้ว” เด็กชายก้มหน้าเล่าไปตามความจริงแต่คนฟังกลับยิ่งขมวดคิ้วแน่น

 

            “ความโง่เขลาของกริฟฟินดอร์!” เซเวอรัสสบถ “ทำไมเธอไม่บอกรุ่นพี่หรืออาจารย์ว่ามีเพื่อนเธออยู่ในห้องน้ำ แทนที่เธอจะวิ่งไปตามเอง?”

 

            แฮร์รี่เบิกตากว้างราวกับพึ่งนึกออกว่ามันมีวิธีนั้นอยู่ด้วย “ผม...แค่เป็นห่วงเพื่อนเกินไปจนลืมคิดถึงเรื่องนั้นเลย”

 

            “ฉันเริ่มสงสัยแล้วจริงๆว่าฉันเลี้ยงเธอมาได้แค่ตัวเลยใช่ไหม? ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธออยู่กริฟฟินดอร์ พวกใช้สัญชาตญาณมากกว่าสมอง” เซเวอรัสค่อนแคะอย่างอดไม่ได้ คิดแล้วก็โมโหจริงๆที่นับวันเด็กนี่จะยิ่งเหมือนเจมส์เข้าไปทุกที

 

            “ไม่เกี่ยวกับบ้านสักหน่อย ผมก็เคยเล่าให้ฟังแล้วแท้ๆว่าหมวกคัดสรรยังไม่รู้เลยว่าจะเอาผมไปไว้ไหนดี  ถ้ามัลฟอยไม่ได้บ้านสลิธีรินไปก่อนมันคงคัดผมไปอยู่สลิธีรินแล้ว” แฮร์รี่บ่นอุบแต่ไม่กล้าเถียงเสียงดังนัก

 

            เซเวอรัสมองดุใส่คนเถียงจนเด็กชายเงียบปากลงแต่ไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดเท่าที่ควร เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วคนที่เป็นทั้งอาจารย์ทั้งผู้ปกครองก็ได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนใจให้ความดื้อรั้นนั้น “ระวังตัวกว่านี้แฮร์รี่ ปีนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเท่าไหร่ และฉันคิดว่าเป้าหมายอยู่ที่ตัวเธอ”

 

            “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะฮะ คราวหลังจะไม่ทำแบบนี้แล้ว และจะระวังตัวให้มากกว่านี้ด้วย” เมื่อเห็นว่าท่าทีและน้ำเสียงของอีกฝ่ายอ่อนลงแล้วแฮร์รี่จึงรีบก้าวเข้าไปจะกอดอ้อนคนที่ตีหน้าดุเมื่อครู่ มันได้ผลทุกครั้งที่เซเวอรัสโกรธเขา

 

            “ระวังหน่อย ขาฉันเจ็บอยู่” คำทักท้วงทำให้เด็กชายชะงักก่อนจะพึ่งสังเกตเห็นผ้าพันแผลขนาดใหญ่ที่รอยเลือดซึมบนขาจนทำให้แฮร์รี่ตกใจ

 

            “เซฟคุณไปโดนอะไรมา?”

 

            “ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องสนใจตอนนี้ รู้แค่ว่าเธอต้องระวังตัวให้มากก็พอ” มือใหญ่ลูบลงบนเส้นผมสีดำยุ่งเหยิงแผ่วเบา เด็กชายจึงโน้มตัวเข้าไปกอดอีกฝ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

 

            “อื้อ...แต่เซฟก็ต้องระวังตัวด้วยนะ” แฮร์รี่ไม่ชอบใจเลยที่เห็นเซเวอรัสบาดเจ็บแถมยังไม่บอกอะไรเขาเลยอีกต่างหาก 

 

            “ฉันจะระวัง แต่ตอนนี้เธอควรกลับไปที่เตียงของเธอได้แล้ว” เซเวอรัสออกสั่งทำให้แฮร์รี่คลายกอดออกช้าๆแล้วเงยหน้ามองอย่างออดอ้อน

 

            “งั้นเซฟเดินไปส่งผมได้ไหมฮะ เซฟบอกเองนี่น่าว่าช่วงนี้ให้ระวังตัว อาจจะมีโทรลหลุดมาอีกตัวก็ได้” เด็กชายพยายามต่อรอง

 

            “เข้าใจยอกย้อนนะคุณพอตเตอร์” เซเวอรัสถอนหายใจให้ความช่างพูดของเจ้าเด็กนี่ ทีเรื่องมุทะลุล่ะไม่ใช้หัว แต่พอเป็นเรื่องอ้อนเขาล่ะเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้ 

 

            “แล้วเซฟจะไปส่งได้ไหมล่ะฮะ?” แฮร์รี่จ้องมองพร้อมทั้งดึงแขนเสื้ออีกฝ่ายราวกับตัวเองยังเป็นเด็กเล็กๆ เห็นอย่างนั้นแล้วคนโดนอ้อนก็ได้แต่อ่อนใจ(และใจอ่อน)

 

            “เข้าใจแล้วฉันจะไปส่ง” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น พร้อมๆกับไม้กายสิทธิ์ของคนพูดก็ถูกดึงขึ้นโบกปลดล็อกบานประตู ก่อนที่ร่างสูงนั้นจะกลายร่างเป็นอีกาอีกหน เมื่อเห็นดังนั้นเด็กหนุ่มจึงยื่นแขนออกไปให้เจ้านกสีดำลงมาเกาะด้วยความเคยชินจากการดูแลเฮ็ดวิก

 

