[Fic Harry] Whisper in the Rain (SS/HP)

ตอนที่ 10 : 9th Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

9th Rain

 

หลังปิดเทอมปีใหม่ผ่านพ้นไปแฮร์รี่ก็ยังคงมีบทเรียนพิเศษกับดัมเบิลดอร์อยู่ ถึงจะเรียกว่าบทเรียนพิเศษ แต่แฮร์รี่ก็รู้สึกว่าเหมือนดัมเบิลดอร์ต้องการจะแบ่งปันข้อมูลให้เขามากกว่าจะเรียกว่าเป็นการสอน

 

อย่างเช่นในวันนี้ที่แฮร์รี่ได้ดูความทรงจำของซลักฮอร์นในตอนที่ทอม ริดเดิ้ลเข้ามาหาเพื่อถามข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์ แต่ความทรงจำนั้นมันถูกบิดเบือนออกไปจนเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าริดเดิ้ลได้ข้อมูลอะไรจากซลักฮอร์นไปบ้าง และมันกลายเป็นการบ้านที่เขาต้องไปจัดการ คือเอาความทรงจำที่แท้จริงมาจากซลักฮอร์น

 

ทันทีที่แฮร์รี่เล่าให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่ฟัง (และเขาต้องเล่าเป็นสองรอบเพราะเฮอร์ไมโอนี่ไม่ยอมอยู่ใกล้รอนเลย) ทั้งคู่ให้ความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก รอนคิดว่าซลักฮอร์นคงยอมให้ความทรงจำแฮร์รี่ง่ายๆ เมื่อแฮร์รี่ดูจะเป็นศิษย์คนโปรดขนาดนั้น ในทางกลับกันเฮอร์ไมโอนี่กลับมองว่าซลักฮอร์นไม่ยอมให้ความทรงจำแน่เมื่อเขาต้องการปิดดัมเบิลดอร์ขนาดนี้

 

และแน่นอนว่าเฮอร์ไมโอนี่พูดถูก ทันทีที่แฮร์รี่ถามซลักฮอร์นเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์หลังคาบเรียน ศาสตราจารย์ปรุงยาก็ฉุนเฉียวใส่เขาและออกจากห้องเรียนไปทันที

 

เมื่อเฮอร์ไมโอนี่รู้เรื่องความล้มเหลวไม่เป็นท่านั่นแล้วเธอก็บ่นใส่เขาทันทีที่เลือกเข้าหาผิดวิธี ทำให้โอกาสที่จะเข้าหาหลุดลอยไปอีกนานกว่าซลักฮอร์นจะยอมไว้ใจคุยกับแฮร์รี่อีกครั้ง แต่ขณะเดียวกันเธอก็ยังพยายามช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์ไปด้วย แม้จะบ่นทุกครั้งที่หนังสือเล่มที่เธออ่านไม่มีข้อมูลอะไรลงมากไปกว่ามันเป็นศาสตร์มืดที่ชั่วร้ายแค่นั้น

 

“โจเซฟคุณรู้จักฮอร์ครักซ์ไหม?” แฮร์รี่ถามขึ้นในบ่ายวันหนึ่งที่เขาสามารถติดต่อโจเซฟได้อีกครั้งหลังห่างหายไปนานนับเดือน

 

‘ฉันเคยได้ยินแค่มันเป็นศาสตร์มืด แต่ฉันไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง’ ชายหนุ่มตอบ

 

“แย่จัง เฮอร์ไมโอนี่ก็พยายามช่วยหาในห้องสมุดแล้วแต่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ต้องเป็นศาสตร์มืดแบบไหนกันนะถึงไม่มีใครลงอะไรไว้เลยขนาดนี้”

 

‘แล้วเธอจะอยากรู้ไปทำไมกันล่ะ’

 

“ผมโดนดัมเบิลดอร์ใช้ให้ไปเอาข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์นี้จากซลักฮอร์นน่ะสิฮะ แต่พอผมเริ่มถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็หนีหน้าผมมาเป็นเดือนแล้ว”

 

‘เธออาจจะใช้วิธีที่ผิดในการเข้าหา ทุกคนมีจุดอ่อนแฮร์รี่ เธออาจจะต้องหาให้เจอว่าจุดอ่อนที่เธอจะทำให้เขายอมพูดได้คืออะไร’

 

“มันยากตรงที่ผมจะหาเจอไหมนี่สิ” เด็กหนุ่มถอนหายใจ “และนี่เขายังหลบหน้าผมอยู่เลย ผมจะหาโอกาสไหนไปคุยกับเขาดีล่ะ”

 

‘เรื่องนั้นฉันคงช่วยเธอไม่ได้ เธออาจจะต้องคิดหาทางเอาเอง’

 

เมื่อได้ฟังอย่างนั้นแฮร์รี่จึงถอนหายใจยาวอีกครั้งอย่างหนักใจ แล้วเริ่มเปลี่ยนเรื่องที่คุยกันเพื่อผลักความน่าปวดหัวออกไปก่อน “แล้วคุณเป็นยังไงบ้างฮะ เปิดร้านได้บ้างหรือยัง”

 

‘...ก็ยังเรื่อยๆ ฉันไม่ได้เปิดหน้าร้านรับลูกค้าขาจรแล้ว พวกที่มาซื้อจึงมีแต่ลูกค้าประจำกับคนรู้จักเท่านั้นล่ะ’

