[Fic Harry] Don't call me "Dad" (SS & HP)

ตอนที่ 2 : First Year Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 941
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    7 ธ.ค. 62

First year

 

            หลังเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวานในที่สุดวันนี้แฮร์รี่ก็จะได้ไปซื้อของจริงๆ สักที แต่แน่นอนว่าเซเวอรัสไม่ไว้ใจให้เขาใช้ผงฟลูอีกแล้ว จึงให้แฮกริด (คนตัวโตที่แฮร์รี่เจอเมื่อวาน) มาพาเจ้าเด็กนี่ไปซื้อของแทน


 

            เซเวอรัสพึ่งคิดได้ว่าการที่ตนเองพาเจ้าเด็กตัวยุ่งนี่ไปซื้อของเองเสี่ยงอันตรายเกินไปที่จะเจอคนรู้จัก ถึงตอนนี้จะยังไม่มีใครจำเด็กชายผู้รอดชีวิตได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหลังแฮร์รี่เข้าโรงเรียนไปแล้วจะไม่มีข่าวลือเรื่องการเจอเขากับเด็กนี่อยู่ด้วยกันแพร่ออกไป บางทีถ้าโชคร้ายอาจจะได้เจอพวกมัลฟอยด้วยซ้ำไป


 

            “เซฟไปกับผมไม่ได้จริงๆ เหรอฮะ?” น้ำเสียงออดอ้อนของเจ้าตัวเล็กถูกส่งมาพร้อมดวงตาใสแจ๋วขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งรอให้แฮกริดมารับไป


 

            ฉันบอกไปแล้วนะว่าไม่ได้


 

            โธ่... ทีเมื่อวานคุณยังรับปากว่าจะไปกับผมเลย” แฮร์รี่เริ่มเบะปากและทำท่างอแง


 

            เราคุยกันแล้วนะเรื่องนี้” เซเวอรัสหรี่ตามองพร้อมปรามเสียงดุ เจ้าเด็กดื้อถึงได้ยอมสงบปากสงบคำและทำตัวเรียบร้อยลง


 

            ผมก็แค่อยากไปซื้อของกับพ่อนี่นา” เด็กชายพึมพำเสียงเบาไม่รู้ตั้งใจให้คนเป็น พ่อ’ ได้ยิน หรือแค่อยากจะบ่นกับตัวเอง แต่คนที่โดนเรียกอย่างนั้นได้ยินเข้าแล้วรู้สึกขนลุกอย่างประหลาด ยังไงเขาก็ทำใจให้เด็กนี่เรียกเขาว่าพ่อไม่ได้จริงๆ ถึงแม้ว่าตามหลักแล้วเขาจะเป็นพ่อบุญธรรมก็เถอะ


 

            เอาไว้คราวหน้าที่ฉันเตรียมตัวมาดีกว่านี้” อย่างเช่นพวกน้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นใครสักคนออกไป


 

            จริงนะฮะ?” แฮร์รี่มองคนสูงวัยกว่าอย่างตื่นเต้น ท่าทีง้ำงอเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นดีใจอย่างรวดเร็ว เซเวอรัสได้แค่พยักหน้ารับเบาๆ พลางถอนหายใจกับตนเองว่าสุดท้ายเขาก็ยอมใจอ่อนกับเด็กนี่อีกแล้ว


 

            เซฟใจดีที่สุดเลยฮะ!” แต่เด็กชายไม่ได้สนใจท่าทีเหนื่อยใจของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ทั้งยังพุ่งเข้ากอดเอวร่างสูงกว่าไว้ก่อนส่งยิ้มให้อย่างเริงร่า

 


            เจอฉันที่โรงเรียนพูดคำนี้ให้ออกแล้วกัน” เซเวอรัสแทบจะแยกเขี้ยวให้เด็กเจ้ามารยา เจอที่โรงเรียนเขาจะแกล้งให้หนักเอาคืนที่ทำเขาต้องเหนื่อยขนาดนี้เชียว

 


            หลังจากนั้นไม่นานแฮกริดก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูและพาแฮร์รี่ออกไป ก่อนปิดประตูบ้านดวงตาสีเขียวคู่นั้นยังคงมองเขาอย่างคาดหวังว่าจะให้เขาไปด้วย แต่สุดท้ายประตูบานนั้นก็ถูกปิดลงพร้อมร่างของเด็กชายที่เดินทางออกจากบ้านไป

 


            เซเวอรัสล้มตัวลงนั่งบนโซฟา บ้านเงียบลงถนัดตาเมื่อไร้ร่างของเด็กชาย เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีจริงๆ ที่เขาได้อยู่บ้านที่คุ้นเคยหลังนี้คนเดียว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขากลายเป็นคนไม่ชอบความเงียบอย่างที่เคย สุดท้ายร่างสูงจึงหยัดตัวลุกขึ้นเตรียมข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์การสอนที่เขาต้องนำไปฮอกวอตส์ด้วยเพื่อรอเวลาที่เจ้าเด็กนั่นจะกลับบ้าน

 


********************

 



            แฮร์รี่ เธอเก็บของเรียบร้อยแล้วจริงๆ ใช่ไหม?” ดวงตาสีดำขลับจ้องมองสัมภาระของเด็กชายอย่างพิจารณา ข้าวของดูไม่มีการจัดให้เป็นระเบียบสักเท่าไหร่ ทั้งชายเสื้อที่ยับยู่ยี่โผล่ออกมานอกกระเป๋าหรือหนังสือที่ถูกยัดไว้ตามซอกต่างๆ เซเวอรัสนึกสงสัยเหลือเกินว่าเขาเป็นคนเลี้ยงเจ้าเด็กนี่มาจริงๆ หรือ ทำไมเจ้าเด็กนี่มัน...

 


            เรียบร้อยแล้วจริงๆ นะฮะ” แฮร์รี่ตอบกลับอย่างมั่นใจช่างขัดกับอะไรที่เซเวอรัสกำลังเห็นเสียจริง แต่เอาเถอะเตาผิงก็อยู่แค่ชั้นใต้ดิน ถ้าเด็กนี่จะลืมอะไรมันก็ไม่ได้ลำบากเขาขนาดนั้น

 


            แล้วเซฟจะไปยังไงฮะ จะล่วงหน้าไปที่โรงเรียนก่อนหรือว่านั่งรถไฟไปด้วยกัน?” ดวงตาสีเขียวเงยขึ้นสบมองอย่างคาดหวัง ไม่ต้องบอกเซเวอรัสก็รู้ว่าเจ้าเด็กนี่คาดหวังอะไร คิดแล้วก็ปวดหัวไม่รู้ทำไมแฮร์รี่ถึงได้ติดเขานัก พวกเด็กวัยเดียวกันกับเจ้าเด็กนี่ติดพ่อแม่ขนาดนี้หรือเปล่า?

