[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 13 : [os] In the Middle of Serenity (Minhyun x Daehwi)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    9 ส.ค. 61

[os] In the Middle of Serenity

Hwang Minhyun x Lee Daehwi











#Shelterain101

9,763 words

BG Music: Perhaps Love - Eric Nam, CHEEZE































I’ ve never look for anyone, any specific place

Until the world let me find you,

Who’ s literally a place, I can called

‘My own home’ .















*


















          กลิ่นคลอรีนของสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านล่างลอยเข้ามาแตะจมูก ท้องฟ้าวันนี้ยังสดใสเหมือนเมื่อวาน กลุ่มก้อนเมฆลอยไปลอยมา เหมือนคนในสระที่กำลังแหวกว่ายไปตามคลื่นใต้น้ำ แสงแดดในตอนเช้าดูอบอุ่นอย่างที่มันควรจะเป็น



          เพลงแนวร็อคบัลหลาดที่หูฟังคู่เก่งยังทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอ – ตัดมินฮยอนออกจากเสียงของโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย





          คนดังของโรงเรียนนอนราบไปกับพื้นดาดฟ้าของสระว่ายน้ำอย่างเอื่อยเฉื่อย ชุดนักเรียนสีเหลืองสว่างขลับผิวสีขาวสว่างของคนตรงหน้าให้ขาวกว่าเดิม ฮึมฮัมออกมาตามเสียงเพลงที่ได้ยินเสียง ไม่สิ กลิ่นหอมเย็นๆ ของใครบางคนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเจ้าของที่สงบๆ แห่งนี้ได้เดินมาถึงแล้ว



          สถานที่ลับที่มีคนสองคนเป็นเจ้าของ




          ฮวังมินฮยอนไม่ได้ลุกขึ้นมาทักเด็กคนนั้น เช่นเดียวกับที่เจ้าของผมสีดำสนิทนั่งลงพิงกับแทงก์น้ำ 


          ไร้บทสนทนา 

          ไม่ได้พยายามจะเงยหน้าไปสบตากันและกัน พวกเขาก็แค่แบ่งกันใช้สถานที่แห่งนี้ เพื่อหลบหลีกจากเสียงความวุ่นวายก็เท่านั้น





          กลิ่นของไก่คาราเกะเริ่มทำให้มินฮยอนอยู่ไม่สุข จนสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าที่เล็กพอๆ กับขนาดตัวของเด็กมัธยมต้นปีสอง ดวงตาเฉี่ยวๆ ที่ข้างหนึ่งเป็นตาสองชั้นอีกข้างเป็นตาชั้นเดียว จมูกรั้นๆ เสริมความดื้อ มือเรียวใช้ตะเกียบคีบไก่



          พอทำตกพื้นก็ทำท่าจะเก็บขึ้นมากินอีก





          “ย่า! อีแดฮวี"



          และมินฮยอนก็เผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาด้วยความลืมตัว ถึงจะคิดได้แบบนั้น แต่มินฮยอนก็ลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปในพื้นที่ของอีกฝ่าย ก่อนจะหยิบไก่ทอดชิ้นนั้นขึ้นมา พลางจ้องหน้าอีกฝ่าย



          “มันสกปรกแล้ว"



          “ไม่นะ! ผมหยิบขึ้นมาภายในสองวิครึ่งเลย!”



          ยู่ปากออกมาเถียงไม่พอ ยังพยายามใช้ตะเกียบคีบไก่ที่อยู่ในมือมินฮยอนขึ้นมาอีก คนอายุมากกว่าถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ



          ดื้ออย่างที่คิดไว้เลยแฮะ





          “จะปล่อยให้เชื้อโรคผ่านเข้าลำคอหรอ?”



          “แต่ –"



          “อยู่เอกขับร้องนี่?”



