[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 20 : [os] On & On (Minhyun x Daehwi)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

[os] On & On

Hwang Minhyun x Lee Daehwi





8,469 words


#Shelterain101



BG Music: TVXQ  On & On

Wanna One Pine tree







 






Dear Hwang Minhyun and Lee Daehwi

Dear Wanna One





At the place where we met,

Is the place where everything

Has started, ended and lie there.



Forever doesn’ t stand for a life time

But the moment we were together

And after that

It’ s beyond eternity.









*






          เสียงดังโหวกเหวกในหอดูเบากว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะว่ายิ่งเวลาไหลผ่าน เสียงที่ดังแทรกผ่านหูฟังเหล่านั้นกลับดูมีค่าเหลือเกินในความรู้สึก สำหรับคนที่ไม่สามารถหยุดตัวเองไว้กับที่อย่างอีแดฮวี เขาชินกับการที่ต้องอยู่คนเดียว ทำอะไรด้วยตัวคนเดียว ทั้งการตัดสินใจ การแสดงออก ทั้งหมดนั่นแสดงออกผ่านตัวตนของอีแดฮวีในฐานะไอดอล



          หรือแม้แต่ก่อนที่แดฮวีจะเข้าวงการ เขาก็ชินเสียแล้วกับคำพูดของคนรอบข้างที่บอกว่าแดฮวีน่ะโตเกินอายุ คิดอะไรเป็นขั้นเป็นตอน แต่เวลาว่างก็ชอบคิดอะไรที่ดูไกลจากความเป็นจริงมากๆ แดฮวีได้แต่หัวเราะให้คนเหล่านั้น จะทำยังไงได้ในเมื่อชีวิตของอีแดฮวีน่ะมีแต่ความไม่แน่นอน ใช้ชีวิตอยู่สามประเทศไปแล้ว ทั้งๆ ที่พึ่งอายุสิบเก้า เสียคนที่รักที่สุดไปตั้งแต่ยังเด็ก วิ่งหาความฝันที่เคยให้สัญญาไว้ เป็นความฝันเดียวกับที่อยากไขว่คว้าด้วยตัวเองมาตลอด



          ทั้งหมดนั่นน่ะ อีแดฮวีใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นของตัวเองแลกไปหมดแล้ว

          ทั้งความฝันและความรักที่ทุ่มสุดหัวใจ


          ไม่สิ


          เป็นความรักที่เคยทุ่มสุดใจต่างหาก แต่เสียงที่สะท้อนกลับมาจากความรักครั้งนั้น มีเพียงแต่ความเจ็บปวด เป็นความเจ็บปวดที่มากับบทเรียนที่จำได้แม่นที่สุดในชีวิต



          ‘ลงมาไหม?’



          ข้อความสั้นๆ จากคนที่เป็นความสบายใจอีกหนึ่งคนในชีวิต เรียกรอยยิ้มจากดวงหน้าหวานได้ทันที อีแดฮวีพับโน้ตบุ้คที่แทบจะเปิดใช้งานเพื่อแต่งเพลงตลอดลง หยิบตุ๊กตาแมวน้ำที่พี่ซองอูชอบเอามาวางทิ้งไว้ให้ เพื่อบอกให้น้องคิดถึงตัวเองเยอะๆ เผื่อวันไหนจะอยากไปดูดอกไม้ไฟด้วยกันบ้าง จำได้ดีเลยว่าตอนฟังจบน่ะ แดฮวีหัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด ในขณะที่พี่ซองอูยืนเกาหัวแกร่ก ๆ อยู่ปลายเตียง


          แต่สุดท้ายพวกเขาก็ล้มลงบนเตียง หัวเราะให้กันและกัน



          ‘แดฮวีน่ะ เหมือนกับพี่มากเลยนะ’


          ‘หล่อเหมือนกันหรอ?’


