[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 8 : [sf] YOUniverse (Part III : Fin.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    3 ก.ย. 60


[sf] YOUniverse (Part III : Fin)

Doyoung x Jaehyun



















BG Music : Bolbbalgan4 - Galaxy

https://www.youtube.com/watch?v=9U8uA702xrE









































Fight for the fairy tale it does exist

- Joy.F













*












“อีแทยง"




มันเป็นชั่วขณะที่ทำให้พวกเขาหายใจอึดอัด

มันเป็นเรื่องที่ทุกคนในกลุ่มรู้ดี เพียงแค่ไม่มีใครพูดมันออกมา



“ไม่ได้ชอบ" คิมโดยองหลับตาลง "ไม่ได้ชอบแบบนั้น"



เจ้าหญิงน้ำแข็งของกลุ่มยกขวดไวน์ขึ้นมาจรดริมฝีปาก



“แล้วนายจะแน่ใจได้ยังไง?"

“...”


“ว่าความชอบที่นายมีให้้แจฮยอน"



มือเรียวสวยนั่นส่งขวดไวน์ไปให้คนข้างๆ



“มันต่างกับความชอบที่นายมีให้แทยง?”



โดยองยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่น่าสมเพช เหยียดยัน



“นั่นสินะ"



คิมโดยองจะแน่ใจได้ยังไง?



ในเมื่อเขามีอีแทยงข้างๆมาตลอดสิบปี และตลอดเวลาสิบปีนั่นโดยองก็ไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดกับเขาแบบไหน

ใช่ ทุกคนในกลุ่มรู้มานานแล้ว ทั้งฮยอนบินทั้งซูจองที่พึ่งมารู้จักกันตอนเข้ามหาลัย





แต่พวกเขาทั้งสองคนก็เป็นแค่คนขี้ขลาด


คนนึงไม่กล้าบอกความรู้สึกออกไป

คนนึงไม่กล้าที่จะฟังสิ่งที่อีกคนต้องการบอก


เสียงเปิดประตูระเบียงไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นซักนิด นายแบบคนดังนั่งลงข้างๆโดยอง



“กูมั่นใจว่าที่แทยงไม่กล้าพูด ไม่ได้เป็นเพราะว่ามันกลัวจะเสียนายไป ในฐานะเพื่อน"


“...”


“และที่มึงไม่กล้าฟังมันสารภาพ มันคงเป็นสาเหตุเดียวกับที่มันไม่กล้าบอกมึง"


“...”


“อีแทยงที่คอยดูแลมึงตลอด และก็เป็นมึงที่คอยดูแลมัน มึงอยู่ด้วยกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว และนั่นมันก็มากพอจะเป็นหลักประกันว่าพวกมึงทั้งสองคนจะไม่ทำกันและกันหายไป"


“...”


“ถึงมันจะดูเข้มแข็ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันเข้มแข็งพอจะฟังความชัดเจนจากปากมึงตรงๆ ใช่...และมันก็ไม่ได้หมายความว่ามึงจะทำร้ายมันไปเรื่อยๆแบบนั้นได้ แทยงมันเพื่อนกู เพื่อนซูจอง เพื่อนมึงด้วย"


“...”


“แล้วมึงกลัวเหี้ยไรอยู่วะ?”


“…”


“…”


“ใช่ กูกลัวว่าสุดท้ายแล้วกูจะปฏิเสธมันไม่ได้ ไม่รู้ดิ กูไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้มันร้องไห้"


“มึงเป็นสาเหตุนั่นไปแล้ว รวมถึงสาเหตุที่ทำให้มันมีความสุขด้วย"


ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเงยหน้าไปมองฮยอนบินด้วยสายตาเป็นเชิงให้อีกฝ่ายหยุดพูดก่อน



“และแจฮยอน จองแจฮยอนเป็นน้องกู มึงเข้าใจความหมายนั่นไหมคิมโดยอง?”


“อื้อ"


“ที่กูถาม เพราะมันก็มีโอกาสที่มึงอาจจะชอบแทยง แต่มึงอาจจะไม่รู้ตัว กูแค่อยากให้มึงแน่ใจในสิ่งท่ีีมึงกำลังจะเลือกที่สุด"


“...”


“เพราะงั้นไปทำให้มันชัดเจน ไปรับฟังคนที่วิ่งตามมึงมาตลอด แล้วตอนนั้นมึงจะรู้เองว่าจริงๆมึงรักใครแบบไหน"


“...”


“ไม่ว่ามึงจะเลือกทางไหน พวกกูก็พร้อมจะดูแลทั้งคนที่เจ็บและคนที่มีความสุข"


“อ่ะ ทีนี้มึงก็เข้าห้องนั้นไป ละยังไงเดี๋ยวกูชงเหล้ารอจ่ะ"


โดยองมองฮยอนบินที่ส่งยิ้มทะเล้นมาให้



“แต่เอาจริงป่ะ กูรู้ว่ามึงรู้แล้วว่ามึงรักใคร"


“...”


“กูพยายามมองข้ามมาตลอด แต่แววตามึงตอนที่มึงพูดถึงแทยงเมื่อกี้"


“...”


