[Fic Harry] Whisper in the Rain (SS/HP)

ตอนที่ 1 : 1st Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

 

ว่ากันว่าบนโลกใบนี้เราทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมคู่โชคชะตาของตนเอง เมื่อยามฝนเริ่มโปรยปรายเสียงรอบข้างจะหายไปและได้ยินเพียงเสียงคู่ชะตาของตัวเองเท่านั้น ช่วงเวลาเพียงไม่กี่อึดใจที่สามารถกระซิบผ่านสายฝน ฝากข้อความถึงคนที่เป็นคู่แท้ของตน

 

แฮร์รี่เคยได้ยินเรื่องแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก และเฝ้ารอวันที่ตนจะได้ยินเสียงโซลเมทของตัวเองบ้าง ว่ากันว่าคนส่วนใหญ่จะเริ่มไม่ได้ยินเสียงฝนช่วงเริ่มตกครั้งแรกตอนอายุ13 และในตอนนี้เขาก็อายุครบ13ปีแล้วซึ่งเขากำลังรอคอยที่จะฟังเสียงโซลเมทของตัวเองเป็นครั้งแรก แต่ช่างโชคร้ายที่ฝนยังไม่ทันจะตกเขาก็ดันมีปัญหากับบ้านเดอร์สลีย์จนต้องออกมาเร่ร่อนเสียก่อน

 

เด็กชายถอนหายใจยาวเหม่อมองท้องถนน กระทั่งมีคนเมล์อัศวินราตรีมารับทำให้เขาได้มานอนพักอยู่ที่ร้านหม้อใหญ่รั่วโดยลืมคิดถึงเรื่องฝนไปสนิทเมื่อเขาได้รับอิสระครั้งแรก อิสระที่จะตื่นเวลาไหนก็ได้ จะกินอะไรก็ได้ หรือจะไปที่ไหนก็ได้ แค่อยู่ในบริเวณตรอกไดแอกอนนี่ตามคำบอกของคอร์นีเลียส ฟัดจ์ แม้แฮร์รี่จะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นักแต่เขาก็เป็นสุขดีเมื่อได้อยู่แบบนี้

 

กระทั่งฝนเริ่มโปรยปรายเป็นครั้งแรกในรอบอายุ13ปีของแฮร์รี่

 

มันมีบางอย่างที่แฮร์รี่บอกไม่ได้ว่าทำไม แต่บางอย่างที่เขารู้สึกได้ว่าฝนกำลังจะตก เขารู้ว่ามันเป็นสัญชาตญาณที่ทุกคนมีมันตามที่เคยได้ยินมา เด็กชายค่อนข้างตื่นเต้นมากหลังจากลืมเรื่องนี้ไปพักใหญ่ เพราะเขากำลังจะได้ติดต่อกับโซลเมทเป็นครั้งแรก กระทั่งเสียงต่างๆรอบตัวค่อยๆเงียบหายไป ทุกคนต่างหยุดนิ่งราวกับโลกหยุดหมุน ทั้งๆที่ปากบางคนยังคงพูดคุยแต่แฮร์รี่กลับไม่ได้ยินเสียงใดๆ

 

“เฮ้ ได้ยินผมไหม?” เด็กชายเริ่มกระซิบเรียกคู่ของตนและนิ่งรอ

 

กระทั่งเสียงรอบตัวพร้อมเสียงฝนค่อยๆดังกลับมาแฮร์รี่ก็ยังคงไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใดทำให้เด็กชายค่อนข้างผิดหวังมากพอสมควร แต่เขาก็เคยได้ยินมาว่าการหาคู่ชะตาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางครั้งบางคนไม่เคยเจอคู่ชะตาตลอดชั่วชีวิตก็มี เด็กชายได้แต่ถอดถอนใจหวังว่าเขาจะไม่ใช่ผู้โชคร้ายแบบนั้น

 

ไม่กี่วันหลังจากนั้นฝนที่สองก็เริ่มตกอีกครั้ง แฮร์รี่ไม่ที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความเงียบนี้ดีจึงเริ่มเล่าเรื่องราวให้เมทผู้ที่น่าจะยังไม่มีตัวตนฟังแทน ถึงมันจะเป็นเวลาเพียงประมาณ5นาทีเท่านั้นนับแต่ฝนเริ่มตก แต่5นาทีสำหรับความเงียบงันช่างยาวนานในความรู้สึก เด็กชายจึงเริ่มใช้เวลานั้นเล่าเรื่องสั้นๆที่เขาพบเจอ ตั้งแต่เรื่องวันแรกที่เขาหนีออกจากบ้านจนมาอยู่ในร้านหม้อใหญ่รั่ว เด็กชายที่คิดว่าเมทของเขายังไม่มีตัวตนแบบนี้จะเล่าเรื่องพ่อมดไปสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร

 

“แล้วก็วันนี้นะฮะผมไปเจอไม้กวาดรุ่นใหม่ด้วยมันน่าสนใจมากเลยรู้ไหม มันบินได้เร็วสุดๆจนผมอยากได้ใจแทบขาดเลยล่ะ... โอ้จะหมดเวลาแล้วสิ หวังว่าสักวันจะได้ยินเสียงคุณตอบกลับมาบ้างนะฮะ” แฮร์รี่บอกลาโซลเมทผู้ไม่มีตัวตนของเขาเมื่อเสียงสายฝนเริ่มค่อยๆดังขึ้นในโสตประสาท ก่อนเสียงจอแจของตรอกไดแอกอนจะกลับมาดังเดิม

 

*********

 

