[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 6 : [SF] Falling Rain V

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    24 ม.ค. 61

[SF] Falling Rain V

Minhyun x Jonghyun, Dongho x Daehwi, Guanlin x Seonho











#Shelterain101

12,010 words

BG Music: Park Won, Suzy - Don’t Wait For Your Love







































A single gentle rain 

makes the grass many shades greener.”

– Henry David Thoreau


















*













“ถ้ารู้สึกผิด...”



“...”



“ก็แลกกับคาทกของคุณแล้วกัน"





ตาของยูซอนโฮที่โตอยู่แล้วกลับโตขึ้นไปอีก

อ่า..มันเกือบจะเรียกได้ว่าตาเหลือกเลยแหละ

ไลควานลินขำ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มที่สุดเท่าที่ซอนโฮเคยได้ยินมาเลยล่ะมั้ง





“เผื่อผมจะสั่งเครื่องดื่มอีกน่ะครับ"


“อ๋าาาา"




ซอนโฮหัวเราะตามพลางเอามือตีหัวตัวเองที่เผลอคิดอะไรไปไกลเกินกว่าเหตุ




“แล้วก็..”


“...”


จะได้จีบคุณลูกเจี๊ยบด้วย :)”




ให้ตายสิ..


เขาจะโดนแฟนคลับคุณไลควานลินรุมกระทืบไหมนะ?





อ่า..


แต่ก็ต้องยอมรับ ว่าประโยคเมื่อกี้กับหน้าหล่อๆ

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจและจริงจังนั่นมันทำให้ใจเขาหวั่นไหวพอสมควร




ด้วยความสัตย์จริง มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ยูซอนโฮถูกจีบแบบตรงๆ

แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้ชายจีบต่างหาก







“ถึงจะพูดแบบนั้น – "






ประโยคที่กำลังจะพูดปฏิเสธออกไปหยุดลงเมื่อภาพของใครบางคนที่ไม่เคยเลือนลางในความทรงจำปรากฏขึ้นตรงหน้า ใบหน้าสวยจัดกับหุ่นนางแบบและเสียงร้องที่ไพเราะนั่นทำให้การกลายเป็นที่ชื่นชอบไม่ใช่เรื่องยาก





ใครคนนั้นที่เดบิวต์ในวงเกิร์ลกรุ๊ปและได้แสดงซีรี่ย์ฟอร์มยักษ์ในเวลาไม่นาน

ใครคนนั้นที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นคนรักของยูซอนโฮ




อดีตกาลที่มี

เด็กฝึกยูซอนโฮกับเด็กฝึกจองแชยอน







ไลควานลินหันไปมองตามสายตาของพนักงานร้านกาแฟคนน่ารัก ก่อนจะพบว่ารุ่นพี่ของตัวเองกำลังยืนอยู่ เขาหันไปโค้งให้ก่อนจะเอ่ยสวัสดีและนั่นทำให้ผู้หญิงที่งดงามคนนั้นหันมาพบคนที่ไม่ได้เจอกันกว่าสามปี





คนที่เธอทิ้งเอาไว้ข้างหลัง เพื่อความฝันที่เฝ้ารอมาตลอด

ความรักและความฝันที่ไม่สามารถยืนเคียงกันได้





นัยน์ตาคู่นั้นอ่อนลงเมื่อเธอพบว่าซอนโฮยังเป็นเหมือนเดิม ผู้ชายคนนั้นไม่ได้หลบสายตาเธอ เขาไม่ได้ส่งสายตาอ้อนวอนให้เธอกลับมา ไม่ได้ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองหรือรังเกียจ –




ตรงกันข้าม อีกฝ่ายแค่ส่งยิ้มมาให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ราวกับว่าเธอไม่ได้ทำสิ่งที่โหดร้ายที่สุดต่อผู้ชายที่แสนดีคนนั้น




ยูซอนโฮ ที่ซ่อนแผลเป็นของตัวเองเอาไว้ –

แล้ววิ่งหนีออกมาราวกับเป็นเด็ก





เพราะความรักมันยังเป็นสิ่งที่ใหม่อยู่เสมอ

เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจนเด็กแบบเขาไม่สามารถรับมือกับมัน





และเพราะซอนโฮก็ยืนอยู่ในเส้นทางความฝันเดียวกับแชยอน

เขาจึงรู้ดีว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเลือกทำแบบนั้น





เหตุผลของจองแชยอนน่ะชัดเจนกว่าความรักที่เหลืออยู่ของพวกเขาเสียอีก









เธอส่งยิ้มที่สดสวยเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน ในตอนที่เด็กฝึกทั้งสองคนที่ยืนอยู่ในสภาพชื้นเหงื่อ เสื้อยืดสบายๆและกางเกงวอร์มตัวเก่ง


แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีเหงื่อที่ผุดออกมาเต็มใบหน้า