 


            ฉันจะนั่งรถไฟไปด้วย อย่างไรฉันก็ยังต้องดูแลพวกนักเรียน” แฮร์รี่เบิกตากว้างกำลังจะพูดบางอย่างแต่เซเวอรัสรีบขัดขึ้นอย่างรู้ทัน ไม่ต้องคาดหวังให้ฉันไปนั่งด้วยเลยคุณพอตเตอร์ เธอยังไม่ลืมที่ฉันเคยพูดใช่ไหม?”

 


            และตอนนี้ผมเป็นคุณพอตเตอร์แล้ว?” แฮร์รี่เบะปากอย่างไม่ชอบใจนัก ยิ่งนามสกุลนั่นที่เขาพึ่งเริ่มใช้ฟังอย่างไรก็ไม่ชินหู

 


            และเธอควรเรียกฉันศาสตราจารย์สเนป ทำตัวให้ชินพอตเตอร์” เห็นหน้างอแงของเด็กชายแล้วเซเวอรัสก็เริ่มหนักใจว่าความลับจะแตกตั้งแต่เจ้าเด็กนี่ยังไม่พ้นปีหนึ่งหรือเปล่า คิดๆ ไปแล้วก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง เขาเลี้ยงเจ้าเด็กนี่พลาดไปตรงไหนกัน?

 


            ผมไม่ชอบเลย” แฮร์รี่กอดอกอย่างดื้อดึง แต่ก่อนที่เซเวอรัสจะได้ดุอะไรเสียงออดที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นราวกับเป็นสัญญาณสงบศึก

 


            ศาสตราจารย์สเนปฉันมารับแฮร์รี่แล้ว” เป็นแฮกริดที่มากดกริ่งหน้าบ้านเพื่อมารับแฮร์รี่ไปส่งที่สถานีรถไฟ เพราะเซเวอรัสไม่อาจไปพร้อมเด็กชายได้

 


            แฮร์รี่คลายกอดอกลงก้มหน้านิ่งเมื่อรู้ว่าต้องแยกกันไปจริงๆ เด็กชายไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ถ้าต้องอยู่ที่เดียวกันแต่ทำเป็นเกลียดกันอย่างนี้สู้ส่งเขาไปเรียนที่อื่นเลยยังจะดีกว่า เขาไม่อยากถูกคนตรงหน้านี้เมินใส่ เพราะตั้งแต่จำความได้เขาก็มีแต่เซฟคนเดียว ถ้าหากต้องถูกเมินอย่างนั้นแฮร์รี่ก็ไม่รู้แล้วว่าเขาควรทำตัวอย่างไรดี

 


            แฮร์รี่?” เสียงทุ้มเรียกขึ้นเมื่อเห็นเด็กชายนิ่งซึมไป


 

            ดวงตาสีเขียวเงยขึ้นสบมองร่างสูงกว่าก่อนก้าวเข้าไปช้าๆ แล้วกอดซุกเอวไว้ ห้ามรังแกผมมากนะ ไม่งั้นผมจะร้องไห้จริงๆ ด้วย” เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้จนเซเวอรัสต้องอ่อนใจยอมลูบผมปลอบเจ้าเด็กงอแง


 

            นั่นอยู่ที่ว่าเธอทำตัวดีแค่ไหนด้วย” แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ กับคำขู่นั้นแล้วยอมคลายกอดออกโดยดี

 


            ผมเป็นเด็กดีตลอดนะ

 


            เธอคิดไปเองคุณพอตเตอร์” เซเวอรัสส่ายหัวเมื่อคิดถึงพฤติกรรมความดื้อแต่ละอย่างของเด็กที่เขาเลี้ยงมา ก่อนเสียงกดออดจะดังขึ้นอีกครั้ง แฮกริดคงรอนานมากแล้ว

 


            งั้นเจอกันที่โรงเรียนนะฮะศาสตราจารย์” เด็กชายที่สีหน้าดีขึ้นมากแล้วโบกมือลาเขาก่อนเดินไปเปิดประตูและทักทายชายร่างยักษ์ที่ยืนคอย


 

            เจอกันที่โรงเรียน...



 

*******************



 

            แฮร์รี่ได้ขึ้นมาบนรถไฟแล้ว ถึงจะทุลักทุเลไปบ้างเพราะโดนแฮกริดทิ้งกลางทางจนเขาเกือบหลง แต่สุดท้ายก็หาทางขึ้นรถไฟมาจนได้โดยความช่วยเหลือของครอบครัวผมแดง และหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวนั้นก็กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขานี้

 


            ฉันรอน วีสลีย์” เด็กคนนั้นแนะนำตัว


 

            แฮร์รี่... พอตเตอร์” แฮร์รี่ตอบรับ ใช้เวลานานกว่าจะพูดนามสกุลของตัวเองด้วยความไม่ชินปาก


 

            แฮร์รี่ค้นพบว่าในโลกเวทมนตร์นี้เหล่าผู้วิเศษดูจะตื่นเต้นกับเขากันทุกคนทันทีที่รู้ว่าเขาคือใคร เด็กชายไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นแต่อาจจะเกี่ยวกับเรื่องที่เซฟเคยเล่าว่าเขาคือเด็กชายผู้รอดชีวิต รอนเองก็เป็นอย่างนั้นคือตื่นเต้นกับตัวเขาและรอยแผลเป็น แต่ถึงอย่างนั้นแฮร์รี่ก็สัมผัสได้ว่าเพื่อนผมแดงคนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร


 

            รอนเริ่มเล่าเรื่องบ้านต่างๆ ของฮอกวอตส์ให้เขาฟังรวมถึงเรื่องเกี่ยวกับพ่อมดที่เขาไม่เคยรู้ เพราะเซฟไม่เคยสอนอะไรเขานอกเหนือตำราหรือกฎต่างๆ ของพวกผู้วิเศษที่เขาควรรู้ ไม่เคยเล่าเรื่องชุมชนหรือการใช้ชีวิตทั่วๆ ไปของเหล่าพ่อมดแม่มดให้เขาฟัง (อย่าได้คาดหวังว่าตอนเด็กเขาจะได้ฟังนิทานก่อนนอนเลย) แม้กระทั่งเรื่องฮอกวอตส์มีสี่บ้านแฮร์รี่ก็พึ่งได้รู้


 

            นายอยากเข้าบ้านไหนล่ะแฮร์รี่?” รอนถามขึ้นขณะกินขนมที่แฮร์รี่เหมามาจากรถเข็น (และเซฟต้องไม่รู้ว่าเขาเอาเงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มาใช้กับอะไรอย่างนี้)

 


            ฉันยังไม่รู้เลย” แฮร์รี่ไม่อยากจะตอบเพื่อนเลยว่าบ้านไหนก็ได้ที่เซเวอรัส สเนปเป็นอาจารย์อยู่ น่าเสียดายที่เขาก็ไม่รู้ว่าเซฟอยู่บ้านไหน เจ้าคนใจร้ายนั้นก็ไม่เห็นพูดเรื่องนี้กับเขาสักคำ คิดๆ แล้วก็น้อยใจหน่อยๆ แต่คงจะออกทางสีหน้ามากไปเมื่อรอนเริ่มทัก


 

            เป็นอะไรหรือเปล่าแฮร์รี่?”


