[Fic Harry] Whisper in the Rain (SS/HP)

ตอนที่ 11 : 10th Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

10th Rain

สุดท้ายในคืนนั้นแฮร์รี่ก็ได้ไปหาดัมเบิลดอร์ก่อนจะกลับไปที่หอนอน เพราะเขาคิดว่าเรื่องที่พึ่งได้รู้นั่นคงทำเขานอนไม่หลับเป็นแน่ การได้ไปดูความทรงจำกับดัมเบิลดอร์อาจจะช่วยให้เขามีเรื่องอื่นให้ได้คิดมากกว่าจมกับอีกเรื่องที่เขาไม่อยากนึกถึง

 

แน่นอนว่าเมื่อได้เจอกับดัมเบิลดอร์แล้วมันก็ช่วยเขาได้มากทีเดียว เพราะตอนนี้เขาต้องมานั่งคิดว่าฮอร์ครักซ์ของโวลเดอมอร์จะเป็นอะไรได้บ้าง และเฝ้าคอยวันที่ดัมเบิลดอร์จะเรียกเขาไปช่วยกำจัดฮอร์ครักซ์อีกชิ้นหนึ่ง

 

แฮร์รี่เล่าเรื่องความทรงจำและเรื่องที่ได้คุยกับดัมเบิลดอร์ให้เพื่อนๆของเขาฟังในช่วงมื้อเช้า ทั้งสองคนดูจะตื่นเต้นไปกับเขามากๆที่มีโอกาสจะได้ออกไปทำงานกับอาจารย์ใหญ่ ขณะเดี๋ยวกันก็เป็นกังวลไม่น้อยเกี่ยวกับจำนวนฮอร์ครักซ์ที่อาจจะมีถึงหกชิ้น

 

แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดให้ใครฟังเลยแม้แต่รอนหรือเฮอร์ไมโอนี่ คือเรื่องที่โซลเมทของเขากลายเป็นเซเวอรัส สเนป โชคดีที่ช่วงนี้ฝนทิ้งห่างออกไปแล้ว หลายวันที่ผ่านมานี้จึงยังไม่มีฝนตกเลยสักวัน

 

ก็ไม่ใช่ว่าแฮร์รี่ไม่อยากจะคุยเพื่อสะสางเรื่องที่ยังค้างคากันอยู่หรอกนะ แต่เขาก็ยังไม่อาจทำใจได้เช่นกันที่คนที่เขาคิดว่าตัวเองอาจจะมีใจให้ กลายเป็นคนที่เขาเกลียดจนไม่แม้แต่อยากจะมองหน้า ยิ่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านๆมาที่เขาเคยทำไปแล้วยิ่งทั้งโกรธทั้งอายจนไม่รู้ว่าจะกลับไปคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างไร เพราะเมื่อลองมาคิดย้อนดูอีกที... เขาก็เคยนินทาสเนปให้เจ้าตัวเองฟังไว้ตั้งขนาดนั้น แล้วไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่มันเกือบจะทุกครั้งที่ได้คุยกันตลอดระยะเวลาสองปีนี่เลยนะ! เมอร์ลินฆ่าเขาทีเถอะก่อนที่เขาจะถูกสเนปฆ่า

 

แต่มานึกดูแล้ว โจเซฟก็ไม่เคยแสดงอาการโกรธเขาสักครั้งตอนที่เขานินทาสเนป ทั้งยังมีหลายครั้งที่ให้คำแนะนำดีๆแก่เขา อย่างตอนปีสี่ที่ช่วยเขาเรื่องหญ้าเหงือกปลานั่น หรืออย่างตอนปีห้าที่ให้คำแนะนำเขาเรื่องการฝึกสกัดใจทั้งๆที่ยังโกรธเขาเรื่องถูกแอบดูความทรงจำ คิดๆไปแล้วก็มีอีกหลายครั้งที่อีกฝ่ายคุยเล่นหัวเราะกับเขา จนเขาไม่อาจทำใจเชื่อได้จริงๆว่ามันเป็นสเนป

 

เพราะไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไรแฮร์รี่จึงพับเก็บเรื่องสเนปไว้ส่วนที่ลึกที่สุดไปก่อน และพยายามคิดเรื่องอื่นๆขึ้นมาแทนที่ 

 

จนกระทั่งเขาได้พบมัลฟอยในห้องน้ำ... พวกเขาปะทะกันด้วยคาถา และทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนแฮร์รี่ก็ไม่แม้แต่จะคิดว่ามันจะเกิด

 

“ครูซิ—” 

 

“เซ็กตรัมเซมปร้า!” เขาร่ายคาถาออกไปก่อนทีมัลฟอยจะร่ายคำสาปกรีดแทงได้จบ

 

บาดแผลลึกราวกับถูกกรีดด้วยมีดดาบปรากฏขึ้นบนร่างของมัลฟอย เขาโซเซถอยหลังและล้มลงบนพื้นที่น้ำเจิ่งนอง พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของเมอร์เทิลก่อนที่เธอจะทะลุกำแพงออกไป

 

สเนปพุ่งเข้ามาหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ร่ายคาถาที่ช่วยสมานบาดแผลเหล่านั้นถึงสามครั้งกว่าแผลจะสมานเข้าหากัน แฮร์รี่ยังคงนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้นด้วยความไม่รู้ถึงผลของคาถาที่ตัวเองร่ายออกไป เขาคิดว่ามันคงเป็นเพียงคำสาปตลกๆอย่างจับข้อเท้าห้อยหัว หรือทำให้เล็บนิ้วเท้ายาวฉับพลันเหมือนที่ผ่านๆมา แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าผลมันจะเลวร้ายถึงเพียงนี้

 

“พอตเตอร์ เธอคอยฉันอยู่ตรงนี้” คนเป็นอาจารย์สั่งด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ และแฮร์รี่ไม่มีความคิดสักเสี้ยวเดียวที่จะไม่เชื่อฟัง เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า มองตัวเองผ่านเศษกระจกที่แตกร้าวถึงได้พบว่าตัวเขาเปียกไปด้วยทั้งเลือดและน้ำ เขายืนก้มหน้านิ่งอยู่ตรงนั้นรอคอยรับการลงโทษถึงสิ่งที่เขาพึ่งกระทำลงไป

 

สิบนาทีหลังจากนั้นสเนปก็กลับมา เขาก้าวเข้ามาในห้องน้ำและปิดประตูตามหลังก่อนจะไล่ให้เมอร์เทิลออกไป

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจ” แฮร์รี่พูดขึ้นในทันที มันไม่ใช่แค่ข้อแก้ตัวแต่เพราะเขาไม่รู้จริงๆว่าคาถานั่นมันทำอะไรได้

 

สเนปแค่จ้องมองแต่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้แฮร์รี่หยุดพูดก่อนที่เขาจะตวัดไม้กายสิทธิ์ชี้ไปที่ประตูแล้วร่ายคาถา “มัฟฟลิอาโต!”

