[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 7 : [sf] YOUniverse (Part II) Doyoung x Jaehyun

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    8 ส.ค. 60

[sf] YOUniverse (Part II)

Doyoung x Jaehyun














BG Music : Daybreak – Minhyun & JR

https://www.youtube.com/watch?v=bBnWklKfYN0






































The course of true love never did run smooth.”

- William Shakespeare














*













นอนไม่หลับ

มันก็แค่เวลาสิบชั่วโมง


ใช่ มันคือจำนวนชั่วโมงทั้งหมดหลังจากที่เขาได้ทำความรู้จักกับนักเรียนคนแรกของตัวเอง




มันอาจจะดูเยอะ แต่ถ้าเทียบกับจำนวนเวลาทั้งหมดที่จองแจฮยอนใช้มาตั้งแต่เกิด

มันน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเทียบกับความรู้สึกที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ให้เขา






왠지 낯설어 혼자 있는 새벽 공기가

잠 못 이루게 하죠

(แค่จะนอนยังข่มตาหลับไม่ลงด้วยซ้ำ

ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่ชินกับบรรยากาศยามเช้าที่ต้องอยู่คนเดียวเลย)





“เห้อ"



แจฮยอนถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สิบตั้งแต่เขาเริ่มนอนอืดบนเตียง มือเรียวสไลด์มือถือไปมา เขาไม่ได้กดเข้าโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอื่นๆ และเจ้าของเตียงสีท้องฟ้าก็เปิดหน้านี้ค้างไว้มานานแล้ว


เขาเป็นยอด Following คนที่ 300 ของพี่โดยอง



ภาพส่วนมากในไอจีของคนดังมหาลัยล้วนมีแต่ภาพกระต่าย อาหาร ถนน หรือกิจกรรมในมหาลัย นานๆทีถึงจะมีรูปเซลฟี่ของอีกฝ่าย

แต่ภาพที่กินพื้นที่มากที่สุดคงเป็นภาพกับแก๊งค์คนสวรรค์แห่งมหาลัยนั่นแหละ มันมักจะเป็นตำแหน่งการนั่งแบบเดิมๆ พี่ฮยอนบิน พี่ซูจอง พี่โดยอง แล้วก็พี่แทยง



ตอนแรกมันก็แค่อาการนอนไม่หลับเพราะเขาประหม่า .. ใช่ มันเป็นความรู้สึกแบบที่ทำให้เขาหยุดยิ้มไม่ได้ จนต้องหาอะไรมาทำ โดยการเช็คไอจีของอีกฝ่ายนั่นแหละ



แต่สุดท้ายมันก็จบด้วยการนอนไม่หลับเพราะความไม่สบายใจ




คืนแรกที่เขาเริ่มคิดถึงคิมโดยองก่อนเข้านอน มันจบด้วยความไม่มั่นใจ

และแจฮยอนขอให้สิ่งที่เซ้นส์เขาสัมผัสได้ไม่ใช่ความจริง







*






“เอามัทฉะลาเต้ แอดวิปครีมเยอะๆนะฮะนูน่า"



พี่ยูจอง เจ้าของร้านกาแฟชื่อดังหันมาหัวเราะให้เด็กแก้มกลมตรงหน้าที่หันมายิ้มให้อย่างอ้อนๆเหมือนเดิม จองแจฮยอนเป็นเด็กที่ค่อนข้างดังในหมู่พนักงานของร้านเลยล่ะ ก็เจ้าตัวน่ะเวลาอยากให้เพิ่มอะไรให้ก็จะทำหน้าอ้อนๆใส่


แล้วใบหน้าข้าวๆ แก้มย้วยๆกับริมฝีปากหนาสีพีชนั่นมันน่าเอ็นดูน้อยที่ไหนล่ะ เธอชี้ให้แจฮยอนมองน้องมาร์คเด็กพาร์ทไทม์ที่อิมพอร์ทจากเมืองนอกกำลังเขย่าวิปครีมอย่างขมักเขม้นเพื่อรุ่นพี่คนดังในโรงเรียน



“ย่าห์ อีมินฮยอง หยุดเขย่าแล้วบีบวิปครีมลงแก้วพี่ซักทีซี่"



คนออกคำสั่งได้แต่หัวเราะออกมา เมื่อรุ่นน้องที่ตัวเองชอบแกล้ง พองลมใส่อย่างงอนๆ จนทั้งแจฮยอนทั้งพี่ยูจองต่างก็อดจะเข้าไปดึงแก้มของเจ้าเด็กสิงโตขี้งอนไม่ได้


“พวกพี่อ้ะ! มาร์คโตแล้วนะครับ!”


พูดออกมาเสียงดังพร้อมกับยื่นเครื่องดื่มแก้วโปรดของรุ่นพี่มาให้ แจฮยอนยีหัวรุ่นน้องอย่างเอ็นดู แล้วก็เหมือนเดิม เด็กขี้งอนตรงหน้าดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ยังเคืองเขาอยู่



“เอาเหมือนเดินครับ ยูจองนูน่า"



เสียงทุ้มนุ่มๆที่ดังขึ้นข้างตัว มันคุ้นจนทำให้แจฮยอนต้องหันกลับไปมอง



“What’s up! เซ็ม!”



และเด็กมัธยมก็คิดถูก เมื่อเขาหันไปแล้วเจอนักเรียนปีสาม ที่วันนี้ใส่เพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีดำทับด้วยสเวตเตอร์สีควันบุหรี่ กางเกงยีนส์สีขาว และรองเท้า Dr.Martens



“Hi! Our little kid:)



คนที่ถูกเรียกว่าเด็กน้อยหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกของวัน เมื่อเด็กมัธยมขี้อายเมื่อวานกลายร่างเป็นซูจองสองซะแล้ว


“ทำไมตื่นเช้าจัง?” คนเป็นพี่ถามออกมาระหว่างที่รอเครื่องดื่ม ก็ในเมื่อวันนี้มันเป็นวันเสาร์นี่นา


“ผมตื่นมาเตรียมแผนการสอนให้พี่อ่ะแหละ"


คุณครูคนเก่งพูดพร้อมกับชูโน้ตบุ้ตที่พกมาด้วยขึ้นมา เขามองเครื่องดื่มที่อีกฝ่ายสั่งแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความแปลกของพี่ปีสาม



ทำไมน่ะหรอ?