“มันแม่งโคตรชัดเจนเลยว่ะ"



ก็เป็นจองซูจองอีกนั่นแหละ ที่เข้าใจเขาเสมอ และนั่นคงเป็นอีกสาเหตุที่อีกฝ่ายปล่อยให้เขาเข้ามายุ่งกับน้องชายคนเดียวของตัวเองแบบนั้น







อีแทยงกำลังนอนอยู่บนเตียง เสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังอย่างสม่ำเสมอนั่นหลอกอะไรคิมโดยองไม่ได้ เพราะเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายติดนิสัยนอนกอดหมอนข้างแค่ไหน และการที่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังนอนหงายโดยไม่กอดอะไรเลย มันทำให้โดยองยิ่งรู้สึกผิด


เพราะความขี้ขลาดของเขาทำให้คนสำคัญของโดยองต้องเก็บซ่อนความรู้สึกมาตลอด



“แทยงอ่า..”


“...”


“อีแทยง นายอยากบอกอะไรกับเราไหม"


“…”


“ถ้าจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ ถ้าอยากจะด่าอะไรก็ด่ามาเลย"


ภาพของแทยงที่ลืมตาขึ้นมา มันเป็นภาพที่เขาเห็นมาแล้วเป็นร้อยครั้ง แต่ไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้มันถึงบีบใจโดยองมากขนาดนี้


อาจเป็นเพราะหยาดน้ำสีใสที่ไหลออกมา ก่อนที่เขาจะเห็นนัยน์ตาสีเปลือกไม้ของเพื่อนสนิท



“เรากับนายเหี้ยไร ขนลุก"



เสียงสั่นๆนั่นดังขึ้น พร้อมๆกับที่อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง ทำให้ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนนั่งตรงกัน และมันทำให้พวกเราไม่สามารถมองหน้ากันและกันได้



เขารู้ดีว่าเขาควรคุยกับอีกฝ่ายแบบที่สามารถมองหน้ากันและกันไปด้วย

แต่คิมโดยองก็ยังขี้ขลาดเกินกว่าจะมองความเจ็บปวดของแทยงตรงๆ



“เออ กูชอบมึง ชอบที่มึงอ่อนโยน แต่ก็เข็มแข็ง ชอบที่มึงทำให้กูรู้ตัวว่ากูชอบอะไร อยากทำอะไร กูชอบที่มึงคอยอยู่ข้างๆ เข้าใจกูโดยที่กูไม่ต้องพูดห่าอะไรเลย ชอบที่มึงเอาใจกูแต่ก็เป็นคนที่คอยห้ามกูเวลาทำอะไรเกินตัวตลอด"


“...”


“และกูก็ไม่ปฏิเสธว่ากูเคยคิดว่าถ้ากูยังอยู่ข้างๆมึงต่อไป ที่ข้างๆมึงตรงนั้นจะเป็นของกู"


“แทย..”


“หยุด ฟังกูพูดให้จบก่อน ไหนบอกจะฟังกูไง"


“เออๆ พูดมา"



โดยองส่งมือไปขยี้หัวเพื่อนสนิทด้วยความหมั่นไส้อย่างเคยตัว



“เนี่ย กูไม่ชอบที่มึงลูบหัวกูแบบนี้ ไม่ชอบที่มึงอ่อนโยนใส่กูในตอนที่กูกำลังอ่อนแอ ไม่ชอบที่มึงรู้จักกูดีพอๆกับที่กูรู้จักมึง และเพราะแบบนั้น"

          

      “...”


      "กูไม่ชอบที่จะได้ยินคำปฏิเสธที่มึงกำลังจะบอกกู"



“...”





ใช่ อีแทยงรู้จักคิมโดยองดีจริงๆนั่นแหละ สิ่งเดียวที่เขารู้สึกตอนที่อีกฝ่ายกำลังรู้สึกสารภาพรักกับเขาคือความรู้สึกผิด มันเหมือนกับมวลทั้งหมดในอากาศกำลังกดลงมาจนคิมโดยองเดินต่อไม่ได้


มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่แจฮยอนขอตามเข้าไปที่ร้าน ไม่ใช่ความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่น้องยิ้มขณะสวมเสื้อแจ็กเก็ตที่เขาเป็นคนทำให้




และอีแทยงก็รู้จักคิมโดยองดีเสมอ



มึงเห็นรึยังว่ากูเกลียดตัวเองที่รู้จักมึงดีขนาดไหน คำตอบรับคำสารภาพที่มึงจะตอบกูยังรู้โดยไม่ต้องรอมึงพูดออกมาเลย"



มันมีไม่กี่คนในชีวิตจริงๆที่ทำให้โดยองร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กหกขวบที่วิ่งหกล้ม

เด็กหกขวบที่ดีใจเพราะได้ของเล่นอันใหม่ และร้องไห้เพราะทำมันพังด้วยมือของตัวเอง


และเด็กคนนั้นมือสั่นจนไม่สามารถประกอบของเล่นชิ้นนั้นขึ้นมาใหม่ได้




คิมโดยองในวัย22 ปีได้ทำร้ายความรู้สึกเพื่อนที่อยู่กับเขามาครึ่งชีวิต

เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้ความรู้สึกของอีกฝ่ายมันพังจนพอจะเหลือซักเศษเสี้ยวนึงที่อยากจดจำเขาต่อไปไหม



“อ่ะ ละเนี่ยก็แย่งซีนกูอีก กูควรเป็นคนร้องไห้ไหมอ่ะ"



อ้อมกอดของแทยงยังอบอุ่นเหมือนเดิม แต่วันนี้มันเต็มไปด้วยรอยน้ำตาของเขา



“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูขอทุนไปเรียนญี่ปุ่นตั้งนานแล้ว ก่อนที่มึงจะรู้จักน้อง ก่อนที่มึงจะรู้จักความรักของมึง"

“...”


