[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 5 : [os] Snowflake (MinJ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

[os] Snowflake

Minhyun x Jonghyun













#มินเจโปรเจค – Winter Project

#Shelterain101

12,987 words

BG Music: Park HyoShin – Snow Flower


Genre: Fantasy, Melodrama


















   

















วันสุดท้ายของปี

จุดเริ่มต้น ใกล้เคียง และยืนขนาน

สู่ชั่วกัลปวสาน











*










คิมจงฮยอนลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นในหัวใจ ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่ามันเกิดจากอะไรก็ตาม ร่างบางหันไปมองคนข้างๆก่อนจะยิ้มออกมา – มันไม่มีเหตุผลที่แน่นอน มีเพียงแค่ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างใน


อาจเป็นเพราะใบหน้าที่สมบูรณ์แบบราวกับเป็นผลงานที่พระเจ้าตั้งใจสร้างขึ้น ผมสีบลอนด์สวยที่ดูเป็นธรรมชาติ จมูกโด่งที่รับกันได้ดีกับริมฝีปากได้รูปสีชมพูสวย ไหล่หนาที่ดูน่าซบหรือแม้แต่ร่างกายท่ีดูสมชายชาตรีนั่นอีก ทุกอย่างเสริมสร้างให้คนที่นอนอยู่ข้างจงฮยอนดูสมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ธรรมดา


ใบหน้าที่ทำให้เขารู้สึกหายจากอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นกลางดึก




“ตื่นแล้วหรอ?”




โดยเฉพาะนัยน์ตาสีฟ้าที่ทอดมองลงมา – ดวงตาที่มีเพียงภาพของจงฮยอนสะท้อนกลับมา


ภาพของคิมจงฮยอนที่มีนัยน์ตาสีดำสวยราวกับรัตติกาล ทว่ามันกลับส่องประกายสวยกว่าดวงดาวทุกดวงที่ฮวังมินฮยอนเคยสัมผัสมาตลอดเวลาหลายพันปี ผิวเนียนละเอียดที่ตัดกับชุดนอนสีน้ำเงินเข้ม ริมฝีปากที่น่าขบกัดนั่นยกยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ ร่างบางยื่นมือออกมาสัมผัสใบหน้าของคนที่นอนอยู่ข้างๆด้วยความโหยหา




ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ฮยอนอ่า :)”




ผ่านมาสิบกว่าปีแล้วที่ฮวังมินฮยอนกับคิมจงฮยอนสัมผัสและแลกเปลี่ยนความหมายคำว่ารัก ผ่านทั้งการกระทำและคำพูด


ร่างบางปล่อยให้หยาดน้ำสีใสไหลออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้น


“ย่า จะร้องไห้ทำไมล่ะ จงฮยอนอ่า"



มินฮยอนหัวเราะออกมาก่อนจะยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำตาอย่างแผ่วเบา



“ก็แค่ดีใจที่มีนายอยู่ข้างๆ – เสมอ"




โทนเสียงแหลมๆแหบจมูกของร่างบางเป็นสิ่งที่มินฮยอนโปรดปรานที่สุด มันอาจไม่ใช่เสียงที่ไพเราะที่สุด แต่เขาสัมผัสได้ถึงความรักที่ฝังอยู่ในทุกๆอณู มินฮยอนดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด กดจูบลงบนกลุ่มผมสีดำ มันนุ่มราวกับปุยเมฆ ถึงแบบนั้นมันก็ยังเทียบไม่ได้กับสัมผัสจากริมฝีปากของคนในอ้อมกอด



“อื้อออ"


คนถูกขโมยจูบร้องออกมาเมื่อร่างหนาไม่ยอมถอนริมฝีปากออกซักที อีกฝ่ายเอาแต่ขบเม้ม ส่งลิ้นเข้าไปสำรวจภายในโพรงปากอย่างกระหาย ไหนจะมือใหญ่ที่กำลังแกะกระดุมเสื้อเขาออกอย่างรีบร้อนนั่นอีก



ใจเย็นซี่ๆ – ฮยอนอ่า :)”



คนตัวเล็กกว่าพูดออกมาอย่างก๋ากั่นก่อนจะเป็นฝ่ายลุกขึ้น สะบัดเสื้อและกางเกงทิ้งลงอย่างไม่ใส่ใจนัก จงฮยอนนั่งทับลงไปกลางตัวของมินฮยอน ส่งสายตาลงมาราวกับกำลังมองสิ่งมหัศจรรย์ นัยน์ตาคู่สวยนั่นเต็มไปด้วยทั้งความรัก ความโหยหา และความหลงใหล


ความอบอุ่นที่มาจากเตาผิงในห้องนอนโล่งๆและกิจกรรมอันแสนเร่าร้อนที่คนสองคนกำลังสอดประสานกันอยู่ทำให้อุณหภูมิของห้องสูงขึ้น จนไม่รับรู้ถึงความหนาวจากอากาศภายนอก เตียงสีขาวสั่นคลอนไปตามแรงกระแทก ผ้าปูที่นอนถูกเลิกขึ้นจนไม่เป็นทรง



“อื้อ! อย่าพึ่งกระเด้งสวนมาซี่!”



คนตัวเล็กกว่าตระโกนออกมาอย่างเหลืออดเมื่อคนเอาแต่ใจข้างล่างดันสวนแก่นกายขึ้นมาทั้งๆที่เขากำลงขย่มตัวลงไป มันเข้าไปข้างในได้มากเกินไปจนจงฮยอนรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่


“หืม? ทำไมล่ะ ก็ดีออกนี่นา"



มินฮยอนยกยิ้มขณะนอนมองภาพของร่างบางที่ก้มลงมองมาที่เขาเท่านั้น ร่างกายสวยนั่นขยับไปตามจังหวะความต้องการ เสียงครางกระเส่าที่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ความร้อนในตัวของจงฮยอนที่โอบกอดแก่นกายของมินฮยอนไว้อย่างแน่นหนาและเร่าร้อน



หยาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามลำคอระหงศ์ ลำตัวบาง และเรียวขาที่ถูกใช้เป็นฐาน

เป็นภาพที่สวยงามจนทำให้เขาต้องยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