แจฮยอนเพิ่งเคยเห็นคนสั่ง อเมริกาโน่กับสตอร์เบอรี่ปั่นนมแก้วใหญ่พร้อมกันเนี่ยแหละ



“พี่สั่งไปเผื่อเพื่อนหรอฮะ?”


“หืม? นี่หรอ ไม่อ่ะ วันนี้พี่เฝ้าร้านคนเดียว"


“ฮ่ะๆ แล้วพี่จะกินสองอย่างนี้พร้อมกัน?”


“อื้อ ไม่ได้หรอ?” โดยองมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าค่อนข้างจริงจังจนแจฮยอนอดขำไม่ได้ "ก็พี่ขี้เกียจเดินมาอีกรอบนี่นา"


“อ๋อ งี้นี้เองงงงงง"


น้ำเสียงที่ดูไม่ได้เชื่อเลยซักนิดทำเอาโดยองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหมั่นเขี้ยวอีกฝ่ายจนอยากจะเข้าไปหยิกแก้มที่ดูนุ่มนิ่มนั่น


“เอ้อ แล้วจะนั่งพิมพ์งานที่นี่หรอ?”


“อื้อ ปกติผมก็มานั่งเล่นที่ร้านนี้อยู่ละอ่ะ"


เป็นอีกครั้งที่ความเงียบเข้าปกคลุม แจฮยอนสังเกตุเห็นหลายรอบแล้ว ว่าทั้งพี่ยูจองทั้งน้องมาร์คต่างก็แอบมองมาทางพวกเขา (ที่ได้เครื่องดื่มนานแล้ว แต่ไม่ยอมเดินไปนั่งดีๆซักที)





“ที่ร้านพี่มีครัวซองค์นะ มีมัฟฟินบลูเบอร์รี่ของแทยงด้วย พึ่งอบเสร็จเมื่อเช้าเลย"

“...”

“ไวไฟก็ฟรี นี่กำลังต้มไก่ตุ๋นโซมทิ้งไว้ด้วย"

“...”

“พอคิดๆไปแล้วก็ไม่น่าจะกินคนเดียวหมดอ่ะ"




จองแจฮยอนเกลียดสีหน้าเจ้าเล่ห์ของพี่โดยองที่ส่งมาตอนนี้มาก แขนที่ท้าวไปกับโต๊ะแบบบาร์ ก่อนจะเอียงคอ45 องศาเพื่อมองหน้าเขาพอดีนั่นอีก




“...”

So, what should you do?”




แต่ก็ต้องยอมรับแหละ ว่าออร่ากับเล่ห์เลี่ยมของเดือนสินกำมันหลีกเลี่ยงยากจริงๆ :(









และสุดท้ายมันก็เป็นเด็กมอหกที่แพ้ให้กับพี่ปีสาม คนที่เดินตามคนพี่ต้อยๆใช้ขอบเสื้อสเวตเตอร์สีขาวที่กินมือ เป็นถุงมือป้องกันตัวเองจากไอเย็นของเครื่องดื่มแก้วโปรด


พี่โดยองไม่ได้จูงมือเขาในตอนที่พวกเราต้องข้ามถนน อีกฝ่ายลดความเร็วของฝีเท้าจนกลายเป็นเดินตามหลังเขานิดหน่อย


ไหล่กว้างๆของคนเป็นพี่ชนกับไหล่ของคนเป็นน้องในก้าวที่สี่ อีกฝ่ายออกแรงดันเป็นสัญญาณบอกให้เขารีบๆเดินไป


ให้ตายสิ...นั่นมันเป็นการกระทำที่อันตรายมากจริงๆ



“เอ้า รีบเดินสิ อย่าเอาแต่มองหน้าพี่"



แจฮยอนได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงๆให้กับคนที่หันมายักคิ้วให้ด้วยความกวน



“เค้าไม่ได้มองเว้ย!”









มันใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำหลังจากที่พี่โดยองเดินไปพลิกป้ายหน้าร้านเป็น Open เด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาในร้านทันที ราวกับรอเวลานี้มานานแล้ว


“อ้ะ ซอนเบ….”


แจฮยอนเงยหน้ามองเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูตกใจหลังจากเห็นหน้าเขา จนคนที่ถูกเรียกว่ารุ่นพี่ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆกลับไปให้


และนั่นก็ทำให้รุ่นน้องคนนั้นหน้าแดงก่อนจะวิ่งไปหลบข้างหลังเพื่อนทันที



“อ๋า เป็นคนดังสินะ? ฮ่าๆ"



เด็กมอหกหันไปค้อนใส่คนเป็นพี่ก่อนจะนั่งจุ่มปุ้กลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ โต๊ะรูปตัวแอลนี่น่าจะเอาไว้เผื่อเวลาพี่ๆคนอื่นเข้ามาเฝ้าแล้วแบกมาทำงานด้วยล่ะมั้ง ตัวโต๊ะถึงถูกตั้งไว้ข้างๆเคาน์เตอร์แคชเชียร์เลย



แจฮยอนมองพี่โดยองที่เดินไปดูแลลูกค้าด้วยความแปลกใจ จริงๆเขานึกว่าอีกฝ่ายคงจะแค่มองลูกค้ายืนเลือกเสื้อมากกว่าด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายกลับเดินไปช่วยเลือก และดูเหมือนว่าพ่อดีไซน์เนอร์คนเก่งจะเลือกได้ถูกใจเด็กผู่้หญิงกลุ่มนั้นเสียด้วย (อีกฝ่ายคงจะดูจากการแต่งตัวตอนนี้นั่นแหละ)


ถึงแม้พี่โดยองจะยิ้มให้แบบที่ดูก็รู้ว่าเป็นรอยยิ้มเชิงธุรกิจก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเลยเมื่อประกอบกับเสี้ยวใบหน้าเวลายกเสื้อมาทาบ ไหนจะการกัดริมฝีปากอย่างใช้ความคิดนั่นอีก



“น้องต้องรีบไปไหนต่อหรือเปล่า?”


“คะ?”


“ถ้าจะเอาเดรสตัวนี้ เดี๋ยวพี่เอาตระเข็บเข้าให้ รอแป้ปนึงได้ไหม?”