กลับมาเจอกันอีกครั้งในตอนที่ต่างฝ่ายต่างประสบความสำเร็จ สามารถเติมเต็มความฝัน






แชยอนยิ้ม

และซอนโฮยิ้ม





ยูซอนโฮที่ส่งยิ้มบอกเธอว่ามันโอเคแล้วที่เธอจะเดินกลับไป

หันหลังให้เขาอีกครั้ง





จองแชยอนยิ้ม

ยิ้มให้กับรักแรกที่ยังสวยงามเสมอในความทรงจำและปัจจุบัน




เธอยิ้มอีกครั้ง โบกมือลา

เดินออกจากชีวิตของคนที่งดงามพอๆกับความฝันของเธออีกครั้ง






การจากลาครั้งที่สองมีเพียงแค่รอยยิ้ม

ไร้หยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นเหมือนเมื่อสามปีก่อน













“หืม? พูดต่อซี่ – คุณลูกเจี๊ยบ"





ซอนโฮเงยหน้ามองผู้ชายที่ส่งยิ้มที่แสนใสซื่อมาราวกับเด็กๆ

มันเป็นตอนนั้นเองที่เขาตระหนักได้ถึงความจริงที่ถูกกลบมิดเพราะความรู้สึกเขิน เสียงหัวใจที่เต้นแรง




ต้องขอบคุณคนที่เป็นรักแรก –

คนที่ทำให้เขากลับมามองโลกตามความเป็นจริง






“เรื่องระหว่างเราน่ะ – มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ คุณควานลิน"






ร่างโปร่งส่งยิ้มให้ไอดอลชื่อดัง เขาหรี่เสียงลงเพื่อป้องกันไม่ให้แฟนคลับคนไหนได้ยิน

ซอนโฮยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อพบว่าไลควานลินขมวดคิ้ว แสดงสีหน้าความไม่เข้าใจ






“และต่อให้มันเป็นไปได้ มันก็จะเป็นแค่ความทรงจำที่สั้นกว่าชีวิตของผีเสื้อเสียอีก"






ยูซอนโฮส่งยิ้มที่สว่างไสวมาให้ทั้งที่กำลังพูดประโยคที่ใจร้ายที่สุดในชีวิต

และมันทำให้ไลควานลินตัดสินใจส่งมือใหญ่ๆไปวางไว้บนกลุ่มผมนุ่มของคนที่พยายามทำตัวเข้มแข็ง








“ถ้าเศร้าก็แค่ร้องไห้ออกมาซี่ – ไม่มีใครจ้องจะจับผิดนายหรอกนะ"





ร่างหนาวางแก้วน้ำปั่นลงกับพื้น คุ้ยของในกระเป๋าเป้ ก่อนจะถือวิสาสะสวมแมสก์ปิดปากและแว่นกันแดดให้คนที่กำลังยิ้มทั้งๆที่น้ำตากำลังไหลลงมาไม่หยุด






“อ่ะ ทีนี้ก็เดินกลับร้านดีนะๆครับ คุณยูซอนโฮ"





คนที่ถูกเรียกชื่อพยักหน้าลงพร้อมกับสติที่ไม่ค่อยมี

ไลควานลินมักจะทำอะไรที่เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ

และนั่นทำให้ซอนโฮยิ้มออกมา




ยิ้มทั้งๆที่กำลังสวมแมสก์อยู่

มันแปลว่าไอดอลชื่อดังคนนั้นจะไม่มีวันรู้ว่าอีกฝ่ายทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาได้





อีกฝ่ายจับไหล่ของพนักงานร้านกาแฟไว้ ก่อนจะหมุนตัวให้อีกฝ่ายหันกลับไปทางเดิมที่เดินจากมา





“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับ คุณยู :)”





คุณยูไม่ได้ตอบรับอะไร

ร่างบางทำเพียงแค่โบกมือแบบผ่านๆให้คนที่ดื้อหน้าตายข้างหลัง




ไลควานลินน่ะ

เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคนๆนั้นถึงเป็นไอดอลชื่อดังขนาดนี้









*








และเช้าวันต่อมา ต่อๆมา จนเวลาผ่านไปกว่าสองอาทิตย์ลูกค้าคนแรกก็ยังเป็นไลควานลิน


วันนี้อีกฝ่ายสวมเพียงแค่กางเกงวอร์มสีดำสนิทและเสื้อฮู้ดสีเดียวกันของแบรนด์วัยรุ่น แก้มตุ่ยๆนั่นบวมออกมานิดหน่อย อาจจะเพราะพึ่งตื่นแล้วก็ลุกออกมาจากเตียงทั้งแบบนั้น




“ที่คุณดื่มอยู่คืออะไรอ่ะ?”



ยิงคำถามทันทีที่เดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์จนพนักงานประจำร้านทำอะไรไม่ได้นอกจากกลอกตาไปมา



“ช็อคมิ้นต์ปั่นครับ"



ไลควานลินชอบทำอะไรโผงผาง ไม่เผื่อเวลาให้เขาตั้งรับจริงๆนั่นแหละ



“แอดวิปครีมเยอะๆ"



ส่งสายตาวิบวับมาหา ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่ประโยคธรรมดา



“แล้วใส่มันลงในแก้วคุณลูกเจี๊ยบแทนนะครับ :)”





ใช่

มันก็แค่ประโยคคำสั่งธรรมดานั่นแหละ



ก็แค่ออเดอร์ของลูกค้าในเช้าวันอาทิตย์

ก็แค่ลูกค้าหน้าตาดีมากๆๆที่ส่งยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกมาให้

