[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 3 : [SF] Falling Rain III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    29 ต.ค. 60

[SF] Falling Rain III

Minhyun x Jonghyun, Dongho x Daehwi, Guanlin x Seonho




















#Shelterain101

ขอเริ่มด้วยการท้าวความตอนที่แล้วก่อนนะคะ                                                                                                                                                                          13,802 words

BG Music – Love Story : Epik High ft. IU

https://www.youtube.com/watch?v=JgtUl9-kD70


















































It didn’t rain for you,

maybe, but it always rains for me.

The sky shatters and rains shards of glass.”

(บางที สายฝนอาจไม่ได้ตกลงมาเพื่อคุณ

แต่สายฝนพวกนั้นโปรยปรายลงมาเสมอเพื่อผม

ท้องฟ้าแตกร้าว เพื่อโปรยเศษแก้วที่แตกละเอียดลงมา)

                  - Daniel Armand Lee, Pieces of you























*












“มินฮยอนฮยอง"




ราวกับถูกดูดเข้าไปในหลุมดำที่เขากำลังจะคลานออกมาได้

โดนดึงกลับไปยืนในจุดๆเดิม



กลับไปตกหลุมรักคนๆเดิม

คนที่มีนัยน์ตาที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจเสมอ



คนที่ยังส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นมาให้ในวันที่ฝนกำลังตก




“ยังชอบเดินตากฝนเหมือนเดิมเลยนะ"




ร่างกายที่เขาโหยหาถึงมากที่สุดเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

พร้อมกับร่มสีดำที่ดูน่าคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด



ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความหอมหวานในอดีตประดังเข้ามาในช่วงวินาทีสั้นๆ

มันอบอุ่นจนแทบจะทำให้เขาล้มลงไปกับพื้นเย็นๆที่เปียกน้ำพวกนี้



เผื่ออย่างน้องมันจะทำให้อีแดฮวีตื่นจากความฝัน




“ครับ"



ความฝันที่บอกว่าฮวังมินฮยอนยังไม่ได้จากเขาไปไกล

ความเชื่อที่ว่าวันหนึ่งใครอีกคนอาจจะวิ่งกลับมาหาเขา


อีแดฮวีที่เคยนั่งรอใครคนนั้นอีกเกือบสองปี





“แต่ตอนนี้พี่กำลังถือร่ม"





มันคงเป็นรอยยิ้มที่ประหลาดน่าดู แต่คนตัวเล็กก็พยายามที่สุดแล้วในการปั้นรอยยิ้มที่อีกคนเคยบอกว่ามันสวยหนักสวยหนา


พยายามส่งมันไปให้คนที่เป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกอย่าง

คนที่เขาอยากให้อีกฝ่ายได้รับเพียงแต่ความสุข



เพราะแบบนั้นเขาได้แต่หวัง..ว่าสายฝนที่แดฮวีชอบมันนัก

จะช่วยเบลอรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวนี้ ไม่ให้ฮวังมินฮยอนรู้สึกถึงความเศร้า





“พี่คงไม่ชอบเดินตากฝนแบบผมแล้ว"






หยดน้ำฝนอุ่นๆไหลผ่านใบหน้าเล็กนั่น เขายิ้ม

ยิ้มให้กับการกระทำโง่ๆของตัวเอง



ยังโง่เขลาเหมือนเดิมเลยนะ

อีแดฮวี



อีแดฮวีที่ไม่เคยโตขึ้นซักวินาที

หลังจากคนที่เคยมองเขาเติบโตไปในทุกๆก้าว




คนที่เดินจากไปพร้อมร่ม

ทิ้งเขาไว้กับสายฝนที่สาดลงมา








I always like walking in the rain,

so no one can see me crying.”

(ผมชอบเดินตากฝน

เพราะมันทำให้หยาดน้ำตาของผม

กลายเป็นแค่หยดหนึ่งของสายฝน)

- Charlie Chaplin









“อื้อ มันคงเพราะพี่โตขึ้นน่ะ"





กลิ่นดินจากสายฝนที่ปลิวมาไม่อาจปกปิดกลิ่นน้ำหอมเย็นๆที่ลอยมาจากตัวพี่มินฮยอนได้ รอยยิ้มของคนๆนี้ยังคงเป็นรอยยิ้มที่ใจดีที่สุดในโลกของอีแดฮวีเสมอ



แต่ประโยคแฝงความนัยเมื่อครู่มันก็คงบอกทุกอย่างได้ดีพอแล้ว



“เพราะงั้นอย่าเดินตากฝนอีกเลย"




ว่าต่อให้ฮวังมินฮยอนจะใจดีแค่ไหน





“เอาร่มพี่ไป แล้วเดินกลับดีๆนะ"





แต่คนที่อีกฝ่ายพร้อมจะเผชิญทุกๆอย่างในชีวิตไปด้วยน่ะ



ไม่ใช่อีแดฮวี


ฮวังมินฮยอนจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา

แต่เส้นทางของพวกเราไม่มีวันหวนกลับมาเป็นเส้นทางเดียวกันอีกแล้ว



“ครับ"




อีแดฮวีรู้ดี เขารู้ดีตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายเดินจากไป ..

แต่ใครๆก็รู้ ว่ารักครั้งแรกที่มักไม่สมหวังน่ะ..





“ฝากขอบคุณเจ้าของร่มด้วยนะครับ"




จะติดตัวเราไปยิ่งกว่าบาปที่เคยกระทำ




รอยยิ้มที่เกิดจากริมฝีปากอิ่มคู่นั้นยกยิ้มขึ้นอย่างลำบากใจฮวังมินฮยอนเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มนั้นที่ส่งมาให้เขา แผ่นหลังกว้างๆนั่นดูกว้างขึ้นกว่าเมื่อสองปีที่แล้วยิ่งนัก



มันอาจเป็นเพราะตอนนี้เจ้าของหลังคู่นั้นมีใครอีกคนคอยพักพิงอยู่เสมอ





“เบียร์ซักขวดไหม?”




เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างกายทำให้อีแดฮวีนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว และเมื่อกี้เขาไม่ได้คุยกับพี่มินฮยอนแค่สองคน



“อ่า.. หรือซักสามขวดดี จริงๆควรเป็นโซจูไหม แต่ถ้าพรุ่งนี้มีเรียนนายจะไปไหวหรือเปล่า?”



คนตัวบางกว่าหัวเราะออกมาเมื่อพบว่าผู้ชายหน้าโหดๆที่พูดน้อยมากๆ กลับพูดไม่หยุดในตอนที่เขากำลังร้องไห้ เอ่อ แดฮวีหมายถึงว่าฝนกำลังตกลงมาอย่างหนักน่ะ





“ถ้าอยากเดินตากฝนก็ส่งร่มมาให้พี่"



“…”



“เดี๋ยวพี่จะถือ แล้วเดินไปพร้อมๆกับแดฮวีเอง"




เอาจริงๆอีแดฮวีก็ไม่ค่อยแน่ใจแล้ว ว่าคนตรงหน้าน่ะจีบเขาเข้าสังกัดหรือจีบแบบอื่นด้วย




“เบียร์ห้าขวด"



“อื้อ"


“แต่พี่ช่วยไปที่ๆนึงกับผมก่อนได้ไหมครับ?”