“อย่าคิดห่าไรไปเอง กูเป็นคนเริ่มเพราะงั้นกูจะเป็นคนหยุดมันเอง ไม่ต้องมาคิดเยอะแทนกู แค่จำไว้ว่ากูจะไม่เดินออกจากชีวิตมึง ตราบใดที่มึงไม่ทำตัวเหี้ยๆจนกูรับไม่ได้"


“...”


“ไปขอน้องเขาเป็นแฟนดีๆ รู้จักกันมายี่สิบกว่าปี กูก็อยากเห็นเวลามึงมีความรักบ้าง เผื่อมึงเป็นแฟนที่เหี้ยกูจะได้เสียใจน้อยลง"


โดยองหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา อีแทยงยังเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกคนอื่นก่อนเสมอ อีกฝ่ายมักจะทำให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้น ทั้งๆที่ตัวเองกำลังรู้สึกแย่



“ร้องไห้เสร็จแล้วก็เดินออกไป กูก็บอกอยู่ว่าง่วงนอน ละมึงก็มาปลุกกูเนี่ย"



คนที่ได้รับคำสารภาพรักพยักหน้าหงึกหงัก ยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆ


“ขอบคุณนะมึง"



อ้อมกอดของคิมโดยองน่ะ ยังคงอบอุ่นเหมือนครั้งแรกที่แทยงได้้รับมัน



“แต่กูจะไม่ขอโทษ เพราะกูรู้ว่ามึงไม่อยากได้ยินคำนั้น"




แต่มันเป็นเขาเอง

เป็นอีแทยงที่ทำให้อ้อมกอดที่อบอุ่น กลายเป็นอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันแสนมีค่า






เสียงปิดประตูดังขึ้น และนั่นเป็นตัวกระตุ้นให้น้ำสีใสไหลออกมาจากนัยน์ตาที่พยามยามกักเก็บมันไว้ขณะที่ใครอีกคนยังอยู่ในห้องนี้




เสียงเปิดประตูอีกครั้งทำให้เขารีบมุดเข้าไปในผ้าห่ม …



“ย่า! อีแทยง นอนด้วยนะ"


“นอนด้วยดิๆๆๆ บิน มึงไปนอนพื้นไป๊ๆๆ"



แทยงเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะมองภาพเพื่อนสองคนที่รีบวิ่งมาแย่งที่นอนบนเตียง คนตัวเล็กยิ้มออกมาทั้งน้ำตา และเพราะแบบนี้ไง เขาถึงบอกโดยองว่าเขาไม่ต้องการเวลาทำใจอะไรทั้งนั้น



ในเมื่อเขามีเพื่อนที่ดีขนาดนี้อยู่ข้างๆ มีพี่สาวของเพื่อนสนิทที่รักเขามากขนาดนั้น อีแทยงน่ะมีคนรักมากมายจะตาย และคนที่เขารักก็รักเขา



ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความรักแบบเดียวกัน

แต่มันก็คือความรักอยู่ดี









กลิ่นลมเค็มๆ กับบรรยากาศดีๆของทะเลไม่ได้ทำให้จองแจฮยอนรู้สึกดีขึ้นเหมือนเคย

เขาเริ่มสงสัยตั้งแต่ตอนเข้าไปส่องไอจีของพี่ปีสามแล้ว สายตาของพี่แทยงมันไม่ได้ชัดเจนพอที่จะทำให้แจฮยอนสะกิดใจตั้งแต่ครั้งแรก แต่การกระทำเล็กๆน้อยหลายอย่างมันทำให้เด็กมอหกมั่นใจ




ถึงแบบนั้นการกระทำหลายๆอย่างของพี่โดยองมันก็ทำให้เขามั่นใจ มากพอที่จะเดินเข้าไปในโลกของอีกฝ่าย

จองแจฮยอนไม่ใช่คนโง่ที่เดินทะเล่อทะล่าเข้าไปในหลุมดำนั่นโดยไม่ศึกษาอะไร เขารู้ว่าพี่โดยองมักจะทำอะไรและไม่ทำอะไร



มันแน่นอนว่าอีกฝ่ายจริงจังกับเขาในระดับนึง

แต่การตกหลุมรักเพื่อนสนิทที่อยู่ด้วยกันมานานก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้




และในเมื่อพี่ซูจองและพี่ซูยอนไม่ห้ามอะไร นั่นก็บอกอะไรได้มากพอแล้ว


แต่มันจะมีความหมายอะไร..

ในเมื่อคนที่แจฮยอนอยากให้บอกอะไรซักอย่างไม่พูดมันออกมาซักที?