          พอพูดกันด้วยเหตุผลแล้ว นัยน์ตาคู่นั้นก็ลู่ลงด้วยความรู้สึกผิดปนความเสียใจ ราวกับว่ามินฮยอนเห็นหูอีกฝ่ายลู่ลง หางก็ตก เมื่ออีกฝ่ายลองคิดดีๆแล้ว ก็ยอมแพ้ให้กับเหตุผลของคนเป็นพี่




        “รักษาไว้ดีๆซี่ เสียงของนายน่ะ"




          มันไม่ใช่ความรู้สีกรักแรกพบหรืออะไรเทือกนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีแดฮวีเป็นเด็กมัธยมต้นที่โด่งดังจนเด็กมัธยมปลายปีสุดท้ายอย่างเขายังรู้จักดี อีกฝ่ายปรากฏตัวในงานใหญ่ของโรงเรียนเสมอ เนื้อเสียงที่เป็นเอกลักษณ์นั่นขับกล่อมทั้งบทเพลงเศร้าๆ หรือเพลงจังหวะสนุกๆ ได้อย่างถึงที่สุด




          “ทำไมล่ะฮะ?”


          

          รวมถึงการมีอยู่ที่เป็นพลังบวกของอีกฝ่ายด้วย

          เป็นคนที่แค่ยืนอยู่บนเวที – หรือแค่ยืนอยู่บนพื้นดิน




        “พี่ชอบนะ – เสียงของนาย"




          ก็ทำให้คนอื่นยิ้มออกมาได้แล้ว




          อีแดฮวีชะงักไปหนึ่งจังหวะ กะพริบตาด้วยความงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้ารับคำชมที่ได้รับจากคนอายุมากกว่า ฮวังมินฮยอนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าชายของโรงเรียน ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา ออร่าความอบอุ่น เสียงร้องที่อ่อนหวานนั่นยังพ่วงด้วยตำแหน่งประธานนักเรียนอีก



          เรียกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นเหมือนทูตประชาสัมพันธ์โรงเรียนเลยล่ะ




          “ขอบคุณครับ"



          “อื้อ"



          “ผมก็ชอบเสียงของพี่นะ"



          เอ่ยออกมาพลางใช้ตะเกียบคีบไก่ แล้วยื่นไปให้คนที่ยืนอยู่ ไม่ได้บอกให้คนเป็นพี่นั่งลงข้างๆ เป็นการบอกกลายๆ ว่าจะหยิบไก่ชิ้นนี้ไป แล้วเดินออกไปอย่างที่เคยทำมาตลอดก็ได้


          หรือจะนั่งลงกินไก่ทอดด้วยกัน



          “เพราะมันบอกความรู้สึกที่พี่พยายามซ่อนไว้"



          มินฮยอนใช้ดวงตาจ้องเด็กผู้ชายตรงหน้า ที่กล่าวสิ่งที่คิดออกมาด้วยใบหน้าซื่อๆ ดวงตาสีดำสนิทต้องกับแสงแดดจนมาอ่อนลงเป็นสีน้ำตาลเข้ม



        “ได้อย่างน่าภาคภูมิใจเลย:) ”





          อีแดฮวีกับคำพูดสองประโยค


          ที่ทำให้ฮวังมินฮยอนรับรู้ว่าอีกฝ่ายรู้จักเขาดีมากขนาดไหน ผ่านเสียงร้องเพลง – เพลงที่เขาไม่ได้แต่ง ไม่ใช่เพลงที่ถูกแต่งเพื่อมินฮยอน


          แต่อีกฝ่ายกลับรับรู้มันได้มากกว่าใครบางคนที่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวเสียอีก




          “มันไม่น่าภาคภูมิใจขนาดนั้นหรอก"



          มินฮยอนนั่งยองๆ ก่อนจะรับไก่ทอดชิดนั้นเข้าปาก ใช้ดวงตาสำรวจใบหน้าที่ไม่เคยใช้เวลามองมันใกล้ๆ เสียเท่าไหร่



          “มันน่าภูมิใจนะ สำหรับสายตาคนนอกแบบผมน่ะ"



          ยิ้ม


          รอยยิ้มของอีแดฮวีน่ะ สดใสพอๆ กับดวงตาที่ทอประกายวิบวับนั่นเลย



          “แต่บางครั้ง สำหรับตัวพี่เอง"