 

            เปล่า แค่น้อยใจคนที่บ้านนิดหน่อย...” แฮร์รี่สะดุ้งเมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ควรพูดอะไรถึงเรื่องที่บ้านให้คนที่พึ่งรู้จักฟังใช่ไหมแต่เมื่อเริ่มไปแล้วก็ดูท่าจะยากที่จะหยุดความสนใจ


 

            จริงสินายอยู่กับมักเกิ้ลเหรอถึงไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพวกผู้วิเศษเลยน่ะ?” แฮร์รี่ดูผิดจากที่รอนคาดไว้ เด็กหนุ่มผมแดงคาดหมายเอาไว้ว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์จะต้องเป็นพ่อหมดที่เก่งกาจดูสุขุมเยือกเย็นอะไรอย่างนั้นแน่ๆ แต่แฮร์รี่ก็ดูเป็นเพียงเด็กธรรมดาคนนึงที่เหมือนจะเป็นพวกมักเกิ้ลบอร์นมากกว่าเสียอีก เพราะเรื่องบางอย่างของพวกผู้วิเศษแฮร์รี่ก็ดูจะไม่รู้เรื่องเลย


 

            แฮร์รี่นิ่งคิดอยู่นานว่าเขาควรจะเล่าอย่างไรดี จนสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจ อื้อฉันโตมากับพวกมักเกิ้ลน่ะ ฉันเลยไม่ค่อยรู้เรื่องโลกเวทมนตร์เท่าไหร่” เขาก็ไม่ได้โกหกนะเขาโตมากับพวกมักเกิ้ลจริง แต่ไม่ได้หมายความว่ามักเกิ้ลเลี้ยงดูเขาสักหน่อย

 


            เข้าใจล่ะ” รอนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาเคยได้ยินมาบ้างว่าเด็กชายผู้รอดชีวิตซ่อนตัวอยู่กับพวกมักเกิ้ลเพื่อความปลอดภัย แต่แค่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายแทบจะไม่รู้เรื่องโลกเวทมนตร์เลยขนาดนั้น


 

            พวกเขาสองคนนั่งคุยกันอีกนิดหน่อยจนเด็กสาวคนนึงโผล่เข้ามา เฮอไมโอนี่ เกรนเจอร์ เด็กผู้หญิงที่ดูจะรู้เรื่องดีทุกอย่างจนน่าประหลาดใจ แต่กระนั้นแฮร์รี่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบเธอหรอกนะ


 

            แฮร์รี่เคยคิดว่าเขาเป็นพวกไม่ตัดสินใครจากภายนอกหรือการรู้จักกันอย่างผิวเผิน จนกระทั่งเขาได้มาพบ เดรโก มัลฟอย แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่ชอบขึ้นมาหน่อยๆ ยิ่งเจอการทักทายและแนะนำตัวยิ่งทำให้เขาเกลียดขี้หน้ามากขึ้นไปอีก ไม่รู้ถูกเลี้ยงมาแบบไหนถึงได้หยิ่งยโสได้ขนาดนั้น

 


            เมื่อพวกเขาได้มาถึงโรงเรียนทุกอย่างน่าตื่นตาตื่นใจมากสำหรับแฮร์รี่ มันดูสวยงามและแปลกประหลาด เขาไม่คาดคิดว่าในชีวิตจะได้เห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน จนกระทั่งเขาได้มาถึงปราสาทพูดคุยกันเรื่องบ้านที่จะถูกจัดสรร แฮร์รี่ได้ข้อมูลเรื่องบ้านมาบ้างแต่เขายังไม่ตัดสินใจอยากจะอยู่บ้านไหนเป็นพิเศษ


 

            การคัดสรรได้เริ่มต้นขึ้นแฮร์รี่มองเพื่อนๆ ที่ค่อยๆ ถูกเลือกออกไป ดูเหมือนเฮอไมโอนี่จะสมหวังที่ได้อยู่กริฟฟินดอร์ พอๆ กับมัลฟอยที่สมหวังกับสลิธีริน และวินาทีนั้นแฮร์รี่ก็ตัดสินใจขึ้นมาว่า ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อยากอยู่สลิธีรินแน่ๆ

 


            จวบจนชื่อของเขาถูกขานมีเสียงซุบซิบกันมากมายจนเด็กชายรู้สึกเกร็งขึ้นมา คิดไปต่างๆนาๆ จนกระทั่งหมวกถูกสวมลงบนหัว เจ้าหมวกคัดสรรพึมพำอย่างหนักใจว่าควรเอาเขาไปไว้บ้านไหนดี


 

            ไม่เอาสลิธีริน ไม่เอาสลิธีริน...” แฮร์รี่บอกหมวกอย่างนั้น แม้เจ้าหมวกจะดูไม่แน่ใจว่านั่นจะเป็นตัวเลือกที่ดีแต่สุดท้ายเด็กชายก็ถูกคัดสรรไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ทันทีที่ชื่อกริฟฟินดอร์ถูกขานแฮร์รี่มั่นใจว่าเขาได้ยินเสียงเฮลั่นกว่าปกติจากบ้านสิงโต การถูกคาดหวังมากขนาดนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นชินจริงๆ


 

            เมื่อการคัดสรรเสร็จสิ้นมื้ออาหารจึงเริ่มต้นขึ้น ในตอนนั้นแฮร์รี่ถึงได้พึ่งสังเกตเห็นเซฟของเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาจารย์ ดูเหมือนพ่อของเขา (เซฟไม่รู้หรอกว่าเขาเรียกลับหลังอย่างนี้เสมอ) จะกำลังคุยอยู่กับศาสตราจารย์ควีเรลล์ที่แฮร์รี่บังเอิญไปรู้จักตอนไปตรอกไดแอกอนกับแฮกริดจนไม่ทันหันมาสนใจเขาเลย


 

            ศาสตราจารย์สเนปสอนวิชาอะไรเหรอ?” แฮร์รี่หันไปถามเพอร์ซี่อย่างกระดากปากกับวิธีการเรียกชื่อที่ไม่คุ้นชิน เด็กชายอยากจะรู้เหลือเกินว่าในสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ แล้วเซฟเป็นอย่างไร เพราะเจ้าตัวมักพูดทำนองว่าพวกนักเรียนเกลียดเขาเสมอ


 

            ปรุงยาน่ะ แต่เขาไม่ค่อยอยากจะสอนหรอก ทุกคนรู้กันดีว่าเขาอยากจะนั่งตำแหน่งควีเรลล์จะตาย” เพอร์ซี่เล่าอย่างออกรส

 


            ทำไมล่ะ?” แฮร์รี่ถามต่ออย่างไม่เข้าใจ ในความทรงจำของเขาเซฟก็ดูจะชอบปรุงยาอยู่มาก เขาไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายจะสอนปรุงยา แต่แปลกใจมากกว่าที่คนพูดกันว่าเขาอยากสอนป้องกันตัวจากศาสตร์มืด


 

            ก็เขาน่ะรู้เกี่ยวกับศาสตร์มืดเยอะแยะจะตายไป” แฮร์รี่กะพริบตาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็ยังถามต่อถึงสิ่งที่เขาอยากรู้ที่สุด


 

            แล้วศาสตราจารย์สเนปอยู่บ้านไหนน่ะ?”


