[Fic Harry] Whisper in the Rain (SS/HP)

ตอนที่ 8 : 7th Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

7th Rain

 

มันเป็นฤดูร้อนที่วุ่นวายที่สุดตั้งแต่แฮร์รี่ได้รู้จักเวทมนตร์มา เริ่มจากภัยพิบัติที่ดูเหมือนจะเป็นธรรมชาติไปจนถึงสะพานแขวนที่สายเคเบิลขาด ทุกอย่างล้วนทำมักเกิ้ลเสียชีวิตไปไม่น้อย อีกทั้งหมอกควันที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งเมืองจากฝีมือของผู้คุมวิญญาณที่เปลี่ยนฝั่งยิ่งชวนให้บรรยากาศหดหู่มากขึ้นไปอีก

 

แฮร์รี่รู้ว่ามันเป็นฝีมือของใคร และแน่นอนผู้วิเศษส่วนใหญ่ก็รู้เช่นกัน จากข่าวที่แฮร์รี่เห็นบนหนังสือพิมพ์ เขาได้รู้ว่าฟัดจ์โดนกลุ่มผู้วิเศษประท้วงจนลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อสามวันก่อน แฮร์รี่เดาได้เลยว่ารัฐมนตรีคนใหม่นี่ต้องหัวหมุนมากแน่ๆ

 

ส่วนตัวของเด็กชายผู้รอดชีวิตนั้นตอนนี้กำลังนั่งจิบเครื่องดื่มอ่านหนังสือพิมพ์ในร้านกาแฟ แน่ล่ะเขารู้ว่าเวลานี้มันไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะออกไปไหนคนเดียว โดยเฉพาะเขาที่น่าจะโดนหมายหัวเป็นอันดับหนึ่งจากโวลเดอมอร์(หรืออาจจะสองรองจากดัมเบิลดอร์) แต่เขาไม่อยากอยู่บ้านคิดฟุ้งซ่าน สู้ออกมานั่งรถไฟเล่นเรื่อยเปื่อยยังดีเสียกว่า

 

อีกทั้งช่วงปิดเทอมที่ผ่านมานี้เขาได้คุยกับโจเซฟน้อยมากเหลือเกิน ฝนน่ะยังพอมีตกมาเป็นระยะ แต่โซลเมทของเขานี่สิแทบไม่ตอบเขากลับมาเลย ตั้งแต่ปิดเทอมฤดูร้อนมานี่ก็มีคุยกันแค่หนเดียว และยังไม่พูดถึงเรื่องช่องทางอื่นที่จะติดต่อได้อีก ที่จริงแฮร์รี่ก็แอบหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ แต่ก็เข้าใจได้ว่ามันคงเป็นช่วงที่วุ่นวายน่าดูในชุมชนผู้วิเศษ เมื่อผู้เสพความตายดูจะกล้าออกอาละวาดไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆขนาดนี้

 

จนกระทั่งดัมเบิลดอร์โผล่มา อาจารย์ใหญ่เข้ามาหาเขาและพาเขาไปพบชายผู้หนึ่ง ชายชราแปลกประหลาดที่ปลอมตัวเป็นเก้าอี้เพื่อหนีผู้เสพความตาย ฮอเรซ ซลักฮอร์นอดีตศาสตราจารย์คนหนึ่งของฮอกวอตส์ก่อนเกษียณอายุไป มันเป็นการพบกันเพียงสั้นๆที่ทำให้ซลักฮอร์นเปลี่ยนใจยอมกลับไปสอนที่ฮอกวอตส์อีกครั้ง และดัมเบิลดอร์ก็ดูจะพอใจมากที่แผนการของเขาได้ผล แม้แฮร์รี่จะรู้สึกว่าเขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็ตาม

 

ต่อจากการพบซลักฮอร์นก็เป็นการพาตัวแฮร์รี่มาส่งที่บ้านโพรงกระต่าย มันเป็นเวลาราวๆตีหนึ่งเห็นจะได้แต่มอลลี่ก็ยังคงรอต้อนรับเขาทั้งยังหาอะไรให้เขาทานในเวลาแบบนี้อีกต่างหาก แฮร์รี่นั่งคุยกับมอลลี่อีกสักพักจนกระทั่งอาเธอร์กลับมา หญิงสาวถึงได้ไล่เขาขึ้นไปนอน

 

แฮร์รี่ที่ผลัดเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงล้มตัวนอนลงบนเตียง แม้ตอนนั้นสายฝนจะค่อยๆโปรยปรายลงแต่ไม่ได้ขับให้ความง่วงงุนหายไป ถึงจะอยากคุยนักหนาแต่เวลานี้อีกฝ่ายก็คงหลับไปแล้วเช่นกัน นัยน์ตาสีเขียวค่อยๆปรือหลับลงพร้อมพึมพำอย่างไม่คาดหวังให้อีกคนที่อยู่ปลายทางได้ยิน “ราตรีสวัสดิ์โจเซฟ...”

 

----------

 

มันเป็นฤดูร้อนที่ไม่ดีเท่าไหร่สำหรับเซเวอรัส มันดีไม่ได้แน่ๆล่ะเมื่อเขาต้องกลับมาทำหน้าที่สายลับสองหน้าเต็มตัวอีกครั้งท่ามกลางความไม่ไว้ใจของทั้งสองฝ่าย ไหนจะเรื่องที่เขาถูกกดดันให้ทำปฏิญาณไม่คืนคำกับนาร์ซิสซาร์เพื่อช่วยเดรโกในภารกิจที่จอมมารมอบหมาย ทั้งเขายังต้องมาทนมองหน้าหางหนอนที่อาศัยอยู่ร่วมชายคาทั้งที่เขาอยากฆ่ามันให้ตาย ทำให้ตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมานี้เขาไม่กล้าตอบเจ้าเด็กพอตเตอร์เลยสักหนด้วยกลัวว่าเรื่องที่เขามีคู่โชคชะตาจะหลุดรอดออกไป

 

