[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 2 : [SF] Falling Rain II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,074
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    22 ต.ค. 60

[SF] Falling Rain II

Minhyun x Jonghyun, Dongho x Daehwi, Guanlin x Seonho












#Shelterain101

11,516 words

BG Music – 알레프 (ALEPH) - Fall in Love Again

https://www.youtube.com/watch?v=uKT9d6FDPbA


































Do not be angry with the rain;

it simply does not know how to fall upwards.”

- Vladimir Naabokov















*














“ฮื่อออ"




เด็กพาร์ทไทม์น้ำตาไหลออกมา หลังจากที่เขายืนหาวอยู่หลังเคาน์เตอร์มามากกว่าสิบครั้งเสียแล้ว บ่ายวันพุธเป็นวันที่เหมือนเป็นคำสาปสำหรับเขา ทำไมน่ะหรอ? ก็แทบจะไม่มีคนมานั่งแช่ในร้านเลยน่ะสิ จะมีก็แต่ลูกค้าที่สั่งเครื่องดื่มแล้วเดินออกไป


พี่มินฮยอนก็เอาแต่อบขนม กับเตรียมวัตถุดิบทำกับแกล้มของภาคดึก




จะให้เขายืนคุยกับตัวเอง มันก็จะเหมือนครั้งที่แล้วอีก แบบที่ว่ารู้ตัวอีกทีคุณลูกค้าที่เคยกินกาแฟแก้วแรกของเขาก็มายืนขำอยู่หน้าเคาน์เตอร์เสียแล้ว ซอนโฮจำได้ดีเลยว่าหลังจากนั้นเขาไปขอให้พี่มินฮยอนเอากระดิ่งไปติดที่ประตูร้านเพิ่ม


เพราะยูซอนโฮจะได้ยินเสียงเวลาคนเดินเข้ามาบ้างน่ะซี่!







กริ่ง


“Awaken ยินดีต้อนรับค้าบบบ"



เจ้าลูกเจี๊ยบเงยหน้าขึ้นไปทักทายลูกค้นคนใหม่ แต่แล้วเขากลับพบเพียงแค่ความว่างเปล่า



“หืม?”



ร่างโปร่งใช้คอยาวๆของตัวเองให้เป็นประโยชน์ในการสอดส่องหาลูกค้าคนนั้น จะบอกว่าลมพัดแรงจนประตูเปิดเองก็ไม่น่าใช่นี่นา?




“คุณลูกเจี๊ยบ"




เสียงทุ้มๆปนแหบที่เหมือนจะคุ้น แต่ก็ไม่คุ้น

แต่...ทำไมเขารู้สึกว่าเสียงมันใกล้ขนาดนี้นะ?




“เห้ย!!!!!!”




พนักงานคนเดียวของร้านร้องออกมาเสียงดังเมื่อพบว่าคุณลูกค้าหน้าตาดีมากๆคนนั้นกำลังยืนโดยมีระยะห่างจากกันไม่ถึงห้าเซ็นต์ ไหนจะมือใหญ่ๆนั้นที่ยื่นมาปิดปากเขาจนมิดเอง



“คุณ" ร่างสูงนั่นเข้ามาในฝั่งเคาน์เตอร์เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และตอนนี้ก็นั่งลงไปกับพื้นโดยไม่ได้บอกอะไรเขาเลย



“ผมขอหลบข้างในนี้แป๊ปนึงนะครับ"




ยังไม่ทันที่พนักงานพาร์ทไทม์จะได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไร เสียงกระดิ่งที่หน้าร้านก็บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นไปทักทายลูกค้าผู้หญิงกลุ่มใหญ่ที่ถือเลนส์กล้องอันใหญ่แบบที่ว่า ถ้ามันโดนหน้าเขาคงหน้ายุบไปเลยล่ะ



จริงๆซอนโฮก็ชินกับคนกลุ่มนี้อยู่แล้วล่ะ ก็ในเมื่อร้านของเขามันอยู่ในย่านบริษัทเพลงชื่อดังตั้งหลายค่ายนี่นา เอาจริงๆมันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เขาสมัครทำพาร์ทไทม์ร้านนี้น่ะนะ





ยูซอนโฮชอบร้องเพลง

แต่เขาไม่ได้อยากเป็นนักร้องหรือไอดอล





“เอาช็อคโกแล็ตเย็นสาม แล้วก็ชาเขียวเย็นหนึ่งค่ะ"


“ไอซ์ช็อคโกแล็ตสาม กับชาเขียวเย็นหนึ่งนะครับ ทั้งหมดเป็น 16,000 วอนครับ"


ซอนโฮยื่นมือออกไปรับเงิน ก่อนจะหันไปทำเครื่องดื่มต่อ เขาก้มลงมองผู้ชายที่สูงกว่าร้อยแปดสิบเซ็นต์ที่นั่งคุ้ดคู้อยู่ใต้เคาน์เตอร์อย่างน่าสงสารด้วยความไม่เข้าใจเท่าไหร่



“ให้ตายสิ พี่ควานลินนี่จะวิ่งหนีอะไรเร็วขนาดนั้นอ่ะ"


“นั่นดิ เมื่อกี้ยังเห็นหลังแว้บๆอยู่หน้าร้านเลย"


“แล้วทำไมวันนี้เดินอยู่แถวนั้นคนเดียวอ่ะ"


“ก็พี่เมเนไปกับพี่แดเนียลไง"



เสียงของสาวๆกลุ่มนั้นที่กำลังเถียงกันเข้าไปในประสาทการรับรู้ของพนักงานพาร์ทไทม์ทุกประโยค เขาพยักหน้าแสดงความเข้าใจตามไปด้วย เมื่อเขาสามารถจับใจความได้ว่าใครกำลังวิ่งตามใคร