          เด็กผู้ชายที่จ้องเข้ามาในดวงตาเขาอย่างกล้าหาญ ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้าสำรวจใบหน้านั้นอย่างไม่เกรงกลัว เข้มแข็งจนคนอายุมากกว่าแบบเขายังรู้สึกอาย



          “มันอาจจะเหนื่อยเกินไป สำหรับการเป็นคนที่คนอื่นคาดหวัง"



          มินฮยอนมองแดฮวีที่ยื่นมือออกมาอย่างไม่แน่ใจเสียเท่าไหร่ เขาจึงพยักหน้าให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่อยากทำ


          ให้ตายสิ

          และมินฮยอนก็คิดถูกจริงๆ ที่ทำแบบนั้น



          “การก้าวผ่านลิมิตของตัวเองตลอดเวลา มันไม่ใช่เรื่องไม่ดีหรอกฮะ แค่ค่อยๆก้าวผ่านมันออกมา อย่างตำแหน่งประธานนักเรียนนี่ก็ด้วย? "



          รอยยิ้มของอีแดฮวีมันช่างเต็มไปด้วยความจริงใจ ทั้งคำพูด และกำลังใจที่ส่งมา มันบริสุทธิ์และเจิดจรัสมากกว่าดวงดาวบนฟ้าที่เขาชอบมองเสียอีก



          “ถ้าพี่เป็นรองประธานหรือเลขา มันอาจจะเหมาะกับพี่มากกว่า ไม่สิ มันอาจจะทำให้พี่ยังพอมีเวลาเป็นตัวของพี่เองบ้าง"



          สัมผัสเบาๆ ตรงหัวไหล่ ช่วยปลดแอกความเครียดที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่ามันสะสมมามากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ การสัมผัสเบาๆ สามครั้ง ทำให้หัวใจที่เต้นเร็วเกินจังหวะ กลับมาเต้นด้วยจังหวะที่พอดี



          “การปฏิเสธคำขอร้องของอื่นบ้าง มันทำได้นะครับ ทำได้หลายวิธีด้วย:) ”



          พอดีจนมินฮยอนรวบมือแดฮวีขึ้นมา ก่อนจะวางมันลงบนศรีษะของตัวเอง หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า แต่แดฮวีกลับทำแค่วางมือไว้บนกลุ่มผมหนุ่มอย่างเดียว จนมินฮยอนต้องลืมตาขึ้นมา



          “ไม่อยากลูบหรอ?”


          “เปล่าฮะ"


          “แล้ว?”


          “แต่ว่ามือผมมันโดนไก่ไปนิดหน่อยอ่ะ แล้วแดฮวี – แล้วผมก็คิดว่าพี่ไม่น่าจะอยากให้ลูบหรือเปล่า พี่ดูเป็นคนรักความสะอาดอ่ะ"


          “ไม่เลย"



          มินฮยอนยิ้ม ยิ้มทั้งๆ ที่หน้าของพวกเขาห่างกันไม่ถึงสิบเซนติเมตร ยิ้มจนตาหยีออกมา ทันทีที่รู้สึกได้ถึงรังสีความสุขที่ลอยอยู่ในห้วงอากาศ



          “มันไม่เป็นไรเลย ถ้าเรา – ถ้าแดฮวีลูบหัวพี่"

          

          มินฮยอนจ้องเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง ส่งรอยยิ้มผ่านดวงตากลมโตที่ใครๆ ก็บอกว่ามันเป็นดวงตาชั้นเดียวที่กลมโตที่สุด เท่าที่พวกเขาเคยเห็นมา



          “นะ?”