แจฮยอนมองหน้ารุ่นน้องในโรงเรียนที่ตอนนี้แก้มขึ้นสีแดง แล้วได้แต่ขำกับอาการนั้น

อ่า…


แต่ไอ้อาการแบบนั้นมันคุ้นๆแหะ



“พี่แจฮยอนคะ"

“ครับ?”


“พี่รู้จักกับพี่โดยองด้วยหรอคะ?”


“ย่า ยัยบื้อ เสื้อที่เธอกำลังซื้ออยู่ก็ของพี่ซูจอง พี่สาวพี่แจฮยอนไง"


เด็กผู้หญิงคนที่ตกใจตอนเจอหน้าเขาเป็นคนตอบ เขาได้แต่ยิ้มแห้งๆให้ ก่อนจะทำเป็นเดินไปช่วยพี่โดยองที่กำลังใช้เครื่องจักรข้างหลังร้าน


“อ๊ะ"


และในตอนที่แจฮยอนกำลังเดินไปถึงตัวอีกฝ่าย พี่โดยองกลับหันกลับมาพอดีและนั่นทำให้ใบหน้าของพวกเขาห่างกันไม่ถึงห้าเซ็นต์ด้วยซ้ำ



เด็กมอหกรู้สึกราวกับตัวเขาถูกดูดเข้าไปในนัยน์ตาสีสวยราวกับรัตติกาลของพี่ปีสาม มันเป็นดวงตาที่เปล่งประกายสวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาแล้วล่ะมั้ง



แจฮยอนย่นคอลงเมื่อพี่โดยองขยับเข้าหน้ามาใกล้กว่าเดิม



“รอก่อนแล้วกัน:)”








언제부턴가 커져버린 널 향한 마음

감출 수 없나 봐요

(หัวใจที่มีไว้ให้คุณมันพองโตขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมคงซ่อนมันไว้ไม่ได้แล้วสินะ)







แล้วตลอดอาทิตย์นั้นมันก็เป็นแบบเดิมในทุกๆวัน ที่แจฮยอนเข้ามาเฝ้าร้านกับพี่โดยอง มีบ้างที่สอนกันในร้านนี้เลย แต่หลายๆครั้งพวกเขาก็เลือกจะไปคุยกันตามร้านกาแฟ สวนสาธารณะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง



เอาจริงๆแจฮยอนก็รู้สึกว่าเขาเหมือนไม่ได้สอนอะไรพี่โดยองมากเลย พวกเราก็แค่คุยกันเรื่อยเปื่อยเป็นภาษาอังกฤษ มันเหมือนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต ถ่ายทอดเรื่องราวแต่ละช่วงอายุให้กันและกันฟังก็เท่านั้น และนั่นยิ่งทำให้เขาไม่อยากจะคิดเงินอีกฝ่ายซักเท่าไหร่


ทำไมน่ะหรอ? ก็ในเมื่อหลังๆมาเด็กมอหกเป็นคนพูดรัวๆซะมากกว่า มันเหมือนกับความอดทนในแต่ละวันสิ้นสุดลงในตอนที่เขาได้พบพี่โดยอง และได้ระบายเรื่องราวนั้นให้อีกฝ่ายฟังมากกว่า


สิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้ได้จากพี่โดยองคือ อีกฝ่ายไม่ค่อยเล่นโทรศัพท์ ถ้ามีเรื่องจะคุยพี่เขาจะเป็นฝ่ายโทรมาเลยมากกว่าจะทักไลน์อะไรพวกนั้น อาจจะเพราะพี่โดยองค่อนข้างยุ่งด้วยล่ะมั้ง ทั้งโปรเจกต์จบ ทั้งต้องตัดเสื้อคอลเลคชั่นใหม่



ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกันที่แจฮยอนมาที่ร้านนี้บ่อยจนพี่ฮยอนบินกับพี่ซูจองจ้างเขาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่นี่ไปแล้ว มันกลายเป็นสถานที่ๆเขาแทบจะมากินๆนอนหลังเลิกเรียน ส่วนมากก็จะเข้ามาทำกับข้าวให้พี่โดยอง(บางครั้งพี่ฮยอนบินก็แวะมากินก่อนรีบไปถ่ายแบบ)



เอ้อ แล้วสิ่งหนึ่งที่เขาพึ่งค้นพบเมื่อวานก็คือ



พี่โดยองต้องฟังเพลงบัลหลาดเศร้าๆตอนที่ออกแบบ และแน่นอนว่าเด็กแบบจองแจฮยอนก็อยากจะลองดีบ้างนั่นแหละ เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกว่าเริ่มสนิทกับคนพี่พอสมควรแล้ว



วันนั้นแจฮยอนเลยลองดีโดยการเปิดเพลงดังของ Linkin’ Park ดู






‘จองแจฮยอน’

‘...’

‘ปิด'






วันนั้นนั่นแหละที่จองแจฮยอนสาบานกับครัวซองค์ร้านโปรดว่าเขาจะไม่มีวันกวนเวลาพี่โดยองทำงานอีกแล้ว น้ำเสียงเย็นๆกับหางตาที่ตวัดขึ้นมายังทำให้เด็กมอหกขนลุกทุกครั้งที่นึกถึง



พวกเขาได้ใช้วันเวลาร่วมกันนานกว่าสองอาทิตย์แล้ว และนั่นทำให้จองแจฮยอนต้องยอมรับว่าเขาติดการอยู่วนเวียนรอบตัวคนเป็นพี่เสียแล้ว 


      จากการเรียนอาทิตย์ละสี่วัน กลายเป็นการเจอหน้ากันทุกวัน




แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดถึงการกระทำนั้น..

อ่า...นั่นแหละ



คิมโดยองรู้สึกว่าในเมื่อทุกอย่างเป็นแบบนี้แล้ว มันก็ไม่ความจำเป็นที่จะต้องพูดอะไรออกไปอีก ในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนี้แล้ว …









*









“ย่า จองเจย์ ข้าวโว้ยยย"



อ่า..


