[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 9 : [os] Forever Within a Day (Minhyun x Daehwi)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

[os] Forever within A Day

Hwang Minhyun x Lee Daehwi 






#Shelterain101



6,194 words

BG Music: Wanna One – Forever and A Day

(ต้องเปิดเพลงคลอไปด้วยนะคะ พลีสสส)




Trigger Warning: Suicide Attempt
















The long wait, the short meeting 

I will remember you

The us now

I will engrave and have it in my heart

- Forever and A Day, prod by Nell


(English translation by @mh_twt)







*












          เสียงนาฬิกาในห้องยังคงเดินต่อไป ทั้งๆที่ห้วงเวลา ห้วงความทรงจำ ทุกๆความสุขที่เคยฝังรากลึก สลักลงไปด้านในสุดของหัวใจมันได้หยุดลงแล้ว

          หยุดลงแบบที่ฮวังมินฮยอนไม่ได้ร้องขอ

          ตรงกันข้าม – 

          เขาอธิษฐานในสิ่งที่ตรงข้ามกันเสมอ




          มินฮยอนอ่า พี่มินฮยอน"



          และเสียงเรียกของคนที่เขารักที่สุดก็ยังคงส่งไปไม่ถึง

          ในห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ห้องที่กว้างใหญ่ 

          ใหญ่พอให้ใส่ปริมาณความสุขที่พวกเขาตักตวงไว้ด้วยกัน

          ใหญ่พอที่จะปล่อยให้ปริมาณความรักเพิ่ม ขยายและกลายเป็นความหมายของคำศัพท์


          คำศัพท์ที่ฮวังมินฮยอนไม่เคยร้องขอ

          แต่มันเป็นสิ่งที่อีแดฮวีมักจะพูดถึงเสมอ



          พี่ว่าความรักเราจะคงอยู่ตลอดไปไหม?’


          เด็กคนนั้นถาม ในตอนที่นอนพิงตักแกร่งอย่างที่ชอบทำ นัยน์ตาคู่ที่ทอประกายแต่ความสุข เหมาะเหลือเกินกับดวงตาคู่ที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยพบ คนตัวเล็กใส่เพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ กางเกงบอลตัวเก่ง 

          ร่างกายที่ใส่นิยามความรักของฮวังมินฮยอนอย่างเต็มเปี่ยม



          ไม่หรอก’

          ทำไมล่ะ’

          ตลอดไปมันนานกว่าช่วงอายุคนอีกนะ’

          ถ้างั้นพี่มินฮยอนจะรักแดฮวีไปได้ถึงตอนไหน’


          คนเป็นพี่ยิ้ม – เป็นแบบนี้เสมอ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่แบกอะไรหลายอย่างไว้บนไหล่เล็กๆนั่น คนที่ต้องการความมั่นคงในทุกๆอย่าง โดยเฉพาะการเป็นที่รัก 


          ทุกครั้งที่พี่ยังมีแรงลืมตาขึ้นมา ในห้วงความฝัน’

          แล้วมันไม่ใช่ตลอดไปตรงไหน?’


          หัวเราะ อีแดฮวีหัวเราะออกมาอย่างน่ารัก ในขณะที่ประโยคข้างต้นมันทำให้มินฮยอนได้แต่มึนงง


          ในเมื่อตลอดไปสำหรับแดฮวีคือตลอดชีวิต’

          ฮ่าๆ ยัยตัวซน!’