 

“ไปเอาหนังสือเล่มนั้นมาให้ฉัน” ถึงตอนนี้สเนปหันมาพูดกับเด็กหนุ่มแล้วด้วยน้ำเสียงที่แสดงความโมโหอย่างไม่ปิดบัง

 

“คุณหมายถึงอะไร ผมไม่รู้เรื่อง” แฮร์รี่เฉไฉทั้งๆที่เขารู้ดีว่าคนตรงหน้านี้หมายถึงอะไร จากคาถาที่อีกฝ่ายพึ่งใช้ก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดี

 

“เธอรู้ว่าฉันหมายถึงอะไรพอตเตอร์ หนังสือปรุงยานั่น... หนังสือของเจ้าชายเลือดผสม” ใบหน้าของสเนปยังคงเขียวคล้ำไปด้วยความโกรธ แฮร์รี่ทำได้เพียงยืนก้มหน้านิ่งไม่ไหวติงและยังคงไม่ยอมอ้าปากพูดเรื่องหนังสือเช่นกัน

 

“ถ้าเธอจำได้พอตเตอร์ เธอเป็นคนบอกให้ฉันรู้เองว่าเธอมีหนังสือนั่น และฉันก็ยังยอมปล่อยให้เธอเอามันไปใช้ เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นประโยชน์กับเธอในการเรียน แต่ถึงตอนนี้เห็นได้ชัดแล้วว่าฉันคิดผิด” สเนปยังคงพูดต่ออย่างหงุดหงิด ถึงไม่ได้ขึ้นเสียงใส่เขาเหมือนทุกที แต่เรื่องที่อีกฝ่ายพูดออกมานั่นก็ทำให้แฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะโต้ตอบ

 

“ผมบอกให้คู่วิญญาณของผมรู้ ไม่ได้บอกให้อาจารย์รู้นี่ครับ อีกอย่างคนที่ผมคุยด้วยเขาก็บอกว่าเขาไม่รู้จักเจ้าชาย” แฮร์รี่พำพึมทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่อย่างนั้น แต่ด้วยความเงียบที่อยู่รอบตัวพวกเขาแล้วจึงไม่ยากเลยที่สเนปได้ยินชัดทุกถ้อยคำ

 

“เราจะคุยเรื่องนั้นกันตรงนี้เลยใช่ไหมพอตเตอร์” อาจารย์ร่างสูงถามกลับด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบ จนเด็กหนุ่มต้องส่ายหัวเบาๆ

 

“ไม่ครับ... ผม... ผมแค่...” แฮร์รี่อ้ำอึ้งพูดต่อไม่ถูก เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรในเมื่อตัวเขาเองตอนนี้ก็มีหลายความคิดตีกันเสียจนยุ่งเหยิงไปหมด ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาไม่รู้สึกผิดเรื่องที่พึ่งทำลงไป แต่เพราะอีกฝ่ายพูดเรื่องที่เคยคุยกันตอนที่เขายังนึกว่ามันเป็นคนอื่นแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้

 

สเนปมองท่าทีเด็กชายที่เป็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างข่มอารมณ์ “ไปเอาหนังสือเล่มนั้นมา แล้วไปเจอฉันที่ห้องทำงาน เราจะได้จัดการเรื่องนี้และสะสางเรื่องอื่นๆต่อ เข้าใจไหม?”

 

“ผม...”

 

“และอย่าได้ริเอาหนังสือเล่มอื่นมาอ้างพอตเตอร์ เพราะฉันจะรู้ในทันที” 

 

พูดจบสเนปก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่ให้แฮร์รี่ได้ทันกล่าวแย้ง เด็กหนุ่มได้แต่พ่นลมหายใจกระฟัดกระเฟียดกับตัวเองก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องพักของตนเพื่อหาหนังสือเล่มนั้น

 

แฮร์รี่นั่งมองหนังสือเล่มเก่าอยู่นานด้วยความอาวรณ์ เขาตัดใจมอบมันให้สเนปไม่ได้จริงๆ เจ้าชายเป็นเหมือนเพื่อนอีกคนของเขาไปแล้ว การที่เขาถูกเอาหนังสือเล่มนี้ไปมันก็เหมือนการที่เขาต้องจากลาเพื่อนสนิทโดยไม่อาจได้เห็นหน้าอีก แต่ถ้าหากเขาเอาหนังสือเล่มอื่นไปให้สเนปก็ต้องรู้แน่นอน ทั้งจากการที่อีกฝ่ายขู่เขาไว้และการที่ใช้คาถานั่นให้เขาเห็นโต้งๆ

 

แต่มาคิดดูแล้วมันก็ยิ่งน่าโมโห ไหนตอนนั้นบอกว่าไม่รู้จักแต่พอมาตอนนี้กลับทำเป็นรู้จักเจ้าของหนังสือเป็นอย่างดี มันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าที่ผ่านมาเขาโดนหลอกมาโดยตลอด ตั้งแต่ตัวจริงของอีกฝ่ายรวมถึงข้อมูลอื่นๆที่เคยคุยกันด้วย น่าคิดเหลือเกินว่าความห่วงใยที่เคยได้รับนั่นก็เพียงแค่เรื่องหลอกลวงหรือเปล่า?

 

“แฮร์รี่ เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมตัวนายเปียกอย่างนั้นล่ะ? เดี๋ยวนะ...นั่นเลือดใช่ไหม?!” รอนที่พึ่งกลับมาที่ห้องพักเห็นเพื่อนนั่งนิ่งอยู่บนเตียงทั้งที่ตัวเปียกโชกก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย จนคนที่ถูกทักสะดุ้งตัวขึ้นเหมือนคนพึ่งตื่นจากภวังค์

 

“มีเรื่องนิดหน่อย ไว้ฉันค่อยกลับมาเล่าให้พวกนายฟังนะ” แฮร์รี่พูดตอบโดยไม่มองหน้ารอนพร้อมทั้งหยิบหนังสือปรุงยาของเจ้าชายขึ้นมาอย่างรีบร้อนก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องพักไป

 

เด็กหนุ่มรีบสาวเท้าก้าวไปตามทางเดินด้วยรู้ว่าตัวเองเสียเวลากับการเหม่อลอยมากเกินไป และจะยิ่งทำให้สเนปไม่พอใจเมื่อเขากลับไปหาช้าอย่างนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ถามถึงเจ้าของหนังสือที่แท้จริง

 

“ชักช้านะพอตเตอร์ ร่ำลากับหนังสืออยู่หรือไง” สเนปที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานแขวะขึ้นทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามาในห้อง

 

แฮร์รี่ที่ได้ยินอย่างนั้นจึงกำลูกบิดประตูแน่นและดึงมันปิดเข้ามาด้วยความพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่กระแทกประตู ก่อนจะหันไปปั้นหน้ายิ้มแล้วตอบกลับ “ครับ ผมนึกว่าอาจารย์รู้อยู่แล้วเสียอีกว่าผมรักหนังสือนี่แค่ไหน”

 

“อย่ามาประชดฉันพอตเตอร์” ดวงตาสีเข้มหรี่มองเด็กชายยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะสะบัดไม้กายสิทธิ์ร่ายคาถากั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไป “ตอนนี้ส่งหนังสือนั่นมาแล้วฉันจะอนุญาตให้เธอถามคำถามที่เธออยากจะรู้”

 

“ผมจะรู้ได้ไงว่าคุณจะตอบความจริง” แฮร์รี่ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความอ่อนน้อมลงเลยแม้แต่น้อย เขารู้ว่าตอนนี้เขามีชนักปักหลังของเขาอยู่ แต่ระหว่างเขากับสเนปก็มีหลายเรื่องมากเกินกว่าที่พวกเขาจะคุยกันดีๆได้

 

“จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเธอ เพราะฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามเธอด้วยซ้ำ เธอจะไม่ถามอะไรเลยก็ได้ แต่เธอต้องวางหนังสือนั่นไว้ตรงนี้ก่อนที่เธอจะออกไปอยู่ดี”

 

แฮร์รี่เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นด้วยรู้ว่าที่สเนปพูดนั้นเป็นความจริงทั้งหมด การที่สเนปยอมเปิดโอกาสให้เขาปถามอย่างนี้ก็นับว่าเป็นความใจดีที่สุดเท่าที่แฮร์รี่เคยได้รับมาแล้ว(แน่นอนว่าไม่นับตอนที่อีกฝ่ายยังคงแสดงเป็นโจเซฟอยู่)เมื่อคิดได้อย่างนั้นเด็กหนุ่มจึงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนน้อมลงมาก ทั้งยังยอมวางหนังสือที่ถือไว้บนโต๊ะทำงานของสเนปแต่โดยดี “จริงๆแล้วคุณรู้จักเจ้าของหนังสือเล่มนี้ใช่ไหมครับ”

 

สเนปนิ่งเงียบไปหลังคำถาม นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นมองหนังสือที่แฮร์รี่ยอมนำมามอบให้อย่างพินิจอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะเงยขึ้นสบมองเด็กชายตรงหน้าแล้วตอบออกไปตามความจริง “มันเป็นหนังสือของฉัน...” 

 

“คุณต้องล้อผมเล่นแน่” แฮร์รี่ต้องพยายามอย่างหนักที่จะคุมเสียงไม่ให้ดังจนเกินไปเพราะความตกใจ ถึงเขาจะเคยคิดเล่นๆว่ามันเป็นของโจเซฟก็เถอะ แต่นี่มันก็เหนือความคาดหมายเกินไปสักหน่อย

 

“ฉันเหมือนคนกำลังพูดเล่นหรือพอตเตอร์” สเนปตอบย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจนแฮร์รี่ไม่อาจปฏิเสธสิ่งที่เขาพึ่งได้ยินไปได้อีก

 

“แล้ว...แล้วทำไมตอนที่คุณโกหกผมว่าคุณไม่รู้จักเจ้าของหนังสือ คุณไม่บอกผมไปเลยล่ะครับว่ามันเป็นหนังสือของคุณ ตอนที่ผมรู้ความจริงผมจะได้รู้มันไปเลยเสียทีเดียว!” แฮร์รี่พยายามแล้วที่จะไม่ตะโกนในทีแรก แต่เมื่อเขารู้สึกโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆที่เขาจะเผลอขึ้นเสียงออกไป

 

“อย่าโง่ไปหน่อยเลยพอตเตอร์ ถ้าฉันบอกว่ามันเป็นของฉันตั้งแต่ทีแรกเธอก็จะมาเซ้าซี้ถามที่มาของชื่อเจ้าชายอีก และเพื่อนเธอคงไปตามล่าหาข้อมูลจนมาถึงตัวฉันอยู่ดี” สเนปอธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะใจเย็นอย่างที่สุดแต่ก็ยังปิดความไม่พอใจของเขาเอาไว้ไม่มิด

 

“ถ้างั้นแล้วทำไมต้องโกหกเรื่องที่คุณเป็นคู่วิญญาณของผมตั้งแต่แรกด้วยล่ะครับ?!” ถึงตอนนี้เด็กหนุ่มไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของเขาได้อีกต่อไป เขายืนจ้องใบหน้าถมึงทึงของสเนปโดยไม่หลีกหนีและไม่ได้เกรงกลัวถึงโทษทัณฑ์ที่จะตามมาเลยแม้แต่น้อย อาจจะด้วยโทสะที่บดบังเหตุผลอื่นๆไปเสียหมด

 

สเนปถอนหายใจยาวเหยียดทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรแฮร์รี่ก็คงต้องถาม แต่เขาก็ยังเล่นลิ้นไม่ยอมให้คำตอบ “จริงๆเรื่องแค่นี้เธอก็น่าจะคิดเองได้ไม่ใช่หรือว่าทำไม”

 

“ผมไม่เข้าใจครับ ที่จริงถ้าบอกมาตามตรงเราก็คงแค่ปฏิบัติตัวกันเหมือนเดิม ไม่พูดให้ใครฟังมันก็คงไม่มีใครรู้หรอกครับ จบสงครามเราก็คงแยกย้ายกันไปอย่างที่คุณเคยพูดในทีแรกไง” แฮร์รี่โต้ตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ทำให้สเนปเองก็เริ่มจะหมดความอดทนลงแล้วเช่นกัน

 

“มันไม่มีทางเหมือนเดิมพอตเตอร์ เธอน่าจะเข้าใจเรื่องแรงดึงดูดระหว่างคู่พันธะแล้วไม่ใช่หรือไง อย่าถือดีคิดว่าตัวเองจะเก็บอาการได้หน่อยเลย!”

 

“แต่คุณก็ยังปฏิบัติกับผมได้เหมือนเดิมเลยไม่ใช่หรือครับ เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นผม!” เด็กหนุ่มโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ และสเนปเองก็เริ่มจะหงุดหงิดกับเด็กตรงหน้าเขานี่มากขึ้นทุกที

 

“เธอคิดว่าฉันเป็นสายลับมากี่ปีกัน! คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ฉันปกปิดไม่ได้หรือไง!” สเนปตวาดเสียงดังก้องไปทั่วห้อง ก่อนที่เขาจะชะงักไป กลายความเงียบที่เข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสองคนในทันที

 

แฮร์รี่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้หัวใจที่กำลังเต้นอย่างรุนแรงในอกของเขามันกำลังตกใจหรือดีใจกันแน่ที่ได้ฟังอย่างนั้น มันราวกับเป็นคำตอบของคำถามที่เขาเคยถามตัวเองก่อนหน้า ว่าสิ่งที่เคยคุยกันทั้งหมดนั่นเป็นเพียงการแสดงหรือไม่ “คุณ...หมายความว่า...”

 

“หุบปากพอตเตอร์” สเนปขัดขึ้นพร้อมมองอย่างดุร้ายทันทีก่อนที่แฮร์รี่จะพูดได้ทันจบ แต่นอกจากแฮร์รี่จะไม่รู้สึกหวั่นเกรงหรือต่อต้านอีกฝ่ายแล้ว ซ้ำเขายังไม่สามารถห้ามรอยยิ้มไม่ให้ผุดขึ้นมาบนใบหน้าได้เลย

 

“ผมชอบให้คุณเรียกผมแฮร์รี่มากกว่า” เด็กหนุ่มพึมพำ

 

“เก็บอาการซะบ้างเถอะ” สเนปบ่นอย่างหงุดหงิด “หมดคำถามแล้วใช่ไหมฉันจะได้พูดเรื่องบทลงโทษของเธอสักที” 

 

แฮร์รี่สะดุ้งทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขายังมีโทษที่รอการตัดสินอยู่ ตอนนี้เขาก็ได้แต่หวังว่าเมื่อคุยเข้าใจกันแล้วสเนปจะไม่ลงโทษเขาหนักมากนักจึงส่ายหน้าเบาๆ “ผมไม่มีคำถามแล้วครับ”

 

“ดี... ฉันจะสั่งกักบริเวณเธอทุกๆวันเสาร์กับฉันจนถึงปิดเทอม เธอคิดว่าไงล่ะ” เขาแสยะยิ้ม

 

“ผม...ผมไม่เห็นด้วยครับ” แฮร์รี่ละล่ำละลักตอบ นี่ไม่ใช่การลงโทษเพราะเรื่องที่เขาขึ้นเสียงไปเมื่อกี้ด้วยใช่ไหม?