กระทั่งวันหนึ่งในค่ำคืนอันเงียบสงัด ขณะที่เขากำลังอ่านหนังสืออยู่บนเตียงก่อนเข้านอน เสียงสายฝนดังขึ้นในโสตประสาทก่อนจะเงียบหายไปแทนที่ด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยบอกราตรีสวัสดิ์เขาด้วยน้ำเสียงอันงัวเงีย เซเวอรัสไม่แน่ใจว่าเด็กนั่นตื่นเพราะเสียงฝนหรือพึ่งจะเข้านอนกันแน่ แต่ถึงจะเป็นแบบไหนเขาก็ห้ามริมฝีปากตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมาไม่ได้เลยจริงๆ

 

ช่วงวันเวลาที่เหลือเซเวอรัสใช้ไปกับการหาและส่งข่าวของทั้งสองฝ่ายโดยไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งระแคะระคายตลอดหน้าร้อนนี้ก่อนที่เขาจะต้องกลับไปสอนหนังสือที่ฮอกวอตส์ตามเดิม ซึ่งถ้าเอาตามความจริงแล้วบางครั้งบางทีเซเวอรัสก็รู้สึกว่าการที่ต้องสืบข่าวดูจะปวดหัวน้อยกว่าการที่ต้องมารับมือเจ้าลิงทโมนพวกนี้เสียอีก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก๊งเจ้าเด็กเหลือขอนั่น)

 

เมื่อรถไฟมาเทียบชานชาลาฮอกวอตส์นับเป็นการบ่งบอกถึงการเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ และเนื่องจากในปีนี้เหล่าผู้เสพความตายออกอาละวาดอย่างหนัก อีกทั้งเป้าหมายใหญ่ของจอมมารทั้งสองคนก็อยู่ในโรงเรียน พ่อแม่ของเด็กหลายๆคนจึงไม่ยอมที่จะส่งลูกมาเรียนกันในปีนี้ ทำให้นักเรียนดูน้อยลงไปถนัดตา และแน่นอนเพื่อความปลอดภัย ทางโรงเรียนเองจึงต้องมีการเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัยอีกหลายอย่างเช่นกัน

 

แต่ยังไม่ทันจะเริ่มภาคเรียน เจ้าเด็กตัวปัญหาก็ก่อเรื่องอีกครั้งเมื่อเจ้าตัวดีหายไปจากรถไฟ ไม่มีใครพบเห็นพอตเตอร์แม้กระทั่งเพื่อนสนิททั้งสองที่เดินเข้าโรงเรียนมาก่อน เซเวอรัสเดาะลิ้นอย่างรำคาญใจ ยังไม่ทันจะเริ่มปีการศึกษาเด็กนี่ก็ก่อปัญหาอีกแล้ว ชายหนุ่มยืนคิดชั่งใจที่หน้าประตูปราสาทอยู่สักพักแล้วจึงตัดสินใจเดินกลับออกไปหาตัวพอตเตอร์ดูสักหน

 

ทันทีที่เขาเดินมาจนเห็นประตูรั้วอยู่ไกลๆ เขาก็ได้พบเจ้าเด็กพอตเตอร์กำลังยืนรอที่รั้วประตูพร้อมกับนิมฟาดอร่า เด็กหนุ่มยังอยู่ในชุดมักเกิ้ลและใบหน้าก็เกรอะกรังไปด้วยเลือดจนน่าสงสัยว่าไปเจออะไรมา แค่ทันทีที่เห็นหน้าเขาโดยที่เขายังไม่ทันจะพูดอะไรใบหน้าเละเทะใต้กรอบแว่นนั่นก็เพิ่มความยู่ยี่เข้าไปอีก

 

พอตเตอร์หันไปบอกลาหญิงสาวที่เดินมาส่งสั้นๆก่อนนิมฟาดอร่าจะหายตัวไปกับความมืด ทิ้งความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงระหว่างพวกเขาสองคนขณะเดินกลับไปที่ปราสาท ไม่ต้องอ่านใจเซเวอรัสก็บอกได้เลยว่าเด็กข้างๆเขานี่กำลังส่งคลื่นความเกลียดชังออกมามากแค่ไหน

 

“ไปฟัดกับตัวอะไรเข้าล่ะพอตเตอร์หน้ามันถึงได้เป็นอย่างนั้น หรือเธอต้องการสร้างเรื่องให้คนสนใจจากการเป็น คนที่ถูกเลือก กันล่ะ?” เซเวอรัสอดไม่ได้ที่จะแขวะเมื่อเด็กข้างเขานี่ดูจะทำตัวเป็นศัตรูกับเขาเสียเหลือเกิน เดาได้ไม่ยากหรอกว่าที่พอตเตอร์ดูจะต่อต้านเขามากกว่าปกติแบบนี้คงเป็นเพราะเรื่องซีเรียส แบล็ค และไม่ต้องคิดให้เสียเวลาก็รู้ได้ว่าเด็กนี่คงเลือกที่จะโทษเขามากกว่าโทษตัวเองผลมันจึงออกมาเป็นปฏิกิริยาอย่างที่เห็น

 

“เปล่าครับ...” พอตเตอร์ตอบอย่างเลื่อนลอย ดูพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่สนใจเขา เซเวอรัสนึกอยากถากถางต่ออีกสักหน่อย แต่เขาก็ได้พบว่าพวกเขาเดินมาจนถึงใกล้ทางเข้าห้องโถงแล้ว ชายร่างสูงคิดชั่งใจอะไรบางอย่างขณะที่มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วกำขวดยาเล็กๆใบหนึ่งไว้ เขาลอบถอนหายใจยาวราวตัดสินใจก่อนจะหยุดชะงักเท้าแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มที่หยุดเดินตาม

 

“เอายานี่ไปทาก่อนเข้างานเลี้ยงซะพอตเตอร์ หน้าบวมๆของเธอจะได้ไม่เด่นเกินไปนัก” เขาพูดพร้อมทั้งยัดยาใส่มือของเด็กตัวปัญหาที่รับยาไปด้วยความงุนงง

 

“เอ่อ...ขอบคุณครับ?” เด็กหนุ่มพูดขอบคุณด้วยความไม่เข้าใจจนน้ำเสียงเหมือนกลายเป็นคำถาม แต่เซเวอรัสยังคงปั้นหน้าถมึงทึงใส่แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้ชีพจรของเขากำลังเต้นรัวกว่าปกติแค่ไหน

 