          “อื้อ"



          แดฮวีพยักหน้าออกมาทันที ดึงมือกลับมาเช็ดเสื้อตัวเอง ลุกขึ้นคุกเข่าเพื่อลูบหัวรุ่นพี่ได้อย่างถนัดมือ ถึงจะงงหน่อยๆ ว่าทำไมสถานการณ์ถึงเป็นแบบนี้ได้



          น่าตลกที่พวกเขาเจอกันที่นี่ก็หลายครั้งแล้ว เป็นเวลาเกือบปี แต่พวกเรากลับคุยกันครั้งแรกเพราะแดฮวีพยายามจะกินไก่ที่ตกพื้น และพวกเขาก็สัมผัสกันและกันเป็นครั้งแรก เพียงเพราะคำปลอบโยนที่แดฮวีคิดว่ามันก็เป็นแค่เรื่องทั่วไป



          เพราะเขาแค่อยากปลอบโยนคนอื่นผ่านคำพูดของตัวเอง

          ไม่ว่าจะเปล่งมันออกไปด้วยเสียงพูด หรือเสียงที่ขับร้องออกมา





          “อีแดฮวี"



          มินฮยอนเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาราวกับกำลังท่องอยู่ในโลกความฝัน



          “ครับ?”

         

          “กอดได้ไหม? – กอดพี่”





          แดฮวีได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่ก แต่ก็สงบลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนอยู่อเมริกา เขาก็เห็นคนถือป้ายขอกอดเป็นกำลังใจจากคนแปลกหน้าอยู่บ่อยๆ คนตัวเล็กจึงขยับเข้าไปใกล้มินฮยอนให้มากขึ้น รวบอีกฝ่ายเข้ามากอดด้วยแรงที่ไม่มากนัก แต่ก็พยายามใส่กำลังใจไปให้อย่างเต็มที่ มือซ้ายแตะเบาๆ ท่ีไหล่ มือขวาลูบผมด้วยจังหวะเดียวกับที่คุณแม่มักจะปลอบประโลมเขา




          “ขนาดนี้แล้วรับบริการร้องเพลงด้วยไหมครับ?”



          เมื่อค้างอยู่ท่านี้นานมาก แดฮวีจึงกล่าวออกไปอย่างติดตลก รู้สึกสนิทกับรุ่นพี่ตรงหน้ามากขึ้น ตั้งแต่อีกฝ่ายเอียงหัวซบอกเข้าอย่างเต็มที่ ราวกับ จิโร่ สุนัขที่บ้านของแดฮวี มันชอบทำแบบนี้เลย

          ตอนที่เห็นแดฮวีกลับมาบ้าน




          “เป็นเกียรติของฮวังมินฮยอนอย่างยิ่งเลยครับ"



          อีแดฮวีหัวเราะออกมาเสียงใส เมื่อพบว่าคนขรึมๆ ยิ้มง่ายแบบรุ่นพี่มินฮยอนก็มีมุมที่ขี้อ้อนมากๆ แบบนี้เหมือนกัน



          “ฮ่าๆ จะตั้งใจร้องแบบตอนสอบอาจารย์ชเวเลยครับ!”




          แล้วเสียงหัวเราะก็ดังคลอกับเสียงขับร้องของอีแดฮวี

          สลับกับเสียงร้องเพลงของฮวังมินฮยอนที่มีอีแดฮวีคอยตบมือให้จังหวะคลอเบาๆ


          เนื้อเสืยงที่ขับกล่อมทุกความรู้สึกออกมา โทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งอ่อนหวานและนุ่มทุ้ม

          กับเสียงหวานๆชวนฝันของมินฮยอน


          สองเสียงถูกผสาน กลมกลืนไปกับบรรยากาศที่สดใสเหมือนท้องฟ้าในวันนี้

          เข้ากันได้อย่างพอดีราวกับจับวาง


          เหมือนกลุ่มก้อนเมฆที่แหวกว่ายบนท้องฟ้าอย่างอิสระ




          ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณดาดฟ้า โดยมีสิ่งแลกเปลี่ยนคือการโดดคาบเช้าทั้งคาบ



          :)








*











          เช้าวันอาทิตย์กับการออกมาทำธุระข้างนอกให้คุณแม่ มินฮยอนสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ค่อนข้างปราศจากมลพิษเมื่อเทียบกับวันอื่นๆ เขาก้าวเท้าด้วยความไม่เร่งรีบนัก หูฟังยังคงทำหน้าที่ของมันตั้งแต่เช้าตรู่ ภาพความวุ่นวายถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่ง และความเอื่อยเชื่อยของผู้คน