 

“สิบนาฬิกาเช้าวันเสาร์ที่ห้องทำงานของฉัน” สเนปย้ำอีกครั้ง

 

“แต่อาจารย์...ควิดดิชนัดสุดท้าย” เด็กหนุ่มเริ่มโอดครวญอย่างขอความเห็นใจ อย่างน้อยๆก็น่าจะมีสายสัมพันธ์อะไรสักอย่างที่ช่วยให้สเนปใจอ่อนบ้างสิ! 

 

แต่อาจารย์ร่างสูงตรงหน้ากลับเพียงแค่เหยียดยิ้มอย่างเย็นชาให้แล้วพูดต่อไปอย่างไม่ไยดี “เกลียดฉันอย่างเดิมต่อไปเถอะพอตเตอร์ กริฟฟินดอร์ที่น่าสงสารคงต้องลงแข่งโดยไม่มีกัปตันทีม”

 

**********

 

การกักบริเวณกับสเนปก็ไม่ได้แย่เท่าที่เขาคิดมากนัก ดูเหมือนว่าจะมีเพียงอาทิตย์แรกอาทิตย์เดียวเท่านั้นที่สเนปตั้งใจจะแกล้งเขาไม่ให้ลงแข่งควิดดิชนัดสำคัญ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลยเมื่อสุดท้ายแล้วกริฟฟินดอร์ก็คว้าแชมป์มาได้อย่างสวยงาม (ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังโกรธสเนปอยู่ดี)

 

ทว่าปัญหาจริงๆสำหรับแฮร์รี่คือเขาพึ่งได้ค้นพบไอ้คำว่ามันไม่มีทางเหมือนเดิมของสเนปหมายถึงอะไร ตอนนี้แฮร์รี่ประสบปัญหาการไม่จิกกัดกับสเนปในคาบอย่างผิดปกติ จนแม้แต่เพื่อนๆของเขาเองก็ยังแปลกใจ แต่จะให้เขาต่อต้านอย่างเดิมก็ยากเหลือเกิน ในเมื่อพอเขาฟังอย่างไร้อคติแล้วอาการที่อยากจะต่อต้านมันก็หายไปด้วย ถึงสเนปจะเหน็บแนมเขาเหมือนเดิม แต่พอเขาไม่โต้ตอบอีกฝ่ายก็เงียบไปเหมือนกัน

 

“พอตเตอร์ เธอไม่เข้าใจคำว่าทำตัวปกติหรือยังไง” สเนปบ่นขึ้นในทันทีเมื่อเขาปิดประตูห้องทำงานของอีกฝ่ายลง ในเสาร์ที่สองของการกักบริเวณ

 

“ผมทำตัวปกติแล้วนะ” เด็กหนุ่มเถียงกลับทั้งที่ไม่ยอมสบตา

 

“ฉันพึ่งรู้ว่าปกติของเธอคือเป็นเด็กเรียบร้อยเชื่อฟังฉันขนาดนี้ ห้าปีที่ผ่านมาฉันคงเจอพอตเตอร์ตัวปลอม” ร่างสูงกว่ากล่าวประชด

 

“ผมก็พึ่งรู้ว่าคุณขี้บ่นขนาดนี้...” แฮร์รี่บ่นพึมพำ แต่ช่างโชคร้ายที่พวกเขาอยู่ใกล้กันมากพอที่สเนปจะได้ยิน

 

“อย่ามานินทาฉันพอตเตอร์ ทีอย่างนี้ละเถียงฉันเก่งนัก ทำไมทีในห้องฉันจะเหน็บแนมอะไรก็ยังทำนิ่งเหมือนเป็นรูปปั้นหิน”

 

“ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ...” แฮร์รี่ตอบตามความจริง ไม่รู้ทำไมพอหลังจากวันนั้นแล้วเวลาที่เขาพูดคุยกันสองคนอย่างนี้แฮร์รี่จะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไป จนเขากล้าที่จะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ในขณะเดียวกันยามที่อยู่ในห้องเรียนถึงเขาจะโดนหาเรื่องอย่างไรเขากลับไม่รู้สึกว่าอยากที่จะตอบโต้กลับ

 

อาจจะเพราะอารมณ์ที่อยากจะเอาชนะสเนปนั้นหายไปจากเขาเสียแล้ว ยามที่อยู่กันสองคนมันจึงเป็นการเถียงกันที่ไม่ได้จริงจังอะไรนัก และพวกเขาก็ไม่ได้สาดอารมณ์ใส่กันอย่างที่แล้วๆมาอีก มันจึงแตกต่างไปโดยสิ้นเชิงกับการที่เขาต้องสาดอารมณ์ใส่กันในห้องเรียน ในช่วงหลังมานี้การที่จะเล่นไปตามเกมของสเนปจึงยากเสียเหลือเกินสำหรับแฮร์รี่ และไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่าตอนนี้ดวงตาสีเข้มคู่นั้นคงกำลังมองเขาอย่างเหนื่อยหน่ายแต่แฮร์รี่ไม่ได้ใส่ใจ

 

“อาจารย์ครับผมขอถามสักเรื่องได้ไหมครับ” เด็กหนุ่มเกริ่นขึ้นขณะที่สเนปลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเพื่อไปหยิบงานที่จะมอบหมายให้เขาทำในการกักบริเวณครั้งนี้

 

“ถ้าฉันตอบได้ ว่ามาสิ” เขากล่าวอนุญาตพร้อมทั้งหยิบเครื่องปรุงยาบางส่วนใส่หม้อขนาดเล็กไว้และเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน

 

“ถ้า...เรื่องทั้งหมดจบลงแล้วอาจารย์จะทำอะไรต่อไปครับ แล้ว...เราจะเป็นยังไงต่อครับ”

 

สเนปชะงักมือที่กำลังจัดเรียงเครื่องปรุงยาลงบนโต๊ะแล้วเงยขึ้นสบมองกับนัยน์ตาสีมรกตที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว คงไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะต้องมาตอบคำถามอะไรแบบนี้ คนเป็นอาจารย์จึงถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะตอบ “ฉันก็คงยังสอนหนังสืออยู่ที่นี่นั่นล่ะ ส่วนเรื่องนั้น... ฉันก็แค่รอเธอแต่งงานออกไปแล้วก็กลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิม”

 

“แล้วถ้าผมไม่ได้คิดจะผูกพันธะใหม่ล่ะครับ?” เด็กหนุ่มยังคงถามต่อขณะที่จ้องมองสเนปไม่วางตา เขาคาดเดาไม่ได้เลยว่าขณะที่กำลังตอบนี้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จะคิดอย่างที่พูดจริงหรือเปล่า 

 

“เธอคงไม่อยากติดแหง็กอยู่กับฉันหรอกจริงไหม?” นัยน์ตาสีเข้มที่มองสบมาขณะที่พูดอยู่นั้นช่างว่างเปล่า จนแฮร์รี่ไม่อาจเดาใจได้เลยว่าเจ้าของมันกำลังอยู่ในอารมณ์แบบใดในขณะนั้น เขาพึ่งได้เข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าทำไมสเนปถึงสามารถเป็นสายลับให้ทั้งสองฝั่งมาได้นานขนาดนี้