ให้ตายสิ .. เช้าวันเสาร์ที่สดใสกับการปลุกสไตล์พี่สาวคนโตของเขา ดวงตาที่ยังลืมไม่ค่อยขึ้นพยายามถ่างขึ้นมาให้ใหญ่ที่สุด ร่างโปร่งเดินเตาะแตะเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินลงไปข้างล่างทั้งแบบนั้น


น้องคนเล็กสุดของบ้านหลับตาอีกครั้งเมื่อเจ้าตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง กลิ่นอาหารหอมๆที่ลอยเข้ามาแตะจมูก ทำให้รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ว่าอะไรทำให้พี่สาวจอมขี้เกียจทั้งสองคนของเขาลงมือทำอาหารตั้งแต่เช้าแบบนี้?



อ้อ พ่อแม่ของพี่น้องจองน่ะไม่ค่อยจะอยู่บ้านหรอก พวกท่านต้องบินไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย ทั้งไปทำงานแล้วก็ไปฮันนีมูนกันสองคนนั่นแหละ



“Morning, littleJ”


“Morning, Jess”


“Morning, J”


“Morning, Krys”



เสียงที่ได้ยินทุกวันกับสัมผัสนุ่มข้างแก้ม เป็นธรรมเนียมของพี่น้องจอง พวกเขามักจะบอก อรุณสวัสดิ์ ราตรีสวัสดิ์ และหอมแก้มกันทุกๆวันจนชินไปแล้ว มันไม่ได้ทำให้รู้สึกเขินอายอย่างที่ควรจะเป็นหรอกนะ ตรงกันข้าม มันเหมือนการชาร์ตแบบที่ดีในตอนเช้าและก่อนนอนไปแล้ว





“Good morning, Jaehyun ah”




จนกระทั่งเสียงทุ้มๆที่ไม่คุ้นเคย .. ไม่ใช่สิ มันเป็นเสียงที่แจฮยอนจำได้แล้ว เพียงแต่

เสียงนี้มันไม่ควรจะดังขึ้นที่นี่...และเวลานี้



“ฮยอง?!”


“อื้อ เป็นไง สำเนียงพี่พอได้ป่ะ ฮ่าๆ"



น้องเล็กสุดลืมตาขึ้นและพบว่าคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่กลับหันมาส่งยิ้มให้ ในสภาพที่ใส่ผ้ากันเปื้อนอยู่ ตาที่แทบจะลืมไม่ขึ้นได้เบิกโพลงขึ้นมา จนทุกคนอดที่จะขำออกมาไม่ได้


“จะตกใจอะไรขนาดนั้นยัยเจ"


พี่เจสสิก้าที่พร้อมทั้งหน้าและชุดที่จะออกไปข้างนอก ใช้ซ้อมชี้มาที่แจฮยอน ทั้งๆที่ในปากยังเคี้ยวข้าวอยู่ด้วยซ้ำ


“นั่นดิ เมื่อวานก็น่าจะได้เจอกันล่ะป่ะ"


พี่ซูจองพูดขณะที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับจานอาหารกลิ่นหอมฉุย



“ย่า โดยอง ทำอาหารอร่อยนะเรา"


“ขอบคุณครับ พี่ซูยอน"



คนที่ถูกชมหันมายิ้มให้พี่สาวคนโตของบ้าน ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออก อีกฝ่ายวางกระทะที่เต็มไปด้วยข้าวผัดกิมจิพร้อมกับไข่ดาว ซุปมิโซะไว้กลางโต๊ะ แล้วจึงเดินมานั่งข้างๆแจฮยอน ..


คนเดียวที่ยังอยู่ในสภาพชุดนอนสีเหลืองสว่างลายหมีพูห์ เขาขยี้ตามองภาพคนสามคนที่ลงมือกินข้าว โดยไม่ได้หันมาสนใจสภาพจิตใจของแจฮยอนอีกเลย เด็กมัธยมจึงได้แต่ทำใจกับความตีมึนนั่น แล้วจึงลงมือกินข้าวเช้า



“ถึงแล้ว?” จองซูจองในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ แนบหูกับโทรศัพท์ก่อนจะลากสลิปเปอร์ไปหน้าประตูบ้าน นั่นทำให้แจฮยอนพอจะเดาได้ว่าทำไมนักเรียนของเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ตอนนี้



“Hi, Jess!”


“My Patrick!”



แจฮยอนมองภาพของพี่สาวคนโตและพี่ฮยอนบินที่วิ่งไปกอดกันด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เอาจริงๆเขาก็พึ่งรู้ว่าพี่ซูยอนเอ็นดูพี่ฮยอนบินขนาดนี้ อาจจะเพราะช่วงก่อนหน้านี้แจฮยอนเอาแต่ออกไปอ่านหนังสือข้างนอกกับเพื่อนทั้งวันทั้งคืนก็ได้มั้ง เลยทำให้พลาดโอกาส (ที่จะเจอกลุ่มเพื่อนของพี่ซูจองไปด้วย)




ไม่สิ เป็นพี่แทยงต่างหาก


ในชีวิตนี้มีอยู่ไม่กี่ครั้งหรอกที่เขาเห็นพี่เจสสิก้าวิ่ง … วิ่งไปหยิบกันดั้มมาให้พี่แทยง แจฮยอนพอจะจำได้ลางๆว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนพี่สาวเขาพึ่งกลับมาจากญี่ปุ่น และนั่นคงเป็นของฝากที่พี่ซูยอนอุตส่าห์ไปตะเวนตามหาจากหลายๆที่มาให้พี่แทยง



แจฮยอนมองภาพของพี่แทยงที่ทั้งดีใจทั้งเกรงใจกับสิ่งที่พี่สาวเพื่อนหามาให้ เขารู้ดีว่าหุ่นรุ่นนี้ทั้งหายากแล้วก็แพงขนาดไหน คนที่อายุน้อยที่สุดในนั้นตัดสินใจลงมือทานข้าวเงียบๆเร็วๆ เพื่อที่จะได้กลับขึ้นห้องนอนตัวเอง



“กินช้าสิๆ ทำตัวตามสบาย"


แต่ก็เป็นพี่โดยองอีกนั่นแหละที่สังเกตุเห็นว่าเขากำลังชิ่ง

แต่เดี๋ยวนะ คนที่ควรบอกให้ทำตัวตามสบายมันควรจะเป็นแจฮยอนไม่ใช่หรอ?