          มินฮยอนเงยหน้าขึ้นไปอ่านชื่อร้านอีกครั้ง กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ เสียงกระดิ่งกระทบกับประตูกระจก การตกแต่งร้านที่สวยจนมินฮยอนไม่อยากจะเชื่อว่ามันถูกตั้งไว้กลางถนนใหญ่ ราวกับสวนลับที่อยู่ในปราสาททรงยุโรปเสียมากกว่า





          “สวัสดีค่ะ"



          ผู้หญิงท่าทางใจดีส่งยิ้มมาให้ มินฮยอนยิ้มตอบก่อนจะยื่นกระดาษที่คุณแม่ของเขาจดรายละเอียดช่อดอกไม้ที่อยากได้ไปให้ เธอยิ้ม ก่อนจะเอ่ยขอตัวเข้าไปในข้างหลังร้านสักครู่ เขาเดินดูดอกไม้เพื่อฆ่าเวลา เท่าที่ดูคร่าวๆ มินฮยอนยังไม่เห็นดอกไม้ช่อไหนช้ำหรือเสียทรงเลย ดูท่าว่าคนปลูกคงดูแลมันด้วยความรักที่เต็มเปี่ยมมากจริงๆ



          “คุณลูกค้าครับ เชิญดื่มชาก่อนนะครับ"



          กลิ่นของชาซีลอนผสมกลมกลืนกับกลิ่นร้านดอกไม้ได้อย่างลงตัว มินฮยอนยิ้มก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปด้วยซ้ำ เสียงของใครบางคนที่เขาพึ่งทำความรู้จักไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว



          “สวัสดีแดฮวี:) ”


          “สวัสดีฮะพี่มินฮยอน:) ”



          อีแดฮวีสวมแค่เสื้อยืดสีม่วงเข้มกับกางเกงวอร์มสีดำ แว่นตาถูกนำมาใส่ ใบหน้ารั้นๆ นั่นดูก็รู้ว่าพึ่งตื่น และเจ้าตัวก็คงเดินลงมาข้างล่างเลย มือเรียวคู่นั้นจัดผมฟูๆ ของตัวเองเป็นทรง ก่อนจะยิ้มแป้นแล้นมาให้รุ่นพี่ทั้งๆ ที่ตายังลืมแทบไม่ขึ้น


          ไม่มีการตื่นเต้นหรือเขินอายใดๆ ที่มินฮยอนมาเจอตัวเองในสภาพพึ่งตื่นนอนแบบนี้




          “ร้านคุณแม่สวยดีนะ"


          “ขอบคุณฮะ คุณแม่น่ะรักร้านนี้มากๆ เลย ร้านนี้มีอายุเท่าผมเลยนะฮะ ฮ่าๆ "



          ส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจจนมินฮยอนอดยิ้มตามไม่ได้ รอยยิ้มที่สว่างจ้านั่นอาจจะเป็นตัวแทนแสงอาทิตย์ ที่คอยทำให้ดอกไม้พวกนี้เจริญเติบโตก็ได้



          “ก็เลยเติบโตขึ้นมาได้สวยงามขนาดนี้สินะ"


          “ครับ? อ้อ ใช่ฮะ จริงๆ มีเปียโนวางไว้กลางบ้านด้วย ว่างๆ ผมก็เล่นเปียโนให้คุณดอกไม้ฟัง แม่ผมอ่ะบอกว่าพอคุณดอกไม้ได้ฟังเพลงบ่อยๆแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะเติบโตขึ้นมาได้สวยมากๆ "


          “เหมือนที่มนุษย์ฟังเพลงเพื่อยกระดับจิตใจสินะ?”


          “ใช่ฮะ แต่ดอกไม้ก็ช่วยให้แดฮวีกับคุณพ่อสร้างเพลงดีๆ ได้ด้วยนะฮะ"


          “คุณพ่อ?”