            แฮร์รี่เดินกลับหอนอนอย่างเริงร่าพลางลูบขนสีดำเป็นมันเงาของเซเวอรัสในร่างกาที่เกาะอยู่บนแขน ถึงจะไม่ใช่ในร่างคนแต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ใจอ่อนพอจะยอมมาส่งเขาที่หอนอนก็ดีมากแล้ว อีกทั้งสัมผัสนุ่มลื่นของขนกานี่ยังให้ความรู้สึกดีสุดๆ คล้ายๆสัมผัสตอนเขาแอบเล่นผมของเซเวอรัสเลย

 

            คิดไปเรื่อยเปื่อยได้สักพักแฮร์รี่ก็ได้พบว่าตัวเองมาหยุดหน้าสุภาพสตรีอ้วนเสียแล้ว เจ้ากาตัวใหญ่จึงบินขึ้นจากแขนที่เกาะมา แฮร์รี่จ้องมองเจ้านกตัวนั้นตาละห้อยราวกับเรียกร้องให้อย่าพึ่งไป เขารู้ว่าเจ้าคนในร่างกานั่นเข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อ หากแต่อีกฝ่ายเลือกที่จะไม่สนใจแล้วบินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง แฮร์รี่เบ้ปากอย่างไม่ค่อยพอใจนักแต่สุดท้ายก็ยอมหันไปบอกรหัสผ่านกับสุภาพสตรีอ้วนแล้วกลับขึ้นห้องพักไป

 

********************

 

            เดือนพฤศจิกายนมาถึงพร้อมๆกับการแข่งควิดดิชนัดแรกของแฮร์รี่ที่ใกล้เข้ามาทุกที แน่นอนแฮร์รี่ตื่นเต้นกับการแข่งขันพอๆกับที่ประหม่าว่าเขาจะทำพลาด ถึงเฮอไมโอนี่จะปลอบว่ามันอยู่ในสายเลือดเพราะพ่อ(แท้ๆ)ของเขาก็เป็นซีกเกอร์ก็เถอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องเก่งเหมือนพ่อนี่

 

            ควิดดิชจะเริ่มแข่งในช่วงบ่ายแต่เช้าวันนั้นเด็กชายถึงกับกินอะไรไม่ลงด้วยความตื่นเต้นและกังวล เพราะมันเป็นการแข่งครั้งแรกของแฮร์รี่และหลายคนดูจะคาดหวังกับเขามากเหลือเกิน จริงๆแฮร์รี่อยากให้เซฟเชียร์เขาด้วย แต่วันนี้เขาต้องแข่งกับสลิธีรินที่อีกฝ่ายดูแล คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าเซเวอรัสจะเชียร์ฝั่งไหน คิดๆไปแล้วก็แอบใจฝ่อขึ้นมาเสียเฉยๆ

 

            “ขอให้เป็นวันที่ดีพอตเตอร์” เสียงคุ้นเคยที่จู่ๆก็ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เด็กที่กำลังเขี่ยอาหารในจานสะดุ้งจนต้องหันไปมองด้วยความตกใจ “แต่ก็นั่นล่ะขนาดโทรลเธอยังจัดการได้การแข่งควิดดิชคงเป็นเรื่องหมูมากสำหรับเธอ... ถึงแม้จะต้องแข่งกับบ้านสลิธีริน” 

 

            พูดจบเพียงแค่นั้นศาสตราจารย์ในชุดคลุมสีดำก็เดินกะเผลกขาจากไป ทิ้งความงุนงงให้เหล่านักเรียนกริฟฟินดอร์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆแฮร์รี่ว่าอาจารย์คนนั้นต้องการอะไร

 

            แต่ไม่ใช่กับแฮร์รี่ เด็กชายรู้ว่านั่นไม่ใช่การมาหาเรื่องอะไรเขาหรอกเพียงแต่มาให้กำลังใจเขาเท่านั้น ด้วยสถานะของพวกเขาการให้กำลังใจดีๆคงเป็นไปได้ยากผลมันเลยออกมาในรูปแบบนี้ และเมื่อได้คนมาให้กำลังใจอย่างนั้นแล้วทำให้แฮร์รี่รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก มือเล็กจึงจัดการจิ้มเบค่อนยัดเข้าปากเพื่อเป็นพลังงานไว้ยามแข่ง

 

            “ฉันว่าคืนนั้นเขาคงเจ็บหนักน่าดู ฉันเห็นขาเขามีเลือดออกด้วย” จู่ๆรอนก็พูดขึ้นทันทีที่คิดว่าสเนปเดินออกไปไกลพอที่จะไม่ได้ยิน ทำเอาแฮร์รี่ที่กำลังเคี้ยวอยู่ถึงกับชะงัก

 

            “เลือด?” เฮอไมโอนี่ทวนคำอย่างสงสัย

 

            “ฟังนะเพื่อน คืนฮาโลวีนนั่นน่ะฉันเดาว่าสเนปเป็นคนปล่อยโทรลออกมา เพื่อที่เขาจะได้ไปเอาอะไรบางอย่างที่เจ้าหมาสามหัวนั่นเฝ้าอยู่” รอนพูดอย่างออกรส “แต่เขาคงถูกกัด ฉันเห็นขาเขาเลือดท่วมเชียวล่ะตอนมาหาพวกเราคืนนั้น”

 

            “แล้วเขาจะเข้าไปเอาอะไรล่ะ เขาเป็นอาจารย์นะไม่เห็นต้องทำลับๆล่อๆเลย” เฮอไมโอนี่ออกความเห็นและแฮร์รี่พยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ 

