[os/sf] The Sheltering Rain: All x Daehwi

ตอนที่ 1 : [SF] Falling Rain I - MinJ, BaekHwi, Linho

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    8 ต.ค. 60

[SF] Falling Rain I

Minhyun x Jonghyun, Dongho x Daehwi, Guanlin x Seonho
















Tag : #Shelterain101

9,671 words

BG Music – Gravity’s Jessica Jung

https://www.youtube.com/watch?v=l-RfgPdk96k









































The best thing one can do when it's raining

is to let it rain.

- Henry Wadsworth Longfellow















*










ตอนเด็กๆผมมักจะร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเหตุผลในวันที่ฝนตก มันทำให้ผมโดนเพื่อนๆล้อว่าเป็นเด็กขี้งอแง แต่คุณพ่อก็มักจะปลอบใจผมเสมอ ว่าการที่ฝนตกน่ะเป็นเพราะว่าเหล่านางฟ้าบนสวรรค์กำลังร้องไห้ และเพราะมันเป็นน้ำตาจากเบื้องบน น้ำตาจากคนที่มีชีวิตอมตะ มันจึงไม่แปลกที่จะทำให้มนุษย์ธรรมดาอย่างผมอยากร้องไห้ตามไปด้วย




แต่เมื่อผมได้เดินผ่านถนนแห่งกาลเวลาไปเรื่อยๆ ผมก็พบว่าคนที่สูงส่งบนฟ้าน่ะ ไม่สามารถทำให้ผมร้องไห้ได้อีกแล้ว


มันไม่จำเป็นต้องเป็นเพราะสิ่งมีชีวิตที่สูงส่งเสมอไป..




ใช่..เขาคนนั้นที่เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

คนที่ทำให้เขาเรียนรู้ ประสบ และเข้าใจ ในสิ่งที่ใครคนอื่นไม่สามารถสอนได้






ผู้ชายตัวเล็ก รูปร่างโปร่งจนแทบจะปลิวไปกับลม ผมสีน้ำตาลอมชมพูที่ทำให้คนๆนี้ดูโดดเด่นขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นยังสะกดให้คนที่เห็นเพียงครั้งแรกยิ้มตามได้เสมอ และมันก็เหมาะกับทางที่อีกฝ่ายเลือกยิ่งนัก



“แดฮวีอ่า เข้าไปกินข้าวในครัวก่อนสิ"



พี่จงฮยอนเจ้าของร้าน Awaken หันมายิ้มให้เขาก่อนจะก้มลงไปเช็ดแก้วและจัดร้านต่อ ตัวร้านถูกตกแต่งด้วยโทน ขาว ดำ และเทา การตกแต่งแบบ Material เข้ากันได้ดีกับคอนเซ็ปต์ของร้าน มันเป็นร้านที่เรียกได้ว่าเกือบจะเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยล่ะ


ในตอนเก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็นร้าน Awaken จะเปิดขายกาแฟ(ซึ่งเอาจริงๆแดฮวีก็ไม่เคยมาทันช่วงนั้นหรอก แต่ได้ยินว่าคนก็เยอะเหมือนช่วงกลางคืน) หลังจากนั้นร้านจะปิด และเปิดอีกทีตอนสามทุ่มถึงตีสี่ อ่า..แต่เปิดอีกครั้งในฐานะบาร์น่ะนะ


ที่ร้านมีเจ้าของร้านสองคนคือพี่จงฮยอน(ที่ดูแลช่วงบาร์) กับเพื่อนสนิทของพี่เขา? ที่เอาจริงๆแดฮวีก็ไม่เคยเห็นหน้าเหมือนกัน การเป็นนักเรียนปีหนึ่งเอกดนตรีร่วมสมัยทั้งยังทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วยก็ทำเอาเขาแทบจะไม่ได้นอนแล้ว




“ขอบคุณครับฮยอง เดี๋ยวผมรีบออกมาช่วยเตรียมร้านนะฮะ"




พี่จงฮยอนเป็นผู้ชายที่ใจดีที่สุดในชีวิตที่เขาเคยเจอมา



แดฮวียังจำได้ดีว่าวันนั้นพี่สายพาเขามาเลี้ยงที่นี่ และมันก็เป็นวันที่อีแดฮวีถูกทำโทษให้ไปเล่นเปียโนที่ถูกวางไว้กลางร้าน จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะมาร์ตินี่แก้วที่สาม ฝนที่ตกลงมา หรือกลิ่นหอมเย็นๆผสมกับกลิ่นกาแฟของร้าน ที่ทำให้เขาร้องเพลงออกไปด้วย



ใช่ หลังจากนั้นพี่จงฮยอนก็เดินมาหาและเอ่ยชวนให้เขามาร้องเพลงที่นี่เป็นประจำ และอีแดฮวีก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธ ในเมื่อร้านแห่งนี้มันทำให้เขารู้สึกสงบ ทั้งยังห่างจากคอนโดเขาไปแค่สองบล็อคถนน