“พี่...นี่บ้านผม"


“อ้าวหรอ งั้นก็ไม่ต้องรีบขึ้นไปข้างบนดิ อยู่รับแขกน่ะ"


นั่น .. จองแจฮยอนโดนอีกฝ่ายหลอกด่าซะงั้น แต่เขาจะไม่ยอมหรอกนะ


“แค่คนน่ารักแบบผมนั่งหายใจ ยิ้มให้ตอนเดินเข้ามา ก็เป็นการต้อนรับที่เลิศมากแล้วนะพี่"

“...”

“อ่ะ พูดความจริงก็อึ้ง อย่าเอาแต่มองหน้าผมดิ กินข้าวครับ"



นี่คงเป็นแค่ความแสบเลเวลสองของแจฮยอนสินะ อ่า..เขาไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมครูสอนพิเศษของเขาถึงควบคุมพี่สาวจอมแสบทั้งสองคนได้


มันเป็นการกินข้าวเช้าที่ค่อนข้างสนุก เพราะพี่ฮยอนบินเอาแต่เล่าเรื่องตอนไปถ่ายแบบให้ฟัง เล่าไปก็เล่นมุกไป ซักพักก็เริ่มหยอดพี่ซูยอนจนพี่สาวเขาแทบจะไปสู่ขออีกฝ่ายมาเป็นน้องชายอีกคนแล้วล่ะมั้ง



อ่า...นั่นยังไม่รวมพี่แทยงที่แค่นั่งสูดอากาศหายใจเฉยๆ พี่ซูยอนก็แทบจะวิ่งไปหยิบสมุดบัญชีมาให้พี่เขาแล้วมั้ง จริงๆมันค่อนข้างเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่เจ้าหญิงน้ำแข็งอย่างพี่เจสสิก้าจะถูกใจใครซักคนมากขนาดนี้



และในตอนที่แจฮยอนกินข้าวเสร็จ พร้อมจะเผ่นขึ้นห้อง เสียงใสๆของพี่สาวคนโตก็แทบทำเอาเขาแทบลมจับ …



“Ya! Little J, why don’t you go with them?”


“Nah, I’m quite busy”


“reading again?”


“oh! sounds so bored, why don’t you come and join us” อ่า เคยมีใครบอกพี่ฮยอนบินไหม ว่าการลงเสียงแต่ละประโยคของพี่เขามันโคตรวัยรุ่นกะโปกอเมริกันเลยอ่ะ


และในขณะที่แจฮยอนยืดตัวขึ้น พร้อมที่จะเดินหนีออกไปจากวงของพวกพี่ๆ สัมผัสที่ข้อมือก็ทำให้เขาชะงัก



“Hey, Jaehyun-teacher”

“...”

“I want to have a class today”

“...”

“อ้ะ แล้วแจฮยอนก็บอกว่าช่วงนี้ว่างทุกวันไม่ใช่หรอ:)”



ให้ตายสิพี่โดยอง… ถ้าจะพูดมาขนาดนี้แล้ว ก็พูดอังกฤษมาให้หมดเลยได้ไหม..









ตอนนี้พวกเขากำลังเดินทางไปทะเลที่ใกล้โซลที่สุด โดยมีพี่โดยองเป็นคนขับรถ พี่แทยงนั่งข้างๆ (เพราะถ้าให้พี่ฮยอนบินไปนั่ง คงทำลายสมาธิคนขับรถแน่ๆและนั่นคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่) อ่า และแน่นอนว่าพี่ซูจองตรงนั่งตรงกลางข้างๆเขา



ยิ่งได้ใช้เวลาไปกับคนกลุ่มนี้จองแจฮยอนก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าพี่โดยองมีความจำเป็นอะไรที่ต้องมานั่งเรียนกับเขา

ก็ในเมื่อพี่ซูจองกับพี่ฮยอนบินเล่นพ่นภาษาอังกฤษใส่กันรัวๆแบบนี้


เวลาชั่่วโมงกว่าบนรถไม่ค่อยน่าเบื่อนักเพราะพี่ฮยอนบินคอยสร้างบรรยากาศบนรถ แต่พอพี่ฮยอนบินหลับไป มันก็มีเพียงเสียงของดนตรีที่พี่โดยองเปิดคลอไว้เท่านั้น


“ขอโทษนะ ที่อยู่ดีๆก็ลากออกมาแบบนี้"


แจฮยอนไม่แน่ใจว่าพี่โดยองรอให้ทุกคนหลับก่อน แล้วถึงจะคุยกับเขาหรือเปล่า แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่หรอกมั้ง


“อ่า..ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็อยากเห็นพวกพี่ถ่ายแบบดูซักครั้ง"


“ถึงจะพูดแบบนั้น แต่พวกพี่ก็ถ่ายกันเองนั่นแหละ ไม่ได้จ้างช่างกล้อง หรือโคดี้มา"


“มีพี่ฮยอนบินอยู่่ทั้งคน พี่ก็เหมือนมีคนมาทั้งกองแล้วแหละครับ ฮ่าๆ"



มันอาจจะเพราะพวกเราไม่ได้อยู่กันสองคน


“นี่ แจฮยอนอ่า"


หรืออาจจะเป็นเพราะเพลงที่ชวนให้เคลิ้มตามบนรถ


“ไม่ต้องพูดแบบเป็นทางการกับพี่"


คนเป็นน้องไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้ากลับไป





까맣게 물든 밤

하늘 너의 눈동자 같은 달을 보며

(ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกย้อมด้วยสีดำสนิม

ผมกำลังมองดวงจันทร์ที่ดูคล้ายกับดวงตาของคุณ)






พวกเขามาถึงหาดตอนประมาณสิบโมง แจฮยอนยืนพิงรถรอพี่ซูจองกับพี่ฮยอนบินไปเปลี่ยนเสื้อ ส่วนพี่แทยงกำลังเดินดูแสงและมุมที่จะถ่าย



“อ้ะ ให้"



ร่างโปร่งหันไปตามเสียงที่คุ้นเคยในโสตประสาทไปแล้ว ข้อมือที่ไม่ว่าจะจับอะไรเส้นเลือดก็ขึ้นจนน่ากลัวนั่นส่งแจ็กเก็ตยีนส์สีชมพูมาให้ แจฮยอนรับมันมาอย่างงงๆ



“พี่จะให้ผมถ่ายแบบด้วย?”