และคนที่แขนขายาวที่นั่งขดตัวอยู่เป็นคนที่กำลังถูกล่า




เมื่อทำเครื่องดื่มทั้งหมดเสร็จแล้ว คนสดใสประจำร้านจึงเดินถือถาดเครื่องดื่มไปส่งที่โต๊ะผู้หญิงกลุ่มนั้นที่กำลังนั่งเม้ากันอย่างออกรสกลางร้าน


“เครื่องดื่มที่สั่งครับ นูน่า :)




ส่งยิ้มสดใสแบบที่พี่มินฮยอนสั่งให้ทำ พร้อมกับคำว่านูน่าที่ต้องใช้เสียงสาม (แบบที่พี่มินฮยอนบอกว่าทำแล้วเขาจะได้ลูกค้าประจำ และยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นหมายถึงสวัสดิการที่ดีขึ้นของเขา)




“อ๋า...”




เสียงประสานแบบล่องลอยของผู้หญิงอายุเยอะกว่าเป็นสิ่งที่ซอนโฮค่อนข้างคุ้นเคย จะบอกว่าเขาเป็นคนใสๆไม่เก่งเรื่องอะไรแบบนี้ก็ไม่ใช่


ในเมื่อช่วงนึงเขาก็ได้เรียนวิธีมัดใจคนมาเหมือนกัน




“ขอบคุณค่ะ น้อง…?”


“ซอนโฮครับ นูน่า :)”




เขาช้อนตาขึ้นเลยน้อย ก่อนจะยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง




“วันนี้มี apple crumble เป็นเมนูพิเศษด้วยนะค้าบบ...”


“พี่เอาค่ะๆๆ"


“พี่ด้วยๆ"




เจ้าลูกเจี๊ยบยิ้มออกมาเมื่อพี่สาวทั้งหลายพากันแย่งสั่ง เขายิ้มก่อนจะคุยอะไรด้วยต่ออีกหน่อย แล้วจึงขอตัวมาจัดขนมไปเสิร์ฟ





“ย่า!”



เสียงเรียกที่ไม่เบาแต่ก็ไม่ได้ดังมาก ดังขึ้นจากข้างล่างเคาน์เตอร์ และนั่นก็ทำให้เขาคิดได้ว่าเผลอทำให้คุณลูกค้าคนดังลำบากเสียแล้วสิ



มือเรียวเดินไปหยิบแก้วมัคประจำตัวออกมา ทำเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล้ว เจ้าลูกเจี๊ยบเหลือบตามองนูน่าโต๊ะนู้น ที่กำลังแข่งกันจ้องเขาด้วยความขำ



ร่างโปร่งทรุดตัวลงนั่งยองๆ ยื่นแก้วมัคลายวินนี่ห์เดอะพูห์ไปให้คนที่กำลังขดขานั่งด้วยความยากลำบาก




“อ่ะ ดื่มนมร้อนแล้วงีบรอก่อนนะครับ"



ซอนโฮกำลังพยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ เมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเหงื่อ




“ผมลืมไปจริงๆว่าคุณแอบอยู่ .. มันติดเป็นนิสัยน่ะ ฮ่า"



“อื้อ..ก็ผมวิ่งเข้ามาหลบเองนี่นา"





ซอนโฮเอื้อมมือยาวๆไปดึงกระดาษทิชชู่บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะส่งมันมาให้อีกฝ่าย



“ยืดขาออกมาก็ได้นะครับ ถ้ามีคนมาสั่งอะไรเพิ่ม เดี๋ยวผมจะเตะขาคุณเป็นการให้สัญญาณ ฮ่าๆ"



ให้ตายสิ..


ไลความลินคิดถูกจริงๆใช่ไหมที่วิ่งเข้ามาหลบในนี้?









กลายเป็นว่าซอนโฮไปนั่งคุยกับนูน่ากลุ่มนั้นแก้เหงาแทน จนผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกนูน่าก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะไม่มีใครรายงานว่าเห็นเป้าหมายของพวกเธอเลย



พนักงานพาร์ทไทม์เดินไปส่งลูกค้า(ประจำกลุ่มใหม่)ถึงหน้าร้าน ก่อนจะเดินกลับมาประจำตำแหน่งตัวเอง เขาอดขำกับภาพคนตัวสูงที่นอนยืดขาออกมา มือก็กอดแก้วมัคสีเหลืองมัสตาร์ดไว้แน่นๆ


มันน่าตลกจนซอนโฮอดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้เลยล่ะ




“ความลิน .. คุณความลินครับ"




พนักงานคนเดียวของร้านนั่งยองๆ ใช้แขนทัั้งสองข้างโอบรอดขาตัวเองไว้ เอียงคอมองภาพอีกฝ่ายที่หลับสนิทเพราะความเพลีย เขาไม่อยากรบกวนเวลานอนอีกฝ่าย แต่ถ้าคุณความลินยังนอนท่านี้ต่ออีก อีกฝ่ายต้องตื่นมาพร้อมอาการปวดทั้งตัวแน่ๆ



“คุณควานลินครับ"



คราวนี้เขายื่นมือไปสะกิดด้วยขณะเรียกชื่ออีกฝ่าย




“อื้อ มือ..จับมือหน่อย"




ซอนโฮหัวเราะออกมา เมื่อพบว่าไอดอลตรงหน้าดูใส่ซื่อกว่าที่คิด เขาส่งมือออกไปให้อีกฝ่ายจับอย่างไม่คิดอะไรมาก และเมื่อคนที่ละเมอออกมาได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว ริมฝีปากหน้านั่นก็คลี่ออกพร้อมรอยยิ้มกว้าง


ไลคลานลิน...คนที่เป็นหน้าตาของวงเนี่ย

ก็ยังเป็นเด็กเหมือนกับเขาแหละนะ…?