          ใช้มือจี้เอวเล็กๆนั่นอย่างไม่รู้จะแกล้งอะไร เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วห้องนอนที่มักจะมีกลิ่นเทียนหอมที่แดฮวีชอบเสมอ ภาพถ่ายของสถานที่ที่พวกเขาเคยไปด้วยกันถูกประดับบนเชือก ร้อยเข้ากับสายไฟสีส้ม


          ถ้างั้นฮวีก็ห้ามทิ้งพี่นะ"

          อื้ออออ ไม่ทิ้งหรอก คนแก่ขี้บ่นเนี่ยยยยยยยย’


          ยื่นมือออกไปยืดแก้มกอมๆนั่นก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อมันยืดไม่ได้


          เพราะพี่ไม่อยากถูกทิ้งไว้คนเดียว’


          ช่อดอกกุหลาบช่อใหญ่กับการขอเป็นแฟน ทุกๆโอกาสที่พิเศษและไม่พิเศษ

          เป็นตัวแทนความทรงจำของความรู้สึก – รัก



        ในห้วงนิรันดร์ที่ว่างเปล่า’


          เค้าสัญญา!’




          โกหก อีแดฮวีกลายเป็นเด็กคนโกหกโดยไม่ตั้งใจ

          ไม่เคยตั้งใจ

          ไม่เคยคาดฝันให้มันเกิดขึ้น


          ไม่เคยคิดอยากให้ช่อดอกไม้พวกนั้นแห้งเหี่ยว

          และร่วงโรยลงไป – กลายเป็นเศษเข็มที่ทำร้ายฮวังมินฮยอน

          ไม่เคยคิดว่าเชือกที่ร้อยภาพกว่าสิบภาพนั้นจะไม่มีภาพใบใหม่อีกแล้ว


     




Do you know, my heart like this

I can’t be too happy, I’ll get sad 

Everything that disappear when I wake up

Could this be that sort of dream, could it be 




          วันเวลาผ่านไปอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย

          ที่มันเป็นแบบนั้น เพราะมันมี 'ห้วงเวลาที่ 'เวลา’ อยากเร่งไปให้ถึงหรือเปล่านะ?

          เหมือนกับที่ฮวังมินฮยอน

          พยายามเร่งเข็มวินาที่ให้ไปถึงคำว่ากัลปาวสาน


          เพื่อพานพบนิรันดรของเขา – ความสุขนิรันด์ 

          อีแดฮวี





If only we could be forever, is that not possible 

The long wait, The short meeting

I will remember you 

The us now 

I will engrave and have it in my heart 





          ความสุขนิรันด์ท่ีแอบทิ้งของขวัญไว้มากมาย เตรียมพร้อมให้ชีวิตของมินฮยอนเป็นไปอย่างราบรื่น

          บ้านหลังใหม่แห่งนี้ที่มีเปียโนวางไว้อยู่กลางห้อง โพสอิทมากมายที่แปะเตือนทุกอย่างที่มินฮยอนมักจะลืม เสื้อผ้าที่ไม่ได้เข้าคู่กัน แต่ก็มีกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นเดียวกัน กรอบรูปที่เป็นหลักฐานของเศษเสี้ยวความทรงจำ


          เศษเสี้ยวความทรงจำหากเทียบกับเวลาทั้งชีวิต

          ความทรงจำในช่วงวัยรุ่นทั้งหมดที่เป็นของกันและกัน

          ชีวิตมหาวิทยาลัยที่เป็นได้อย่างราบรื่นเพราะการเอาใจใส่กันและกัน



          สู่จุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิต

          ที่ฮวังมินฮยอนไม่เคยต้องการ

          ที่เขายอมเอาอะไรก็ได้ ที่ตัวเขามี หรือไม่มี 


          ถ้าไม่มีมินฮยอนก็จะไปหามันมาให้ได้

          แลกกับเสี้ยววินาทีที่เขาสามารถรับรู้การมีตัวตนอยู่ของคนรักได้




Oh I love you 

And I will love you 




          ให้เขาได้โอบกอดคนรักผ่านสัมผัสอันคุ้นเคย

          ให้เขาได้โอบกอดคนรักผ่านสายตาที่เอ่อล้นไปด้วยความรัก

          ให้เขาได้โอบกอดคนรักผ่านถ้อยคำที่จะทำให้ร่างกายที่กำลังเย็นชืด – อบอุ่นขึ้นบ้าง


          ให้อีแดฮวีได้รับรู้ความรักที่ฮวังมินฮยอนมีให้

          อีกสักเสี้ยววินาทีก็ยังดี



          ไม่สิ

          คงเป็นพรข้อสุดท้ายในชีวิตของมินฮยอน





Instead of forever, just one more day 

You have been waiting for quite a long time, right?