และทันทีที่คนเป็นน้องตอบไปแบบนั้น เด็กปีสามจึงส่งมือที่พึ่งวางไปยีหัวให้ผมนั่นฟูขึ้นมาจนน่าเกลียด



“ดูดีๆสี เด็กดื้อ บื้อด้วยเนี่ย"



แจฮยอนพองลมใส่คนฉลาดที่สุดในโลก ก่อนจะพลิกเสื้อดูไปมา เขาจึงพบว่าตรงปกเสื้อนั่นปักคำว่า JH เป็นสีเงิน



“ไม่ได้ขาย ไม่ได้ทำให้คนอื่นด้วย"


คนเท่แห่งสินกำทิ้งประโยคที่คิดว่าเด็ดที่สุดไว้ ก่อนจะเดินหันหลังพร้อมชูสองนิ้วให้เด็กมอหกในแบบที่เจ้าตัวคิดว่าต้องทำให้อีกคนหวั่นไหวมากแน่ๆ


แล้วแจฮยอนก็คิด



ว่ามันได้ผลจริงๆนั่นแหละ :(









พวกเขาใช้เวลาในการถ่ายรูปและคลิปทั้งหมดภายในสามชั่วโมง และแจ็กเก็ตยีนส์ที่อีกฝ่ายให้เด็กมอหกก็เป็นโล่กันลมเย็นๆของทะเลได้เป็นอย่างดี


พวกเขาแวะเข้าไปกินข้าวร้านอาหารที่เป็นห้องกระจกชื่อดังริมหาด และเมื่อเดินเข้าไปแจฮยอนก็ได้รู้ว่ามันเป็นร้านของพี่สาวพี่แทยง และทุกคนก็ดูเคยชินกับที่นี่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพี่โดยองที่โดนเรียกไปกอดจนแน่นนั่นล่ะ


หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกกันเข้าไปนอนพักที่รีสอร์ท แน่นอนว่าแจฮยอนนอนกับพี่ซูจอง อีกห้องนึงก็เป็นพวกผู้ชายที่เหลือ พวกเรางีบเอาแรงก่อนจะออกไปถ่ายรูปเซ็ทตะวันตกดินต่อ


และในตอนที่พวกเขากำลังถ่ายรูปเซ็ทสุดท้ายอยู่ พี่ซูจองก็ไล่ให้เขากับพี่โดยองไปซื้อของทะเลมาเตรียมมื้อดึก เพราะตอนนี้ทุกคนเริ่มหิวกันมากๆแล้ว


“พี่จะให้ผมเลือกเองหมดเลยหรอ?”


“อื้อ"



และอีกอย่างหนึ่งที่เด็กมอหกได้เรียนรู้ก็คือ พี่โดยองแพ้แดด ไม่ได้โดนแล้วผื่นขึ้นอะไรแบบนั้นหรอก เพีียงแต่อีกฝ่ายจะหมดแรงไปเลยต่างหาก โชคยังดีที่พี่เขายังสามารถขับรถพาแจฮยอนมาถึงซุปเปอร์อย่างปลอดภัยได้



“พี่ไปรอที่รถไหม เดี๋ยวผมเสร็จแล้วเดินไปหา"



คนเป็นพี่กระพริบตาถี่ๆสามทีก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินหายไป แจฮยอนยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินเลือกซื้อของต่อ มันไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วก็ไม่ได้ผิดอะไรด้วย ในเมื่อแจฮยอนเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน เขาไม่ได้อ่อนแอขนาดจะต้องให้อีกฝ่ายเดินตามช่วยถือของตลอดเวลา



“อ้ะ"



แต่มันก็แค่สิบนาที หลังจากที่พี่โดยองปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว พี่ปีสามเดินมาพร้อมกับแก้วอเมริกาโน่กับสตอร์เบอรี่ปั่นนมเหมือนเดิม เพียงแต่คราวนี้อีกฝ่ายยื่นอีกแก้วนึงมาให้เขา


“ฝากถืออีกแก้วหน่อย"


แจฮยอนรับแก้วอเมริกาโน่มาแบบงงๆ เขามองรุ่นพี่ที่ไถรถเข็นไปที่แคชเชียร์



“ไม่ต้องหยิบเป๋าตังออกมา"


“แต่ว่า…


“อย่าพึ่งดื้อซี่แจฮยอนอ่า พี่เลี้ยงได้"



อ่า


เคยมีใครบอกพี่โดยองไหม ว่าเสียงทุ้มๆตอนง่วงๆ เหนื่อยๆมัน…

นั่นแหละ..


ทำให้เด็กแบบเขาใจสั่นเป็นบ้า :(







หนังผีที่พึ่งออกจากโรงเป็นตัวเลือกที่ดีในการเปิดคลอปาร์ตี้เนื้อและซีฟู้ดย่างของคืนนี้ แจฮยอนก็พึ่งรู้ว่าพี่แทยงทำอาหารอร่อยขนาดนี้ จัมปงที่พี่เขาเป็นคนทำเป็นอาหารอย่างแรกเลยที่หมด



“เจ้าหญิง เมื่อไหร่จะเลิกจิบไวน์แล้วมากินโซจูกับพวกกูอ่ะ" 

       

      สายตาที่เริ่มเยิ้มๆของพี่ฮยอนบินจับจ้องมาที่พี่สาวของเขา และนั่นทำให้ผู้หญิงคนเดียวหลุดหัวเราะออกมา(แบบร้ายๆ)


“ก็ฉันเป็นเจ้าหญิงหนิ ไม่เหมือนนาย หึ"


“ฮ่าๆ รู้ว่าเล่นแล้วจะโดนก็ยังไปกวนพระบาทาท่านหญิงนะมึงอ่ะ" แทยงส่งมือไปโยกหัวเพื่อนด้วยความสมเพช


“เออ มึงนี่ก็แปลก ชอบโดนหลอกด่า ฮ่าๆ"


“พวกนายสองคนก็เลิกกินโซจูเป็นเพื่อนมันได้ละ ปล่อยแม่งกินคนเดียว ฮ่าๆ"


“ย่าห์! จองจอมหยิ่ง!”