“แล้วเช็ดเลือดที่หน้านั่นด้วยล่ะ มันดูสกปรกจริงๆ” เขาทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนจะรีบเดินออกไปยังทางเข้าห้องโถงด้านหลังของเหล่าอาจารย์ ทิ้งให้แฮร์รี่เดินเข้าห้องโถงทางหน้าคนเดียว

 

เซเวอรัสไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแค่การให้ยาเด็กคนนึงไปทามันจะน่าตื่นเต้นอะไรนักหนา ยิ่งหน้าเจ้าเด็กนั่นดูทึ่งมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เขาอายที่ทำอะไรไปมากเท่านั้น จนสุดท้ายก็เป็นเขาที่เดินหนีมาก่อน นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ และที่บ้าที่สุดก็คงจะเป็นตัวเขานี่ล่ะ

 

**********

 

งานเลี้ยงผ่านพ้นไปและถึงเวลาที่เหล่านักเรียนต้องกลับขึ้นหอพัก มันยังไม่ถึงเวลาเคอร์ฟิวหรอกแต่ส่วนใหญ่ก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่นกันหมดแล้ว นั่นรวมถึงกลุ่มของพวกแฮร์รี่ด้วย พวกเขานั่งคุยกันเรื่องที่แฮร์รี่ไปได้ยิน และเรื่องยาที่สเนปให้เขามา แน่นอนว่าเขาให้เฮอร์ไมโอนี่ตรวจสอบดูแล้วว่ามันเป็นยารักษาจริงๆไม่ใช่ยาพิษถึงได้กล้าทามันบนแผลที่โดนมัลฟอยซ้อมมา

 

เพื่อนเขาดูจะแปลกใจอยู่มากที่จู่ๆ สเนปดูจะใจดียอมให้ยาแฮร์รี่มาใช้ แต่ยังไม่ทันที่แฮร์รี่จะได้เล่ารายละเอียดอะไรฝนก็ตกลงมาเสียก่อน อันที่จริงเพราะตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมาโจเซฟแทบไม่ได้คุยกับเขาเลย การที่ฝนตกครั้งนี้เด็กหนุ่มจึงไม่ได้คาดหวังนัก

 

‘สวัสดีแฮร์รี่’ แต่คราวนี้กลับเป็นโจเซฟเองที่ทักขึ้นมาก่อน ทำให้แฮร์รี่ดีใจจนแทบเต้นเมื่อในที่สุดก็กลับมาได้ยินเสียงของโซลเมทเสียที

 

“โจเซฟ! คุณหายไปนานมาก! ผมนึกว่าคุณตัดพันธะโดยไม่บอกผมไปซะแล้ว”

 

‘ฉันไม่ใช่คนหยาบคายขนาดนั้น ฉันไปต่างประเทศพึ่งกลับมาถึงเมื่อวันก่อนนี่เอง’ พอได้ยินคำอธิบายอย่างนั้นก็ทำให้แฮร์รี่ทั้งดีใจที่ยังไม่ถูกลืมหรือถูกทิ้งไปไหน และทั้งหงุดหงิดอยู่นิดหน่อยที่อีกฝ่ายหายไปโดยไม่ยอมบอกกล่าวกันเสียก่อน

 

“ไม่เห็นคุณบอกก่อนเลยว่าคุณจะไปต่างประเทศน่ะ ผมก็รอทุกครั้งที่ฝนตกเลยว่าเมื่อไหร่คุณจะตอบ” เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอย่างน้อยใจอยู่หน่อยๆ จะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะในเมื่อเป็นคู่วิญญาณกันแบบนี้ อาจจะอารมณ์คล้ายๆเพื่อนคุยทางจดหมายที่จู่ๆวันนึงอีกฝ่ายก็ย้ายบ้านหายไปโดยไม่ยอมบอกก่อนนั่นล่ะ

 

‘มันฉุกละหุกน่ะฉันเลยไม่ทันบอกก่อน เลิกตัดพ้อฉันอย่างนั้นได้แล้ว’

 

“โธ่... คุณนี่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย ผมงอนก็ง้อผมหน่อยสิไม่ใช่สั่งให้ผมเลิกคิดง่ายๆ” แฮร์รี่แอบหยอดทีเล่นทีจริง เขาพอจะรู้จากการคุยกันนี่หรอกว่าโจเซฟน่ะดูจะไม่เข้าใจอะไรเรื่องพวกนี้พอๆกับรอนหรือเขานั่นล่ะ แต่ก็อดไม่ได้ที่แฮร์รี่อยากจะลองแกล้งงอแงใส่อีกฝ่ายดูสักหน่อย

 

เสียงที่ได้ตอบรับจากอีกฝ่ายคือเสียงถอนลมหายใจยาวแบบที่แฮร์รี่ก็ตอบไม่ได้ว่าคนทางนั้นกำลังหนักใจหรือเหนื่อยใจ ‘ฉันง้อไม่เป็นหรอกนะแฮร์รี่’

 

แฮร์รี่หัวเราะลั่นทันทีที่อีกฝ่ายทำเสียงเครียดใส่ ดูท่าว่าจะคิดมากจริงๆว่าต้องง้อเขาแบบไหนใช่ไหม? “ผมรู้ผมแค่แกล้งคุณเล่นหรอก ผมไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น” แฮร์รี่ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าเขาชอบความจริงจังไปเสียทุกเรื่องของคนฝั่งนั้นอยู่เหมือนกัน มันทำให้ดูน่ารักแปลกๆ

 

‘ฉันไม่อยู่แต่พักเดียวไปหัดเรื่องพวกนี้มาจากไหน?’