The times you’ve been sad alone, it’s okay now

It was like this so I could meet you






          "มินฮยอนอ่า"



          ทรุดตัวลงอย่างหมดแรง เพราะความพยายามในการตระโกนเรียกชื่อคนรักนับร้อย นับหมื่น นับแสนครั้ง ตระโกนเรียกต่อไปทั้งๆที่ไม่เหลือความเจ็บปวดใดๆทางร่างกายอีกแล้ว


          การตระโกนเรียกชื่อใครซักคนดังๆอย่างต่อเนื่องไม่ได้ทำให้อีแดฮวีรู้สึกเจ็บคออีกแล้ว แต่ก็ยังตระโกนเรียกต่อไป ต่อให้รู้ว่าเสียงของอีแดฮวีจะส่งไปไม่ถึงฮวังมินฮยอน

          แต่ความรักของเขาจะส่งไปถึงเสมอ


          ส่งไปถึงบุคคลอันเป็นที่รัก

          ที่กำลังแตกสลายเพราะตัวแดฮวี


          คนที่ให้สัญญาและให้นิยามคำว่านิรันดร

          เป็นคนเดียวกับที่ทำลายคำสัญญา

          เป็นคนเดียวกับที่แสดงให้เห็นว่าความรู้สึกอันเป็นนิรันด์คือการลงโทษที่สาหัสขนาดไหน





Now that we’ve met

I will remember you

The us now 

I will engrave and have it in my heart 





          ฝังรากลึกลงไป

          ทั้งบาดแผล ความสุข หยาดน้ำตาที่กลั่นเป็นเลือด เสียงหัวเราะ


          ทุกๆอย่างย้ำชัดถึงความรักที่เคยมีอยู่

          และจะคงอยู่


          เหมือนชื่อของฮวังมินฮยอนที่จะถูกผูกติดกับอีแดฮวีเสมอ





Oh I love you 

And I will love you 






          นี่มินฮยอน’

          หืม?’

          อยากแต่งงานหรือเปล่า?’


          ถามออกมาทั้งๆที่ส่งต่อความเศร้าผ่านทางดวงตา ความเศร้าของความจริงอันโหดร้ายของประเทศที่พวกเขาเรียกว่าบ้านเกิดที่รังเกียจเพศที่สามมากกว่าสัตว์เดรัจฉาน


          ก็แค่การใส่สูทเดินในโบสถ์ พี่ใส่ในห้องให้แดฮวีดูก็ได้’

          ไม่เอาดิ มินฮยอนนนนนน จริงจังนะ’


          ปัดมือของคนรักออก กอดอก ก่อนจะยู่ปากเพื่อแสดงความจริงจังของตัวเอง


          แดฮวี อีแดฮวี’


          เรียกชื่อของคนรักในโหมดจริงจัง จัดการรวบมือเรียวสวยคู่เล็กนั่นไว้จนมิด ยกขึ้นมาจูบโดยที่ไม่ละสายตาจากอีกคน


          ช่วงชีวิตทั้งชีวิตของพี่น่ะ – การแต่งงานมันไม่สำคัญอะไรเลย’


          ส่งมือเขาไปลูบกลุ่มผมหนาหนุ่มนั่นอย่างรักใคร่ ก้มลงไปประทับจูบลงบนหน้าผากมน แช่ทิ้งไว้ราวกับจะปล่อยให้คนตัวเล็กซึมซับความรู้สึกรักที่เอ่อล้นขึ้นมา