 

            “พวกนายจำข่าวที่กริงกอตส์โดนปล้นได้ไหม ที่แฮร์รี่บอกว่าน่าจะเป็นของที่แฮกริดไปเอามาก่อนจะโดนปล้นน่ะ ฉันว่าไอ้หมานั่นน่าจะเฝ้ามันอยู่และสเนปต้องการไอ้สิ่งนั้นล่ะ” รอนพยายามพูดโยงเหตุผล ในสายตาคนทั่วไปก็คงไม่แปลกหรอกถ้าจะมองเซเวอรัสอย่างนั้น แต่แฮร์รี่ที่โตมากับชายคนนั้นรู้ดีว่ามันไม่ใช่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้เลยว่าจะเอาอะไรไปแก้ต่างไม่ให้ทุกคนเชื่ออย่างนั้นดี ในเมื่อเจ้าตัวคนโดนสงสัยก็ทำตัวให้น่าสงสัยจริงๆนั่นล่ะ เด็กชายได้แต่ลอบถอนหายใจแล้วลุกออกไปเตรียมตัวสำหรับการแข่ง

 

*******************

 

            การแข่งขันควิดดิชนัดแรกของแฮร์รี่จบลง เด็กหนุ่มสามารถจับลูกสนิชได้จนทำให้บ้านกริฟฟินดอร์ได้รับชัยชนะเหนือสลิธีริน แม้จะเกิดเหตุการณ์ประหลาดกับไม้กวาดของเขาแต่สุดท้ายเขาก็สามารถควบคุมมันได้ตอนท้ายและเอาชนะได้ในที่สุด

 

            จนกระทั่งเขาได้ฟังสาเหตุความผิดปกติของไม้กวาดจากรอนและเฮอไมโอนี่ขณะที่กำลังเดินกลับไปปราสาท

 

            “พวกนายจะบอกว่าเซ— สเนปสาปไม้กวาดฉันเหรอ!?” แฮร์รี่ถามอย่างฉุนเฉียวทันทีที่ได้ฟังเพื่อนของเขาเล่าจนจบ จะไม่ให้เขาฉุนได้อย่างไรในเมื่อทั้งสองคนกำลังกล่าวหาพ่อของเขาอยู่ แฮร์รี่ไม่รู้เลยว่าสองคนนี้ปักใจเชื่อข้อสันนิษฐานที่คิดกันไปเองขนาดนี้ได้ยังไง

 

            “ไร้สาระหน่า สเนปจะทำอย่างนั้นไปทำไม” ขนาดแฮกริดยังไม่เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนั้น

 

            “ใครจะไปรู้ เขาไม่ชอบหน้าแฮร์รี่มากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใช่ไหมเพื่อน” รอนหันมาถามแฮร์รี่ที่ได้แต่อ้าปากพะงาบอย่างไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี

 

            “เหลวไหล! ศาสตราจารย์สเนปน่ะ—” 

 

            “แฮกริด!” แฮร์รี่รีบร้องลั่นขัดก่อนที่ชายตัวโตตรงหน้านี้จะหลุดอะไรออกมาแล้วรีบพาเปลี่ยนเรื่องออกไป “บอกเราเกี่ยวกับหมาสามหัวได้ไหม?”

 

            แฮกริดเหมือนจะพึ่งรู้สึกตัวว่าเขาเกือบหลุดข้อมูลสำคัญออกไปเสียแล้วจึงรีบเปลี่ยนเรื่องตามในทันที “พวกเธอไปรู้จักฟลัฟฟี่ได้ยังไงน่ะ”

 

            “ฟลัฟฟี่หรือฮะ?”

 

            “ใช่ หมาฉันเอง ซื้อจากพ่อค้ากรีกเมื่อปีก่อน ดัมเบิลดอร์ขอฉันไปยืมเฝ้า--”

 

            “เฝ้าอะไรหรือฮะ?” แฮร์รี่กลับเป็นฝ่ายถามจี้อย่างอยากรู้ จริงอยู่ว่าเขาเชื่อว่าเซฟไม่ได้ต้องการจะขโมยอะไรหรอก แล้วก็ไม่ได้ต้องการจะฆ่าเขาด้วย แต่เด็กชายก็อยากรู้เช่นกันว่าเรื่องไปชอบมาพากลที่เซเวอรัสพูดถึงมันคืออะไร จะเกี่ยวกับของที่เจ้าหมาสามหัวนั่นเฝ้าหรือเปล่า

 

            “อย่าถามฉันอีกเลย นี่มันเป็นเรื่องของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กับนิโคลัส แฟลมเมล...”

 

            “ใครคือนิโคลัส แฟลมเมล?” แฮร์รี่ถามอีกครั้ง แฮกริดเหมือนจะพึ่งรู้สึกตัวว่าพูดในสิ่งที่ไม่น่าพูดออกไปเสียแล้ว และนั่นทำให้เขาหัวเสียน่าดูก่อนจะเดินหนีพวกแฮร์รี่ไป

 

********************

 

            ในคืนนั้นแฮร์รี่นอนไม่หลับ เขารู้สึกมันยากเหลือเกินที่จะข่มตานอนได้ลงเมื่อเขามีเรื่องที่อยากจะคุยกับเซเวอรัสเต็มไปหมด ถึงเขาจะเขียนจดหมายส่งไปแล้วเมื่อหัวค่ำแต่คงต้องรอถึงพรุ่งนี้กว่าจะได้รับจดหมายตอบกลับ

 