 

“ส่วนใหญ่ก็คงทำแบบนั้นกันสินะฮะ ตอนผมไปตรอกไดแอกอนถึงได้เงียบมากๆ”

 

‘มีแค่พวกบ้าเท่านั้นล่ะที่กล้าจะเปิดหน้าร้านในสถานการณ์อย่างนี้’ ทันทีที่ได้ยินโจเซฟว่าอย่างนั้นแฮร์รี่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เมื่อภาพของพวกบ้าที่ว่าลอยเข้ามาในหัวของแฮร์รี่เองทันที

 

“พี่ชายฝาแฝดของรอนเปิดร้านที่ตรอกไดแอกอนอยู่นะครับ คนคึกคักเชียวล่ะ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธที่คุณเรียกเขาว่าพวกบ้านะ ขนาดอดีตกัปตันทีมควิดดิชของผมยังเคยพูดเลยว่าสองคนนั้นอย่างกับลูกบลัดเจอร์”

 

‘ฉันนึกออกได้ทันทีเลยล่ะว่าเธอหมายถึงร้านไหน’ เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างชอบใจที่ได้ยินอย่างนั้น ก็นะร้านของเฟร็ดกับจอร์จน่ะเด่นสุดๆ ไปเลยนี่นา

 

“เอาไว้พวกเราไปที่ร้านของสองคนนั้นด้วยกันไหมฮะ” แฮร์รี่พลั้งปากถามออกไปแล้วก่อนที่เขาจะห้ามตัวเองได้ทัน เขาแทบอยากจะจับหัวตัวเองโขกโต๊ะให้สลบไปเลยเสียเดี๋ยวนี้ข้อหาพูดอะไรไม่ยั้งคิด ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ก็ยังจะถามมันน่าอึดอัดเสียอีก

 

‘…’ ยิ่งโจเซฟเงียบไปแฮร์รี่ก็ยิ่งมั่นใจในคำตอบ เขาจึงรีบละล่ำละลักแก้ตัว

 

“เอ่อ...ไม่ต้องคิดมากก็ได้ฮะ ผมแค่พูดเล่นไปเรื่อย” ถึงเขาจะแอบหวังนิดๆ จริงๆ ก็เถอะ

 

‘ไว้เหตุการณ์สงบแล้วฉันก็ไม่รังเกียจที่จะไปด้วยหรอกนะ’ แต่คำตอบที่ได้ช่างเหนือความคาดหมาย จนแฮร์รี่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะหุบยิ้มลง

 

“คุณรับปากแล้วนะ” แฮร์รี่ยิ้มจนแก้มแทบปริตอบกลับ ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเห็นแต่เขาก็หุบยิ้มไม่ลงอยู่ดี แม้ไม่รู้ว่าเหตุการณ์กลับมาเป็นปกติที่ว่ามันจะอีกนานแค่ไหน ตัวเขาเองจะรอดไปถึงตอนนั้นไหม แต่แฮร์รี่ก็อดตื่นเต้นดีใจกับการตอบรับครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ

 

---------------

 

เดือนมีนาคมใกล้เข้ามาแล้ว ในช่วงนี้เซเวอรัสก็ยังคงคอยให้ข่าวกับทั้งสองฝั่งและให้ความช่วยเหลือภาคีเป็นอย่างดี แม้ว่าในช่วงหลังมานี้เขาจะเริ่มมีเรื่องไม่พอใจกับดัมเบิลดอร์มากขึ้นเกี่ยวกับการที่ให้เขาคอยดูแลเดรโก และเรื่องที่ให้เขารับปากว่าจะช่วยปิดงานที่เดรโกไม่อาจทำได้สำเร็จ

 

แน่นอนเซเวอรัสไม่พอใจที่ถูกบังคับให้รับปากอย่างนั้น เขารู้ดีกว่าใครว่าเวลาของดัมเบิลดอร์เหลืออีกไม่มากแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเขาจะห้ามความหงุดหงิดของตนเองได้ โดยเฉพาะจากเรื่องที่คุยกันเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมาเกี่ยวกับเจ้าเด็กพอตเตอร์

 

ดัมเบิลดอร์ไม่ยอมให้ข้อมูลบางอย่างแก่เขาแต่กลับเลือกที่จะบอกข้อมูลนั้นให้เจ้าเด็กพอตเตอร์แทน แน่นอนมันทำให้เซเวอรัสหงุดหงิดจนเปิดฉากเถียงกับดัมเบิลดอร์ไปยกใหญ่ สุดท้ายชายชราจึงนัดให้เขาไปหาเพื่อบอกข้อมูลและงานบางอย่างในค่ำคืนนี้

 

“คุณเลี้ยงเขาไว้เพื่อให้เขาตายเมื่อถึงเวลาอันสมควรงั้นหรือ คุณเลี้ยงเขาไว้เหมือนหมูที่รอวันถูกเชือด...” เซเวอรัสแทบจะต้องกัดฟันพูดเมื่อเขาได้ฟังข้อมูลทุกอย่างจากดัมเบิลดอร์แล้ว มันเป็นข้อมูลที่เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก จนตอนนี้เขาไม่สามารถบอกได้เลยว่าควรรู้สึกอย่างไรที่คู่โชคชะตาของเขาจะต้องตาย