 

“ไม่ได้ไปหัดจากไหนมาเลยก็แค่ผมคิดถึงเลยแหย่เล่นเอง” พอคำว่าคิดถึงหลุดจากปากแฮร์รี่ถึงได้พึ่งสำนึกว่าเขาทำตัวเองใจเต้นแรงมากแค่ไหน

 

‘...แล้ววันนี้มีอะไรมาเล่าให้ฉันฟังล่ะ เธอน่าจะมีหลายเรื่องนะ’ และดูท่าโจเซฟก็คงมีใจเต้นผิดจังหวะไม่แพ้กันเมื่ออีกฝ่ายดูจะชะงักค้างไปสักพักก่อนรีบเปลี่ยนเรื่องไปอย่างรวดเร็ว

 

“เอ่อ...ก็ให้เล่าตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมาคงไม่ทันงั้นผมขอเล่าแค่ที่เจอมาวันนี้แล้วกันครับ” พอทางนั้นเปลี่ยนเรื่องไปแบบนั้นแฮร์รี่ก็ไหลตามไปด้วยก่อนที่หัวใจเขาจะเต้นแรงไปมากกว่านี้

 

‘วันนี้ไปเจออะไรมาล่ะ?’ เมื่อได้ยินคำถามแฮร์รี่จึงรีบเล่าตั้งแต่เรื่องที่เขาแอบไปฟังเดรโกคุยกับเพื่อนๆของเขาและพลาดถูกจับได้จนโดนซ้อมเสียหน้าเยินไปหมด

 

“แล้วก็นะ พอตอนที่จะกลับไปที่งานเลี้ยงสเนปเอายาแก้ช้ำปวดบวมมาให้ผมด้วยล่ะ ถึงจะบอกว่าเพราะรำคาญที่จะเห็นผมเข้าไปงานเลี้ยงสภาพนั้นแล้วคนจะฮือฮาก็เถอะ แต่แบบปกติเขาน่าจะสะใจมากกว่าใช่ไหมว่าหน้าผมเยินอะ มันเลยแปลกเอามากๆ”

 

‘...เขาอาจจะแค่รำคาญตาเฉยๆก็ได้แฮร์รี่ เพื่อนเธอก็ตรวจดูยานั่นแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเขาไม่ได้วางยาพิษเธอน่ะ’

 

“อืม...นั่นสิครับ แต่ผมก็ว่ามันแปลกอยู่ดี ไม่รู้สเนปไปกินยาอะไรที่ไหนผิดมาหรือเปล่า แถมดูจะพูดหาเรื่องผมน้อยกว่าปกติด้วย” แฮร์รี่ยังคงวิเคราะห์ต่อ เขาไม่ได้คาดหวังว่าโจเซฟจะเข้าใจเท่าไหร่หรอก เขาแค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆก็เท่านั้น

 

‘เขาไม่หาเรื่องเธอก็ดีแล้วไม่ใช่หรือยังไงกัน’ ทันทีที่โจเซฟพูดจบประโยคนั้นเสียงสายฝนก็เริ่มดังขึ้นมาจากที่ไกลๆบ่งบอกว่าเวลาที่มีนั้นหมดลงแล้ว ‘ดูเหมือนเวลาจะหมดแล้วแฮร์รี่ ไว้คุยกันคราวหน้า’

 

“คุยกันคราวหน้าผมจะรอฟังเรื่องที่คุณไปต่างประเทศมาบ้างนะ”

 

เสียงโจเซฟเงียบหายไปแล้วและยามนี้เสียงเอะอะครึกครื้นของห้องนั่งเล่นรวมก็กลับมาดังเดิมพร้อมๆกับสายตาของเพื่อนเขาทั้งสองคน ที่ดูจะเอาแต่มองเขาแล้วพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

“พวกนายยิ้มน่าขนลุกมากรู้ตัวไหม” แฮร์รี่บอก

 

“น่าขนลุกไหมไม่รู้ แต่ที่รู้ๆฉันว่าฉันเห็นคนหน้าแดงตอนคุยกับคู่นะ” เด็กหนุ่มผมแดงพูดพร้อมหัวเราะลั่น ทำเอาคนถูกล้อยิ่งอายขึ้นไปอีกจนต้องปาหมอนใส่

 

“เงียบไปเลยรอน” แฮร์รี่แทบจะแยกเขี้ยวขู่ แต่ดูจะไม่ค่อยได้ผลนักเมื่อกระทั่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ยังหัวเราะคิกและพูดแซวผสมโรงด้วย

 

“สงสัยเรื่องวิธีตัดพันธะและสร้างพันธะที่ฉันไปศึกษามาคงจะไม่ได้ใช้แล้วล่ะมั้ง”

 

“เธอได้ใช้ผูกใหม่แน่ๆอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง” แฮร์รี่เถียงกลับในทันทีแต่กลายเป็นว่าคำพูดนั้นทำเพื่อนทั้งสองคนเงียบกริบในทันที แฮร์รี่จึงพึ่งสำนึกได้ว่าเขาพูดอะไรออกไป

 

“เอ่อ...เราเปลี่ยนเรื่องพูดกันเถอะ เมื่อกี้เราคุยเรื่องมัลฟอยกันถึงไหนแล้วนะ?” รอนรีบเสนอหัวข้อแก้บรรยากาศทันที และดูเหมือนจะได้ผล เมื่อทั้งแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ดูจะสนใจสนทนาหัวข้อใหม่นี่มากกว่า

 

**********

 

สัปดาห์แรกของการเรียนค่อนข้างวุ่นวายทีเดียว เพราะในทีแรกเขาคิดว่าตัวเองคงไม่ได้เรียนในวิชาปรุงยาแล้วเนื่องจากเกรดเขาไม่ถึงเกณฑ์ตามที่สเนปเคยกำหนดไว้ แต่เมื่อศาสตราจารย์มักกอลนากัลกลับบอกให้เขาไปเข้าเรียนได้เพราะศาสตราจารย์ซลักฮอร์นเป็นคนสอนไม่ใช่สเนป ทั้งยังบอกให้เขาพารอนไปด้วย แฮร์รี่และรอนจึงต้องรีบวิ่งกระหืดกระหอบไปยังคุกใต้ดิน

 

แต่เมื่อมาถึงเขาได้พบว่าซลักฮอร์นเริ่มสอนไปบ้างแล้ว แต่เขาก็ดูไม่ได้โกรธอะไรที่เห็นแฮร์รี่โผล่มากลางคันแบบนั้น ทั้งยังใจดีให้ยืมหนังสือเพราะพวกเขาไม่ได้ซื้อเตรียมไว้ก่อนอีกด้วย แฮร์รี่ได้หนังสือเก่าๆมาเล่มนึงในขณะที่รอนแย่งเอาเล่มที่ใหม่กว่าไป เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเขาหนังสือฟาดใส่เพื่อนสักทีด้วยความหมั่นไส้