 

“ก็คงอย่างนั้นล่ะมั้งครับ...” เป็นแฮร์รี่เองที่หลุบสายตาหลบไป ถึงเขาจะบอกไม่ได้ว่าเขากำลังคาดหวังคำตอบแบบไหน แต่คำตอบที่พึ่งได้รับมาก็ทำให้เด็กหนุ่มหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อยทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม

 

สเนปที่เห็นเด็กชายเงียบไปแล้วเขาจึงเริ่มพูดถึงสิ่งที่เขาจะให้ทำต่อจากนี้ โดยทำเป็นไม่สนใจใบหน้ายู่ยี่ที่แฮร์รี่ปิดได้ไม่มิดเอาเสียเลย “ฉันจะให้เธอเริ่มปรุงยาใหม่ตั้งแต่บทแรกที่เธอเรียนมาในเทอมนี้ หวังว่าสิ่งที่อยู่ในหัวของเธอจะมีเนื้อหาจากหนังสือมาบ้าง ไม่ใช่แค่ขี้เลื่อยที่เก็บแต่อะไรไม่รู้เข้ามา”

 

แฮร์รี่สูดลมหายใจตั้งสติอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกลับไปอยู่ในสถานะอาจารย์ของเขาแล้ว “ผมต้องปรุงโดยไม่ใช้หนังสือหรือครับ?”

 

“ใช่ และเร่งมือเข้าล่ะ เธอต้องได้ยาที่สมบูรณ์อย่างน้อยหนึ่งอย่างฉันถึงจะปล่อยเธอกลับออกไป”

 

“คุณต้องได้ขังผมทั้งคืนแน่ๆ” เด็กหนุ่มบ่นอย่างอิดออดขณะที่หยิบหม้อและเครื่องปรุงยาต่างๆไปวางไว้ที่โต๊ะอีกตัวหนึ่งเพื่อเริ่มปรุงยาที่ได้รับมอบหมาย และสเนปก็เพียงแสยะยิ้มใส่เขาอย่างเคย

 

**********

 

“เมื่อไหร่คุณจะยอมเรียกผมว่าแฮร์รี่อีกล่ะครับ” เด็กหนุ่มถามขึ้นในบ่ายวันหนึ่งขณะที่ฝนตกลงมาครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ และเพราะครั้งนี้เขารู้แล้วว่าพูดไปอย่างไรอีกฝ่ายก็ได้ยิน แฮร์รี่จึงเริ่มพูดเลยโดยไม่ต้องเรียกหาอีก

 

‘ฉันกำลังสอนอยู่’ และสเนปก็สามารถตอบกลับเขาได้เลยเช่นกัน อาจจะเพราะทางนั้นเองก็ไม่ต้องคอยหาโอกาสที่เหมาะสมในการดื่มยาแล้วเช่นกัน แม้จะเป็นการตอบกลับเขาเพียงสั้นๆบ่งบอกให้รู้ว่าคงไม่เหมาะเท่าไหร่ที่จะคุยเวลานี้ แต่แฮร์รี่กำลังเบื่อเต็มทีจากการเฝ้าคอยดัมเบิลดอร์ที่ไม่ยอมเรียกเขาไปทำงานด้วยเสียทีก็อดไม่ได้ที่จะดื้อดึง

 

“โชคดีจังที่เป็นคาบว่างของผม อีกอย่างถึงคุณจะตอบผมมาก็ไม่เห็นเป็นไรเลยไม่มีใครได้ยินคุณพูดสักหน่อย” 

 

‘พอตเตอร์...’ น้ำเสียงเย็นเยียบที่ตอบกลับมาทำให้แฮร์รี่นึกภาพได้ออกเลยว่าอีกฝ่ายกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่เมื่อไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้มีสายตาทิ่มแทงนั่น การก่อกวนต่ออีกสักหน่อยก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเบื่ออย่างแฮร์รี่

 

“ผมจะยอมเงียบถ้าคุณยอมเรียกผมว่าแฮร์รี่”

 

‘การบ้านที่เธอมีมันน้อยไปใช่ไหมเธอถึงสามารถมาก่อกวนฉันได้อย่างนี้ คราวหน้าฉันจะได้สั่งเพิ่มให้’ 

 

“ไม่ๆ ถ้าคุณสั่งการบ้านเพิ่มอีกมันต้องทับผมตายก่อนที่โวล— คนที่คุณก็รู้ว่าใครจะได้ฆ่าผมแน่ๆ” เด็กหนุ่มโอดครวญ เขาเริ่มรู้สึกคิดผิดแล้วที่ไปก่อกวนคู่ที่เป็นอาจารย์ของตัวเองแบบนี้ ถ้าสเนปสั่งงานเพิ่มจริงแล้วเกิดมีใครรู้ขึ้นมาว่าเป็นเพราะเขา เขาคงโดนสาปจนไม่ได้ไปเกิดใหม่แน่ๆ

 

‘...มันไม่ใช่มุกที่น่าเล่นเลยแฮร์รี่’ แต่แทนที่อีกฝ่ายจะขำขันไปกับมุกของเขากลับถูกตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เครียดขึงจนแฮร์รี่ปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน แต่ก็ยอมตามน้ำไปอย่างนั้นในเมื่อทางนั้นยอมใจอ่อนเรียกชื่อต้นเขาแล้ว

 

“ผมไม่เล่นแล้วก็ได้ แต่เฮ้ คุณยอมเรียกชื่อผมแล้วนี่!”

 

‘เพราะฉะนั้นเธอก็ควรกลับไปทำการบ้านของเธอเงียบๆซะ’ สเนปตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนแฮร์รี่ต้องเบ้ปากใส่ เพราะถึงจะทำหน้าอย่างไรอีกฝ่ายก็คงไม่เห็นหรอก 

 

“ผมไปแล้วก็ได้ ไว้เจอกันนะฮะเซเวอรัส แฮร์รี่ทิ้งท้ายด้วยชื่อต้นของคนที่กำลังคุยด้วยอยู่อย่างจงใจ ก็ไหนๆทางนั้นก็เรียกชื่อต้นเขาแล้วทำไมเขาจะเรียกด้วยชื่อต้นบ้างไม่ได้ล่ะจริงไหม

 

‘…’ แต่สเนปไม่ยอมตอบอะไรกลับมา ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกขัดใจอย่างมากที่ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ และอาจารย์คนนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรเขากลับมาอีกเลยจนกระทั่งช่วงเวลาหมดไป นั่นยิ่งทำให้แฮร์รี่หงุดหงิดเอามากๆ

 

“หน้านายบูดเป็นตูดเลยเพื่อน ทะเลาะกับเมทมาหรือไง” รอนที่นั่งมองเพื่อนของเขาทำท่ากระฟัดกระเฟียดมาสักพักแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเพื่อนจะทำขวดหมึกล้มจนหกใส่งานที่พวกเขากำลังนั่งทำด้วยกันอยู่เสียก่อนที่งานจะเสร็จ

 

“เปล่า! ฉันดูเหมือนอย่างนั้นเหรอ!” ขนาดบอกว่าเปล่ายังพาลกระชากเสียงใส่เสียจนคนถามต้องสะดุ้ง เฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาแล้วตบไหล่เพื่อนของเธอเบาๆ

 