อีแดฮวีเดินไปพลิกป้ายเปิดร้านเมื่อถึงเวลาเปิดร้านเช่นเคย มันใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก่อนที่ลูกค้าคนแรกจะเดินเข้ามา บาร์แห่งนี้มักจะมีลูกค้าหน้าเดิมๆวนเวียนมาเสมอ สาเหตุอาจเป็นเพราะที่นี่ค่อนข้างสงบเมื่อเทียบกับร้านขายแอลกอฮอล์ร้านอื่นๆ มีความเป็นกันเอง

และสาเหตุสำคัญที่สุดน่ะเป็นเพราะพี่จงฮยอนต่างหาก




ผู้ชายที่เป็นทั้งบาร์เท็นเดอร์และเจ้าของร้านคนนั้นน่ะ เป็นผู้ฟังที่ดีและมิกซ์เครื่องดื่มได้เก่งที่สุดคนหนึ่งเลยล่ะ เขายังจำได้ตอนที่พี่จงฮยอนจัดปาร์ตี้เล็กเลี้ยงต้อนรับเขา (มีพี่เซอุนเด็กพาร์ทไทม์อีกคน พี่เขาจะมาเล่นสลับวันกับแดฮวีน่ะ แล้วก็พี่ยองมินที่คอยดูแลความเรียบร้อย) พวกเขาโดนเครื่องดื่มหวานๆที่พี่จงฮยอนมิกซ์ให้จนเปิดวาร์ปไปเลย (ทั้งๆที่ปกติอีแดฮวีน่ะกินโซจูได้สามขวดเลยนะ)




“แดฮวี ออกไปเล่นเลยก็ได้"




เขาพยักหน้าให้พี่จงฮยอน หยิบไซเดอร์ขึ้นมาจิบเป็นอึกสุดท้ายก่อนจะเดินออกไปหน้าเปียโน มือที่เรียวสวยกว่าผู้หญิงนั่นจรดลงไปบนคีย์เปียโนอย่างคุ้นเคย และให้ตายสิ เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกครั้งที่อีแดฮวีเล่นเปียโน มันจะทำให้เขานึกถึงใครอีกคน



คนที่เป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกอย่างของอีแดฮวีเสมอ



Something always brings me back to you

It never takes too long

No matter what I say or do

I'll still feel you here 'till the moment I'm gone”





แต่ถึงแบบนั้นความรักมันก็ไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวด จนต้องล้มเลิกสิ่งที่ฝัน สิ่งที่ทำให้เขามีความสุข


อีแดฮวีชอบมองเวลาที่ผู้คนตกหลุมรักในเสียงของเขา จนต้องวางมือถือลง ตั้งแต่เริ่มเล่นดนตรีที่นี่มาหนึ่งเดือน ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาเงยหน้าขึ้นจากคีย์เปียโนแล้วเจอคนกำลังเล่นมือถืออยู่




และมันเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเขาไปข้างหน้า..เข้าไปในวังวนของใครคนนั้นลึกขึ้นเรื่อยๆ




“You hold me without touch

You keep me without chains

I never wanted anything so much than to drown in your love

And not feel your reign”




และเพราะแบบนั้น มันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังลืมใครบางคนไม่ได้

คนที่ทำให้แดฮวีเข้ามาในโลกแห่งเสียงเพลง

คนที่สอนเขาเล่นเปียโนและร้องเพลง



คนที่เป็นคนสอนว่าการตกหลุมรักใครซักคน ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะคลานขึ้นมาหลังจากตกหลุมนั่นไปแล้วต่างหาก




“Set me free, leave me be

I don't want to fall another moment into your gravity




คนที่สอนให้เขารู้จักคำว่ารัก

เป็นคนเดียวกับที่สอนให้เขาเข้าใจคำว่าหมดรัก

คนที่ทำให้การเลิกรักใครซักคนกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้



“Here I am, and I stand

So tall, just the way I'm supposed to be

But you're on to me and all over me”





คนที่ทำให้เขาต้องคอยบอกคนอื่นว่าเขาไม่ได้กำลังเสียใจ

แต่อีแดฮวีกำลังร้องไห้ เขาร้องไห้เพราะฝนกำลังตกต่างหาก







วันนี้คนตัวเล็กโดนเลี้ยงเครื่องดื่มไปประมาณสิบแก้วได้ อ่า..แต่ทุกคนก็ชอบของฟรีอยู่แล้วนี่นา? นอกจากจะได้กินฟรีแล้ว พี่จงฮยอนยังได้ค่าเครื่องดื่มไปเต็มๆอีก ใครจะไม่ชอบกันล่ะ?