ก็แค่วิปครีมธรรมดาๆที่เกิดจากแรงเขย่าของยูซอนโฮจนแทบไม่เกรนขึ้น




“อื้อ"



มันก็แค่นั้นแหละ



“อ้อ – "



แต่ทำไมยูซอนโฮต้องหน้าร้อนไปหมดแบบนี้ด้วย




“วันนี้ก็เหมือนกัน – "





นี่ก็ด้วย


มันก็แค่ประโยคที่ถูกพูดเหมือนเดิมซ้ำๆทุกวัน

ก็แค่ไลควานลินที่เรียกการเดินมาบอกอรุณสวัสดิ์และราตรีสวัสดิ์ว่าการจีบ




ไม่ได้คุยกันผ่านตัวอักษรในโปรแกรมแชท

ไม่ใช่คำพูดที่หวานจนแสบตาไปหมด

ไม่ใช่การกระทำที่ชัดเจนจนทำให้อึดอัด





“อรุณสวัสดิ์นะครับ :)”





ก็แค่การมาเจอหน้ากันวันละสองครั้ง

ครั้งละสิบนาที


เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองรออยู่





“อื้อ"




ก็แค่การกระทำที่ไม่ได้ทำให้ใจเจ็บแสบเท่าไหร่นัก

แต่เป็นการกระทำที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆกับท้องชะมัด


ราวกับเด็กน้อยที่กำลังวิ่งไล่ลูกโป่งที่ชอบ

ลูกโป่งที่กำลังหลุดลอยออกไป


แต่กลับมีคนที่ใจดีพอ

กระโดดไปไขว่คว้ามันเอาไว้






“อรุณสวัสดิ์"





ก็แค่กำแพงที่สร้างขึ้นมา





“คุณไล :)”





นอกจากจะดูไร้ประโยชน์แล้ว

ดูท่าว่ามันจะล้มลงไปไม่เป็นท่าเสียแล้ว







“นี่พึ่งได้นอนไปสามชั่วโมงเองอ่ะ หิวข้าวมากๆๆๆๆ"




พอเห็นว่าคนที่กำลังจีบอยู่มีปฏิกิริยาตอบกลับมาดีๆหน่อยไลควานลินก็ตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้ พนักงานพาร์ทไทม์ประจำร้านได้แต่ส่ายหน้าไปมา เมื่อพบว่าผู้ชายตรงหน้าน่ะเจ้าเล่ห์ต่างจากภาพลักษณ์นิ่งๆของเจ้าตัวแบบไม่เห็นฝุ่น





“เข้ามากินข้าวข้างในกับซอนโฮสิควานลิน"




ฮวังมินฮยอน เจ้าของร้านเดินออกมาจากหลังร้านด้วยเสื้อผ้าที่เป๊ะเหมือนทุกวัน อีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้อย่างใจดี ก่อนจะดันหลังเจ้าลูกเจี๊ยบประจำร้านไปยังทิศทางที่ตัวเองต้องการ




“ขอบคุณมากคร้าบบบ มินฮยอนฮยอง"




บาริสต้าประจำร้านหัวเราะออกมา เมื่อเห็นไอดอลชื่อดังรีบวิ่งไปหลังร้านโดยไม่ลืมจะคว้าข้อมือใครอีกคนเข้าไปด้วย จริงๆตอนแรกน่ะมินฮยอนก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้ามาในโลกซอนโฮนักหรอก เพราะตัวเขาเองก็รู้ดีว่าการเป็นคนดังในวงการบันเทิงน่ะ ต้องแลกมากับอะไรบ้าง




การเฝ้ามองซอนโฮต้องเดินผ่าน ก้าวผ่านความเจ็บปวดเหล่านั้น เพื่อเติบโตขึ้นมาพบกับเส้นทางที่น่าเจ็บปวดกว่าน่ะ

มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าปวดใจสำหรับฮวังมินฮยอน


เด็กคนนั้นเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆมากกว่าพนักงานพาร์ทไทม์คนหนึ่ง




แต่เด็กไต้หวันที่เป็นไอดอลชื่อดังคนนั้นน่ะก็ใช้เวลาตลอดสองอาทิตย์พิสูจน์ทุกอย่างได้แล้ว

ว่าก่อนจะเริ่มต้นฝึกฝนเพื่อเติมเต็มความฝันในแต่ละวันน่ะ

การได้มาเจอยูซอนโฮเป็นเหมือนแหล่งพลังของไลควานลิน




และในตอนที่การฝึกซ้อมนั้นสิ้นสุดลง

การได้มาบอกราตรีสวัสดิ์กับยูซอนโฮน่ะ คงเป็นสิ่งที่ทำให้ไลควานลินฝันดี



“ย่าห์!! ไลควานลิน บอกว่าอย่าแย่งปีกไก่ไง!!!”



มินฮยอนหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเสียงเจ้าเด็กกินข้าววันละห้ามือตะโกนโวยวายออกมาจนมันดังมาถึงหน้าร้าน



“แต่ผมเหนื่อยนี่นา ซ้อมอย่างหนักมากๆๆๆเลยนะ ซอนโฮอ่า"





เจ้าของร้านเดินถอยหลังเพื่อเข้าไปใกล้ส่วนครัวมากขึ้น

เดินถอยหลังไปพร้อมๆกับนับถอยหลังนั่นแหละ





“โว้ยย งั้นก็เอาไปเลยไป นี่ แล้วกินข้าวเข้าไปเยอะๆดิ ไม่ใช่กินแต่กับ"





ว่าซอนโฮน่ะ


เด็กดื้อคนนั้นน่ะ



เอนอ่อน และ ยอมอ่อนข้อไอดอลหนุ่มคนนั้นมากขนาดไหน :)













*











“มินยอนนนน ฮังมินยอนนนนนนนนนนน"




เสียงเป็ดๆของคิมจงฮยอนดังขึ้นทันทีที่ตื่นนอน เรียกแบบยานคางทั้งๆที่ก็รู้ว่าเวลาที่ตัวเองตื่นน่ะ เป็นเวลาที่มินฮยอนกำลังทำงานอยู่ ร่างบางสวมเสื้อคลุมทับแบบลวกๆ ก่อนจะเดินเตาะแตะลงไปข้างล่าง ผลักประตูครัวด้วยมือข้างเดียว




ก่อนจะพบว่าตัวเองมีแรงไม่พอ


บาร์เทนเดอร์คนเก่งจิ๊ปากอย่างไม่พอใจนัก แต่ก็เปลี่ยนท่าเพื่อเตรียมใช้มือทั้งสองข้างทั้งไหล่ผลักมันเข้าไปพร้อมกัน





ถ้าคราวนี้ยังเปิดไม่ได้อีกนะ !






“มนุษย์กระดาษจริงๆนั่นแหละ"




เสียงของคนที่เขามักเรียกหาทุกเช้าและก่อนนอนดังขึ้นจากด้านหลัง

พร้อมๆกับสัมผัสจากแผ่นอกที่แนบชิบกับแผ่นหลังเล็ก

พร้อมๆกับที่เลือดในร่างกายสูบฉีดดีเกินไป





“ฮังมินยอน!”



ตระโกนเรียกชื่ออีกฝ่าย ทั้งๆที่ตายังปรืออยู่ คิมจงฮยอนเดินกระแทกเท้าไปจนถึงโต๊ะอาหาร เขาใช้ช้อนเคาะโต๊ะราวกับจะเร่งให้ไอ้คนขี้เก๊กหน้าประตูรีบเอาอาหารมาวาง



ข้าวเที่ยงและข้าวเย็นเป็นมื้ออาหารที่เรามักจะใช้เวลาร่วมกันเสมอ





“เรียกดีๆซี่ – นี่ทำจาจังมยอนใส่เนื้อเยอะๆให้ด้วยนะ"





จงฮยอนเบะปากอย่างไม่ใส่ใจนัก มือเรียวหยิบแก้วกาแฟที่พึ่งถูกใครอีกคนวางไว้ขึ้นมาดื่ม นับหนึ่งถึงสามในใจเพื่อรอฟังคำสวดของมินฮยอนประจำวัน



มันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อนักหรอก –

การได้รับรู้เรื่องราวที่ไหลผ่านความคิดของฮวังมินฮยอนน่ะ



มันคือการสร้างความสุขแบบง่ายๆ




“เมื่อคืนหลับสบายมากอ่ะดิ"




ถามเสร็จก็เอาจานข้าวมาวางตรงหน้า จงฮยอนพยักหน้าหงึกหงักทั้งๆที่กำลังมองตามเส้นหมี่สีดำน่ากินนั่น ใบหน้าตั้งใจของคนตัวเล็กน่ะน่าหมั่นเขี้ยวจนมินฮยอนอดไม่ได้ที่จะเอาตะเกียบไปเคาะหัวกลมๆของอีกฝ่าย



“ย่าห์!”



ดวงตาโตๆนั่นถลึงขึ้นกว้างกว่าเดิมจนคนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างถูกอกถูกใจ คนถูกแกล้งวางตระเกียบลงแล้วยื่นมือออกไปยืดแก้มย้วยๆของคนหน้าตี๋ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ในขณะที่คนถูกยืดแก้มกำลังหัวเราะอย่างชอบใจ



“ฮัง ขอเถอะ – "



ถึงจะแอบชอบอีกฝ่ายมานานแค่ไหน แต่จงฮยอนน่ะเกลียดรอยยิ้มกระเหรี่ยงแบบนี้ของมินฮยอนมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนพวกลุงแก่ที่ยิ้มแผล่เวลาเจอสาวโลลิน่ารักๆอะไรเทือกนั้นเลย




“เลิกทำตัวเหมือนโรคจิตได้ไหม?”