กลิ่นเย็็นๆที่ลอยมาพร้อมกับสายลมทำให้เด็กมอหกที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ยิ่งขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม

“แจฮยอน"

“...”


คนเป็นพี่เดินลงไปนั่งบนพื้นโดยหันหน้าเข้าหาน้อง โดยองเงยหน้ามองคนที่เขาคอยมองหามาตลอดเดือน


“พี่ขอโทษถ้าพี่ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจ หรือกังวล"


“ก็รู้ตัวหนิ"


“อื้อ แล้วตอนนี้ก็รู้แล้วว่าต้องการอะไร"


คนเป็นพี่ขำออกมาเมื่อคนเป็นน้องค้อนใส่หลังจากได้ยินประโยคเลี่ยนๆที่เขาเป็นคนพูดออกมา

“ตอนนี้เรายังไม่แน่ใจใช่ไหม ว่าพี่รู้สึกยังไง?”


“อื้อ"


“ถ้างั้นก็มีทางเดียวแล้วล่ะ"


“คือ?”


คิมโดยองยื่นมือออกไปทั้งสองข้าง แบออกเป็นการขอมืออีกฝ่ายกลายๆ เขาอยากพูดมันในระหว่างที่กำลังส่งความรู้สึกของเขาให้น้องรับรู้


มันไม่ได้มีคนอ่ืนคอยมอง

และโดยองไม่ได้เตรียมดอกไม้ช่อสวยๆไว้


เขามีเพียงแค่ พระจันทร์ครึ่งเสี้ยว กลุ่มดาวที่แสนมั่นคง และเครื่องบินที่กำลังลดระดับลง

เป็นพยานในสิ่งที่เขากำลังจะพูดออกไป



คิมโดยองไม่ได้มีดอกไม้ หรือตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ที่จะส่งให้อีกฝ่ายถือ

มันไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก ในเมื่อตอนนี้เขาส่งมือตัวเองไปโอบกอดรอบมือนุ่มๆของน้องแล้ว







“แจฮยอนอ่า"



“….”







“เป็นแฟนกันนะครับ"



เคยมีใครบอกแจฮยอนไหม ว่าคนตัวขาวแบบอีกฝ่ายเวลาเขินแล้วมันจะแดงไปทั้งตัวแบบนี้?



“พ่ีชอบมองเวลาหนูกิน ชอบมองเวลาหนูคอยแอบมองพี่ ชอบเวลาที่หนูทำให้พี่รู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มตลอดเวลา"


“...”


“อ่า...อยากจะพูดต่อนะ แต่เดี๋ยวหนูเขินแล้วเป็นลมขึ้นมาพี่โดนยัยเจ้าหญิงไล่เตะแน่"




โดยองเปลี่ยนไปประสานมือกับแจฮยอนแทน เขามองเข้าไปนัยนต์ตาเจ้าเด็กดื้อที่ตอนนี้เขินมากๆ แต่ก็ยังกล้าสบสายตากับเขาต่อ



เสียงคลื่นกระทบกับชายหาดเป็นเหมือนเสียงเพลงที่ดังก้องในจักรวาลของพวกเขา มันดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหมือนกับจังหวะการเต้นของหัวใจ มันอาจไม่ได้เต้นแรงเท่ากับวินาทีที่เขาค้นพบว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่เขาตามหามาตลอด …


เพราะตอนนี้มันกลายเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอและมั่นคงกว่าเดิม




“ไม่เตะหรอก"


“หืม?”


“พี่พูดต่อซี่...”


“ห้ะ?”


คนเป็นพี่ใช้เวลาอีกห้าวินาทีในการคิดว่าน้องจะให้เขาพูดอะไรต่อ และเมื่อคิดได้แล้วพี่ปีสามจึงหัวเราะออกมา ส่งมือใหญ่ๆนั่นไปยีหัวคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู



“ย่า! หยุดหัวเราะเลยนะ คิมดงยอง!”


“ฮ่าๆ"


“งั้นรอคำตอบไปจนกว่าผมจะขึ้นปี1 เลย!!!”


แจฮยอนผลักคนเป็นพี่จนอีกฝ่ายล้มลงไปนอนกับพื้น แต่คนโดนผลักกลับรีบเด้งตัวขึ้นมาง้อคนเป็นน้องทันทีที่ได้ยินว่าเขาต้องรออีกเกือบครึ่งปี



“แจฮยอนอ่าาาาาาาาา แจฮยอนค้าบบบบบบบบ"


“...”


“แจฮยอนจ๋าาาาาา พี่ขอโทษษษษษษษษษษษษ"



เสียงโวยวายของคิมโดยองเงียบลงทันทีที่เขาวิ่งตามน้องมาถึงส่วนห้องรับแขก คนตัวโตกว่าสำเหนียกได้ว่าตอนนี้เขาไม่ควรส่งเสียงอะไรให้คนอีกห้องหนึ่งได้ยิน


กลายเป็นว่าตอนนี้โดยองกำลังเดินย่องผ่านห้องนั่งเล่่น มือแกร่งนั่นจับลูกบิดประตูที่คนตัวขาวพึ่งวิ่งเข้าไป


และเขาพบว่า ….