“พวกนายได้ยินเสียงคู่ของตัวเองกันบ้างรึยังน่ะ” เสียงหวานใสของเด็กสาวดังขึ้นขณะทั้งสามคนกำลังนั่งกินมื้อเย็นกันอยู่ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว รอนและเฮอไมโอนี่ได้ตามมาเจอแฮร์รี่ที่ตรอกไดแอกอนในวันสุดท้ายของการปิดเทอมฤดูร้อน ซึ่งทำให้แฮร์รี่ดีใจมากเพราะทั้งสองคนบอกกับเขาว่าจะนอนด้วยกันกับเขาที่ร้านหม้อใหญ่รั่วและจะเดินทางไปสถานีรถไฟด้วยกันในพรุ่งนี้เช้า

 

“ฉันพยายามพูดกับคู่ฉันแล้ว แต่ไม่เคยมีการตอบกลับเลย บางทีคู่ฉันอาจจะยังไม่เกิด” แฮร์รี่ตอบกลับขำๆปนความน้อยใจอยู่หน่อยๆ แฮร์รี่ซึ่งเป็นคนที่เด็กที่สุดในสามคนเขาจึงเป็นคนสุดท้ายที่เริ่มไม่ได้ยินเสียงฝน ในขณะที่เฮอไมโอนี่เริ่มไม่ได้ยินมาตั้งแต่ปีการศึกษาที่แล้ว แต่ตอนนั้นเธอก็ยังไม่ได้ยินเสียงคู่ของตนเองเช่นกัน

 

“นายเหมือนฉันเลยแฮร์รี่ ฉันก็เรียกคู่ฉันแล้วนะ แต่เธอไม่เคยตอบกลับเหมือนกัน” รอนถอนหายใจอย่างท้อแท้เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน ไม่รู้ทำไมแต่ภายในใจของเด็กหนุ่มผมแดงกำลังหวังว่าคนที่ได้ยินเสียงของเขาอาจจะเป็นเพื่อนสาวของเขาเอง และเธอกำลังแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเขาอยู่ก็เป็นได้

 

“แปลว่ามีฉันคนเดียวสิที่เมทตอบกลับแล้ว” คำบอกเล่าของเด็กสาวทำเอารอนรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ลำไส้ของเขากำลังขดแน่นเป็นเกลียวจนไม่อาจเปล่งเสียงถามอะไรต่อได้อีกต่อไป คงมีเพียงแฮร์รี่ที่ยังตื่นเต้นอยากรู้

 

“เขาตอบกลับเธอแล้วเหรอ? มันเป็นยังไงน่ะ? เธอได้คุยอะไรกับเขาบ้าง?” เด็กสาวยิ้มกว้างตอบรับก่อนเล่าเรื่องราวที่ได้คุยกับโซลเมทของตัวเองให้เพื่อนชายทั้งสองคนฟัง

 

“ก็คุยเรื่องทั่วไปกันนิดหน่อย รู้แค่ว่าเขาชื่ออะไรอายุเท่าไหร่ ฉันพึ่งรู้นะว่าถ้าคู่ของตัวเองอายุยังไม่ถึงที่กระซิบผ่านสายฝนได้ต่อให้พูดอะไรไปก็จะยังสื่อสารกันไม่ได้ อย่างคู่ฉันเขาก็พึ่งจะได้ยินเสียงฉันหลังรอมาตั้งสิบกว่าปีล่ะ”

 

“แปลว่าทั้งฉันและรอนอาจจะมีคู่ที่อายุน้อยกว่าจริงๆสินะ” แฮร์รี่ถาม

 

“มันก็ไม่แน่นะ เพราะถ้าฝนตกไม่พร้อมกันก็จะไม่ได้ยินเสียงกันด้วยล่ะ บางคนก็เลยหาคู่ของตัวเองไม่เคยเจอไง แต่โดยส่วนมากโซลเมทก็มักจะอยู่ใกล้ๆกันโดยไม่รู้ตัวนั่นล่ะจากที่ฉันไปอ่านมานะ คนส่วนใหญ่ก็เลยยังได้เจอคู่ของตัวเองไง ฉันเชื่อว่าสักวันพวกนายก็ต้องเจอไม่ต้องน้อยใจไปหรอกหน่า” เด็กสาวกล่าวทิ้งท้ายไว้ให้แฮร์รี่ได้พอยิ้มออก โล่งใจไปเปราะหนึ่งว่าเขาคงไม่ใช่คนที่โชคร้ายขนาดนั้น ผิดกับรอนที่ภายในหัวยังคงวนเวียนไม่เลิกถึงเรื่องคู่โชคชะตาของเพื่อนสาวไปทั้งคืนนั้น

 

*********

 

ขณะที่พวกเขานั่งอยู่บนรถไฟฝนก็เริ่มตกอีกครั้ง เสียงทุกอย่างค่อยๆเงียบหายไปแฮร์รี่จึงเริ่มพูดกับคู่ของเขาเช่นเดียวกับรอนและเฮอไมโอนี่

 

“ผมไม่รู้ว่าคุณจะได้ยินผมหรือยังแต่นี่ผมกำลังจะไปโรงเรียนแล้ว มันอาจจะแปลกสักหน่อยแต่ผมชอบที่จะไปโรงเรียนมากกว่าช่วงปิดเทอม ปิดเทอมเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับผมเสมอเลยล่ะ ถึงเทอมนี้อาจจะมีเรื่องอยู่บ้างเพราะเหมือนฆาตรกรที่หลุดออกมาดูจ้องจะทำร้ายผมอยู่...” เด็กชายเริ่มเล่าอะไรไปเรื่อยเปื่อยแต่แล้วลมหายใจของเขาก็หยุดสะดุดลงเมื่อรถไฟค่อยๆชะลอความเร็วลงและไฟทุกดวงก็มืดสนิท