“เธอดูเป็นอย่างนั้นเลยล่ะแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่บอก

 

“ฉันเปล่านะ มันก็แค่ขัดใจนิดหน่อยเอง” พอถูกเพื่อนสาวทักอย่างนั้นแล้วแฮร์รี่ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงในทันที

 

“มีเรื่องอะไรกันเหรอ ฉันเห็นพวกเธอไม่ได้คุยกันตั้งนาน นึกว่าเธอจะดีใจที่ได้คุยกันเสียอีก” เด็กสาวถามต่อ

 

“ก็...ไม่มีอะไรมากหรอกฉันแค่ทำตัวเป็นเด็กๆเองน่ะ” แฮร์รี่รีบโบกมือบอกปัดออกไป เขาจะบอกเพื่อนของเขาได้อย่างไรว่าตอนนี้เขารู้แล้วว่าโซลเมทของเขาคือคนที่อยู่ใกล้ตัวกันแค่นี้ ดังนั้นไอ้ที่บอกว่าไม่ได้คุยกันนานน่ะไม่จริงเลยสักนิด ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเขาจะยอมพูดเรื่องที่หัวเสียแค่เพราะสเนปไม่ยอมเล่นตามน้ำไปกับเขา

 

แต่เฮอร์ไมโอนี่ดูจะไม่ค่อยยอมเชื่อเขาสักเท่าไหร่จึงยังจ้องเขาอย่างไม่วางตา ต้องบอกว่าโชคช่วยเขามากๆเมื่อมีรุ่นน้องคนหนึ่งวิ่งมาหาพวกเขาพร้อมจดหมายของดัมเบิลดอร์ ทำให้มีประเด็นอื่นที่จะพูดถึงเข้ามาแทนที่เรื่องที่กำลังคุยกันอยู่ในทีแรก

 

“ดัมเบิลดอร์บอกให้ฉันไปหาเขาทันทีที่ทำได้ล่ะ” แฮร์รี่พูดอย่างตื่นเต้นหลังจากที่เขาได้อ่านข้อความบนม้วนกระดาษจบ เขาพึ่งบ่นเบื่อจนก่อกวนสเนปไปเมื่อครู่นี้เอง ไม่คิดเลยว่าดัมเบิลดอร์จะส่งข้อความมาได้ถูกเวลาขนาดนี้

 

“งั้นนายรีบไปเถอะ” รอนพูดด้วยความตื่นเต้นตามเพื่อนไปด้วย แฮร์รี่จึงพยักหน้าให้เพื่อนทั้งสองคนแล้วรีบเก็บข้าวของก่อนจะรีบเดินไปหาดัมเบิลดอร์ที่หอดูดาว

 

แต่ระหว่างทางนั้นเองเขาก็ได้พบศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ที่ถูกผลักออกมาจากห้องต้องปประสงค์โดยบังเอิญ แฮร์รี่คาดว่าทรีลอว์นีย์คงจะไปได้ยินมัลฟอยฉลองชัยอะไรสักอย่างจนถูกผลักออกมา แต่เมื่อฟังสิ่งที่อาจารย์พยากรณ์พูดไปเรื่อยแล้วเขาก็ต้องตกใจอย่างหนัก

 

แฮร์รี่รู้มาสักพักแล้วจากความทรงจำของดัมเบิลดอร์ว่าในระหว่างที่ทรีลอว์นีย์กำลังพยากรณ์โชคชะตาของเขาก็มีบางสิ่งดังขึ้นที่นอกประตู คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าคงเป็นสายสืบของโวลเดอมอร์ที่แอบมาฟังคำพยากรณ์นั่น จนนำให้โวลเดอมอร์เลือกที่จะตามล่าตัวเขาและทำให้พ่อแม่ของเขาต้องตาย แต่แฮร์รี่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าคนคนนั้นจะเป็น เซเวอรัส สเนป!

 

เด็กหนุ่มเดินแยกกับศาสตราจารย์สาวเพื่อไปหาอาจารย์ใหญ่อย่างเหม่อลอย ความรู้สึกมากมายตีกันในอกจนเขาแทบอยากจะทรุดตัวลงแล้วกรีดร้อง ทำไมทุกอย่างรอบตัวเขาถึงได้วนเวียนอยู่กับคนคนนั้นนัก ทำไมโชคชะตาถึงได้อยากให้เขาอยู่กับคนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่ของเขาต้องตายกัน ยิ่งคิดยิ่งไม่อาจเข้าใจ เด็กหนุ่มจึงก้าวเท้าอย่างรวดเร็วเพื่อไปหาอาจารย์ใหญ่ และจะได้กลับมาถามคนที่เขาต้องการคุยมากที่สุดในเวลานี้

 

**********

 

แฮร์รี่ได้พาดัมเบิลดอร์กลับมาถึงหอดูดาวที่โรงเรียนอีกครั้งด้วยคาถาหายตัวที่แฮร์รี่ทำได้ดีกว่าครั้งไหนๆ อาจารย์ใหญ่แย่ลงมากจากการที่ต้องดื่มยาพิษในถ้ำนั่นเข้าไป แต่ถึงอย่างนั้นทันทีที่กลับมาถึงโรงเรียนแทนที่เขาจะเรียกหามาดามพอมฟรีย์เขากลับเรียกหาสเนปแทน แฮร์รี่ที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงต้องทิ้งดัมเบิลดอร์ไว้บนหอดูดาวเพื่อนจะลงมาด้านล่างและตามหาสเนป

 

ทว่าทันทีที่เขาก้าวลงจากหอดูดาวมาเดรโก มัลฟอยก็เดินสวนเขาขึ้นไปพร้อมๆกับเหล่าผู้เสพความตายอีกหลายคน แฮร์รี่ได้แต่ยืนมองนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้นด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะมีคำสาบานที่ให้ไว้กับดัมเบิลดอร์อยู่อีกที่ทำให้เขาไม่สามารถแสดงตัวออกไปได้

 

ในตอนนั้นเองสเนปก็เดินเข้ามา ถึงจะยังคลางแคลงใจเรื่องที่สเนปอาจเป็นผู้บอกคำพยากรณ์ แต่เมื่อสเนปลดไม้กายสิทธิ์ลงและส่งสัญญาณให้เขาเงียบไว้แฮร์รี่ก็รู้สึกชื้นใจขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่อาจคลายกังวลด้วยเช่นกัน เขารู้ว่าสเนปเป็นพ่อมดที่เก่งกาจคนหนึ่ง แต่ต่อหน้าผู้เสพความตายมากขนาดนี้และดัมเบิลดอร์ที่อ่อนแอลงมาก เขาจะพาอาจารย์ใหญ่หนีไปได้อย่างไร

 

แฮร์รี่เฝ้าดูอยู่ตรงนั้นขณะที่สเนปกำลังเดินขึ้นไปที่ด้านบน และเขาทำได้เพียงแค่มองในขณะที่สเนปร่ายคำสาปพิฆาตใส่ดัมเบิลดอร์ ร่างของชายชราค่อยๆล้มลงช้าๆราวกับตุ๊กตาตัวใหญ่ที่ถูกตัดสายป่าน ความไว้ใจถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆในวินาทีนั้น พร้อมกับความโกรธที่ล้นทะลักจนแม้เขาอยากจะกรีดร้องก็ร้องไม่ออก 

 