“นอนห้องรับแขกไปเลย!”



ประตูห้องล็อค ….





และคืนนั้นคิมโดยองก็ได้แต่กอดขวดเหล้านอนบนโซฟา :(









*









ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนไปสองฤดูแล้ว

และมันผ่านไปพร้อมกับความทรงจำมากมายที่แจฮยอนได้สร้างมันขึิ้นกับพี่โดยอง



เขาค้นพบว่าพี่โดยองเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บความรู้สึก

แจฮยอนเป็นคนที่ค่อนข้างแสดงออกความรู้สึกของตัวเองผ่านสีหน้า


แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องยากในการเข้าใจอารมณ์ของพี่ปีสาม




‘พี่จะไปขี่รถเล่น’


นั่นหมายความว่าพี่โดยองกำลังหงุดหงิด และมอเตอร์ไซค์คันใหญ่กับวิวรอบเมืองโซลจะเป็นสิ่งที่ผ่อนคลายอารมณ์ของคนเลือดร้อน


การที่พี่โดยองให้ของขวัญเขา โดยที่ไม่ใช่โอกาสพิเศษอะไร แปลว่าพี่เขากำลังรู้สึกผิดว่าดูแลแจฮยอนได้ไม่ดีพอ ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย เพราะถึงอีกฝ่ายจะไม่ว่าง แต่นั่นมันก็เพราะงานและการบ้านทั้งหมด


ไหนจะเสื้อผ้าที่พี่ปีสามทั้งออกแบบทั้งตัดเย็บให้เขาเองมากมายนั่นอีก



ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่การมีพี่โดยองเดินไปด้วยในทุกๆย่างก้าวของถนนเส้นใหม่ กลายเป็นสิ่งที่แจฮยอนอยากให้มันคงอยู่นานที่สุด ให้นานเหมือนกับกลุ่มดาวเหนือที่คอยชี้ทางให้นักเดินทางที่กำลังหลงทาง


แจฮยอนยังจำได้ดีว่าวันจบการศึกษา อีกฝ่ายเดินมาพร้อมกับชุดเดินแบบคอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ชื่อดัง

คิมโดยองที่เดินมาพร้อมดอกลิลลี่หนึ่งช่อ คุกเข่าลงตรงหน้าเพื่อมอบรองเท้าหนังคู่ใหม่ให้



“มาก้าวไปข้างหน้าด้วยกันนะ"


มันเป็นคำพูดธรรมดาๆที่ไม่คำว่า "รัก" บรรจุอยู่ในนั้น มีเพียงสัมผัสจากฝ่ามือที่แตะลงบนอวัยวะที่อยู่ต่ำสุดในร่างกาย ริมฝีปากของคนเป็นพี่อยู่ในระดับเดียวกับเข่าของเด็กมอหก


และนั่นมันก็มากพอที่จะทำให้เขามั่นใจ


พี่โดยองที่มอบรองเท้าที่เต็มไปด้วยสัมผัสจากฝ่ามือ หยาดเหงื่อ และ เวลา ที่อีกฝ่ายบรรจุมันลงไป ยื่นมาให้จองแจฮยอนเหยียบย่ำ และปกป้องเขาจากพื้นหนามต่างๆ





난 그대 품에

별빛을 쏟아 내리고

(ในอ้อมกอดของเธอ

ดวงดาวบนฟ้าจะตกลงมาตรงนี้)







*



และก็เป็นคิมโดยองอีกที่พาจองแจฮยอนไปรายงานตัว ในวันปฐมนิเทศนักศึกษา


แน่นอนว่าการปรากฏตัวของเดือนศิลปกรรมปีสี่ ในห้องปฐมนิเทศของเด็กอักษรปีหนึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะปล่อยผ่านไป เขาจำได้ว่ารุ่นพี่ปีสูงหลายคนแอบหยิบมือถือมาถ่ายรูปคนดังขี้เก๊กนั่นด้วย



“โดยอง จีบน้องแจฮยอนหรอวะ?” พี่จงฮยอนประธานสโมของคณะเป็นคนถามออกไป


“เออ ออกตัวแรงจังวะ" และก็เป็นพี่ยูตะที่ช่วยเพื่อนรักแซวคนดังของมหาลัย



คนโดนแซวทั้งยังโดนสายตามากมายจับจ้องอยู่หัวเราะออกมา "ป่าว"


และคำตอบที่ออกมานั่นทำเอาแจฮยอนอยากจะเดินเข้าไปตีคนเป็นพี่ให้รู้แล้วรู้รอด


“อ้าว แล้วมึงมาทำห่าไร?”



แจฮยอนพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่จงฮยอน ใช่ ทำไมคิมโดยองถึงนิสัยไม่ดีขนาดนี้!












“แล้วทำไมจะมาได้วะ?”







“ก็เป็นแฟนกับน้องแล้วเนี่ย"




และประโยคถัดมาของอีกฝ่ายก็ทำให้เฟรชชี่คนดังได้แต่เลิ่กลั่ก โอเค พวกเขาปฐมนิเทศกันเสร็จแล้วก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเดินออกไปจากห้องแล้วนี่นา




“เปิดเทอมแล้วนะ แจฮยอนอ่า"


“...”