 

“ในที่สุดเธอก็มีความห่วงใยให้เด็กคนนี้แล้วใช่ไหม” ดัมเบิลดอร์พูดอย่างจริงจัง

 

“ห่วงใยเขางั้นหรือ...” เซเวอรัสพึมพำ เขาไม่สามารถตอบคำถามนั้นของดัมเบิลดอร์ได้เลยเพราะในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน มือแกร่งจึงยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นวาดและร่ายคาถาผู้พิทักษ์ออกไป กวางสาวที่ปรากฏตัวขึ้นจากปลายไม้วิ่งไปรอบๆ ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ราวกับเป็นตัวแทนการยืนยันในความรู้สึกของคนร่าย และตอบคำถามให้ผู้ที่เฝ้ามอง

 

แต่ถึงอย่างนั้นส่วนหนึ่งของเซเวอรัสก็ยังคงสั่นไหว เมื่อได้รู้ว่าวันหนึ่ง เขาอาจต้องเป็นคนบอกให้คู่โชคชะตาของเขาเดินเข้าหาความตาย

 

**********

 

แฮร์รี่ไม่เคยท้อแท้กับชีวิตขนาดนี้มาก่อน

 

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้นับว่าเขามีแต่เรื่องที่ชวนให้หัวเสีย ตั้งแต่รอนโดนวางยาเสน่ห์แถมต่อด้วยโดนยาพิษทั้งๆ ที่เป็นวันเกิดของเจ้าตัวเอง ถึงจะโชคดีที่รอดมาได้เพราะแฮร์รี่ช่วยไว้ทัน (และเรื่องนี้ต้องขอบคุณเจ้าชายที่โน้ตเรื่องบิซัวร์ไว้) แต่เพราะรอนป่วยทำให้แฮร์รี่ต้องเอาแมคล้ากเก้นลงเล่นแทน และใช่มันทำให้ทีมของเขาแพ้ไม่เป็นท่า

 

“คุณรู้ไหมมันน่าโมโหมากเลยนะที่เจ้านั่นเอาแต่โวยวายว่าคนอื่นจนทำให้ทีมเราแพ้ แถมทำผมกะโหลกร้าวด้วย! ” แฮร์รี่พูดคุยอย่างใส่อารมณ์ในค่ำวันหนึ่งหลังจากที่เขาโดนแมคล้ากเก้นหวดลูกบลัดเจอร์ใส่จนต้องมานอนที่ห้องพยาบาล “สาบานได้เลยว่าผมหายดีเมื่อไหร่ผมจะไปเอาเลือดหัวมันออก”

 

‘ถึงเธอจะเอาเลือดหัวเจ้านั่นออกไปก็ไม่ได้ช่วยให้เธอย้อนกลับไปทำให้ทีมชนะได้หรอกนะ จะกลายเป็นแข่งนัดหน้าเธอโดนพักแข่งเอาด้วยซ้ำไป’ โจเซฟพูดเตือน

 

“ผมรู้หรอกน่ะ แต่มันก็อดโมโหไม่ได้จริงๆ ผมหวังแต่ว่านัดหน้ารอนจะกลับไปลงแข่งได้สักที” แฮร์รี่บ่นพึมพำ

 

‘จริงสิแล้วเรื่องที่เพื่อนเธอโดนวางยานั่นจับตัวคนทำได้หรือยังล่ะ’ ชายหนุ่มถามต่อ เนื่องจากฝนที่ตกลงมาเมื่อวันก่อนระยะเวลาที่คุยกันมันสั้นเสียจนแฮร์รี่ได้แค่พูดถึงเรื่องรอนถูกวางยา แต่ยังไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรให้อีกฝ่ายฟังมากนักเวลาก็หมดไปเสียก่อน

 

“ยังไม่ได้เลยฮะ ซลักฮอร์นก็จำไม่ได้ด้วยว่าใครเอาเหล้าขวดนั้นมาให้ แต่บอกตามตรงเลยนะโจเซฟ ผมคิดว่ายังไงก็ต้องเป็นมัลฟอยแน่ๆ”

 

‘เธอจะกล่าวหาใครลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานไม่ได้หรอกนะแฮร์รี่’

 

“ผมเลยพยายามหาหลักฐานอยู่นี่ล่ะ แต่มันก็จับไม่ได้จังๆ สักทีนี่น่า” แฮร์รี่ถอนหายใจและทิ้งความเงียบระหว่างกันอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนโจเซฟจะเริ่มต้นพูดอีกครั้ง

 

‘แฮร์รี่...’ เขาเรียกด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่มั่นใจในบางอย่าง ‘เธอเคยมีความคิดที่จะหนีไปจากเรื่องอย่างนี้บ้างไหม? ’

 

“คุณหมายความว่ายังไง?” เด็กหนุ่มถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

 

‘หนีไปจากสงครามนี่ ปิดบัง ซ่อนตัว ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาคนนึง ไม่ใช่คนที่ถูกเลือก’

 

“หนีไปก็ไม่ใช่ว่าเขาจะตามตัวผมไม่เจอสักหน่อยนี่ครับ หรือคุณอยากหนีไปกับผมเหรอ?” แฮร์รี่พูดติดตลกเล็กน้อย แต่เขารู้ดีถึงความหนักหน่วงของคำถามนั้น