 

“เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ?” แฮร์รี่หันไปพูดกับเพื่อนทั้งสองของเขา แม้จะรู้ว่าทั้งคู่คงไม่ได้ยิน แต่แฮร์รี่คิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะพออ่านปากเขาได้บ้าง

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” แฮร์รี่อ่านปากรอนได้อย่างนั้นก่อนเด็กชายจะลุกขึ้นไปเปิดประตูด้านนอก แต่ความเย็นที่ปะทะเข้ามาอย่างน่ากลัวทำให้แฮร์รี่ต้องรีบปิดประตูและกลับลงไปนั่งที่เดิม สิ่งมีชีวิตบางอย่างที่อยู่ด้านนอกกำลังค่อยๆจับประตูที่แฮร์รี่ปิดไม่สนิทเมื่อครู่ มือของมันช่างดูเหมือนซากศพที่แช่น้ำจนเน่าเปื่อย

 

“พระเจ้า! นั่นมันตัวอะไรน่ะ!” แฮร์รี่ร้องอย่างตกใจนั่งตัวแข็งอยู่บนเก้าอี้กระทั่งความเงียบเริ่มหายไปและแทนที่ด้วยเสียงสายฝนจากด้านนอกพร้อมๆกับเสียงหวีดหวิวจากสิ่งมีชีวิตน่าสยดสยองตรงหน้าเขา ความหนาวเย็นที่ดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเสียดแทงทะลุผิวของเขาราวกับจะทำให้แข็งตาย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังก้องอยู่ในหูแต่ไม่รู้ว่ามันมาจากทิศทางใด เขารู้ได้ถึงความทุรนทุรายของเสียงนั้นแต่ไม่อาจช่วยหรือทำสิ่งใดได้เมื่อร่างกายของเขาไม่สามารถขยับ

 

“แฮร์รี่! แฮร์รี่! เธอโอเคหรือเปล่า?” ใครบางคนกำลังตบหน้าเขาเบาๆเพื่อเรียกสติ และแฮร์รี่ก็พึ่งรู้สึกตัวว่าเขากำลังนั่งกองอยู่บนพื้น เด็กชายขยับแว่นเล็กน้อยพยายามเรียกสติของตัวเองให้กลับมา

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ร่างนั่นไปไหน? และใครกรีดร้อง?”

 

“ไม่มีใครกรีดร้องเลยนะแฮร์รี่” เฮอไมโอนี่เป็นคนตอบคำถามเขาพร้อมๆกับรอนที่ช่วยพยุงตัวเพื่อนให้กลับขึ้นมานั่งบนเก้าอี้

 

“เดี๋ยวฉันจะไปเอาช็อกโกแลตร้อนมาให้เธอสักแก้วแล้วกัน จะได้รู้สึกดีขึ้น” ลูปินที่แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเขาตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่พูดแทรกขึ้นท่ามกลางบทสนทนาก่อนจะเดินออกจากตู้รถไฟไป ทิ้งให้แฮร์รี่ได้คุยกับเพื่อนๆของเขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ชายหนุ่มร่างสูงเดินไปตามทางหารถเข็นที่หัวขบวนรถ หากแต่ยังไม่ทันจะถึงรถเข็นขายของเขากลับได้พบเซเวอรัส สเนป อดีตอริสมัยเรียนของกลุ่มเขาและยังเป็นเพื่อนร่วมงานของเขาในเวลานี้ ลูปินไม่ค่อยแปลกใจที่สเนปจะชักสีหน้ารังเกียจใส่ทันทีที่เจอเขา แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือในมือของชายผู้สวมชุดดำตรงหน้าเขากำลังถือแท่งช็อกโกแลตอยู่เหมือนตั้งใจจะเอาไปให้ใครสักคน

 

“มาเอาช็อกโกแลตให้เด็กหมือนกันหรือเซเวอรัส ฉันก็จะมาเอาไปให้แฮร์รี่เหมือนกัน” เป็นลูปินที่พูดขึ้นทำลายความเงียบระหว่างกัน สเนปพ่นลมหายใจฮึเล็กน้อยแสดงท่าทีรังเกียจอย่างชัดเจนก่อนจะยัดช็อกโกแลตแท่งในมือตนเองใส่มือของลูปินเสีย

 

“ฉันตั้งใจจะมาเอาช็อกโกแลตไปให้นักเรียนของฉัน แต่เมื่อนายอยู่นี่แล้วก็ฝากไปแจกด้วยแล้วกัน” ว่าจบเพียงเท่านั้นสเนปก็เดินสะบัดผ้าคลุมกลับไปตู้ที่นั่งของตนเอง ทิ้งให้ลูปินได้แต่มองแท่งช็อกโกแลตในมือด้วยความสงสัย เพราะสเนปถือมันมาเพียงแท่งเดียว นั่นหมายความว่าสเนปตั้งใจจะนำไปให้นักเรียนเพียงไม่กี่คนหรอก แต่สเนปอยากจะนำไปให้ใครล่ะ? ฝากเขาไปแต่ไม่ได้บอกไว้ด้วยว่าจะให้เอาไปให้ใคร?