            แต่แล้วก็มีเสียงบางอย่างเคาะที่กระจกหน้าต่างข้างเตียงนอน แฮร์รี่หันไปตามเสียงทันที แล้วเขาก็ได้พบอีกาสีดำขลับเป็นมันเงาที่ดูคุ้นตา เขาคาบจดหมายไว้ด้วยฉบับหนึ่ง ซึ่งแฮร์รี่แปลกใจมากที่เขาคาบจดหมายมาแบบนั้น ในเมื่อเจ้าตัวเองปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขานี่แล้ว

 

            “เซฟคุณมาได้ยังไงกัน” แฮร์รี่กระซิบถามพร้อมทั้งเปิดหน้าต่างให้กาตัวนั้นเข้ามา

 

            เซเวอรัสในร่างกาไม่ได้ตอบอะไรเด็กชายแต่กลับวางจดหมายไว้แล้วยืนบนที่นอนของเด็กชายแทน แฮร์รี่ที่เห็นอย่างนั้นจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเมื่ออยู่ในร่างอนิเมจัสเขาจะไม่สามารถพูดได้ และจะให้เซเวอรัสแปลงร่างกลับตอนนี้ก็เห็นทีจะไม่เหมาะ หากมีเพื่อนคนไหนของเขาบังเอิญตื่นขึ้นมาเจอศาสตราจารย์สเนปในห้องคงได้มีหัวใจวายกันบ้าง

 

อ่านจบแล้วเผาจดหมายนี่ซะ

การแข่งวันนี้ฉันพบว่ามีคนสาปไม้กวาดของเธอ

ฉันคาดเดาได้ว่าเป็นใครแต่ยังบอกเธอไม่ได้

อยู่อย่างระวังตัวแฮร์รี่ ฉันไม่รู้ว่ามันจะลงมือทำอะไรอีกบ้าง

 

            จดหมายไม่ได้ลงท้ายชื่อคนเขียน แต่ก็ไม่ได้จำเป็นนักหรอกเมื่อคนเขียนที่ว่าก็มาส่งให้เขาถึงที่ขนาดนี้แล้ว

 

            “พวกเพื่อนผมหาว่าคุณเป็นคนสาปไม้กวาดผม พวกเขาบอกว่าคุณจ้องผมตาไม่กะพริบเลยแถมพึมพำคาถาอะไรสักอย่างด้วย” แฮร์รี่เล่าพร้อมทั้งลุกขึ้นเอาจดหมายโยนเข้าเตาผิง “มันตลกมากเลยตอนพวกเขาบอกว่าคุณพยายามจะฆ่าผมน่ะ ขนาดแฮกริดยังไม่เห็นด้วยจนเกือบหลุดปาก แต่เขาไม่ได้หลุดออกมาหรอกนะผมพาเขาเปลี่ยนเรื่องทัน”

 

            “คริสต์มาสผมกลับบ้านได้ไหม คุณจะได้กลับบ้านหรือเปล่า? ผมคิดถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกันที่บ้านจัง...” เด็กชายเดินกลับมาที่เตียงก่อนจะเอื้อมมือไปลูบขนสีดำขลับแผ่วเบา “ผมรู้ว่าตอนนี้คุณพูดไม่ได้ ไว้พรุ่งนี้เขียนจดหมายมาบอกผมด้วยนะ”

 

            แฮร์รี่ไม่รู้หรอกว่าตนเองกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ตอนที่พูดไปอย่างนั้น แต่ว่าวินาทีถัดมาเด็กหนุ่มก็ได้สัมผัสอ้อมกอดอบอุ่นที่คุ้นเคยพร้อมเสียงทุ้มที่กระซิบแผ่วเบา “แล้วฉันจะเอาไปคิดดู” ก่อนที่ร่างนั้นจะกลับเป็นอีกาอีกหนแล้วโบยบินออกไปทางหน้าต่าง

 

            ถึงจะไม่รู้ว่านั่นคือการตกลงที่จะกลับบ้านพร้อมกันตอนคริสต์มาสหรือเปล่า แต่ว่าแฮร์รี่รู้ว่าคืนนี้เขาจะหลับฝันดียิ่งกว่าคืนไหนๆ

 

--------------------

 

            คืนวันส่งท้ายปีเก่าห้องอาหารไม่ได้วุ่นวายมากนักเมื่อนักเรียนส่วนใหญ่กลับไปฉลองที่บ้านกันหมด คงมีเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่ที่โรงเรียน และนั่นรวมถึงเซเวอรัสและเด็กในปกครองของเขาด้วย

 

            จริงอยู่ที่ทีแรกแฮร์รี่อยากจะกลับไปฉลองกับเซเวอรัสที่บ้าน แต่เรื่องศิลาที่ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่โรงเรียนและท่าทีไม่น่าไว้ใจของควีเรลล์ทำให้เซเวอรัสไม่สามารถทิ้งโรงเรียนไปได้ จึงกลายเป็นว่าทั้งเขาและแฮร์รี่ต้องอยู่ที่โรงเรียนช่วงวันหยุดยาวนี้ แต่เพราะอย่างนั้นเซเวอรัสจึงไม่อาจพาแฮร์รี่ไปซื้อของได้อย่างทุกที

 