หยาดน้ำสีใสนั่นไหลลงมาในจังหวะเดียวกับที่เกล็ดหิมะเริ่มตกลงมา



เกล็ดหิมะที่ไม่ว่าจะมีรูปร่างสวยแค่ไหน

แต่ทันทีที่มันตกลงสู่พื้นโลก – รูปลักษณ์พวกนั้นก็จะถูกทำลาย


กลายเป็นเพียงหยาดน้ำที่ไหลลงไปตามพื้นซีเมนต์หรือพื้นหญ้า

ไร้รูปร่าง – และไร้บ้าน







ร่างบางทิ้งตัวพิงใครอีกคนขณะที่กำลังเล่นมือที่ใหญ่กว่ามือของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน ร่างเปลือยเปล่าที่พิงทับกันไม่ได้ก่อให้เกิดอารมณ์เท่าตอนแรก ตรงกันข้ามมันมีแต่ความอบอุ่นที่เขาคอยตามหามาตลอด


“นี่ ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ"



จงฮยอนร้องขอออกมาอย่างออดอ้อน ไถกลุ่มผมนุ่มไปกับแผงอกกว้างๆอย่างเคยชิน คนถูกอ้อนหัวเราะออกมา ก่อนจะร้องเพลงให้คนรักฟังอย่างไม่อิดออด เสียงหวานใสนั่นไพเราะราวกับเป็นบทเพลงที่ถูกขับกล่อมในสรวงสวรรค์ มันดูบริสุทธิแต่ก็ทรงพลัง


ร่างบางเปลี่ยนไปนอนหนุนตักหนาแทน เพราะมันจะทำให้เขาสามารถมองเห็นใบหน้าของคนรักขณะกำลังขับกล่อมบทเพลงให้เขาฟัง มินฮยอนยกยิ้ม ประสานมือเข้ากับมือที่คอยสร้างความสุขให้เขามาตลอด –


มือเล็กๆคู่นี้ที่เลือกจะจับมือของมินฮยอนไว้เสมอ

มือเล็กๆคู่นี้ที่สามารถยึดเหนี่ยวปาฏิหาริย์ไว้ได้




“สบายดีใช่ไหม?” มันเป็นเสียงที่แหบพร่ากว่าปกติ


“อื้อ ที่นั่นยังเหมือนเดิม ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำหรือนึกถึงเสียเท่าไหร่หรอก"


“อ๋า ดีแล้วล่ะ มินฮยอนจะได้คิดถึงผมเยอะๆไง"



มินฮยอนหัวเราะออกมา ส่งมือไปลูบที่กลุ่มผมหนา เขาแตะเบาๆที่รอยแผลตรงหน้าผากมน คิ้วของร่างหนาขมวดขึ้นมาทันทีที่สัมผัสได้ถึงรอยแผลนั้น



“ดูแลตัวเองดีๆหน่อยสิจงฮยอนอ่า อย่าฝืนตัวเองขนาดนั้น ถ้ามินช่วยไว้ไม่ทันจะเป็นยังไง?”



ร่างบางเบะริมฝีปากออกมาอย่างออดอ้อน หวังจะให้คนที่ก้มมองลงมาเห็นใจ



ง่า ก็ใครจะไปรู้ว่าของมันจะหล่นลงมาหมดเล –"



แต่ก็ไม่สำเร็จ เขาถูกมินฮยอนดึงขึ้นมาจูบซะอย่างงั้น –

หวานกว่าช็อคโกแล็ตทุกชิ้นบนโลก

นุ่มละมุนกว่ากาแฟร้อนๆในตอนเช้าวันอาทิตย์

อบอุ่นกว่าอ้อมกอดใดๆในโลกใบนี้


“อื้อ!”




ฮวังมินฮยอน

นิยามความรักของคิมจงฮยอน :)






*





ริมทะเลสาบในตอนตีห้านั้นไร้ผู้คน –



“เห็นบ่นว่าอยากไปมานานแล้วน่ะ :)”



มินฮยอนหันมาบอกเหตุผลให้เขาฟังพร้อมกับรอยยิ้ม นัยน์ตาสีไพลิณนั่นยังดูเหงาเหมือนเดิม – ไม่สิ ความโดดเดี่ยวของมินฮยอนมันเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่จงฮยอนได้พบกับอีกฝ่าย


ความโดดเดี่ยวที่เพิ่มไปพร้อมๆกับความรักที่เอ่อล้นขึ้นทุกวัน

ความรักที่มีกาแล็กซี่เป็นภาชนะ – แต่ก็ไม่อาจกักเก็บทุกความรู้สึกของพวกเขาไว้ได้





“นี่ อย่าตามใจผมฝั่งเดียวสิ ทำสิ่งที่คุณอยากทำด้วยซี่"



ร่างบางพูดขณะที่เอนคอซบไหล่กว้างไปด้วย เขาชอบที่จะเล่นมือคู่ใหญ่ๆของมินฮยอน ทั้งจับ ทั้งใช้มือวาดเขียนลงไป ไล้เบาๆเป็นการปลอบประโลมมือคู่ที่คอยปกป้องจงฮยอนมาตลอด




“จงฮยอนอ่า :)”





ร้องไห้

จงฮยอนร้องไห้ออกมาอีกแล้ว



แต่เขาก็ยิ้มออกมา เมื่อพบว่าคนที่แสนยิ่งใหญ่ตรงหน้ากำลังคุกเข่าลง

ดอกแดฟโฟดิลสีขาวหนึ่งดอกที่หมายความว่า 'พระอาทิตย์จะส่องสว่างเสมอตราบใดที่มีคุณอยู่เคียงข้าง

เสียงคลื่นกระทบฝั่งที่เป็นเหมือนเพลงสดุดีความรักของพวกเขา

ท้องทะเลสาบ ภูเขา ท้องฟ้าสีน้ำเงิน และหาดทรายกลายเป็นพยานแห่งความรัก

สัตย์สาบานที่ถูกกล่าวออกมาผ่านทางสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความโหยหา




ไม่มีบาทหลวง

ไม่มีช่อดอกไม้ช่อใหญ่

ไม่มีแขกใดๆเป็นพยาน

      ไม่มีโบสถ์เพื่อประกอบพิธี

ไม่มีการขับร้องบทเพลงแห่งความรัก


มีเพียงแค่คิมจงฮยอนและฮวังมินฮยอน

กับความรักที่ยิ่งใหญ่กว่าหัวใจของมนุษย์และเทวดา





“ครับ ฮวังมินฮยอน :)”


ร่างเล็กกล่าวตอบรับ

แหวนเงินเกลี้ยงๆถูกสวมเข้าที่นิ้วนางข้างขวา


พวกเขาส่งยิ้มให้กัน

แสงแดดที่ส่องกระทบลงมาทำให้พวกเขาสามารถเห็นความรู้สึกของกันและกันได้ชัดเจนกว่าเดิม