“อื้อ" คนที่ใจดีกว่าหน้าตาที่แสดงออกมานั่นส่งยิ้มมาให้เขา จนตาปิดเป็นเส้นเดียว "เดินนำไปสิ"



อีแดฮวียิ้ม ก่อนที่เจ้าของใบหน้าเล็กๆนั่นจะก้าวเดินย้อนกลับไปทางที่พวกเขาเคยเดินผ่านมา

ใช่…



เขาก็แค่อยากพิสูจน์ทฤษฎีของตัวเอง ว่ามันจะเป็นจริงอย่างที่เขาเคยคิดหรือเปล่า





และถ้ามันเป็นเรื่องจริง จริงๆล่ะก็

อีแดฮวีก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะรู้สึกยินดี หรือถูกหักหลังมากกว่ากัน



แต่ที่แน่ๆ

แดฮวีกำลังอธิษฐาน…




เขาขอให้ฝนตกลงมาตลอดคืนแห่งฤดูใบไม้ร่วงนี้






ตลกเนอะ"



เสียงแหบๆที่ขึ้นจมูกนั่นพูดออกมาเมื่อพวกเขาเดินมาหยุดที่ร้าน Awaken สถานที่ที่พวกเขาพึ่งเดินออกมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ภายในร้านยังมีลูกค้าเหลือประปรายบ้างก็จริง



แต่ที่ตรงนั้น ที่ๆเขาพึ่งยืนเมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อน กำลังมีร่างของผู้ชายคนหนึ่งยืนข้างๆเจ้าของร้าน เจ้านายที่ใจดีที่สุด


กับผู้ชายที่ยังคงใจดีกับแดฮวีที่สุด



รอยยิ้มที่ส่งให้กันกับอ้อมกอดของพี่มินฮยอนที่คงยังอุ่นเหมือนเดิม โอบรอบร่างที่ผอมบางของพี่จงฮยอน มันดูเหมาะสม สมบูรณ์แบบขนาดที่ว่าอีแดฮวีได้แต่หัวเราะออกมา




ทำไมแดฮวีจะจำไม่ได้..ว่าพี่มินฮยอนน่ะ มีแต่ร่มสีใส

และร่มสีดำคันนั้นมันก็คุ้นเกินกว่าที่ร่างโปร่งจะจำไม่ได้



และในขณะที่อีแดฮวีจะถอนสายตาออกจากภาพบาดใจนั่น

นัยน์ตาที่เศร้าที่สุดสองดวงก็สบตากัน มันเป็นวินาทีที่ค่อนข้างยาวนานในความรู้สึก


และในวินาทีถัดมานักดนตรีประจำร้านก็นึกขึ้นได้ว่าพี่จงฮยอนเคยบอกเขาเมื่อนานมาแล้ว ว่าพี่เขาแอบหลงรักเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น ใช่ และมันอาจจะเริ่มมาก่อนหน้านั้น ก่อนที่พี่เขาจะรู้ตัว



ริมฝีปากที่คอยปลอบประโลมแดฮวีเสมอนั่นยกขึ้น ขยับปากมันเป็นคำสี่พยางค์ที่มีน้ำหนักกดทับตัวเขามากกว่าที่คิด



แต่พอมาคิดดูดีๆ ถ้าอีแดฮวีเป็นพี่จงฮยอนล่ะก็ หมายถึงว่าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น แดฮวีก็คงจะทำแบบที่อีกฝ่ายกำลังทำเหมือนกัน




ขอบคุณ ขอโทษ‘




ความไม่แน่ใจ กับความไม่มั่นคงน่ะ

เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าคนๆนั้นจะใจดีขนาดไหน





ฝากด้วยนะครับ'





เด็กผู้ชายที่ตอนนี้ดูตัวเล็กลงกว่าเดิมมากนัก ขยับปากเพื่อตอบกลับไป มันเป็นประโยคๆเดียวที่เขาสามารถพูดกลับไปได้เป็นประโยคเดียวที่อีแดฮวีมีสิทธิ์จะพูดออกไป



ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไป

หันหลังให้กับคนที่เคยทำให้แดฮวีต้องเดินกลับหลัง

เผื่อจะได้เห็นทันที ว่าใครคนนั้นกำลังวิ่งตามเขามาหรือเปล่า



และในวันนี้ีอีแดฮวีก็พบว่ามันเปล่าประโยชน์

ที่จะเฝ้ารอให้ดาวที่เคลื่อนเข้าไปในวงจรของกาแล็คซี่อื่น

กลับมาหมุนรอบวงโคจรที่เขากำลังอยู่





คุณดงโฮ"



ฝนที่ตกแรงขึ้นทำให้แดฮวีตัดสินใจก้าวเข้าไปอยู่ใต้ร่มที่ใครอีกคนกำลังถืออยู่



วิวตรงระเบียงห้องคุณน่ะ"


“...”


มองเห็นแม่น้ำฮันไหมครับ?”


เห็นซี่"




ยิ้มคังดงโฮส่งยิ้มมาให้เป็นรอบที่ร้อยของวัน แขนหนาภายใต้เสื้อโค้ทสีดำสนิทยกขึ้นเพื่อเรียกแท็กซี่ที่กำลังขับผ่านมา พวกเขาย้ายตัวที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝนขึ้นไปนั่งบนยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนออกจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ




บางทีอีแดฮวีก็รู้สึกว่าเขาเป็นเหมือนแท็กซี่

มีชีวิตอยู่ เพื่อขยับไปตามทิศทางใดๆก็ตามที่คนอื่นบอก

หยุดลง และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทั้งๆที่เขาเองก็ยังไม่คุ้นชินกับเส้นทางเหล่านั้น




ให้ตายสิ..