 

*********

 

หนึ่งเดือนหลังจากเปิดเรียน แฮร์รี่ก็ได้ค้นพบว่าการบ่นในความเงียบมันก็ดีอยู่อย่าง เมื่อคู่ของเขาคงยังไม่ได้ยินเสียงเขา ดังนั้นแฮร์รี่จะบ่นระบายหรือตะโกนความอัดอั้นตันใจอะไรก็ได้ ตัวอย่างเช่นวันแรกที่เขามาถึงฮอกวอตก็โดนล้อไม่จบไม่สิ้นเรื่องเป็นลมเพราะผู้คุมวิญญาณบนรถไฟ หรือคาบแรกของการเรียนพยากรณ์ก็ดันโดนทำนายว่าจะถึงฆาต หรือคาบปรุงยาที่ไม่เคยดีเลยสำหรับเขาและมันยิ่งเลวร้ายลงที่ดูเหมือนสเนปจะอยู่ในอารมณ์หาเรื่องมากเป็นพิเศษ ดังนั้นเด็กชายจึงมักบ่นตะโกนกับสายฝนถึงความอัดอั้นในแต่ละวันของเขา แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่แฮร์รี่ก็รู้สึกโล่งและสบายใจขึ้นมาก

 

กระทั่งเข้าเดือนตุลาคม การแข่งขันควิดดิชใกล้จะเริ่มต้นขึ้น ทำให้ความน่าเบื่อในแต่ละวิชาจะถูกเมินไปจากใจของแฮร์รี่ได้อย่างรวดเร็ว และการพูดกับสายฝนแต่ละครั้งหัวข้อจึงเปลี่ยนไปเป็นความตื่นเต้นที่จะได้ลงแข่งขันแทน กระทั่งมีเรื่องสุภาพสตรีอ้วนเข้ามา...

 

คืนวันฮาโลวีนที่เด็กทุกคนกำลังกินเลี้ยงกันอยู่ชั้นล่าง แต่เมื่อเหล่านักเรียนกริฟฟินดอร์กลับมาก็ได้พบว่าภาพของสุภาพสตรีอ้วนโดนซีเรียสทำร้ายเอาเสียแล้ว พวกเด็กนักเรียนทุกคนจึงต้องมานอนรวมกันที่ห้องโถงใหญ่ ก่อนที่ฝนจะเริ่มโปรยปรายในคืนนั้น

 

“บางทีผมก็คิดนะว่าทำไมเรื่องถึงเข้ามาหาผมไม่หยุดหย่อน คราวนี้ก็มีคนจะทำร้ายผม โชคดีแค่ไหนที่เขาหลงวันจนไม่รู้ว่าวันนี้มีงานเลี้ยงทำให้ไม่มีใครอยู่ที่หอ” แฮร์รี่กระซิบใส่ความเงียบงันพร้อมถอนหายใจ “หวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีเรื่องแย่ไปกว่านี้... ขอให้เรื่องคำทำนายกริมนั่นไม่เป็นจริง ผมรอที่จะได้ฟังเสียงคุณอยู่นะ...”

 

---------------

 

เซเวอรัส สเนป ไม่เคยได้ยินเสียงคู่ของตัวเองมายี่สิบกว่าปี อันที่จริงเขาก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจนัก เพราะเท่าที่เขารู้มันก็มีบางคนที่ตัดสายสัมพันธ์กับคู่โชคชะตาโดยการแต่งงานผูกสัมพันธ์ใหม่กับคู่ที่พวกเขาหากันเอง ทำให้บางคนไม่เคยได้ยินเสียงคู่โชคชะตาตลอดชีวิตของตนเลยก็มี เซเวอรัสจึงคิดว่าเขาเองคงเป็นหนึ่งในพวกที่โดนตัดสายสัมพันธ์นั้นและตัวเขาก็ไม่ใคร่ที่จะหาใครมาผูกสัมพันธ์ใหม่ด้วย จึงปล่อยให้ความเงียบยามฝนพรำดำเนินต่อไปอย่างนั้น

 

แต่เขาคิดผิด…

 

วันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินหาซื้อเครื่องปรุงยาในตรอกไดแอกอนฝนก็เริ่มตกลงมา เสียงรอบข้างค่อยๆจางหายไปอย่างทุกที หากแต่แทนที่มันจะเป็นความเงียบสงบอย่างทุกครั้ง กลับมีเสียงกระซิบหนึ่งดังขึ้นมา

 

“เฮ้ ได้ยินผมไหม?” เสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดแต่สเนปไม่อาจบอกได้ว่าเป็นใคร ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถระบุได้ทันทีว่านั่นคือเด็กผู้ชาย เด็กที่น่าจะพึ่งอายุครบ13ปีถึงได้พึ่งเรียกหาเขาเป็นครั้งแรก เมอร์ลิน! โซลเมทของเขาเป็นเด็กที่อ่อนกว่าเขาตั้งยี่สิบกว่าปี! เขาอยากรู้นักว่าโชคชะตากำลังเล่นตลกอะไร?!

 

เซเวอรัสจึงตัดสินใจที่จะไม่ตอบกลับตามเสียงเรียกนั้น เมื่อเขาไม่ตอบกลับคิดว่าอีกไม่นานเด็กชายคงจะเลิกพยายามไปเอง และเมื่อถึงเวลาเด็กนั่นก็จะได้ไปผูกสัมพันธ์กับคนที่ควรจะผูกด้วย ไม่ใช่ชายแก่อายุรุ่นราวคราวพ่อแบบเขา อีกทั้งถ้าเซเวอรัสคิดไม่ผิดอีกฝ่ายน่าจะเป็นลูกศิษย์ของเขาด้วย เพราะการที่เขามาอยู่ในตรอกไดแอกอนและได้ยินเสียงนั่นแปลว่าเมทของเขาก็ต้องเป็นพ่อมด และคงมีเพียงฮอกวอตเท่านั้นล่ะที่จะมีพ่อมดเด็กไปเข้าเรียน คิดอย่างนั้นแล้วเซเวอรัสก็ได้แต่ลอบถอนหายใจให้โชคชะตาของตนอีกรอบ