สเนปกำลังพาผู้เสพความตายคนอื่นๆหนี แฮร์รี่จึงวิ่งไล่ตามเขาไป ในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด ร่างกายขับเคลื่อนไปด้วยเพียงแรงโทสะ เขาเห็นสเนปอยู่ตรงนั้นแล้วกับมัลฟอยและเบลาทริกซ์ แฮร์รี่ร่ายคำสาปออกไปโดยไม่ลังเล

 

“อินคาร์—” แต่ทว่าสเนปกลับเพียงสะบัดไม้กายสิทธิ์เพื่อปัดคาถาของเขาออกไปอย่างง่ายดาย และวินาทีถัดมาแฮร์รี่ก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดทรมานอย่างรุนแรงจนเขาต้องล้มตัวลงบนพื้น เขากรีดร้องอย่างไม่อาจกลั้นเจ็บปวดราวกับจะตายให้ได้เสียตรงนั้น

 

“พอได้แล้ว!” สเนปร้องคำราม แล้วหลังจากนั้นความเจ็บปวดทั้งหมดก็หายไป “เขาเป็นของจอมมารลืมแล้วหรือ ไปได้แล้ว!” สเนปตะโกนสั่งอีกครั้งเบลาทริกซ์และคนอื่นๆจึงจากไป

 

“เซ็กตัม—” แฮร์รี่หยัดตัวลุกขึ้นเสกคาถาอีกครั้งแต่ก่อนที่เขาจะร่ายถาคาได้จบร่างของเขาก็ราวกับถูกอะไรบางอย่างกระแทกเสียจนกระเด็นลงไปนอนบนพื้นหญ้าพร้อมๆกับไม้กายสิทธิ์ที่หลุดลอยออกจากมือ

 

“อย่าได้บังอาจสาปฉันด้วยคาถาของฉันเหมือนพ่อสกปรกของเธอพอตเตอร์” สเนปย่างเท้าเข้ามาใกล้ก้มมองดูเขาที่นอนหมดสภาพอยู่ตรงนั้น 

 

“ฆ่าผมเลยสิ... เหมือนอย่างที่คุณฆ่าเขา! คนขี้ขลาด!” แฮร์รี่เค้นเสียง ความโกรธและชิงชังครอบงำเขาทั้งหมดจนไม่กลัวแม้แต่ความตาย สเนปทรยศความเชื่อใจและฆ่าดัมเบิลดอร์ได้ มันคงไม่ยากอะไรหากชายตรงหน้าเขานี่จะฆ่าเขาที่เป็นคู่โชคชะตาด้วยอีกคน

 

“ไม่ใช่ตอนนี้แฮร์รี่” เสียงทุ้มกระซิบ แสงไฟที่แผดเผากระท่อมที่ด้านหลังทำให้เขาได้เห็น นัยน์ตาสีดำที่ทอดมองเขาคู่นั้นมันทอประกายความโศกเศร้าและเจ็บปวดอย่างไม่ปิดบัง แต่แฮร์รี่ที่ไม่อาจเข้าใจถึงสิ่งที่เห็นในยามนั้นทำได้เพียงนอนกรีดร้องอย่างเจ็บแค้นขณะที่สเนปเดินจากไป

 

=========================

 

Talk : มาแล้วค่า ช้ากว่าที่คาดไปสักหน่อยแต่มาแล้วน้า ตอนนี้เป็นตอนจบของภาค6แล้วค่ะตอนหน้าจะขึ้นไทม์ไลน์ภาค7แล้ว ช่วงภาค6นี้เราใช้ไทม์ไลน์อิงตามหนังสือซึ่งเหตุการณ์เซ็กตรัมเซมปร้าจะเกิดหลังเหตุการณ์เอาความทรงจำจากซลักฮอร์น แต่ช่วงที่ดัมบัลดอร์ถูกฆ่าเราใช้ฉากในภาพยนตร์ค่ะ มันทัชใจเรามากตอนแฮร์รี่เห็นสเนปแล้วเชื่อใจให้สเนปเดินขึ้นไปหาดัมเบิลดอร์ตอนนั้น เราจึงเลือกฉากนี้มาใส่

เอ้ออีกเรื่องที่เราลืมกรี๊ดกร๊าดไปในตอนที่แล้ว จริงๆในแฮร์รี่ภาค6เนี่ยเราชอบแดนตอนทำท่านี้มากเลย

คือแกรไม่ไหว ใจบางมากแง้

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นและกำลังใจนะค้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #240 ฮือ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 18:10

    จาขาดใจ แงแง ชอบไดนามิกหลังรู้ความจริงมาก มันแบบฟดวาหกดส่ฟด่กฟ อยากอ่านต่อค่ะ TTTTT

    #240
    0
  2. #238 โนเนม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 00:58

    อ่านตอนนี้แล้วค้างมากเลยค่าาา


    ไรต์เตอร์แต่งดีมากเลย วางพล็อตไว้ดีมาก ตอนต้นเรื่องมาเป็นนิยายรักต่างวัยโทนอบอุ่น พอมากลางเรื่องดันสับบทเป็นดราม่า


    แต่ไรต์คงไม่ใจร้ายเป็น Bad end ใช้มั้ยคะ

    #238
    0
  3. #237 Rinovel (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 23:55
    เรากำลังใจฟูฟ่องตอนสองคนนี้รู้ตัวจริงกันแล้วเริ่มจะเปิดใจคุยกันได้ (ชอบบรรยากาศตอนนั้นมาก มันเหมือนสนิทกันขึ้นอีกขั้น) แล้วไทม์ไลน์มันก็กลายเป็นแบบนิ TT น้ำตาตก

    ฮือ สนุกมากๆเลยค่ะ อ่านรวดเดียวถึงนี่เลย มีเรื่องให้รอเพิ่มอีกเรื่องแล้ว คุมไรต์สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ!
    #237
    0
  4. #234 Arthitaya1998 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 22:30

    อัปต่อเถอะค่ะ
    #234
    0
  5. #233 obo224 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 22:44
    รอออออออออ
    #233
    0
  6. #231 Sanchay Hantor (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 07:46

    มาต่ออออออออออ

    #231
    0
  7. #230 bom1526 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:45
    ตอนจบสเนปจะตายอ่าาาไม่อยากให้ตาย
    #230
    0
  8. #229 mam000 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    คุณทำเราร้องไห้ ฮืออออออ
    #229
    0
  9. #228 FC_Vocaloid (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 09:02

    ทำเราปวดท้องเลยอ่ะตอนนี้

    #228
    0
  10. #227 คน ไร้ความรู้สึก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 02:54
    งืออ อยากปล่อยโฮกเลยครับ อารมณ์เราตีกันไปเลย
    #227
    1
    • #227-1 raining(จากตอนที่ 11)
      5 พฤษภาคม 2563 / 03:11
      ตอนหน้าจะไม่ไบโลลาร์แล้วค่ะจริงๆ โทนเดียวแน่ๆ XD
      #227-1
  11. #226 PirawanBoonnuam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 23:47