 

‘ฉันหนีไปไม่ได้’ โจเซฟตอบ ซึ่งก็เป็นคำตอบที่ไม่ได้ผิดไปจากที่แฮร์รี่คาดไว้นัก ‘อย่าคิดว่าเพราะฉันรังเกียจเธอล่ะ ฉันแค่หนีจากหน้าที่ฉันไปไม่ได้... เพราะมีคนที่ฉันต้องปกป้องอยู่’

 

คำพูดที่อีกฝ่ายรีบพูดต่อด้วยความกลัวเขาจะเข้าใจผิดนั้นทำให้เด็กหนุ่มที่ได้ฟังอยู่อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มออกมาบางๆ “นั่นสินะครับ ผมเองก็คงหนีไม่ได้เพราะต้องปกป้องเหล่าคนที่ผมรักอยู่เหมือนกัน”

 

‘แม้ว่าเธออาจจะต้องตายน่ะหรือ? ’ ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง

 

“ครับ เพราะถ้าหากผมหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ผมคงเป็นคนที่เห็นแก่ตัวน่าดู” ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ แต่ทุกครั้งที่คิดเขาก็ได้คำตอบเดียวเสมอ “และผมจะไม่ยอมตาย จนกว่าจะชนะคนคนนั้นครับ”

 

โจเซฟถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินคำตอบอย่างนั้น ราวกับว่าเขาเองก็ได้ตัดสินใจในบางอย่างแล้วเช่นกัน ‘ถ้าอย่างนั้นฉันก็หวังว่าจะได้พบเธอในวันที่สงครามจบลง’

 

**********

 

หลังจากที่ทั้งเขาและรอนได้ออกมาจากห้องพยาบาล เขาก็ได้ค้นพบว่าเขามีเรื่องปวดหัวอีกอย่างที่ยังไม่ได้สะสาง นั่นคือเรื่องความทรงจำของซลักฮอร์น

 

ในค่ำวันหนึ่งหลังจากที่เขาออกมาจากห้องพยาบาลได้ไม่กี่วัน ดัมเบิลดอร์ก็เรียกพบเขาอีกครั้งเพื่อให้ข้อมูลบางอย่างและถามถึงความคืบหน้าของงานที่ถูกมอบหมายให้ แน่นอนว่าการที่แฮร์รี่ยังไม่ได้เข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จเลยนั้นทำให้ดัมเบิลดอร์ไม่พอใจอยู่มากทีเดียว

 

“ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆนะ ฉันเข้าใกล้เขาไม่ได้เลย เขาจำต้องหนีฉันตลอด” แฮร์รี่นั่งบ่นให้เพื่อนทั้งสองคนของเขาฟังในมื้อเช้าถึงเรื่องที่พูดคุยกับอาจารย์ใหญ่เมื่อคืน

 

รอนกับเฮอร์ไมโอนี่กลับมาคุยกันได้อย่างเป็นปกติแล้วหลังจากที่รอนเลิกกับลาเวนเดอร์ไป ทำให้แฮร์รี่สบายใจขึ้นมากที่ไม่ต้องมาคอยแยกร่างคุยกับทีละคนอีก และทำให้เขาไม่ต้องเล่าเรื่องเดียวกันสองรอบด้วย หรือบางทีเขาควรขอบคุณที่รอนโดนยาพิษไหม? (แน่นอนว่าเขาแค่คิดขำๆ เท่านั้น)

 

“เธออาจจะแค่หาจังหวะไม่ถูกเองก็ได้แฮร์รี่ มันต้องมีบ้างล่ะนะโอกาสดีๆ ที่จะได้คุยกับซลักฮอร์นสองคนน่ะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดปลอบ

 

“นั่นสินะ นายอาจจะแค่ต้องใช้โชคนิดหน่อย... ใช่แล้วโชคไงล่ะ! ” รอนร้องออกมาอย่างตื่นเต้นจนทั้งแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ต้องหันมองอย่างไม่เข้าใจ

 

“นายหมายความว่าไงน่ะ?” แฮร์รี่ถาม

 

“น้ำยานำโชคไงเพื่อน นายแค่ใช้ไอ้นั่น การเอาความทรงจำมาก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากอีกแล้ว”

 

“แต่... ฉันอยากจะเก็บไว้ใช้โอกาสอื่น” เขาบ่ายเบี่ยง

 

“จะมีอะไรที่สำคัญกว่าความทรงจำของซลักฮอร์นอีกละแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่เร่งเร้าเพื่อนทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น แต่แฮร์รี่ก็ยังคงขมวดคิ้วอย่างหนักใจกับการที่ต้องเลือกใช้เจ้าน้ำยาล้ำค่านี่

 

“ไว้ฉันจะลองดูอีกทีหลังคาบเรียนปรุงยาวันนี้ ถ้ามันยังไม่ได้ความฉันจะยอมใช้มัน”

 

“ก็ได้ งั้นพวกฉันจะรอฟังข่าวตอนเย็นนี้นะ ไปกันเถอะรอนเดี๋ยวจะเข้าสอบสาย” เด็กสาวคนเดียวของกลุ่มว่าก่อนที่เธอจะลุกขึ้นจากโต๊ะ

 