“พี่รอวันนี้มานานแล้วนะ"


แจฮยอนก้มหน้าลง กัดริมฝีปากตัวเองอย่างอดไม่ได้




“จะไม่ให้คำตอบพี่หน่อยหรอครับ?”





คิมโดยองก็ยังคงเป็นคนร้ายกาจที่สุดอยู่ดีนั่นแหละ คนเป็นพี่รู้ดีที่สุดว่าจะทำยังไงให้คนเป็นน้องอย่างเขาคล้อยตาม มันไม่เคยเป็นเรื่องยากสำหรับคนตรงหน้าเลย



แจฮยอนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศในห้องที่เย็นลง นั่นอาจเป็นเพราะคนทั้งห้องกำลังรอฟัง คำตอบของเขาเหมือน




“อื้อ!”


“ครับ?”



สายตาแพรวพราวที่ส่งมาให้บอกเป็นนัยว่าพี่ปีสี่ต้องการให้เขาพูดมันออกมาเป็นประโยค ไหนจะนัยน์ตาที่เป็นประกายจนคนเป็นน้องอดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้อีก



“ก็เป็นไง แฟนอ่ะ"


“อ่าห้ะ"


“ถ้าพี่ทำผมเสียใจ เตรียมโดนเจคริสมายิงแน่!”



คนถูกขู่ว่าจะโดนยิงได้แต่หัวเราะให้กับภาพจองแจฮยอนที่เขินจนตัวแดงไปหมด คนเป็นน้องหันหลังกลับไปทำท่าราวกับจะวิ่งออกจากห้อง แต่เหมือนอีกฝ่ายนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรบางอย่างจึงหันกลับมาหา




ก่อนจะคว้าข้อมือของคนที่ตัวเองพึ่งขู่จะให้คนมายิงไว้ ก่อนจะวิ่งออกจากห้องด้วยกัน พร้อมกับเสียงโห่แซวของพี่ๆและเพื่อนๆในคณะ








은하수를 만들어

어디든 날아가게 할거야

(ฉันจะร่ายเวทมนต์บนอวกาศนี้

แล้วพาเธอบินไปตามที่ใจเธอต้องการ)




กิจกรรมของเด็กปีหนึ่งค่อนข้างเยอะ แต่นั่นก็ยังคงไม่เยอะเท่างานของพี่ปีสี่

มันทำให้ทั้งแจฮยอนและพี่โดยองได้เจอกันน้อยลง


แต่มันก็เป็นปัญหาที่พวกเขาสามารถจัดการได้



หลายครั้งที่เด็กคณะอักษรฯจะเห็นรุ่นพี่คนดังของมหาลัยมานั่งเฝ้าน้องแจฮยอนปีหนึ่งเข้าห้องเชียร์ (ข่าวลือบอกว่าเดือนสินกำมากันไม่ให้แฟนเด็กโดนเต๊าะล่ะ!)


บางครั้งก็เห็นรุ่นพี่มานั่งกินข้าวที่โรงอาหารอักษรฯตอนเช้า ถึงทั้งสองคนจะแค่นั่งกินข้าวตรงข้ามกัน แต่การที่พี่โดยองพยายามเป็นคู่ซ้อม speaking ให้เด็กปีหนึ่งก็น่ารักมากพอจะทำให้ทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมายิ้มให้ความน่ารักนั่นแหละ


อ้อ แล้วก็รถยุโรปสุดคลาสสิคที่มักมาจอดที่หน้าตึกอักษรฯนั่นด้วย






บ่อยครั้งที่เด็กศิลปกรรมเห็นน้องแจฮยอน อักษรฯปีหนึ่ง เดินเข้าออกคณะแทบทุกวัน รุ่นน้องคนนั้นมาบ่อยจนสามารถบอกทางเด็กสินกำปีหนึ่งที่กำลังหลงทางได้ด้วยซ้ำ

ไหนจะลานจอดรถหลังตึกสินกำที่รุ่นน้องมักจะมายืนรออีก





แต่ที่ไหนคงจะไม่อภิสิทธิ์เท่าการเดินเข้าไปในห้องทำงานของ รุ่นพี่โดยองได้ โดยไม่ต้องเคาะประตูนั่นอีก (ข่าววงในบอกมาว่าน้องถึงขั้นมีกุญแจสำรองของรุ่นพี่เชียวล่ะ)



กลายเป็นว่าทั้งสองคนเป็นคู่รักคนดังที่คนในมหาลัยสบายใจที่จะเห็นมากที่สุด

พวกเขาไม่ได้เดินจับมือกัน หรือทำอะไรเลี่ยนๆ


ตรงกันข้ามพวกเขามักจะเห็นคนเป็นน้องแว้ดๆใส่คนเป็นพี่ แต่พอโดนอีกฝ่ายตวัดสายตาดุๆ หรือบางทีก็สายตากรุ่มกริ่มใส่ น้องแจฮยอนคนเก่งก็จะเงียบไปเอง








저 별을 따 네게만 줄게 my Galaxy

Like a star 내리는 비처럼

(ฉันให้ดาวดวงนี้กับเธอแค่คนเดียวเลยนะ คุณกาแลคซี่ของฉัน

เป็นดั่งดาว ที่โปรยปรายเหมือนกับหยดฝน)