“เห้ยยย ขอโทษครับ โอ้ยย"




นั่งจับมือกันไปซักพัก อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างแรง จนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนนั่นกระแทกกับเคาน์เตอร์เสียงดังลั่นร้าน



พวกเขามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา ซอนโฮลุกขึ้นหลังจากที่นั่งยองๆมานาน จนเริ่มรู้สึกปวดขา เมื่อลุกขึ้นมายืนได้แล้วก็ไม่ลืมจะส่งมือมาช่วยดึงให้คนที่นั่งกับพื้นเป็นชั่วโมงลุกขึ้น




“พวกนูน่าออกไปซักพักแล้วล่ะครับ"


“อ๋า...ขอบคุณมากนะครับ แล้วก็ขอโทษที่รบกวน"


“ด้วยความยินดีครับ"


เขามองตามแผ่นหลังกว้างๆของคนดังพร้อมรอยยิ้ม

และในจังหวะที่อีกคนจะก้าวออกจากร้าน



“คุณควานลินครับ!”



เสียงใสๆที่ตะโกนเรียกชื่อเขา เรียกรอยยิ้มจากเจ้าของชื่อได้ไม่ยาก เขาหันกลับมามองอีกฝายอย่างตั้งใจ



“เอ่อ..ผมขอ..?”



คนดังอดที่จะยิ้มออกมากว้างๆไม่ได้ เมื่อเขาพอจะเดาประโยคต่อมาของพนักงานคนน่ารักตรงหน้าไม่ได้ ขายาวๆนั่นก้าวเดินกลับไปหาพนักงานพาร์ทไทม์ตัวสูง



“ครับ?”













“ช่วยเซ็นต์ลายเซ็นต์ไว้ให้ทางร้านหน่อยได้ไหมครับ!”




ความลินพยายามฝืนยิ้มต่อ ขณะที่ก้มลงไปมองกระดาษเอสี่สีขาวที่อีกฝ่ายยื่นออกมาตรงหน้า



“ด..ได้สิครับ:)”



ให้ตายสิ..คิดไปถึงไหนแล้วนะไลควานลิน…









ถ้าพี่มินฮยอนรู้ว่ายูซอนโฮตกลูกค้าประจำกลุ่มใหม่ได้

ไหนจะลายเซ็นต์จากไอดอลคนดังอีก ..




มื้อเย็นของซอนโฮคนนี้จะเป็นซี่โครงตุ๋นหรือเปล่าน้าาาาา :)



















*




















        





ฮวังมินฮยอนเป็นเพื่อนสนิทของคิมจงฮยอน

และคิมจงฮยอนก็เป็นเพื่อนสนิทของฮวังมินฮยอน




มันเป็นความจริงที่เพื่อนในกลุ่มมัธยมและมหาลัยของพวกเขารู้ดี



และจนถึงตอนนี้มันก็ยังคงเป็นความจริงที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงอยู่ดี









“ตื่นแล้วหรอ?”



เสียงทุ้มๆที่เขาชอบฟังในทุกๆช่วงเวลาของวันเสมอ ทั้งตอนตื่นขึ้นมา ตอนกำลังเหนื่อย ตอนที่กำลังมีความสุขที่สุด หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาก่อนที่จงฮยอนจะตกลงไปในห้วงแห่งความฝัน




“อื้อ"


คนตัวเล็กคลำทางไปหาคนที่กำลังยืนทำความสะอาดเครื่องบดกาแฟอยู่ นัยน์ตาที่มินฮยอนเคยบอกว่าเป็นดวงตาที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา กำลังเจอปัญหาหนัก



ใช่ จงฮยอนลืมตาไม่ขึ้น เพราะเมื่อเช้าเขากลับไปอ่านหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดซ้ำ- ฉากที่เอสตายนั่นแหละ


และไม่ว่าจะกี่ครั้ง คิมจงฮยอนก็ยังร้องไห้ให้กลับเรื่องเดิมๆ




“หืม ตื่นตั้งนานแล้วแต่ไม่ยอมลงมากินข้าวเพราะอ่านการ์ตูนอีกแล้วใช่ไหม"



คนที่ถูกเดาทางได้ รีบก้มหน้างุดทันที- ให้ตายสิ เขาต้องโดนมินฮยอนบ่นยาวอีกแล้วแน่ๆ



“เดี๋ยวก็ปวดท้องอีกหรอก นี่ไม่รู้ใช่ไหมว่าเราวางแซนวิชกับนมไว้บนโต๊ะให้แล้ว"


“...”


“เห้อ ไหนมาดูอาการสิ"




คนที่เอาแต่บ่นได้แต่ทำตาอ่อนลงเมื่อพบว่าอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้างุดๆ มือใหญ่ๆนั่นสัมผัสลงบนใบหน้าที่เขาไม่เคยเบื่อที่จะมอง ใช้นิ้วหัวแม่โป้งค่อยๆปัดขี้ตาของคนขี้แย ดูก็รู้ว่าร้องไห้จนเผลอหลับไปแน่ๆ





มินฮยอนยิ้มออกมาเมื่อพบว่าใบหน้าสวยนั่นขึ้นสี มันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยซักนิด คิมจงฮยอนที่ยังขี้อายกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ ทั้งที่ๆเขาก็เห็นตัวตนของอีกฝ่ายมาหมดทุกรูปแบบแล้ว ตั้งแต่เด็กเฟี้ยว เด็กติดเกมส์ที่โตขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นแหล่งกำลังใจของอีกฝ่าย




และคิมจงฮยอนที่เคยแตกสลาย





“นานะ?”