“ไม่ได้อ่ะ ชอบแบบนี้ มันโอเคแล้วนะ ฮ่าๆๆ อย่าตีดิ"




จงฮยอนหยุดตีคนที่ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรตรงหน้า ตัดสินใจก้มลงกินอาหารจานโปรดตรงหน้าแทนที่จะมาต่อล้อต่อเถียงกับคนทะเล้น ชีกอ บ้าบอตรงหน้า




“แต่ก็น่าจะหลับสบายแหละ"





ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ทำไมคิมจงฮยอนถึงแอบชอบคนแบบนี้มาได้ตลอดช่วงวัยรุ่นกันนะ

ฮวังมินฮยอนน่ะยิ่งกว่าหล่อไร้สติอีก


เป็นตาแก่ขี้บ่น ที่บางทีก็ส่งสายตาโรคจิตมาให้





เมื่อคืนเล่นทั้งร้อง ทั้งข่วนหลั – โอ้ยยยยย"




แล้วคนชีกอก็จบด้วยการถูกตบหัวแรงๆหนึ่งที มินฮยอนร้องออกมาพร้อมเบ้หน้าแบบที่คิดว่าน่าสงสารที่สุด แต่ก็ไร้ประโยชน์ในเมื่อคนที่เขาอยากอ้อนน่ะก้มลงไปสูดเส้นบะหมี่ด้วยความรักไปแล้ว




“เจ โอ เอ็น จี – เอช วาย ยู เอ็น"



เรียกเสียงยานคางพร้อมปรบมือเข้าจังหวะ เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว แต่จงฮยอนก็นั่งอ่านการ์ตูนโดยไม่สนใจคนที่เอาทุกอย่างมาประเคนถึงที่อย่างอฮวังมินฮยอน



“จง ฮะ ยอนนนนนนนนนนนนน"





สำเร็จ

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาพร้อมแววตาหงุดหงิดสุดชีวิต กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย วางหนังสือการ์ตูนดังปัง! จนคนเรียกร้องความสนใจยังสะดุ้ง



จงฮยอนลากสลิปเปอร์อย่่างขี้เกียจจนไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนขี้น้้อยใจ





“รำคาญ"



พูดทำร้ายจิตใจ แต่ก็ก้มลงไปจุ๊บริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ




“เจค้าบบบบบบ เจจจจจจจจจจ"





ส่งเสียงดีใจออกมาทั้งๆที่เจ้าตัวน่ะเดินขึ้นไปอาบน้ำบนห้องได้เกือบนาทีแล้ว จงฮยอนกับมินฮยอนยิ้มออกมาเมื่อทุกอย่างมันก็ง่ายแค่นี้




การมีความสุขมันไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น

แต่สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คงเป็นความกลัวล่ะมั้ง



การก้าวข้ามสิ่งที่ติดอยู่ในใจมากที่สุด

กลายเป็นคำอนุญาตที่บอกให้เรามีความสุขในทุกๆวันมากขึ้น



ทุกๆวันที่มีกันและกัน

เดินเคียงข้างไปในวันที่มีอะไรเกิดขึ้นต่างออกไป





การมีอยู่ของความรักพวกเรา

ความรู้สึกที่ในที่สุดก็มีชื่อเรียกน่ะ




เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่คิมจงฮยอนกับฮวังมินฮยอนร่วมกันสร้างขึ้นมาเลยล่ะ


:)










*








วันนี้เครื่องดื่มอร่อยกว่าทุกวัน



อิมยองมินบอกกับจงฮยอนพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียน ซึ่งบาร์เท็นเดอร์คนเก่งก็เถียงอะไรไม่ได้ นอกจากก้มหน้าทำเครื่องดื่มต่อไปทั้งๆที่หูเล็กๆนั่นกลายเป็นสีแดงไปหมดแล้ว



วันนี้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มมากกว่าปกติ





“From the moon To the stars

우주를 헤매다

(ต่างก็หลงทางอยู่ในห้วงอวกาศ)





ลูกค้าประจำร้านต่างก็เลือกจะสั่งเครื่องดื่มมากมายพวกนั้นเพื่อต้อนรับนักร้องชั่วคราวคนใหม่ ใบหน้าหล่อเหลานั่นดื่มดำ หลงวนในโลกของดนตรี สัดส่วนร่างกายที่เพอร์เฟ็กต์นั่นขลับให้เปียโนกลางร้านดูสง่าขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ไหนจะเสียงร้องหวานๆที่เข้ากับทั้งเพลงสนุก


ทั้งเพลงที่ให้บรรยากาศราวกับเมฆดำกำลังลอยละล่องอยู่ในร้าน






การร้องเพลงเป็นสิ่งที่มินฮยอนรัก

จงฮยอนรู้ดี





แต่ฮวังมินฮยอนก็รักการทำขนมและกาแฟ

เป็นอีกหนึ่งความฝันที่เจ้าตัวสามารถรั้งคิมจงฮยอนไว้กับตัวได้




เพื่อนสนิทคนเดียวในชีวิตบอกกับจงฮยอนแบบนั้นในวันหนึ่งที่ฝนกำลังตก –

สามวันหลังจากคืนนั้น


คืนที่ฮวังมินฮยอนเลือกจะปล่อยรักครั้งแรกของตัวเองอีกคน

เลือกจะทำลายเสาเข็มของบ้านหลังนั้น



เสียงหยาดฝนที่กระทบลงบนหน้าต่างครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้คิมจงฮยอนมั่นใจว่าเขาไม่ได้ฝันอยู่