แต่ภาพที่ทำให้คนพูดถึงเยอะที่สุดคงไม่พ้นวันที่รุ่นพี่โดยองปั่นงาน อดหลับอดนอนไปสองวัน จนเป็นลมตรงโถงคณะ



พี่ซูจองที่เป็นพี่สาวน้องแจฮยอนเองยังตกใจที่เห็นน้องชายตัวเองวิ่งออกมาจากคณะ ในสภาพที่ไม่ได้ใส่รองเท้ามาด้วย หน้าม้าหนาๆนั่นแตกออกเพราะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ขนาดพี่สาวอย่างเธอยังแทบไม่เคยเห็นน้องตัวเองวิ่ง


ไหนจะนัยน์ตาที่รื้นไปด้วยน้ำใสๆนั่นอีก




และแน่นอนว่าเมื่อคิมโดยองตื่นขึ้นมา คนทำผิดนั่นโดนน้องชายเธอเมินไปเกือบอาทิตย์เต็ม ก่อนจะหายงอนก็บ่นคนเป็นพี่ทั้งวัน จนหูอื้อไปนั่นแหละ


อ้อ...แล้วตลอดอาทิตย์นั้นพี่โดยองคนนั้นก็ถูกทำโทษโดยการถูกคนน่ารักมัดจุกเดินรอบมหาลัยเลยล่ะ










แต่มันก็ยังมีเรื่องที่ถูกพูดถึงมากกว่านั้นอีก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นตำนานเลยด้วยซ้ำ?

     ใช่...งานแฟชั่นโชว์ของพี่ปีสี่

มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ที่ชุดของเดือนคณะจะได้เดินปิดท้ายโชว์





ประเด็นมันอยู่ที่นายแบบของรุ่นพี่โดยองต่างหาก



จองแจฮยอนที่เดินแบกความภาคภูมิใจตลอดเทอมของรุ่นพี่โดยอง

ชุดที่บ่งบอกเกียรติยศของคนตัด



และรุ่นน้องปีหนึ่งก็ทำได้ดีมากพอ จนคนเป็นพี่อดที่จะเดินออกมาหน้าบาน พร้อมกับส่งช่อดอกทานตะวันนั่นให้นายแบบตัวเองไม่ได้


เอาจริงๆมันก็ค่อนข้างตลกแหละ ที่เจ้าของชุดเตรียมช่อดอกไม้มาให้นายแบบของตัวเอง



แต่ภาพรอยยิ้มของนายแบบคนนั้นที่สดใส่กว่าช่อดอกไม้นั่นก็เป็นภาพที่น่ารักมากๆจนทำให้ทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้



“แจฮยอนอ่า"



โดยเฉพาะพี่ปีสี่คนนั้นด้วย :)



“ขอบคุณนะครับ :)”







별빛 아래 잠든 난 마시

온 우주를 가진 것만 같아

(ภายใต้ดวงดาวเหล่านี้

เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของอวกาศ)






“อื้อ"



รอยยิ้มของจองแจฮยอนที่เป็นเหมือนแสงจากดาวเหนือ

และความมั่นคงของคิมโดยองที่เปรียบได้กับการมีอยู่ของกลุ่มดาวเหนือ




“ขอบคุณเหมือนกันนะครับ พี่โดยอง :)”






กาแล็กซี่ของแจฮยอนถูกเติมเต็มด้วยการมีอยู่ของคิมโดยอง

เช่นเดียวกับกาแล็กซี่ของโดยอง ที่ส่องประกายเพราะความรู้สึกที่แจฮยอนสอนให้เขารู้จัก




:)


















- The End -






plz comment or tag #SFaMilRaindrops







Talk : ขอโทษที่มาต่อช้านะคะ พอเปิดเทอมแล้วเรายุ่งมากจริงๆค่ะ T_____T

จริงๆมันเป็นความผิดเราเองที่ตัดจบแบบนั้น คือคุณเขาแค่ไม่แน่ใจอ่ะ

แต่กับน้องคือจริงจังมาตั้งแต่แรกแล้วจริงๆ ฮื่ออออออ ._____.

ตอนจบมันอาจจะห้วนๆไป(?) คือเราทิ้งช่วงไว้นานมาก พอมาแต่งต่อเลยแปร่งๆไป ขอโทษด้วยนะคะ

ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว คงไม่ค่อยได้มาอัพถี่ๆนะคะ ปี4งานเยอะมากๆ ;____;