          ‘ย่าห์! ไม่ใช่สิ ที่เราไม่เปิดใจน่ะ ความรู้สึกคิดเล็กคิดน้อยพวกนั้นก็ด้วย ส่งแต่รอยยิ้มสดใสแบบนั้นตั้งแต่อายุแค่นี้ ไม่เหนื่อยหรอ’


          ‘แต่ผมไม่อยากเป็นความรู้สึกลบของคนอื่นนี่นา อยากจะเป็นอีแดฮวีที่สดใสอยู่เสมอ’


          ‘ถ้างั้นอย่างน้อยก็ลองหาคนที่เราอ่อนแอด้วยได้สิ’


          ‘แล้วให้ใจไปขนาดนั้น..เค้าจะไม่เจ็บอีกหรอ?’


          ‘คนแกร่งอย่างอีแดฮวีกลัวเจ็บด้วยหรอ? ชอบพุ่งชนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไม่ใช่หรอเราน่ะ’


          ‘เมื่อกี้ยังบอกว่าให้อ่อนแออยู่เลย’


          ‘อ่อนแอได้นะ มีคนที่คอยมองเราอยู่ตลอดนั่นแหละ’


          ‘ปีหน้า ปีต่อๆ ไป อีกสิบปี ยี่สิบปี ถ้าแดฮวีเจ็บ รู้ใช่ไหมว่าพี่จะรับสายเราเสมอ แม้ว่าเราจะโทรมางอแงตอนตีสาม เพราะอินกับเพลงที่แต่ง’


          ‘อื้อ’


          ‘ดีมากเจ้าแดฮวี’



          พวกเขายิ้มให้กัน ก่อนจะพูดถึงเรื่องไร้สาระในวัยเด็ก ความผิดพลาดที่ตอนนั้นดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน กลับกลายเป็นแค่เรื่องที่ชวนหัวเราะ ตอนนึกย้อนกลับไป



          แต่แดฮวีรู้ดีว่าเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้จะไม่เป็นแบบนั้น

          มันจะไม่มีวันเล็กลงเมื่อกาลเวลาพัดผ่าน มีแต่จะคงที่หรือมากขึ้นเท่านั้น



          เสียงโหวกเหวกของพี่อูจินดังลอดเข้ามา เรียกสติคนตัวเล็กที่ยืนกอดตุ๊กตาแมวน้ำอยู่ปลายเตียง แดฮวีเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับ ก่อนจะปิดไฟในห้องนอนที่ไร้เงาของอีกคน



          “ไปไหนอ่ะ"



          ถึงจะเล่นเกมอยู่ แต่พี่อูจินก็ตระโกนถามออกมา ทั้งๆ ที่สายตายังจดจ่อยู่กับจอทีวี น่าประหลาดที่พวกเราสามารถสนิทกันได้ขนาดนนี้ ทั้งๆ ที่ไม่่ใช่คนในครอบครัว ปาร์คอูจินที่จำเสียงฝีเท้าและจังหวะการปิดประตูของอีแดฮวีได้



          “ไปหาพี่มินฮยอน"


          “โอเคคค"



          พยักหน้าให้หนึ่งที่ก่อนจะกลับไปเพ่งสมาธิกับเกมตรงหน้าต่อ เมื่อเห็นดังนั้นคนตัวเล็กจึงแวะไปหยิบของในห้องครัว



          “ไปห้องพี่มินฮยอนหรอ?”


          “อื้อ"



          แดฮวีตอบพี่จินยอง ยืนรออีกฝ่ายที่เหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ไม่พูดสักที


          เป็นแบบนี้ตลอดแหละ พี่จินยองน่ะ เวลาต้องพูดอะไรสำคัญๆ ก็ไม่ยอมพูด



          “พี่จะไปด้วยหรอ?”