          “ใช่ฮะ คุณพ่อผมเป็นโปรดิวเซอร์น่ะ"


          “ไม่แปลกใจเลย ที่เราเก่งขนาดนี้"


          “ฮ่าๆ ความพยายามทั้งนั้นแหละฮะ"



          แดฮวียิ้ม ทำไมเป็นเด็กที่ยิ้มได้ง่ายขนาดนี้นะ? เป็นรอยยิ้มที่เป็นพลังบวกให้กับคนที่กำลังเดินหลงทาง บนถนนแห่งทางเลือกแบบมินฮยอนด้วย



          “พี่มินฮยอนลองดื่มชาก่อนไหมฮะ"



          แดฮวีพูดออกมาเมื่อรู้สึกว่าชากำลังจะเย็นแล้ว มินฮยอนยกมือขึ้นมาเกาคางด้วยความรู้สึกขัดเขินแปลกๆ หรือเพราะว่าพวกเขากำลังอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความรักกันนะ?



          “อร่อยมากเลย:) ”



          ส่งยิ้มให้ลูกเจ้าของร้านทันทีที่ค่อยๆ ละเมียดลิ้มรสชาชั้นดีจนหมดแก้ว แดฮวียกนิ้วโป้งขึ้นให้แทนรางวัลสำหรับเด็กดีที่ออกมาทำธุระให้แม่ตั้งแต่เช้า



          “เออ ใช่"


          “หืม?”


          “พี่บอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีสมาธิอ่านหนังสือใช่ไหมฮะ?”


          “อื้อ"


          “ถ้างั้นมาอ่านที่ร้านผมได้น้า ผมน่ะนะอ่านหนังสือเพลินตลอดเลย ตอนซ้อมร้องเพลงหรือตอนซ้อมเล่นเปียโนก็ด้วย บรรยากาศมันมีส่วนช่วยได้เยอะมากๆ ๆ ๆ เลย"



          เอ่ยออกมาพลางวาดแขนออกกว้างมากๆ



          “แล้วพี่จะไม่รบกวนเรากับแม่หรอ?”


          “ไม่หรอกฮะ แค่พี่ร้องเพลงให้คุณดอกไม้ฟัง แม่ผมก็รักพี่แล้ว ฮ่าๆ "



          มินฮยอนยื่นมือออกไป แดฮวีรับมือนั้นมา ก่อนจะออกแรงลูบๆ นวดๆ มันน่าแปลกที่พวกเขาสนิทกันเร็วขนาดนี้ การสกินชิปต่างๆ ก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นธรรมชาติ



          เหมือนอีแดฮวีถูกสร้างมาเพื่อให้มินฮยอนพักพิง

          เช่นเดียวกับที่มินฮยอนถูกสร้าง –




          “งั้นพี่ขอรบกวนด้วยนะ"



          มาให้รักอีแดฮวี



          “ทุกวันเลย"





          :)





          “ฝากตัวด้วยนะฮะ:)










*










          “ฮยอนนนนนนนนนนนนน"


          “หื้มม"


          “แดฮวีปวดขาแล้วนะ!”



          คนตัวเล็กโวยวายออกมา เมื่อคนเป็นพี่เอาแต่นอนตักเขา อ่านหนังสือสบายใจเฉิบมานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว อ่านไปก็ไถหัวไปมาเหมือนเด็กอนุบาลเลย บางทีก็วางหนังสือแล้วยื่นมือมาเกาคางแดฮวีอีก



          “ง่าาา"


          “ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ"


          “แดฮวีอ่าา ฮวีค้าบบ"



          ใช้แอกโยที่ตัวเองเกลียดนักหนา มาล่อลวงให้คนเป็นน้องติดกับ เพราะตัวเองไม่อยากจะลุกออกจากตักนิ่มๆ ที่ทำให้มินฮยอนได้กลิ่นหอมๆ ประจำตัวของแดฮวี


          กลิ่นที่ทำให้มินฮยอนผ่อนคลายมากกว่าสูดดมกลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์อีก



          “ฮวี"


          “หือ?”