 

------------

 

ผ่านไปราวๆสองเดือนนับแต่เซเวอรัสได้ยินเสียงกระซิบครั้งแรก ชายหนุ่มได้ค้นพบสิ่งที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าโซลเมทของเขาเป็นเด็กอายุ13 นั่นคือโซลเมทของเขาดันเป็นเด็กที่เขารู้จักเป็นอย่างดีจากการที่เจ้าตัวบ่นนั่นนี่ทุกครั้งที่ฝนตก รวมถึงนินทาตัวเขาให้เขาฟังด้วย ใช่เจ้าเด็กพอตเตอร์ บังอาจนินทาเขาให้โซลเมทของเจ้าตัว(ซึ่งก็คือเขานั่นล่ะ)ฟัง มันก็เลยช่วยไม่ได้ที่เขาจะแกล้งเจ้าเด็กนั่นให้แรงขึ้นอีกสักหน่อย

 

ในช่วงแรกเซเวอรัสมักจะได้ฟังเรื่องต่างๆรอบตัวเด็กหนุ่มไปจนถึงเรื่องซีเรียสที่เจ้าตัวได้ฟังมา และสิ่งที่เจ้าเด็กพอตเตอร์พูดถึงบ่อยที่สุดในช่วงนี้คงไม่พ้นการแข่งควิดดิชที่รักของเด็กนั่น เขาอยากจะถอนหายใจแล้วบอกให้เด็กนั่นหุบปากทุกครั้งที่ฝนตก แต่เกรงว่านั่นจะไม่เป็นการดีเท่าไหร่ถ้าข่าวเรื่องที่เขาเป็นโซลเมทเจ้าเด็กนี่หลุดไป ไม่ดีทั้งกับตัวเขาที่ต้องทำหน้าที่สายลับ และกับเจ้าเด็กตัวปัญหาที่อาจจะช็อกตายไปก่อนที่รู้ว่ามีเขาเป็นเมท

 

“วันนี้อากาศแย่จัง ผมอยากแข่งให้ชนะนะ บ้านเรายังไม่เคยได้ถ้วยเลยสักครั้งและนี่เป็นโอกาสสุดท้ายของวู้ดแล้ว” เสียงกระซิบที่บ่นลอยมาตามสายฝนทำให้เซเวอรัสที่นั่งอยู่บนอัฒจรรย์ต้องเงยหน้ามองฟ้าแล้วอดเห็นด้วยไม่ได้ว่าวันนี้อากาศแย่จริงๆ มันเป็นวันที่กริฟฟินดอร์ต้องแข่งกับฮัฟเฟิลพัฟแทนที่จะเป็นสลิธิรินตามกำหนดการเดิม ซึ่งก็เป็นการดีกับเด็กบ้านเขาเพราะวันนี้อากาศค่อนข้างเลวร้ายมากอย่างที่เจ้าเด็กพอตเตอร์บ่น แต่เขาจะไม่แสดงความเห็นใจให้เจ้าเด็กนั่นหรอกนะ

 

การแข่งเป็นไปอย่างทุลักทุเลเพราะพายุฝนที่เริ่มหนักขึ้น แม้กริฟฟินดอร์จะนำอยู่แต่ถ้ายังไม่มีใครจับลูกสนิชได้การแข่งอาจยืดเยื้อยาวนานถึงค่ำ แต่การหาลูกสนิชในสภาพฟ้าฝนแบบนี้ก็เป็นไปได้ยากเช่นกัน ทั้งร่มทั้งผ้าใบปลิวลอยไปในอากาศ เสียงหวีดหวิวของลมฝนกลบเสียงพากย์พิธีกรจนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เท่าที่เซเวอรัสเห็นลางๆเหมือนเจ้าเด็กพอตเตอร์นั่นจะพยายามไล่ตามลูกสนิชแข่งอยู่กับดิกกอรี่

 

แต่แล้วทั้งเสียงฝนและเสียงรอบข้างที่ควรมีกลับจางหาย เขาได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องแผ่วเบาของเด็กชายก่อนที่จะได้เห็นร่างนั้นร่วงหล่นราวตุ๊กตาถูกตัดสายป่าน หัวใจที่เคยเยือกเย็นกลับแทบหยุดเต้นที่เห็นภาพนั่น มือและปากร่ายคาถาออกไปก่อนที่สมองจะได้สั่งการ รองรับร่างของเด็กชายให้ร่วงลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย

 

เมื่อทุกอย่างดูเรียบร้อยแล้วเซเวอรัสถึงพึ่งพบว่ามือที่กำลังจับไม้กายสิทธิ์ของตนสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาเนิ่นนาน ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจยาวคลายมือที่กำไม้กายสิทธิ์ลง นึกคาดโทษเจ้าเด็กตัวปัญหาในใจ ไม่รู้ทำไมถึงได้มีเรื่องวิ่งมาหาเจ้าตัวเยอะนัก และหากเป็นอย่างนี้ต่อไปเซเวอรัสคาดว่าเขาคงได้อายุสั้นลงอีกหลายปีเพราะความเป็นห่วงแน่

 

เป็นห่วง? ไม่เขาแค่กลัวเด็กนั่นจะตายก่อนจะปราบจอมมารได้เท่านั้น ชายหนุ่มนึกแก้ตัวให้ตนเองอย่างสับสนก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วเดินไปหาอัลบัสเพื่อคุยถึงเหตุการณ์ที่พึ่งเกิด ว่าควรทำอย่างไรกับเหล่าผู้คุมวิญญาณที่เข้ามาในบริเวณโรงเรียนดี