 

            ประจำบ้านสลิธีริน และค่อนข้างจะลำเอียงให้สลิธีรินน่าดูเชียวล่ะ เดี๋ยวได้เรียนกับเขานายจะเข้าใจ” แฮร์รี่ไหล่ตกทันทีที่ได้ยินว่าพ่อของเขาอยู่สลิธีริน มันเป็นบ้านเดียวที่เขาตัดออกเชียวนะ! คิดแล้วพาลโกรธมัลฟอยอยู่หน่อยๆที่ทำให้เขาตัดสินใจบอกหมวกคัดสรรว่าไม่เอาสลิธีริน

 


            แน่นอนว่าแฮร์รี่ที่ถูกเซเวอรัสเลี้ยงมาก็ต้องได้เซเวอรัสช่วยสอนหนังสือด้วย ทั้งวิชาของมักเกิ้ลและวิชาเวทมนตร์ต่างๆ รวมถึงพื้นฐานการปรุงยาอีกนิดหน่อย แต่แฮร์รี่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเซฟเป็นคนสอนที่แย่อย่างที่นักเรียนพูดกัน อาจจะมีดุเขาบ้าง (ไม่น้อย) แต่วิธีการสอนก็ไม่ได้ยากต่อการทำความเข้าใจ เด็กชายจึงไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมนักเรียนคนอื่นถึงเกลียดพ่อของเขานัก


 

            กระทั่งเขาได้มาเจอด้วยตัวเอง


 

            มันเป็นวันที่กริฟฟินดอร์ต้องเรียนวิชาปรุงยารวมกับสลิธีริน เซเวอรัสที่หน้าชั้นเรียนดูโหดร้ายขึ้นเป็นสิบเท่าเมื่อเทียบยามเขาอยู่ที่บ้านกับแฮร์รี่ และยิ่งโหดร้ายขึ้นไปอีกเมื่อเขาเริ่มหาเรื่องเด็กชายทันทีที่ขานชื่อจบ

 


            คุณพอตเตอร์... ฉันจะได้อะไรถ้าฉันเอาผงจากรากของต้นอัสโฟเดลผสมกับน้ำกระสายที่ได้มาจากรากเวิร์มวู้ด” คำถามแรกดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำแฮร์รี่หน้าซีดลงทันที


 

            ไม่ทราบครับ” แฮร์รี่ตอบ


 

            ฉันจะหาบิซัวร์ได้จากที่ไหน” คำถามที่สองตามมาอีกหน


 

            ไม่ทราบครับ


 

            มองส์ฮู้ด กับวู้ฟส์เบนแตกต่างกันอย่างไร


 

            ไม่ทราบครับ” แฮร์รี่ตอบเสียงเบารู้สึกเหมือนตัวเองตัวเล็กลงทุกที


 

            น่าสงสาร... เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงไม่ใช่ทุกอย่าง” เซเวอรัสกล่าวอย่างเย็นชาทำเอาแฮร์รี่อ้าปากค้างอยากจะเถียง เขาพึ่งรู้ว่าไอ้การที่บอกว่าต้องทำเป็นเกลียดกันที่อีกฝ่ายเคยพูดถึง มันคือการหาเรื่องเขากันโต้งๆ อย่างนี้เลย และมันไม่ใช่ว่าเขาไม่อ่านหนังสือก่อนมาเรียน แน่ล่ะว่าเขาอ่านแต่ก็แค่อ่านผ่านๆ ใครมันจะไปจำได้ทั้งหมดกัน!


 

            และในชั่วโมงนั้นแฮร์รี่ก็ได้เห็นความลำเอียงที่เพอร์ซี่เคยพูดไว้ เพราะหลังจากนั้นเซเวอรัสก็ยังหาเรื่องหักแต้มเขาได้อีกแต้มจากการทำพลาดของเนวิล ในขณะที่สลิธีรินไม่มีการโดนหักสักแต้ม! เพราะงี้ไงสลิธีรินถึงได้ครองแชมป์ถ้วยดีเด่นตั้งหลายปีน่ะ!

 


            กระทั่งชั่วโมงเรียนจบลงแฮร์รี่บอกให้รอนออกไปก่อนเดี๋ยวเขาจะตามไป แม้รอนจะยังไม่เข้าใจแต่ก็ยอมไปก่อนโดยดี เด็กชายอยู่รอจนนักเรียนออกไปหมดแล้วจึงเดินเข้าไปศาสตราจารย์ปรุงยาที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บอุปกรณ์เรียน

 

 

            ไม่เห็นรู้เลยว่าต้องรังแกผมขนาดนี้ตั้งแต่คาบแรก” เซเวอรัสเงยหน้าขึ้นหรี่ตามองเจ้าเด็กตัวดีที่กล้าใช้น้ำเสียงง้ำงอทันทีที่คิดว่าอยู่กันสองคน


 

            ระวังตัวกว่านี้พอตเตอร์” คนที่ยังสวมบทอาจารย์หยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาโบกเล็กน้อยปิดล็อกบานประตูก่อนจะหันกลับมามองเด็กในปกครองอย่างอ่อนใจ


 

            เธอไม่ควรเข้ามาคุยกับฉันทันทีหลังจบคาบแบบนี้แฮร์รี่” น้ำเสียงถูกเปลี่ยนไปแล้ว และบทบาทที่เขากำลังสวมก็เช่นกัน เด็กชายที่เห็นแบบนั้นจึงยิ่งงอแงได้ดั่งใจ


 

            เซฟไม่เห็นบอกผมไว้เลยว่าต้องหาเรื่องกันขนาดนี้ผมจะได้เตรียมใจไว้หน่อย


 

            ก็ถ้าเธอตั้งใจอ่านหนังสือมาสักหน่อยสิ่งที่ฉันถามวันนี้เธอก็ต้องตอบได้ เห็นเกรนเจอร์ไหม เด็กผู้หญิงคนนั้นยังรู้คำตอบเลย” เซเวอรัสตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจราวกับว่าเรื่องที่เขาทำนั้นปกติ


 

