[Fic Harry] Whisper in the Rain (SS/HP)

ตอนที่ 9 : 8th Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    11 มี.ค. 63

8th Rain

 

เดือนตุลาคมได้มาถึงจนเข้าสู่กลางเดือนแล้ว ถ้าหากเป็นเหตุการณ์ตามปกติช่วงนี้ของเดือนควรจะเป็นเวลาที่ได้ไปฮอกมี้ดครั้งแรกของเทอมนี้ แต่ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆทำให้แฮร์รี่กังวลอยู่ไม่น้อยว่าเทอมนี้พวกเขาอาจจะไม่ได้ออกไปเที่ยวกัน

 

ถึงในท้ายที่สุดทางโรงเรียนก็อนุญาตให้พวกนักเรียนได้ออกไปที่หมู่บ้านเหมือนอย่างทุกปี แม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลที่เข้มงวดมากก็ตาม ซึ่งก็ไม่มีใครบ่นอะไรนักหรอกในเมื่อส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีถึงความจำเป็นที่การรักษาความปลอดภัยต้องเข้มงวดขนาดนี้

 

ทว่าเช้าวันแรกของการได้ออกไปฮอกมี้ดนั้นฝนกลับเทกระหน่ำลงมาจนพวกเด็กๆบางคนเริ่มบ่นฝนฟ้าที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่และได้แต่ภาวนาให้ฝนหยุดตกโดยเร็ว แต่สำหรับตัวแฮร์รี่เองแล้วเขาไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรกับเรื่องฝนที่ตกอยู่ด้านนอก เด็กหนุ่มนอนอ่านตำราปรุงยาขั้นสูงของเจ้าชายเลือดผสมอย่างสบายใจอยู่บนเตียงขณะคุยกับคู่พันธะของเขาไปด้วย

 

“โจเซฟ คุณรู้จักเจ้าชายเลือดผสมไหม?” แฮร์รี่ถามขึ้นขณะที่เขากำลังพยายามแกะคาถาที่เจ้าชายเขียนไว้ตรงขอบมุมหนังสือ

 

‘...ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะมีใครใช้ชื่ออย่างนั้น เธอถามทำไม’มันเป็นครั้งแรกที่แฮร์รี่พูดถึงเจ้าชายเลือดผสมให้โจเซฟฟัง ก่อนหน้านี้เขาก็เคยตั้งใจว่าจะเล่าแต่ก็มัวคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้จนหมดเวลาไปก่อนทุกที

 

“ผมไปได้ตำราปรุงยาขั้นสูงของเจ้าชายเลือดผสมมา เจ้าของเขาเขียนชื่อตัวเองไว้แบบนั้นน่ะนะฮะ คือผมไม่ได้ซื้อหนังสือไว้เพราะคิดว่าคงจะไม่ได้เรียนแล้ว แต่พอเปลี่ยนคนสอนผมเลยลงเรียนได้แบบไม่ทันตั้งตัวแล้วซลักฮอร์น— ”

 

ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นแฮร์รี่’โจเซฟขัด

 

“นั่นล่ะฮะ” แฮร์รี่เฉยเมยต่อคำทักท้วงไม่ได้แก้คำเรียกแต่อย่างใด “เขาเลยให้ผมยืมหนังสือเล่มนี้มา ผมอยากรู้มากเลยว่าเจ้าชายนี่เป็นใคร ผมว่าเขามีความเป็นครูที่ดีกว่าสเนปซะอีก แถมมีอารมณ์ขันด้วยนะ”

 

‘อะไรทำให้เธอคิดว่าเขามีอารมณ์ขันกัน?’น้ำเสียงของชายที่อยู่อีกฟากดูจะไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาพึ่งได้ยินนัก และนั่นทำให้แฮร์รี่คิดว่าโจเซฟต้องรู้จักเจ้าของหนังสือนี่แน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่แสดงอาการไม่เห็นด้วยเรื่องที่เขาคิดว่าเจ้าชายมีอารมณ์ขัน

 

“จะเรียกว่าอารมณ์ขันไหม? อาจจะเรียกว่าตลกร้ายก็ได้มั้งฮะ อย่างคาถาห้อยหัวนี่ผมก็ว่ามันขำดี แต่เฮอร์ไมโอนี่ดูจะไม่ค่อยขำด้วยสักเท่าไหร่ แถมยังกล่าวหาว่าเขาอาจจะกำลังเข้าด้านมืดเสียอีก หรือบางทีตอนนี้เขาอาจจะเป็นผู้เสพความตายไปแล้วก็ได้อะไรทำนองนั้นเลย” แฮร์รี่เล่า

 

‘ไม่คิดบ้างหรือว่าบางทีเพื่อนเธออาจจะพูดถูก?’

 

“พูดแบบนั้นแปลว่าคุณรู้จักเขาจริงๆใช่ไหมฮะ?” แฮร์รี่รีบสวนกลับทันที จากการที่อีกฝ่ายถามมาทำให้แฮร์รี่มั่นใจแล้วว่าโจเซฟต้องรู้จักเจ้าชายอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่ถามอย่างสนใจว่าแฮร์รี่จะคิดอย่างไรกับเจ้าของหนังสือเล่มนี้

 

‘ฉันเปล่า’โจเซฟพูด แต่แฮร์รี่คิดว่าเขากำลังโกหก ถึงน้ำเสียงของชายคนนั้นจะดูเรียบนิ่งปกติดีก็เถอะ

 

"โธ่ ถ้าคุณรู้จักเขาคุณจะบอกผมหน่อยจะเป็นไรไป? หรือจริงๆแล้วคุณเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี่เอง?” แฮร์รี่ถามแหย่ทีเล่นทีจริง เผื่อเอาไว้ว่าถ้าใช่อีกฝ่ายน่าจะมีหลุดท่าทีอะไรออกมาบ้าง

 

‘งี่เง่าน่ะพอตเตอร์’ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอือมระอาระคนเบื่อหน่ายเด็กช่างตื๊ออยู่ไม่น้อย แฮร์รี่จึงได้แต่หัวเราะแฮะๆเพราะดูจะถูกอีกฝ่ายรำคาญเสียแล้ว แม้ไม่รู้ทำไม แต่พอโดนเรียกด้วยนามสกุลอย่างนั้นเด็กหนุ่มอดรู้สึกไม่ได้ว่าน้ำเสียงนั่นช่างคุ้นเคยราวกับเขาได้ยินมันบ่อยๆ ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่คุยกับโจเซฟมานี้อีกฝ่ายก็มักจะเรียกเขาด้วยชื่อต้นไม่ใช่นามสกุลแท้ๆ แต่เขาก็เลือกที่จะปัดความสงสัยนั้นออกไปก่อน

 

“ไม่ถามแล้วก็ได้อย่าพึ่งรำคาญผมสิ” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงอยๆ ถ้าหากมีกระจกอยู่ใกล้ๆตอนนี้แฮร์รี่คิดว่าเขาต้องเห็นตัวเองหูลู่หางตกอยู่เป็นแน่

 

‘ฉันเปล่ารำคาญ เธอคิดไปเอง’โจเซฟตอบกลับในท่าทีที่ดูอ่อนลงมาก และนั่นทำให้แฮร์รี่ชื้นใจขึ้นมานิดหน่อยที่อีกฝ่ายดูจะไม่ได้รำคาญเขาจริงๆ

 

“ทั้งๆที่คุณพึ่งเรียกผมด้วยนามสกุลไปเมื่อกี้น่ะนะ? ผมควรเชื่อใช่ไหม?” เด็กหนุ่มถามกลับด้วยท่าทีที่ร่าเริงขึ้นในทันที รู้ว่าเขาอาจจะโดนหงุดหงิดกลับมาแน่ๆ แต่ก็ชอบจนอดไม่ได้จริงๆที่จะแหย่อีกฝ่าย ถึงถ้าโดนดุจริงๆเขาก็จะหงอยแบบเมื่อกี้ก็เถอะ

 

‘ถ้าฉันไม่เรียกเธอจะหยุดถามเรื่องเจ้าชายของเธอไหมล่ะ?’ แต่คำตอบที่ได้กลับมาช่างผิดความคาดหมาย มัน...เหมือนโจเซฟกำลังไม่พอใจ เด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่าเขากำลังไม่พอใจเรื่องไหนอยู่กันแน่ หรือบางที...