แล้วฝนก็ตกลงมาอีกครั้ง ทั้งๆที่ข้างในนี้มีเหล็กคอยเป็นปราการคุ้มกันจากสายน้ำบนฟ้า



ฝนที่ตกลงมา ทำให้ใบหน้าเล็กนั่นเปียกปอนไปหมด










ห้องของคุณดงโฮเป็นห้องสตูดิโอแบบที่เกือบจะเป็นเพ้นท์เฮ้าส์แล้ว ตัวผนังห้องทั้งหมดเป็นแบบเก็บเสียง นั่นอาจเป็นเพราะว่าเกือบทุกส่วนในห้องน่ะมีเครื่องดนตรีหลายชนิดวางอยู่ แต่ที่แดฮวีชอบที่สุด ก็คงเป็นเปียโนสีดำสนิทที่ตั้งอยู่กลางห้อง


รองลงมาก็คงเป็นห้องแต่งเพลงที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนอีกฝ่ายอีก นั่นคงบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนตัวสูงกว่าเขาคงใช้เวลาในห้องนั้นมากกว่าห้องนอน หรือไม่ก็อาจจะเป็นทั้งห้องแต่งเพลงทั้งห้องนอนเลยก็ได้



“ถ้าอยากเล่นก็ลองเล่นดูสิ"



เจ้าของห้องสบตาเขา ก่อนจะส่งสายตาไปยังเปียโนที่ตั้งอยู่กลางห้อง สิ่งไม่มีชีวิตที่สะกดอีแดฮวีได้เสมอ เขาพยักหน้า ก่อนจะก้าวเดิน และนั่งลงบนเก้าอี้หนังสีดำอย่างมั่นใจ



จริงๆเขาเป็นคนขี้อาย แบบที่ว่าถ้ามีใครหันมาสบสายตาเขาตามถนน อีแดฮวีจะเป็นฝ่ายก้มหน้าลง แต่นั่นใช่ไม่ได้กับตอนที่เขากำลังอยู่ตรงหน้าสิ่งที่เขารักที่สุด มันเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นมาเสมอ



นิ้วเรียวสวยนั่นไล่คอร์ดไปเรื่อยๆ เขาสาบานว่ามันเป็นเปียโนหลังที่ส่งเสียงไพเราะที่สุดเท่าที่เขาเคยเล่นมาตลอดชีวิต แดฮวีรู้ว่าราคามันต้องแพง แต่ที่มากกว่าราคาคงเป็นความรักและความใส่ใจที่เจ้าของมีให้มัน



“อ่ะ"



เขาหันไปรับเบียร์หนึ่งกระป๋อง ที่ส่งมาพร้อมกับ ผ้าขนหนูสีดำ เสื้อฮู้ดสีเทาตัวใหญ่ กับกางเกงวอร์มสีดำที่ให้ทายว่ามันยาวกว่าขนาดขาเขาแน่ๆ




“ถึงจะชอบตากฝนแค่ไหน"

“...”


         "ก็อย่าป่วยเพราะมันเลย"




บางทีเขาก็สงสัย ว่าพวกนักแต่งเพลงกับนักเขียนนี่ต้องพูดอะไรที่มีนัยยะแฝงเสมอเลยหรือเปล่า? ทั้งๆที่มันควรเป็นแค่บทสนาโง่ๆ ก่อนที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นในอีกสามชั่วโมงข้างหน้าแท้ๆ




“คุณเข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนนะ ห้องน้ำข้างนอกไม่มีพวกเครื่องอาบน้ำ"




แดฮวีพยักหน้า เขาโอบรอบข้าวของที่อีกฝ่ายส่งมาให้ รวมทั้งเบียร์กระป๋องนั้นด้วย ร่างบางปิดประตูห้องน้ำ เขามองเข้าไปในกระจก และมันทำให้พบกับใครอีกคนที่ห่างหายไปนาน อีแดฮวีที่แสดงความอ่อนแอทุกอย่างออกมา


นิ้วเรียวที่เคยสรรสร้างค์เสียงดนตรีที่ทำให้ผู้คนหลงรักนั่นเปิดประป๋องเบียร์อย่างเคยชิน เพียงแต่ครั้งนี้มันทำให้เขาเลือดออก เขาเปิดก๊อกน้ำ ปล่อยให้สายน้ำชะละล้างความเจ็บปวดที่เกิดจากโลหะเล็กๆนั่น ใบหน้าสวยนั่นมองแผลบนนิ้วชี้อย่างเฉยเมย



ถ้าเป็นนักเปียโนคนอื่นคงตกใจกันบ้างล่ะ..

เพราะมือสำหรับนักเปียโนน่ะ สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆในโลก


มากกว่าดวงตา ขาที่จะก้าวไปข้างหน้า

หรือแม้แต่หัวใจ












“คุณอาบน้ำนานจนผมเกือบหลับ"



คนถูกกล่าวหาไหวไหล่ เขากะไว้แล้วว่าต้องโดนแซวเรื่องนี้ เพราะอีกฝ่ายคงไม่พูดเรื่องที่ตาเขาบวมขึ้นค่อนข้างมาก เจ้าของเสื้อฮู้ดสีเทาตัวคร่อมนั่งลงบนเก้าอี้เปียโนข้างๆเจ้าของห้อง มือซ้ายกระดกเบียร์พลางใช้มือขวาไล่โน้ต Sonata เพลงโปรด



“No. 8?”



ถามทั้งๆที่อีกฝ่ายก็เดาได้ตั้งแต่เขายังกดโน้ตห้องที่สามไม่เสร็จ คังดงโฮใช้มือซ้ายเล่นประสานกับเขาอย่างน่าอัศจรรย์- มันเป็นเพลงแรกๆของ Beethoven ที่แดฮวีได้ลองเล่น เป็นเพลงที่ดึงเขาเข้าสู่หลุมดำที่ไม่มีทางออก


เพลงที่มีความยาวกว่ายี่สิบนาที แต่มันก็ดูไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนทั้งสองคนที่จะจดจำทุกตัวโน้ตนั้นได้ และมันทำให้อีแดฮวีรู้ว่าเพลงนี้เป็นโซนาต้าเพลงโปรดของคุณดงโฮเหมือนกัน



พวกเราไม่จำเป็นต้องดูเนื้อเพลง

พวกเราหลับตาลง ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของนิ้วมือที่จะส่งความรู้สึก



และในวินาทที่นิ้วชี้และนิ้วก้อยของแดฮวีสัมผัสโน้ตตัวสุดท้าย

เขาก็พึ่งรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของนิ้วที่กำลังบาดเจ็บ




“เจ็บใช่ไหม"




ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ใบหน้าของคุณดงโฮเข้ามาใกล้เขาขนาดนี้




“บางทีการละเลยแผลของตัวเอง"


“...”


"มันก็ทำให้ตัวนายเจ็บกว่าเดิมนะแดฮวี"





แดฮวีหลับตาลงเมื่อเขาได้รับสัมผัสที่ประกบลงเบาๆบนริมฝีปาก มันไม่ได้ลึกซึ้งขนาดจะเรียกว่ามันคือการจูบ แต่มันก็ทำให้เขาได้กลิ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยแอลกอฮอล์ของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน





“ได้โปรด"


“...”