แจฮยอนมองพี่ฮยอนบินที่วิ่งไล่ตามพี่ซูจอง 


        ทั้งที่พี่สาวเขา เอ่อ...

นั่งอยู่เฉยๆ ใช่พี่ชายนายแบบคนนั้นวิ่งตามพี่ซูจองในจินตนาการ แต่พี่ซูจองตัวจริงน่ะลงไปนอนหัวเราะจนน้ำตาไหลไปแล้ว


พี่แทยงที่ปั่นงานจนไม่ได้นอนมาสองวันขอตัวเข้าไปนอนก่อน หลังจากที่หนังเรื่องที่สองกำลังเล่นไปได้แค่ครึ่งเรื่อง ตามด้วยพี่ซูจอง ส่วนพี่ฮยอนบินตอนนี้โดนปล่อยให้นั่งร้องเพลงคนเดียวตรงระเบียงไปแล้ว




“นี่แจฮยอน"


“ครับ?”


“อยากลองชิมดูไหม?”


นิ้วเรียวของพี่ปีสามชี้ไปที่ขวดแอลกอฮอล์ที่ยังเหลืออยู่ เด็กมอหกมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ เขาคิดว่าพี่โดยองจะเป็นคนห้ามให้เขาแตะต้องอะไรพวกนี้เสียอีก


“อย่าเข้าใจผิดนะ" 


        รอยยิ้มที่ส่งมามันอบอุ่น แล้วก็ดูสบายตามากกว่าพระจันทร์เสี้ยวที่แจฮยอนชอบมองเสียอีก



“พี่รู้ว่าพอเข้ามหาลัยยังไงเราก็คงต้องได้กิน แล้วลองก่อนเพื่อรู้ลิมิตตัวเองมันก็ไม่เสียหาย"


“...”

“เพราะยังไงซะที่นี่ก็มีแต่คนที่พร้อมดูแลเรา จะได้รู้ด้วยว่าเมาแล้วเป็นยังไง"


“...”


“แต่ถ้ายังไม่พร้อม หนูก็ยังไม่ต้องลองตอนนี้ก็ได้ ค่อยๆคิดดูแล้วอยากจะลองเมื่อไหร่ก็มาบอกพวกพี่ได้"


“….”


“….”


“ครับ"



มือใหญ่ที่ส่งต่อความอบอุ่นวางลงบนกลุ่มผมนุ่ม ออกแรงยีเบาๆ มองเข้าไปนัยน์ตาของเด็กมอหกที่โดนหลอกให้หลงเข้าไปในนัยน์ตาอีกคู่นั่น ริมฝีปากที่เป็นกระจับนั่นส่งยิ้มที่งดงามกว่าดวงดาวที่ส่องประกายข้างหลังมาให้




“รู้ใช่ไหม...”


“...”


“ว่าที่พี่พูด"


      “...”

    

 "พี่ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องกินเหล้า"




เด็กมอหกในชุดเสื้อยืดสีขาวพยักหน้า ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าไปเข้าห้องน้ำ แจฮยอนตะโกนบอกคนโตกว่าให้รู้ว่าเขาจะเข้าไปอาบน้ำแล้ว และนั่นทำให้โดยองได้แต่ขำออกมา



เสียงเปิดประตูห้องนอนดึงความสนใจโดยองจากประตูห้องน้ำที่เพิ่งปิดไป ใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ทำให้เขารู้ดีว่าเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดเป็นเรื่องสำคัญแค่ไหน



“คิมโดยอง"


บ่อยครั้งที่เจ้าหญิงประจำกลุ่มจะเรียกชื่อเขาด้วยชื่อจริง แต่อีกฝ่ายไม่ได้เรียกมันด้วยน้ำเสียงซีเรียสขนาดนี้ซักครั้ง


“อื้อ ว่าไง"


เขามองมือสวยที่ไม่เหมาะกับแก้วช็อตสำหรับใส่โซจูซักเท่าไหร่ อีกฝ่ายกระดกมันเข้าริมฝีปากสวย ราวกับสิ่งที่เธอกำลังจะพูดต้องใช้ความกล้ามากๆ


“แจฮยอน...."


“...”


         "นายกำลังจีบ?”


พวกเขานั่งพิงไหล่กัน ซูจองไม่ได้จ้องเข้ามาในตาเขาราวกับผู้พิพากษาที่กำลังซักนักโทษ


“อื้อ"


แก้วช็อตที่สองไหลลงคอระหงส์นั่น มันทำให้โดยองตัดสินใจยกขวดโซจูขวดสุดท้ายขึ้นมากระดกให้มันจบๆไป


“แล้ว..”


“แล้ว?”


“อีแทยง"



มันเป็นชั่วขณะที่ทำให้พวกเขาหายใจอึดอัด

มันเป็นเรื่องที่ทุกคนในกลุ่มรู้ดี เพียงแค่ไม่มีใครพูดมันออกมา



“ไม่ได้ชอบ" คิมโดยองหลับตาลง "ไม่ได้ชอบแบบนั้น"



เจ้าหญิงน้ำแข็งของกลุ่มยกขวดไวน์ขึ้นมาจรดริมฝีปาก



“แล้วนายแน่ใจได้ยังไง"

“...”


“ว่าความชอบที่นายมีให้้แจฮยอน"


มือเรียวสวยนั่นส่งขวดไวน์ไปให้คนข้าง




“มันต่างกับความชอบที่นายมีแทยง?”




โดยองยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่น่าสมเพช เหยียดยัน และโง่เขลา




“นั่นสินะ"



คิมโดยองจะแน่ใจได้ยังไง?