          ถ้าเทียบกับการมีอยู่ของอีแดฮวีในช่วงหนึ่งของชีวิต – ในช่วงชีวิตทั้งชีวิตของฮวังมินฮยอน’


          มินฮยอนยิ้มออกมากว้าง ยิ้มกว้างจนตาปิด เมื่อคนรักโถมเข้ามากอดเขาไว้แน่นเหมือนลูกลิง กอดแน่นจนไม่รู้สึกถึงอากาศที่รอดผ่าน


          คงจะมีแต่เวลา

          เสี้ยวเวลาที่รอดผ่านตัวพวกเขาไปได้


          ผ่านไปอย่างโหดร้าย

          ผ่านไปโดยไม่คิดย้อนกลับมาคืนความรักของมินฮยอน






Instead of forever, just one more day 

In the times that go by 

Without our distance getting further apart 

Without running away 

I will be holding on to you tightly

Like this







          ฮวังมินฮยอนยิ้ม

          เมื่อเขาปล่อยตัวเองไว้ในห้องนี้นานจนตัวเองจำเวลาข้างนอกไม่ได้เสียแล้ว เหตุการณ์ที่อยู่ข้างนอกไร้ความหมายโดยสมบูรณ์แบบ เมื่อข้างกายของมินฮยอนไร้อ้อมกอดของใครคนนั้น ทุกๆอย่างดูเกิดขึ้นมาอย่างว่างเปล่าและไร้แก่นสาร เหมือนฮวังมินฮยอนที่ถูกดึงทึ้งจากมือที่มองไม่เห็น



          ตื่นขึ้นมาเพื่อนึกย้อนภาพความทรงจำต่างๆ

          หลับลงเพื่อฝันถึงอนาคตที่ไม่มีวันมาถึงของพวกเขา

          ปล่อยให้น้ำตาไหลลงเพื่อแสดงความรักที่ตนมีให้คนรัก


          ความรักที่มีแต่ความตายเท่านั้นที่จะสามารถพรากจากพวกเขาได้




          ร่างโปร่งเดินไปหยุดลงบนเปียโนหลังโปรดขอแดฮวี

          หัวเราะออกมาเมื่อพบว่ามันมีชีทเปียโดนที่มีชื่ออีแดฮวีเขียนกำกับไว้


          เพลงที่อีกฝ่ายแต่งไว้ให้กับเขา มินฮยอนหยิบโน้ตเปียโนขึ้นมากอง กวาดสายตาดูคอร์ดคร่าวๆ ก่อนจะทำให้สิ่งที่คนรักสร้างทิ้งไว้ในอดีต – กลายเป็นปัจจุบัน


          เพลงที่ถูกเล่นพร้อมกับน้ำตา

          เพลงที่ถูกเล่นพร้อมหยาดน้ำข้นๆที่ไหลลงมาตามจังหวะการใช้แรง

          เพลงที่ถูกเล่นด้วยความรักและจิตวิญญาณทั้งหมดของฮวังมินฮยอน – แด่อีแดฮวี


          เพลงรักที่จะถูกเล่นเพียงครั้งเดียว ไม่มีการย้อนกลับไปเล่นคอร์ดที่ผิดพลาด ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดสิ้นเหมือนการเดินทางของเวลา

          เหมือนกับหยาดน้ำตาของอีแดวีตอนนี้ที่ฮวังมินฮยอนจะไม่มีวันมองเห็น


          อีแดฮวีที่ทั้งกำลังเสียใจ

          แต่ก็ดีใจที่คนรักจะถูกปลดปล่อยจากความทรมานที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเสียที




I won’t let you go 

I will remember you 

The us now 

I will engrave and have it in my heart 




          ในตอนที่พวกเขากำลังแยกกันไปทำตามความฝันของกันและกัน

          ให้คำสัญญาว่าจะกลับมาเจอกันในตอนที่ประสบความสำเร็จแล้ว


          มันน่าตลก

          คงเป็นเรื่องตลกของพระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียว



          ในตอนที่เครื่องบินกำลังนำพาคนรักของมินฮยอนกลับมา

          กลับมาแบบไม่เหลือร่องรอยใด้ๆให้ฮวังมินฮยอนโอบกอด


          จ็บปวด ตกกระทบ แตกสลาย

          ทั้งตัว – ทั้งร่างกายของอีแดฮวี 


          เศษซากของเครื่องบิน

          กับภาพความทรงจำที่ยังชัดเจนอยู่เสมอ


          ให้ฮวังมินฮยอนโอบกอดความทรงจำเหล่านั้น 

          โอบกอดห้องของพวกเขา

          โอบกอดข้าวของของอีแดฮวีที่รอให้เจ้าของกลับมาอย่างไม่มีวันหมดอายุ

          โอบกอดทั้งๆที่ร่างกายตัวเองเต็มไปด้วยรอยแผลจากรอยมีด รอยช้ำ รอยเล็บ จนไร้ร่องรอยความหล่อหรือน่าเกรงขาม แต่ถึงแบบนั้นฮวังมินฮยอนก็ยังเป็นคนๆเดิม คนที่อีแดฮวีรักจนหมดหัวใจ


          เหลือเพียงความทรงจำและสิ่งของที่เย็นชืด

          เหมือนร่างกายของคนรักที่จากไป


          แต่ถึงแบบนั้น

          อย่างน้อย มันก็ทำให้ร่างกายของมินฮยอนรู้สึกอุ่นขึ้นมาได้ หยดน้ำตาอุ่นๆที่ไหลย้อนขึ้นมา กลายเป็นสิ่งเดียวที่บอกว่าฮวังมินฮยอนกำลังหายใจอยู่




Oh I love you 

And I will love you 




          ฮวังมินฮยอนที่กำลังหายใจ

          ในขณะที่ใช้พลังที่เหลืออยู่ –


          ในการฝังทุกความรู้สึกลงไปให้ลึกที่สุด

          ให้ชัดที่สุด





Instead of forever, just one more day 

Exactly just one more day

Remember me 

This song 

This song is only for you




          เผื่อว่าความรักของเขามันจะส่งไปถึงคนบนฟ้า

          เผื่อว่าพระเจ้าจะรำคาญเสียงร้องไห้ของมินฮยอน จนส่งแดฮวีกลับมา 


          แค่วันเดียว –

          ขอแค่เพียงหนึ่งวัน

          ให้มินฮยอนได้ใช้ดวงตาบันทึกภาพของอีแดฮวีในตอนที่อีกฝ่ายประสบความสำเร็จ


          ขอแค่เพียงหนึ่งชั่วโมง

          ให้มินฮยอนได้ใช้เวลาฟังสิ่งที่แดฮวีอยากฝากเอาไว้ ทั้งคนสำคัญที่อยากจะฝากให้ดูแล ของที่ฝากไว้ คำสัญญาที่ให้คนอื่น

          ฮวังมินฮยอนจะเป็นคนรักษาคำสัญญานั้นทั้งหมดเอง


          ขอเพียงแค่หนึ่งนาที

          ให้มินฮยอนได้พรมจูบลงบนใบหน้าของคนรัก พร้อมกับพร่ำบอกรักไปด้วย

          ให้ฮวังมินฮยอนได้บอกเย้ยยมทูตว่าเขารักอีแดฮวีมากขนาดไหน


          แต่พระเจ้าก็ไม่สนใจคำขอเหล่านั้น

          ฮวังมินฮยอนจึงตัดสินใจทำให้คำขอสุดท้ายของเขาเป็นจริง





Oh I love you 

And I will love you 





          ฮวังมินฮยอนไม่ต้องการย้อนเวลาใดๆทั้งนั้น

          เขารู้ตัวดีว่าได้ใช้ทุกๆวินาทีอย่างคุ้มค่า

          ว่าเขาปล่อยให้ความรักที่มีให้กันและกันซึมซับและเคลื่อนผ่านเหมือนห้วงเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง


          แต่ในตอนนี้

          ตอนที่เวลาในโลกมินฮยอนมันหยุดหมุนไปแล้ว


          และเขาก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง

          ที่ไม่ได้รับโอกาส

          ไม่มีเวลาสักเสี้ยววินาที




Instead of forever, just one more day 

Instead of forever, just one more day 




          ในการใช้เศษเวลานั้นตระคองกอดร่างกายของคนรักที่อาจสั่นไหวเพราะความกลัว

          ในการใช้เศษเข็มวินาทีที่ปริแตกนั้น


          เทียบมันกับความชั่วนิรันดร์

          ที่คงอยู่ในความรู้สึก`





          และกำลังจะหมดลงในตอนที่โน้ตตัวสุดท้ายถูกเล่น

          อ้อมกอดของคนรักที่ไม่อาจรับรู้ได้อีกแล้ว



          ในตอนสุดท้ายของชีวิต

          ฮวังมินฮยอนได้แสดงให้เห็น – ถึงนิยามของคำว่าตราบชั่วกัลปาวสานของตนเอง




          ชั่วนิรันด์ที่อาจดำเนินต่อไป

          หรืออาจจบลง





          ในตอนที่น้ำตาของฮวังมินฮยอนหยุดไหล – ตกกระทบลงมา

          กลายเป็นชั่วนิรันด์ที่ถูกย่อและหดลงให้เหลือเพียงวันสุดท้ายของชีวิต



          จบลงในเสี้ยววินาที ทั้งที่รอมาชั่วชีวิต 

          กับการได้พบคนที่สามารถเรียกว่าเป็น The Love of my Life

     

    






THE END




Please comment or tag #Shelterain101 




Talk:ฟังเพลงแล้วร้องไห้ ก็เลยเปิดเวิร์ดขึ้นมาแบบไม่ได้วางพล็อตเลย;___;ฮืออ เพลงดีมากจริงๆค่ะ หวังว่าจะชอบ(ร้องไห้)ไปด้วยกันนะคะ สารภาพว่าแต่งขึ้นมาเพราะหาคนร้องไห้เห็นเพื่อนค่ะ แงT____T


ปล.การดำเนินเรื่องอาจจะตัดไปตัดมาหน่อยนะคะ เราอยากให้มันสะเปะสะปะเหมือนความทรงจำที่ผุดมาในหัวมินฮยอนตอนนี้อ่ะค่ะ;___;


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #144 คุนนาย'หน้าแถว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 23:51
    ร้องไห้แล้วฮือ
    #144
    0
  2. #133 yyyyyyyx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 03:12
    ภาษาดีมากค่ะเราแบบอินมากจริงๆ ,-,
    #133
    0
  3. #132 Pimzmii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 11:33
    แงงงงงง ไรท์จ๋าาาาาาาาา หน่วงมากๆๆๆๆๆ
    #132
    0
  4. #131 MDOUBLEOTODAK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 11:00
    จะร้องไห้เลยค่ะ ตอนฟังไปด้วยอ่านไปด้วย บีบใจมากอะ ;-; แงงงง
    #131
    0
  5. #130 5534Wy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 09:07
    หน่วงในใจมาก คำบอกรักที่ตะโกนออกไปก็ไม่มีใครแต่ยิน แต่สัมผัสได้ ฮืออออ
    #130
    0
  6. #129 imyouryellow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 01:06
    บรรยายความรู้สึกของตัวละครได้ดีมากกกกกกกกกเลยค่ะ
    อ่านแล้วเกือบร้องไห้เลยค่ะ แต่ก็พยายามจะฮึ้บๆ ไว้ให้ได้
    น่าสงสารทั้งคู่ที่จากกันไปโดยที่ยังไม่ได้บอกลากันเลย ทั้งๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอจะได้เจอกันแล้วแท้ๆ
    #129
    0