"ร้องเพลงที่พี่แต่ง"




มันเป็นครั้งที่สองหลังจากวันแรกที่ร้านนั้น ท่ีอีกฝ่ายเข้ามาชวนเขาเข้าสังกัด

มันคือการขอร้องครั้งที่สองจากคนแปลกหน้า



คนแปลกหน้าที่ช่วยถือร่มให้เขาในวันที่แดฮวีต้องการเดินตากฝน

คนแปลกหน้าที่เข้าใจดนตรีของอีแดฮวีมากกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเสียอีก





“แลกกับการที่ผมสามารถมาเล่นเปียโนหลังนี้เมื่อไหร่ก็ได้"





นัยน์ตาของอีกฝ่ายขยายขึ้นนิดหน่อย และนั่นทำให้แดฮวีเกือบกลั้นขำไว้ไหม่ไหว





“เมื่อไหร่ก็ได้"





พวกเขายิ้ม ก่อนที่พวกเราจะเล่นเพลงถัดไปเรื่อยๆ จนถึงเช้า





ไม่เห็นเป็นไรเลย.. แดฮวีบอกกับตัวเอง

ในเมื่อเขาก็เดินผ่านเส้นทางที่ไม่แน่นอนมาตั้งเยอะแล้ว




ก็แค่เดินต่อไป

จนกว่าจะเจอทางที่ฝนตกน้อยลง













Waiting for you is like waiting for rain in this drought.

Useless and disappointing."

(การรอคอยคุณเป็นเหมือนการเฝ้ารอคอยให้สายฝนโปรยปรายลงมา 

ทั้งๆที่อยู่ในหน้าแล้ง เปล่าประโยชน์และน่าผิดหวัง)


          - Hilary Duf













*














ฮวังมินฮยอนเดินตากฝนเป็นครั้งแรกในรอบสองปี


นัยน์ตาที่เคยเป็นประกายกว่านี้ หมองลงเหมือนครั้งแรกที่เขาได้พบกับแดฮวี

ไม่สิ มันหมองลงกว่าครั้งแรกที่ได้พบด้วยซ้ำ



เขาหลับตาลงเพื่อประมวลทุกอย่าง และมันใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีในการเข้าใจเรื่องทั้งหมด


มือแกร่งผลักประตูที่เป็นเสมือนทางเข้าสู่โลกของพวกเขา



กลิ่นหอมของกาแฟ แอลกอฮอล์ และกลิ่นฝนเป็นสิ่งที่ทำให้เขายิ้มออกมา

การเป็นคนเห็นแก่ตัว กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ


เพียงแค่ตัวแปรหนึ่งในนั้นมีผู้ชายที่ชื่อว่าคิมจงฮยอนเป็นองค์ประกอบ




“ฮยอนอ่า"




คนที่กำลังยืนเช็ดแก้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขา นัยน์ตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส กระตุกบางอย่างในใจเขาจนมันแตกละเอียดไปหมด





“มั่นใจหรือยัง"




เสียงสูงที่แหบขึ้นจมูกนั่นดังขึ้น มันแสดงความหวาดกลัว และหวั่นไหว

แต่ที่เห็นชัดที่สุดคงเป็นความรัก




“ไม่ว่าทางไหนที่มินเลือก"


“...”


“เราก็จะยังอยู่ที่เดิม"





การที่เขาถูกปลุกให้ออกไปซื้อยานอนหลับให้จงฮยอน ทั้งๆที่เขาเองก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายยังมียาพวกนั้นเหลือเยอะขนาดไหน ไหนจะเด็กคนนั้นที่เดินออกมาจากร้านของพวกเขา


และคำถามที่กำลังถูกถามออกมาจากปากอีกฝ่ายเมื่อครู่ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมด




“ขอโทษนะ"




ร่างโปร่งเดินเข้าไปสวมกอดคนที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด สัมผัสที่เปียกชื้นตรงหน้าอก ทำให้มินฮยอนรู้ว่าอีกฝ่ายร้องไห้เพราะเขาอีกแล้ว





“ขอโทษที่ต้องให้นายใช้ความกล้าทั้งหมดกับเรื่องแบบนี้"





ฮวังมินฮยอนทำให้คิมจงฮยอนเปลี่ยนไปขนาดไหนกันนะ?





“แต่หลังจากนี้นายไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นแล้วล่ะ"




แต่ไม่ว่าจงฮยอนจะเปลี่ยนไปในทางไหน

ทางทีดีกว่าหรือทางที่มืดมนกว่านี้





“เพราะเรามั่นใจแล้ว"




ฮวังมินฮยอนก็จะไม่ปล่อยมือคู่นี้

ไม่ปล่อยให้คิมจงฮยอนคนนี้หลุดลอยไปไหนอีกแล้ว






“เรารักจงฮยอน"



“...”



“รักแค่จงฮยอนมาตลอด"



มันเป็นเรื่องโหดร้าย สำหรับอีแดฮวี

หลังจากที่เขาพบอีกฝ่ายอีกครั้ง มันเหลือเพียงแค่ความหวังดีเท่านั้นที่เขารู้สึกกับอีกฝ่าย



มันไม่เหลืออะไรอีกแล้วจนมินฮยอนไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมามันคือความรักหรือเปล่า

ทั้งๆที่เขามั่นใจว่า ฮวังมินฮยอนคือความรักสำหรับอีแดฮวี




แต่ในตอนนี้มันเหลือเพียงแค่ความหวังดี

และความโหยหาที่จะเห็นอีกฝ่ายประสบความสำเร็จและสบายดี




คนใจร้ายคนนั้นเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบว่าคนที่มีดวงตาที่เศร้าที่สุดอีกคนกำลังมองมา

อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่ดวงตาของพวกเราประสานกัน




คนเป็นพี่ตัดสินใจขยับปาก เพื่อบอกสิ่งที่เขาอยากพูดออกไป

แต่สายฝนที่โปรยปรายลงมาเมื่อครู่ มันทำให้แรงโน้มถ่วงมีมากเกินกว่าพลังของเขาที่จะเปล่งออกไป






‘ยินดีที่ได้พบอีกครั้งนะ’





อีแดฮวียังยิ้มตาปิดเหมือนเดิม

เด็กผู้ชายคนนั้นยังยิ้มให้เขาเหมือนกับวันที่มินฮยอนเดินออกจาชีวิตอีกฝ่าย






‘ลาก่อนครับ’






ฮวังมินฮยอนส่งยิ้มกลับไปเมื่อเขารับรู้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ



เขาเป็นคนเลว

ที่รู้สึกโล่งใจ




กับการรับรู้ว่าใครบางคนที่รักเขามากที่สุดคนหนึ่ง

กำลังเดินออกไป และไม่หันกลับมารอผู้ชายใจร้ายอีกแล้ว



          ถึงฮวังมินฮยอนจะใจร้ายกับแดฮวีขนาดไหน แต่เขาก็ยังหวังให้อีกฝ่ายประสบความสำเร็จ

และจากสายตาของคังดงโฮวันนี้ ร่างโปร่งก็ค่อนข้างมั่นใจแล้ว



ว่าอย่างน้อยความฝันที่ครั้งหนึ่งอีกฝ่ายเคยมี จะกลายเป็นจริง




และถ้าวันนั้นมีโอกาสมาถึงจริงๆ


ฮวังมินฮยอนกับคิมจงฮยอนคงเป็นเจ้าของที่ข้างหลังสุดในการแสดง


เพื่อเฝ้ามองรอยยิ้มที่กลับมาสดใสเหมือนเดิม

รอยยิ้มที่สวยไม่แพ้ใครๆ







“คิมจงฮยอน"