 

“คุณพูดเหมือนกำลังหึงผมอย่างนั้นล่ะ” แฮร์รี่ถามอย่างอยากรู้ เขาแค่อยากรู้จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าสิ่งมีชีวิตในอกที่มันกำลังกระโดดโลดเต้นจนเกินควรนี่เลย

 

‘...เธอคิดไปทางนั้นได้ยังไงกัน?’ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูจะตกใจอยู่ไม่น้อย และแฮร์รี่บอกไม่ได้เหมือนกันว่าโจเซฟกำลังตกใจเรื่องไหน เรื่องที่เขาเผลอแสดงท่าทีเหมือนจะหึง หรือเรื่องที่ตัวแฮร์รี่เองคิดไปไกลได้ขนาดนั้นทั้งๆที่เขาไม่คิดอะไร

 

สายฝนก็ไม่ได้เป็นใจเท่าไหร่นักเมื่อเสียงรอบข้างเริ่มดังขึ้นมาจากที่ไกลๆทั้งๆที่การคุยกันยังไม่จบ เด็กหนุ่มรู้สึกว่าห้านาทีเริ่มจะไม่พอสำหรับเขาอีกต่อไป แต่จะทำยังไงให้ติดต่อกันได้โดยไม่ทำให้อีกคนตกที่นั่งลำบากไปกับเขาด้วย

 

ระหว่างที่เขากำลังคิดหาทางอยู่นั้นโจเซฟก็พูดแทรกขึ้น คิดว่าของทางนั้นก็คงใกล้หมดเวลาแล้วเช่นกัน‘ไว้คุยกันคราวหน้าแฮร์รี่ แต่ฉันขอพูดจริงๆนะว่าฉันไม่ได้หึง’ชายหนุ่มที่อีกฟากตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีแววว่าจะล้อเล่นแต่อย่างใด จนทำให้เจ้าสิ่งมีชีวิตในอกของแฮร์รี่หดตัวลงอย่างเร็วทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

 

“ผมรู้อยู่แล้วล่ะน่า” เด็กหนุ่มหัวเราะกลบเกลื่อนทิ้งท้ายจนกระทั่งการเชื่อมต่อสิ้นสุดลง

 

แฮร์รี่ถอนหายใจเบาๆแล้วลุกขึ้นจากเตียงเดินไปควานหาเสื้อคลุมมาสวมเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก เขาไม่ทันรู้ตัวเลยว่าสีหน้าเขาแย่แค่ไหนจนกระทั่งรอนเดินมาแตะไหล่ทัก

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าแฮร์รี่ นายทะเลาะกับเมทเหรอ?” เพื่อนผมแดงของเขามีสีหน้าเป็นกังวลขณะถาม แฮร์รี่จึงส่ายหัวตอบเบาๆ

 

“ไม่ๆ เราไม่ได้ทะเลาะกัน ฉันแค่... ไม่รู้สิรอนฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าฉันเป็นอะไร” รอนมีสีหน้าคิดหนักจนคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาคิดอะไรอยู่แต่เพียงครู่เดียวท่าทีครุ่นคิดนั่นก็หายไปอย่างรวดเร็ว

 

“ฉันว่าเราไปหาเฮอร์ไมโอนี่กันเถอะ เธอต้องช่วยแก้ปัญหาให้นายได้แน่ๆ” พอได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้นแฮร์รี่ก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะจากที่พูดมานั่นแปลว่าไอ้ที่คิดอยู่เมื่อกี้คือกำลังคิดคำที่จะพูดปลอบเขาแต่คิดอะไรไม่ออกสินะ ก็สมเป็นเพื่อนเขาดีอยู่หรอก

 

“นั่นสินะลงไปหาเฮอร์ไมโอนี่กันเถอะ ฉันว่าเธอน่าจะรอเราอยู่ที่ห้องนั่งเล่นแล้ว” คุยกันได้ความอย่างนั้นแล้วพวกเขาสองคนจึงพากันเดินออกไปจากห้องนอน

 

---------------

 

การเชื่อมต่อขาดหายไปแล้วแต่เซเวอรัส สเนปยังคงนั่งบนโต๊ะทำงานของตนแล้วคลึงหัวตาด้วยความปวดหัวและหนักใจ เขาไม่รู้จริงๆว่าอะไรทำให้ไอ้เด็กบ้านั่นมันคิดว่าเขาจะหึงหนังสือของตัวเขาเอง ไม่สิ...เด็กนั่นมันไม่รู้ว่านั่นคือหนังสือของเขาถึงจะดูสงสัยอยู่หน่อยๆ แต่ถ้าอย่างนั้นยิ่งไม่น่าคิดไม่ใช่หรือไงว่าเขาจะหึงน่ะ?

 

แต่สิ่งหนึ่งที่เซเวอรัสเริ่มสัมผัสได้ชัดเจนคือเด็กนั่นกำลังเริ่มถลำตัวเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และนั่นทำให้เขากังวล เขาไม่รู้เลยว่าพอตเตอร์จะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าคนที่กำลังคุยด้วยอยู่คือเขา ถ้าเด็กนั่นจะแค่ผิดหวังและเกลียดเขามากกว่าเดิมแค่นั้นก็คงดี

 

แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น สายสัมพันธ์ที่ผูกกันจนลึกซึ้งแล้วยากที่จะทำใจตัดออกได้ทั้งสองฝ่าย เซเวอรัสเรียนรู้เรื่องนี้มาจากครอบครัวของเขาเอง

 

โทเบียส สเนปไม่เคยรู้ว่าคู่โชคชะตาของเขา ไอรีน ปริ้นซ์เป็นแม่มด กว่าที่พ่อของเขาจะได้รู้ ความผูกพันนั้นก็มากเกินกว่าที่เขาจะยอมตัดมันลง บ้านของเซเวอรัสจึงเป็นดั่งสองขั้ว ยามที่ไม่มีเวทมนตร์เข้ามาเกี่ยว พ่อของเขาก็จะเป็นสามีที่ดีและรักแม่ของเขาคนหนึ่ง แต่เมื่อใดก็ตามที่มีเรื่องเวทมนตร์หรือเพียงพูดถึงให้ได้ยินแล้วโทเบียสจะเป็นคนโมโหร้ายที่น่ากลัว เซเวอรัสไม่อยากให้อนาคตของเขามันซ้ำรอยอย่างนั้น

 

ที่จริงจะปล่อยให้พอตเตอร์รู้แต่แรกก็ได้ว่าตัวเขาเองคือคู่โชคชะตาของเด็กนั่น มันจะได้เลิกวุ่นวายกับเขาเสียที แต่คิดดูอีกหนเซเวอรัสก็ได้ค้นพบว่าดีแล้วที่ไม่ได้บอก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถทำหน้าที่สายลับต่อได้อย่างแน่นอน เพราะเด็กเหลือขอมันคงปล่อยข่าวรั่วไปทั่ว ไหนจะเรื่องที่จิตเชื่อมต่อกับจอมมารอีก

 

ครั้นจะปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้เขาก็เกรงว่าเด็กนี่จะถลำลึกจนตัดสินใจตัดพันธะไม่ลงแม้จะรู้ความจริงในภายหลัง และเซเวอรัสก็ตอบไม่ได้ด้วยว่าสงครามนั้นจะจบลงเมื่อใด ถึงตอนนั้นแล้วพอตเตอร์จะปล่อยใจไปไกลถึงแค่ไหน

 

ความจริงเซเวอรัสรู้สึกพลาดตั้งแต่เรื่องโทรศัพท์ ตอนนั้นเขาเห็นพอตเตอร์กำลังเสียใจเรื่องซีเรียสจึงหลุดปากไปอย่างนั้น แต่เหมือนนั่นยิ่งจุดประกายให้เด็กชายอยากคุยกับเขามากขึ้นกว่าเดิม มากกว่าที่จะรอฝนในแต่ละครั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยสำหรับพวกเขาเลย เซเวอรัสจึงเริ่มคิดว่าเขาควรตอบพอตเตอร์ให้น้อยลงกว่านี้ หรือเขาควรคิดจริงจังเรื่องเป็นคนตัดพันธะเอง?