 

แต่กลายเป็นกว่าหนังสือเก่าเล่มนี้มันช่วยแฮร์รี่ไว้อย่างมหันต์ เมื่อเจ้าของเก่ามันเขียนโน้ตหลายๆอย่างเอาไว้จนกลายเป็นว่านี่เป็นการปรุงยาครั้งแรกที่แฮร์รี่ทำได้ดีกว่าเฮอร์ไมโอนี่ และทำได้เขาได้น้ำยานำโชคเป็นรางวัลจากซลักฮอร์นไป (และแน่นอนว่ามันทำให้เฮอไมโอนี่ไม่พอใจมากๆ)

 

ถ้าหากวิชาปรุงยาที่เคยแย่แต่กลับไปได้ดี ต้องบอกว่าวิชาที่เคยดีอย่างป้องกันตัวจากศาสตร์มืดกำลังไปในทางที่แย่ มันแย่แน่ล่ะเมื่อคราวนี้คนสอนคือสเนปที่พวกเขาดูจะไม่ถูกชะตากันเอาเสียเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากัน และต้องมีปะทะคารมกันเกือบทุกครั้งในคาบเรียน

 

แน่นอนว่าคาบแรกของวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในปีนี้ก็เช่นกัน แฮร์รี่มีเรื่องเถียงกับสเนปในห้องที่ไม่เล็กเท่าไหร่นัก(และเฮอร์ไมโอนี่บ่นว่าเขาไม่ควรทำอย่างนั้นเลย)จนเขาถูกสั่งกักบริเวณในคืนวันเสาร์ แฮร์รี่เข้าใจว่าเขาสมควรคุมอารมณ์ได้ดีกว่านั้น แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกครั้งที่ปะทะคารมกับสเนปเขาจึงยอมให้อีกฝ่ายไม่ได้เลยจริงๆ

 

อาจจะนับว่าเป็นโชคดีที่ก่อนจะถึงวันที่ต้องถูกกักบริเวณดัมเบิลดอร์ก็เรียกเขาไปหาเสียก่อน ทำให้นัดของสเนปต้องถูกเลื่อนออกไป

 

“เขาจะสาปผมนะโจเซฟ ผมก็ต้องป้องกันตัวใช่ไหมล่ะ แต่เฮอร์ไมโอนี่กลับบ่นเหมือนผมเป็นคนผิด” เด็กหนุ่มบ่นขึ้นในบ่ายวันหนึ่งหลังได้รับจดหมายจากดัมเบิลดอร์ และเขากำลังเล่าให้โจเซฟฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเรียนในสัปดาห์แรกนี้

 

‘ข้อแรกเธอหักหน้าเขา และข้อสองคือเธอเถียงแค่เพราะอยากเอาชนะไม่ใช่เพราะเขาผิด’

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะหักหน้าเขาสักหน่อย แต่พอเขาจะสาปร่างกายผมมันก็ไปเองอัตโนมัติเลย”

 

‘เธอไม่ได้เถียงเรื่องอยากเอาชนะแปลว่ายอมรับข้อนั้นสินะ?’

 

“ผม...” แฮร์รี่เม้มปากแน่นรู้สึกอยากจะเถียงขาดใจ แต่เมื่อหาเหตุผลรองรับไม่ได้จริงๆเขาจึงได้แต่ยอมจำนน “อื้อ...ผมอาจจะแค่อยากเอาชนะจริงๆนั่นล่ะ”

 

เด็กหนุ่มได้ยินเสียงอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับกำลังเหนื่อยกับเด็กอย่างเขาอยู่ ‘รู้ตัวแล้วต้องสำนึกด้วยล่ะ ไม่ใช่คาบหน้าเจออีกเธอก็หาเรื่องเขาอีก มันก็ไม่จบไม่สิ้นกันหรอก’

 

“ถ้าเขาไม่หาเรื่องผมก่อนนะ ผมก็อยู่ของผมดีๆ” แฮร์รี่แอบเบ้ปาก “นี่ผมขำมากเลยนะที่เขาโดนดัมเบิลดอร์แย่งนัดเขาไปแบบที่เขาโต้แย้งอะไรไม่ได้ด้วย”

 

‘เธออายุ16แล้วนะ ยังสะใจที่ราวกับได้แก้แค้นแบบเด็กๆอีก’

 

“โหย ทางนั้นที่ชอบหาเรื่องผมก่อนก็ไม่ได้โตไปกว่าผมเท่าไหร่นักหรอก” เด็กหนุ่มเถียงกลับในทันที ถ้าจะว่าเขาเด็กเรื่องนี้เจ้าคนที่หาเรื่องเขาก่อนต้องเด็กกว่าเขามากแน่ๆล่ะ “หาเรื่องเด็กอายุ16นี่ไม่เด็กทำไมไม่ได้หรอก”

 

‘อืม... นั่นสินะ บางทีทางนั้นเขาอาจจะยึดติดแบบเด็กๆ ยิ่งกว่าเธอก็ได้ พยายามทนรับมือพวกมีปมหน่อยแล้วกัน’ แฮร์รี่ฉงนทันทีที่ได้อย่างนั้น เขาว่าเขาไม่เคยเล่าเรื่องแก๊งพ่อเขากับสเนปให้ฟัง หรือหนนั้นที่เขาบ่นไปอีกฝ่ายจะได้ยิน? แต่โจเซฟน่าจะเรียนรุ่นใกล้ๆ กับพ่อของเขาอาจจะรู้อะไรมาก่อนแล้วก็ได้

 

“จริงสิคุณเลยพูดว่าอายุพอๆกับพ่อผมเลยนี่นา คุณรู้จักพวกเขาไหม?”