“ม่ายยย"


“วันพีซ?”


“อื้อออออ"


“ฮ่าๆ"




บาริสต้าคนเก่งดึงอีกคนเข้ามากอด เมื่อเขาเดาถูกว่าหนังสือการ์ตูนตัวดีที่ทำให้ผู้ใหญ่ตัวเล็กกระจิดริดนี่ร้องไห้คือเรื่องไหน ใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นซุกลงกับแผ่นอกที่ยังคงทำให้จิตใจเขาสงบเสมอ


“วันหลังตื่นแล้วก็ลงมาข้างล่างซี่ ซอนโฮบ่นคิดถึงนายจนฉันลืมไปแล้วว่าใครเป็นเจ้านายกันแน่"


“ซอโนๆๆๆๆๆ"




คนตัวเล็กดีดตัวออกทันทีที่ได้ยินชื่อเจ้าเด็กคนโปรด นัยน์ตาเศร้าๆนั่นหายวับไปอย่างรวดเร็วจนมินฮยอนอดจะส่ายหน้าออกมาไม่ได้ เขามองภาพผู้ชายที่สวมสเวตเตอร์สีขาวที่ยืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ อีกฝ่ายใช้ขอบเสื้อที่กินมือนั่นแทนแผ่นรองความร้อนจากกาแฟแก้วแรกของวัน





“นี่ จงฮยอน"



เสียงของมินฮยอนก้องกังวาลกว่าปกติ นั่นอาจเป็นเพราะตอนนี้เขากำลังพิงที่อกของอีกฝ่ายล่ะมั้ง



“อื้อ?”




“ไม่เบื่อใช่ไหม"




ฮวังมินฮยอนเป็นคนที่ไม่เคยพูดอะไรออกมาตรงๆ นั่นอาจจะเป็นข้อเสียสำหรับคนอื่น แต่มันกลับเป็นสิ่งที่คิมจงฮยอนชอบที่สุดในตัวอีกฝ่าย



อาจเพราะตัวเขาเองน่ะถึงจะชอบพูดอะไรออกมาตรงๆ แต่เขากลับไม่ชอบฟังคำพูดที่ตีความไม่ได้ คำพูดที่มันตรงจนดิ้นไม่ได้




“อื้อ"


แขนเสื้อสเวตเตอร์สีขาวตัวเก่งเปลี่ยนมาโอบรอบเอวหนา กลุ่มผมสีดำสนิทถูไปกับแผ่นอกนั่นอย่างออดอ้อน




“ถ้าเป็นมินฮยอนล่ะก็นะ"


“...”


“เรารอได้เสมอแหละ"





และคิมจงฮยอนก็ยังคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฮวังมินฮยอนยิ้มออกมาเสมอ

เขากระชับอ้อมกอดที่มีเจ้าตัวขี้อ้อนนี่ให้แน่นขึ้น



“อย่าทิ้งเราไปนะ"





มันเป็นน้ำเสียงออดอ้อนแบบที่มินฮยอนไม่เคยใช้มันกับคนอื่น ไม่แม้แต่กับแฟนเก่า


แต่มันก็เป็นความจริงท่ีเขาพึ่งรู้ตัวหลังจากช่วงเวลานั้น





“เราเคยทิ้งมินฮยอนด้วยหรอ?”



น้ำเสียงที่ออดอ้อนแต่ทว่าหนักแน่น จนมันคลายทุกความไม่มั่นใจของเขา





“ไม่.. นายไม่เคยปล่อยมือเรา"





มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่หวือหวา

มันอาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่น่าเบื่อในบางครั้งที่เราเผลอเอามันไปเปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ของคนอื่น





“ไม่แม้แต่วันที่เราเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวนายแตกสลาย"





จงฮยอนหัวเราะออกมาเมื่อมันดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ตอกย้ำซ้ำๆในใจคนที่เขารัก

และบางทีมันอาจจะถูกตอกย้ำซ้ำๆอยู่ในใจมินฮยอนมากกว่าความจริงที่ว่า



คิมจงฮยอนรักฮวังมินฮยอนด้วยทั้งหมดของหัวใจ









“ต่อให้จะแตกสลาย"



เขาส่งยิ้มที่คิดว่าสดใสที่สุดให้คนตัวสูงกว่า






“แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความสุขนี่นา :)”






ดวงตาที่สวยที่สุดเท่าที่มินฮยอนเคยพบมา..

กลายเป็นดวงตาที่เศร้าที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาเช่นกัน..




และสาเหตุที่มันกลายเป็นแบบนั้น..

มันเป็นเพราะเขาเอง.. ฮวังมินฮยอน




คนที่ยังดื้อด้านจะอยู่ตรงนี้















*













ผ่านมากว่าห้าวันแล้วที่ คังดงโฮ ผู้ชายคนนั้นมาฟังเขาเล่นดนตรีทุกวัน แดฮวีไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายติดใจอะไรเขานัก เขาถึงขนาดขอแลกเวรกับพี่เซอุนให้มาเล่นกะเขาแทนแล้ว เผื่อว่าผู้ชายคนนั้นจะหันไปตื้อพี่เซอุนแทน



แต่ก็ไร้ประโยชน์ ..