“งั้นไว้เจอกันตอนเย็นนะเพื่อน” รอนลุกขึ้นบ้างและเดินตามเฮอร์ไมโอนี่ไป ทิ้งให้แฮร์รี่นั่งถอนหายใจยาวอยู่ชั่วครู่แล้วลุกไปเข้าห้องเรียนบ้าง

 

บ่ายวันนั้น แฮร์รี่พยายามอย่างยิ่งในคาบเรียนปรุงยาเพื่อที่จะทำให้ซลักฮอร์นประทับใจเขามากพอที่จะยอมอยู่คุยกับเขาหลังเลิกเรียน

 

แต่ทว่าท้ายที่สุดความพยายามของเขาก็ไม่เป็นผลอยู่ดี เมื่อทันทีที่คาบเรียนจบลงซลักฮอร์นก็รีบเก็บข้าวของของตนและเดินออกจากห้องเรียนไป โดยไม่แม้แต่จะฟังเสียงทักท้วงจากแฮร์รี่เลยสักนิด

 

แฮร์รี่หัวเสียมากที่ผลสุดท้ายมันเป็นอย่างนั้น ทำให้เมื่อถึงตอนเย็นที่เขากลับมาเจอกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่ห้องนั่งเล่น เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะบ่ายเบี่ยงเรื่องการไม่ยอมใช้น้ำยานำโชคได้อีก

 

“นายจะใช้น้ำยานำโชคเลยหรือเปล่าแฮร์รี่” รอนถามขึ้นทันทีที่ได้ฟังแฮร์รี่เล่าถึงความล้มเหลวของเขาจบ

 

“ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่ แต่ฉันไม่คิดว่าจะใช้ทั้งขวดหรอกนะ ไม่ถึงสิบสองชั่วโมงหรอก ฉันคิดว่าจะดื่มสักจิบสองจิบ แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คงเรียบร้อยแล้ว” แฮร์รี่ตอบ

 

“งั้นลงมือเลยเถอะ อย่ารอเวลาอยู่เลย” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างตื่นเต้น อันที่จริงเธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผลของน้ำยานำโชคจริงๆ มันเป็นอย่างไร

 

แฮร์รี่พยักหน้ารับให้เพื่อนทั้งสองคนเล็กน้อย ก่อนจะหยิบเจ้าของเหลวสีอำพันในกระเป๋าเสื้อคลุมขึ้นมายกจิบ

 

“รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง” เฮอร์ไมโอนี่ถาม

 

แฮร์รี่นิ่งเงียบไม่ตอบอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ความรู้สึกเบิกบานใจจะแผ่ทั่วไปทั้งร่าง เขารู้สึกราวกับว่าเขาจะสามารถทำอะไรก็ได้ แม้แต่การเอาความทรงจำมาจากซลักฮอร์นก็ดูจะไม่ใช่เรื่องยากเลย เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นใจแล้วส่งยิ้มแย้มแจ่มใสให้เพื่อนทั้งสองคน

 

“มัน...ยอดเยี่ยมไปเลย” เขาตอบ “เอาล่ะฉันจะไปหาแฮกริดที่กระท่อมก่อน”

 

“อะไรนะ” ทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนี่พูดออกมาพร้อมกัน ทั้งสองคนดูตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ เพื่อนของพวกเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายไปหาแฮกริดแทนที่จะเป็นซลักฮอร์นอย่างที่คุยกันไว้ในทีแรก

 

“แต่แฮร์รี่เธอต้องไปหาศาสตราจารย์ซลักฮอร์นไม่ใช่เหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ทักท้วง

 

“ฉันรู้ แต่ฉันรู้สึกว่ามันจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นที่กระท่อมของแฮกริดน่ะ” แฮร์รี่ตอบกลับอย่างไม่หวั่นไหว ทั้งยังเดินกลับขึ้นหอพักชายเพื่อไปเอาผ้าคลุมล่องหนของเขาโดยไม่สนเพื่อนทั้งสองคนที่ยังคงนั่งอย่างมึนงง

 

“แล้วฉันจะกลับมาบอกข่าวดีให้พวกนายฟัง” เขาว่าอย่างนั้นเมื่อเดินกลับลงมาเจอทั้งสองอีกหนก่อนจะสวมผ้าคลุมแล้วก้าวขาผ่านช่องรูปภาพออกไป

 

**********

 

แฮร์รี่ได้ความทรงจำมาแล้ว มันง่ายดายเหมือนที่เขาคิดเมื่อทุกอย่างดูจะเป็นใจให้เขาไปเสียหมด และในขณะที่เขากำลังเดินไปตามทางในปราสาทและคิดไปด้วยว่าจะไปหาดัมเบิลดอร์เลยดีไหม หรือค่อยรอแจ้งข่าวและเข้าพบในคืนพรุ่งนี้ดี แต่ในขณะนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงสายฝนที่กำลังจะร่วงหล่นลงมา

 

ไม่รู้อะไรดลใจให้แฮร์รี่หยุดอยู่ที่หน้าต่างบานหนึ่ง นัยน์ตาสีมรกตเหม่อมองท้องฟ้าผ่านผ้าคลุม ในตอนนั้นเองแฮร์รี่ก็ได้เห็น ร่างของอาจารย์ที่เขาไม่ชอบหน้าที่สุดกำลังเดินใกล้เข้ามา แฮร์รี่คาดว่าอีกฝ่ายคงมาเดินตรวจตราอย่างทุกที และเพียงแค่เขายืนนิ่งๆ สเนปก็คงจะเดินผ่านไปโดยไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขายืนอยู่ตรงนี้