          “เปล่า"


          “งั้นไปแล้วนะ"



          ความเงียบเข้าปกคลุมเป็นครั้งที่สอง แพจินยองยังยืนอยู่ที่เดิม แต่ไม่ได้ยืนปิดทางเดิน



          “อื้อ"



          เพราะยังมีที่ว่างอีกมากมายให้แดฮวีลอดผ่าน



          “ไปสิ"



          เพราะงั้นแดฮวีจึงเดินผ่านอีกคนไปได้ง่ายๆ โดยที่เสื้อผ้าของพวกเราไม่สัมผัสกันด้วยซ้ำ คนตัวเล็กสบตากับพี่ๆ ที่มองมาด้วยสายตาติดตลก แต่ละคนมองมาราวกับจะถามว่าให้เดินไปเป็นเพื่อนไหม ทั้งๆ ที่พวกเราก็อยู่ห่างกันแค่นี้



          “ผมไปได้หน่าา แค่นี้เอง"



          หันยิ้มพร้อมชูสองนิ้ว ก่อนจะเปิดประตู แล้วทิ้งให้เสียงโหวกเหวกเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงที่เบาลง บางเบาจนน่าใจหาย..



          กอดตุ๊กคาไว้แน่นขณะเดินเข้าไปในลิฟต์ นัยน์ตาที่ทอประกายราวกับกลุ่มดาว เงยหน้าขึ้นมองตัวเลขบนหน้าจอที่ขยับขึ้น ถอนหายใจให้กับความรู้สึกที่ตีกันมากมายในใจ ตลอดเวลาหนึ่งปึครึ่งน่ะให้ความรู้สึกเหมือนกับพวกเรายืนอยู่ในลิฟต์เลย ลิฟต์ที่มีแฟนคลับคอยผลักดันพวกเราขึ้นไป ยืนกดลิฟต์ค้างเอาไว้บนจุดสูงสุดนั่น ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เหนื่อยล้าเพราะธุระในแต่ละวันของตัวเอง


          เพราะงั้นแดฮวีเลยเคยคิดจะขังตัวเองไว้ในลิฟต์ตลอดไป ลิฟต์ที่ตัวเลขสามารถวิ่งขึ้นและย้อนลงมาได้ เหมือนนาฬิกาทรายที่สามารถพลิกกลับไปมา และนอนลงเพื่อหยุดเวลา



          อ่า..ชอบคิดอะไรแปลกๆ อีกแล้วแฮะ



          เสียงปลดล็อกหน้าประตู เรียกรอยยิ้มจากคนที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ห้องนอนที่มีกลิ่นหอมสะอาดเป็นสัญลักษณ์ของฮวังมินฮยอนเสมอ จนกระทั่งช่วงหลังมามันมีกลิ่นหวานๆ ของน้ำหอมใครอีกคนติดมา



          “จะทับละนะ!”



          เจ้าตัวเล็กพูดออกมาด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ แต่ก็ไม่ถึงขั้นตระโกนอะไร ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนทับอีกคนด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน ตั้งแต่ที่น้องปลดล็อกตัวเอง แล้วปล่อยให้มินฮยอนเดินเข้าไปในโลกที่แสนเงียบสงบนั้น มันก็ทำให้มินฮยอนได้เห็นอีแดฮวีในอีกแง่มุมหนึ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็น



          “ตัวนิ่มขึ้นนะเนี่ย ปกติพี่กอดทีเจอแต่กระดูก ฮ่าๆ "



          อีแดฮวีที่อ่อนแอ สดใส และเปราะบางเหมือนเด็กอายุสิบเก้า



          “นิ่มสิ ก็พี่เล่นขุนเค้าแบบนี้อ่ะ"



          เอ่ยพลางทำปากมุบมิบ แถมยังเอาคางมาเกยพุงคนเป็นพี่อีก ใบหน้าน่ารักอยู่ห่างไปเพียงแค่เอื้อมมือ จนอดไม่ได้ที่จะส่งมือทั้งสองข้างไปบีบแก้มย้วยๆ แล้วยืดออกมาอย่างชอบใจ



          “อื้ออออ ไอ่พี่ แก้มหนูยืดหมดแล้ว"


          “ขนาดนั้นเลยนะ?”


          “โง้ยยยยย ปล่อยน้าา"


          “ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ "



          บทสนทนาที่ถ้าใครมาได้ยินเข้าคงไม่เชื่อหูตัวเองแน่ๆ แต่ก็นั่นแหละนะมันเป็นบทสนทนาที่พวกเขาไม่เคยใช้กับคนอื่นอยู่แล้วนี่นา



          “นี่ พี่มินฮยอน"


          “เกริ่นมาแบบนี้คิดอะไรมาอีกเนี่ย"


          “เมื่อกี้ตอนขึ้นลิฟต์มา เค้าอยากขังตัวเองไว้ในนั้น"


          “ในลิฟต์หรอ?”