“แดฮวี นั่งก่อนสิ"



คนที่ถูกเรียกชื่อเผลอขมวดคิ้วออกมา แต่เขาก็นั่งลงตามที่คนเป็นพี่สั่ง ถึงจะงงๆก็เถอะ




“มีคนอยากคุยด้วยน่ะ :)”



คนตัวเล็กมองตามสายตาคนที่เป็นทั้งพี่ทั้งควบตำแหน่งเจ้านายไปด้านซ้าย ก่อนจะพบร่างหนาของผู้ชายคนหนึ่ง คนๆนั้นไม่ได้ดูร่างหนาจนถึก อืม..เรียกว่าสมสัดส่วนผู้ชายน่าจะดีกว่า ใบหน้าที่หล่อเหลา คมเข้มแบบลูกผู้ชายทำให้คนตรงหน้าดูหน้าเกรงขาม



“ครับ?”


“สวัสดี พี่ชื่อดงโฮ คังดงโฮ"



อีกฝ่ายพูดพลางยื่นนามบัตรที่ดูราคาแพงออกมา เขาเอื้อมมือไปรับก่อนจะพบว่ามันเป็นนามบัตรของบริษัทเพลง top3 และถึงจะดูไม่เข้ากับหน้าเท่าไหร่



“Director?”



อีกฝ่ายพยักหน้าก่อนจะกระดกเครื่องดื่มตรงหน้าจนหมด

“อ่า ไม่ล่ะ ผมไม่อยากเป็นไอดอล"



มันไม่ใช่ครั้งแรกที่แดฮวีโดนชวนเข้าวงการ ในเมื่อเขาเรียนอยู่ในมหาลัยที่ดังที่สุดทางด้านดนตรี และตัวเขาเองก็เป็นตัวท็อปของสาย



“ผมไม่ได้จะชวนคุณไปเป็นไอดอล"



การที่อีแดฮวีชอบเล่นดนตรี นั่นก็ไม่ได้ความว่าเขาอยากดัง หรืออยากให้คนทั้งประเทศจำเสียงเขาได้ เพราะการเป็นคนดังมันหมายความว่าคุณไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธความคิดเห็นร้ายๆ หรือการโดนด่าได้


มันจริงที่ไม่มีใครบนโลกนี้โดนด่า เขารับความจริงในส่วนนั้นได้ แต่ถ้ามีคนมาว่าดนตรีของเขา นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ อีแดฮวีคนนั้นคงรับไม่ไหว



“แล้วคุณจะชวนผมไปเป็นนักแต่งเพลงหรือไง?”



คังดงโฮหัวเราะออกมา ราวกับมันเป็นเรื่องตลก



“ก็ใช่ส่วนหนึ่ง คุณต้องแต่งเพลงเอง"



มันนานมากแล้วที่แดฮวีถูกใครซักคนใช้สายตาที่จริงจังขนาดนี้มองเข้ามาในตาเขาตรงๆ



“ผมจะชวนคุณไปเป็นนักร้อง..ศิลปินน่ะ :)”



และให้ตายสิ … รอยยิ้มของคังดงโฮคนนี้ทำไมดูไม่น่าไว้ใจเลย :(



“งั้นคุณก็ลองทำให้ผมชอบดนตรีของคุณก่อนสิครับ :)”




มันเป็นประโยคที่แดฮวีไม่ได้คิดอะไรมากก่อนจะพูดออกไป

ใช่…



และมันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทุกอย่าง









*












ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ยูซอนโฮจะยืนหน้าสลอนอยู่ในร้าน Awaken ส่วนพี่มินฮยอนเจ้าของร้านน่ะ จะเป็นคนทำเครื่องดื่มที่เป็นกาแฟทั้งหมดเอง (เพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มกาแฟที่รสชาติคงที่น่ะ) ส่วนเขาที่เป็นเด็กพาร์ทไทม์ก็นู่น เช็ดโต๊ะ เก็บตังค์บ้าง บางทีก็ไปนั่งเม้าเป็นเพื่อนลูกค้า แล้วก็หลอกล่อให้อีกฝ่ายสั่งขนมเลี้ยงเขา




แต่วันนี้ยูซอนโฮไม่ได้ยืนหน้าสลอนเฉยๆหรอกนะ เพราะเขากำลังภาวนาอยู่


เรียกว่าสวดอ้อนวอนเลยก็ได้ ใช่ เขาได้แต่ขอให้ยังไม่มีลูกค้าคนแรกเข้ามา หรือถ้ามีก็อย่าพึ่งอยากดื่มกาแฟอะไรแต่เช้า กินนมปั่น ช็อคโกแล็ตปั่นไปก็พอแล้ว


ทำไมน่ะหรอ? ก็เพราะพี่มินฮยอนยังไม่เดินกลับมาซักทีน่ะสิ!