 

กระทั่งเสียงสายฝนเงียบหายไปจากโสตประสาท แฮร์รี่จึงเริ่มกระซิบหาคนที่อยู่อีกฟากฝั่ง “โจเซฟ อยู่หรือเปล่า”

 

แฮร์รี่ไม่ต้องกลัวว่าสเนปที่พึ่งเดินผ่านเขาไปจะได้ยินที่เขาพูดสักนิด เพราะมนต์วิเศษของสายฝนนี่ตราบใดที่ช่วงเวลายังคงอยู่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกไปก็ไม่มีทางที่ใครคนอื่นจะได้ยิน

 

หากแต่ปฏิกิริยาของสเนปกลับทำให้เขาผิดคาด ชายร่างสูงคนนั้นหยุดชะงักเท้าของตนที่กำลังก้าวเดินและมองสำรวจรอบตัวราวกับค้นหาบางสิ่ง

 

แฮร์รี่หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อคิดว่าเขาอาจจะโดนจับได้ที่ยืนอยู่ตรงนี้ แต่ก็น่าสงสัยมากเช่นกันว่าสเนปได้ยินเสียงเขาได้อย่างไร? หรือสายฝนข้างนอกนั่นหยุดตกไปกะทันหัน? แต่เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องอย่างนั้นเลยสักครั้ง

 

ในขณะที่เขากำลังคิดสะระตะ แฮร์รี่ก็ได้เห็นว่าชายคนนั้นยกยาบางอย่างขึ้นดื่ม ก่อนจะเก็บขวดยานั้นเข้าเสื้อคลุมและเดินต่อไป

 

“โจเซฟ คุณนอนแล้วเหรอ หรือฝนไม่ตกกันนะ...” แฮร์รี่เรียกเมทของเขาอีกครั้ง และไม่รู้ทำไม บางอย่างมันบอกเขาว่าให้เดินตามสเนปไป

 

‘ยังแฮร์รี่ และทำไมเธอยังไม่เข้านอน’ โจเซฟตอบเขาแล้ว แต่แฮร์รี่ยังคงรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงเร่งฝีเท้าที่กำลังเดินอีกหน่อยจนเก้าทันเดินเคียงข้างกับสเนป

 

“ผมไปทำภารกิจที่โดนดัมเบิลดอร์มอบหมายมา กำลังคิดเลยว่าผมควรจะไปหาดัมเบิลดอร์เลยดีไหม หรือควรกลับหอพักก่อนดีแล้วค่อยไปคุยกับเขาพรุ่งนี้”

 

จู่ๆ สเนปก็หยุดชะงักเท้าในทันทีที่แฮร์รี่พูดจบ เขาจึงหยุดเก้าเท้าตามไปด้วย ในตอนนี้แฮร์รี่เริ่มพอจะเดาอะไรบางอย่างได้บ้างแล้ว

 

‘นั่นแปลว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่เตียง? ’ เขากระซิบถาม และคราวนี้แฮร์รี่ยิ่งมั่นใจถึงเรื่องที่เขาพึ่งคาดเดาไปเมื่อครู่

 

“ครับ ผมกำลังเดินอยู่ตรงระเบียงข้างๆ คุณเลยล่ะ” ถึงตอนนี้แฮร์รี่จึงดึงผ้าคลุมของเขาออกแล้วประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “สวัสดียามดึกครับศาสตราจารย์”

 

สเนปยืนนิ่งจ้องหน้าเขาเขม็งแต่ไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ แฮร์รี่จึงต้องเป็นฝ่ายที่เริ่มพูดก่อนด้วยอารมณ์ที่เขาเองก็บอกไม่ถูกว่ามันเป็นแบบไหน “ผมรู้ว่าคุณได้ยินผมครับศาสตราจารย์ หรือคุณชอบให้ผมเรียกคุณว่าโจเซฟมากกว่า”

 

สเนปถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบยาในเสื้อคลุมอีกหน แต่เป็นคนละขวดกับที่แฮร์รี่เห็นก่อนหน้ามายกขึ้นดื่ม ทิ้งความเงียบระหว่างพวกเขาอีกสักพักก่อนจะยอมเอ่ยปาก

 

“เธอรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เขาถามด้วยเสียงที่กลับมาเป็นปกติโดยปราศจากฤทธิ์ยาแล้ว แต่ยังคงก้องอย่างประหลาดเมื่อเวลาของสายฝนยังไม่หมดลง

 

“เมื่อสักครู่นี้เองครับ ด้วยความบังเอิญจากน้ำยานำโชคที่ผมดื่มไปเมื่อเย็น” แฮร์รี่ตอบกลับด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งเสียใจทั้งผิดหวังปะปนกันมั่วไปหมด “คุณตั้งใจจะหลอกผมอีกนานแค่ไหน”

 

“อาจจะตลอดชีวิตของฉัน”

 