พระอาทิตย์ขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่หยาดน้ำสีใสหล่นลงมาจากนัยน์ตาสีฟ้า

ตกกระทบลงบนผืนทราย




“ขอบคุณนะครับ จงฮยอนอ่า :)”




คนตัวเล็กส่ายหัวเพื่อเป็นการปฏิเสธคำขอบคุณนั้น สิ่งที่เขาสามารถให้อีกฝ่ายได้มันเล็กน้อยยิ่งนัก เมื่อเทียบกับทุกๆอย่างที่มินฮยอนทำให้เขามาตลอด


เล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ของคนที่อยู่เหนือกาลเวลา




“เสกแหวนอีกวงให้ผมด้วยซี่"





คิมจงฮยอนผู้ที่สว่างไสวกว่าดาวเหนือ

คนที่เป็นแหล่งพลังความสุขทั้งหมดของมินฮยอน




ใครคนนั้นที่มีจันทราครึ่งเสี้ยวอยู่ตรงรอยยิ้ม

ใครคนนั้นที่มีจักรวาลอาศัยอยู่ในดวงตากลมโต

ใครคนนั้นที่มีผิวเนียนละเอียดราวกับกลุ่มก้อนเมฆ

ใครคนนั้นที่มีกลิ่นหอมของทุ่งดอกไม้ประดับอยู่ในร่างกาย




แหวนเกลี้ยงๆปรากฏบนมือเล็กนั่นๆทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยขอ

คิมจงฮยอนยิ้มออกมา คุกเข่าลงกับพื้นทรายอย่างไม่อิดออด

ส่งรอยยิ้มที่สว่างไสวกว่าจันทราในยามราตรี







“ฮวังมินฮยอน :)”





สัตย์สาบานของคิมจงฮยอนนั้นช่างสว่างไสวนัก

สวยงามจนเขาอยากจะขอร้องกับพระเจ้าให้หยุดเวลาไว้ที่ตรงนี้ –

หรือขังให้ฮวังมินฮยอนติดอยู่ในห้วงเวลานี้ตราบชั่วนิรันดร



ให้มันเป็นบทลงโทษที่หอมหวานที่สุดในเทวตำนาน







“ครับ คิมจงฮยอน :)”



เขารู้ – รู้ดีว่าพระเจ้าทรงได้ยินคำขอของมินฮยอน

แต่มันเป็นคำขอที่อีกฝ่ายไม่อาจทำให้มันเป็นจริงได้




ไม่เป็นไรหรอก

มันไม่เป็นไรจริงๆ

หากเขามิสามารถหยุดเวลาไว้ที่ตรงนี้ตลอดกาล


ฮวังมินฮยอนจะทำให้มันคงอยู่ชั่วนิรันดรเอง –

ให้มันมีชีวิตอยู่ในความทรงจำที่มีระยะอนันต์

ของผู้ที่มีชีวิตนิรันดร์








*








พวกเขาอยู่ด้วยกันมาสิบสองชั่งโมงแล้ว ไม่มีใครคิดอยากจะหลับตาลงให้เสียเวลา ทั้งสองคนใช้เวลาที่กำลังเดินไปข้างหน้าให้คุ้มค่าที่สุด



คิมจงฮยอนที่รู้ดีว่าต่อให้เขาจะใช้เวลาจดจำใบหน้าอันสมบูรณ์แบบนั่นนานแค่ไหน

มนุษย์ธรรมดาแบบเขาก็จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างทันทีที่ลืมตาขึ้นมาในเช้าวันถัดไป

ตื่นขึ้นมาบนเตียงสีน้ำเงินกับชีวิตธรรมดาๆแบบเดิม





“ฮ่าๆ เทวดาที่ไหนเขากลัวความสูงกัน"



เสียงหัวเราะเล็กๆแหลมๆของจงฮยอนดังออกมาเมื่อตอนนี้คุณเทวดาสุดหล่อหมดคราบคนสมบูรณ์แบบ อีกฝ่ายศิโรราบให้กับเครื่องเล่นของมนุษย์ที่เรียกว่าไวกิ้ง


ใช่แล้ว – ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในสวนสนุก มินฮยอนบอกว่าอยากจะลองมาที่นี่หลายครั้งแล้ว ดังนั้นทั้งสองคนจึงตัดสินใจใช้เวลาทั้งบ่ายที่นี่



“มองไม่คลาดสายตาขนาดนี้ เพราะผมหล่อมากล่ะสิ?”



จงฮยอนส่งมือไปขยี้กลุ่มผมสีบลอนด์นั่นทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ สภาพฮวังมินฮยอนที่สวมแค่เสื้อเชิ้ตสีดำกับเกงยีนส์และทับด้วยเทร้นช์โค้ทสีดำน่ะ มันไม่ได้น่ามองขนาดนั้นหรอกน่า –


ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังสีหน้าพะอืดพะอมล่ะก็นะ




“อื้อ หล่อมากกกกกๆๆเลยล่ะ"



ลากเสียงอย่างกวนอารมณ์

ใช่ จงฮยอนชอบจะมองมินฮยอนในตอนนี้

ตอนที่คนตรงหน้าดูไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนมนุษย์ทั่วๆไป


เพราะมันทำให้จงฮยอนรู้สึกว่าเขาสามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น




“งั้นพาคนหล่อไปขึ้นอันนู้นนนหน่อยค้าบบบ"




ร่างหนาพูดพลางเอาคางมาวางตรงไหล่บางนั่นอย่างออดอ้อน รวบเอวบางเข้ามากอดด้วยความรัก แต่อีกฝ่ายกลับส่งสายตาค้อนกลับมา ไหนจะการถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายนั่นด้วย




“ม้าหมุนสวรรค์? โอเค ได้ ฮวังมินฮยอนได้"




มินฮยอนหัวเราะออกมาเมื่อพบว่าตอนนี้คนในอ้อมกอดกำลังขู่ฟ่อออกมาราวกับแมว อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาอยากกลับไปสวรรค์อะไรเทือกนั้นสินะ เด็กน้อยของเขายังน่ารักเสมอ

คิมจงฮยอนไม่เคยพลาดที่จะทำให้ฮวังมินฮยอนยิ้มออกมาราวกับคนบ้า




“แค่อยากไปนั่งบนสวรรค์กับจงฮยอนน่ะ :)”




ร่างบางกดหน้าลง

แต่นั่นก็ยังไม่สามารถปิดบังใบหน้าที่กำลังขึ้นสีแดงเพราะมินฮยอนได้




“เจ้าฮวัง!! บ้า!”