ที่นั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์พร้อมกับแก้ววิสกี้ ยังเป็นที่ๆคนๆนั้นมองเขาเล่นดนตรีเสมอ




“สวัสดีครับ"





แดฮวีไม่ใช่คนไร้มารยาท เขาเดินมาทักทายคนอายุมากกว่าทุกครั้ง ถึงแม้ว่าคนตัวเล็กจะไม่ได้ตอบรับคำขออีกฝ่ายก็เถอะ ไปๆมาๆ มันเหมือนกับว่าแดฮวีเป็นคนชวนผู้ชายคนนี้คุยด้วยซ้ำ



เพราะถึงจะบอกว่าอยากชวนเขาไปเป็นศิลปินก็เถอะ แต่หลังจากวันแรกอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย นอกจากนั่งมองเขาเล่นเปียโนและร้องเพลงจากที่ไกลๆ และนั่นมันทำให้เขาไม่อึดอัด




แดฮวีชินเสียอีกเวลาที่เงยหน้าจากเปียโนหลังใหญ่ แล้วพบกับนัยน์ตาที่ดูตกหลุมรักดนตรีของเขาจนสุดหัวใจนั่น


แต่ก็เพราะดวงตาแบบนั้นอีกนั่นแหละ ที่ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย จนทำให้เขาหัวใจเต้นเร็วขึ้น




“สวัสดี"


เสียงนุ่มๆนั่นดูไม่เข้ากับใบหน้าเคร่งขึมนั่นเลย แต่แดฮวีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเสียงที่ไพเราะจนเขาอยากจะได้ยินมันบ่อยๆ




“อย่ากินเหล้าใส่่น้ำแข็งสิ มันไม่ดีต่อคอนายนะ"




คนถูกดุเหยียดยิ้มออกมา มือเรียวสวยนั่นโคลงแก้วเหล้าไปมา นัยน์ตาที่มีความเศร้าเป็นส่วนประกอบนั่นเป็นสิ่งที่ดูไม่เข้ากับใบหน้าที่ควรจะสดใส




“คุณรู้ไหม" หมดแก้ว..แอลกอฮอล์นั่นไหลลงคอที่ก่อให้เกิดเสียงร้องที่สะกดคังดงโฮเอาไว้ "บางทีผมก็เกลียดการที่เสียงของผม … ที่มันทำให้ใครหลายคนตกหลุมรัก"



“...”



“แต่ผมก็ชอบนะ ในเมื่อผมก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไร มันก็ยุติธรรมแล้วที่พระเจ้าให้เสียงนี่มา"







เงียบ..

มันเป็นความเงียบที่ผสมความโกรธ? สีหน้าทะมึงทึงที่ปรากฏบนใบหน้าคมนั่นทำเอาแดฮวีรู้สึกขนลุกขึ้นมา เหมือนกับว่าเขาพูดอะไรที่ไม่สมควรพูดออกมา




พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันต่อ จนกระทั่งพี่จงฮยอนหันมาส่งสายตาเป็นเชิงให้เขาออกไปเล่นได้แล้ว แดฮวีถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้




และมันเป็นจังหวะเดียวกับที่คนข้างๆเขาลุกขึ้นเหมือนกัน มือหนานั่นจับข้อมือเขาไว้ ก่อนจะออกแรงกดให้คนตัวบางกว่านั่งลงไปแบบเดิม





“อย่าดูถูกตัวเอง"


“...”


“ทำไมล่ะ? ทั้งๆที่คนอื่นๆน่ะเห็นค่าในตัวคุณขนาดนี้"


“...”


“ทั้งๆที่ตัวผมคนที่ไม่รู้จักคุณ ยังมองเห็นคุณค่าของเสียงคุณ และตัวคุณขนาดนี้"


“...”


“อย่าเอาความหลังอะไรก็ตามมาทำลายคุณค่าของตัวคุณแบบนี้"


“...”


“คนที่หันหลังให้คุณแล้ว เขาไม่มารับรู้ความเจ็บปวดของคุณหรอกนะ"






แดฮวีไม่เห็นหรอก ว่าคนที่พูดประโยคเหล่านั้นกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ เขามองเห็นเพียงแต่สวยตาดุๆของพี่จงฮยอนที่ส่งมา ไม่รู้ว่าบาร์แห่งนี้ไร้เสียงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขารับรู้ได้ถึงสายตาของคุณคิม..พนักงานบริษัทที่มักจะขอบคุณแดฮวีเสมอ



และอีกคนที่เคยเดินมาขอบคุณ...ที่เขาร้องเพลงปลอบใจ



มันเป็นสิ่งที่อีแดฮวีเกือบลืมไปเสียสนิท ..









เสียงเปียโนที่ดังขึ้นทำให้นักดนตรีคนเก่งประจำร้านหันมอง คอร์ดเปียโนที่คุ้นเคยนั่นทำให้เขาอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ เพลง Gravity เป็นเพลงที่ทำให้คนๆนั้นมาชวนแดฮวีเขาสังกัด



เพลงที่ตอนนี้ถูกเล่นโดยใครอีกคนน่ะ ถูกถ่ายทอดด้วยเสียงที่ไพเราะอย่างที่เขาเคยคิดไว้เลยล่ะ มันเป็นโทนเสียงที่เศร้าแต่ก็เจือไปด้วยความหวัง เนื้อเพลงไม่ได้ถูกเปลี่ยน ตัวโน๊ตไม่ได้ถูกเร่ง สิ่งที่ถูกเปลี่ยนมีแค่โทนเสียงที่ถูกใช้เท่านั้น


และมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่แดฮวีจะตีความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อออกมา





“Set me free, leave me be

I don't want to fall another moment into your gravity





ว่าบางที่เราการตกลงไป ลอยละล่องในกาแล็กซี่ที่ไร้โน้มถ่วง

ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเสียเส้นทางหลักที่เคยเดิน



ถ้าต้านทาน- เดินกลับมาไม่ไหว




บางทีเราก็แค่มองหาเส้นทางอื่น

หรือสร้างมันขึ้นมาเองก็แค่นั้น





“แค่นายกล้าพอที่จะเลือก"