 

และเขาก็ได้คำตอบแทบจะในทันทีที่ตั้งคำถามนั้นว่า... เขาทำไม่ได้...

 

ถ้าหากเขาทำได้ ถ้าเพียงเขาหาใครสักคนมาแทนที่ลิลี่ได้ เขาคงไม่ปล่อยให้สายสัมพันธ์ผูกมัดกันมากขนาดนี้ เขาอาจตัดมันตั้งแต่เนิ่นๆที่รู้ว่าคู่โชคชะตาคือใคร จะได้ไม่มีเรื่องมานั่งปวดหัวอย่างตอนนี้

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูดังขัดขึ้นขัดความคิด ทำให้เซเวอรัสที่จมอยู่กับภวังค์ได้สติกลับมา นัยน์ตาสีเข้มหันมองนาฬิกาถึงได้พึ่งรู้สึกตัวว่าเขาจมอยู่ในห้วงความคิดของตนนานกว่าชั่วโมงแล้ว

 

“เข้ามา” สิ้นคำอนุญาตจากเขา บานประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมๆกับพรีเฟคบ้านกริฟดอนร์ที่เดินมาหาเขาด้วยสีหน้ากังวล

 

“ศาสตราจารย์มักกอลนากัลต้องการพบอาจารย์ครับ มีนักเรียนถูกคำสาป” เซเวอรัสขมวดคิ้วเล็กน้อย การที่นักเรียนโดนคำสาปแล้วให้มาตามตัวเขาอย่างนี้แปลได้ไม่ยากเลยว่าคงเป็นคำสาปมืดที่ป๊อปปี้ไม่รู้จัก และเด็กคนนั้นคงอาการสาหัสมากทีเดียว

 

“เข้าใจแล้ว นำทางไปเลย” เซเวอรัสรีบลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเก็บไม้กายสิทธิ์ลงในเสื้อคลุมและเดินตามนักเรียนคนนั้นไป

 

**********

 

การเที่ยววันนี้ไม่ใช่การเที่ยวที่น่าสนุกเลยแม้แต่น้อย บรรยายในหมู่บ้านนั้นเงียบเหงา แม้แต่ร้านไม้กวาดสามอันที่มักมีผู้คนคึกคักยังเหลือคนมานั่งดื่มอยู่เพียงไม่กี่โต๊ะ จากตอนแรกที่แฮร์รี่ตั้งใจจะคุยเรื่องคู่เมทกับเฮอร์ไมโอนี่เขาจึงต้องเปลี่ยนใจ เพราะความเงียบรอบข้างมักทำให้ถูกแอบฟังได้โดยง่าย

 

แต่เมื่อพวกเขาตัดสินใจกลับโรงเรียน พวกเขากลับกลายเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ที่แคตี้ เบลล์ถูกคำสาป โชคดีที่แคตี้ไม่ได้จับโดนสร้อยต้องคำสาปนั้นตรงๆจึงทำให้เธอไม่ได้มีอันตรายถึงแก่ชีวิตแต่อย่างใด ถึงอย่างนั้นทางโรงเรียนก็วุ่นวายน่าดูเมื่อดูเหมือนจะมีคนประสงค์ร้ายสาปคาถาสะกดใจให้แคตี้นำสร้อยไปให้ใครสักคน

 

“นายคิดว่าไงเรื่องสร้อยนั่น” รอนถามขึ้นในขณะที่พวกเขาทั้งสามกลับมานั่งรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นของกริฟฟินดอร์ที่ว่างเปล่าและมีเพียงแค่พวกเขา

 

“ฉันคิดว่าคงเป็นมัลฟอยนั่นล่ะที่พยายามเอามันเข้ามา” แฮร์รี่ตอบ แต่เฮอร์ไมโอนี่กลับส่ายหัวไม่ด้วยแล้วแย้งขึ้น

 

“แต่มันเป็นเรื่องที่โง่มากเลยนะ เขาต้องรู้สิว่าสร้อยนั่นเอาผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาไม่ได้หรอก”

 

“แต่มัลฟอยก็ไม่ใช่นักวางแผนนี่จริงไหม?” แฮร์รี่ถามกลับ เพื่อนสาวของเขาจึงเงียบไปเมื่อไม่มีข้อที่จะโต้แย้งได้อีกจนเกิดเป็นความเงียบระหว่างพวกเขาทั้งสามอยู่ชั่วครู่ก่อนรอนจะพูดเปิดหัวข้อใหม่

 

“จริงสิ เมื่อเช้านายบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่เหรอ? ฉันว่าตอนนี้เราคุยเรื่องนี้กันได้อยู่นะ” เด็กหนุ่มผมแดงพูดพร้อมมองไปรอบๆห้องนั่งเล่นที่ดูเหมือนจะมีแค่พวกเขาสามคน

 

“มีเรื่องอะไรกันเหรอ?” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างสงสัย เธอพอจะดูออกอยู่ว่าเมื่อเช้าแฮร์รี่มีเรื่องไม่สบายใจ แต่เพราะเรื่องแคตี้เบลล์ที่เข้ามาแทรกทำให้เธอลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท

 

“ไม่มีอะไรหรอกเฮอร์ไมโอนี่ ก็แค่...เกี่ยวกับโซลเมทของฉันน่ะ” แฮร์รี่พูดอย่างลังเล

 

“เล่าปัญหาของเธอมาสิเผื่อฉันจะช่วยเธอได้” เด็กสาวว่าพร้อมๆกับรอนที่นั่งอยู่ข้างๆเธอก็ผงกหัวเห็นด้วย และนิ่งคอยให้แฮร์รี่เป็นคนเริ่ม

 

นัยน์ตาสีมรกตกลอกไปมาอย่างพยายามนึกเรียบเรียงสิ่งที่จะพูดอยู่ชั่วครู่แล้วจึงเริ่มเล่าด้วยเสียงแผ่วเบา “คือ...ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ฉันรู้สึกแปลกๆเกี่ยวกับโจเซฟน่ะ จะว่ายังไงดีล่ะ เหมือนฉันแค่รู้สึกไม่ค่อยพอใจที่เขาดูไม่แสดงอาการอะไรเลย”

 

“ไม่แสดงอาการอะไรเลยหมายถึงยังไงน่ะ?” รอนถามแทรก

 

“ก็อย่างเช่นว่า ตอนปีที่แล้วที่ฉันเดทกับโชเขาก็ดูเฉยๆ ไม่ได้ไม่พอใจอะไรเลย เมื่อเช้าฉันก็แค่แหย่ว่าเขาหึงฉันไหม เขาก็ดันตอบซะจริงจังว่าไม่จนฉันแอบหงุดหงิดน่ะ”

 

“เธออยากให้เขาหึงเธอเหรอ?” คราวนี้เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนถามบ้าง

 

“ไม่รู้สิเฮอร์ไมโอนี่ ฉันอาจจะแค่อยากให้เขาแสดงอะไรออกมาบ้างล่ะมั้ง ไม่ใช่ดูนิ่งเฉยไม่ได้รู้สึกอะไรเลยขนาดนี้” เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆไม่ได้ทันรู้สึกตัวเลยว่าท่าทางที่เขาแสดงออกตอนนี้เหมือนคนน้อยใจไม่มีผิด จนเพื่อนสองคนที่นั่งดูอยู่ต้องแอบสบตากันอย่างเข้าใจ

 