ว่าฮวังมินฮยอนให้คุณค่าความรักของตัวเองขนาดไหน





การได้เป็นคนสำคัญของคนที่เรารัก

เป็นคนรักที่ได้ชื่อว่าคนรัก



มันเป็นความรู้สึกที่่มั่นคงและพิเศษกว่าการมีที่หลบฝนในวันฝนตกเสียอีก








꿈처럼 사라져 가지만

새하얀 캔버스에 다시 그려봐요

그대가 아니면 안돼요

(ถึงแม้ว่ามันจะจางหายไปแล้วราวกับความฝัน

แต่ผมก็จะลองวาดมันลงบนผืนผ้าไบสีขาวสะอาดดูอีกครั้ง

มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะไม่ใช่คุณ)






ท่อนที่สื่อมาให้

นัยน์ตาที่สวยงามที่สุด

นัยน์ตาคู่นั้นที่มันมีเพียงภาพสะท้อนของจงฮยอน




เสียงที่ไพเราะที่สุดในโลกแห่งดนตรี –

ของคิมจงฮยอน




เสียงที่บอกว่าทุกบทเพลงที่ขับร้องออกมาน่ะ

มันมีคิมจงฮยอนอยู่ในนั้นเสมอ





ไม่ว่าท่วงทำนองจะช้า เร็ว หรือขาดหายไป

ไม่ว่าเนื้อเพลงจะสุขสันต์ เฉยชาหรือเศร้าสลด

ไม่ว่ามันจะถูกขับร้องด้วยเปียโน กีตาร์ หรือไร้เครื่องดนตรีใดๆ





คิมจงฮยอนคือคนที่ทำให้ฮวังมินฮยอนเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้น

เป็นกุญแจสำคัญที่สุด



ในการเข้าสู่โลกแห่งดนตรีของผู้ชายที่ชื่อว่าฮวังมินฮยอน










*












อีแดฮวีใช้ชีวิตอยู่ที่คอนโดของคุณดงโฮมาได้สองวันแล้ว –

และมันก็ทำให้เขาตกหลุมรักดนตรีของคังดงโฮ



เพลงที่อีกฝ่ายแต่งให้แดฮวี มันไพเราะและเข้ากับการส่งอารมณ์ของตัวเขาเองจนตัวเขาเองยังตกใจ ทั้งๆที่พวกเราพึ่งรู้จักกัน แต่่อีกฝ่ายกลับแต่งมันออกมาราวกับรับรู้ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา





‘ก็ผมเรียนรู้เรื่ืองราวของคุณผ่านเพลงที่คุณเลือก จังหวะที่คุณกดเปียโน จังหวะและเทคนิคการร้องเพลงของคุณไง’





คุณดงโฮบอกไว้แบบนั้นและมันทำให้อีแดฮวียังหยุดทึ่งไม่ได้

เพราะมันเป็นความสามารถที่เขาทำไม่ได้ ไม่เคยทำได้เลย




แม้แต่ดนตรีของคนที่เขาสนิทที่สุดในชีวิต

อีแดฮวีก็พึ่งมาเข้าใจมันหลังจากที่เวลาผ่านไปหลายปี





อ่า – อีกอย่างที่น่าแปลกคือการเซ็นต์สัญญาอย่่างรวดเร็ว


แดฮวีจำได้ว่าหลังจากวันนั้นที่กินเบียร์และเล่นเปียโนกันจนเช้า เมื่อตื่นมาตอนบ่ายๆเขาก็พบว่ามีทนาย ผู้จัดการ และคนของบริษัทรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นแล้ว สัญญาที่ค่อนข้างอิสระและเคารพการตัดสินใจในการเลือกทำเพลงทำให้ร่างบางเลือกจะเซ็นต์สัญญาแบบไม่คิดอะไรมาก








แดฮวีใช้เวลาตลอดอาทิตย์ในการซ้อมร้องเพลง แต่งเพลง และเรียนพวกทฤษฏีการแต่งเพลงเพิ่มเติม



เขาไม่ได้เข้าไปทำงานที่ร้านของพี่จงฮยอนอีกเลยนับจากวันนั้น

และแดฮวีก็เชื่อว่าอีกฝ่ายคงเข้าใจดี



ว่าตอนนี้อีแดฮวีมีเป้าหมายใหม่ให้วิ่งตามอยู่

และการจะทำให้มันเป็นจริง ให้ผลลัพธ์มันออกมาได้ดีเท่าที่เขาพอใจน่ะ




มันต้องใช้ความพยายามมากว่าการยืนรอฮวังมินฮยอนเป็นร้อยเท่า

เขาไม่ชอบทำอะไรครึ่งกลางๆ เพราะงั้นคนตัวเล็กจึงใส่พลังและจิตวิญญาณทั้งหมดของตัวเองลงไป





อ่า..