            ก็แล้วทำไมไม่ให้เฮอไมโอนี่ตอบล่ะฮะ เธออยากจะตอบมากแท้ๆ แถมมาหักคะแนนบ้านผมอีก

 


            เพราะฉันหาเรื่องเธออยู่ไง” การยอมรับออกมาโต้งๆ ทำแฮร์รี่แทบอยากจะถลึงตาใส่ แต่ทันทีที่มือใหญ่วางบนหัวเขาแล้วลูบเบาๆ อารมณ์คุกรุ่นก็พลันหายไปอย่างง่ายดาย


 

            กลับไปได้แล้วแฮร์รี่ฉันไม่อยากให้เพื่อนเธอผิดสังเกตหากเธอหายไปนาน

 


            แล้วผมจะได้คุยกับเซฟอีกเมื่อไหร่ ไม่เอาแบบในคาบเมื่อกี้นะ” แฮร์รี่บ่นเสียงอ่อย เขาไม่ชอบจริงๆ กับการที่ต้องโดนทำเหมือนถูกเซเวอรัสเกลียด ถึงจะรู้ว่ามันเป็นการแสดงแต่เขาก็ไม่ชอบอยู่ดี

 


            เธอต้องเจออย่างนั้นทุกคาบล่ะพอตเตอร์ แต่เธอสามารถส่งจดหมายหาฉันได้” มือถูกละออกไปจากผมของเด็กชายแล้ว ความอบอุ่นที่ถูกพรากไปทำให้เด็กชายเริ่มอยากงอแงอีกหน


 

            ไม่เอาคุยจดหมายไม่ได้เหรอฮะ


 

            แค่คุยจดหมายก็เสี่ยงมากแล้วแฮร์รี่ และเวลาส่งจดหมายเธอต้องจ่าหน้าถึงศาสตราจารย์มักกอนนากัลปิดซองด้วยเทียนสีเขียว ศาสตราจารย์จะนำจดหมายมาให้ฉันเอง” ชื่อศาสตราจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ที่ถูกกล่าวขึ้นมาทำให้แฮร์รี่นึกแปลกใจ


 

            ศาสตราจารย์มักกอนนากัลรู้เหรอฮะว่าเซฟเป็นพ่อผมน่ะ?”


 

            ฉันบอกแล้วว่าอย่าเรียกอย่างนั้น” เซเวอรัสแทบจะแยกเขี้ยวใส่ตอนได้ยินคำว่าพ่อจากปากเด็กชาย และใช่ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลรู้ มีคนที่ไว้ใจได้จริงๆ แค่ไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้


 

            เด็กชายมองใบหน้าเคร่งเครียดของคนที่เปรียบดั่งพ่อแล้วก็ได้รู้ตัวว่าเขากำลังเอาแต่ใจมากเกินไป แฮร์รี่ยังไม่เข้าใจถึงความเสี่ยงที่เซเวอรัสว่า แต่การที่อีกฝ่ายต้องทำอะไรรัดกุมเรื่องการติดต่อกับเขาขนาดนี้เด็กชายก็พอจะเดาได้ว่ามันต้องร้ายแรงมากหากเรื่องหลุดออกไป ผมไม่ดื้อแล้วก็ได้ฮะ แต่เซฟต้องตอบจดหมายผมนะ


 

            ไว้ว่างพอฉันจะตอบ แต่ว่าตอนนี้เธอต้องกลับไปได้แล้ว” เซเวอรัสเริ่มโบกไม้กายสิทธิ์คลายล็อกประตูเป็นสัญญาณบอกไล่กลายๆ แฮร์รี่แอบมุ่ยหน้าเล็กน้อย แต่เมื่อล็อกประตูคลายแล้วก็ไม่ควรทำท่าทางสนิทสนมอีก


 

            งั้นผมไปก่อนนะครับศาสตราจารย์” เด็กชายโค้งตัวลาอย่างสุภาพก่อนเดินออกจากห้องเรียนไปด้วยอารมณ์ที่ยังขุ่นมัวอยู่หน่อยๆ เขายังอยากอ้อนอยู่เลยแต่ก็โดนไล่ออกมาก่อนเสียแล้ว เข้าใจล่ะว่าเด็กวัยเขาน่าจะติดเพื่อนมากกว่า แต่มันก็ไม่มีใครต้องมาโดนพ่อตัวเองทำเป็นว่าเกลียดเหมือนเขานี่ จะขออ้อนเอากำไรคืนสักหน่อยก่อนไม่ได้หรือไงกันเจ้าคนใจร้าย


 

--------------------



 

            เซเวอรัส สเนปกำลังเหนื่อยใจ เขาเตรียมใจไว้แต่เนิ่นๆ แล้วว่าเขาต้องสอนแฮร์รี่ในปีนี้ แต่พอได้มาเจอจริงๆ มันเหนื่อยยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก อาจจะนับว่าเป็นโชคดีที่เด็กนั่นอยู่กริฟฟินดอร์เหมือนพ่อแม่ของเจ้าตัว (ถึงเขาจะแอบเคืองอยู่นิดหน่อยที่เขาเป็นคนเลี้ยงเจ้าเด็กนี่มาแท้ๆ แต่มันดันแทบไม่ได้นิสัยเขามาเลยเสียนี่) แต่อย่างน้อยแฮร์รี่ก็จะมาป่วนเขามากไม่ได้เมื่ออยู่คนละบ้านกัน และมันง่ายสำหรับเขาด้วยที่จะทำเป็นไม่ชอบหน้าเจ้าเด็กพอตเตอร์

 


            แน่นอนว่าแฮร์รี่ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจถึงความยากลำบากของเซเวอรัส แค่เจอเขาคาบแรกเจ้าเด็กนั่นก็รีบเข้ามางอแงในท้ายคาบทันที แถมไม่ระวังอะไรเอาเสียเลยว่าจะมีใครบังเอิญมาได้ยินเข้าหรือเปล่า แต่เรื่องไม่หมดแค่นั้น หลังจากนั้นไม่กี่วันมิเนอว่าก็เข้ามาคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว

 


            ฉันไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้เลยเซเวอรัส เด็กคนนั้นขี่ไม้กวาดดิ่งลงมาสิบห้าฟุตคว้าเอาลูกแก้วที่อยู่ห่างจากพื้นไม่ถึงครึ่งฟุตและลงพื้นได้อย่างไร้รอยขีดข่วน เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์จริงๆ” หญิงสูงวัยบอกเล่าด้วยน้ำเสียงชื่นชมหากแต่คนฟังกลับรู้สึกได้ว่าคิ้วของเขากำลังขมวดเป็นปมแน่น

 