สะบัดตัวออกจากอ้อมกอด ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆเหมือนหุ่นยนต์ไปยังที่ตั้งของม้าหมุนสวรรค์

มินฮยอนยิ้ม – ยิ้มอีกครั้งและอีกครั้ง

ยิ้มเผื่ออีกสามร้อยหกสิบสี่วันที่เหลือ




“ว่าไง – เจ้าจงฮยอน :)”




วิ่งไปคว้าไหล่อีกคนอย่างเคยชิน สัมผัสของร่างกายที่ลงล็อคราวกับสร้างมาคู่กัน

ท้องฟ้าวันนี้สดใสกว่าเมื่อวาน

ราวกับเป็นการเยาะเย้ยของพระเจ้า




“ฮ่าๆ ไม่ได้ซี่ เจ้าจงฮยอนต้องไปนั่งบนกวางเรนเดียร์"




มินฮยอนดันร่างบางให้ขึ้นไปนั่งบนกวางเรนเดียร์ที่เขาเล็งไว้

นัยน์ตาสีรัตติกาลนั้น – สวยกว่าตาสีดำขลับของสิ่งมีชีวิตที่สวยงามนี้เสียอีก




“งั้นเจ้าฮวัง จงไปนั่งบนมนุษย์แคระซะ!”


สั่งออกมาด้วยเสียงแหลมๆ พร้อมกับนิ้วที่ชี้ไปยังเป้าหมาย ใบหน้าน่ารักนั้นแสดงความจริงจัง ริมฝีปากหนาเบะออกอย่างลืมตัว ขาที่ชี้ออกไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้นที่ได้ออกคำสั่งกับคนขี้ดื้อ ขี้เก๊กตรงหน้า




“ตามบัญชาเลยค้าบบบบบ นายท่านคิม!”




ครั้งที่หนึ่งร้อยสิบสาม

จำนวนครั้งที่ฮวังมินฮยอนยิ้มออกมาตลอดสิบหกชั่วโมง







*






ภพนภาแปลเปลี่ยนเป็นสีส้มและม่วงในตอนเย็น


ภาพของคิมจงฮยอนที่นั่งอยู่บนม้านั่ง เหม่อมองออกไปยังสุดขอบฟ้า แสงแดดหยอกเหย้าและตกกระทบลงบนใบหน้าน่ารักนั่น ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะมินฮยอนจ้องมองแค่อีกฝ่ายจนมึนหัวหรือเปล่า แต่เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าของคิมจงฮยอนกำลังส่องประกายระยิบระยับราวกับกลิตเตอร์



พวกเขาเลือกจะทานแค่แฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย และน้ำอัดลมท่ีสวนสาธารณะยออิโด มินฮยอนยื่นมือไปเช็ดคราบมายองเนสที่ติดอยู่บนริมฝีปากสีพีชอย่างเบามือ





“ไม่เหนื่อยเกินไปใช่ไหม?”




ประโยคคำถามที่คลุมเครือ – เป็นประโยคที่ฮวังมินฮยอนใช้เวลากลั่นกรองมาตลอดหลาดปี

มินฮยอนรู้ดีว่าความรักของพวกเขาทั้งสองคนมันไม่ได้อยู่บนความถูกต้อง –

ไม่ได้เป็นไปตามศีลธรรมที่สังคมจารึกไว้

ไม่ใช่ความรักที่ควรคงอยู่ตลอดไป





“จะเหนื่อยได้ยังไง"





ราวกับโลกหยุดหมุน

ไม่สิ – ราวกับคนตัวเล็กมีความสามารถในการหยุดเวลา


ทันทีที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั่นแตะลงบนอวัยวะเดียวกันของเขา

ท้องฟ้าไล่สี เสียงกีตาร์ที่ปลิวมาตามทิศทางลม

มือที่สอดประสานกัน – ส่งมอบความอบอุ่นยิ่งกว่าเตาผิงและกาแฟร้อนๆ

      ทุกอย่างสวยงามยิ่งกว่าสรวงสวรรค์ที่ผู้คนกล่าวขานว่าเป็นอาณาจักรที่งดงามที่สุด





“ในเมื่อการได้พบมินฮยอนคือการชาร์ตพลังของผม"





ผีเสื้อบินในท้อง?

มินฮยอนเข้าใจแล้วว่าทำไมเหล่ามนุษย์ถึงใช้มันเพื่อเปรียบเทียบกับความรู้สึกตกหลุมรัก

มันล่องลอยอย่างไม่สิ้นสุดราวกับความรู้สึกนี้จะไม่มีวันจบลง





“ให้มันเป็นหนึ่งวันจากสามร้อยหกสิบห้าวัน – ก็ยังดีกว่าไม่ได้พบและเจอกันอีกเลย :)”



เคยมีคนบอกว่าเราไม่ได้รักใครเพราะสิ่งที่ตาเห็น

แต่เป็นเพราะสิ่งที่เราสัมผัสได้ต่างหาก


เหมือนกับที่จงฮยอนมักจะรู้สึกว่ามีใครบางคนคอยอยู่ข้างๆ คอยเฝ้ามองเขาจากที่แสนไกลเสมอ



“คุณที่เป็นความรักของผม"





ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

มันทำให้เทวดาที่ควรจะเสพแต่ความสุขบนดินแดนแห่งนิรันด์ เลือกจะทิ้งความสุขเหล่านั้นเพื่อลงมาโอบกอดความรักของตัวเอง


ในขณะที่มนุษย์ – สิ่งมีชีวิตที่คิดว่าตัวเองประเสริฐที่สุด แท้จริงแล้วกลับอ่อนแอและเปราะบางกว่าสิ่งมีชีิวิตใดๆ

กลับถูกผลักดันออกมาจากลิมิตของตัวเอง อดทนกับทุกการรอคอย เพื่อคนรักผู้เป็นนิรันดร์




“คุณที่เป็นสาเหตุให้ผมชอบเหม่อมองท้องฟ้าทั้งๆที่ไม่รู้เหตุผล – มอง ยิ้มและร้องไห้ ทั้งๆที่ข้างในมันว่างเปล่า เพราะคุณ – คุณที่หายไป"