          ตอบขณะที่ยังจ้องทีวีอยู่ มินฮยอนไล้มือ ออกแรงนวดมือให้เด็กผู้ชายที่แบกรับความผิดชอบ และความคาดหวังที่หนักกว่าน้ำหนักของตัวเองเสียอีก อีแดฮวีที่เป็นพลังบวก เป็นพลังที่ทำให้คนอื่นยิ้มออกมา กลับมีอะไรมากมายยุ่งเหยิงไปหมด



          แต่เพราะอีแดฮวีเป็นอีแดฮวี อีกฝ่ายจึงเลือกที่จะส่งแต่พลังด้านดีๆ ออกมา



          เป็นรุ่นน้องที่ทำให้มินฮยอนเรียนรู้ที่จะดึงด้านดีๆ ของตัวเองมาอย่างพอดี

          สอนให้รู้จักลิมิตของตัวเอง ดึงมันมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด




          “ลงมานอนสิ"



          ลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิบ้าง ก่อนจะตบเบาๆ ที่ตักของตัวเอง เป็นเชิงบอกให้น้องลงมานอนตักตัวเองกลายๆ แดฮวียิ้ม ก่อนจะยื่นมือไปบี้แก้มคนเป็นผีเล่น ซักพักก็ดึงเข้ามากอดอย่างมันเขี้ยว



          “ฮยอนนี่น่ารักจังเลยยยยยย"



          พูดออกมาทั้งๆ ที่กำลังฟัดแก้วคนเป็นพี่ มันดูคิสที่ดุเดือดเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังไปทั่วห้องนอนของมินฮยอน เจ้าของห้องหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ



          “ฮวีน่ารักกว่าอีก นี่แหน่ะ!”



          เอ่ยชมพร้อมกับปล้นจูบแฟนตัวเล็กอย่างไม่ยอมแพ้ นอกจากการร้องเพลงแล้ว การเป็นแฟนอีแดฮวีคือสิ่งที่ฮวังมินฮยอนชอบที่สุดในโลก



          มินฮยอนชอบที่จะเป็นทั้งพี่ที่คอยให้อีกคนยืมบ่าเวลาร้องไห้

          ชอบที่จะยื่นมือออกไปยื่นแก้มนุ่มๆ นั่นตอนที่อีกฝ่ายหัวเราะจนหยุดไม่ได้



          มินฮยอนชอบที่จะเป็นเพื่อนที่คอยแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างตรงไปตรงมาเสมอ

          ถึงแบบนั้นพวกเราก็ยังรักษาน้ำใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน



          มินฮยอนชอบที่จะทำตัวเป็นน้องของแดฮวี

          คอยอ้อนเวลาเหนื่อยล้าจากการเป็นพี่ใหญ่ของโรงเรียน

          ทำตัวเป็นน้องในบางครั้ง เพื่อที่จะพยายามกลับไปเข้าใจความรู้สึกของแดฮวีในวัยสิบสี่ปี





          “ฮยอนอ่า"


          “อื้อ"


          “สุขสันต์วันเกิดนะครับ"



          มินฮยอนก้มลงมาสบตาคนที่นอนอยู่บนตัก มือเรียวที่ให้ความอบอุ่น ทั้งยังส่งความเย็น ช่วยดับอารมณ์ร้อนของเขาในบางครั้ง มือคู่นั้นยื่นออกมาก่อนจะไล้ไปทั่วใบหน้า


          ด้วยสัมผัสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก



          “ขอบคุณมากจริงๆ ที่เข้ามาในชีวิตของแดฮวี ขอบคุณที่คอยอยู่ตรงนี้เสมอ ขอบคุณที่อดทนรอเวลาที่เราใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ขอบคุณที่ปล่อยให้อีแดฮวีเข้าไปในชีวิตของฮวังมินฮยอน"



          รอยยิ้มที่ทำให้ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับ



          “ขอบคุณที่เปิดประตูให้แดฮวีเข้าไปพร้อมกับรอยยิ้มของพี่ ขอบคุณที่โลกของฮยอนช่วยเยียวยาแดฮวีจากทุกอย่างในชีวิต"