“แล้วนอกจากนี้ล่ะ มีอะไรอีกไหม?” เด็กสาวถามอีกครั้ง

 

“จริงๆก็มีบ้าง อย่างเช่นบางครั้งเรายังคุยกันไม่จบเวลามันหมดไปก่อนฉันก็อยากจะติดต่อเขาทางอื่นได้ แต่ฉันก็คิดไม่ออกจริงๆว่าแล้วฉันจะติดต่อกับเขาได้ยังไง”

 

“โอ้...แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่ร้องอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้ทันทีที่ฟังจบ แม้แต่รอนที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่นักแต่เขาว่าเขาก็ยังสัมผัสอะไรได้บ้าง

 

“พวกนายทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง?” คงมีแต่เจ้าตัวเองที่ดูจะยังไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่นัก จึงได้แต่มองเพื่อนทั้งสองด้วยความงุนงง

 

“ฉันว่าเธออาจจะตกหลุมรักเมทตัวเองเข้าแล้วล่ะแฮร์รี่ ไม่ว่าจะเพราะแรงดึงดูดหรือเพราะตัวเธอเองก็ตาม” เฮอร์ไมโอนี่เสนอความเห็น แต่เป็นความเห็นที่ทำให้แฮร์รี่อดแย้งกลับไม่ได้

 

“แต่... ฉันไม่เคยได้เจอเขาเลยนะ แม้แต่ชื่อที่เขาให้ฉันเรียกจะเป็นชื่อต้น ชื่อรองหรือชื่อปลอมฉันยังไม่รู้เลย แล้วแบบนั้นฉันจะรักเขาได้ยังไง” อีกฝ่ายเป็นใครก็ไม่รู้ หน้าตาอย่างไรก็ไม่รู้ แถมเป็นผู้ชายที่อายุมากกว่าเขาตั้ง20ปีอีกต่างหาก เด็กหนุ่มไม่เข้าใจจริงๆว่ามันจะเกิดเป็นความรักอย่างนั้นได้ยังไง

 

“นายไม่เคยถามชื่อเต็มเขาเลยเหรอเพื่อน?” รอนอดถามขึ้นมาด้วยความสงสัยไม่ได้ ในเมื่อคุยกันมานานขนาดนี้แล้วจะไม่ถามชื่อเลยมันช่างดูแปลกประหลาด

 

แฮร์รี่ส่ายหัวเบาๆพร้อมตอบ “ก่อนหน้านี้ฉันยังไม่เคยคิดจะถามเพราะไม่เห็นความจำเป็น แต่หลังจากเรื่องซีเรียสฉันก็คิดว่าฉันไม่ควรที่จะถามชื่อเต็มเขาหรอก ยิ่งไปเจอยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย”

 

“ถ้าอย่างนั้นเราจะสรุปว่าแฮร์รี่ชอบเมทของตัวเองแบบนั้นจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ ไม่แน่ว่าพอเจอหน้ากันจริงๆอีกฝ่ายอาจจะเป็นตาลุงอ้วนพุงพลุ้ยหน้าตาน่าเกลียดจนแฮร์รี่เมินไปเลยก็ได้นะ” เด็กหนุ่มผมแดงเสนอความเห็นพลางจับคางตนอย่างครุ่นคิดในแบบที่ไม่ค่อยจะได้ทำนัก ช่างเป็นภาพหายากที่ไม่ได้เข้ากับเพื่อนของพวกเขาเอาเสียเลย

 

“นั่นคือปัญหาของสายพันธะคู่วิญญาณนี่เลยล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ที่แอบมองท่าทีนั่นอย่างนึกขำขันปนเอ็นดูจนต้องช่วยพูดอธิบายแก้ไขความเข้าใจ “ยิ่งพูดคุยกันมากเท่าไหร่ยิ่งผูกพันกันมากเท่านั้น มีหลายคู่เลยนะที่แต่งงานกันเพราะความผูกพันนี้โดยไม่แม้แต่จะสนว่าอีกฝ่ายตัวจริงจะเป็นยังไง มีทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะเลยล่ะว่าคนพวกนั้นรักกันด้วยความจริงใจหรือเพียงแค่หลงกันเพราะความเป็นคู่โชคชะตา”

 

“เหมือนโดนยาเสน่ห์อย่างอ่อนอะไรแบบนั้นหรือเปล่า?” รอนถามต่ออย่างสนใจ

 

“ไม่รอน ถึงส่วนใหญ่คนที่แต่งงานกับคู่โชคชะตาจะมีชีวิตคู่ที่มีความสุขดี แต่มันก็มีบางคู่ที่พอแต่งมาอยู่ด้วยกันจริงๆแล้วมีปัญหา มันจึงไม่เหมือนยาเสน่ห์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหลงอีกฝ่ายจนไม่มีความขัดแย้งจนกว่าจะหลุดจากยาเสน่ห์ อ้อ แล้วก็พวกคู่โชคชะตาเนี่ย เมื่อแต่งงานกันแล้วจะไม่สามารถตัดพันธะได้ด้วยนะไม่เหมือนพวกผูกคู่ใหม่” เด็กสาวตอบแก้

 

“นั่นแปลว่าถ้าคู่วิญญาณตัดสินใจแต่งงานกันแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถเลิกกันได้ แต่พวกผูกพันธะใหม่เองก็ยังมีโอกาสที่จะเลิกกันได้สินะ ถ้าอย่างนั้นคนที่ไม่ชอบคู่วิญญาณของตัวเองแล้วก็หาใครสักคนมาผูกพันธะด้วยไปก่อนก็ได้น่ะสิ?” แฮร์รี่ถามด้วยความอยากรู้บ้าง เพราะเขาเองก็พึ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน

 

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นเลยนะแฮร์รี่ เท่าที่ฉันอ่านมาพิธีการผูกพันธะใหม่เป็นพิธีกรรมที่แม้แต่พวกมักเกิ้ลก็ทำได้เพราะเจ้าสายสัมพันธ์นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่มีอยู่ในตัวทุกคน แต่มันต้องใช้ความรู้สึกที่แรงกล้ากับคู่ใหม่ของเธอมากพอที่จะตัดคู่วิญญาณได้เลยนะ และกับคู่วิญญาณที่มีแรงดึงดูดระหว่างกันช่วยเสริมอยู่แล้ว เธอต้องรักคนที่ไม่ใช่คู่วิญญาณของเธอจริงๆเธอถึงจะตัดคู่วิญญาณได้

 

อย่างของฉันที่เมทตัดฉันได้เพราะฉันมาทีหลัง และเขามีแฟนสาวที่คบกันมานานอยู่แล้ว ตอนที่ฉันอ่านเจอเรื่องนี้ฉันถึงได้รู้ว่าพวกเขาต้องรักกันมากๆเลยล่ะ ถึงได้มีพลังมากพอที่จะตัดพันธะจากวิญญาณออกไปได้”

 

“เธอพูดเหมือนว่าคู่ที่ผูกกันเองทีหลังคือรักที่บริสุทธิ์ว่าพวกคู่วิญญาณอย่างนั้นล่ะ เพราะพวกเขารักกันเองจริงๆไม่ได้มีแรงผลักดันใดๆ” รอนพูดขึ้นบ้างหลังจากที่เขาเงียบฟังมานาน ให้สาบานต่อเคราของเมอร์ลิน เขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองเลยจริงๆนะ

 

“อย่าเข้าใจไปอย่างนั้นสิ พวกคู่ที่ผูกทีหลังก็มีช่วงแรงหลงได้เหมือนกัน ช่วงที่พวกเขาแต่งงานกันอาจจะเป็นแค่ช่วงที่รักกำลังร้อนแรงจึงแข็งกล้ามากพอจะตัดพันธะวิญญาณได้ แต่หลังจากอยู่กันไปแล้วก็ใช่ว่าพวกเขาจะยังรักกันได้เหมือนวันที่แต่งงาน” เด็กสาวพูดแก้อีกครั้งทำให้รอนห่อเหี่ยวลงเล็กน้อยที่ได้ยินอย่างนั้น