ท้องฟ้าในวันฝนพรำ

ท้องฟ้าในวันที่หิมะตก

ท้องฟ้าที่ประดับด้วยสายรุ้ง

ท้องฟ้าที่ไร้ก้อนเมฆและดวงดาว

ท้องฟ้าที่จันทรายืนอยู่ด้วยความโดดเดี่ยว

ท้องฟ้าในวันที่แดดแรงเกินกว่าจะเงยหน้ามอง






“และถึงแม้ว่าผมจะจำไม่ได้ แต่ความว่างเปล่า การไม่มีตัวตนของคุณในชีวิตของผม มันทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองมีความสุขได้อย่างไม่เต็มที่ ทั้งๆที่ไม่รู้สาเหตุที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น ทั้งๆที่ทุกคนต่างก็อิจฉากับเส้นทางชีวิตที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ของผม"






ทั้งหมดนั่นคือคุณ คุณที่แปลว่าความรักของผม

ความรักของผมที่ไม่อาจเป็นนิรันดร์

ความรักของคุณที่บอกว่ามันจะคงอยู่ชั่วกัลปวสาน






“ถึงแม้ว่าผมจะเติบโตขึ้น มีความรักและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นตามที่พ่อแม่คาดหวัง"




คุณที่บอกว่าอยากมีชีวิตอยู่อย่างคนธรรมดา

คุณที่หนึ่งปีต่อมาบอกว่าให้ผมใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปบ้างและบอกกับผมว่า


‘มีชีวิตอยู่อย่างไม่ต้องมาเสียใจทีหลังซี่ คิดเสียว่าผมกำลังใช้ชีวิตผ่านตัวคุณ – โดยการเฝ้ามองคุณ’





“แต่รู้อะไรไหม มินฮยอนอ่า – "





หนึ่งวันก่อนวันแต่งงาน ผมลุกขึ้นกลางดึกเพื่อย้อมผมให้เป็นสีบลอนด์

มันช่างน่าขำนัก เมื่อตอนนี้ผมได้รู้เหตุผลของตัวเอง



หนึ่งเดือนก่อนงานแต่ง ผมเลือกจะตกแต่งตัวงานด้วยสีฟ้าน้ำทะเล –

มันช่างน่าขันนัก เมื่อรู้ว่ามันเป็นเพราะนัยน์ตาคู่นั้นของคุณ



หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ลูกชายคนแรกของผมถือกำเนิดมา

มันเป็นตลกร้ายชะมัด ที่ผมกลับตั้งชื่อลูกว่ามินฮยอน

ชื่อของคุณที่มันอาจสลักไว้อยู่ในส่วนลึกที่สุดในจิตใจของผม


ส่วนที่แม้แต่พระเจ้ายังไม่อาจหาเจอ






“ท่ามกลางวันเหล่านั้นที่ผมไม่มีคุณ"





ผมอยากขอบคุณพระเจ้าที่นำพาพวกเรามาเจอกัน

แม้จะพรากจากกันในช่วงเวลาหนึ่ง

แต่ก็จะกลับมาพบกันเสมอ – ตลอดไป






“การแหงนมองท้องฟ้ากลายเป็นความสุขที่แท้จริงของผมไปแล้ว"




จะถือว่าเป็นการทำบาปหรือเปล่านะ?

การทำให้เทวดาร้องไห้เป็นครั้งที่สองของวันน่ะ




“ขอบคุณนะจงฮยอนอ่า"






แต่ให้ตายสิ

ผลึกน้ำตาที่หยดลงมาจากนัยน์ตาคู่นั้น


มันสวยงามราวกับเกล็ดหิมะในคืนที่ท้องฟ้าปิดตัวจากทุกสรรพสิ่ง

เกล็ดหิมะที่ล่องลอยไปตามทิศทางลม


ตกลง และ ละลายหายไป





“ผมจะเป็นท้องฟ้าที่สวยที่สุดให้กับคุณเอง – "






แต่ถึงแบบนั้น

ชั่วขณะที่ผมได้เฝ้ามองคุณ – ผู้เป็นดั่งเกล็ดหิมะ

สง่างาม มีเอกลักษณ์ และจับต้องไม่ได้


ชั่วขณะที่ได้เชยชมและสัมผัสถึงการมีอยู่ของคุณ





"คุณ คิมจงฮยอนเท่านั้น"




เป็นชั่วขณะที่กลายเป็นสาเหตุให้ผมมีชีวิตอยู่

ไม่สิ – เป็นห้วงเวลาที่ทำให้ผมเข้าใจว่ามนุษย์เราจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม






*









จุดสูงสุดของโซลทาวเวอร์ในช่วงเวลาห้าทุ่มห้าสิบนาทีนั้นไร้ผู้คน –

ต่างกับชั้นลอยนัก ที่เหล่าคู่รักมากมายส่งมอบความอบอุ่นผ่านอ้อมกอด การจับมือและรสจูบ




ฮวังมินฮยอนรวบตัวจงฮยอนเข้ามากอด ส่งมอบความอบอุ่นให้คนที่เป็นดั่งดวงใจของตัวเอง ไม่แม้แต่จะผละออกมาแม้แต่ชั่ววินาที เพราะเขาไม่อยากให้เวลาผ่านไปโดยที่ไม่ได้สัมผัสคนตรงหน้า


ฮวังมินฮยอนที่คอยเฝ้ามองคิมจงฮยอนมาตลอด ยี่สิบเก้าปี

ฮวังมินฮยอนที่คอยเฝ้ามองคิมจงฮยอนมาตลอด หนึ่งหมื่นห้าพันแปดสิบห้าวัน


เฝ้ามองมาตลอด

เทวดาคนโปรดของพระเจ้าที่ตกหลุมรักมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งตั้งแต่แรกพบ

คอยดูแลและปกป้องมาตลอด – โดยมีกลุ่มก้อนเมฆและชั้นบรรยากาศเป็นปราการกั้น



เฝ้ามองทุกการเจริญเติบโตของจงฮยอน

เฝ้ามองทุกความสุข ความเจ็บปวด ความผิดหวัง และความรักของอีกฝ่าย

เฝ้ามองแม้แต่วันที่คิมจงฮยอนสวมชุดสูทและจุมพิตเจ้าสาวของตัวเองด้วยความรัก




สามร้อยหกสิบห้าวันหรือสามร้อยหกสิบหกวันในหนึ่งปี

จะมีเพียงหนึ่งวัน – คืนวันสุดท้ายของปีที่ความรักของมินฮยอนจะสามารถจดจำเขาได้

คำขอเดียวที่มินฮยอนขอแก่พระบิดาผู้เป็นคนสร้างสรรพสิ่งในโลกใบนี้



แลกกับความทรมานที่มินฮยอนต้องเฝ้ามองคนที่เขารักค่อยๆสร้างฐานความรัก

สิ่งที่เรียกว่าครอบครัว





เอเดล – เพื่อนสนิทของมินฮยอนเคยเอ่ยด้วยความตลก


‘สวรรค์เป็นสถานที่ปราศจากความเจ็บปวด ความหลงไหล และริษยา ทุกความรู้สึกใดๆแท้ แล้วทำไมเล่า? ทำไมเจ้าต้องดิ้นรนหาความเจ็บปวด – ความเจ็บปวดที่จะคงอยู่กับเจ้าตลอดกาล มินฮยอน?’