 

โจเซฟเงียบหายไปพักใหญ่จนแฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าเวลาของทางนั้นหมดไปแล้วหรือเปล่า จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายถอนหายใจ ‘ไม่แฮร์รี่ ฉันเป็นรุ่นพี่พวกเขาอยู่หนึ่งปี ฉันเคยเห็นและได้ยินชื่อพวกเขาผ่านๆ แต่ฉันเป็นพวกเก็บตัวเงียบไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เลยไม่ค่อยรู้จักใครนัก’

 

“โธ่เสียดายจัง ผมอยากรู้มาตลอดเลยว่าอะไรทำให้สเนปเกลียดพ่อของผมขนาดนั้น ถึงขนาดเหมารวมผมที่กระทั่งหน้าของพ่อผมก็จำไม่ได้นี่น่ะ” แฮร์รี่ถอนหายใจอย่างอดเสียดายไม่ได้จริงๆ เขาคาดหวังไว้พอสมควรเลยว่ายังไงโจเซฟก็น่าจะรู้อะไรบ้าง แต่เขาดันลืมคำนวณไปว่าอีกฝ่ายสันโดษแค่ไหน ดังนั้นเรื่องที่โจเซฟว่าไม่รู้จักก็คงจริงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

‘บางครั้งบางทีอาจจะแค่เหมือนเธอกับเด็กมัลฟอยคนนั้นก็ได้ ที่ก็แค่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก’ แฮร์รี่หัวเราะร่าทันทีที่ได้ยินโจเซฟพูดทฤษฎีนั้น

 

“อืม ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็พอจะเข้าใจขึ้นมาเลยล่ะ”

 

**********

 

และแล้วเสาร์ที่แฮร์รี่ไม่อยากให้มาถึงที่สุดก็มาถึงจนได้ หลังเสาร์ที่ผ่านมาเขาได้ไปดูความทรงจำกับดัมเบิลดอร์มาจนเขาได้มีโอกาสเห็นแม่ของโวลเดอมอร์แล้ว เสาร์นี้เขาก็ต้องมาชดใช้กรรมที่ถูกเลื่อนมาของสเนปอยู่ดี ห้องทำงานของสเนปยังอยู่ในคุกใต้ดินแม้ว่าเขาจะถูกย้ายไปสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดแล้วก็ตาม

 

งานที่สเนปให้เขาทำช่างเป็นงานที่น่าเบื่อเพราะเขาถูกสั่งให้คัดแยกกองหนอนเน่าออกจากหนอนดี (ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการทำแบบนี้จะให้ได้ประโยชน์อะไรตรงไหน) และระหว่างที่เขาคัดแยกอยู่นั้นสเนปก็นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม่ได้ไกลออกไปมากนัก ไม่รู้ว่าเพราะกลัวเขาอู้หรือเปล่าเจ้าตัวถึงได้ต้องมานั่งตรวจงานอยู่กับเขาแบบนี้

 

มันไม่ใช่ความเขาอึดอัดที่อาจารย์จะคอยจ้องดูงานที่เขาทำหรอกนะ แต่เพราะมันเป็นสเนปที่พวกเขาไม่เคยอยู่ร่วมกันโดยปกติสุขได้เกิน15นาที(หรืออาจจะน้อยกว่า) ดังนั้นการที่อีกฝ่ายมานั่งทำงานอยู่ใกล้ๆเขาแบบนี้แฮร์รี่เดาได้เลยว่าอีกไม่นานพวกเขาคงได้เริ่มต้นเถียงกันอีก

 

แต่ทุกอย่างกลับปกติดีผิดคาดเมื่อพวกเขาต่างแยกกันทำงานของตัวเอง ไม่มีคำถากถาง ไม่มีการพูดจากัน ราวกับอีกคนที่อยู่ในห้องเป็นเพียงต้นไม้ประดับก็เท่านั้น แต่ถึงจะไม่ได้พูดอะไรกันแฮร์รี่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองคนที่นั่งทำงานอยู่เป็นระยะ กองงานบนโต๊ะนั่นที่เขาคาดว่าน่าจะเป็นการบ้านที่คนเป็นอาจารย์สั่งไว้ มันดูไม่ได้น้อยลงไปเท่าไหร่นับตั้งแต่แฮร์รี่เริ่มแยกกองหนอนจนถึงตอนนี้ที่เวลาผ่านไปจวนจะครบชั่วโมงแล้ว

 

ยิ่งมองแฮร์รี่ก็ยิ่งนึกสงสัย ถ้าหากสั่งงานไปมากมายอย่างนั้นแล้วตัวเองก็ต้องมีงานเยอะแยะมานั่งตรวจไม่แพ้กันงั้นสั่งไปเยอะขนาดนั้นทำไม แค่สั่งงานให้น้อยลงหน่อยก็ไม่ต้องมานั่งตรวจอย่างนี้แล้ว หรือเพราะกลัวตัวเองว่างเลยหางานทำ และกลัวนักเรียนจะว่างด้วยเลยเพิ่มงานให้นักเรียนทำเล่น? ยิ่งเมื่อคิดรวมความโรคจิตเป็นทุนเดิมของสเนปแล้วแฮร์รี่ก็ยิ่งคิดว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้จริงๆ

 

“มองอะไรไม่ทราบพอตเตอร์ งานของเธอเสร็จแล้วหรือไง?” และแล้วเขาก็ถูกสเนปรู้ตัวจนได้ว่ากำลังถูกแอบมอง แฮร์รี่รีบตีหน้าซื่อทำไม่รู้ไม่ชี้ตอบในทันที

 

“ยังครับ ผมแค่ตาพร่าเลยมองไปทั่วเพื่อพักสายตาเฉยๆครับ” สเนปหรี่ตามองอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก แฮร์รี่รู้ดีว่าสายตาแบบนั้นมันต้องมีคำถากถางตามมาแน่ๆเขาจึงรีบเตรียมใจเตรียมหูรับมือ

 

นับว่ายังเป็นโชคช่วยเมื่อสัญชาตญาณร้องเตือนขึ้นว่าฝนกำลังจะตก สเนปที่เตรียมอ้าปากจะด่าเขาแล้วจึงปิดปากเงียบลงแล้วกลับไปมองงานของเจ้าตัวแทน เพราะรู้ว่าด่าไปไม่ทันครบประโยคเขาก็คงไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว แฮร์รี่คิดว่าเขาอาจจะต้องรีบแยกหนอนให้เสร็จแล้วรีบออกไปก่อนครบ5นาที ไม่อย่างนั้นเขาน่าจะโดนเหน็บอีกยาว

 

แฮร์รี่เฝ้ารอเสียงสายฝนที่เงียบลงพร้อมกับมือที่เร่งรีบขยับทำงานไปด้วย “โหย ฝนช่วยชีวิตผมเลยล่ะโจเซฟ”