 

*********

 

เมื่อแฮร์รี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ได้พบว่าทีมของเขาแพ้ไปเสียแล้ว แถมไม้กวาดของเขาก็โดนวิลโลว์หวดจนหักไม่สามารถซ่อมได้ และแม้กลางวันจะมีเพื่อนๆมาเยี่ยมเขาไม่ขาดแต่ยามกลางคืนทุกครั้งที่เขาหลับตาก็หวนนึกถึงเสียงที่ได้ยินยามผู้คุมวิญญาณพวกนั้นเข้ามาใกล้มันทำให้เขาตัวสั่นจนนอนแทบไม่หลับ ไม่มีเพื่อนคนไหนที่เจอผู้คุมวิญญาณแล้วอาการหนักเท่าเขา แต่ก็ไม่มีเพื่อนคนไหนเช่นกันที่มีความทรงจำยามที่แม่ถูกโวลเดอมอร์ฆ่า

 

แฮร์รี่ได้แต่พลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิดอยู่บนเตียง มันดึกมากแล้วแต่เขาก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับได้ กระทั่งเด็กชายรู้สึกได้ว่าฝนกำลังจะตกนั่นจึงทำให้เขาผ่อนคลายลง การได้บ่นให้ใครสักคนในความเงียบฟังมันก็คงไม่เลวนัก เขานอนรอฟังเสียงหยาดฝนที่ตกกระทบลงบนหลังคาจนความเงียบที่คุ้นเคยเข้ามาแทนที่

 

“นี่คุณเมท ผมนอนไม่หลับและไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี เสียงแม่กรีดร้องมันวนเวียนอยู่ในหัวผม ทำไมถึงมีผมคนเดียวที่เป็นลมทุกครั้งที่เจอพวกผู้คุมวิญญาณกัน เพื่อนผมไม่มีใครเป็นกันสักคน หรือเพราะผมเป็นเด็กผู้รอดชีวิตงั้นเหรอ? งั้นผมก็ไม่อยากเป็นมันเลย ผมอยากเป็นแค่เด็กธรรมดาที่ได้อยู่กับพ่อแม่ช่วงปิดเทอม ไม่ใช่ญาติที่พร้อมจะขังผมไว้ในห้อง

“ผมอยากอยู่ในโรงเรียนเหมือนนักเรียนทั่วไป ไม่ใช่โดนใครก็ไม่รู้จ้องจะเอาชีวิตและต้องนอนห้องพยาบาลทุกปีอย่างน้อยปีละครั้ง แถมไม้กวาดที่อยู่กับผมมาตั้งแต่ปีหนึ่งก็ดันหักเกินจะซ่อมได้อีก จริงสิผมเห็นกริมด้วยตอนที่ผู้คุมวิญญาณเข้ามาใกล้ ครั้งแรกที่ผมเห็นมันก็เกือบโดนรถเมล์อัศวินราตรีทับ แล้วยังครั้งนี้อีก...”

 

เด็กชายถอนหายใจยาวเหม่อมองสายฝนที่นอกหน้าต่าง “ผมหวังว่ามันจะไม่ใช่ลางมรณะจริงๆ”

 

น่าแปลกที่หลังได้ระบายออกไปแล้วแฮร์รี่กลับรู้สึกโล่งใจขึ้นจนสามารถข่มตานอนหลับได้ในคืนนั้น และในเช้าวันต่อมาเด็กชายก็ได้พบยาขวดหนึ่งที่ถูกเขียนด้วยลายมือที่ไม่คุ้นว่าให้ดื่มมันก่อนนอน แฮร์รี่คิดไปว่าคงเป็นมาดามพอมฟีย์นำมาให้เพราะเห็นเขานอนไม่ค่อยหลับ และยาก็ช่วยให้เขานอนได้ง่ายขึ้นในคืนถัดมา

 

*********

 

ตอนนี้แฮร์รี่กำลังยืนอยู่ในร้านฮันนี่ดุกส์ที่ฮอกส์มี้ด ใช่เขารู้ว่าเขาไม่ควรมานี่ แต่หลังจากที่เฟร็ดและจอร์จให้แผนที่ตัวกวนเขามาแล้วมีหรือที่เขาจะอดใจไหว? สุดท้ายแฮร์รี่จึงได้ออกมาซื้อขนมกับเฮอไมโอนี่และรอน รวมถึงได้ไปนั่งในร้านไม้กวาดสามอันและลิ้มลองบัตเตอร์เบียร์เป็นครั้งแรก ทุกอย่างดูปกติดีน่าจะไม่มีเรื่องอะไรแฮร์รี่คาดว่าเดี๋ยวอีกสักพักเขาคงต้องกลับไปที่ทางลัดใต้ร้านฮันนี่ดุกส์แล้ว ก่อนที่จะมีใครรู้ตัวว่าเขาหายไปจากโรงเรียน

 

จนกระทั่งพวกอาจารย์และรัฐมนตรีเดินเข้ามาในร้าน รอนและเฮอไมโอนี่พร้อมใจกันกดหัวแฮร์รี่ลงใต้โต๊ะ และดูเหมือนว่าพวกผู้ใหญ่จะไม่มีใครทันสังเกตว่าแฮร์รี่อยู่ในร้านด้วยจึงเริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องซีเรียส แบล็คที่กำลังตามล่ากันอยู่ตอนนี้ แต่ยิ่งได้ฟังที่พวกผู้ใหญ่คุยกันเฮอไมโอนี่และรอนก็ยิ่งรู้สึกว่าสีหน้าของพวกตนซีดลงทุกที ไม่ต้องคิดไปถึงเพื่อนที่อยู่ใต้โต๊ะของพวกเขาตอนนี้เลยว่าจะกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่