            ดังนั้นคุณเลยให้พอตเตอร์เข้าทีมควิดดิชงั้นเหรอ เขาอาจจะแค่ครั้งนี้โชคดีมิเนอว่า ครั้งหน้าเขาอาจจะพลาดบาดเจ็บสาหัสเลยก็ได้” เซเวอรัสว่าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ซีกเกอร์ที่อายุน้อยที่สุดในศตวรรษงั้นหรือแค่คิดเขาก็รู้สึกปวดขมับขวาขึ้นมา

 


            ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงพอตเตอร์นะเซเวอรัส แต่เธอต้องได้เห็นอย่างที่ฉันเห็น เด็กคนนั้นน่าเหลือเชื่อจริงๆ” มิเนอว่าพูดเกลี้ยกล่อม หากเซเวอรัสไม่เห็นด้วยก็คงยากที่เธอจะพาพอตเตอร์เข้าทีม เพราะอย่างไรชายตรงหน้าเธอนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ปกครองของพอตเตอร์แล้ว

 


            คุณกำลังให้ท้ายเด็กที่พึ่งทำผิดนะ” เซเวอรัสตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เขายังไม่อยากให้แฮร์รี่ได้ใจเกินไปมากนัก แค่นี้เจ้าเด็กนั่นก็เอาแต่ใจจะแย่ไม่อยากให้มีนิสัยหยิ่งผยองเหมือนเจมส์เพิ่มขึ้นมาอีกหรอกนะ

 


            เธอพูดเหมือนเธอไม่ได้กำลังโอ๋เขาเรื่องจดหมายนะเซเวอรัส

 


            “...นั่นมันไม่เหมือนกัน” คนโดนกล่าวหาตอบกลับอย่างอ่อนใจ


 

            และฉันปรึกษาอัลบัสแล้ว เขาก็อนุญาตให้พอตเตอร์เข้ารวมทีมได้ เหลือแค่ให้เธอที่เป็นผู้ปกครองของเด็กคนนั้นอนุญาตนี่ล่ะ

 


            เซเวอรัสถอนหายใจ แล้วคุณจะให้ผมมีคำตอบอย่างอื่นอีกหรือ ในเมื่อคุณกับอัลบัสอยากให้เขาเข้าร่วมทีมขนาดนั้นแล้ว” เพราะถ้าหากเขายังไม่อนุญาตเจ้าเด็กนั่นคงโร่มางอแงใส่เขาไม่หยุดแน่

 


            ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันว่าเธอตกลงให้เขาลงเล่นได้” มิเนอว่ายกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหยิบจดหมายขึ้นมาสองฉบับก่อนส่งให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม นี่จดหมายของเธอ พอตเตอร์ขยันเขียนถึงเธอน่าดูเชียวล่ะ

 


            เซเวอรัสรับจดหมายที่ถูกส่งก่อนเก็บเข้าเสื้อคลุมโดยยังไม่เปิดอ่าน เขาเดาได้ไม่ยากหรอกว่าเจ้าเด็กนั่นจะเขียนอะไรมา ขอบคุณมิเนอว่า คงต้องรบกวนคุณอีกนานทีเดียว

 


            คิดเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่คุณให้พอตเตอร์มาอยู่ในทีมฉันก็แล้วกัน ทีมฉันขาดคนมากจริงๆ


 

            แต่ถึงมีเด็กนั่นก็ใช่ว่าทีมคุณจะชนะสลิธีรินของผมได้นะ” เซเวอรัสไม่ได้ตั้งใจข่มหรอก มันเป็นแค่การหยอกล้อกันเล่นๆ ของพวกเขาเท่านั้น มิเนอว่าจึงยังยิ้มได้อย่างไม่โกรธเคืองอะไร


 

            แล้วเธอจะได้เห็นยามเด็กคนนั้นบิน



 

********************



 

            เมื่อได้เข้าร่วมทีมแล้วแฮร์รี่จึงยุ่งมากกว่าปกติ ทั้งต้องเรียนรู้เรื่องควิดดิช ต้องเรียนคาถาต่างๆ ไหนจะการบ้านอีก ที่สำคัญที่สุดคือจดหมาย! แต่ด้วยความที่เขายุ่งมากจากการเขียนจดหมายทุกสองวันจึงทิ้งห่างออกไปเป็นทุกสัปดาห์แทน (และเซฟก็ดูจะพอใจที่เขาทิ้งห่างเป็นทุกสัปดาห์แทนด้วย)


 

            ถึงเซเวอรัสจะไม่ได้ตอบจดหมายเขาทุกฉบับแต่ส่วนมากฉบับที่ไม่ได้ตอบกลับก็มักจะเป็นเรื่องไร้สาระที่แฮร์รี่เขียนบ่นไปเรื่อยเปื่อย และระดับความถี่ในการตอบก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เด็กชายพอใจจึงยังไม่เคยไปงอแงใส่ทีหลัง และแน่นอนว่าเขาไม่มีความคิดที่จะเขียนเล่าเรื่องที่เขาเดินเตร่เข้าเขตหวงห้ามจนไปเจอเข้ากับประตูกลและหมาสามหัว เด็กชายยังไม่โง่พอจะเล่าให้อาจารย์ฟังว่าตัวเองแหกกฎอะไรมาบ้างหรอกนะต่อให้นั่นจะเป็นพ่อเขาก็เถอะ


 

            จนเช้าวันหนึ่งที่เหล่านกฮูกบินมาส่งจดหมาย แฮร์รี่ได้รับห่อของแปลกๆ พร้อมจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งเขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคย เด็กชายรีบแกะอ่านทันทีด้วยความสงสัย เพราะหลังจดหมายฉบับล่าสุดที่เขาได้รับเขายังไม่ได้เขียนจดหมายใดๆ ตอบกลับไปเลย มันจึงเป็นเรื่องแปลกที่เซเวอรัสจะส่งจดหมายหาเขาก่อน


 

อย่าเปิดห่อที่โต๊ะอาหาร

ในนั้นมีไม้กวาดนิมบัสสองพันด้ามใหม่ของเธออยู่

ฉันกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลมีความเห็นตรงกันว่าเธอควรได้ไม้กวาดใหม่เพื่อใช้แข่ง

อย่าขี้เกียจซ้อมล่ะ ฉันยังไม่อยากเห็นเธอตกไม้กวาดตั้งแต่การแข่งนัดแรก

SS.