มินฮยอนหัวเราะ เขาส่งยิ้มให้กับคนที่เต็มไปด้วยอำนาจและบารมี นัยน์ตาคู่สวยนั่นเหม่อมองลงไปข้างล่าง ภาพของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้เพราะความเครียดจากการทำงานสะท้อนกลับมา เทวดาที่แสนโง่เขลายิ้มก่อนจะตอบออกไป





‘เพราะนอกจากความเจ็บปวดที่จะอยู่กับข้าตลอดกาล‘



‘ความรักของข้าก็จะเป็นนิรันดร์เฉกเช่นเดียวกับความเจ็บปวดนั้น’





ช่างโง่เขลานัก

เป็นถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร




      A Thousand Year เพลงที่มินฮยอนเลือกจะร้องให้เขาฟังก่อนจะจากไป

     เพลงที่ถูกขับร้องในงานแต่งงานของจงฮยอน 



        มันไพเราะราวและกังวาลอยู่ในใจมากกว่าวันที่เขากล่าสัตย์สาบาน มีพิธีที่แต่งงานที่ยิ่งใหญ่ มากกว่าวันนั้นที่มีแขกเหรื่อมากมายต่างมาแสดงความยินดี 


         เป็นครั้งแรกที่คิมจงฮยอนเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเพลงๆนี้ 

         เป็นครั้งแรกที่คิมจงฮยอนเข้าใจว่าเพลงรักมีเพื่อออะไร 

         เป็นครั้งแรกที่คิมจงฮยอนเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงตามหาสิ่งที่เรียกว่าชีวิตอมตะในนิทานปรัมปรา 

         เป็นครั้งแรกที่คิมจงฮยอนรู้สึกไม่พอใจในชีวิตที่แสนสั้นของตัวเอง

     เป็นครั้งแรกที่คิมจงฮยอนกลัวกับบาปที่เคยกระทำลงไป กลัวว่ามันจะทำให้เขาไม่อาจกลับไปหาใครคนนั้นหลังการจบชีวิตในชาตินี้     



         เป็นครั้งที่หนึ่งพันสามร้อยสิบสาม ที่คิมจงฮยอนขอพร ไม่ให้ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะพบกันเวียนมาถึง 

         เป็นครั้งที่สิบเก้าที่ตกหลุมรักคนๆเดิมจากการใช้ชีวิตในฐานะคิมจงฮยอนตอนยี่สิบเก้าปี – ตกหลุมรักทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเจอฮวังมินฮยอนอยู่ข้างๆ 



          แต่ถึงแบบนั้นคิมจงฮยอนก็ไม่เคยขอพรใดๆจากพระเจ้าเลย

          เพราะเขามีพรสุดท้ายที่อยากจะขอ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต



          เพราะฉะนั้นตอนนี้คิมจงฮยอนจะอดทนรอ อย่างที่ฮวังมินฮยอนทำมาตลอด 

          ทำสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อรอให้วันสิ้นปีเวียนมาถึง


     











“สุขสันต์วันปีใหม่นะมินฮยอนอ่า"





ผู้ชายที่มีนัยน์ตาเป็นเหมือนหลุมดำ ลึกลับ สวยงามและมีแรงดึงดูมหาศาล – 

      คนที่เป็นโลกทั้งใบของเทวดาคนโปรดของพระเจ้า

นัยน์ตาแห่งรัตติกาลที่ตอนนี้สะท้อนเพียงแต่ภาพของเกล็ดหิมะขนาดใหญ่




มินฮยอนจากไปแล้ว –

เหลือเพียงแต่เกล็ดหิมะรูปทรงสวยที่กำลังจะตกลงสู่พื้นดิน จากความสูงกว่าสองร้อยสามสิบเจ็ดเมตร

แต่คิมจงฮยอนก็ทำอะไรไม่ได้ – ได้แต่รอให้มันตกลงและละลายหายไป




ถึงแบบนั้นคราวนี้จงฮยอนก็ตัดสินใจยื่นมือของตัวเองไปสัมผัสกับเกล็ดหิมะที่เป็นตัวแทนของใครอีกคน มันหนาวเหน็บ – ไม่ได้อบอุ่นเหมือนอ้อมกอดหรือสัมผัสจากคนรักของเขา



แต่อย่างน้อยคราวนี้จงฮยอนก็จะไม่ให้มันตกลงถึงพื้นดิน

ไม่ปล่อยให้ตัวแทนใครคนนั้นต้องละลายและไหลไปตามพื้นดินให้คนเหยียบย่ำ



อย่างน้อยให้มันละลายในมือของเขา –

ให้คิมจงฮยอนโอบกอดมันจนกว่ารุ่งเช้าจะมาถึง

ให้มันซึมลงไปตามผิวหนัง เผื่อว่ามันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของเขา







“เจอกันปีหน้านะครับ – จงฮยอนของผม:)"






เสียงทุ้มที่ดังมาจากข้างในหัว ไม่สิ ข้างๆใบหูจงฮยอนต่างหาก

มันดังขึ้นพร้อมๆกับที่เข็มสั้นและเข้มยาวของนาฬิกาชี้เลขสิบสอง




คำบอกลาที่ไม่มีคำลาในนั้น

คำบอกลาที่ไม่มีคำว่ารักบรรจุอยู่

คำบอกลาที่บอกว่าเราจะพบกันใหม่อีกครั้ง


เจอกันใหม่ เพื่อพบ รัก และ จากกันอีกครั้ง





เสียงจุดพลุดังขึ้นพร้อมๆกับที่สติสัมปชัญญะของจงฮยอนค่อยๆหายไป

และก่อนที่โลกจะกลายเป็นความมืด ก่อนที่ความทรงจำทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตอีกครั้ง