    แงงงงงงร้องไห้แล้ววววววว


    #226
    1
    • #226-1 raining(จากตอนที่ 11)
      5 พฤษภาคม 2563 / 03:10
      โอ๋ๆนะคะ ตัวเองต้องเก็บน้ำตาไว้หลังจากนี้ก่อนนะคะ นี่พึ่งเริ่ม---
      #226-1
  12. #224 S30454 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 21:04
    เศร้าไปอีก.
    #224
    1
    • #224-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:28
      โอ๋ๆนะคะ ตอนหน้ายังมีอีกค่ะ สูดลมหายใจไว้ฮึบ
      #224-1
  13. #222 TewadaCat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 09:11
    งุงิ งุงิ อะจ๊ากกกกก พลีชีพหมอนไป 1 ใบ
    #222
    1
    • #222-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:29
      ต้องรีบเตรียมใหม่รอนะคะ เราว่าอาจจะมีพลีชีพอีกหลายใบ(ในหลายๆความหมาย)
      #222-1
  14. #218 Mil me fang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:48
    ไม่รู้ว่าจะกดใจหรือกดเศร้าดี GG เลยเลย

    ps.ต้าวแดนนั้ลล้าคคค
    #218
    1
    • #218-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:30
      ยังค่ะๆ ยังกดggไม่ได้ เก็บไว้กดตอนหน้านะคะ
      #218-1
  15. #216 suan_fim (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 21:23
    เหมือนตอนนี้เราจะเป็นไบโพล่าเลย จะเขินก็เขิน จะเศร้าก็เศร้า เฮ้ออออออ
    #216
    1
    • #216-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:33
      หลังจากนี้จะไม่ให้ใบโพล่าแล้วค่ะสัญญาๆ
      #216-1
  16. #215 jjassZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:31
    แงไรท์ขา มันเขินแต่มันหน่วงมันเส้าแงมันฮรุกกกกกหกก
    #215
    1
    • #215-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:33
      มันจะเศร้าหน่อยๆแต่ยังไปต่อได้อีก
      #215-1
  17. #214 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 11:58
    “แต่แบบไหนจะหน่วงกว่า” แงงงงงง ไรต์ขาา

    ตอนนี้คือฮีลแล้วหน่วงต่อจริงๆ แง โมเม้นกักบริเวณ เถียงกันแบบไม่ใส่อารมณ์ เด็กงอแงป่วนตอนสอน ปิดท้ายด้วยขยี้เรื่องเป็นคนบอกคำทำนาย ทำลายความไว้ใจบนหอดูดาว

    “ไม่ใช่ตอนนี้แฮรี่” อ่านแล้วมัน //ทำมือขยุกขยิก อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

    ฮืออออ
    #214
    2
    • #214-1 เหมียวขนฟู(จากตอนที่ 11)
      3 พฤษภาคม 2563 / 12:02
      Oh please don’t let the last conversation between soulmates be like the last goodbye. I’m gonna cry when I thinks 😭

      #214-1
    • #214-2 raining(จากตอนที่ 11)
      5 พฤษภาคม 2563 / 03:08
      แหะๆๆๆ เราพูดอะไรมากไม่ได้เดี๋ยวหลุดสปอยล์แต่บีบมือนะคะ สัญญาว่าจบดีแน่นอน
      #214-2
  18. #213 GOTFAFA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 10:20
    ฮือออออ เค้าสองคนกำลังไปได้ดีเลยยยยย
    สงสารทั้งน้องทั้งสเนป ปวดใจเเทน~~
    #รออ่านนะคะ อยากรู้เเล้วว่าน้องกะป๋าจะเป็นไงต่อ
    #213
    1
    • #213-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:34
      จะรีบมาอัพไวๆให้หายสงสัยเลยค่ะ
      #213-1
  19. #212 Tomaiey (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 09:12
    จะจบแฮปปี้ใช่มั้ยค้าาา

    //บีบคอ

    แงแอ กลัวไปหมดแล้ว
    #212
    1
    • #212-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:34
      อืมมม ยังไงดีน้าาา
      #212-1
  20. #211 im.mild (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 08:57
    ฮื่อออ กำลังเข้าใจกันดีแล้วแท้ๆอ่ะ เราชอบตอนที่คุยกันเข้าใจแล้ว และได้กักบริเวณกัน จิกกัดกัน แงงง โมเม้นน่าร้าก สมเป็นคู่นี้มากๆ จนเรื่องเดินมาถึงตอนท้ายนี้ ซึ่งก็ทำใจมาแล้วแหละว่าต้องมาถึง สงสารน้องอีกแล้ว น้องคงรู้สึกเหมือนถูกทรยศซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่รี่เข้มแข็งอยู่แล้วแหละ สู้ๆนะหนูลูก รอปรับความเข้าใจกับป๋าเขาก่อนนะ ส่วนเราก็รอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเช่นเคยนะคะไรท์ สู้ๆค่ะ *ปากำลังใจ*

    ปล. เหมือนจะเคยขอไว้ตั้งแต่ตอนต้นๆ ว่าไม่ให้ป๋าตาย หวังว่าไรท์คงจะไม่ใจร้ายใช่มั้ยคะ *ปิ๊งๆ*
    #211
    1
    • #211-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:37
      ยังไม่อยากสปอยล์เลยค่ะ แม้คันปากใจจะขาดแร้ว
      #211-1
  21. #210 PSPEKCH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 07:34
    ร้องไห้อีกแล้ว
    #210
    1
    • #210-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:37
      โอ๋ๆนะคะ อย่าพึ่งร้องตอนนี้ค่ะ ตอนหน้ายังมีอีก--แค่กๆ
      #210-1
  22. #209 Mi55.PP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 07:33
    ปวดใจ สั้นๆเลยสำหรับตอนนี้
    #209
    1
    • #209-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:38
      โอ๋ๆนะคะ เราต้องทนหน่วงๆดันต่อไปอีกสักพักนะ
      #209-1
  23. #208 DB2B (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 02:25
    ขออย่างเดียวป๋าอย่าตายนะ เราสงสารป๋าอะ
    #208
    2
    • #208-1 pick-17(จากตอนที่ 11)
      3 พฤษภาคม 2563 / 08:05
      +1 อย่าให้แฮร์รี่ต้องเสียใจถ้ามารูทีหลังเอาเองนะ มันเจ็บ
      #208-1
    • #208-2 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:38
      ยังไม่สปอยล์นะคะ จุ๊ๆไว้ก่อนน้า แต่คนเขียนไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก(มั้ง)
      #208-2
  24. #207 Severus Potter (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:53
    แงงง ลุ้นมากๆเลยค่ะ ขอให้เข้าใจกันเร็วๆนะะ
    #207
    1
    • #207-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:39
      ต้องในเร็วๆนี้แล้วล่ะค่ะ
      #207-1
  25. #206 mrzakung1987 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:46

    ฮืออออออ ปวดใจเลยอ่าาาา
    #206
    1
    • #206-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:39
      เขาต้องได้เข้าใจกันแน่ๆค่ะ โอ๋ๆนะ
      #206-1
  26. #205 SJ-1984 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:44

    แง~ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไปได้ดีอยู่แล้วเชียว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้น้องจะโกรธป๋าไปอีกนานมั้ย??
    จะรอติดตามนะคะ สู้ๆนะคะ เราจะเป็นกำลังใจให้(ส่งหัวใจให้ล้านดวงเลยยย)
    #205
    1
    • #205-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:41
      ไม่น่าจะนานล่ะมั้งคะ(ล่ะมั้งงง)
      ขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังเลยนะคะ
      #205-1
  27. #204 raniaonedi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:30
    สู้ๆนะคะ✌️
    #204
    1
    • #204-1 raining(จากตอนที่ 11)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:40
      ขอบคุณมากค่า จะรีบมาต่อน้า
      #204-1