 

“แฮร์รี่เธอต้องตั้งสติแล้วรีบกลับไปที่โรงเรียน เดี๋ยวพวกฉันจะรีบตามไป ห้ามไปตามซีเรียสเข้าใจไหมแฮร์รี่ รับปากพวกฉัน” เสียงของเฮอไมโอนี่ที่พูดอยู่ใกล้ๆเขาแลดูช่างห่างไกล เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกตนกลับมายืนที่หน้าร้านฮันนี่ดุกส์ตอนไหน ในหูได้ยินเพียงเสียงที่บอกว่าซีเรียส แบล็คเป็นเพื่อนสนิทของพ่อเขา เป็นพ่อทูนหัวของเขา เป็นคนที่ทำให้พ่อแม่ของเขาต้องตาย

 

เฮอไมโอนี่มองเพื่อนที่เหม่อลอยด้วยความเป็นห่วงก่อนตัดสินใจตบแก้มทั้งสองข้างของแฮร์รี่เบาๆเพื่อเรียกสติ “แฮร์รี่สัญญากับฉัน รีบกลับไปที่ปราสาท เราจะรอเธอที่นั่น อย่าทำอะไรวู่วาม”

 

ดวงตาของแฮร์รี่กลับมาโฟกัสเพื่อนสาวตรงหน้าก่อนพยักหน้ารับ เพราะเขายังสับสนและเสียใจเกินกว่าจะคิดอะไรออก และนั่นดูเหมือนจะทำให้เฮอไมโอนี่เบาใจลงบ้างจึงรีบดันเขาเข้าไปในร้านเพื่อให้ใช้ทางลับกลับไปที่ปราสาท

 

“เจอกันที่ห้องนั่งเล่นแฮร์รี่” รอนว่าอย่างนั้นแล้วหันหลังเดินออกจากร้านไปกับเฮอไมโอนี่ ทิ้งให้แฮร์รี่เดินผ่านทางลับกลับคนเดียว

 

ทางเดินที่ทอดยาวกับความเงียบงันที่มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาทำให้เขาเริ่มได้คิดประมวลผลสารที่รับรู้ ความโกรธความเคียดแค้นชิงชังเริ่มกัดกินเด็กชายจนไม่มีแม้จะแรงก้าวขาต่อ ร่างของเด็กชายสั่นเทิ้มก่อนทรุดตัวนั่งลงปล่อยเสียงกรีดร้องไปพร้อมกับหยาดน้ำตา โดยไม่ทันรู้ตัว...ว่าหยาดฝนที่ตกอยู่ด้านนอกกำลังส่งสารไปให้ใครอีกคน…

 

=====================================
 

Talk: สรุปกฎใน Verse นี้ของเราที่ปรากฏในตอนนี้ให้ก่อนนะคะกรณีคนอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ

1. จะเริ่มกระซิบหาโซลเมทและได้ยินเสียงโซลเมทได้ต้องมีอายุครบ13ปีขึ้นไป ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่ครบก็จะยังไม่ได้ยินเสียงกัน

2. จะเริ่มกระซิบหาคู่ตัวเองได้คือตั้งแต่ฝนเริ่มตกเป็นระยะเวลาประมาณ5นาที อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ก็ได้

3. ก่อนฝนตกจะมีสัญชาตญาณเตือนเพื่อให้รู้ว่าอีกแป๊ปนึงหูจะดับแล้วนะ จะได้เตรียมตัวกันทัน

4. ถ้าฝนตกไม่พร้อมกันก็จะไม่ได้ยินอีกฝ่าย แต่ถ้าฝนตกพร้อมกันต่อให้อยู่คนละฝากโลกก็จะยังได้ยินเสียงกันอยู่ดี

5. การยกเลิกความสัมพันธ์(หรือการตัดโซลเมท) ทำได้โดยการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าพิธีแต่งงานค่ะ(แต่ไม่ใช่แค่แต่งงานเฉยๆนะจะมีรายละเอียดในตอนต่อๆไป)

 

6. หากเกิดอันตรายกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนใกล้ถึงแก่ชีวิตอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงคู่ของตัวเองสั้นๆแม้ไม่ต้องมีฝน อาจจะได้ทั้งบอกลาหรือร้องขอความช่วยเหลือ(ตอนที่แฮร์รี่ตกไม้กวาด)
 

ทั้งหมดก็มีแค่นี้ค่ะคิดว่าคงไม่เพิ่มอะไรมากกว่านี้แล้ว อาจจะแค่กล่าวถึงเรื่องแต่งงานที่จะตัดสัมพันธ์กับคู่เมทว่าต้องทำอะไรแค่นั้นค่ะ
 

สามารถลงความเห็นติชมไว้ได้นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ :)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #217 3sandy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:38
    พึ่งอ่านเรนเวิร์สเป็นครั้งแรก อุแงง ชอบจังเลยค่ะ ประทับใจมาก
    #217
    1
    • #217-1 raining(จากตอนที่ 1)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:32
      เรนเวิร์สกฎน้อยกว่าฝั่งโอเมก้าเวิร์สเยอะเลยค่ะ เราเลยปรุงแต่งซะเยอะเพื่ออรรถรส ดีใจที่ชอบเวิร์สนี้ในแบบของเรานะคะ
      #217-1
  2. #177 nicharipaen04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 22:07
    แง้ เพิ่งเจออออ