 

“จากที่ฉันอ่านมาสถิติของคู่วิญญาณที่มีปัญหาการทะเลาะกันในครอบครัวถือว่ามีน้อยมากๆเลยนะถ้าเทียบกับคู่ผูกใหม่ แต่พวกคู่ที่ผูกใหม่กันเองน่ะมันยังเลิกกันได้ ถ้าไปกันไม่รอดก็แค่แยกกันไป ในขณะที่พวกคู่พันธะถ้าเธอเข้าพิธีแต่งงานไปแล้วต่อให้ไปกันไม่ได้ก็ยังต้องอยู่กันไปอย่างนั้นอยู่ดี บางครั้งพวกเขาก็เลยเลือกที่จะอยู่กันโดยไม่ต้องเข้าพิธีเผื่อว่าสักวันพวกเขาอาจจะแยกกันไป ดังนั้นไม่มีใครบอกได้หรอกว่าแบบไหนถึงจะดีกว่า” เฮอร์ไมโอนี่สรุป

 

“ถ้าอย่างนั้นแล้วฉันควรทำยังไงต่อไปดีล่ะเฮอร์ไมโอนี่ ถ้าฉันชอบเขาจริงๆ ฉันก็อยากรู้จักเขามากกว่านี้นะ แต่ฉันก็ไม่อยากเข้าใกล้เขามากไปกว่านี้ ฉันกลัวว่าฉันจะทำให้เขาเดือดร้อนไปด้วย” แฮร์รี่คลึงข้อนิ้วของตัวเองไปมาด้วยความคิดไม่ตก เขายังไม่สามารถยอมรับได้ในทันทีว่าเขาชอบโจเซฟในแบบนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าถ้าหากวันหนึ่งอีกฝ่ายตัดสัมพันธ์ไปเขาต้องเสียใจมากแน่ๆ

 

“ฉันตอบเธอไม่ได้แฮร์รี่ว่าเธอชอบเขาจริงๆไหม เธอต้องเป็นคนหาคำตอบด้วยตัวเอง เธออาจจะรอให้ชนะคนที่รู้ว่าใครก่อนก็ได้แล้วเธอค่อยเข้าทำความรู้จักกับเขามากขึ้น” เด็กสาวบีบบ่าเพื่อนเบาๆขณะที่พูด ในความเห็นของเธอ เธอมองว่าเพื่อนของเธอชอบผู้ชายคนนั้นไปแล้วแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มานั่งกังวลเรื่องต่างๆมากมายขนาดนี้ แต่มันไม่ใช่เรื่องของเธอที่เธอจะพูด มันเป็นเรื่องที่แฮร์รี่ควรค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง เธอจึงทำได้เพียงให้กำลังใจและชี้แนะอย่างตอนนี้เท่านั้น

 

“การมีคู่วิญญาณนี่น่าปวดหัวกว่าที่ฉันคิดแฮะ” รอนเกาผมแกรกๆหลังได้ฟังทั้งหมดแล้วมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งกลุ้มด้วยความไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าเพราะเขาไม่เคยได้สัมผัสไอ้สิ่งที่เรียกว่าคู่วิญญาณหรือเพราะเขาต่อมรับความรู้สึกน้อยอย่างที่เฮอร์ไมโอนี่เคยว่ากันแน่ แต่ไม่ว่าจะข้อไหนมันก็ทำให้เขาไม่สามารถปลอบแฮร์รี่ได้เลย

 

“มันจะไม่น่าปวดหัวเลยรอนถ้านายไม่ใช่ฉัน หรือถ้าฉันมีต่อมความรู้สึกเท่าเมล็ดถั่วน่ะ” แฮร์รี่ปล่อยมุกพร้อมหัวเราะอย่างเหนื่อยๆ แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้บรรยากาศตึงเครียดดีขึ้นจนทำให้เพื่อนทั้งสองของเขาหัวเราะตามออกมาเช่นกัน

 

**********

 

การแข่งควิดดิชรอบเปิดสนามระหว่างกริฟฟินดอร์กับสลิธีรินจบลงไปแล้ว แน่นอนว่ารอนได้ลงสนามและเล่นได้ดีจนน่าทึ่ง สำหรับแฮร์รี่เขาดีใจมากที่เพื่อนเล่นได้ดีแม้จะเพราะโกหกเรื่องยานำโชคก็ตาม แต่เรื่องหลังจากนั้นกลับนำมาซึ่งความน่าปวดหัวที่แฮร์รี่คิดว่าเขาพอจะเดาได้เลาๆว่าเกิดจากอะไร

 

หลังจากการแข่งวันนั้นรอนก็มีสาวมาติดพัน แน่ล่ะเพราะเขาดูเท่มากบนสนามวันนั้น แต่มันก็นำมาซึ่งความหัวเสียให้เฮอร์ไมโอนี่อย่างไม่อาจรู้สาเหตุได้(หรืออาจจะรู้)เช่นกัน

 

ถึงแฮร์รี่จะไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องความรู้สึกแต่ก็ไม่ทึบจนบื้อขนาดจะดูอะไรไม่ออก เขาพอจะมองออกได้รางๆล่ะว่าเฮอร์ไมโอนี่น่าจะสนใจรอนอยู่ และรอนเองก็น่าจะพอมีใจให้เฮอร์ไมโอนี่อยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่โกรธฟึดฟัดจะเป็นจะตายตอนรู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่มีครัมเป็นจูบแรก

 

ที่เขาไม่รู้เลยคือว่าสองคนนี้ไปสนใจกันตอนไหน เขาที่อยู่ระหว่างเพื่อนสองคนมาจนเข้าปีที่หกพึ่งจะได้มาเห็นชัดๆก็ตอนที่ทั้งสองคนเอาแต่หลบหน้ากันจนเขาแทบจะต้องแยกร่าง และแน่นอนเพื่อความอยู่รอด ในบางครั้งเขาก็ไม่สามารถเลือกรอนได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องบอกลาเกรดในหลายๆวิชา

 

แต่การอยู่กับเฮอร์ไมโอนี่นั่นหมายถึงการที่เขาต้องสิงตัวอยู่ในห้องสมุดไปกับเธอ และบางครั้งก็ต้องทนฟังเธอบ่นประหนึ่งว่าเธอเป็นแม่เขาอย่างนั้น(น่าเสียดายที่เขาไม่ได้โตมากับแม่ จะได้รู้กันไปเลยว่าแม่ของเขาจริงๆจะบ่นเก่งเท่าเฮอร์ไมโอนี่ไหม) แต่เขาก็เข้าใจได้ว่าเธอเป็นห่วง อย่างเช่นเรื่องที่เธอกำลังบ่นเขาในตอนนี้

 

“ฉันพูดจริงๆนะแฮร์รี่ เธอต้องหาคนที่จะไปงานเลี้ยงอาหารค่ำกับซลักฮอร์นได้แล้ว พวกสาวๆจ้องเธอกันตาเป็นมันเชียว ในห้องน้ำหญิงฉันเริ่มได้ยินพวกเขาพูดเรื่องวางยาเสน่ห์เธอแล้วนะ” เด็กสาวพูดขึ้นด้วยเสียงที่ไม่ดังนักเพราะพวกเขากำลังอยู่ในห้องสมุดที่ประจำของเธอ

 

“แต่ฉันไม่รู้จะชวนใครนี่” แฮร์รี่ตอบเสียงอ่อย พลางนึกถึงรายชื่อต่างๆที่เขาน่าจะพอพาไปด้วยได้โดยไม่เป็นการให้ความหวังใครจนเกินไป

 

“นั่นเป็นปัญหาของเธอแล้ว แต่ระวังพวกเครื่องดื่มหรือของกินที่พวกนั้นให้เอาไว้หน่อยก็แล้วกัน” แฮร์รี่ได้แต่พยักหน้ารับส่งๆให้คำเตือนนั้นโดยไม่ได้รู้เลยว่าเพียงแค่เขาก้าวมาถึงหอพักเขาก็ได้เห็นไอ้สิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่พูดไว้ทันที