และคังดงโฮคนนั้นก็คงไม่ชอบอะไรครึ่งๆกลางๆเหมือนกัน




ทั้งเครื่องดื่มบำรุง อาหาร น้ำอุ่นในอุณหภูมิที่พอดี ผ้าเช็ดเหงื่อ ขับรถไปส่งและไปรับกลับ

ทุกอย่างมันมากกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายควรทำด้วยซ้ำ

คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงขนาดนั้นน่ะ




แดฮวีไม่ได้เป็นเด็กใสซื่อขนาดจะไม่รู้ว่ามีอีกฝ่ายกำลังทำอะไร การมีชีวิตอยู่ในวงการบันเทิงน่ะไม่ได้น่าภิรมย์นักหรอก



สถานที่ที่การทรยศเพื่อนสนิทหรือคนรัก ทรยศต่อสิ่งที่เคยเชื่อและอยากจะเชื่อ

ทำได้ง่ายกว่าการประสบความสำเร็จ






“พักบ้างสิ"



แต่แดฮวีก็ไม่ได้ใส่ใจมาก ในเมื่อคนตรงหน้าวางตัวอย่างดี ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางที่มากเกินไป สำหรับคนนอกอีแดฮวีก็เป็นเหมือนเด็กปั้นที่อีกฝ่ายตั้งความสูงไว้มากๆ มากกว่าคนที่ถูกใจ คนรักอะไรเทือกนั้น



      มือแกร่งยื่นกล่องข้าวมาให้พร้อมกับสายตาดุๆ





“ถ้าไม่กินภายในหนึ่งนาที พี่จะดับไฟในห้อง"




น้ำเสียงและแววตาของคังดงโฮไม่มีแววล้อเล่นอยู่เลย มันทำให้คนตัวเล็กรีบเปิดกล่องข้าวออกมาก่อนจะพบว่ามันคือจัมปงร้านโปรด แดฮวีคลี่ยิ้มก่อนจะรีบหักตระเกียบแล้วจัดการสูดเส้นเข้าไป ผู้บริหารควบด้วยตำแหน่งนักแต่งเพลงมองอีแดฮวีที่กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง




อีแดฮวีที่มักจะโตขึ้น กลายเป็นผู้ใหญ่ในห้วงขณะที่อีกฝ่ายหลงอยู่ในความฝัน –

ความฝันที่มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งดนตรี




และอีแดฮวีก็จะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แสดงออกเหมือนกับเด็กอายุสิบแปด เหมือนกับเด็กคนอื่นๆในช่วงวัยเดียวกัน

ทันทีที่อีกฝ่ายก้าวออกมาจากโลกแห่งความฝันนั้น





คังดงโฮคิดว่านั่นคงเป็นการกระทำแบบนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้อีแดฮวีที่แตกสลายคนนี้สามารถมีชีวิตต่อไปได้


ความพยายามในการลุกขึ้นมาอีกครั้งของคนตรงหน้าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่ดงโฮเคยสัมผัสมา และความมหัศจรรย์นั้นก็ถูกถ่ายทอดผ่านดนตรีของแดฮวีอีกที





“พี่ไปประชุมกับบอร์ดบริหารมาแล้ว"


“อื้อออ"




ส่งเสียงกลับมาอย่างไม่ใส่่ใจนัก เพราะแก้มเล็กๆนั่นตอนนี้กำลังบรรจุเส้นจัมปงและน้ำซุปรสเผ็ดไว้เต็มแก้ม






“บริษัทอยากให้ปล่อยอัลบั้มช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะถึงนี้"





แดฮวีวางอาหารลงเมื่อพบว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเกี่ยวกับเรื่องดนตรี ไม่มีการแสดงความตกใจ มีเพียงแต่สายตามุ่งมั่นที่ส่งออกมา และมันทำให้ดงโฮมั่นใจว่าเขาเลือกคนไม่ผิดจริงๆ



ทั้งในฐานะนักดนตรี

ทั้งในฐานะคนที่เขาเลือกจะตกหลุมรัก





“เพราะเพลงของนายมันเป็นแนวบัลหลาด ซึ่งก็เหมาะกับเพลงหลายๆเพลงในอัลบั้ม"


“ครับ"


“ส่วนเอ็มวี – พี่อยากถามนายว่าอยากเล่นเอ็มวีเองไหม?


“...”


“ถ้าไม่อยากเล่นเราก็จะเรียกไอดอลที่มีชื่อเสียงในบริษัทมาเล่นให้ – "


“...”


“ไลควานลินกับจองแชยอนน่ะ ไม่แน่ใจว่าแดฮวีจะรู้จักไหม"






อีแดฮวีหลับตาลงเพื่อใช้ความคิด –

เขารู้ดีว่าการทำเพลงสำหรับบริษัทใหญ่แบบนี้มันมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาข้องเกี่ยวอยู่แล้ว




เขาลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อตัดสินใจได้แล้ว





“ผมอยากให้คุณควานลินกับคุณแชยอนมาเล่นเอ็มวีให้ครับ"




การเรียกกระแสด้วยคนที่มีชื่อเสียงทั้งสองคนน่ะ มันดีสำหรับคนที่ยังไม่มีชื่อเสียงแบบแดฮวี การใส่แค่เสียงร้องอย่างเดียว โดยไม่มีหน้าของตัวเองเด่นหราอยู่ในนั้นน่ะ


มันก็ถือเป็นการวัดความสามารถของตัวเองระดับหนึ่ง




“อืม – แต่จริงๆพี่คิดว่าให้เราไปเล่นเอ็มวีด้วยน่าจะดีกว่า"


“ครับ?”


“แบบให้มีฉากเรานั่งร้องเพลงบ้าง"


“…”


“ให้มันมีฉากที่ดวงตาของเราสื่ออารมณ์เราออกมา"


“...”