หรือเขาควรไปปิดร้านก่อนดี? เมื่อคิดได้ร่างโปร่งของเด็กปีหนึ่งจึงรีบวิ่งไปที่หน้าประตูเพื่อพลิกแผ่นเปิดปิดร้านทันที


แต่เหมือนเขาจะมีดวงไม่พอ …




“Awakenยินดีต้อนรับค้าบบบ :)”



เจ้าลูกเจี๊ยบเงยหน้าขึ้นไปยิ้มแห้งให้ลูกค้าคนแรกของวัน ก่อนจะพบว่าพวกเขามีระยะห่างกันไม่ถึง...สิบเซ็นต์? และนั่นทำให้เขาได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลานั่นค่อนข้างจะชัดเจนเกินไป สันจมูกเป็นแท่งรับกับใบหน้าที่ดูไม่เหมือนคนเกาหลี ดวงตาโตๆกับนัยน์ตาสีดำสนิทราวกับหลุมดำที่จะดึงซอนโฮเข้าไปอีกโลกหนึ่ง ไหนจะส่วนสูงและหุ่นระดับนายแบบนั่นอีก


อ่า...ความหล่อระดับนี้นี่คือเป็นดาราได้แล้วนะ? เอ๊ะ หรือจะเป็นดาราจริงๆ?




“ขอโทษในความใกล้ชิดเกินไปคับ!”



ยูซอนโฮอยากจะจิกหัวตัวเองมาทึ้งเมื่อพบว่าเขาได้พูดเรื่องน่าอายออกไป แต่เพราะว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว พนักงานพาร์ทไทม์ของร้านจึงเดินก้าวขาออกไปราวกับหุ่นยนต์ หยุดเดินและก้มลงบนหน้าจอสีเหลี่ยมเพื่อรอรับออเดอร์



“รับอะไรดีครับ?”



มันต้องสวดมนต์บทไหนกันนะ? ที่จะทำให้อีกฝ่ายสั่งช็อคโกแล็ตปั่นที่เขาชอบกินได้?



“นมกล้วยปั่นหนึ่ง ช็อคโกแล็ตปั่นสอง"



นอกจากจะหล่อแล้วเสียงยังทุ้มมม บ่งบอกความหล่ออีก ยูซอนโฮเงยหน้ามารับออร์เดอร์ด้วยจิตใจที่เบิกบาน



“ทั้งหมดเป็..”


“แล้วก็ไอซ์อเมริกาโน่หนึ่ง"


“….”



ทำไมอ่ะ! … คนอื่นกินปั่นหมด แล้วทำไมมันต้องมีอเมริกาโน่โผล่มาหนึ่งแก้ว … นี่เก้าโมงเช้าเองนะ กินกาแฟนี่กินข้าวยัง มันกัดกระเพาะนะ



“นมกล้วยปั่นหนึ่ง ช็อคโกแล็ตปั่นสอง แล้วก็ไอซ์อเมริกาโน่หนึ่งนะครับ รวมเป็น 18,000 วอนฮะ"



พนักงานพาร์ทไทม์ค่อยๆยื่นมือออกไปรับเงินด้วยมือที่ค่อนข้างสั่น ถ้าเขาชงกาแฟมาแล้วมันหมาไม่แดกจนลูกค้าเอาไปด่าในเพจ พี่มินฮยอนจะเลิกให้ข้าวเขากินไหม … แล้วนมปั่นโอริโอ้ที่เขาได้กินฟรีทุกวันนั่นอีก ..



ซอนโฮมองคุณลูกค้าคนหล่อที่หยิบแว่นกันแดดสีดำออกมาใส่ตอนไหนก็ไม่รู้ นั่งยกขาขึ้นมากระดิกรอเครื่องดื่ม เด็กปีหนึ่งจึงตัดสินใจทำพวกเครื่องดื่มปั่นก่อน



“เร็วๆหน่อยนะครับ ผมรีบ"


“ครับ ขอโทษด้วยนะครับ"




เสียงทุ้มที่ดังขึ้นมาทำให้เขาตัดสินใจได้ว่าควรทำให้มันเสร็จๆไป มือเรียวกดปั่นช็อคโกแล็ตปั่นทั้งสองแก้วก่อนจะหันมาที่เครื่องทำกาแฟราคาแพง (ได้ยินว่าพี่มินฮยอนไปซื้อมาถึงอิตาลี)




“เยส!!!!”