เขาดันให้อีกฝ่ายยืนตรงๆ เพื่อที่จะได้มองเข้าไปนัยน์ตาสีดำสนิท ดวงตาที่เขามักจะพบทุกครั้งที่หันหลังกลับไป มันไม่ใช่ความสงสาร ความเหงา หรืออะไรทั้งนั้น



มันเป็นแค่ความรู้สึกที่บริสุทธิ์จนเขาไม่สามารถรู้สึกถึงมันได้ในตอนแรก

เพราะมันเป็นความรู้สึกที่ไม่มีอะไรมาเจือปน



และเพราะแบบนั้นมันจึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มินฮยอนต้องใช้เวลานานเหลือเกิน

นานจนเกือบจะทำคนที่สำคัญที่สุดผลัดหลงออกไป





“รักนะครับ"




มินฮยอนยิ้ม

ขณะที่ใครอีกคนที่รอฟังคำๆนั้นมาตลอด กลับนิ่งจนเขาไม่แน่ใจเสียแล้วว่าอีกฝ่ายยังมีสติอยู่หรือเปล่า




      "ฮวังมินฮยอนรักคิมจงฮยอน"




มีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาจากนัยน์ตาคู่สวยนั่น ที่ทำให้มินฮยอนแน่ใจว่าจงฮยอนยังได้ยิน และเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่




ขอโทษที่ต้องใช้เวลาขนาดนี้"



มินฮยอนใช้มือที่จงฮยอนบอกว่ามันสวยที่สุด เมื่อมันบรรเลงเพลงเพื่อจงฮยอน



ขอโทษที่ต้องทำให้เสียใจ"



ค่อยๆเกลี่ยหยาดน้ำที่ไหลออกมาให้เบาที่สุด




ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ไม่ว่าจะเพราะความดีใจหรือปวดใจ"




ใช้ริมฝีปากของตัวเองจูบซับน้ำตาอีกข้าง ขยับขึ้นไปกดจูบบนหน้าผากอย่างรักใคร่




ขอโทษที่กดดันให้นายทำในสิ่งที่เมื่อก่อนนายคงไม่มีวันทำ"



เสียงสะอื้นไห้ที่ดังขึ้นกว่าเดิม ทำเอามินฮยอนแทบจะขาดใจ และเขายังรับรู้ได้ถึงสายตาจากลูกค้าขาประจำอีกสองสามคนที่มองมาตาขวาง



อย่าโทษตัวเอง และอย่าคิดว่าความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยนี่ จะทำให้เราหยุดรักจงฮยอนได้"



กดจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มที่คอยทำให้เขารับรู้ถึงคุณค่าของตัวเองเสมอ ริมฝีปากที่ทำให้มินฮยอนรู้สึกราวกับเป็นพระเจ้า




“ขอบคุณที่ไม่เคยหยุดรักมินฮยอน"



“...”



“ขอบคุณมากจริงๆที่ไม่เคยหันหลังให้เราซักครั้ง"




พวกเรามองหน้ากัน หัวเราะออกมา และจับมือกัน




อื้อ ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ มินฮยอนอ่า"




มือที่ประสานกันแน่นขึ้นกว่าครั้งไหนๆ ทำให้จิตใจของมินฮยอนสงบลง มันเป็นความสุขที่สงบสุขอย่างที่เขาไม่คิดมาก่อน



มันจะไม่แน่นไปกว่านี้"


“...”


แต่ก็จะไม่หลวมไปมากกว่านี้แล้วนะ จงฮยอนอ่า"




วันนี้มินฮยอนก็พบว่าคิมจงฮยอนน่ะ เหมาะกับรอยยิ้มที่สว่างใส มากกว่านัยน์ตาหมองๆนั่นจริงๆ :



          ฮวังมินฮยอนก็อยากจะมองรอยยิ้มนั้นในทุกๆเช้าที่ลืมตาขึ้นมาพบรอยยิ้มที่สดใสกว่าแสงสว่างยามเช้า

          และเห็นรอยยิ้มสวยๆของคิมจงฮยอนก่อนที่ความมืดจะพาเขาเข้าสู่ห้วงนิทรา

          


     















*










“คุณลูกเจี๊ยบ"




เสียงทุ้มๆที่คุ้นเคยทำให้พนักงานพาร์ทไทม์ประจำร้านเงยหน้าขึ้นไปมองลูกค้าประจำอีกคน เขาเงยหน้าไปสบตากับพี่มินฮยอนที่วันนี้อารมณ์ดี(มากกว่าปกติ) อีกฝ่ายเลิกคิ้วเป็นเชิงถามกลายๆว่าคนๆนี้คือใคร



“คุณควานลิน วันนี้รับอะไรดีครับ?”



วันนี้คุณไอดอลชื่อดังสวมเพียงเสื้อฮู้ดฮิปฮอปสีดำเรียบๆ มีลายกราฟฟิคเล็กน้อย กางเกงยีนส์สีขาวขาดเข่า กับหมวดแก้ปสีเดียวกับเสื้อ



“เอาคาปูชิโน่เย็นครับ"


“ทั้งหมด 5000 วอนฮะ"



ซอนโฮยื่นมือออกไปรับบัตรและรูดอย่างคล่องแคล่ว วันนี้เขาไม่ได้หันไปทำเครื่องดื่มให้อีกฝ่าย เพราะพี่มินฮยอนอยู่ด้วย และนั่นคงทำให้คุณไอดอลประหลาดใจ


แต่อีกฝ่ายสุภาพเกินไปกว่าที่จะถามมันออกมาตรงๆ



“อ๋า จริงๆปกติพี่มินฮยอนเป็นคนทำเครื่องดื่มที่เป็นกาแฟน่ะครับ พี่เขาทำอร่อยม๊ากกกมากกกเลย คุณควานลินจะต้องตกใจแน่ๆ"



คุณลูกค้าคนดังพยักหน้าหงึกหงัก เสียงโทรศัพท์ของเจ้าตัวที่ดังขึ้นทำเอาอีกฝ่ายอดพูดสิ่งที่กำลังจะพูดออกไป หน้าจอท่ีแสดงชื่อคนที่โทรมาทำเอาเจ้าตัวเบ้ปากออกมา พวกๆพี่ต้องฝากเขาซื้อของเยอะๆอีกแน่ๆ



“ผมมาซื้อกาแฟเฉยๆ"


ซอนโฮเดินถอยหลังไปพิงเคาน์เตอร์ เสียงที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์มันดังพอที่จะทำให้คนที่ยืนคนละฝั่งกับคุณควานลินอย่างเขายังได้ยิน และซอนโฮก็ไม่อยากจะเสียมารยาทแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์นัก