 

**********

 

หลังการคุยกับเฮอร์ไมโอนี่เพียงหนึ่งวันเขาก็ได้ค้นพบว่าเขาพลั้งปากชวนลูน่า เลิฟกู้ดไปงานเลี้ยงของซลักฮอร์นด้วยกันเสียแล้ว

 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบลูน่า แฮร์รี่ต้องยอมรับว่าลูน่าเป็นคนที่น่ารักคนนึงถึงจะดูเพี้ยนๆไปบ้างในบางครั้ง แต่การชวนลูน่าไปกับเขาก็เหมือนการประกาศตัวว่าเขาก็เป็นพวกเพี้ยนเหมือนกันอะไรทำนองนั้น แต่เพราะพลั้งปากชวนไปแล้วและลูน่าก็ดูจะดีใจมากๆที่เขาชวน แฮร์รี่จึงไม่อาจพูดเปลี่ยนใจได้ลง

 

ยิ่งตอนที่แฮร์รี่ได้ฟังเธอพูดว่าเธอไม่เคยมีเพื่อนชวนเธอไปงานเลี้ยงมาก่อน มันดูน่าเศร้ามาก ทั้งๆที่ลูน่าไม่เคยมีพิษมีภัยกับใคร เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีจนน่าตกใจ แต่เพียงแค่เพราะว่าเธอเชื่อสิ่งที่ยากเกินความเข้าใจ เธอจึงถูกหลายๆคนแกล้งและรังเกียจเสียอย่างนั้น พอคิดอย่างนี้แล้วแฮร์รี่ก็ได้ค้นพบว่าตัวเขาเองก็คงน่ารังเกียจไม่แพ้กันถ้าจะแค่ไม่อยากชวนเธอไปเพราะเธอเป็นลูน่าสติเฟื่อง

 

สุดท้ายลูน่าก็ได้มายืนกับเขาในงานเลี้ยงของซลักฮอร์น มันดีกว่าที่เขาคาดทีเดียวเมื่อลูน่าปล่อยความเชื่อแปลกๆขัดจังหวะการสนทนาอันตึงเครียดระหว่างเขากับสเนป ทำให้เขาพวกเลี่ยงการปะทะคารมไปได้อย่างหวุดหวิดก่อนที่มัลฟอยจะถูกพาตัวเข้ามา สเนปดูจะหัวเสียมากที่มัลฟอยแอบเขามาในงานอย่างนั้น เขาจึงลากมัลฟอยออกไปคุยกันสองคนที่ด้านนอก แฮร์รี่ที่เห็นอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะแอบตามพวกเขาไป

 

---------------

 

เซเวอรัสได้ทราบข่าวการถูกบุกโจมตีที่บ้านโพรงกระต่ายผ่านช่องทางการติดต่อของภาคี มันเป็นช่วงวันหยุดคริสต์มาสเจ้าเด็กพอตเตอร์จึงอยู่ที่นั่นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ที่น่าคิดคือเป้าหมายการโจมตีครั้งนี้คืออะไร ข่มขู่? ขู่ขวัญ? หรือแค่ล่อความโง่เขลาให้ไอ้เด็กบ้านั่นที่วิ่งทะเล่อทะล่าออกไปกลางทุ่งเพียงลำพัง

 

แต่ไม่ว่าจะข้อไหนเซเวอรัสก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้เขาโมโหไอ้เด็กเวรนั่นมากทีเดียว ไม่มีครั้งไหนที่เขาอยากจะให้ฝนตกได้มากเท่าครั้งนี้ เขาอยากจะสวดเด็กไม่รู้จักคิดให้ยับ

 

จนกระทั่งสายฝนที่เขารออยู่ก็โปรยปรายลงมาหลังจากนั้นสองวัน

 

โชคดีที่ฝนตกลงมาหลังมื้อค่ำไปแล้ว เซเวอรัสจึงสามารถปลีกตัวจากอาจารย์คนอื่นๆมานั่งคุยเงียบๆอยู่ในห้องพักของตนเองได้โดยไม่แปลกอะไร เขายกยาขึ้นดื่มขณะรอเสียงสายฝนค่อยๆเงียบหายไป

 

“แฮร์รี่ได้ยินฉันหรือเปล่า?” เขาเริ่มทักก่อน ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะเป็นคนเริ่มทัก การจะรอให้เด็กนั่นทักฝ่ายเดียวก็คงจะประหลาดและดูจงใจเกินไป ในบางครั้งเขาจึงต้องเป็นคนเริ่มก่อน แต่อย่างครั้งนี้เขาไม่ได้อยู่ที่เดียวกับพอตเตอร์ จึงไม่อาจรู้ได้เลยว่าฝนที่ตกนี่จะตกพร้อมเจ้าเด็กนั่นหรือเปล่า

 

‘โจเซฟ ผมรอคุณอยู่เลย คิดว่าคุณจะไม่ได้ยินเสียงผมซะแล้ว’เด็กหนุ่มตอบกลับในทันที คาดเดาได้ว่าทางนั้นคงฝนตกก่อนเขาสักพักหนึ่งแล้ว

 

“ทางฉันฝนพึ่งตก เป็นอย่างไรบ้างล่ะวันหยุดคริสต์มาส” เซเวอรัสไม่สามารถทำเป็นรู้เรื่องการโจมตีที่บ้านโพรงกระต่ายได้เพราะไม่มีสื่อไหนลงข่าวนี้ เขาจึงค่อยๆถามจากเรื่องอื่นๆเข้าไป

 

‘ไม่ดีเท่าไหร่ฮะ พวกเราถูกโจมตีด้วยเมื่อสองวันก่อน’และเป็นไปตามที่เขาคาด เด็กนั่นเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

“ถูกโจมตีโดยพวกผู้เสพความตายน่ะหรือ? มีใครบาดเจ็บหรือเปล่า?” เซเวอรัสทำเสียงประหนึ่งตกใจมากที่เขาได้ยินอย่างนั้น พร้อมๆกับค่อยบีบเรื่องที่จะคุยเข้าไปโดยไม่ให้เด็กนั่นรู้ตัว

 

‘ไม่ฮะ ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นต้องการอะไร แต่ว่าโชคดีมากเลยที่ฝั่งเราไม่ได้มีคนบาดเจ็บหนักอะไร มีก็แต่บ้านที่ถูกเผาเสียหายไปเยอะอยู่เหมือนกัน’เยี่ยมมาก เด็กนี่มันฉลาดพอที่จะไม่พูดว่าตัวเองไปก่อวีรกรรมอะไรไว้ทำให้เขาถามต่อไม่ได้ เซเวอรัสได้แต่ลอบสบถอย่างหงุดหงิด

 

“แค่ข้าวของเสียหายเดี๋ยวก็ซ่อมมันได้เหมือนเดิม ดีกว่ามีคนบาดเจ็บล่ะนะ เพราะคนน่ะซ่อมไม่ได้เหมือนของ” เซเวอรัสพยายามพูดสอน ไม่รู้มันจะเข้าหัวของเด็กนี่บ้างไหมเพราะเขาสอนมันตรงๆไม่ได้ ...คิดดูอีกทีอย่าเรียกว่าสอนตรงๆเลย ตอนนี้เขาอยากจะด่าให้ความโง่เขลานั่นเลยมากกว่า

 

‘ฮะฮะ นั่นสินะครับ โชคดีมากๆแล้วล่ะที่มีแค่ของเสียหาย’พอตเตอร์หัวเราะเบาๆทำกลบเกลื่อนอย่างแนบเนียน เซเวอรัสจึงหมดเรื่องที่จะพูดต่อในทันที เพราะตอนนี้เขาหงุดหงิดจนนึกไม่ออกแล้วว่าควรจะพูดอะไรกับไอ้เด็กเหลือขอนี่ดี

 