          “อื้อ"


          “ทำไมล่ะ"


          “แต่คิดไปคิดมาก็ไม่อยากอยู่ในนั้นแล้วแฮะ"


          “เล่าให้พี่ฟังเฉยๆ ก็ได้"



          วางมือไว้บนกลุ่มผมที่กลมบ๊อก จนอดรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่เห็นไม่ได้ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ทำให้มินฮยอนรู้สึกทึ่งทุกครั้งที่เห็นว่าอีกฝ่ายลงมือทำอะไรได้บ้าง คนที่ทำให้ประหลาดใจทุกๆ ครั้งที่รู้ว่าน้องพยายามทำอะไร



          “พี่จะงงไหม"


          “ไม่งงหรอก"


          "เนอะ ถ้าพี่มินฮยอนงง ก็ไม่ใครเข้าใจแล้วมั้ง"



          จนอยากจะปกป้องเอาไว้ตลอด เป็นความรักแบบนั้น เป็นคนที่อยากจะปกป้องไปจนสุดทางเดิน

          หรือจะเป็นทางเดินใหม่ที่อีกฝ่ายเลือกเดินก็ได้



          “ถ้าในโลกใบนี้มีของที่พาเราย้อนเวลาได้ เค้าคิดว่ามันน่าจะเป็นลิฟต์ เพราะเรากดเลือกได้ว่าจะไปชั้นไหน ขึ้นหรือลง"


          “ก็จริง"


          “แต่ว่าต่อให้เราจุดหมายจะอยู่ชั้นบนสุด เราก็ต้องจอดรับคนเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็มใช่ไหม"



          ประกายในดวงตางดงามราวกับน้ำในทะเลสาบที่หยอกล้อกับแสงอาทิตย์ ดวงตาที่สวยงามแต่มักจะทอประกายด้วยความเศร้า



          “แต่พอไปถึงชั้นบนสุด แดฮวีก็อาจจะอยู่ในนั้นคนเดียวใช่ไหม?”



          เป็นดวงตาคู่นั้นของอีแดฮวีที่มินฮยอนอยากจะคอยเฝ้ามองอยู่เสมอ เพื่อปลอบประโลม



          “อื้อ เค้าไม่ชอบเลย"



          อ้อมกอดเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจกลับมาเต้นด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ทำให้มินฮยอนลืมทุกความรู้สึกโกรธ เหนื่อยล้า ทุกๆ ความรู้สึกด้านลบ



          “แต่ก่อนเค้าชินกับการอยู่คนเดียว แต่ว่าพอได้รับความรักมากมายขนาดนี้ พอโลกของเค้าเริ่มมีเสียงดังขึ้นมา พอทุกอย่างมันเงียบลง"



          เพราะงั้นมินฮยอนเลยชอบบอกน้อง ว่าอีแดฮวีน่ะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ชอบขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ชอบขอโทษที่เอาแต่คิดมากแล้วทำหน้ายุ่งๆ



          “มันเงียบสนิทจริงๆ นะพี่มินฮยอน เงียบจนเค้าไม่ได้ยินเสียงหายใจตัวเองเลย"


          “ถ้างั้น..”



          แต่มินฮยอนอยากจะบอกว่ามันไม่เป็นอะไรเลย ไม่เป็นไรเลยสักนิด ในเมื่ออีแดฮวีกำลังเติบโตขึ้นอย่างงดงามขึ้นทุกวัน เติบโตขึ้นไปโดยรู้ดีว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร



          “ถ้าพี่ยืนอยู่ข้างๆ แดฮวีจะได้ยินเสียงพี่ไหมครับ?”