텅 빈 방 가득 비추는 moonlight

꿈처럼 사라져 가지만

แสงจันทร์ที่ส่องสว่างได้เข้ามาเติมเต็มห้องที่แสนว่างเปล่า

ถึงแม้ว่ามันจะจางหายไปแล้วราวกับความฝัน






          แล้วจองแจฮยอนจะแน่ใจได้ยังไง?









plz comment or tag #SFaMilRaindrops





Talk :: อ่ะ นั่นแหละ ฟิคเรามันจะใสแบบไม่ม่าเลยมั่ยลั่ยยยย

ตอนนี้มันยาวมากเด้อ ค่อยๆอ่าน นี่แต่งนานมาก ละเดี๋ยวจะไม่มีให้อ่านไปอีกซักพัก55555

พล็อตตอนแรกเลยคือน่าปวดหัวมาก แบบโดแท แทแจนงี้ แต่แต่งไม่ไหว ฮื่อออออ

เราแต่งเรื่องนี้นานมากกก เข้ามาเขียนทุกวันนะ แต่แบบได้วันละร้อยกว่าคำเอง

แล้วพอแต่งได้ซักพารากราฟก็ลบแล้วเขียนใหม่ ฮื่อออ มันกะเลยใช้เวลานานหน่อย

ขอโทษจริงๆนะคะที่ปล่อยให้รอกันนานขนาดนี้ .__________.

ถึงจะอัพไม่บ่อย ไม่ถี่ แต่อัพทีเป็นหมื่นกว่าคำเรยนาจา เห็นใจนุ้งด้วย ;____;



เอ้อออ แล้วก็ทุกคน ตอนนี้เรากำลังลังเลที่จะแต่ง แวมไพร์แบบโดยองคัลเลน ไม่ก็เป็นดงยองอัลฟ่ากับโอเมก้าเลยอ่ะค่ะ อยากอ่านแบบไหนกันมากกว่าง่ะ (เพราะคงแต่งทั้งสองแบบไม่ไหว ฮ่า)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #563 beyorx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 20:28
    โอ้พระเจ้า
    #563
    0
  2. #500 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 20:38
    ฮือออออออ
    #500
    0
  3. #463 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 04:40
    แงงงงงงง กลิ่นมาม่าเริ่มมาแล้ว คุณโดอย่าไปหลอกน้องนะ อุตส่าห์จีบน้องแบบอบอุ่นขนาดนี้ อย่าทำให้น้องรักแล้วทิ้งนะ แงงงงง
    #463
    0
  4. #228 Jnz♧ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:31
    เดี๋ยวววว
    #228
    0
  5. #54 bellbellb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 06:41
    อห พีคตรงชอบอีแทยง ไม่บอกก็ไม่รู้อ่ะ แต่พี่โดยองเค้าหยอดน้องเราอ่ะ อย่าทำให้น้องคิดไกลถ้าตัวเองไม่จริงจังนะคะ เคลียร์ความรู้สึกตัวเองเลย
    #54
    0
  6. #53 wuingpcx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 22:07
    แงงงง คุณโดนีาอันตรายต่อใจมากๆ หยอดน้องบ้าง ส่งสายตา พูดจำกำกวม ฮึ่ย เขินแทนน้อง น้องก็น่ารักอะเนาะ เห็นบะมันน่าแกล้งจริง ;-; แต่ทีแรกไม่คิดว่ามันจะมีอะไรผิดไปจากที่คิดเลยนะ แต่ที่ไหนได้ มันมาแล้วค่ะ ความดราม่านี้ อ่านแล้วแบบ อ้าว อ้าว คุณโด ละทั้งหมดนั่นคืออะไรรรรรร ขอร้องล่ะ อย่าเล่นกับความรู้สึกน้องเลยนะ
    ปล.เมื่อวันสองสันก่อนแบบเห็นผ่านๆทล.ทวิตเตอร์เรื่องคุณโดคัลเลนอะไรประมาณนั้น แต่จริงๆชอบทั้งสองแนวเลยค่ะ มันเลือกยาก ;-; แต่ถ้าให้เลือกขอเลือกโอเมก้าเวิร์สค่ะ
    #53
    0
  7. #52 teddy.soo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 11:04
    เดี๋ยวนะ แทยงนี่คือพลิกโผมากๆ เมื่อไหร่ยังไง ทำไมคุณโดเป็นคนหลายใจแบบนี้ล่ะะะะะ ไม่เอาดิ น้องแจฮยอนชอบพี่ขนาดนี้แล้วนะ อย่ามาหว่านไปเรื่อย เดี๋ยวนุ้งเสียใจ ฮื่ออออ *เสียใจแทนนุ้งไปแล้ว* ถ้าพี่โดยองเทนุ้งนะ เราจะไม่ยกนุ้งให้คุณอีกเลย!
    #52
    0
  8. #51 ₩₩₩💛 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 05:32
    คุณโดดดดด อย่าแค่เต๊าะน้องเล่นๆเชียวนะ คุณโดมีคาริสม่ามากๆ คำพูดคำจา การกระทำ คือเท่จนทำให้เด็กหลงแบบหัวปักหัวปำได้เลย นี่ขนาดน้องเพิ่งสุงสิงด้วยไม่นานยังหวั่นไหวขนาดนี้ น้องยังเด็กอย่าโลเลกับน้องนะ /อิน 5555 ;--;


    น่าอ่านทั้งคัลเลนทั้งอัลฟ่าเลยค่ะ แต่เอนไปทางโอเมก้าเวอร์สมากกว่า อยากเห็นคุณโหดเป็นอัลฟา กร๊าวใจมากแน่เลยค่ะ 5555555
    #51
    0
  9. #50 Taochao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 23:12
    โอ้โห ตอนที่น้องแกล้งเปลี่ยนเพลงนี่สะดุ้งกับความโหดของคุณขา สั้นๆได้ใจความมาก นุ้งกลัวว 5555555 พี่โดยองนี่ตัวอย่างสายเต๊าะที่ดีจริงๆ เต๊าะวันละนิดจิตแจ่มใส รู้ค่ะง่าพี่หล่อ แต่พี่ช่วยปราณีกับใจน้องแจนด้วย กลัวว่าน้องจะช็อกก่อน ส่วนตอนท้ายมีความต้มม่า ความชอบที่โดยองมีให้แทยงนี่ยังไงกันนะ คุณโดถึงได้ยิ้มออกมาอย่างนั้น รอติดตาม เป็นกำลังใจให้น้อง และคนเขียนค่ะ ยาวสะใจมาก ชอบ 5555555555
    ปล.ชอบทั้งสองแบบเลยอะ แต่ถ้าเลือกก็คงเป็นโดยองคัลเลน สัมผัสได้ถึงความผัวขาเพียงแค่อ่านชื่อ//ตบเรียกสติ
    #50
    0