เสียงทุ้มที่ดังขึ้นผ่านไมค์นั่นช่วยตอกย้ำว่าแดฮวีคิดถูก


เขาไม่ได้ตอบอะไร นอกจากส่งยิ้มกลับไปให้คนที่ทำหน้าที่เป็นนักดนตรีแทนเขาหนึ่งวัน




แต่นั่นก็ดีแล้ว เพราะอีแดฮวีต้องใช้สมาธิในการแก้ปัญหาที่เขาปล่อยทิ้งไว้มาเสียนาน

และเสียงของคนๆนั้นก็ช่วยให้ใจเขาผ่อนคลายขึ้นอย่างน่าประหลาด :)















คังดงโฮ..ผู้ชายคนนั้นยังเดินมาส่งเขาเงียบๆเหมือนเดิม เส้นทางเดิมๆที่พวกเขาเคยเดินผ่านด้วยกันมาหลายครั้ง ไฟถนนสลัวๆนี่ไม่น่ากลัวอีกต่อไปเมื่อคนตัวใหญ่เบิ้มเดินมาด้วย(ถ้าเทียบกับแดฮวีล่ะก็นะ)



      "นี่.." แดฮวีตัดสินใจพูดบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในใจออกไป "คุณดงโฮ"



  "ครับ?" พวกเขาไม่ได้หยุดเดินเพื่อสบสายตากัน



      "ทำไมต้องเป็นผมเท่านั้นหรอ?"​



      คนร่างหนากว่าหยุดเดิน และนั่นก็ทำให้เด็กที่เอ่ยคำถามเมื่อครู่ออกไปไม่ได้ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าด้วย

        คังดงโฮคนนี้ไม่ได้มีนัยน์ตาที่อบอุ่นเหมือนใครอีกคน



      มันเป็นดวงตาคู่ที่ทำให้แดฮวีรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายก็ผ่านอะไรมามากเหมือนกัน มันเต็มไปด้วยความตัดพ้อ เหนื่อย แต่ทว่ากลับมีความไม่ยอมแพ้อยู่ในนั้นด้วย




      "เพราะคุณมีดวงตาคู่ที่เศร้าที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา"



      อีแดฮวีหลุดหัวเราะออกมา เมื่อเขายังจำได้แม่นว่าตัวเขาในอดีต..คนนั้นไม่ได้เป็นแบบนี้



        "แต่ก็เคยมีคนบอกว่าดวงตาผมน่ะเป็นประกายสดใสที่สุดเหมือนกันแฮะ"



       คังดงโฮไม่ได้หัวเราะออกมา เหมือนกับที่เขากำลังทำอยู่



       "ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็คือตัวนายนั่นแหละ อีแดฮวี เพียงแค่นายโตขึ้น และดวงตาสวยๆคู่นั้นก็รู้จักการแสดงความรู้สึกแบบอื่น"




      อีกฝ่ายเพียงแค่ยื่นมือใหญ่ๆนั่นมาตรงหน้า





      "จับมือผมไว้้ แล้วจะก้มหน้าเดินก็ได้"





        เสียงหัวเราะดังออกมาอีกครั้งเมื่อแดฮวีพบว่าคนๆนี้ก็อบอุ่นเหมือนกัน ถึงการกระทำเหล่านั้นจะแข็งๆก็เถอะ เขาปล่อยให้อีกฝ่ายจูงมือตัวเองไป ก้มหน้าเดิน เผื่อว่าดวงตาของตัวเองจะผลิตเม็ดฝนขึ้นมาอย่างกระทันหัน





แดฮวีไม่แน่ใจว่าเขาใช้เวลาทบทวนการตัดสินใจนี้ทั้งหมดดีหรือยัง แต่ความจริงที่ว่าเขาตกหลุมรักดนตรีของคนๆข้างนี่เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ เขาชอบการนำเสนอเนื้อเพลง การหยุดและเร่งจังหวะการเล่นเปียโน มันพอดีกับสิ่งที่เขาอยากทำจนคนตัวเล็กลืมทุกกำแพงที่เคยตั้งขึ้นมา



คนตัวบางที่เอาแต่เดินก้มหน้าตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมาเพื่อพูดบางอย่างที่สำคัญกับผู้ชายประหลาดคนนี้






ผิด

แดฮวีคิดว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดและโง่เขลา แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแดฮวีคนโง่ๆนั่นกำลังดีใจ



เพราะการเงยหน้าขึ้นมามันทำให้เขาพบกับใบหน้าของใครบางคนที่แดฮวีหยุดคิดถึงไม่ได้







“แดฮวีย่า"





เสียงเรียกที่ยังดังก้องทุกครั้งที่คนตัวเล็กหลับฝัน แต่คราวนี้มันเหมือนจริงจนเขาอดไม่ได้ที่จะหวังอีกครั้ง

      และเขาก็สมหวัง ... เพราะคนที่เขานึกถึงตลอดกำลังยืนอยู่ตรงหน้า



อีกแล้ว..

มันเหมือนครั้งแรกที่เขาเจอคนๆนี้


ตอนที่ดอกซากุระร่วงโรยลงมาเป็นครั้งแรกในรอบปี





“ฮยอง"





เพียงแต่คราวนี้..ที่เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง

สิ่งที่ตกลงมาจากฟ้านั่นไม่ใช่ดอกไม้แห่งฤดูใบไม้ผลิ



แต่เป็นหยาดน้ำที่ช่วยพรางความอ่อนแอของแดฮวี

ปกปิดตัวตนของอีแดฮวีที่ยังเป็นคนโง่ในเรื่องของสิ่งที่เรียกว่าการหยุดรัก



ปกปิดมันจาก..