‘คุณรู้จักปฏิญาณไม่คืนคำไหมฮะ?’ เมื่อเขาเงียบไปพอตเตอร์จึงเป็นคนเริ่มหัวข้อสนทนาอีกครั้ง และหัวข้อนี้เรียกความสนใจเขามากทีเดียว

 

“รู้จัก เธอถามทำไมหรือ?” หวังว่าคงจะไม่ใช่จากที่ได้ยินเขาคุยกับเดรโกหรอกนะ

 

‘ผมไปบังเอิญได้ยินมาน่ะฮะ แต่ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้’นั่นไง... ไอ้เด็กสอดรู้! แต่เขาจะไม่ตอบตามความจริงคงไม่ได้ในเมื่อไอ้เด็กนี่มีเกรนเจอร์เป็นเพื่อน หลอกให้เข้าใจผิดไปประเดี๋ยวก็รู้ความจริงอยู่ดี ยิ่งพานจะทำให้ดูน่าสงสัยไปกันใหญ่

 

“มันคือการทำสัญญาอย่างหนึ่งที่ถ้าเธอผิดสัญญาแล้วเธอจะโดนคำสาปร้ายแรงจนอาจถึงแก่ชีวิต” เซเวอรัสแทบจะกัดฟันให้ตอบดีๆเหมือนไม่มีอะไร ทั้งๆที่เขาอยากบีบคอไอ้เด็กนี่ให้ตาย

 

‘มันมีวิธีหลอกไหมฮะว่าทำสัญญาแล้วแต่ไม่ได้ทำจริงๆ หรือแบบว่าไปแก้คำสัญญาทีหลังอะไรประมาณนั้น’ยิ่งได้ยินเด็กนี่ถามเขายิ่งรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆจนอดไม่ได้ที่จะเดินไปหยิบวิสกี้ไฟมารินนั่งดื่มที่โซฟาใกล้ๆเตาผิง

 

“ไม่มีของอย่างนั้นหรอกแฮร์รี่ มีแต่เธอต้องทำตามสัญญาให้จบ”ชายหนุ่มตอบไปตามความจริงแล้วยกของเหลวสีอำพันขึ้นดื่ม

 

‘งั้นเหรอฮะ... อ๊ะ! ผมต้องไปแล้วเดี๋ยวที่เหลือผมไปถามเฮอร์ไมโอนี่เอา ขอบคุณนะฮะ’เด็กหนุ่มบอกลาเขาอย่างรวดเร็ว คาดว่าทางนั้นคงหมดเวลาไปก่อนเพราะทางเขาฝนตกทีหลัง และเซเวอรัสพอใจมากที่เวลาหมดไปก่อนที่เขาจะต้องตอบคำถามอันน่าปวดหัวไปมากกว่านี้

 

“ราตรีสวัสดิ์” เขาตอบกลับโดยไม่ได้สนใจว่าเด็กนั่นจะได้ยินเขาหรือไม่

 

เสียงของพอตเตอร์เงียบหายไปแล้วทิ้งให้เซเวอรัสนั่งจิบวิสกี้อยู่ในความเงียบงันที่เขาคุ้นเคย จากการคุยกันครั้งนี้ดูเหมือนเด็กนั่นจะเลิกงอแงขอช่องทางอื่นที่จะติดต่อเขาแล้ว น่าแปลกใจอยู่สักหน่อยว่าทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนใจไปเฉยๆ หรืออาจจะเพราะเวลาหมดไปก่อนจึงไม่ทันได้พูด แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขาที่จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวแก้ตัวตอบ

 

อีกเรื่องที่น่าปวดหัวตอนนี้ก็คงมีแต่เขานี่ล่ะ ทั้งที่บอกตัวเองว่าจะถอยห่างออกมาอีกหน่อยแท้ๆ แต่พอเด็กนั่นมีปัญหาก็เป็นฝ่ายที่อยากจะคุยขึ้นมาเองเสียอย่างนั้น พอคิดขึ้นมาได้แล้วมือจึงแกร่งยกวิสกี้ที่เหลือในแก้วขึ้นดื่มจนหมดในคราวเดียว

 

ไม่อยากจะยอมรับนักหรอกว่าสายสัมพันธ์เวรนี่มีอิทธิพลกับเขามากแล้ว มากเสียจนเขาไม่แน่ใจว่าความเป็นห่วงที่กำลังรู้สึกอยู่นี้เกิดจากแรงดึงดูดระหว่างสายพันธะ หรือเกิดจากความรู้สึกของเขาจริงๆกันแน่

 

====================

Talk: สวัสดีค่าไม่เจอกันนานคิดถึงกันไหมมมม ภาค6นี่เนื้อเรื่องค่อยข้างเยอะค่ะเลยตัดสินใจแบ่ง3ตอนดีกว่า

เนื้อเรื่องยืดไปไหมคะสำหรับคนอ่าน คือสำหรับคนเขียนเรารู้สึกว่าไอ้นั่นก็ต้องใส่ไอ้นี่ก็ต้องใส่มันเลยยาวแบบ...ยาวไปไหมแก ถ้าผู้อ่านที่รักเริ่มรู้สึกว่ามันยืดจนน่าเบื่อแจ้งได้นะคะเราจะได้พยายามกระชับเนื้อหามากกว่านี้ อันนี้คือเขียนตามใจฉันมาก อยากใส่อะไรก็ใส่(แฮ่)

เนื้อเรื่องความสัมพันธ์ของสองคนนี้จะเริ่มจริงๆหลังปี7นะคะ คือให้น้องบรรลุนิติภาวะก่อน แต่ปี7วางพลอตไว้แค่ตอนเดียวค่ะ เพราะสำหรับสองคนนี้ปี7แทบไม่มีอะไรเท่าไหร่เพราะแฮร์รี่ไม่ได้อยู่โรงเรียน แต่ก็นั่นล่ะค่ะอะไรก็งอกได้(...)

ในส่วนของตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของปี6แล้ววคันปากอยากสปอยล์มาก แต่บอกได้แค่เตรียมกรี๊ดกันได้เลยนะคะ รักส์3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #200 SJ92 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:32
    น้องต้องน้อยใจแน่ๆเลย มันเจ็บที่ใจไปหมดแงงง
    #200
    0
  2. #181 mrzakung1987 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 17:02
    รอนะรอนะรอนะเนี่ย
    #181
    1
    • #181-1 raining(จากตอนที่ 9)
      22 เมษายน 2563 / 21:46
      รอไม่นานๆ(รึเปล่า)
      #181-1
  3. #180 คน ไร้ความรู้สึก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 04:27
    ต้องขอบคุณเพื่อนในทวิตเตอร์ที่เเนะนำเรื่องนี้มา ภาษาที่ใช้ในเรื่องมันชั่งสวยงาม ชวนพาให้อบอุ่น

    เเละการดำเนินที่ค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับความน่าสนใจของพล็อตเรื่อง