“ห้ะ พี่ เยอะขนาดนั้นพี่สั่งเองเถอะ"



คุณควานลินเอาโทรศัพท์ออกจากตัว ก่อนจะกวักมือเรียก ซอนโฮจึงเดินกลับไปยืนที่เดิม



“คุณช่วยจดออร์เดอร์ตามที่ได้ยินหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมจะเปิดสปีคเกอร์


“ครับๆ"


“สวัสดีค้าบบบ เอาอเมริกาโน่สี่แก้ว เค้กชาเขียวสอง ช็อตเค้กอะไรก็ได้สาม"


“เห้ยๆๆ พี่ผมขอสตอร์เบอรี่ปั่นด้วยๆๆ"


“ชาเขียวปั่นหวานน้อยด้วยค้าบบบบ"


“เอาเค้กด้วยยย ช็อคโกแล็ตสองชิ้นเลยครับบบบ"


ควานลินมองหน้าพนักงานพาร์ทไทม์ที่ตอนนี้ขมวดคิ้วยุ่งไปหมด มื้อเรียวนั่นก็ยุ่งกับการกดออร์เดอร์ใส่เครื่องคอมพิวเตอร์ คิ้วหนาๆนั่นขมวดหนักเข้าไปอีกตอนที่ทวนออร์เดอร์ของทั้งหมด แต่ดูเหมือนพี่ตัวดีทั้งหลายที่สั่งของเยอะแยะไปหมดจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่


ทั้งหมดเป็น 58,000 วอนฮะ"



คราวนี้เป็นตาของพนักงานหนุ่มบ้างที่จะหัวเราะคืนไอดอลคนดัง มือหนานั่นยื่นบัตรมาให้เขารูดอย่างไม่เต็มใจนัก ซอนโฮส่งบัตรคืนก่อนจะหันหลังกลับไปช่วยพี่มินฮยอนทำเครื่องดื่มและจัดเค้กใส่กล่อง



เขาเหลือบมองคุณควานลินที่วันนี้ไม่ไปนั่งรอบนเก้าอี้ตัวเดิม วันนี้อีกฝ่ายกลับยืนพิงเคาน์เตอร์รอ เคาะนิ้วไปตามจังหวะเพลงที่เปิดคลอในร้าน ซอนโฮกับพี่มินฮยอนเร่งมือทำเครื่องดื่มและจัดมันลงถุงกระดาษ เพราะไม่อยากให้คุณไอดอลรอนานนัก (เดี๋ยวแฟนคลับมาเจอแล้วจะวุ่นวายอีกด้วย)




“คุณควานลิน ออเดอร์ที่สั่งเสร็จแล้วครับ"



คนดังเหลือบมองถุงกระดาษทั้งเจ็ดถุงแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา โอเค ถึงเขาจะเป็นผู้ชายที่แข็งแรง แต่ทั้งหมดนี่มันก็เป็นน้ำเกือบหมดนี่นา



“ซอนโฮ เดินไปส่งคุณเขาสิ" พนักงานพาร์ทไทม์หันมามองหน้าคุณเจ้าของร้านด้วยความตระหนก


“คุณควานลินจะไปตึก xx ใช่ไหมครับ?”


“ครับ"


“งั้นให้ซอนโฮเดินไปด้วยดีกว่าครับ ใกล้ๆเอง"




เจ้าของเสื้อสเวตเตอร์สีดำพยักหน้าให้เจ้าของร้านที่เขาพึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก เขามองดูคุณลูกเจี๊ยบถอดผ้ากันเปื้อนสีดำที่ปักชื่อร้านออก ก่อนจะเดินอ้อมออกมายืนฝั่งเดียวกับเขา


พวกเราเดินไปยังจุดมุ่งหมายโดยไม่ได้คุยอะไรกัน มันมีแต่ความเงียบ ที่ไม่น่าอึดอัดเท่าไหร่ แต่ควานลินรู้สึกได้ว่าคุณพนักงานไม่ชอบสถานที่ที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าไปด้วยกันนัก


และทฤษฎีของไลควานลินก็ชัดเจนมากขึ้น ในตอนที่พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ตัวตึกเรื่อยๆ และคนตัวเล็กกำลังสั่น มันไม่ใช่อาการที่ดีนัก และมันก็ไม่ใช่จังหวะที่ดีที่เขาจะถามอีกฝ่ายถึงสาเหตุนั้น




“ขอบคุณมากนะครับคุณลูกเจี๊ยบ"


“อ่า ไม่เลยครับๆๆ ด้วยความยินดี"


“ส่งตรงนี้ก็พอครับ เดี๋ยวผมให้สต๊าฟมาช่วยยกต่อ"



เขามองท่าทีลังเลของอีกฝ่าย ตัดสินใจแย่งถุงกระดาษจากมือของตัวเล็กกว่ามาถือจนหมด




“ถ้ารู้สึกผิด...”



“...”



“ก็แลกกับคาท๊กของคุณแล้วกัน"




ตาของยูซอนโฮที่โตอยู่แล้วกับโตขึ้นไปอีก อ่า..มันเกือบจะเรียกได้ว่าตาเหลือกเลยแหละ

ไลควานลินขำ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มที่สุดเท่าที่ซอนโฮเคยได้ยินมาเลยล่ะมั้ง




“เผื่อผมจะสั่งเครื่องดื่มอีกน่ะครับ"



“อ๋าาาา"



ซอนโฮหัวเราะตามพลางเอามือตีหัวตัวเองที่เผลอคิดอะไรไปไกลเกินกว่าเหตุ





“แล้วก็..”


“...”


จะได้จีบคุณลูกเจี๊ยบด้วย :)”





ให้ตายสิ..


เขาจะโดนแฟนคลับคุณไลควานลินรุมกระทืบไหมนะ?






"ที่สำคัญกว่านั้น....คราวหน้าผมอยากให้คุณเป็นคนชงกาแฟให้ผมมากกว่า:)"





อ่า..


แต่ก็ต้องยอมรับ ว่าประโยคเมื่อกี้กับหน้าหล่อๆ

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจและจริงจังนั่นมันทำให้ใจเขาหวั่นไหวพอสมควร










TBC






Please comment or tag #Shelterain101






Talk : ไม่รู้จะยังมีใครรออยู่หรือเปล่า ฮื่อออ จะพยายามแต่งให้จบนะคะ

ทุกๆคอมเม้นมีผลต่อกำลังใจเรามากจริงๆ ถ้าเกิดอ่านแล้วชอบ แล้วเม้นให้เรารู้ด้วย

ก็จะดีต่อใจคนแต่งมากๆเลยค่ะ ;__; เราผ่านจุดดราม่าสูงสุดของฟิคละค่ะ เย้ะ! 555555


ปล. คิดว่าไม่เกินสองตอนก็จะจบแล้วค่ะ

ปล2. เราชอบคาแรคเตอร์แดฮวีกับยัยเจเรื่องนี้มาก .__.