คนที่มีชีวิตอยู่ในความทรงจำ

คนที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในทุกความฝันของเขา







“มินฮยอนฮยอง"





ราวกับถูกดูดเข้าไปในหลุมดำที่เขากำลังจะคลานออกมาได้

โดนดึงกลับไปยืนในจุดๆเดิม



กลับไปตกหลุมรักคนๆเดิม

คนที่มีนัยน์ตาที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจเสมอ



คนที่ยังส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นมาให้ในวันที่ฝนกำลังตก








“ยังชอบเดินตากฝนเหมือนเดิมเลยนะ"








ร่างกายที่เขาโหยหาถึงมากที่สุดเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

พร้อมกับร่มสีดำที่ดูน่าคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด



ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความหอมหวานในอดีตประดังเข้ามาในช่วงวินาทีสั้นๆ

มันอบอุ่นจนทำให้เขาอยากล้มลงไปกับพื้นเย็นๆที่เปียกน้ำพวกนี้



เผื่ออย่างน้องมันจะทำให้อีแดฮวีตื่นจากความฝัน







“ครับ"








ความฝันที่บอกว่าฮวังมินฮยอนยังไม่ได้จากเขาไปไกล

ความเชื่อที่ว่าวันหนึ่งอีกคนหนึ่งอาจจะวิ่งกลับมาหาเขา


อีแดฮวีที่เคยนั่งรอใครคนนั้นอีกเกือบสองปี










“แต่ตอนนี้พี่กำลังถือร่ม"










มันคงเป็นรอยยิ้มที่ประหลาดน่าดู แต่คนตัวเล็กก็พยายามที่สุดแล้วในการปั้นรอยยิ้มที่อีกคนเคยบอกว่ามันสวยหนักสวยหนา


พยายามส่งมันไปให้คนที่เป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกอย่าง

คนที่เขาอยากให้อีกฝ่ายได้รับเพียงแต่ความสุข



เพราะแบบนั้นเขาได้แต่หวัง..ว่าสายฝนที่แดฮวีชอบมันนัก

จะช่วยเบลอรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวนี้ ไม่ให้ฮวังมินฮยอนรู้สึกถึงความเศร้า








“เพราะงั้นพี่คงไม่ชอบเดินตากฝนแบบผมแล้ว"









หยดน้ำฝนอุ่นๆไหลผ่านใบหน้าเล็กนั่น เขายิ้ม

ยิ้มให้กับการกระทำโง่ๆของตัวเอง



ยังโง่เขลาเหมือนเดิมเลยนะ

อีแดฮวี




อีแดฮวีที่ไม่เคยโตขึ้นซักวินาที

หลังจากคนที่เคยมองเขาเติบโตไปในทุกๆก้าว




คนที่เดินจากไปพร้อมร่ม

และทิ้งเขาไว้กับสายฝนที่สาดลงมา















I always like walking in the rain,

so no one can see me crying.”

(ผมชอบเดินตากฝน

เพราะมันทำให้หยาดน้ำตาของผม

กลายเป็นแค่หยดหนึ่งของสายฝน)

- Charlie Chaplin












TBC







Please comment or tag #Shelterain101









Talk : น้องแดฮวี ;_____; แต่งไปกะปาดน้ำตาไป สงสารลูก ฮื่อออ สงสารยัยเจด้วย .___.

คราวหน้าพาร์ทมินเจ แบคฮวี จะเยอะกว่า หลินโฮนะคะ 

      (พอแต่งรวมแบบนี้แล้วแอบแบ่งพาร์ทยากง่ะ เพราะมันต้องพาลาเรลกัน ;___;)

      ละพี่ดงโฮก็ค่ะ..ยืนตากฝนเป็นอากาศไปเรย ฮื่อออ ค่าตัวแพงมาก นานๆทีพี่จะพูดที ถถถ

คือขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นคนอัพฟิคช้าค่ะTT เป็นคนแต่งนาน (แต่ตอนนึงกะยาวอยู่เด้อ) เราจะไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่ๆค่ะ แต่บางทีก็ต้องบิ๊วตัวเองนานๆเหมือนกัน ฮึบบบบ ;____;

ทุกๆคอมเม้นคือกำลังใจชั้นดีสำหรับเราในการเขียนมันต่อเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ ><



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #124 maypmv (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 13:14
    ตอนเริ่มบทนี้มาเปิดด้วยคู่หลินโฮคือน่ารักมากค่ะ ดูแบบสดใส แต่พอเริ่มเข้าคู่มินเจกับแบคฮวีความหน่วงก็ซัดมาเต็มที่มาก เดาไม่ยากเลยว่าจงฮยอนเคยแตกสลายเพราะเรื่องอะไร ไม่ว่ายังไงจงฮยอนก็ยังรักมินฮยอนเสมอมา แล้วมินฮยอนล่ะตอนนี้มั่นใจในความรู้สึกตัวเองหรือยัง สงสารคนที่รอ ส่วนแดฮวีก็น่าสงสาร ในที่สุดก็ได้กลับมาเจอมินฮยอนนะ แต่มินฮยอนก็เปลี่ยนไปแล้ว ส่วนแดฮวีน้องยังปล่อยความรู้สึกนั้นไปไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าแบคโฮจะทำให้แดฮวีหลุดพ้นจากวังวนความเศร้าซะที
    #124
    0
  2. #117 Knight JR (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 23:47

    บีบหัวใจจัง ;-; พี่ดงโฮช่วยน้องฮวีด้วยนะ แง มินเจดูหน่วงๆ และเศร้า ส่วนน้องเจี๊ยบหนูคือความสดใสมากลูกไปแกล้งเค้า55555.