            น่าแปลกใจอยู่บ้างที่เด็กนั่นไม่ได้หาเรื่องมางอแงใส่เขาช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา อาจจะเพราะมีเพื่อนสนิทอยู่เจ้าเด็กนั่นเลยไม่มาก่อกวนเขามากนัก ถึงคืนนั้นจะมีเรื่องเด็กแอบมาเข้าเขตหวงห้ามยามวิกาลให้ชวนสงสัย แต่เมื่อยังจับตัวไม่ได้เขาก็จะคิดเสียว่าไม่ใช่แฮร์รี่(แม้ในใจเขามันจะบอกว่าใช่แน่ๆก็เถอะถึงได้หายหน้าไป)

 

            กระทั่งเขาได้พบเจ้าเด็กตัวดีมายืนเคาะประตูห้องพักของเขาหลังเคอร์ฟิว ข้อสงสัยเรื่องใครที่แอบเข้าเขตหวงห้ามก็หมดไปทันที เพราะเขาได้รู้แล้วว่าเป็นฝีมือไอ้เด็กที่กำลังยืนยิ้มหน้าแป้นอยู่ตรงหน้าเขานี่แน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเข้าไปได้ยังไงและหนีรอดออกมาแบบไหน ในเมื่อผ้าคลุมล่องหนเป็นหลักฐานอยู่คามือของเจ้าเด็กนี่เลย

 

            เซเวอรัสรีบดึงแฮร์รี่ให้เข้ามาในห้องพักก่อนลงกลอนอย่างแน่นหนา แล้วหันมามองดุเจ้าเด็กตัวดีที่พึ่งถอดผ้าคลุมล่องหนวางไว้บนเก้าอี้ทำงานของเขา

 

            “เธอมาทำอะไรที่นี่” เซเวอรัสว่าเสียงเขียว แต่เจ้าตัวปัญหาดูจะไม่ได้สำนึกถึงความผิดตัวเองแม้แต่น้อย

 

            “มาหาเซฟไงมาสุขสันต์วันปีใหม่!” แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงพร้อมโผกอดเขาเสียเต็มรัก แต่เซเวอรัสกลับรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่เจ้าเด็กนี่ดูแปลกไป

 

            “มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?” ถึงเด็กชายมักจะกอดเขาแบบนี้ประจำ แต่ครั้งนี้เขารู้สึกได้ว่าแฮร์รี่กำลังมีเรื่องไม่สบายใจบางอย่าง

 

            “เปล่าฮะ ผมแค่คิดถึง” เด็กหนุ่มกอดซุกเอวร่างสูงอยู่อย่างนั้นพร้อมส่ายหน้าไปมาโดยไม่ยอมมองคนถาม ยิ่งชวนให้น่าสงสัยว่าเจ้าเด็กนี่เป็นอะไรกันแน่

 

            “แฮร์รี่...” เซเวอรัสกดเสียงต่ำกดดันให้เจ้าเด็กดื้อพูด แต่แฮร์รี่ก็ยังปิดปากแน่นไม่ยอมพูดอะไรอยู่ดีจนเซเวอรัสต้องคาดเดาไปเอง

 

            “หรือเธอโกรธที่ฉันไม่ได้พาเธอไปซื้อของขวัญคริสต์มาส?” ตามปกติแล้วเซเวอรัสไม่เคยให้ของขวัญแฮร์รี่ เพราะเขามักจะพาเด็กชายไปเลือกซื้อของที่ตัวเองอยากได้เลยโดยไม่เคยห่อของขวัญ เนื่องจากไม่รู้ว่าเด็กชายจะชอบหรือไม่ชอบอะไร ถ้าหากให้ไปแล้วไม่ใช่ของที่แฮร์รี่อยากได้ก็เสียของเปล่า ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะพาเด็กชายไปชี้ของที่อยากได้ด้วยตัวเองเลยจะง่ายกว่า แต่ไม่ใช่กับปีนี้ที่เขาไม่สามารถพาเด็กชายไปเลือกซื้อได้อย่างทุกที

 

            “เปล่าสักหน่อยฮะ” เด็กชายปฏิเสธโดยไม่ยอมมองหน้าคู่สนทนาอยู่ดี เซเวอรัสรู้ได้ในทันทีว่าเจ้าเด็กนี่มีเรื่องที่กำลังปิดบังเขาอยู่ เพราะอาการที่แฮร์รี่เป็นตอนนี้ไม่ต่างกับตอนเด็กตัวปัญหานี่อายุเจ็ดขวบแล้วพยายามปิดเขาเรื่องเวทมนตร์เลย

 

             “เกิดอะไรขึ้น มีเรื่องที่ไม่อยากบอกให้ฉันรู้? เกี่ยวกับที่เธอแอบเข้าไปในเขตหวงห้ามนั่นหรือเปล่า?”

 

            แฮร์รี่สะดุ้งทันทีที่ได้ยินคำว่าเขตหวงห้าม ยิ่งทำให้เซเวอรัสมั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องแน่ๆ แต่เขาไม่อยากคาดคั้นถ้าเด็กนี่ยังไม่พร้อมจะเล่า เขาจึงแค่เอื้อมมือออกไปลูบผมสีดำยุ่งเหยิงนั่นเบาๆ “ถึงฉันจะมั่นใจว่าเป็นเธอแต่ไม่ได้เจอคาหนังคาเขาฉันก็หักคะแนนบ้านเธอไม่ได้หรอกนะเจ้าเด็กโง่”

 

            “คุณมั่นใจได้ยังไงน่ะว่าเป็นผม” ในที่สุดเด็กชายก็ยอมเปิดปากพร้อมคลายกอดออกแล้วเงยหน้ามองคนสูงกว่า ปฏิกิริยาแบบนั้นทำให้เซเวอรัสเบาใจลงได้บ้างว่าเด็กนี่คงไม่ได้ปิดเรื่องร้ายแรงอะไร