“ทำไม?” เด็กหนุ่มกระซิบถามด้วยความไม่เข้าใจ ฤทธิ์ของน้ำยานำโชคคงหมดไปแล้วเมื่อตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าเขาควรจะพูดอะไรต่อไป

 

“เธอไม่จำเป็นต้องรู้เลยพอตเตอร์ เพราะเมื่อถึงเวลาที่เธอรักใครสักคนมากพอที่จะตัดพันธะนี่ออกไป มันก็ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องรู้เลยด้วยซ้ำ”

 

“ตอนนี้มันจึงเป็นพอตเตอร์แล้วสินะครับ...” แฮร์รี่พูดอย่างเหม่อลอย

 

“เวลาหมดลงแล้วพอตเตอร์ เราไม่ควรพูดเรื่องนั้นกันตอนนี้” แฮร์รี่ไม่ทันได้รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าเวลาของสายฝนได้หมดลงไปตอนไหน รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาก็ไม่อยากคุยกับคนตรงหน้านี้อีกแล้วเช่นกัน

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปหาอาจารย์ใหญ่ก่อนนะครับ หวังว่าคุณคงจะยกโทษให้ผมสักครั้งที่เจอผมในยามวิกาลแบบนี้”

 

“ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะคุณพอตเตอร์” สเนปว่าอย่างนั้นก่อนที่เขาจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้แฮร์รี่จมอยู่กับความรู้สึกหนักอึ้งที่ยากจะอธิบาย

 

====================

 

Talk : ฮะแฮ่ม กลับมาแล้วค่า ขอโทษที่หายไปนานม๊ากก แถมไปแอบงอกไหอีก(แฮ่) เป็นไงคะ มีใครกรี๊ดบ้างขอมือหน่อยยย (ฮา)

ตอนนี้ดูจะสั้นกว่าตอนอื่นๆใช่ไหมคะ ใช่ค่ะมันค่อนข้างสั้นกว่าตอนอื่นเพราะมันโดนตัดมา จริงๆเรากะจะเอาให้จบภาค6ในตอนนี้ แต่เขียนๆไปจนขึ้น5พันกว่าเวิร์ดแล้วก็ยังไม่จบ คาดว่าอาจจะทะลุ7ถึง8พันเลยย่อยตอนดีกว่าไม่งั้นจะอ่านกันเหนื่อยเกินแล้วก็จะรอนานเกินด้วยเลยตัดมาให้อ่านก่อน เดี๋ยวอีกสัก3-4วันจะมาต่อให้อีกตอนนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

242 ความคิดเห็น

  1. #239 อ๊ากกกก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 18:00

    ฮือออออออออออออ "อาจจะตลอดชีวิตฉัน" แต่คุณสัญญาอะไรไว้ตั้งมากมาย! อย่ามาาา แงงงงงงงง กลับมาวนอ่านอีกรอบ ปวดจัยยยย รอคุณไรท์มาต่อค่ะะะะะะ รออออออออออ รออย่างมีฟามหวัง หงิง

    #239
    0
  2. #232 obo224 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 22:25
    เศร้ามาก น้ำตาไหลแล้ว 😭😭
    #232
    0
  3. #203 Matchima123 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:56
    รอออออออ
    #203
    0
  4. #202 ZoeyIsMine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 03:46
    ฮือ ;-; ติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #202
    0
  5. #201 giemtts (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 09:12
    รอนะคะ💓💓
    #201
    0
  6. #199 PirawanBoonnuam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:54
    เตรียมทิชชู่แล้วววว
    #199
    0
  7. #198 Tidvita (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 00:45
    โอ้พระเจ้า...
    #198
    0
  8. #197 SJ-1984 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:29
    งือออ~ อยากรู้เลยว่าตอนต่อๆไปจะเป็นยังไง ฝนตกครั้งต่อไปเค้าทั้งคู่จะคุยกันแบบไหน? น้องจะโกรธป๋ามั้ย? แต่ที่แน่ๆก็คือ เกียมซับน้ามตารอแล้วค่ะ5555
    #197
    0
  9. #196 MysteriousofGirl1221 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:37

    แงงงงงง จะตั้งตารอตอนต่อไปเลยนะคะ
    #196
    0
  10. #195 suan_fim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 21:39
    แงแงงงงง เป็นหน่วงกับน้องเลยอ่ะ
    #195
    1
    • #195-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:59
      เดี๋ยวจะมีฮีลคนอ่านพักยกก่อนแล้วค่อยมาหน่วงกันต่อค่ะ 555
      #195-1
  11. #194 PSPEKCH (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 21:37
    แงงง มันหน่วงมากเลยยน
    #194
    2
    • #194-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:58
      จะพยายามดึงให้หน่วงกว่านี้นะคะ(?)
      #194-1
    • #194-2 PSPEKCH(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 22:00
      ซับน้ำตารอ
      #194-2
  12. #193 TewadaCat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 19:03