“ในเมื่อ title track คือเพลง I’m home* นี่นา"





แดฮวียิ้มออกมาเมื่อเขาพึ่งนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ทำให้คังดงโฮเลือกจะให้ความสนใจในตัวเขามากขึ้น



’เพราะคุณมีดวงตาคู่ที่เศร้าที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา’






“ถ้านั่นเป็นคำแนะนำของคุณล่ะก็ – "






แดฮวีส่งยิ้มไปให้คนตรงหน้า

และมันก็ทำให้อัตราการเต้นของคังดงโฮเร่งเร็วขึ้นราวกับเสียงดนตรีในท่อนบริดจ์






“ผมก็จะทำครับ :)”







เพราะคังดงโฮกลายเป็นคนที่หวังดีกับอีแดฮวีที่สุด

เป็นคนที่เข้าใจดนตรีของอีแดฮวีมากที่สุด











* I'm home คือสำนวนในภาษาญี่ปุ่นค่ะ เป็นประโยคที่พูดเวลากลับมาถึงบ้านแล้ว (ただ今)



TBC





Please comment or tag #Shelterain101





Talk: ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจอันยิ่งใหญ่ของทุกคนเลยนะคะ! ><

ตอนหน้าจบแล้วนะคะ แฮร่ (หลังจากลากยาวมานาน เขียนวันนู้นนน จบปีถัดมา .___.) เตรียมรับความหวานจนน้ำตาลขึ้นได้เลย! (หลังจากปล่อยทุกคนน้ำตาซึมมาสามตอน ;-;)

ขอบคุณที่ยังรอและอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ :)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #127 maypmv (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 17:40
    ตอนนี้เหมือนทุกคู่เริ่มจะดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว ควานลินสู้ๆนะ ตอนนี้ซอนโฮก็เริ่มยอมให้เข้ามาในโลกของตัวเองมากขึ้นแล้ว คู่มินเจในที่สุดก็มีความสุขกันจริงๆซะทีนะ ดีใจกับทั้งคู่ด้วยจริงๆ ตอนนี้เลยแอบรู้สึกว่าจริงๆมินก็อาจจะชอบจงฮยอนมานานมากแล้วแต่แค่ไม่เคยจะรู้ตัวจริงๆนั่นแหละ สุดท้ายแบคฮวี แดฮวีเก่งมากๆ เส้นทางความฝันนี้มันจะต้องดีแน่นอน ฝากแบคโฮดูแลน้องด้วยนะ
    #127
    0
  2. #112 punngirigiri (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 14:46
    อ่าาา ตอนนี้ฮังมินยอนคนชีกอมาเต็มที่ ไม่มีคราบของความเศร้าเลยสักนิด ขออนุญาตเกลียดค่ะ 5555555 รักกันดีเราก็ดีใจ ดูอบอุ่นมากๆโรแมนติกมาก ชอบที่จงฮยอนบอกว่าฟังมินฮยอนบ่นเหมือนเป็นการเล่าเรื่องผ่านความคิดของมินฮยอน งื้อออ ชอบบบ เติมพลังให้กันบ่อยเนอะ 555 ตอนร้องเพลงก็ดี ตอนนี้มีหลายช๊อตที่โดนใจมากๆ ไลควานลินสู้ๆนะ ส่วนพี่ดงโฮ ฝากดูแลหัวใจและความฝันของแดฮวีด้วยนะคะ ฮืออออ
    #112
    0
  3. #102 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:39
    เอ็นดูลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆของคุณแม่มากๆ อ่อนให้เขาขนาดนั้นแล้วอะ แต่กังวลนิดๆเหมือนกันว่าถ้าเรื่องมันแดงขึ้นมาจะเป็นยัฃไง... คู่มินเจนี่เหมือนฟ้าหลังฝนตอนที่ฟ้ายังไม่เปิดหมดอะ แต่ค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆแล้ว คู่แบคฮวีนี่ดีต่อใจมากเวอร์ ความปราถนาดี ความห่วงใย ความเชื่อใจ ความไว้วางใจ มีให้กันทั้งหมดเลย
    #102
    0
  4. #84 aun-aom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 23:36
    พี่ดงโฮนี่ดีต่อใจจิมๆ รอติดตามนะ
    #84
    0
  5. #80 it'sme (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 15:14
    แงงงงชอบบบบบ น้องแดฮวีของพี่เก่งมากๆ
    ฟามรักของยัยเจกับพี่มินก็ดีเหลือเกินน
    #80
    0
  6. #79 Starryday (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 10:26
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ รออ่านนะ
    #79
    0
  7. #78 bbwyf (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 08:00
    ชอบบบบบบ ละมุนมากทุกคู่เลย
    #78
    0
  8. #77 Numwaan1530 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 07:06
    ภาษาสวยมาก เราชอบเรื่องนี้ ทุกคนมีเรื่องให้ก้าวผ่านเสมอ แล้วจะเจอทางของตัวเอง
    #77
    0
  9. #75 lilyandpeony (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 00:28
    ชอบภาษาและการบรรยายมากๆเลย รออ่านตอนจบนะคะ ❤
    #75
    0
  10. #73 LoveD.O. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 23:03
    น้องซอนโฮเริ่มชอบควานลินบ้างแล้วใช่มั้ยลูกกกก
    #73
    0