 

            “ผ้าคลุมล่องหนเป็นหลักฐานยืนยันของสันนิษฐานของฉันได้อย่างดีเชียวล่ะ ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเธอเอามันมาจากไหนก็เถอะ” 

 

            “มันถูกส่งมาเมื่อตอนคริสต์มาส บอกว่าเป็นของพ่อผม แต่ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าใครส่งมาให้ ตอนแรกผมคิดว่าเซฟส่งมาให้ด้วยซ้ำ แต่พอมาคิดๆดูถ้าเป็นคุณคุณน่าจะให้ผมตรงๆเลยมากกว่า” เซเวอรัสฟังที่เด็กชายว่าพร้อมหยิบเจ้าผ้าคลุมนั่นมาพิจารณา

 

            “แล้วเธอก็กล้าใช้ทั้งที่ไม่รู้ว่าใครส่งมาให้น่ะหรือ มันอาจจะใส่คำสาปแช่งไว้ก็ได้” 

 

            “แต่ผมก็ใช้มันมาหลายครั้งแล้วนะไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้นกับผมเลย อีกอย่างพอมีมันผมก็มาหาเซฟง่ายขึ้นด้วยนะ” แฮร์รี่รีบแย้งขึ้นทันทีด้วยกลัวว่าจะถูกเซเวอรัสยึดผ้าคลุม แต่คนฟังกลับยิ่งคิ้วกระตุกกับสิ่งที่เด็กชายพึ่งหลุดปากออกมา

 

            “เธอบอกว่าหลายครั้ง? แปลว่าไม่ใช่แค่คืนนั้นสินะคุณพอตเตอร์ ตกลงเธอเข้าไปหาอะไรในนั้นกันแน่?” น้ำเสียงเย็นเฉียบพร้อมสายตามคมกริบที่จ้องมองมาทำแฮร์รี่อดตัวสั่นไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อยากเล่าสิ่งที่ไปเจอมาอยู่ดีจึงทำแค่ปิดปากเงียบตามเคย

 

            อาการที่เด็กชายเป็นเริ่มทำให้เซเวอรัสหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ครั้นจะบังคับให้พูดก็กลัวจะทำเจ้าเด็กนี่งอแงจนเขาต้องปลอบอีก แต่การที่แฮร์รี่ไม่ยอมพูดอะไรเลยมันก็น่ารำคาญใจมากกว่า

 

            “ฉันจะเดินไปส่งเธอกลับหอนอน ส่วนผ้าคลุมฉันจะริบไว้ก่อน เธอจะได้ไม่สามารถออกมาเดินเตร่ตอนกลางคืน ได้อีกและฉันจะได้ตรวจคำสาปแช่งบนผ้าคลุมนี่ด้วย” แฮร์รี่ร้องออกมาทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ความไม่พอใจฉายชัดบนใบหน้าอ่อนวัยก่อนเด็กชายจะเถียงกลับอย่างด้วยความดื้อรั้น

 

            “ไม่เอา ผมพึ่งมาเองนะ แล้วถ้าเซฟเอาผ้าคลุมไปแบบนั้นผมก็มาหาเซฟไม่ได้สิ!

 

            “ถ้าอย่างนั้นก็พูดสิว่าเธอกำลังปิดบังอะไร และเข้าไปที่เขตหวงห้ามทำไม?” เซเวอรัสกอดอกมองเด็กชายนิ่ง เขาไม่ได้กำลังบังคับให้เจ้าเด็กนี่พูดหรอกนะแต่เขากำลังต่อรอง ดูสิว่าเจ้าเด็กนี่จะเลือกอะไร

 

            แฮร์รี่นิ่งงันไปทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น สมองกำลังประมวลผลชั่งน้ำหนักว่าควรเลือกข้อไหนถึงจะดีกว่ากัน ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างหนักใจ จนสุดท้ายเด็กชายก็ถอนหายใจยาวแล้วยอมพูดออกมาในที่สุด “คืนแรกผมแค่จะไปหาข้อมูลของนิโคลัส แฟลมเมล เพราะผมหาในห้องสมุดไม่เจอเลยคิดว่ามันน่าจะอยู่ในเขตหวงห้าม...” 

 

            “เธอไปได้ยินชื่อนั้นมาจากไหน?” เซเวอรัสถามอย่างประหลาดใจ

 

            “แฮกริดหลุดปากออกมาตอนพูดเรื่องหมาสามหัวน่ะฮะ” ถึงจะประหลาดใจว่าแฮร์รี่ไปรู้เรื่องหมาสามหัวนั่นได้ยังไงแต่เซเวอรัสก็เลือกที่จะพยักหน้าเงียบๆให้เด็กชายเล่าต่อ

 

            “แล้วคืนหลังจากนั้นเธอไปไหน?”

 

            “...” แฮร์รี่ก้มหน้านิ่งอยู่สักพักก่อนสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเริ่มเล่าต่อ “ผม...ไปเจอกระจกบานหนึ่งเข้าด้วยความบังเอิญ... แล้วมัน...ก็สะท้อนภาพผมที่อยู่กับพ่อแม่ และครอบครัวพอตเตอร์ ทีแรกผมนึกว่ามันสะท้อนอดีต...แต่...” เด็กชายค่อยๆเล่าด้วยเสียงอันเบาลงทุกที แต่เพียงเท่านั้นเซเวอรัสก็เดาเรื่องต่อได้ไม่ยากเลย

 

            “กระจกเงาแห่งแอริเซดสินะ” เซเวอรัสพึมพำ “แล้วภาพเงาในนั้นคงไม่มีฉันอยู่ล่ะสิ?” 