 

‘…’ เมื่อมีเพียงความเงียบเป็นการตอบกลับแฮร์รี่จึงคาดเดาเอาว่าอีกฝ่ายอาจจะฝนไม่ตก หรือไม่ก็รออีกสักพักเขาอาจจะตามมาทีหลัง

 

---------------

 

เซเวอรัสรู้สึกตัวมาสักพักแล้วว่าเขากำลังถูกเด็กเหลือขอมันแอบมองอยู่ เขาก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่ามันจะมองอะไรเขานักหนา นึกสงสัยอยู่หรือไงว่าทำไมเขาต้องมานั่งตรวจงานเฝ้าขณะที่มันกำลังทำงานที่เขามอบหมายให้อยู่? แต่ถึงสงสัยไปเขาก็ไม่ได้มีคำตอบให้หรอกเพราะเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไม

 

แต่พอโดนมองมากๆเข้าเขาก็ชักจะเริ่มรำคาญ สงสัยเด็กนี่จะไม่อยากอยู่เงียบๆดีๆเขาจึงต้องออกปาก “มองอะไรไม่ทราบพอตเตอร์ งานของเธอเสร็จแล้วหรือไง?”

 

“ยังครับ ผมแค่ตาพร่าเลยมองไปทั่วเพื่อพักสายตาเฉยๆครับ” ดูเจ้าเด็กเหลือขอมันแก้ตัวเข้า อยากพักสายตาแต่มองเขานี่นะ? คงเป็นที่พักสายตาที่ดีซะจริง เซเวอรัสกำลังจะอ้าปากสวนกลับสักหน่อยแต่เพราะฝนที่กำลังจะตกทำให้เขาต้องปิดปากลงอย่างหงุดหงิด

 

‘โหย ฝนช่วยชีวิตผมเลยล่ะโจเซฟ’ เจ้าเด็กพอตเตอร์เริ่มพูดทันทีที่เสียงสายฝนเงียบหายไป

 

“...” เซเวอรัสนิ่งเงียบกลับ จะให้เขาพูดอะไรได้ล่ะในเมื่อเด็กนี่มันก็นั่งอยู่ตรงหน้าเขา และหวังว่าพอเขาไม่ตอบมันจะเงียบๆทำงานของมันต่อไป

 

‘ว้า...ไม่อยู่เหรอ งั้นจะบ่นไปเรื่อยๆเผื่อจะมาทีหลังก็แล้วกัน’ กลับกันแทนที่มันจะเงียบพอตเตอร์กลับเริ่มพูดต่อไปเรื่อย

 

‘ตอนนี้ผมกำลังถูกกักบริเวณกับสเนปล่ะ เนี่ยผมต้องมานั่งคัดแยกหนอนที่ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมเหมือนกันไม่เห็นได้ประโยชน์ตรงไหนเลย เออแต่ก็แปลกดีเหมือนกันที่เขาไม่ค่อยพูดอะไรกับผมเลยล่ะ คิดว่าเรียกกักบริเวณผมนี่จะหาเรื่องอะไรผมซะอีก แต่นี่ก็เงียบมาเกือบชั่วโมงแหนะก่อนที่สุดท้ายผมจะโดนหาเรื่องจนได้ ที่บอกว่าฝนช่วยชีวิตไง เนี่ยเมื่อกี้เขากำลังจะด่าผมแน่ๆแต่ฝนตกลงมาก่อน นี่ผมต้องเตรียมหูไว้หลังฝนด้วยใช่ไหมเนี่ย’

 

พอตเตอร์บ่นไปเรื่อยเปื่อยพร้อมยิ้มบางๆตลอดการบ่นนั่น เซเวอรัสมองแล้วก็นึกสงสัย เด็กนี่ทำหน้าแบบนี้ตลอดเวลาที่คุยกับเขาเลยหรือเปล่า? เป็นสีหน้าที่หาดูได้ยากถ้าหากคุยกับเขาตรงๆ น่าคิดเหมือนกันว่าถ้าหลังจากรู้ความจริงแล้วเด็กนี่จะทำสีหน้าแบบไหน

 

‘เฮ้อ...พอต้องกลับมาพูดคนเดียวแบบนี้ก็เหงาแฮะ ผมคิดถึงคุณจัง หวังว่าจะไม่ได้ทิ้งผมไว้แล้วหนีไปไหนโดยไม่บอกก่อนอีกนะ’ เซเวอรัสชะงักไปทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ไม่อยากจะยอมรับนักว่าเขาเองก็อยากคุยโต้ตอบกับเด็กหนุ่มเช่นกัน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มจะชอบการได้คุยกันแบบนี้ ยิ่งเห็นรอยยิ้มร่าเริงเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหงาๆนั่นแล้วเซเวอรัสนึกอยากตอบอีกฝ่ายเสียเดี๋ยวนั้น ไม่รู้ว่าช่วงหน้าร้อนที่เขาไม่ได้ตอบกลับไปเลยนั่นเด็กนี่ทำหน้าแบบนี้ทุกครั้งไหม แต่ถ้าจะให้เขาลุกออกไปตอนนี้แล้วตอบกลับเด็กหนุ่มก็คงจะดูประหลาดเกินไป เขาจึงทำได้เพียงนิ่งเงียบต่อไปอย่างนั้น

 

เสียงพอตเตอร์เงียบหายไปแล้วแม้เวลาจะยังไม่หมด เด็กนี่คงถอดใจเรื่องที่เขาจะตอบไปแล้ว และดูจะหันมาขะมักเขม้นกับการรีบคัดแยกหนอนแทน คงกลัวว่าทันทีที่ช่วงเวลานี้หมดลงแล้วเขาจะเหน็บแนมต่อจากเมื่อครู่ แต่เซเวอรัสไม่มีอารมณ์จะทำอย่างนั้นแล้ว ถึงหลายๆอย่างที่เด็กนี่บ่นมาจะทำเขาคิ้วกระตุกอยู่บ้าง แต่แค่รอยยิ้มเหงาๆเพราะเขาไม่ได้ตอบกลับไปนั่นก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจเรื่องบ่นต่อแล้ว

 