          “ง่ะ"



          รู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองทำแล้วจะไม่มีวันเสียใจ – เด็ดเดียวและแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น แดฮวีของเขาน่ะ



          “เค้าก็ไม่รู้ พี่มินฮยอนหายใจเสียงไม่ดังอ่ะ ไม่เหมือนอูจินฮยอง"


          “ฮ่าๆ เรานี่นะ"



          เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่มีหัวใจยิ่งใหญ่มากๆ ไม่เห็นต้องกลัวเลยว่าจะพลังลบใส่ ในเมื่ออีกฝ่ายให้พลังบวกกับเขามากขนาดนี้ เพียงแค่นอนกะพริบตาปริบๆ อยู่แบบนี้ แค่ฟังอีกฝ่ายพูดเจื้อยจ้าวอย่างน่าฟัง มินฮยอนก็รู้สึกว่าโลกน่าอยู่ขึ้นมานิดหนึ่ง ลมหายใจที่ติดขัดเมื่อกี้ ดูจะเจออากาศที่สดชื่นจนเชิญชวนให้สูดหายใจเข้าไปลึก ๆ



          “แล้วพี่จะอยู่กับเค้าต่อไปจริงๆ หรอ"


          “จริงสิ"


          “ต่อให้เราจะไม่ได้อยู่ค่ายเดียวกัน ไม่ได้อยู่หอเดียวกันแล้วน่ะหรอ"


          “ห่างกันเท่าไหร่เชียว ค่ายพวกเราน่ะ"


          “ง่า แล้วพี่จะไปญี่ปุ่นนานๆ อีกไหม"


          “ย่าห์! อีแดฮวี ฮ่าๆๆๆๆ "



          พอหยอกคนอายุกว่าสำเร็จ ก็มุดตัวลงไปในอ้อมแขนอีกฝ่ายแทน แขนเล็กตวัดกอดรอบเอวสอบอย่างถนัดมือ กลิ่นกายที่ทำให้สบายใจอยู่เสมอ



        “รู้ใช่ไหมว่าพวกเรารักกัน"



          เสียงหวานๆ ทุ้มๆ ของพี่มินฮยอนทำให้แดฮวีได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้น ทุกครั้งที่นอนพิงอีกฝ่ายอยู่แบบนี้ ชาร์จพลังหลังจากต้องอดทนเป็นอีแดฮวีที่เค้าให้ความหมายไว้


          อีแดฮวีที่จะไม่ทำให้ใครผิดหวัง



        “อื้อ"



          แดฮวียกมือป้อมๆ ของพี่มินฮยอนขึ้นมา ทาบฝ่ามือที่มีนิ้วเรียวสวยของตัวเองลงไป ยกขึ้นไปส่องกับหลอดไฟที่อยู่บนเพดาน แสงที่ตกกระทบลงมาทำให้รู้สึกแสบตา จนขำออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ



          “รักกันแบบนี้ก็พอแล้วเนอะ"



          ต่อให้คนอื่นจะไม่เข้าใจความรักของพวกเราก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ในเมื่อเราเป็นคนนิยามมันขึ้นมาเองกับมือนี่นา



          “เค้าน่ะ คิดว่าการที่เป็นแบบนี้น่ะดีมากแล้ว"



          เพราะพวกเราเดินหลงทาง เพื่อพยายามเป็นคนที่ดีกว่า เป็นคนแบบที่สังคมต้องการให้เป็น จนเกือบหลงลืมตัวตนของตัวเองไปแล้ว – ในชั่วขณะนั้น



          “เพราะว่าเคยคิดว่าเค้ากันได้ดีมากๆ แท้ แต่สุดท้ายพอทุกอย่างมันพัง หัวใจเค้ามันเจ็บไปหมดเลยพี่มินฮยอน"



          สิ่งที่น่ากลัวสำหรับการเป็นไอดอลน่ะคือความว่างเปล่า ทั้งความรู้สึกว่างเปล่าหลังจากได้รับความรัก และความรู้สึกว่างเปล่าหลังจากกลายเป็นใครสักคนที่ผู้คนตั้งภาพเสมือนไว้ให้ แต่งเติมภาพนั้นได้ทีละนิด แต่ไม่มีสิทธิ์แต่งเติมจนภาพมันผิดเพี้ยน