ซอนโฮเผลอพูดออกมาเสียงดังเมื่อพบว่าพี่มินฮยอนได้ทำกาแฟทิ้งไว้ในแก้วช็อต เด็กน้อยร้องเพลงพึมพำออกมาทันที เขาผสมกาแฟกับน้ำเปล่าก่อนจะราดลงไปบนแก้วน้ำแข็ง จัดการใส่เครื่องดื่มทั้งสี่แก้วพร้อมกับกระดาษทิชชู่และหลอดลงในถุงกระดาษ ก่อนจะเดินออกไปหาลูกค้าที่นั่งรออยู่



“เครื่องดื่มที่สั่งครับ ขอโทษที่ให้รอนะครับ"



อีกฝ่ายพยักหน้า ลุกขึ้นขณะที่….หยิบแก้วกาแฟออกมาด้วย? หุ่นที่สูงชะลูดนั่นกำลังยืนข้างๆซอนโฮ พร้อมกับค่อยๆหยิบหลอดขึ้นมาเสียบลงแก้ว เจ้าลูกเจี๊ยบมองตามลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงนั่นราวกับกำลังจะหยุดหายใจตาม






“อร่อยดี"



คุณลูกค้าคนแรกหันมาพูดกับเขา ก่อนจะเดินออกไปและนั่นทำให้พนักงานพาร์ทไทม์ของร้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก


อ่า...ว่าแต่ คนๆนั้น...หน้าคุ้นๆแฮะ?








เสียงเปิดประตูร้านที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ซอนโฮกลับมาคอตกเหมือนเดิม นี่เขาต้องลุ้นออร์เดอร์ลูกค้าอีกแล้วหรอ เมื่อกี้ก็กาแฟช็อตสุดท้ายแล้วนะ ..



“มินฮยอนฮย๊องงงงงงงงงงงงงงงงงง"



เจ้าลูกเจี๊ยบวิ่งไปกอดคนเป็นเจ้านายทันทีเมื่อพบว่าคนที่ผลักประตูเข้ามาคือคนที่เขากำลังรอคอยมาทั้งชีวิต



“เนี่ยๆๆๆ ดีนะเมื่อกี้ฮยองทำการแฟทิ้งไว้อ่ะ มีคนสั่งอเมริกาโน่ด้วย ดีนะเค้าบอกว่าอร่อยอ่ะ แต่แบบเมื่อกี้ผมตื่นเต้นมากๆๆแบบมากๆๆ ถ้าไปสวดที่โบสถ์ผมทำได้ละอ่ะ แล้วก็นะๆๆๆๆๆ…..”



มินฮยอนมองพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เขาจับใจความที่อีกฝ่ายพูดหลังๆไม่ได้แล้ว เพราะมันทั้งเร็วทั้งมั่วไปหมด



“น่าใจเย็นๆ งั้นเดี๋ยวพี่ค่อยๆสอนเราทำกาแฟแล้วกัน เผื่อมีเหตุฉุกเฉินอีก"


“ง่า...ไม่เอาอ่า ผมกลัว"


“ถ้าทำสำเร็จจะพาไปกินขาหมู"


“….”


“พิซซ่ากับไก่ทอดด้วย"

“...”


“จบด้วยบิงซู"


“เริ่มจากเครื่องบดกาแฟก่อนเนอะ"



มินฮยอนมองตามเด็กปีหนึ่งที่ร่าเริ่งกว่าคนทั่วไปด้วยแววตาเอ็นดู แต่เขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้ ว่าลูกค้าคนแรกน่ะบอกว่าอร่อยจริงๆหรอ


ในเมื่อเขาแค่ลองเครื่องทิ้งไว้ และช็อตแรกของวันมันก็มักจะเป็นช็อตเสียอยู่แล้ว








“กลับแล้วนะค้าบบบบบบ"



เสียงใสของพนักงานพาร์ทไทม์ทำให้มินฮยอนอดขำออกมาไม่ได้ ซอนโฮเป็นคนที่พลังบวกล้นเหลือจนเขาอดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นเพราะข้าวห้ามือที่เจ้าตัวทานต่อวันหรือเปล่านะ? ร่างสูงกดปิดเครื่องทำกาแฟ ล้างและเช็ดอุปกรณ์ทั้งหมด ก่อนจะนำผ้าสีเทามาปิดคลุมไว้



“โย่ว"



เสียงแหบๆติดสูงหน่อยที่มินฮยอนที่ได้ยินมาเกือบสิบปีดังขึ้น ร่างโปร่งที่เดินเข้ามาด้วยหน้าง่วงๆเหมือนทุกวัน



“อ่ะ กินซะ"



และเพราะแบบนั้นกาแฟแก้วสุดท้ายของวันที่ฮวังมินฮยอนชง จะเป็นของคิมจงฮยอนเสมอ



“แต้งกิ้ววว"



ริมฝีปากสีชมพูงับลงไปบนหลอด ก่อนจะลากขาไปหรี่ไฟในร้านให้เหลือเพียงแสงสลัวๆ เขาไม่ได้เปิดหน้าต่างเพื่อระบายกลิ่นกาแฟ เพราะทั้งจงฮยอนทั้งมินฮยอนน่ะ ต่างลงความเห็นว่ากลิ่นกาแฟจางๆกับกลิ่นของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด




มีคนเคยบอกว่าจริงๆแล้วหน้าตาจงฮยอนน่่ะเหมาะจะเป็นบาริสต้ามากกว่าบาร์เท็นเดอร์ แต่นั่นมันก็แค่ภายนอกนี่นา

แต่ถ้าพูดจริงๆแล้วทั้งเขาทั้งมินฮยอนน่ะ สลับหน้าที่กันเมื่อไหร่ก็ได้




คิมจงฮยอนกับฮวังมินฮยอนที่รู้จักกันมาสิบสามปี

ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่มีนิสัยเหมือนๆกันแบบพวกเขา กลายเป็นขั้วตรงข้ามที่เติมเต็มกันตั้งแต่เมื่อไหร่






สิบเอ็ดปีที่เป็นเพื่อน

กับสองปีที่พวกเขายืนอยู่บนเส้นดายสีแดงของความสัมพันธ์ที่จำกัดชื่อไม่ได้







“ขอชาร์ตแบตหน่อย"




คิมจงฮยอนหันไปมองผู้ชายที่เขาเจออยู่ทุกวัน แต่ไม่เคยเลยซักครั้งที่จะชินกับความหล่อเหลานี้ คนตัวเล็กกว่าเดินตรงไปหาผู้ชายที่นั่งบนเก้าอี้พลาสติกแบบเคาน์เตอร์บาร์ รอยยิ้มที่ส่งมาดูร้ายกาจสมกับนิสัยเจ้าตัวยิ่งนัก




“ตอนเที่ยงก็ขึ้นไปชาร์ตถึงบนห้องแล้วไม่ใช่หรอ"




ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ร่างโปร่งก็ตวัดขาขึ้นไปนั่งบนตักที่เคยรองรับตัวตนของจงฮยอนมานับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาหัวเราะให้กันอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนที่ริมฝีปากทั้งสองจะประกบกัน แลกชิมความหวานกันนับครั้งไม่ถ้วน



“อ๊ะ หยุดก่อน"



คนที่ถูกบอกให้หยุดยังคงพ่นลมหายใจคลอเคลียรอบคอของคนที่นั่งอยู่บนตัก



“ทำไมอ่าาาา"



น้ำเสียงออดอ้อนที่ออกมาจากลำคอสวยนั่น ยังทำให้จงฮยอนหวั่นไหวเหมือนครั้งแรกที่ได้ยิน



“ไปซื้อเอ็นไก่ให้หน่อยดิ น่าจะไม่พอ"



คนออกคำสั่งเข้าไปคลอเคลียเจ้าของตักอย่างเอาใจ เขาเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว และนั่นหมายความว่าถ้าจงฮยอนเป็นคนออกไปซื้อเองต้องกลับมาเปิดร้านไม่ทันแน่ๆ



“อื้อ เดี๋ยวเสร็จแล้วกลับมาหมักทิ้งไว้ให้นะ เจจัดร้านก็พอ เดี๋ยวในครัวมินดูให้เอง"



จะบอกว่าพวกเขามีแค่กันและกันก็อาจจะถูก

มันมีเรื่องราวมากมายที่พวกเขาผ่านมาด้วยกัน




ร้านที่เกิดขึ้นเพราะน้ำพักน้ำแรงของพวกเขา

และห้องข้างบนชั้นสามที่เป็น "บ้าน"




“ขอบคุณนะ มินฮยอนอ่า"


“ขอบคุณเหมือนกันครับ :)”






คิมจงฮยอนอยากจะหัวเราะให้กับคำที่บอกว่า ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทน่ะ ไปได้ไกลที่สุดก็แค่เพื่อนร่วมทาง

เพื่อนร่วมทางที่วันหนึ่งต้องเดินแยกทางกันไป


และไม่มีทางหวนกลับมาเจอกัน



จงฮยอนมองตามแผ่นหลังที่เขาไม่เคยเบื่อที่จะมอง ท้องฟ้าข้างนอก และกลิ่นดินที่ลอยมาทันทีที่ประดูถูกเปิดออก


“มินฮยอน!” ร่างโปร่งหยิบร่มสีดำสนิทที่วางไว้ข้างล่างเคาน์เตอร์บาร์ ก่อนจะวิ่งไปเพื่อยื่นอุปกรณ์กันฝนอีกคน "เอาร่มไปด้วย"



“อื้อ:)”





ใช่ ..


เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อให้โลกจะแตก เชื้อไวรัสจะกระจายไปทั่วโลก

แต่คิมจงฮยอนกับฮวังมินฮยอนจะไม่ยอมปล่อยมือจากกัน





แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขา...ที่จำกัดชื่อไม่ได้

จะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่มีชื่อเรียกขึ้นมาก็ตาม








TBC





Please comment or tag #Shelterain101






Talk : มันกะจะหลายคู่หน่อย ถ้าอ่านแล้วงงบอกได้เลยนะคะ น้อมรับทุกข้อติชมคับบบ .__.