    ภาษาสวยมาก
    #177
    1
  3. #176 nicharipaen04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 22:07
    แง้ เพิ่งเจออออ

    ภาษาสวยมาก
    #176
    0
  4. #175 nicharipaen04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 21:56
    แง้ เพิ่งเจออออ

    ภาษาสวยมาก
    #175
    0
  5. #139 VVVVKK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 03:04
    เวิร์สนี้น่าสนใจมากเลยค่ะ! เคยได้ยินเรื่องเวิร์สนี้อยู่แต่ยังไม่เคยอ่านแบบจริงจังสักที​ มาเจอเรื่องนี้แล้วรักเลยค่ะ​ * -​ *)​
    #139
    1
    • #139-1 raining(จากตอนที่ 1)
      11 ธันวาคม 2562 / 17:06
      ดีใจที่ชอบนะคะ จะพยายามเข็นตัวเองมาอัพต่อ แง้
      #139-1
  6. #87 hoshijung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:47
    คือแบบ ชอบมากเราลงเรือนี้อยู่แล้วพอดจอเรื่องนี้ เลยชอบมากกกกก
    #87
    0
  7. #70 im.mild (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 02:12
    ฮือออ ทำไมเราเพิ่งเจอเรื่องนี้ ดียยย์จังเลยค่ะ ป๋านี่น้าาา ซึนได้ซึนดี ไม่ตอบน้องแต่ก็เป็นห่วงอ่ะเนาะ คอยช่วยอยู่ห่างๆงี้ จ้าาาา
    #70
    0
  8. #24 Tomaiey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 19:59

    รอไรท์ที่ท่าน้ำทุกวันเลยย
    อ่านซ้ำหลายรอบแล้วฮือออ รอป๋ามาปลอบหนูรี่อยู่น้าาา
    #24
    0
  9. #23 EPDB01 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:55

    ไรท์!!!เจอในทวิตมาไม่คิดว่าจะเจอในนี้ด้วย อัพด้วยเถอะไรท์พลีสสสสสสไม่งั้นจะไปทวงในทวิตแล้วนะไรท์

    #23
    0
  10. #21 J'name Rbt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 15:06
    เคยกดอ่านในทวิตเตอร์ เลื่อนเจอในเด็กดีแทบกรี๊ดเลยค่ะ!! ชอบมากกกก รอตอนต่ออยู่นะคะ
    #21
    0
  11. #18 Tomaiey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 08:35

    อัพเถอะนะะะ

    ทนรออ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้ววววว
    #18
    0
  12. #17 Me The Ripper (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 05:37
    เป็นเรื่องของโซลเมทที่แหวกแนวที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลยค่ะ :)
    #17
    0
  13. #16 Tomaiey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:54
    หวีดดดดดดดดดด คือดีมากกเลยยยยยยน

    มาต่อเถอะ. ต่อเร็ววววว

    กราบบบบบ

    โอยยยยยดีมากกกกกกก

    สนุกมากกกกกกกก แง
    #16
    0
  14. #15 NJChokdee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:24
    มาอัพต่อเถอะน้าาาา เนื้อเรื่องน่าติดตาม หนูรี่จะเป็นยังไงบ้างน่ะ
    #15
    0
  15. #14 sun46 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 23:30

    ชอบง้าาา ป๋าคนซึน ถถถ

    #14
    0
  16. #13 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 13:15

    ชอบๆ แล้วมาต่ออีกนะ สู้ๆไรต์

    #13
    0
  17. #12 โลลิค่อน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 16:50
    น่าสนใจค่าาา ติดตามๆๆๆๆๆ
    #12
    0
  18. #11 1308mint (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 21:17
    น่าอ่านมากค่ะ
    #11
    0
  19. #10 iStranger (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 19:41
    ไรท์กลับมาต่อเถอะนะ ฮือออออ ชอบมากๆๆๆ
    #10
    0
  20. #9 เด็กสาวขี้แย/Baby Girl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 09:18
    รออย่างใจจดใจจ่อค่า สู้ๆนะคะไรท์
    #9
    0
  21. #8 KKppmarune (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 10:32
    อยากอ่านต่อแล้ววว
    #8
    0
  22. #7 EvilFaH (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:25

    ชอบมากๆๆๆๆๆ
    #7
    0
  23. #5 Kirin2004 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 17:22

    ขุนพระ น่าสนใจมากก
    #5
    0
  24. #3 ถ้วยน้ำชาและบิสกิต (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 10:41

    พล็อตเรื่องน่าติดตามค่ะ😆
    #3
    0
  25. #2 GOTFAFA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 09:56

    สนุกมากค่ะไรท์///แอบสงสารแฮร์รี่ ป๋าไม่ยอมตอบน้อง555 --เป็นห่วงน้องก้ยอมรับมาเถอะค่ะ** นี่เราร้องไห้ตามน้องอ่ะ ละอยากรู้ ว่าป๋าจะรู้สึกยังไง++ แต่เสียดายคู่รอนเฮอร์ไมโอนี่ (อยากให้สองคนนี้คู่กันอ่ะ (แบบเฮอร์ไมโอนี่แค่แกล้งบอกไปงั้น เพื่อที่จะแกล้งรอน))

    **รอตอนต่อไปนะคะ**
    #2
    2
    • #2-1 raining(จากตอนที่ 1)
      13 ตุลาคม 2561 / 15:54
      จริงๆสองคนนี้คู่กันค่ะ แต่จะคู่กันยังไงติดตามต่อไปนะคะ <3
      #2-1