        ถึงแบบนั้นอีแดฮวีก็ยังเรียกมันว่าความฝัน

          ความฝันที่เริ่มจากดนตรี และยิ่งใหญ่ขึ้นเพราะคำว่าแฟนคลับ



          “รักมากๆ ก็เลยเจ็บปวดหัวใจมากจนมันอึดอัดไปหมด แต่เค้าก็มีความสุขนะพอได้นึกถึง ประหลาดเนอะ"



          การจะรักใครบางคนด้วยความสบายใจทั้งหมดได้น่ะ ทำยากกว่าการคบเป็นแฟนเสียอีก สำหรับมินฮยอนน่ะ เพราะทุกคนก็อยากจะเป็นเจ้าของคนที่ตัวเองรักหรือเปล่า?



          “แต่กับพี่มินฮยอนเค้าไม่อยากให้เป็นแบบนั้น"



          เหมือนกับว่าเราก้าวเข้าไปข้างหน้า แต่ก็ยังลงฝีเท้าอย่างเต็มแรงไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าของไม่อนุญาต แต่เพราะว่าอยากจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บน้อยที่สุดต่างหาก



          “ฟังดูเห็นแก่ตัวเนอะ"



          คนที่เห็นแก่ตัวที่สุดน่ะ คือฮวังมินฮยอนต่างหาก เพราะเขาไม่สามารถทนเป็นความเจ็บปวดของอีแดฮวีได้ ต่อให้หลังจากนี้ชีวิตอาจจะทำเรื่องผิดพลาดอีกมายมายขนาดไหน



          “ไม่หรอก"



          เขาก็ไม่อยากเป็นความผิดพลาดในสักช่วงชีวิตของอีแดฮวี



          “พี่เข้าใจ..เข้าใจจริงๆ "



          ผู้คนอาจจะคาดหวังให้ฮวังมินฮยอนเป็นมากกว่านั้น แต่ตัวเขาเองก็มีแรงอยู่แค่นี้ 


          “เพราะพี่รู้ดีว่าระหว่างเรา ถ้าเปลี่ยนจากคำว่ารักนั้นไปเป็นอีกสถานะหนึ่ง"



          และตอนเขาหยุดเดินเพื่อพักเหนื่อย อีแดฮวีก็เดินเข้ามากอด

          กอดพร้อมกับว่าพี่น่ะยิ่งใหญ่เท่านี้เลยนะสำหรับโลกของเค้า โลกของเค้าาที่จะไม่คาดหวังในตัวพี่ แต่จะคอยยืนดูอยู่ตรงนี้เสมอ



          “มันจะไม่มีคำว่าตลอดไป"


          “อื้อ เพราะคำว่าตลอดไปสำหรับคนแบบเราน่ะ ไม่มีในเกาหลีใต้หรอก"


          “มีไม่ได้เพราะความฝันของพวกเราด้วย"



          การโตขึ้นหลังจากเดินลงมาจากจุดสูงสุดแล้ว อาจจะเจ็บปวดไปหน่อยสำหรับเด็กอายุสิบเก้า แต่มันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง



          “จะเที่ยงคืนแล้ว อธิษฐานพร้อมกันไหมพี่มินฮยอน"


          “ได้สิ"



          ถ้ามีพี่มินฮยอนอยู่ด้วย แค่มีอ้อมกอดกับรอยยิ้มที่พร้อมรับฟังเรื่องราวในแต่ละวันของเขา



          “ขอให้นิวอีสท์ได้แดซัง!”


          “ขอให้แบรนด์นิวบอยฮิตปรอทแตกไปเลย"



          แดฮวีหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินคำอธิษฐานยืดยาวของคนเป็นพี่ รอยยิ้มใจดีกับอะไรหลายๆ อย่างของคนตรงหน้า มันทำให้แดฮวีนึกถึงคุณพ่อบ่อยๆ



          “คำเปรียบเทียบอะไรของพี่เนี่ย"


          “ไม่เท่หรอ?”