          คาแรคเตอร์พิจงกับฝ่าบาทอาจจะทำให้ตกใจ แต่แบบอยากจะฉีกคาแรคเตอร์ของมินเจบั่ง5555


          ปล. แต่ละคู่คือต่อโมเม้นท์ได้ด้วยฟิคมากๆ เพราะงั้นเราเลยแต่งสนองนี้ดตัวเองเลย ;___;

          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #226 จุนซูนูน่า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:31
    อ่อนหวานละมุนละไมมากๆค่ะ
    #226
    0
  2. #164 tong_btob (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 15:04
    ไรต์มีแต่คู่ที่เราชอบขอบคุณคะชอบมากๆ
    #164
    0
  3. #146 hetiangle (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 12:25
    เนื้อเรื่องดี ภาษาสวย อ่านแล้วคิดภาพตามได้ สนุกค่ะ
    #146
    0
  4. #123 maypmv (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 12:43
    เราชอบภาษาของไรท์มากเลยค่ะ เราอ่านแล้วเรารู้สึกหน่วงตามแดฮวีเลย ไม่รู้ว่าน้องยังฝังใจกับใครแต่ก็อยากให้น้องเปิดใจให้กับอะไรใหม่ๆที่จะเข้ามานะ ส่วนคนที่เข้ามาซื้อกาแฟกับซอนโฮนี่น่าจะเป็นควานลินใช่มั้ย อยากถามความลินว่าอร่อยจริงๆหลอ5555 ชอบซอนโฮมาก รู้สึกเป็นคนที่พลังบวกล้นเหลือ คู่สุดท้ายมินเจ ดูอบอุ่นอ่ะ ดูเป็นความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ แบบเค้าดูมีกันและกันตลอดจริงๆ
    #123
    0
  5. #118 STEM1995 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 11:57
    คู่แบคฮวีนี่รู้สึกเป็นห่วงน้องหวียังไงก็ไม่รู้ 55555/ หลินโฮนี่ยากถามควานลินว่ากาแฟอร่อยหรือคนขายอร่อย อรุ่มมมม/ คู่มินเจยี่ดูอบอุ่นมากๆเลย งือออ
    #118
    0
  6. #116 Knight JR (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 23:29

    ภาษาดีมากเลย ชอบนะคะ น้องลูกเจี๊ยบบ ชงกาแฟไม่เป็นแต่เขาก็ยังบอกว่าอร่อยนะ แง เขิน มีแบคฮวีด้วย อิอิ ส่วนมินเจกับความสัมพันธ์ที่ยังไม่มีชื่อเรียกบรรยายได้ดีมากเลย บอกไม่ถูกแต่เราเขินเวลาอ่านอ่ะค่ะ 55555 เป็นกำลังใจให้นะคะ ????

    #116
    0
  7. #105 mysunshine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 11:43