    ฮือออ เหมือนยังไม่จุใจ อ่านแล้วเป็นจุกๆ แน่น หน่วงๆ และที่สำคัญมากๆเลยคือ ค้าง!!!!
    เอาเป็นว่ารอตอนต่อไปนะคะ
    #193
    1
    • #193-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:58
      จะรีบมาต่อเลยค่าา มันค้างเพราะเราตัดครึ่งตอน! 5555
      #193-1
  13. #192 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 14:33
    ค่อยยังชั่วที่รู้ตอนนี้ ต้นตอนเผลอคิดไปว่าจะจบแบบในหนังที่ look at my eye แล้วฝนตก ค่อยเฉลย ฮืออ อันนั้นคือตับพังมาก
    #192
    1
    • #192-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:57
      เอาจริงๆแรกสุดเลยคือเราคิดไว้แบบนั้นเลยค่ะ ตอนแรกเลยวางพลอตให้ได้ยินเสียงกันครั้งสุดท้าย แต่พอเขียนเรื่องย่อจบแล้วรู้สึกเปลี่ยนใจ แต่แบบไหนจะหน่วงกว่าต้องรอดูค่ะ
      #192-1
  14. #191 jjassZ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 13:11
    อมก ไรท์สุดยอดเป็นกำลังใจให้นะคะ รีบมาต่อบ่อยๆนะคะ
    #191
    1
    • #191-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:56
      ขอบคุณมากเลยนะคะ ช่วงนี้ค่อนข้างว่างจะพยายามมาต่อให้ไวๆนะ
      #191-1
  15. #190 Mil me fang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 11:20
    ใจสั่นแล้วค่ะคุณ
    #190
    2
    • #190-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:55
      เริ่มสั่นเบาๆก่อนค่ะ
      #190-1
  16. #189 Tomaiey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 08:04
    ต้องจบแฮปปี้นะคะ //กำหมัด

    แหะๆๆๆ แง ขอร้องง พลีส
    #189
    1
    • #189-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:54
      แฮปปี้ค่าจริงๆ แค่กว่าจะแฮปปี้อาจจะต้องสูดลมหายใจลึกๆก่อนนะคะ
      #189-1
  17. #188 จิ้งจอกกอดลูกโลก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 07:49
    โชคดีรึที่ได้เจอเมทตอนนี้ ผลของน้ำยานำโชคให้โชคดีจริงๆรึเปล่า? หรือว่าถ้าไม่ได้ใช้น้ำยาแฮร์รี่อาจไม่ได้รู้ความจริงเลยจนจบสงคราม.. ไม่ได้สเนปอีก มีทั้งดีและไม่ดีแหะ.. คิดไปนั้น
    #188
    1
    • #188-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:53
      เอาจริงๆแรกสุดเลยเราวางแผนให้น้องรู้ตอนจบสงครามนั่นล่ะค่ะ เราเลยวางพลอตต้นเรื่องไว้แบบนั้น(ให้คุยกันได้สั้นๆก่อนตาย) แต่ทีนี้พอเขียนเรื่องย่อจบละเปลี่ยนใจรู้สึกว่าใส่ไปตอนนี้เลยน่าจะเล่นได้มากกว่า แต่จะเป็นอย่างที่เราคิดไหม มาดูกันนะคะ
      #188-1
  18. #187 GOTFAFA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 07:23
    ในที่สุดน้องก้รู้ซักที หน่วงเลยตอนนี้ ชั้นสงสารทั้งคู่เลย~~~~~
    #187
    1
    • #187-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:51
      เดี๋ยวหลังจากนี้จะมีให้คนอ่านพักฟื้นนิดหน่อยค่ะ ค่อยกลับมาดราม่าต่อ(?)
      #187-1
  19. #186 Secr3t-Key (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 03:38
    รู้กันสักทีแบบบางเบามากเลยค่ะ
    เลยชอบบรรยากาศการถามเรียบของน้องนะคะ มันทัชใจเราแบบบอกไม่ถูก
    #186
    1
    • #186-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:50
      ตอนแรกเรากะจะใส่ให้รู้ตอนสเนปโดนนากินีฉกเลยค่ะ แต่วงวารน้องเลยเปลี่ยนพลอต ฮา
      #186-1
  20. #185 mrzakung1987 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 03:18
    ฮือออออออ ค้างอ่าาาา
    #185
    1
    • #185-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:49
      ไม่ต้องร้องนะคะ เดี๋ยวมาๆ อย่างช้า7วัน สัญญา
      #185-1
  21. #184 im.mild (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 03:16
    แงงง น้ำยานำโชคก็ดันหมดฤทธิ์เอาตอนนี้ ป๋าก็ยังคงความซึนขั้นสุดอยู่ เลยหน่วงกันไปหมดเลย สงสารทั้งคู่เลยอ่ะ รอต่อนะคะ
    #184
    1
    • #184-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:48
      รออีกนิดนะคะ เดี๋ยวจะมีให้กุ๊กกิ๊กพอกระชุ่มกระชวยนิดหน่อยพักเบรคก่อนค่อยดราม่าต่อ
      #184-1
  22. #183 DB2B (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 02:11
    หน่วงมาก กลัวว่าตอนจบป๋าจะตายเหมือนในหนัง
    #183
    1
    • #183-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:47
      ไม่ต้องกลัวนะคะ เราไม่ได้จั่วหัวไว้ที่คำเตือน ดังนั้นเราไม่กล้าาา
      #183-1
  23. #182 pa0027 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 02:09
    แงงงง หน่วงไปหมดเลยยย
    #182
    1
    • #182-1 raining(จากตอนที่ 10)
      22 เมษายน 2563 / 21:47
      ยังค่ะ นี่ยังพึ่งเริ่มต้น //บีบมือ
      #182-1