 

            เนื้อความในจดหมายทำให้แฮร์รี่ยิ้มจนแก้มแทบปริ หันมองเพื่อนที่จ้องเขาอย่างสนใจว่าในห่อคืออะไร แฮร์รี่จึงยอมอ่านจดหมายให้เพื่อนฟังว่าพ่อของเขาส่งไม้กวาดมาให้ และถูกสั่งไว้ว่าไม่ให้เปิดที่โต๊ะอาหาร

 


            พ่อนายรู้จักศาสตราจารย์มักกอนนากัลด้วยเหรอแล้วทำไมเปิดตรงนี้เลยไม่ได้ล่ะ?” รอนถามอย่างตื่นเต้น ยิ่งรู้ว่ามันคือไม้กวาดนิมบัสเขาก็แทบอยากจะฉีกห่อมันตรงนี้เลย

 


            ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเป็นคนที่ไปอธิบายพ่อฉันเรื่องฮอกวอตส์ตอนที่ฉันได้รับจดหมายน่ะ นี่คงไปคุยกับพ่อฉันแล้วว่าฉันต้องใช้ไม้กวาดเขาถึงได้ส่งมาให้แบบนี้” แฮร์รี่โกหกอย่างไหลลื่น ส่วนที่ไม่ให้เปิดตรงนี้อาจจะเพราะกลัววุ่นวายล่ะมั้ง ปีหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้มีไม้กวาดนี่นา

 


            งั้นเรารีบไปหาที่เปิดกันเถอะ ฉันอยากเห็นมันจะแย่” รอนพูดพร้อมลูบคลำห่อไม้กวาดอย่างตื่นเต้น ตัวแฮร์รี่เองก็เช่นกันเขาจึงพยักหน้าเห็นด้วยกับรอน แต่ก่อนที่พวกเขาจะลุกไปจากโต๊ะอาหารแฮร์รี่ก็หันไปทางโต๊ะทานข้าวของเหล่าอาจารย์ โชคดีที่เซเวอรัสหันมาสบมองเด็กชายพอดีเจ้าตัวจึงฉีกยิ้มกว้างให้พร้อมกล่าวขอบคุณโดยไร้เสียง ศาสตราจารย์ปรุงยาจึงพยักหน้าตอบกลับเพียงเล็กน้อย

 


            เมื่อเด็กชายเห็นว่าคนที่ให้ของมารับคำขอบคุณจากเขาแล้วจึงหันมาคว้าเอาด้ามไม้กวาดเดินออกจากห้องโถงไปด้วยความตื่นเต้น

 


            ในคืนนั้นขณะที่แฮร์รี่กำลังเขียนจดหมายเล่าถึงความตื่นเต้นที่ได้ลองขี่ไม้กวาดด้ามใหม่ตอบกลับเซเวอรัส รอนที่นอนเล่นอยู่บนเตียงก็เริ่มถามคำถาม

 


            พ่อนายทำอาชีพอะไรน่ะแฮร์รี่ นิมบัสมันแพงมากๆ เลยนะ ขนาดพวกผู้วิเศษเองยังมีน้อยคนมากที่จะซื้อมันมาใช้ แล้วพ่อนายเป็นมักเกิ้ล ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาต้องใช้เงินเท่าไหร่เพื่อซื้อมันให้นาย” คำถามจากรอนทำให้แฮร์รี่หยุดชะงักมือประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าควรตอบอย่างไร

 


            พ่อฉันเป็นอาจารย์สอนเคมีให้พวกมักเกิ้ลน่ะ” วิชาเคมีน่าจะใกล้เคียงที่สุดแล้วกับสิ่งที่เซเวอรัสกำลังสอน อีกอย่างช่วงระดับประถมแฮร์รี่เองก็เคยได้เรียนเคมีขั้นพื้นฐานมาบ้าง และเขาบอกได้เลยว่าการผสมเคมีบางอย่างก็ช่างคล้ายกับการสร้างเวทมนตร์ไม่น้อย

 


            ฉันไม่รู้จักไอ้วิชาที่นายว่าแฮะมันเกี่ยวกับอะไรน่ะ?” เด็กหนุ่มผมแดงยังถามต่ออย่างสงสัย

 


            ก็แบบว่าคล้ายๆ วิชาปรุงยาของเรานั่นล่ะ แต่เป็นยาของพวกมักเกิ้ลน่ะ

 


            ทันทีที่ได้ยินคำว่าวิชาปรุงยารอนก็ทำปากเบ้ทันที หวังว่าพ่อนายคงจะไม่เหมือนกับสเนปหรอกนะ

 


            แฮร์รี่แทบจะหลุดขำพรืดทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น เขาจะบอกเพื่อนได้อย่างไรว่าสเนปนั่นล่ะพ่อเขาเอง แต่เด็กชายยังไม่มีแผนจะบอกเพื่อนผมแดงในเร็วๆ นี้หรอกว่าพ่อของเขาคือใคร อย่างน้อยๆ เขาต้องคุยกับเซเวอรัสก่อนที่เขาจะบอกความลับให้รอนรู้ หากยังไม่ได้รับการยินยอมแฮร์รี่ก็ไม่อาจพูดอะไรได้

 


            ฉันว่าพ่อฉันใจดีกว่าสเนปเยอะเลยล่ะ” เฉพาะเวลาอยู่กับเขาแค่สองคนน่ะนะ เด็กชายต่อท้ายในใจ

 

 





=====================================



Talk : สวัสดีค่า มาต่อให้แล้วหลังหายไปนานเลย จริงๆเราลังเลอยู่ค่ะว่าจะรออัพเต็มจบภาค1เลยดีไหม แต่ความยาวน่าจะอยู่ที่ราวๆหมื่นเวิร์ดเลยทีเดียว เราไม่แน่ใจว่าถ้ายาวขนาดนั้นจะอ่านกันเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า แถมยังแต่งครึ่งหลังไม่เสร็จดีด้วยเหลืออีกประมาณ1ใน4ของที่คิดไว้

 

เราเลยเอาครึ่งแรกมาลงก่อนแล้วจะได้สอบถามด้วยว่าชอบให้อัพลงยาวๆแบบตอนแรกไหมความยาวประมาณ 8000-10000 เวิร์ด หรือแบบ 4000-5000 แหละดีแล้ว(ประมาณเท่าตอนนี้) ตอนสั้นก็จะอัพได้เร็วกว่านิดนึง ชอบแบบไหนช่วยออกความเห็นกันไว้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

75 ความคิดเห็น

  1. #54 Nu pe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:41
    โฮวววว อบอุ่นหัวใจมากเลย เซฟคือพ่อที่ดีย์ แฮรี่หนูวววว ขี้อ้อนจัด
    #54
    0
  2. #41 จิ้งจอกกอดลูกโลก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:40
    รอตอนต่อไปค่ะ สนุกมากๆเลย
    #41
    0
  3. #38 Boonyisa Rodpat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 23:45
    ป๊ะป๊าเซฟก็คือเหมือนจะไม่ตามใจแต่ก็ใจอ่อนให้ตลอดเลย น้องสุขุมดูโตมากแต่ก็มีความเด็กงอแงตอนอยู่กับป๊ะป๊าชอบนะคาแร็กเตอร์นี้ เอ็นดู 55555555 //ไรท์จะลงยังไงก็ได้นะคะเอาที่ไรท์สะดวกเลยค่ะ พร้อมอ่านตอนต่อไปเสมอ
    #38
    1
    • #38-1 raining(จากตอนที่ 2)
      11 ธันวาคม 2562 / 19:17
      ดีใจที่ชอบนะคะ เราจะพยายามมาอัพบ่อยๆน้า
      #38-1
  4. #37 nmtkrwn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 06:43
    เรารอนะคะ แฮร์รี่น่ารักมากๆเลย เซฟก็สุดยอดของความเอาใจใส่ แฮร์รี่เอาแต่ใจแค่ไหนก็ยอมหมดเลย แค่โดนอ้อนนิดเดียว ภาษาที่ไรท์เขียนมันอธิบายออกมาทำให้ทั้งตัวแฮร์รี่และเซฟออกมาน่ารักมากๆเลย เราจะคอยตามอ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #37
    1
    • #37-1 raining(จากตอนที่ 2)
      11 ธันวาคม 2562 / 17:08
      ขอบคุณมากค่ะ เรามีความรู้สึกว่าขนาดเกลียดป๋ายังทุ่มเทให้น้องขนาดนั้นเลย ถ้ารักนี่คงตามใจสุดๆ ผลมันเลยออกมาแบบนี้ล่ะค่ะ
      #37-1
  5. #36 Vivee1230 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 16:36