 

            แฮร์รี่ตัวสั่นทันทีที่ถูกถามอย่างนั้น เด็กชายรู้ว่ากระจกนั่นจะสะท้อนความปรารถนาในจิตใจออกมา แต่การที่เขาเห็นเพียงเงาของตัวเองกับครอบครัวพอตเตอร์นั่นทำให้เขาสับสน เขารู้ว่าเขาต้องการเซเวอรัส แต่ภาพเงาที่เห็นกลับบอกว่าเขาอยากอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงมากกว่า แฮร์รี่เกลียดที่ตัวเองคิดอย่างนั้นแต่เขากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาต้องการที่จะเห็นครอบครัวของเขาที่อยู่บนกระจกนั่นอีก และความคิดนั้นยิ่งทำให้เขาสับสน 

 

            เซเวอรัสมองเด็กชายที่นิ่งเงียบไปไม่ได้โต้แย้งอะไรยิ่งทำให้เขาแน่ใจว่าบนกระจกนั่นคงไม่มีเขาอยู่จริงๆ เซเวอรัสไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกยังไงกับเรื่องที่พึ่งได้ฟัง มันมีหลากหลายอารมณ์ตีกันจนแม้แต่เขาเองก็บอกไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร แต่เซเวอรัสก็ได้เข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กนี่ถึงได้ไม่กล้าที่จะพูดในทีแรก ชายหนุ่มพยายามสงบใจตนเองลงก่อนลูบผมเด็กชายเบาๆ 

 

            “หยุดทำหน้าแบบนั้นทีเถอะ ฉันไม่ใส่ใจเรื่องแค่นั้นหรอก เลิกคิดถึงมันซะ”

 

            แฮร์รี่เงยมองคนที่กำลังลูบผมเขาแล้วก็ได้พบว่าใบหน้าของชายสูงวัยกว่านั้นไม่ได้แสดงอารมณ์น้อยใจหรือตัดพ้ออะไรเขาเลย นั่นทำให้แฮร์รี่เบาใจลงมากแล้วโผเข้ากอดคนที่เปรียบเสมือนพ่อของเขาแน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “แต่ผมคิดว่าเซฟเป็นครอบครัวของผมเสมอนะ”

 

            ไม่รู้ว่านั่นคือการพูดปลอบจากเด็กชายหรืออะไรแต่คำพูดนั้นทำให้อารมณ์อันหนักอึ้งเมื่อครู่ของเซเวอรัสเบาลงทันตา แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะลืมเรื่องผ้าคลุมที่ไม่รู้ที่มาของเด็กนี่หรอกนะ “แม้ว่าฉันจะยังต้องยึดผ้าคลุมของเธออยู่ดีน่ะหรือ?” 

 

            เด็กชายรีบถอยออกมาแล้วโวยทักท้วงทันที “เดี๋ยวสิ! ผมยอมเล่าแล้วนี่นาทำไมยังยึดผ้าคลุมผมล่ะ!?” 

 

            “เพราะฉันยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าผ้าคลุมนั่นจะไม่มีคำสาปแช่งอะไรซ่อนไว้อยู่” ชายหนุ่มแอบขบขันกับท่าทีของเด็กชายที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่เขายังต้องตีหน้านิ่งเอาไว้ไม่อย่างนั้นเด็กนี่คงจะงอแงหนักถ้ารู้ว่าเขาใจอ่อน

 

            “เซฟขี้โกงนี่นา” แฮร์รี่มุ่ยหน้าทันที พลางนึกในใจว่านี่สินะความเจ้าเล่ห์ของสลิธีริน?

 

            “แค่ไม่กี่วัน ไว้ฉันมั่นใจแล้วจะคืนให้เธอเอง”

 

            “งั้นคืนนี้เซฟต้องดื่มช็อกโกแลตร้อนกับผมแล้วก็... ต้องอ่านหนังสือให้ผมฟังสักเรื่องเหมือนตอนผมเด็กๆก่อนผมถึงจะยอมกลับ” แฮร์รี่ตอบกลับอย่างดื้อดึง

 

            “เธออยากย้อนกลับไปเป็นเด็กหรือไง” เซเวอรัสแสยะยิ้มให้ข้อเสนอของเด็กชาย เขาไม่อยากจะยอมรับนักหรอกว่าทีเรื่องที่อยากจะได้อะไรก็ต้องได้ ถ้าไม่ได้อย่างหนึ่งก็ต้องได้อีกอย่างของแฮร์รี่ล่ะเหมือนพวกเด็กสลิธีรินนัก

 

            “ก็ตั้งแต่ผมอ่านหนังสือคล่องเซฟก็ไม่ยอมอ่านให้ผมฟังเลยนี่นา” แฮร์รี่ยิ้มกว้างให้อย่างที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ยอมกลับแน่ๆถ้าเขาไม่อ่านหนังสือให้ฟังสักเรื่อง คิดแล้วก็น่าสงสัยทำไมเด็กนี่ไม่คิดจะเอาเรื่องดีๆไปบ้างเลย ทั้งความบ้าบิ่นแบบกริฟฟินดอร์ ทั้งความเอาแต่ใจแบบสลิธีริน เซเวอรัสได้แต่ถอนหายใจ

 