    ขอให้เป็นกำลังใจให้คุณเเต่งฟิคดีๆเเบบนี้อีกนะครับ
    #180
    1
    • #180-1 raining(จากตอนที่ 9)
      22 เมษายน 2563 / 21:46
      หวาย ดีใจจังค่ะที่มีคนชอบขนาดที่แนะนำต่อด้วย ขอบคุณมากเลยที่ติดตามนะคะ ตัวเราเองก็จะพยายามพัฒนาการเขียนต่อไปนะ
      #180-1
  4. #174 baiyoknattakan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 06:23
    สนุกมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ มาแต่งต่อเร็วๆนะคะ เนื้อหาน่ารักน่าสนใจมากๆค่ะ
    #174
    1
  5. #171 PSPEKCH (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 21:39
    แอบรอไรต์อยู่นะจ๊ะ
    #171
    1
    • #171-1 raining(จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2563 / 21:46
      ไรต์ก็แอเขียน(เรื่องอื่น)อยู่ค่ะ ฮาาา ล้อเล่นนะ กำลังเขียนตอนใหม่อยู่ค่ะเตรียมรออ่านกันได้เลยยย
      #171-1
  6. #170 SJ-1984 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 19:06
    พึ่งได้มาติดตาม เราอ่านรวดเดียวจบเลย555
    ไม่รู้ว่าตัวเองไปอยู่ไหนมา ถึงพึ่งจะได้เจอฟิคดีๆแบบนี้
    คือแบบมันดีย์มากกกก ชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปของตัวละคร
    รู้สึกถึงความอบอุ่น ละมุนอย่างบอกไม่ถูกเลย555
    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้นะคะ จะรอติดตามผลงานตอนต่อไปค่าาาา
    #170
    1
    • #170-1 raining(จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2563 / 21:44
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ดีใจที่ชอบค่ะ ตอนแต่งออกมาตอนแรกก็คิดว่าน่าจะได้แต่งอ่านคนเดียวเหงาๆ แต่พอมีคนชอบเยอะขนาดนี้ก็ดีใจมากๆเลยค่ะ แง้ๆ
      #170-1
  7. #169 May1407 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:35
    เนื้อหาไม่ยาวไปกำลังพอดีต่ออีกกกกก
    #169
    1
    • #169-1 raining(จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2563 / 21:43
      กำลังเขียนต่ออยู่จ้า ไม่นานเกินรอแน่นอน(มั้ย? ฮาา)
      #169-1
  8. #168 Mil me fang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 15:12
    เตรียมคอแล้วค่ะจัดมา ๆ
    #168
    1
    • #168-1 raining(จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2563 / 21:42
      กำลังเขียนตอนใหม่อย่างช้าาช้าาา //หลบหม้อไห
      #168-1
  9. #167 jjassZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 09:15
    เย้้ คิดถุงมากๆเลยค่ะไรท์
    #167
    1
    • #167-1 raining(จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2563 / 21:42
      คิดถึงคนอ่านเหมือนกันนะคะ <3
      #167-1
  10. #166 เทพบุตรแห่งแสง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 19:12

    ต่อๆๆๆๆๆๆๆ

    #166
    1
    • #166-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 20:26
      รอก่อนนะคะ จะพยายามรีบมาให้เร็วที่สุดน้า
      #166-1
  11. #165 PirawanBoonnuam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 18:03

    เนื้อหาประมานนี้กำลังดีเลยค่ะไรท์แล้วก็สนุกมากๆเลยเรารอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #165
    1
    • #165-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 20:26
      ขอบคุณค่า จะพยายามรีบมาต่อให้เร็วที่สุดนนะ
      #165-1
  12. #164 เด็กสาวผู้มีบาดแผล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 14:23
    มาเร็วไปนะคะ

    เย้ๆๆ
    #164
    1
    • #164-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 15:09
      เอ๊ะ ปกติต้องมาช้ากว่านี้ใช่ไหมคะ 555+
      #164-1
  13. #163 aeble (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 12:03
    เตรียมกรี้ดแล้วค่ะ ฮื้ออออ
    #163
    1
    • #163-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 13:03
      จะมาในเร็วๆนี้แน่นอนค่า
      #163-1
  14. #162 GOTFAFA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 08:59
    ถอนตัวไม่ได้เเล้วล่ะเซเวอรัส เเละใจร่มๆนะ เพราะน้องจะก่อวีรกรรมอีกเยอะ555

    #ประมาณนี้เเหละค่ะไรท์ กำลังดีเลย
    #รอตอนต่อไปเน๊อออออ
    #162
    2
    • #162-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 11:53
      ขอบคุณมากนะคะ ตัวคนเขียนเองแอบไม่แน่ใจเพราะมันยาวกว่าที่วางพลอตไว้พอสมควรเลยค่ะเลยลองถามดู แต่ได้คำตอบแบบนี้ก็โล่งใจแล้วค่ะ
      ตอนต่อไปมาเร็วกว่าปกติแน่นอนเพราะคนเขียนเองก็อยากเขียนตอนต่อไปเหมือนกัน(ฮา)
      #162-1
    • #162-2 GOTFAFA(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 12:08
      สำหรับเรายิ่งยาวยิ่วดีค่ะไรท์555 #ขอบคุณนะคะสำหรับนิยายสนุกๆของไรท์ รอตอนต่อไปเลยค๊าาาาา
      #162-2
  15. #161 im.mild (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 05:16
    เย่ ไรท์กลับมาแล้ววว

    สงสารป๋าเค้านะคะ อย่าเพิ่งสติแตกไปก่อนเน้อออ ใจนึงก็ห่วง อีกใจก็อยากตัดพันธะ เลยต่อสู้กับตัวเองทั้งตอนเลย 55555

    ส่วนน้องรี่นี่ก็นะลูก อยากให้เขาหึงก็คือชอบเขาแล้วนะคะรู้ยังงง บางทีน้องก็ควรจะอยู่เฉยๆบ้างก่อนที่คู่น้องจะปสดไปก่อนนะคะ 55555

    รอให้เค้ารักกันอยู่นะคะไรท์ *ปากำลังใจ*

    ปล. ตอนหน้ารอกรี๊ดอะไรน้อ รึป๋าจะหลุดจนน้องจับได้แล้วเหรอคะ อิอิ
    #161
    1
    • #161-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 11:51
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ไม่มีอะไรจะดีเท่าการได้อ่านคอมเม้นท์แล้วค่ะ ฮือๆ
      ปล.ตอนหน้าเดี๋ยวรู้กันเลยค่ะ หุหุหุ
      #161-1
  16. #160 Tomaiey (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 04:22

    อุย ตอนหน้าเตรียมกรี๊ดเลยเหรอคะ แหะๆ //ปิดหน้า
    #160
    2
    • #160-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 11:48
      หุหุหุ เตรียมตัวเลยนะคะเดี๋ยวรู้เลยๆ
      #160-1
  17. #159 L a l i c e ♡ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 00:49
    ฮื่อ รอเรื่องนี้เสมอเลย สนุกมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ แอบอยากให้หนูรี่งอนไม่ตอบบ้างเหมือนกัน หมั่นไส้คนแก่ 5555
    #159
    2
    • #159-1 raining(จากตอนที่ 9)
      12 มีนาคม 2563 / 11:48
      ไม่นานเกินรอเดี๋ยวได้เห็นแน่ๆค่ะ ให้คนแก่กระวนกระวายเล่น 55555
      #159-1
    • #159-2 L a l i c e ♡(จากตอนที่ 9)
      13 มีนาคม 2563 / 04:06
      แง๊ รอเลยค่ะ ><
      #159-2
  18. #158 ซู่อัน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:30

    มาต่อแล้ววว //ปาดน้ำตา
    ไม่ยืดเยื้อนะคะ สนุกมากค่า
    #158
    2
    • #158-1 raining(จากตอนที่ 9)
      11 มีนาคม 2563 / 23:52
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ดีใจที่ยังมีคนตามอยู่น้า
      #158-1
  19. #157 racnarock (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:27

    happy end ใช่ไหมไรต์ เอาเป็นว่าเรารออยู่นะ

    #157
    1
    • #157-1 raining(จากตอนที่ 9)
      11 มีนาคม 2563 / 23:51
      Happy End แน่นอนจ้า แค่อาจจะมีน้ำตาตกกันก่อนนิดหน่อย แต่สาบานกับเคราของเมอร์ลินเลยว่า Happy End นะคะ สบายใจได้
      #157-1
  20. #156 Fran Melody (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:18
    กำลังดีเลยค่ะ เราว่ามันไม่ยืดเยื้อไป ชอบสเนปที่เป็นห่วงเขาแต่น้ำท่วมปาก 55555 สงสารด้วย จะไบโพล่าตายก่อนเด็กนั่นของคุณฉลาดและควบคุมความคิดได้มั้ย
    #156
    4
    • #156-1 raining(จากตอนที่ 9)
      11 มีนาคม 2563 / 23:20
      เราว่าใกล้ละค่ะ น้องก็หาเรื่องใส่ตัวเก๊งเก่ง 5555
      #156-1