    เรารอไรท์นะ ไรท์แต่งดีมากชอบภาษาที่สุด แล้วแต่ไรท์เลยว่าจะลงแบบไหน รีดอ่านได้ งื่ออ สงสารทั้งคู่ต้องมาทำตัวเกลียดกัน ก็นะป๋าปกป้องน้องนิ น้องก็งอแงได้น่ารักมากก สู้ๆนะไรท์
    #36
    1
    • #36-1 raining(จากตอนที่ 2)
      8 ธันวาคม 2562 / 22:21
      ขอบคุณมากเลยค่า กำลังใจใดๆก็ไม่สู้ชมว่าภาษาดีนี่ล่ะ ปลื้มปริ่ม ????
      #36-1
  6. #35 ความมืดคือนิรันดร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 13:28

    น่ารักมากเลยค่ะ
    #35
    1
    • #35-1 raining(จากตอนที่ 2)
      8 ธันวาคม 2562 / 22:21
      ขอบคุณค่า
      #35-1
  7. #34 Rolipop (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 11:40
    เซฟน่ารักมากเลยยยย จอมซึนนน
    #34
    1
    • #34-1 raining(จากตอนที่ 2)
      8 ธันวาคม 2562 / 22:21
      ไม่ซึนไม่ใช่ป๋าเลยล่ะค่ะ อิอิ
      #34-1
  8. #33 The_Artit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 11:56
    โอ้ยย น้องรี่น่าร๊ากก ส่วนคุณเซฟก็ซึนจริงๆ
    #33
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #32 GOTFAFA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 08:04
    ยัยน้องคือดื้อมากกกกกกก ซนมากกกกกก
    งอเเงเก่ง55555

    ไรท์จะลงยังไงก้ได้ค่ะ ตามความสะดวกของไรท์เลย
    #32
    1
    • #32-1 raining(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 12:04
      งอแงละคุณพ่อตามใจเลยยิ่งงอแงใหญ่เลย 55555
      #32-1
  10. #31 Mi55.PP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 07:14
    ปะป๋าเซฟอบอุ่นมากกก ดีใจสุดไรต์กลับมาต่อแล้ว

    อ่านไปมีแอบน้อยใจตามแฮรรี่แต่สารภาพว่าเข้าใจคุณป๋ามาก นึกถึงปีหลังๆที่น้องต้องเจอทอมแล้วเจ็บปวดใจแทนทั้งคู่

    ยิ่งถ้าป๋าตาย โอ๊ยไม่อยากจะคิดเลย ฮืออ;^;
    #31
    2
    • #31-1 raining(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 12:03
      เรื่องนี้แนวอบอุ่นหัวใจค่ะ ไม่จบดราม่าแน่นอนเราสัญญา แต่ก่อนหน้านั้นจะทำร้ายหนูรี่แค่ไหนเราไม่รับปาก ฮา
      #31-1
  11. #30 im.mild (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 04:15
    หนูรี่น่ารักไม่ไหวแล้ววว ปวดหัวแทนคุณเซฟ สู้ๆนะคะ 555555

    ปล. ยังคงจิ้นนะคะ คุณป๋าคืออบอุ่นจีงงง อิอิ

    ปล2. ยาวประมาณนี้ก็กำลังดีนะคะ แต่ทั้งนี้แล้วแต่ไรท์สะดวกได้เลยค่า เรารอเสมอค่ะ
    #30
    4
    • #30-1 raining(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 12:02
      จริงๆตอนหน้าจะยิ่งชวนจิ้นกว่านี้นะคะ อิอิ
      #30-1
  12. #29 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 01:46

    สเนปในมาดคุณพ่อมันดีจริงๆ อบอุ่นดั่งไมโครเวฟ ฮืออออ
    #29
    1
    • #29-1 raining(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 12:01
      ไมโครเวฟเลยนะคะ หลอมละลายกันเลยทีเดียว
      #29-1
  13. #28 TewadaCat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 00:33

    ประมาณนี้กำลังดีเลยค่ะ
    (ยาวไปก็แอบเหนื่อย สั้นไปก็แอบค้างคา)....สมใจอยากเลยค่ะ แบบประมาณว่า ชื่นใจ

    เหนื่อยแทนคุณพ่อเลย
    เด็กก็ต้องดู
    งานสอนก็มา
    งานสายลับก็ต้องทำ

    ....แถมน้องก็ซนได้น่ารักมาก สนุกมั๊กๆๆๆๆๆ
    รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #28
    1
    • #28-1 raining(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 12:00
      โอเคค่า~ เรามาอ่านๆเองดูเราก็ว่าประมาณนี้น่าจะกำลังดี 5555

      งี้ล่ะค่ะ เด็กมันดื้อออ แต่คุณพ่อก็ตามใจเด็กดื้อเองด้วยแหละ ฮา
      #28-1
  14. #27 BobbyD.SS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 00:19
    ไรท์จะลงแบบไหนก็ได้ค่ะทางนี้พร้อมอ่านเสมอค่ะ คุมพ่อสเนปน่ารักจริงๆ นะคะเวลาอยู่กับหนูรี่ ความเเด๊ดดี้ทั้งอบอุ่นทั้งอ่อนโยนเขินศจ.เซเวอร์รัสในเวอร์ชั่นนี้ รักไรท์เตอร์นะคะที่ผลิตฟิคดีๆ แบบนี้ให้อ่าน
    #27
    1
    • #27-1 raining(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 11:58
      ขอบคุณมากค่า ดีใจเหมือนกันค่ะที่มีคนชอบฟิคเรา
      #27-1
  15. #26 Tidvita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 23:56

    สนุกกกกก
    #26
    1
    • #26-1 raining(จากตอนที่ 2)
      7 ธันวาคม 2562 / 11:57
      ขอบคุณค่า
      #26-1