            “ไปนั่งรอที่โซฟา ฉันจะไปหาช็อกโกแลตร้อนกับหนังสือสั้นๆสักเรื่อง” แต่สุดท้ายเขาก็ยอมให้ความเอาแต่ใจของเด็กนี่อยู่ดี


==============================

Talk : สวัสดีค่า มาต่อกันแล้วกับตอนสามมม เดี๋ยวเรนเวิร์สจะพยายามตามมาเร็วๆนี้น้าตอนแรกเราคิดว่าจะตั้งเวลาละอัพไว้เลย แต่เรามาตรวจเช็คอีกทีเจอคำผิดเลยแก้คำผิดอีกรอบก่อนค่อยอัพ จึงช้ากว่าที่บอกไว้ทีแรกนิดหน่อย ถ้ามีเจออีกก็เม้นบอกไว้น้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

75 ความคิดเห็น

  1. #73 Rinovel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 19:48
    น่ารักกกกกกกก ไปหมดเลย แงๆ พูดไรไม่ได้นอกจากน่ารักไปหมด อ่านแล้วเขินแง ใจคิดดีมะได้เรย
    #73
    0
  2. #59 -Astrophile- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 11:47
    ชอบมากค่าาาาาาาา เราชอบความสัมพันธ์ของคู่นี้มากกกกก ไม่ต้องคู่กัน แค่พ่อลูกเราก็ชอบบบ
    #59
    1
    • #59-1 raining(จากตอนที่ 3)
      24 มีนาคม 2563 / 21:46
      พอดีเราไปเห็นแฟนอาร์ตแนวสองคนนี้เป็นพ่อลูกกันมาล่ะค่ะ แล้วเรารู้สึกว่าเฮ้ยมันดีมากๆเลย เราก็เลยได้งอกฟิคนี้มาแบบงงๆ ทั้งๆที่เรื่องเก่ายังแต่งไม่จบ ฮาาา ดีใจที่ชอบนะคะ
      #59-1
  3. #58 May1407 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:30
    รอค้าบบบรอคนอ่านฟินตัวเเตกเเล้วว
    #58
    0
  4. #56 จิ้งจอกกอดลูกโลก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:23

    อร๊ายยยยยยน่ารักมากกกกละมุนสุดๆ..
    #56
    0
  5. #55 Nu pe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:05
    เฮ้ยยย เธอ เราว่าโมเมนต์มันก็ไม่ได้จิ้นเลยนะ(เหรอ?) อาจจะมีบ้าง แต่มันขึ้นอยู่กับจิตใจจจจจจ จิตใจที่จิ้นตั้งแต่แรกที่เจอเรื่องนี้ก็จะจิ้นไปตลอด จิตใจที่ตอนแรกไม่ได้จิ้นและคิดว่าเขาเป็นพ่อลูกกัน ก็พ่อลูกไปตลอดไง เนอะะะะ

    แต่ตอนนี้แอบปวดใจนิดๆ อยากให้เฉลยว่าทำไมเซฟไม่อยู่ในกระจกTT
    #55
    1
    • #55-1 raining(จากตอนที่ 3)
      20 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:37
      เดี๋ยวจะมีเฉลยค่ะ แต่ยังไม่ใช่ในเร็วๆนี้ 55555
      #55-1
  6. #51 giemtts (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:32
    รอนะคะ
    #51
    0
  7. #50 Luna0001 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:34
    ปักไว้อีกเรื่องงับ
    #50
    0
  8. #49 im.mild (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:03
    แต่ละโมเมนต์ที่ไรท์ปล่อยออกมาครือออ ไม่จิ้นไม่ได้จริงๆนะคะ คุณเซฟน่ารักกับน้องมากกก ใจอ่อนตลอด ฮือออ ไหนจะน้องไม่เห็นเซฟในภาพครอบครัว เพราะเห็นเซฟเป็นอย่างอื่นใช่มั้ยคะ ดิชั้นคิดดีไม่ได้จีงๆ ใจเรามันไม่ใส แงงง รอเสมอนะคะไรท์ ขอบคุณค่ะ
    #49
    0
  9. #48 TewadaCat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:41

    เนี่ย . . . โมเมนต์แบบเนี่ยยังไงก็ทำใจใสไม่ได้เนี่ย (พยายามทำใจให้ใสแล้วนะ ฮึ่ยยยย)
    #48
    0
  10. #47 nmtkrwn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:25
    ง่าาาาาาา น้องน่ารักมากๆเลย เซฟเองก็แสนตามใจ ยอมน้องทุกทีเลย ;—;
    #47
    0
  11. #46 Tidvita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:42

    โมเม้นมันอบอุ่นแล้วก็น่ารักจนจะกระอักเลือดตายแล้ว
    #46
    0
  12. #45 Mi55.PP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:16
    ชอบจัง ตอนแฮรรี่อ้อนเซฟ ลึกๆในใจน้องคงต้องการครอบครัว แต่ไม่ใช่ไม่รักเซฟ สนุกมากเลยค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #45
    0
  13. #44 ชาชามารุ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:58
    รออออตอนต่อไป
    #44
    0
  14. #43 l3aowan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:52
    นิยายสนุกมาค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ ถึงจะบอกว่าไม่ใช่วาย แต่ใจเรามันชิปอ่ะ คิดดีไม่ได้เลยยยย
    #43
    0
  15. #42 Tomaiey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:52
    สงสัยจริงๆ ว่าการเลี้ยงดูรี่รี่มันพลาดตั้งแต่ตอนไหน 555555555555
    ยัง ยังไม่รู้ตัวอีก! โถ่ พ่อคุณ นี่ล่ะน้าาา
    #42
    0