ก่อนที่คิมจงฮยอนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในเช้าวันใหม่

ลืมเลือนทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ

ไร้ร่องรอย – ไม่แม้แต่จะปรากฏในห้วงนิทรา




เป็นแค่เช้าที่ตื่นมาด้วยความว่างเปล่าในหัวใจ

รับรู้ถึงความว่างเปล่ารับรู้ว่าสิ่งที่เคยเติมเต็มหัวใจนั้นหายไป

ถึงแบบนั้นก็ไม่อาจรับรู้เหตุผลที่ทำให้หัวใจของจงฮยอนวูบโหวงได้แบบนี้




ก่อนที่คิมจงฮยอนจะกลับไปใช้ชีวิตราวกับไม่เคยมีฮวังมินฮยอนในชีวิต

ก่อนที่คิมจงฮยอนจะกลับไปใช้ชีวิตราวกับไม่เคยมีฮวังมินฮยอนในสมอง

ก่อนที่คิมจงฮยอนจะกลับไปใช้ชีวิตราวกับไม่เคยมีฮวังมินฮยอนในหัวใจ




ภาพของฮวังมินฮยอนที่ส่งยิ้มกลับมาช่างสวยงามนัก

สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เหมือนเกล็ดหิมะที่มีรูปทรงต่างกันไป




ความสวยงามที่มาพร้อมกับชั่วขณะสั้นๆ –

ถึงแบบนั้นพวกเขาก็จะขยายห้วงเวลานั้นไปเรื่อยๆ





จนกว่าคำว่าชั่วกัลปวสานจะมาถึง








Love is like a snowflake,

it can come to you in any shape or size,

and from any direction

Jennifer LeBlanc








End




Please comment or tag #Shelterain101



Talk: ตอนแรกมีชื่อภาษาอังกฤษให้มินฮยอนแล้วนะคะ แต่มันไม่ถึงอารมณ์เท่าชื่อเกาหลี ฮื่ออ จริงๆไม่ควรมีนามสกุลด้วย แต่ก็อดใส่ลงไปไม่ได้ รู้สึกว่ามันให้พลังไม่เท่า ขอโทษสำหรับความไม่สมจริงในส่วนนี้นะคะ T__T

        หวังว่าเรื่องราวของทั้งสองคนจะสามารถเติมเต็มช่วงเวลาก่อนปีใหม่ของทุกคนได้บ้างนะคะ:)

Happy New Year ล่วงหน้าค่ะ ^^


ปล. สำหรับคนที่รอ Falling Rain เราขอฮึบหากำลังใจก่อนนะคะ ;__;

ปล2. ม้าหมุนสวรรค์นั้นนน ก็คือม้าหมุนนั่นแหละค่ะ แฮ่ .___.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #214 NananaNat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 23:27

    ภาษาสวยมากเลย โทนเรื่องก็ดี

    อบอุ่นและว่างเปล่าในเวลาเดียวกันเลย 

    แต่ถึงมองไม่เห็นก็สัมผัสได้ว่ารักนั้นมีอยู่จริงในใจทั้งคู่

    มินฮยอนเป็นเกล็ดหิมะที่งดงามที่สุดเลยค่ะ :)

    #214
    0
  2. #179 nu'doubleu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 06:07
    พยายามหนักมากที่จะไม่ร้องไห้ค่ะ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    สงสารทั้งคู่มากเลย แต่ก็น่านับถือมากๆ ที่เลือกเส้นทางนี้ ทำให้เพลงที่เปิดในงานแต่งงานมีความหมายในแบบที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเลย

    คุณเทวดาก็คงจะอยู่ตรงนั้นเสมอเพื่อจงฮยอนเหมือนเดิม ㅠㅠㅠㅠ
    #179
    0
  3. #120 Mook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 21:08

    อ่านจบแล้วไม่รู้จะคอมเมนท์ยังไงเลยค่ะ คุณผู้ชายที่ลืมกับคุณเทวดาที่จำตลอดไป โอยยยยย คือภาษาสวยมาก อ่านแล้วอิน สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ สงสารความเป็นไปได้ยาก แต่อย่างน้อยก็ยังมีหนึ่งวันให้เรารักกันต่อปี ฮือออออออ หน่วง ปวดใจ แต่ก็ซึ้งกับรักนี้มากๆ...


    ดีใจที่ได้อ่านนะคะ

    #120
    0
  4. #119 Mook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 21:03

    อ่านจบแล้วไม่รู้จะคอมเมนท์ยังไงเลยค่ะ คุณผู้ชายที่ลืมกับคุณเทวดาที่จำตลอดไป โอยยยยย คือภาษาสวยมาก อ่านแล้วอิน สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ สงสารความเป็นไปได้ยาก แต่อย่างน้อยก็ยังมีหนึ่งวันให้เรารักกันต่อปี ฮือออออออ หน่วง ปวดใจ แต่ก็ซึ้งกับรักนี้มากๆ...