ใครว่างๆกะเข้าไปเล่นในแท็กหรือคอมเม้นให้กำลังใจกันได้นะฮับบ><


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #564 beyorx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 20:38
    คิดภาพตอนพี่โดยองโดนแจฮยอนงอน แล้วทำโทษด้วยการให้มัดจุกก็อดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ t ___ t
    #564
    0
  2. #418 mhpk_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 11:05
    นึกภาพตอนคนน้องแว้ดๆ แล้วพอโดนคนพี่ตวัดสายตาใส่ก็เงียบ แงงงง แก้มต้องป่องจนน่าบีบแน่เลยยย
    #418
    0
  3. #324 chocody96 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 20:56
    น่ารักมากกกกก อ่านไปยิ้มไป ความเข้ากันของสองคนนี้ทำให้มีความสุขมากจริงๆเลยค่ะ
    #324
    0
  4. #284 cadeaux (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:00
    ตายไปเลย
    #284
    0
  5. #229 Jnz♧ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:45
    น่ารักมากเลยค่ะ
    #229
    0
  6. #60 [T]if[A] (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 19:54
    เป็นฟิคที่ประทับใจตั้งแต่เริ่มจีบน้องจนได้เป็นแฟนกัน ฮื่อ น่ารักมากๆ แจฮยอนน่ารักมาก โดยองก็ดูหล่อและอบอุ่นมาก เขาเกิดมาเพื่อกันและกันที่แท้จริงค่ะ
    #60
    0
  7. #59 teddy.soo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 16:56
    สนุกมากๆเลยค่ะ บรรยากาศมันฟีลกู๊ดจนเราเคลิ้มตามไปด้วยเลย โดยองกับแจฮยอนเหมือนคู่ที่เติมเต็มซึ่งกันและกันจริงๆค่ะ คนน้องสอนให้คนพี่มีชีวิตชีวามากขึ้นในขณะเดียวกันคนพี่ก็คอยเป็นที่พึ่งให้คนน้องเวลาไขว้เขว มันเป็นความลงตัวที่ดีมากๆเลยค่ะ ฮื่อออ น้องแจน่ารักมาก มากจนเรารู้สึกว่าถ้าโดยองทำให้น้องเสียใจเราจะจัดการกับโดยองแทนเจคริสเอง555555 ขอบคุณไรท์มากๆเลยนะคะที่แต่งโดแจเรื่องนี้ขึ้นมา ชอบมากจริงๆค่ะ ชอบทุกเรื่องที่ไรท์แต่งเลย ฮือออ จะรอคอยเรื่องต่อไปนะคะ~
    #59
    0
  8. #58 Taochao (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 00:45
    เขินนนนนน โอ๊ยยย มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด ทำไมน้องน่ารักน่าหยิกอย่างนี้ อยากบีบแจ้มน้องงง ตระกูลจองเรียกน้องยังไงให้น่ารักขนาดนี้ ชอบการเล่าเรื่องหลังจากที่คบกันมากเลยค่ะ มันบอกได้เลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนามากกก ชอบความเป็นห่วงของคนน้องตอนที่พี่เขาเป็นลม ซงซานคุณเขานะคะ ตื่นมาโดนเด็กงอนไม่พอ ยังโดนบ่นอีก 55555555 ส่วนเรื่องของแทยง มันยากอะเนอะที่จะต้องเผชิญหน้ากันเพื่อทำให้ทุกอย่างกระจ่างอะ ยิ่งเป็นคนที่อยู่ด้วยกันมานานมากๆแล้ว รู้ความคิดกันละกันได้ดี หน่วงสุดตรงที่แทยงบอกว่าแม้โดยองไม่พูดก็รู้อยู่ดีว่าตะพูดอะไร อห น้ำตาเกือบบแตกตามโดยองไป ฮือออออแทยงงี่ อย่างน้อยก็ยังมีความรักของเพื่อนๆอยู่นะ ความรักก็คือความรัก! ถึงจะไม่เหมือนกันแต่ก็คือความรัก! อยู่ดูแลกันไปนานๆนะ!//กอดแทยงงี่
    #58
    1
    • #58-1 bellbellb(จากตอนที่ 8)
      4 กันยายน 2560 / 07:14
      แง้ จบแล้วอ่ะ คือมันน่ารักมากๆเลยค่ะ พี่โคตรจะยอมน้อง คู่นี้ไม่ต้องพูดหวานใส่กันแต่แสดงออกด้วยการกระทำมันโคตรจะน่ารักเลย อยากจะเป็นคนในมหาลัยจัง ได้เห็นภาพด้วยตาตัวเองงี้55555555 ชอบมากๆเลยค่ะ
      #58-1
  9. #57 ybsb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 23:39
    ชอบทั้งความรู้สึกในส่วนของโดแทและโดแจเลยค่ะ มีความ deep แต่ real และ touching ไม่รู้สึกขัดๆหรือแปลกเลยที่โดยองไขว้เขว เพราะเป็นคนสำคัญทั้งคู่ ฮืออ ชอบมากก ตอนจบก็ลงตัวนะคะ ทำให้รู้สึกเหมือนกาลเวลาเป็นตัวหล่อหลอมความสัมพันธ์ให้แข็งแรงขึ้นเองเลยค่ะ
    #57
    0
  10. #56 ₩₩₩💛 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 22:48
    แอบสงสารแทยง แต่ก็ยังดีที่ความเป็นดีๆยังไม่หายจากกันไปไหนเนอะ ส่วนโดแจคือน่ารักมากค่ะ น้องแจน่ารักมากๆ มากสุดๆ โดยองก็เป็นรุ่นพี่ที่เท่จริงๆ ดูติดนิ่งแต่อบอุ่นจังเลย ;---; ชอบตอนขอคำตอบเป็นแฟน เขินไปอีกกกกก
    #56
    0