ปล3. เรากำลังคิดจะแต่ง วันช็อต คู่มินฮยอนแดฮวี เป็นตอนที่ทั้งสองคนยังคบกันอยู่มาคั่นน่ะค่ะ (เลยจะมาถามว่าอยากอ่านกันหรือเปล่า หรือแค่ให้ปนๆมาในเรื่องหลักแบบ flash back)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #215 NlvK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:03
    ความเจ็บปวดของทั้ง3คนทรมานมากๆเลย และสุดท้ายมินฮยอนก็เลือกได้ ซึ่งดีแล้ว จะได้ถึงวันที่ใครอีกคน ที่ต้องถอยออกมาจะได้เริ่มต้นใหม่สักที โชคดีมากๆที่ข้างๆแดฮวีมีดงโฮอยู่ด้วย ดงโฮดูเข้าใจ เชื่อมั่นและเห็นค่าของแดฮวีมากๆ เชื่อว่าแดฮวีจะเริ่มต้นใหม่กับดงโฮไปได้อย่างดีแน่นอน

    ส่วนหลินโฮ น่ารักกันจริงๆ แงงง เขินคุณควานลินเขา ตอนบอกจะจีบ แอร้ยยยยย ความรักของวัยรุ่นเด็ก สดใสจริงเชียววว
    #215
    0
  2. #147 hetiangle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 13:06
    คือคู่เจ้าเจี๊ยบสดใสมาก ดีอะ
    #147
    0
  3. #125 maypmv (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 14:48
    ตอนนี้เป็นตอนที่เราแอบน้ำตาซึม หน่วงไปหมด ความสัมพันธ์ซ้อนกันไปมา คนที่รอไม่ว่าจะเพราะอะไรต่างก็เจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น จงฮยอนรอวันที่มินจะมั่นใจในความรู้สีกของตัวเอง ส่วนแดฮวีก็รอหวังว่าสักวันมินฮยอนจะกลับมา ขอบคุณที่สุดท้ายมินก็มั่นใจและเลือกได้ ถึงแม้แดฮวีจะต้องเจ็บปวดในตอนนี้แต่ก็ดีกว่ายื้อกันไปมา หวังว่าแบคโฮจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแดฮวีได้ในเร็ววัน แดฮวีจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีก ส่วนคู่หลินโฮก็ยังน่ารักสดใสเหมือนเดิม บอกว่าจะจีบเจ้าลูกเจี๊ยบแล้วด้วย เป็นกำลังใจให้นะควานลินอ่า
    #125
    0
  4. #114 Justread (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:12
    หน่วงช่วงแดฮวีมากๆ เป็นเราคงร้องไห้อีกรอบตอนเล่นเปียโน ทั้งบทบรรยายไหนจะเพลงเลิฟสตอรี่ที่ฟังไปอีก น้ำตาไหลง่ายๆเลย
    #114
    0
  5. #109 punngirigiri (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 00:53
    เหมือนจะตายเลย อ่านแล้วแบบ...หน่วงไปหมด ถึงมินเจจะลงเอย แต่เราก็ยังหน่วงอยู่ดี กว่าจะมาถึงตอนนี้จงฮยอนรู้สึกแบบไหนกันนะ ถึงจะบอกว่าอยู่ที่เดิม แต่รู้สึกยังไงระหว่างรอ ฮืออออ ยัยเจของพี่ ส่วนมินฮยอนที่บอกตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว อือ ใช่ แต่เกลียดไม่ลงอ่ะ ส่วนคุณไอดอลกับลูกเจี๊ยบวัยรุ่นจีบกันน่ารักจัง เอามาตัดอารมณ์ช่วงบนของตอนได้ดีมาก จิตใจฟื้นขึ้นมาได้หน่อย 55555
    #109
    0
  6. #106 mysunshine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 12:46

    ชอบภาษามากๆๆชอบมากเลยค่ะ แงงงงงงง มีความสุขซักทีนะยัยเจ หน่วงมาตลอดเลยที่อ่าน เข้าใจความรู้สึกมากๆ เข้าใจน้องหวีด้วย สงสารน้องหวีเหมือนกัน แต่พี่เชื่อว่าพี่ดงโฮจะทำให้หนูได้พบกับความสดใสทีอยู่ข้างหน้าไม่แพ้กับพี่มินฮยอนนะ รักกกกกชอบภาษาค่ะแงงง บอกอีกที555555

    #106
    0
  7. #87 dulcimerkj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 02:15
    กรี้ดดดดฟินคู่ลูกเจี๊ยบ น่ารักมากๆ เลยเด้อ ในที่สุดก็ขอคอนแท็คได้ เค้าไม่ขอก็ขอเองเลย5555555 คู่อื่นหน่วงใจละเกินค่ะ แต่อย่างน้อยก็ก้าวต่อไปกันได้หมด แดฮวีไม่รอคนใจร้ายแล้ว ส่วนมินฮยอนก็ทำตามหัวใจตัวเองได้สักที
    #87
    0
  8. #82 aun-aom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:38
    เหมือนเคลียร์ความค้างใจของหวีกะพี่มินแล้วเลย ขอให้จงมีต่อความละมุนต่อไป สาธุ5555 หลินโฮก็น่ารักมากๆเช่นกัน
    #82
    0
  9. #71 Kim.Tae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 17:20
    พาร์ทน้องหวีพี่มินถึงจะเศร้าแต่รู้สึกอบอุ่นแบบบอกไท่ถูกเลยค่ะ งื้อออ ดีที่มีพาร์ทน่ารักๆของซอนโฮด้วย งุ้ย เขิน
    #71
    0
  10. #45 LoveD.O. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 23:41
    โอ๊ยยบบจะจีบคุณลูกเจี๊ยบหรอออออ
    #45
    0
  11. #39 leisure_27 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 21:31
    มินเจๆๆๆๆ แต่ก็สงสารน้องหวีมากๆๆ ขอให้เจอคนดีๆดูแลน้องด้วย
    #39
    0
  12. #38 S K - S a K U (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:37
    ขอคอมเม้นรวมสามตอนก่อนจะต่อด้วยตอนสี่
    มันเป็นฟิคเรื่อยๆ ที่มีความสัมพันธ์ซ้อนทับกันบางคู่

    ชอบในความเรื่อยๆ หลายถ้อยคำ บางประโยคที่เขียนออกมา
    ถ้าอ่านถึงตอนสองแอบชอบคู่ดงโฮกะน้องฮวีอะ
    ตอนแตะปากกันเบาๆนั่นดีมากเลย
    แต่ถ้าทุกตอนๆชอบน้องเจี๊ยบ น่ารักไปหมด
    อ้อนขอขนมจากลูกค้า/เจ้าของร้านงี้ เป็นเด็กที่สดใสเหลือเกิน