เสียงรอบตัวกลับมาดังเป็นปกติแล้วพร้อมๆกับพอตเตอร์ที่ยกถาดหนอนเดินมาหาเขา “ผมแยกเสร็จทั้งหมดแล้ว ผมกลับได้เลยไหมครับ?” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูจะปรับอารมณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว เซเวอรัสจึงพยักหน้าและโบกมือไล่ให้พอตเตอร์ออกไปจากห้องทำงาน

 

ทันทีที่เด็กหนุ่มหายไปจากสายตาพร้อมๆกับประตูห้องทำงานที่ถูกปิดลงเซเวอรัสจึงผ่อนลมหายใจยาวหลังจากที่อดกลั้นมาหลายนาที เขาไม่อยากจะยอมรับนักหรอกว่าเจ้าสายสัมพันธ์นี่ก็เริ่มจะมีอิทธิพลกับเขามากขึ้นเรื่อยๆแล้วเช่นกัน

 

===========================================

 

Talk: สวัสดีค่า กลับมาแล้วหลังจากหายไปไม่นานเท่าไหร่(เหรอ?) คือเราไปเจอในทวิตมาว่าให้เขียนพลอตทั้งหมดก่อนแล้วติ๊กว่าเขียนไปถึงไหนยังไงแล้วจะช่วยให้เขียนได้ง่ายและเรียงลำดับเรื่องได้ดีขึ้นแบบนี้ล่ะค่ะ อยากอวดว่าทำแล้วมันเขียนง่ายขึ้นจริงๆแบบไม่อายลายมือ(ฮา)

img_1136

อาจจะต้องเสียเวลาช่วงเขียนพลอตนิดนึง แต่เขียนเสร็จแล้วมันพิมพ์เรื่องได้เร็วขึ้น ทำให้คิดว่าตอนนี้8น่าจะไม่ทิ้งห่างนานขนาดนี้แล้ว คิดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้คงได้อ่านกัน

และเห็นอะไรนี่ไหมมม

Screen Shot 2563-02-01 at 18.15.14

ถูกต้องค่ะ จริงๆคือแดดดี้ตอน3เสร็จนานแล้วดองเราไว้เพราะอยากอัพเรื่องนี้ก่อนค่อยลงแดดดี้

ดังนั้นอีกสองอาทิตย์เจอกันที่ฟิคแดดดี้ค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

242 ความคิดเห็น

  1. #236 Rinovel (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 23:27
    อ้ยย ตอนนี้น่ารัก เจ้าหนูแฮรี่แสบขึ้นเยอะเลยรึเปล่านะ สัมผัสได้ ป๋าก็เหมือนเริ่มใจอ่อนให้บ้างแล้ว รวมกันเปนความน่ารักเท่าโลก ฮึ่ย
    #236
    0
  2. #225 3sandy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:33
    หนูอย่าหยอดป๋าเยอะ ป๋าใจกระตุกหมดแล้ว55555
    #225
    0
  3. #155 L a l i c e ♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:17
    คูมไรท์กลับมาแน้ววว แง อยากให้น้องรี่รู้ว่าป๋าคือใครสักที ;-;
    #155
    0
  4. #154 จิ้งจอกกอดลูกโลก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:53

    ละ ลายมืออะไรนั้น..
    พยายามอ่านแล้วนะ แต่.......
    โอเคๆ ไม่แซวแหละ
    รอตอนต่อไปนะคะ <3
    #154
    1
    • #154-1 raining(จากตอนที่ 8)
      17 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:45
      แฮ่ เขียนในไอแพดด้วยค่ะก็จะหวัดกว่าปกตินิดนึง แต่ลายมือบนกระดาษจริงๆก็ไม่สวยไปกว่านี้เท่าไหร่ กร๊ากกก
      #154-1
  5. #153 hlouknam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:35
    เย้ๆๆๆ ไรท์กลับมาแล้ววว คิดถึงจังเลยค่ะ ความอ่อนโยนของป๋านั่น แงงง คือแพ้ไทป์แบบนี้ นิ่งๆแต่กินขาด ฮรืออออ
    #153
    0
  6. #152 jjassZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:43
    ฮืออออดีใจมากเลนนน
    #152
    0
  7. #151 im.mild (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:34
    ฮือออ ดีใจจจ ไรท์กลับมาแล้ววว
    ตอนนี้โมเม้นต์เยอะมาก ป๋าใจอ่อนกับหนูรี่มากขึ้นทุกทีๆ ตอนให้ยานี่คือกุมใจแน้ว ไหนจะตอนท้ายที่ป๋านั่งมองน้องพูดด้วยความเอ็นดู? อีกล่ะ แถมป๋าก็ยอมรับออกมาแล้วว่าใจอ่อน งื้อออ รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วค่า อยากรู้ว่าน้องจะรู้ความจริงตอนไหน และแบบไหนกันน้า รอติดตามนะคะไรท์ *ปากำลังใจ*
    #151
    0
  8. #150 Secr3t-Key (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:28
    น่ารักมากๆเลยยยย เฮียเนปเปิดอกคุยกะน้องเร็วๆน้า
    #150
    0
  9. #149 zomweeri (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:31
    อร๊ายยยยยยยย เขิน
    #149
    0
  10. #148 Mil me fang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:58
    เขินง่าาาาาาา คือน่ารักมาก ๆ ><
    #148
    0
  11. #147 Tidvita (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:20
    สนุกมากเลยค่าาาา
    ปล.ขอบคุณสำหรับข้อมูลวิธีการเขียนเนื้อเรื่องที่ไรท์เอามาแชร์กับคนอ่านด้วยนะคะ
    #147
    3
    • #147-1 Tidvita(จากตอนที่ 8)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:21
      เพราะเราเองเป็นคนที่จะชอบหลงๆลืมๆ พร็อตที่เขียนไว้ตลอดเลยแฮะ
      #147-1
    • #147-2 raining(จากตอนที่ 8)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:32
      ลองดูนะคะ เราลองละมันเวิร์คมากจริงๆ ได้รู้ด้วยว่าเราเขียนถึงไหนแล้ว เหลืออีกเท่าไหร่
      #147-2
  12. #146 Sweet dreaM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:32
    คิดถึงเรื่องนี้ยยยยย
    #146
    0