    ภาษาดีมากๆเลยค่ะ ฮื้ออออ

    เพิ่งมาอ่าน อ่านได้ตอนเดียวแล้วน่าติดตามมากๆๆๆๆๆๆๆ

    #105
    0
  8. #85 dulcimerkj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 01:45
    ชอบภาษาจังเลยค่ะT///T ละมุนทุกคู่เลย อยากรู้ว่าจริงๆ กาแฟที่น้องชงมันอร่อยมั้ย
    #85
    0
  9. #81 aun-aom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:18
    โอ้ยยยยยย มีแววของความละมุนและก็ฟินของทุกคู่เลยอ่าาา ติดตามๆ
    #81
    0
  10. #68 junieelee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 10:13
    ชอบมากๆเลยค่ะภาษาดีสำนวนดีเราชอบมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ รอติดตามอย๔้
    #68
    0
  11. #47 ggamjan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 16:36
    น้องซอนโฮในเรื่องน่ารักมากเลยค่า ชอบบบ
    #47
    0
  12. #43 LoveD.O. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 23:30
    กาแฟอร่อยจริงรึเปล่าคะ555
    #43
    0
  13. #35 leisure_27 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 19:56
    เพิ่งเคยอ่านทำไมเขินมินเจจัง เขียนดีมากเลยค่ะ 😍
    #35
    0
  14. #31 M.Choc_Parfait (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 16:25
    น้องฮวีเคยเสียใจอะไรมาคะ ให้พิจ๋าปลอบใจหน่อยซิ มินเจทำไมแอบแซ่บ ส่วนหลินนี่กาแฟอร่อยเพราะคนขายเปล่าคะ
    #31
    0
  15. #26 ngampisut (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 10:19
    เป็นฟิคที่ฟีลกู้ดมากๆ ขอบคุณนะคะ 
    ร้านนี้เปิดที่ไหนเนี่ย อยากไปนั่งทั้งวันทั้งคืนเลย
    ไปนั่งดูน้องซอนโฮ คุณบาริสต้า น้องแดฮวี คุณบาร์เทนเดอร์ ^^
    #26
    0
  16. #8 NlvK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 20:50
    ซอนโฮลูกแม่ไม่รู้เรื่องเลย ควานลินต้องถูกใจ เอ็นดูน้องแน่ๆ ถึงบอกอร่อยย กรี๊ดด
    ชอบคาแรคมินเจแบบนี้นะ 555555 เขิน
    #8
    0
  17. #7 .Jaybb_R (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 08:01
    เขินแรงกับประโยคชาตแบตของพี่ ฮืออออออ ลมจะจับ ม้างเง้ย เป็รประโยคธรรมดาแต่ดูร้อนแรงจังเลย ฮืออ ส่วนเจี๊ยบก็ยังคอนเซปนักล่าห้ามื้อเหมือนเดิม คู่นี้อ่านแล้วรูิสึกมีฟิลเตอร์สดใสอยู่รอบตัวเวลาอ่าน 5555555 ของน้องฮวีเหมือนเป็นโลกสีเทาที่เราหวังว่าดฃโฮจะมาเติมเต็มแต้มสีให้โลกของน้องสดใสมากขึ้น คือชอบทุกคู่เลย มันลงตัวมากๆอยากอ่านเต็มๆต่อ ติดตามเป็นกำลังใจอยู่นะ ปกติไม่ค่อยเม้นยาว 55555 รออยู่เน้อ ?
    #7
    0
  18. #5 Starryday (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 08:02
    อมกกกกกก คาแรกเตอร์มินเจคือดีงามมากๆๆๆๆๆๆๆ รอติดตามต่อเลยค่าาา
    #5
    0
  19. #4 rose_of_sharon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:48
    อร๊ายยยยกรี๊ดดดดดด
    ในที่สุด.....ก้ได้เจอฟิคคู่ที่เราชอบทั้งสามคู่มั่กมากในเรื่องเดียวกัน
    มีทั้งมินเจ หลินโฮและแบคฮวีเลย ฮืออออดีจายยย
    แถมเนื้อเรื่องของแต่ละคู่ยังอ่านแล้วแบบฟีลกู๊ดสุดๆด้วย
    แต่ช่วงแรกๆเรื่องของน้องหวีแอบม่านิสนึงอยู่นะTT TT หวังว่าพิดงคงจะมาทำให้น้องดีขึ้นจากเรื่องภายในใจน้องได้นะ
    เรื่องของเจี๊ยบเนี่ย อ่านแล้วมีความฮามากสุด ที่ยังสติลเห็นแก่กินเสมอ 555555
    ส่วนคู่มินเจเนี่ย เห็นดูเรื่อยๆแถมมีความเป็นเพื่อนบังหน้า?ยังแอบมีความร้อนแรงอยู่นิสนึงนะเคอะๆ อิอิ
    หวังว่า เรื่องราวหลังจากนี้ จะยังฟีลกู๊ดอบอุ่นใจเมื่ออ่านเสมอนะ ไม่อยากให้ม่าเลย เราใจบาง

    #4
    0
  20. #3 qqwwwqq (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:12
    เฮ้ย ตอนแรกคิดว่าจะเศร้าไรงี้ แต่แบบมันโอเคหลายมุมมองในตอนเดียวอะ แล้วแบบมินเจคือความอบอุ่น ความสัมพันธ์แบบไม่มีขื่อเรียกแต่ดูแลกันตลอด อิจฉา 5555
    #3
    0
  21. #2 Mmmiiinnn000 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 20:46
    เห็นมินเจแล้วแอบคิดถึงตัวเอง 5555 คือรู้สึกดีมากๆ ที่เค้ามีความสัมพันธ์กันแบบนี้ แบบไม่ได้เข้ามาจีบตรงๆ แต่เป็นเพื่อน เป็นหลายๆ อย่างไปจนถึงเป็นทุกอย่างอะ หวานมากเลย แต่แอบกลัวดราม่า เหมือนฝนกำลังจะตกเนอะ รออ่านต่ออยู่นะคะ
    #2
    0
  22. #1 PATTEN96 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 20:45
    โอ้มายยก๊อด คืออดีงามพระรามแปดมากมายกายกอง นอกจากคู่มินเจแล้วนี่ชอบหลินโฮด้วยอ่า
    ไรท์แต่งดีมากๆเลลยค่ะ
    อ่านแล้วตัวบิด
    กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    มินเจอบอุ่นแท้
    อห
    หวานเกิน
    ขอบคุณนะคะที่แต่งฟีลกู๊ด ชอบค่ะ55555
    #1
    0