    แล้วการเจอกันของควานลินกะน้องเจี๊ยบก้อน่ารัก
    จีบกันน่ารักอีก 

    ส่วนมินเจที่เป็นเรือหลักของพี่
    มันหม่นๆแถมทับซ้อนกับอีกคู่

    ความรักอะนะ ไม่ได้มีแค่ด้านที่สวยงาม
    แต่มันมีด้านเจ็บปวดด้วย แต่ตอนนี้ก้อผ่านมาแล้ว

    ของมินเจมันโตสุดด้วยอะ เลยรุสึกหน่วงมากกว่าเขาหมด



    #38
    0
  13. #33 M.Choc_Parfait (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 16:47
    เปียกฝนไปสองคู่ คู่สุดท้ายนี่แสงแดดสาดส่องมาก(แต่แอบมีเงาเล็กๆ) ภาษาสวยมากเลยค่ะ
    #33
    0
  14. #30 PSYou (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 20:41
    ชอบมากเลยค่า อยากอ่านมินเจเยอะๆเลย
    #30
    0
  15. #29 starlight (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 11:28
    พึ่งเห็นเรื่องนี้จากทวิตเตอร์ ก่อนอื่นขอบอกเลยค่ะว่าภาษาสวยมากกก ชอบบ อ่านแล้วอินอะ

    ความรู้สึกแบบหม่นๆปนหวานๆดี ติดตามเรื่องนี้อยู่นะคะไรต์ สู้ๆน้าาาา
    #29
    0
  16. #28 ngampisut (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 10:47
    อ๋ออ แดฮวีไม่รู้หรอ ว่ามินมาคบเจ 
    ดีใจจัง ที่เจจะได้เลิกเศร้าสักที ได้อยู่ด้วยกันดีๆสักที 
    น้องซอโนกลัวอะไรอ่ะ น้องมีปมอะไรกับไอดอลป่าวเนี่ย 
    #28
    0
  17. #25 Fruit-Tea (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:21
    เพิ่งได้อ่านเหมือนกันค่า ชอบมากกกก
    ประทับใจทุกคู่เลยค่ะ
    น่ารักสดใสเหมือนรักครั้งแรกของหลินโฮ
    เศร้าๆ หน่วงๆ กับสามเส้าฮวีมินเจ
    หวังว่าคุณดงโฮคงข่วยน้องให้มูฟออนได้
    ตอนนี้สงสารน้องมากๆ เลย
    #25
    0
  18. #24 Enigmariko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 22:44
    พึ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ค่ะ ขอชมก่อนอื่นเลยแบบ ภาษา สวย มากกกกกกกกกกกมากมากมากแบบมากกกกกกมากกกกกก อ่านแล้วไหลลื่น ภาษาที่ใช้ก็สวย สวยแบบมากๆ ขอเม้นทีละคู่นะคะ เริ่มจากแบคฮวี คือดีมากอ่ะ พี่แบคคือแบบโอ้ยยยยยยยยยย ดีย์มากกกกก เป็นชาบหนุ่มที่อบอุ่นราวกับเตาผิงในหน้าหนาวเลยค่ะแง เห็นน้องอกหักก็ปลอบน้อง หนุขอพิแบค1คนคร่า ฮือ เขินมากๆ ส่วนช้อตดราม่าเนี่ย เขียนจนเราอินจริงๆค่ะ แบบโอ้ยย มินฮยอนเหมือนจริงๆมินฮยอนแค่ไม่รู้ตัวเองป่ะ? ว่าชอบจงฮยอนอ่ะแง เห้อ เลยสงสารแดฮวีเลย แต่น้องแดฮวีมีคนปลอบใจที้วหวหวดยยไยกยดยหยไดวๆ อยากจะหวีดพิแบคจนอหหห หล่อว้อย 55555555555555555555 ส่วนหลินโฮนนี่น่ารักกรุบกริบไร้ดราม่ามากๆ เหลือแค่น้องเจี้ยบที่กลัวอะไรสักอย่าง ฮือ
    ขอชมอีกเรื่องค่ะ เรื่องการบรรยายดวงตาของตัวละครจงฮยอนกับแดฮวี คือแบบ โอ้ยยยยยยยยยยยย บ้าบอออออ คือนี่เมนจงฮยอนค่ะ ชอบตาน้องเจมาก พอมาอ่านฟิคที่เน้นตาน้องเจเศร้าๆหรือสดใสหรืออะไรก็ตามเราอินมาก แงงงงงงงงง ชอบยมากกกกก
    #24
    0
  19. #23 .Jaybb_R (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:36
    บ้าจริงเขินคุณดงโฮแรง //// แง ทำไมพี่อ่อนโยนแบบนี้อ่า ฮือออ ใจ. รออยู่นะคะ
    #23
    0
  20. #22 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:45
    คุณไอดอลไม่รอให้รู้สึกตัวเองแล้วหรอออ รีบหรออออ รุกหนักมาก ง่อวววว แซ็ว 555555 ของแบคหวีกับมินเจนี่บั่บ...เหมือนกำลังจะได้เห็นฟ้าเปิดหลังพายุที่โหมกระหน่ำเลย เอาใจช่วยทั้งสองคู่ ;-;
    #22
    0
  21. #21 เจ้าเด็กโง่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:08
    โอ้ยยยย ชอบมากๆเลยค่ะ เค้ารอไรท์อยู่นะ
    #21
    0
  22. #20 pikafoo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:35
    ความรู้สึกยัยเจคงทำได้แค่ยิ้มสินะเวลาเจอมินกับแดฮวีอยู่ด้วยกัน คงอยากจะร้องไห้ใช่ไหม แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะลงตัว เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #20
    0
  23. #19 Mmmiiinnn000 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:45
    เราชอบเรื่องนี้นะ ถึงแม้มันจะหม่นๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ดี มินเจนี่ให้ความรู้สึกว่าอยู่ด้วยกันแล้วลงตัวที่สุดละ ชอบรอยยิ้มของจงฮยอนมากๆ เลย
    #19
    0
  24. #18 Starryday (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:12
    เราชอบมากค่ะ เราชอบการบรรยายและนัยยะทุกอย่าง เราว่าเราเข้าใจแต่ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกมั้ย555555 มันแบบหม่นๆหน่วงๆแต่รู้สึกว่าอบอุ่นนะ เรื่องมินเจฮวีนี่ ก็เอาจริงๆพอจะเดาๆได้บ้างแต่ไม่เข้าใจทั้งหมดอ่าาาถ้าไรท์แต่งเป็นสเปเล่าถึงเรื่องตอนนั้นของทั้งสามคนนี้เราจิขอบคุณมากกกกค่ะ สุดท้ายนี้รอติดตามอยู่เสมอนะคะ เราชอบเรื่องนี้นะไรท์สู้ๆ
    #18
    0