    ดีใจที่ได้อ่านนะคะ

    #119
    0
  5. #111 punngirigiri (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 08:27
    เทวดาหนออออ...เหมือนจะมีความสุข แต่ก็ไม่สุดอีกแล้ว แต่งได้ดีเราอินกับความรู้สึกของตัวละครจริงๆค่ะ เรื่องแบบนี้ทำเรานอยด์เป็นอาทิตย์ได้จริงๆ 5555 แต่เราชอบมากกกก ชอบที่หลังอ่านจบยังคงติดอยู่ในสมอง อยู่ดีๆบางฉากก็ผุดขึ้นมาให้นึกถึง ไม่รู้จะสงสารใครมากกว่ากันเลย คนที่ลืมเมื่อตื่น หรือคนที่เฝ้ามองตลอด มันเป็นเรื่องที่โรแมนติกมากๆ ก็รอคอยที่จะเจอกันเพียงแค่1วันต่อปี แต่ก็ฮืออออ
    #111
    0
  6. #101 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:15
    ภาษาสวยจนรู้สึกเหมือนโดนดูดเข้าไปอยู่ในนิทานปรัมปราสักเล่ม ทุกตัวอักษรมันให้ความรู้สึกของตัวทั้งสองคนชัดเจนมากจนอยากร้องไห้เลย ดีงามมาก ;____;
    #101
    0
  7. #72 bbwyf (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 14:50
    สัมผัสได้ว่ามีความสุขแต่มันก็หน่วงๆอยู่ดี TT ชอบบบ ภาษาสวยมาก ขอบคุณที่แต่งนะคะ
    #72
    0
  8. #67 ngampisut (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 11:12
    เหมือนนิทานเลยนะคะ
    มันช่าง.. เข้ากับความรู้สึกของเราตอนนี้จริงๆ
    การอดทน รอคอย มันเจ็บปวด แต่ก็นั่นล่ะ มันจะมีความสุขมาก เมื่อเรารอถึงวันนั้นได้ 
    ไม่รู้จะสงสารใครก่อนเลยค่ะ คนนึงถึงจะจำไม่ได้ แต่ก็รู้สึกเหมือนอะไรหายไป อีกคนรับรู้ทุกอย่าง แต่ทำอะไรไม่ได้ 
    ปีละครั้งเองเนอะ ชอบการบรรยายมากเลยค่ะ มัน เข้าถึงอารมณ์ได้ดี ถึงจะเจ็บปวด แต่ก็ งดงามมากเลยค่ะ 
    #67
    0
  9. #65 Enigmariko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 13:46
    ภาษาสวยมากๆ แบบ มากๆ แงงงงงงงง คือความรักที่เป็นสีเทามากๆ
    #65
    0
  10. #64 T'took (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 10:13
    มันอบอุ่นแต่ก็เศร้ามากๆเลย ยิ่งการกระทำแต่ละอย่างในชีวิตของจงฮยอน แท้จริงแล้วมาจากเรื่องราวเกี่ยวกับมินฮยอนที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย สงสารคุณเทวดานะ เจ็บปวด รอคอยมาทั้งปี เพื่อเฝ้ารอ 1 วันที่มีความสุขที่สุด
    #64
    0
  11. #63 mmarche (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 09:38
    บวกกับทุกคอมเม้นต์เลยค่ะ เรื่องนี้ดูจะไม่ใช่ความรักที่จะสุขไปเลยทีเดียว โทนเรื่องให้ความรู้สึกเศร้าเหงา แต่ก็รับรู้ได้ว่ามีความสุขอยู่ในนั้น

    เป็นความเจ็บปวดที่งดงามจริงๆนะคะ

    แถมภาษาคุณก็โคตรสวยด้วย ไม่รู้จะพูดยังไงดีเลย คือเป็นภาษาที่เหมาะและลงตัวกับโทนเรื่องเลยค่ะ อ่านลื่นไม่ติดขัดด้วย ชอบนะคะ

    รอติดตามต่อนะคะ สู้ๆน้า
    #63
    0
  12. #62 #AAZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:28
    เราชอบโทนเรื่องนี้จังมันดูเป็นความรักเทาๆจางๆเหมือนหมอก เบาบางแต่รู้ว่ามีอยู่ตลอดเวลา เหมือนอากาศ
    #62
    0
  13. #60 S K - S a K U (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 11:00
    เจ็บปวดแต่สวยงาม
    คือมันดีมาก ทุกถ้อยคำ ทุกเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดและร้อยเรียงนั้นสวยงาม หากแต่กรีดลึก 

    ทุกคำเปรียบเปรย 
    ทุกการเน้นเอียง

    ชอบความเจ็บปวดแบบนี้มากๆค่ะ
    มันเศร้า แต่สวย

    ควรค่าที่จะจดจำ 555


    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ 
    #60
    0
  14. #59 Starryday (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 09:10
    มันหวานนะหวานแบบหวานหม่นๆอะ ดีมากกกกกชอบภาษาชอบการถ่ายทอดชอบทุกอย่างเลยค่ะ
    #59
    0
  15. #58 CallMeGuin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 09:06
    ความรักแสนโรแมนติกแต่เศร้าหน่อยๆสมกับบรรยากาศในหน้าหนาวเลยค่ะ
    #58
    0
  16. #56 มงมง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 02:49
    ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด คือจงฮยอนจะจำมินฮยอนที่เป็นเทวดาได้แค่เฉพาะวันสิ้นปีใช่มั๊ยคะ แล้วพอตื่นขึ้นมาก็จะลืมเรื่องราวทั้งหมด วนไปแบบนี้ทุกปี ;-; แบบว่าอ่านมาตอนกลางๆที่พอเข้าใจอะไรขึ้นบ้างแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ ฮือ ชอบภาษากับการเปรียบเปรยมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วมันโคตรกระแทกใจ T-T ขอบคุณสำหรับฟิคภาษาสวยๆนะคะ เป็นฟิคโปรเจคส่งท้ายปีที่ดีมากๆ อ่านตอนฝนตกด้วยยิ่งเพิ่มความหน่วง ฮอล เดี๋ยวเราจะไปตามอ่านอีกเรื่องด้วยน้า เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #56
    1
    • #56-1 TearsFate(จากตอนที่ 5)
      28 ธันวาคม 2560 / 22:24
      ช่ายค่าา เข้าใจถูกแล้วค่ะ :)
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เราดีใจมากจริงๆที่คุณชอบขนาดนี้ :))))
      #56-1
  17. #55 barbear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 23:29
    ฮืออออเพ่มินเป็นเทวดาเท่ๆไม่ชอบหรอคะทำไมทรมานตัวเองขนาดนี้ฮรึก หวานอมขมกลืนมากเจอปีละครั้งเองแล้วยัยเจจำไม่ได้ด้วย ใจย้ายยยย
    #55
    0
  18. #53 รานี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:34
    ทำไมมม ฟิคตอนฤดูหนาว ถึงมีแต่ฟามเหงาาาาาแบบเน้
    #53
    0
  19. #52 LoverKimJr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:12
    อื้อออออสงสารมินฮยอน ต้องเฝ้ามองด้วยความรู้สึกทั้งทุกข์และรักเลย
    #52
    0
  20. #51 LoverKimJr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:08
    อื้อออออสงสารมินฮยอน ต้องเฝ้ามองด้วยความรู้สึกทั้งทุกข์และรักเลย
    #51
    0
  21. #50 Numwaan1530 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:01
    โอยย ไรด์คะ เราชอบที่ไรด์เขียน เราชอบภาษาของไรด์มาก มันเจ็บปวดแต่งดงามมาก ใช้คำและภาษาดีมากค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา ยังประทับใจเหมือนเดิมค่ะ
    #50
    0