          มือเรียวคล้องลำคอหนาไว้ ยิ้มออกมาจนตาปิด ยิ้มเพราะว่ามีความสุขมากจริงๆ



          “ขอบคุณที่รักกัน"




          ก่อนที่รอยยิ้มจะเลือนหาย

          เพราะสัมผัสจากริมฝีปากที่ทำความรู้จักกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า





          “พี่สิที่ต้องขอบคุณเรา แดฮวีอ่า"




          เข้ามาแทนที่





          “รักนะครับ"





          :)







          วันเกิดของผม

          ที่คุณบอกว่ารักผม

          ที่คุณบอกว่าการมีอยู่ของผมมีค่ามากขนาดไหน



          บอกพร้อมกับรอยยิ้มของคุณ

          บอกพร้อมกับการปรากฏตัวของดอกกุหลาบสีแดงหนึ่งดอก



          ที่ถูกซ่อน ทับไว้ในหนังสือหน้าที่ 89




          คุณที่รอให้ผมค้นพบมันเอง โดยไม่เร่งรีบ

          ปล่อยให้ผมรู้สึกถึงมันด้วยตัวเองเสมอ





          คุณ


          ความรักของผม




          คุณ


          ที่สอนให้ผมรู้ว่าการรักใครสักคนเป็นความสงัด 

          ที่ทำให้ใจของผมสงบนิ่งอยู่เสมอ

          ราวกับเวทมนตร์ที่มีคุณเพียงคนเดียวที่จะเสกมันได้


          เหมือนคาถาผู้พิทักษ์ในหนังสือเล่มดังเล่มนั้น



          :)











THE END





Please comment or tag #Shelterain101



Talk: พล็อตแบบอะไรมัั่ยยู้ว รู้แต่น่ารักจังเลยนะ มินฮวีเนี่ย แงง ช็อตกอดกันวันนั้นก็คือเรากรี้ดลั่นในหลุมเลยค่ะ (ก่อนจะเกือบโดนเยียบในสองชั่วโมงต่อมา55555)


สุขสันต์วันเกิดนะคะฮวังมินฮยอน แงง ช่วงนี้มีความสุขจนดีดเลยค่ะ ได้รับพลังบวกจากคอนมาเยอะมากๆ เมื่อวานก็วันเกิดตัวเองก็ได้รับความสุขจากคนสำคัญ พอมาวันนี้ก็มานั่งอ่านความรักที่คนอื่นพรรณนาถึงคุณ;___;


ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่เกิดมา ขอบคุณที่อดทนรอให้แสงสว่างส่องให้พวกเราเห็นดนตรีของคุณ ให้พวกเรารู้จักตัวตนของคุณผ่านเสียงเพลง:)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #155 F.NITCH (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 20:10
    น่ารักมากๆแง
    #155
    0
  2. #154 Tuey Chutimon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 12:35
    น่ารักแบบมากๆๆ
    #154
    0
  3. #153 Tuey Chutimon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 12:35
    น่ารักแบบมากๆๆ
    #153
    0
  4. #152 choyu9 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 01:50
    ฮึ่ยยยยยยย น่ารักมากๆเลยค่ะ พลังความสดใสจากน้องฮวีแผ่มาถึงเราด้วยเลยยยยย เอ็นดูตอนมินยอนอุ้มน้องเหมือนกัน แอ๊ะแอ๊ที่สุดๆๆๆๆๆ
    #152
    0
  5. #151 MDOUBLEOTODAK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 01:07
    หวานมากๆ ละมุนมากค่ะ แงงงงง น่ารักจริงๆอะ ฮีลลิ่งกันและกันมาก ขอบคุณที่รักกันนะคะ
    #151
    0
  6. #150 5534Wy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 21:50
    น่ารักกกกก ทั้งคู่น่ารักมากจริงๆมอบความสุขความอบอุ่นให้กัน นึกถึงความอบอุ่นของคุณฮวังแล้วก็เขิน เวลาเค้าอยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกันอีก ㅠㅠㅠㅠㅠ
    #150
    0