          “ไม่อ่ะ โคตรลุงเลย"



          แต่แน่นอนว่าคุณพ่อของแดฮวีน่ะเท่กว่าเย๊อะะะะเลยxD



          “แดฮววววววววววี"


          “คุณลุงเลิกโวยวาย แล้วหันหน้ามาดีๆ ให้หนูกอดได้แล้ว"



          แต่ก็พิเศษที่สุดในโลกล่ะนะ ฮวังมินฮยอนของอีแดฮวีน่ะ รู้สึกขอบคุณตัวเองเสมอเลยที่อดทนมาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณตัวเองที่เปิดใจคนๆ นี้เดินเข้ามาในชีวิต ทั้งๆ ที่ตอนนั้นไม่อยากเปิดรับใครอีกแล้ว



          “ง่วงแล้วหรอ"


          “อื้อ"


          “ขอตุ๊บหัวอีกสิบทีก่อนได้ไหม"


          “ตุ๊บจนหัวจะล้านแล้วอ่ะ"


          “งั้นฟัดแก้มแทน"


          “โว้ยยยยยยยยยยยยย"



          อ่า..หรือจะคิดผิดกันนะ ตาลุงคนนี้น่ะติดสกินชิพจนน่ากลัว



          “เค้าขอฟัดแก้มโดราเอม่งคุงแทนนะ หมั่นเขี้ยวมานานละ"



          แดฮวีพลิกตัวขึ้นไปคร่อมคนตัวใหญ่กว่า ก่อนจะจุ้มผมบ็อบลงไปไถๆ ซอกคอคนเป็นพี่เหมือนทารกงอแงอย่างติดตลก ลุกขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะมองผลงานตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม …


          ฮวังมินฮยอนตอนนี้ดูไม่จืดเลยแฮะ



          “โอ้ยยย อย่ายืดแรงสิครับบบบบบบบ"



          ขอยืดแก้มอีกหน่อยน้า คุณโดราเอม้งงงง






THE AND





Please comment or tag #Shelterain101





Talk: เนื้อหาไม่มีไรเลย นอกจากอวยน้อง กับพี่น้องพูดคุยกัน ไม่รู้จะชอบกันไหม ;-; เราพึ่งเขียนแบบอิงวงครั้งแรก ถ้ามีข้อผิดพลาดอะไร ดีเอ็มมาบอกได้เสมอเลยนะคะ :) ส่วนการแต่งฟิคนั้นก็ชิปต่อไปค่ะ กัปตันให้โมเม้นมาเยอะแร้ว คุ้ยเอาได้ ฮรุกก (ถ้าพล็ดตมา ก็จะเข้ามาแต่งนะคับ)


เรื่อง Frozen Light ก็จะพยายามกลับมาแต่งให้จบเช่นกันค่ะ อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย เพราะจากตอนนั้นเหมือนมันเป็นทรอม่าเล็กๆในใจไปแล้ว .__. 

ขอบคุณที่ตามอ่านงานของเราจนถึงตอนนี้นะคะ:)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #213 Knnf (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:41

    พวกก้อนน้อย><

    #213
    0
  2. #212 ponthamon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 00:53
    ไรท์อย่าทิ้งเราไปไหนนะคะ จะติดตามต่อไปเรื่อยๆ ฮือ
    #212
    0
  3. #211 ponthamon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 00:52
    น่ารักที่สุดเลยแงง
    #211
    0
  4. #210 penguin is happy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 00:24
    นุ่มนิ่มไปหมดแล้วค่ะเราชอบเวลา2คนนี้อยูาด้วยดันมากๆมันดูนัวเนียเดี๋ยวซบเดี๋ยวกอดเดี๋ยวอุ้มพ่อไมโครเวฟของโลกใบนี้ ขอบคุณที่ตัวเองแต่งฟิคบรรยายดีๆในทุกๆคู่เลยนะคะหลังจากนี้เราก็จะยังกาวต่อไปไม่ว่าตัวเองจะยังแต่ฟิคอยู่มั้ยขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่กาวอย่างเหงาๆคนเดียวนะคะ
    #210
    0