    #117
    0
  3. #108 punngirigiri (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 23:44
    เราเชื่อใจในคู่ของเรา แต่สงสารแดฮวีจังเลย หยุดรักเค้ายากใช่มั้ย สองปีมันนานมากเลยนะ แต่เค้าอยู่ใกล้ตัวมากเลย ฮืออออออ ถ้านี่ไม่ใช่มินเจ เราก็อยากจะเชียร์แดฮวีให้สมหวัง แต่ๆๆๆ เรื่องนี้มีพี่ดงโฮ ฮืออออ ดังนั้น พี่ดงโฮคะ ช่วงเยียวยาน้องแดฮวีของเราด้วยนะ พลีสสสส แต่ก็ขอสงสารยัยเจด้วยอีกคน จงฮยอนก็เคยแตกสลายมาแล้ว ก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องอะไร ฮืออออ ตอนนี้มันโอเคแล้วหรือยังนะ ความรู้สึกของจงฮยอนตอนนี้อ่ะ รอด้วยความรู้สึกไปในทางบวกใช่มั้ย จงฮยอนอาาา แต่มินฮยอนก็อบอุ่นจัง ส่วนหลินโฮนั้น น่ารักมาก เจี๊ยบน่ารักจริงๆ สดใสเป็นทานตะวันเลยลูกกก ชอบเรื่องแบบนี้มากๆเลยค่ะ จะตั้งใจอ่านทุกบรรทัดอย่างดี
    #108
    0
  4. #86 dulcimerkj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 02:04
    ฮือพี่ดงโฮเงียบมากจริงๆ ค่ะ ลืมไปว่าอยู่ตรงนั้นด้วย5555555555 น้องซอนขายเก่งงงง การตลาดก็เก่ง เอ็นดูน้องและสงสารคุณไอดอลไปในเวลาเดียวกัน5555555 คู่มินเจนี่รู้สึกเศร้าลึกแปลกๆ นะคะทั้งที่ดูพัฒนาเร็วกว่าคู่อื่น แง
    #86
    0
  5. #69 junieelee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 10:28
    เรื่องน่าติดตามขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ เราชอบเรื่องความสัมพันธ์นะคะ แล้วยิ่งหน่วงๆบีบหัวใจแบบนี่ยิ่งเศร้าเลยค่ะ แต่ยอมรับว่าสนุกมากๆ ภาษาก็สวยมากด้วย เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะคะ จะคอยติดตามต่อไป
    #69
    0
  6. #44 LoveD.O. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 23:36
    ถ้าถูกน้องซอนโฮเรียกว่านูน่าบ้าง นี่คงเหมาร้านของพี่มินฮยอนอ่ะค่ะ โอ๊ยยยลูกกกกก
    #44
    0
  7. #32 M.Choc_Parfait (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 16:37
    โอ้โหหห หลินโฮคือยาใจเลยค่ะ อึมครึมไปสองคู่ ฮืออออ
    #32
    0
  8. #27 ngampisut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 10:33
    อ่ะ สมองหมุนติ้วเลยค่ะตอนนี้ หน่วงกัรไปหมด (ยกเว้นลินโฮ) คือไรอ่ะ เจชอบมิน แต่มินไปคบแดฮวี แล้วเลิกกันมาคบเจงี้ แต่แดฮวีก็ยังทำงานอยู่งี้อ่อ แล้วที่บอกว่าเจแตกสลายนี่ เพราะมินอ่อ หูยยยยยย รออ่านเลยค่ะ
    #27
    0
  9. #17 .Jaybb_R (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 01:07
    ้เจี๊ยบเอ้ยยยยยยย น่ารักน่าหยิกจริงๆ555555 แต่พาทมินเจ แบคฮวีนี่คืออะไร ยังไงกันแน่
    #17
    0
  10. #16 NlvK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:01
    หลินโฮน่ารัก เหมาะกับความสดใส และเด็กๆของทั้งคู่ ชอบบบ ชอบมากๆ
    ส่วนมินเจ หวี เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หวีเป็นแฟนเก่า แต่จริงๆมินเจรักกันใช่ไหม แงงงง
    #16
    0
  11. #15 qqwwwqq (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 01:31
    หวีเปนแฟนเก่าหรอ หรือไงอะ เอ้างงเด้อ รออต่อไปปปปปปป ไม่อยากให้เศร้าเลยยยยยย
    #15
    0
  12. #13 Mmmiiinnn000 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:41
    นอกจากเจี๊ยบแล้ว ทุกคนดูมีความดราม่าที่ทับซ้อนกันอะ แง กลัวแล้ว แต่ชอบความสัมพันธ์แบบนี้ของมินเจนะ รู้สึกว่ารักกันมากถึงแม้ไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนกัน
    #13
    0
  13. #12 Starryday (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:58
    อะไรอ่าาาา มินเจมีอะไรแน่ๆอะแล้วต้องมีหวีเกี่ยวด้วยสักทางอะ โอ๊ยไม่รู้อ่าาาาา แต่ยังดีนะมีเจี๊ยบมาแบบตัดฟีลมีความฮาๆน่ารักๆ
    #12
    0
  14. #11 เจ้าเด็กโง่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:40
    แดฮวีอ่าาา ฮือออ
    ชอบมากเลยค่ะ รอน้าา
    #11
    0
  15. #10 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:37
    ฮรุกกกกก /เกาะเรื่องนี้แน่นมาก/ ภาษาสวยมากเลยอ่า ชอบคาตัวละครมากด้วย มันดูลงตัวดีนะ ชอบไปหมดทุกอย่างเลย ;-;
    #10
    0
  16. #9 BaBestbb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:14
    แง หน่วงง่ะ หน่วงแต่แอบรู้สึกแฮปปี้กับตลคอยู่ดี ยัยเจยัยเจี๊ยบเงี้ย แง ฮื้อออออ

    รอติดตามต่อไปนะคะ
    #9
    0